ชัดเจน สนง.เลขาสภาฯ ร่อนหนังสือเรียกประชุมสภา 4 ก.ค. เลือก ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552403

29 มิ.ย. 2566

ชัดเจน สนง.เลขาสภาฯ ร่อนหนังสือเรียกประชุมสภา 4 ก.ค. เลือก ‘ประธานสภา’

สนง.เลขาสภาฯ ร่อนหนังสือ เรียกประชุมรัฐสภา สส.นัดแรก อังคารที่ 4 ก.ค.นี้ โหวตลับเลือก ‘ประธานสภา’ – 2 รองประธานสภา

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือแจ้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1

ครั้งที่ 1(สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ในวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 6 อาคารรัฐสภา

โดยมีระเบียบวาระการประชุม 3 เรื่อง ประกอบด้วย

1.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

หนังสือเชิญประชุมสภาผู้แทนราษฏร ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2566 จากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร หนังสือเชิญประชุมสภาผู้แทนราษฏร ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2566 จากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร

ชัดเจน สนง.เลขาสภาฯ ร่อนหนังสือเรียกประชุมสภา 4 ก.ค. เลือก ‘ประธานสภา’

2.เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

3.เลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกนี้ จะมีนายวิโรจน์ เปาอินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยทำหน้าที่เป็นประธานสภาชั่วคราว เพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

เสรีพิศุทธ์ ขอ เพื่อไทย – ก้าวไกล ตระหนักได้บ้าง เสียบ้าง ยุติ ประธานสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552404

29 มิ.ย. 2566

เสรีพิศุทธ์  ขอ เพื่อไทย - ก้าวไกล ตระหนักได้บ้าง เสียบ้าง  ยุติ ประธานสภา

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มองประเด็น ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร “ประธานสภา” ทั้ง เพื่อไทย และ ก้าวไกล ต้องทำใจ ได้บ้างเสียบ้าง ย้ำการทำงานในสภามีความสำคัญ ส่วนเทียบความเหมาะสม ให้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะคุณสมบัติครบ

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย   เปิดเผยว่า  ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร “ประธานสภา”  ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล  ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป   เชื่อว่าจะจบลงได้ด้วยดี     ท้้งเพื่อไทยและก้าวไกล    ต้องรักษาประชาธิปไตยเอาไว้   เจรจาให้ได้ข้อยุติ
อาจจะมีได้บ้างเสียบ้าง อย่าไปคิดมากเพราะมันจะมีปัญหา  ในตัวบันทึกข้อตกลง( เอ็มโอยู)  ระบุว่า สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้พูดถึงประเด็น “ประธานสภา”    หากจะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาก็มีสิทธิ แต่จะตกลงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสองพรรค  พรรคเสรีรวมไทยไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่ให้กำลังใจหวังว่าจะตกลงกันให้ได้

ทั้งนี้การทำงานร่วมกันในสภาสำคัญกว่า ที่จะมีปัญหาการแตกหักกัน    ส่วนการที่พรรคก้าวไกล เปิดชื่อ  นายปดิพัทธ์ สันดิภาดา   สส.พิษณุโลก และพรรคเพื่อไทย เปิดชื่อ   นายแพทย์ชลน่านศรีแก้ว สส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย    ต่อตำแหน่ง “ประธานสภา”  ตนเคยตอบไปแล้ว นายแพทย์ชลน่าน เป็น สส.หลายสมัย เคยเป็นรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้านฯ ส่วนนายปดิพัทธ์ เป็น สส.มา 1  สมัย ซึ่งคนทำหน้าที่ประธานสภา ต้องรอบรู้และมีประสบการณ์ ดังนั้นนายแพทย์ชลน่าน จึงมีประสบการณ์มากกว่า 

“ต้องแยกกันให้ออกเลือกประธานสภา กับนายกรัฐมนตรี  คนละส่วน  ถ้าเอามารวมกันจะตกลงกันไม่ได้ เมื่อเราสนับสนุนนายพิธา ต้องสนับสนุนให้เต็มที่  ซึ่งมันไม่อยู่ที่ผม แต่อยู่ที่สองพรรค”  เขา กล่าว

‘ชัยวุฒิ’ มองสเปค ‘ประธานสภา’ สส.ต้องยอมรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552401

29 มิ.ย. 2566

‘ชัยวุฒิ’ มองสเปค ‘ประธานสภา’ สส.ต้องยอมรับ

ชัยวุฒิ มองสเปค ‘ประธานสภาฯ’ ต้องเป็นที่ยอมรับของ สส. เรื่องอายุ-ประสบการณ์ มีผล เชื่อฝ่ายเสียงข้างน้อยส่งชื่อแข่งแน่ รอถกร่วมก่อน คาดเปิดชื่อวันโหวต- เผย พปชร. ทิศทางชัด 2 ก.ค.นี้

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ ถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญ จึงอยากให้เป็นคนที่มีประสบการณ์ เข้าใจงานและหน้าที่ของรัฐสภา ในการที่จะต้องประสานงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และอยากให้คนที่เป็นที่ยอมรับ

เมื่อถามว่า การโหวตเลือกประธานสภา พรรค พปชร. มีมติแล้วหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เท่าที่ทราบวันนี้เราต้องรอพรรคการเมืองเสียงข้างมากก่อน เพราะการโหวตในสภา คนที่มีเสียงข้างมาก จะเป็นคนที่เสนอชื่อประธานสภา และน่าจะมีโอกาสได้เป็น จึงต้องฟังเสียงข้างมากก่อนว่า เขาจะตกลงกันอย่างไร แล้วเราจึงมาคุยกันว่าเราจะเสนอใคร ให้มีการแข่งขัน โดยปกติพรรคทั้งสองฝั่งก็จะมีการส่งชื่อมาเพื่อแข่งกันในสภา

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกรณีที่พรรคก้าวไกล เสนอชื่อ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก ชิงตำแหน่งประธานสภา ทั้งที่อายุยังน้อยและเป็น ส.ส. สมัยที่สอง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า อย่าให้ตนตอบเลยดีกว่า ตนขอก้าวข้ามความขัดแย้ง

เปิดสเปคประธานสภา สส.ต้องยอรับ

เมื่อถามย้ำว่า สเปคประธานสภาในอุดมคติ นายชัยวุฒิ เป็นอย่างไร รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า อย่างที่บอกต้องเป็นที่ยอมรับของ สส. และสามารถทำงานร่วมได้กับทุกคน เพราะบรรยากาศการเมืองตอนนี้ถ้ามีความขัดแย้งกันมาก หรือไม่เป็นที่ยอมรับก็เชื่อว่าบรรยากาศก็คงจะไม่ดี เพราะตำแหน่งประธานสภาต้องควบคุมการประชุมและควบคุมการทำงานของสภาให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

เมื่อถามว่า ที่บอกรอให้พรรคเสียงข้างมากเสมอเสนอชื่อก่อน แล้วพรรคเสียงข้างน้อยเสนอชื่อนั้น แสดงว่าจะเสนอชื่อประธานสภาแข่งใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความคิดส่วนตัว โดยหลักการเวลามีการโหวตเลือกประธานสภา จะมีการเสนอชื่อในฝั่งพรรคเสียงข้างมาก และพรรคอีกฝ่ายหนึ่งในเสียงข้างน้อย มาโหวตแข่งกันซึ่งเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่า วัยวุฒิมีส่วนสำคัญหรือไม่ในเรื่องตำแหน่งประธานสภา นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนตัวตนคิดว่าเรื่องอายุและประสบการณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณาด้วย 

แต่หลักการสำคัญที่สุดอยากได้คนที่สามารถประสานงานกับทุกฝ่ายได้ เพื่อทำให้บรรยากาศในการประชุมเดินหน้าไปได้ เพราะประธานสภาไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง คือประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อทำให้งานสภาเดินหน้า ไม่ใช่ทำงานเพื่อสนองนโยบายพรรคใดพรรคหนึ่ง

“ผมจำได้ว่าหลายคนพอเป็นประธานสภา ต้องลดบทบาททางการเมืองลง เพราะต้องเป็นประธานของทุกคนในที่ประชุมจึงฝากเรื่องนี้ไว้เป็นข้อคิด เราต้องเลือกคนที่ทำให้สภาเดินหน้าไปได้อย่าให้มันขัดแย้งกันดีกว่า”

เมื่อถามว่า ฝ่ายเสียงข้างน้อยมีการพูดถึงเรื่องชื่อประธานสภาแล้วหรือยัง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เชื่อว่ามีการพูดคุยกันแล้วภายในของแต่ละพรรค และจะมาประชุมร่วมกันเพื่อมีมติว่า กลุ่มพวกเราจะเสนอใคร ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีแหละต้องรอดูว่าจะมีการแถลงข่าวอีกครั้งหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะทราบในวันโหวต ส่วนพรรค พปชร. ก็น่าเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปในวันปฐ นิเทศ สส. 2 ก.ค.นี้

ลูกหม้อ 30 ปี – สส.6 สมัย ‘อลงกรณ์’ ประกาศชิงเก้าอี้ ‘หน.ปชป.’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552392

29 มิ.ย. 2566

ลูกหม้อ 30 ปี - สส.6 สมัย ‘อลงกรณ์’ ประกาศชิงเก้าอี้ ‘หน.ปชป.’ คนใหม่

สส.6 สมัย ทุ่มเทเพื่อพรรคประชาธิปัตย์มา 30 ปี ‘อลงกรณ์ พลบุตร’ ประกาศชิงเก้าอี้ ‘หน.ปชป.’คนใหม่ ชูนโยบายปฏิรูปพรรค สู่แนวทางเสรีนิยมก้าวหน้า ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าวันนี้ว่าได้ตัดสินใจลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(หน.ปชป.)ในการประชุมใหญ่พรรควันที่ 9 ก.ค. 2566 นี้


วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องการก้าวใหม่ของตัวเองและโอกาสใหม่จากประชาชนด้วยการแสดงออกถึงภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและกล้าหาญบนจุดยืนประชาธิปไตยที่ชัดเจน

นำประเทศออกจากกับดักความขัดแย้งและวงจรอุบาทว์ด้วยหลักนิติรัฐและธรรมาภิบาลสู่เอกภาพและศักยภาพใหม่ของประเทศเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของทุกคน โลกเปลี่ยนเร็วและแข่งขันแรงทั้งการเมือง เศรษฐกิจและเทคโนโลยี ประเทศไทยต้องมีพรรคการเมืองที่ทันสมัยก้าวหน้าทันโลกทันเกมและก้าวใหม่ประชาธิปัตย์คือคำตอบ

“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยวิสัยทัศน์ความรู้และอุดมการณ์ที่มั่นคงกับพรรคประชาธิปัตย์ตลอด 30 ปีรวมทั้งประสบการณ์เป็นรองหัวหน้าพรรค4สมัยเป็น สส.6 สมัย และเป็นรัฐมนตรีมาแล้วจะสามารถนำพรรคสู่ก้าวใหม่ด้วยการปฏิรูปพรรค

เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนด้วยแนวทางเสรีนิยมก้าวหน้าภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคและส.ส.ของพรรคเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9”

อลงกรณ์ พลบุตร  อลงกรณ์ พลบุตร

นายอลงกรณ์ พลบุตร เมื่อครั้งเป็น สส.และรองหัวหน้าพรรคเคยเสนอให้ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2556 และเคยลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแข่งขันในระบบไพรมารี่ในปี 2561แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

ประวัติและผลงาน

  • นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 4 สมัยและอดีต สส.เพชรบุรีและสส.บัญชีรายชื่อ 6 สมัย
  • จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงจากหลายประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ปอร์ตุเกส ฯลฯ
  • เป็น ส.ส.สมัยแรกในปี 2535
  • เป็นเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเลขานุการนายกรัฐมนตรี(ชวน หลีกภัย) ปี 2539-2544
  • ได้รับฉายา”มิสเตอร์เอทานอล” ปี 2543-2544 ในฐานะประธานโครงการเอทานอลทำให้มีน้ำมันแก๊ซโซฮอลล์จำหน่ายทั่วประเทศ
  • เป็น”ดาวเด่นแห่งปีของรัฐสภา”ปี 2546จากผลงานการปราบปรามคอรัปชั่น
  • ได้รับรางวัล”คนดีสังคมไทย”และรางวัล”บุคคลดีเด่นประจำปี 2548-2549”
  • เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และทำหน้าที่รมต.เศรษฐกิจอาเซียน ปี 2551-2554
  • ได้รับการโหวตให้เป็นรัฐมนตรีที่มีผลงานดีเด่น2ปีซ้อน ปี 2552-2553
  • เป็นรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ปี 2558-2560
  • เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ที่ประชุมการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ของสหประชาชาติ (UN-GFHS) ปี2660-2561
  • เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ.กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(2562-2566)
  • เป็นผู้บรรยายพิเศษปริญญาเอก ปริญญาโทและปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
  • เป็นผู้บรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชนเช่น บยส. นธป.วตท. Tepcot สวปอ. นบส. วกส. วพน. วิทยาการตำรวจ สถาบันพระปกเกล้า ฯลฯ
  • มีผลงานเขียนหนังสือ4เล่มด้านต่างประเทศ วิทยาศาสตร์และการเมือง

‘เพื่อไทย’ พ้อ ‘พรรคอันดับ2’ ทำอะไรก็ผิด ย้ำปม ‘ประธานสภา’ จบ 2 ก.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552380

29 มิ.ย. 2566

‘เพื่อไทย’ พ้อ ‘พรรคอันดับ2’ ทำอะไรก็ผิด ย้ำปม ‘ประธานสภา’ จบ 2 ก.ค.

ชลน่าน-ภูมิธรรม ประสานเสียง คุยก้าวไกล ปม ‘ประธานสภา’ จบ 2 ก.ค. แน่ พรรคเพื่อไทยไม่อาจเสนอชื่อแข่ง หากพรรคก้าวไกลไม่ให้ ตัดพ้อ ‘พรรคอันดับ2 ทำอะไรก็ผิด ทัวร์ลงตลอด ย้ำชัด เพื่อไทยก้าวไกลไม่อาจแยกออกจากกันได้

ปมตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฏร ยังไร้ข้อยุติระหว่าง พรรคอันดับ1 อย่างพรรคก้าวไกล และพรรคอันดับ2 อย่างพรรคเพื่อไทย จนถึงขั้นต้องเลื่อนประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลออกไปจากเดิม ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ตอนนี้เป็นไปตามนัดหมายใหม่ที่พรรคก้าวไกลนัดในวันที่ 2 กรกฎาคม ต่อจากคณะเจรจาของพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยคุยกันได้ข้อสรุปในช่วงเวลา 09:00 น. และชัดเจนแล้วว่าไม่มีการเลื่อนออกไปอีกแล้ว เมื่อได้ข้อสรุปช่วงบ่ายก็จะประชุมหัวหน้า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ต่อ ฉะนั้นสิ่งที่มีความชัดเจนในประเด็นที่จะพูดคุยกันเป็นการพูดคุยภายใน โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะนำข้อเสนอไปคุยกับคณะเจรจาของพรรคก้าวไกล ซึ่งมีความมั่นใจว่าคณะเจรจาทั้งจะคุยกันสรุปจบได้ดี

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงประเด็นที่มีสื่อนำเสนอสูตรตั้งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยได้ 13 รัฐมนตรี+1ตำแหน่งประธานสภาฯ ส่วนพรรคก้าวไกลได้15+1 ตำแหน่งนายกฯ นั้น ว่า ตัวเองเห็นข่าวแล้วยังรู้สึกงง ว่าไปเอาสูตรนี้มาจากไหน เพราะไม่เคยไปพูดหรือให้ข่าวที่ไหน พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันในจุดเริ่มต้น 14 + 1 ยึดหลัก 14 + 1 คือตำแหน่ง 14 รัฐมนตรี และ 1 ตำแหน่งประธานสภา ซึ่งจะต้องหารือกัน

ไม่มี สูตร 13+1 และ15+1

และที่บอกไปว่า 14 + 1 ตัวเองได้พูดแล้วว่า หากประกาศชัดเจนแล้ว ให้เริ่มต้นยึดหลักการนี้มาประกอบการเจรจา เรื่องอื่นไม่ใช่สูตรที่ตายตัว โดยเฉพาะสูตร 13+1และ15+1 ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน พรรคเพื่อไทยจึงไม่ยืนยันและไม่ทราบทั้งสิ้น ยังย้ำว่าไม่เคยเสนอสูตรนี้ เรายังคงยืนยันข้อเสนอเดิมคือ 14 + 1 แล้วตั้งแต่เสนอไปก็ยังไม่เคยได้รับคำตอบจากพรรคก้าวไกลเลย จึงคิดว่าต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่เคยเจรจาไว้

นพ.ชลน่าน กล่าวเสริมว่า เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ 2 เราเข้าใจตัวเราดี หลักการเจรจาสองพรรคอันดับสองเคารพพรรคอันดับ 1 และของใช้ คำว่า “เป็นข้อเสนอ” เพื่อให้พรรคอันดับ 1 พิจารณา 14 + 1 คือสิ่งที่เราขอให้พรรคก้าวไกลพิจารณา ไม่ใช่กันยื้อแย่งหรือบีบบังคับ และวงเจรจาแต่ละฝ่ายรู้สิทธิของตัวเองดี 

และเข้าใจดีว่า โดยหลักเป็นพรรคอันดับ 1 ควรได้สิทธิ์เป็นประธานสภา พรรคเพื่อไทยก็เข้าใจเรื่องนี้ดีจึงขอว่า “ให้มาเป็นของพรรคอันดับ 2 ได้หรือไม่” เพื่อดุลยภาพในการทำงาน พรรคก้าวไกลเป็นประมุขฝ่ายบริหารแล้ว เพื่อไทยขอเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติบ้าง ทั้งหมดย้ำว่า “เป็นข้อเสนอ ไม่ได้ไปแย่งก้าวไกลมา”

นพ.ชลน่าน และนายภูมิธรรม นพ.ชลน่าน และนายภูมิธรรม

“ยืนยัน ไม่ได้เป็นการหักหลังประชาชนมาแต่ประการใด เค้าจะให้หรือไม่ให้เราก็ต้องการคำตอบเป็นทางการเท่านั้นเอง”

นายภูมิธรรม แจกแจงอีกว่า สูตร 14+1 เสนออยู่บนพื้นฐานคะแนนที่ไล่เรี่ยกัน และพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลก็อยู่บนพื้นฐานอารมณ์ผู้สนับสนุนทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะให้ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมมือและทำงานร่วมกันได้ แต่เรายังไม่ได้รับคำตอบ เวลานี้สิ่งที่ถูกสื่อสารออกมาข้างนอกเป็นคำตอบรายบุคคล หรือ เป็นคำตอบที่ไม่เป็นทางการทั้งสิ้น พรรคเพื่อไทยยังคงอยากได้การพูดคุยที่เป็นทางการ

ส่วนต่อจากนี้พรรคก้าวไกลจะเป็นอย่างไรนั้น นพ.ชลน่าน บอกว่า เราเอาพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะ 25,000,000 เสียง ที่เลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นเสียงข้างมากเด็ดขาด จึงขอใช้สิ่งนี้เป็นตัวตั้ง เป็นหลักในการเจรจา และเป้าหมายสุดท้าย ต้องการรัฐบาลที่มาจากฝ่ายประชาธิปไตย 

“หากทั้ง 2 พรรคยึดเอาหลักนี้เป็นตัวตั้ง มีข้อสรุปออกมาดีอย่างแน่นอน สิทธิ์ของพรรคอันดับ 1 ถ้าเค้ายังยืนยันว่า ขอแล้วไม่ให้ เราเป็นพรรคอันดับ 2 ก็ต้องพิจารณาว่าเมื่อไม่ให้สิทธิ์นั้น เราขอไปแล้วไม่ได้รับ จะทำอย่างไรต่อ แต่ยืนยันว่าหลักการ อยู่บนพื้นฐานของรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยมั่นใจเรื่องนี้”

ส่วนที่เมื่อวานนี้พรรคก้าวไกล ให้นายปฏิพัทธ์ สันติภาดา ขึ้นเป็น บุคคลที่พรรคก้าวไกล วางไว้ว่าจะให้เป็นประธานสภา ออกมาแสดงวิสัยทัศน์การทำงานในตำแหน่งประธานสภา จะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียเปรียบหรือไม่ เพราะยังไม่มีแม้แต่ชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภา นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นดุลยพินิจของประชาชน แต่การพูดคุยกันยังไม่ได้เสนอชื่อบุคคล เพราะเราเคารพการตัดสินใจที่จะปรึกษาหารือกัน พรรคเพื่อไทยจึงถือว่ายังไม่ได้เสนออะไร หากยังไม่ชัดเจนให้เกิดเป็นประเด็น หรือปัญหาที่ทำให้ไม่พอใจกัน 

โดยเฉพาะผู้สนับสนุนของทั้ง 2 พรรค แต่ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคก้าวไกลหากจะเสนอก็เสนอไป พรรคเพื่อไทยเคารพการพูดคุยกัน จึงยังขอไม่เสนอบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภา แค่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเสนอชื่อ เพราะเรามีบุคลากรที่มีความพร้อมในตำแหน่งนี้

พร้อมยังปฏิเสธที่มีบางสื่อเสนอ ว่าพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่มีการเสนอชื่อ แต่โดยการคุยต้องดูความสมดุล และสมเหตุสมผลเพื่อให้กองเชียร์ 2 ฝ่ายเข้าใจ และรู้สึกดี ว่า หัวหน้าพรรคทั้ง 2 ฝ่าย ควรได้ตำแหน่งที่สมดุลกัน เพื่อที่จะทำงาน และประสานงานกันได้ด้วยดี แต่ทั้งหมด ก็ยังไม่ใช่ข้อสรุปต้องเอาไปหารือกันก่อน 

ทั้งนี้ที่สุดแล้วตัวเองบอกไม่ได้ว่า ต้องเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเจรจา และกรรมการบริหารพรรค ที่จะตัดสินใจว่าพรรคเพื่อไทย จะเสนอชื่อใคร เพราะในพรรคเพื่อไทยก็ยังมีคนที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นประธานสภาหลายคน จึงต้องดูว่าใครเหมาะสมทำหน้าที่นี้

นายภูมิธรรม ยังบอกอีกว่า ไม่ทราบว่าการนัดประชุมสภาวันที่ 4 กรกฎาคม จะเลื่อนออกไปก่อนหรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับแจ้งจากทางสภา แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพูด พรรคเพื่อไทย อยู่บนพื้นฐานที่เป็นเจตจำนงของประชาชน เดินหน้าสร้างรัฐบาลฝ่ายประชาชนให้เกิดขึ้นให้ได้

พ้อเพื่อไทยทำอะไรก็ผิด

ขณะที่นพ.ชลน่าน กล่าวเสริมว่า การจะเสนอชื่อ พรรคก้าวไกลมีสิทธิ์ จะเสนอชื่อใครก็ได้โดยชอบ และพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมฯ ก็ให้สิทธิ์พรรคก้าวไกล ในการนำทุกประเด็น ที่จะเจรจาตั้งรัฐบาล และที่สำคัญ เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ2 ค่อนข้างระมัดระวัง อย่างมากที่จะเสนออะไรออกไป แม้แต่ การเสนอขอตำแหน่งประธานสภา 

“ไม่ใช่แค่ทัวร์ แต่ทุกอย่างมาลงที่พรรคเพื่อไทยหมดด้วยความไม่เข้าใจ ดังนั้นการเสนอขอประธานสภาของพรรคเพื่อไทย เป็นการเสนอขอตำแหน่งโดยที่ ยังไม่ได้รับคำตอบ ถ้าไปดันเอาชื่อใครเสนอประกบกับก้าวไกล พรรคเพื่อไทยจะถูกประณามมากกว่านี้ 

จะถูกมองว่าไปแข่งกับพรรคก้าวไกล ซึ่งเรายืนยันว่าไม่ได้แข่งแต่ขอคุยจะอนุญาตหรือไม่ หากไม่ให้ก็เป็นสิทธิ์ของก้าวไกล เพราะเป็นพรรคอันดับ 1 จะทำอะไรก็ได้ พรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาพิจารณาว่า เมื่อเขาไม่ให้ เราจะพิจารณาการทำงานร่วมกันอย่างไรต่อ”

เพื่อไทย-ก้าวไกล ไม่แยกจากกัน

ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่อาจแยกออกจากก้าวไกลได้ เพราะเราถูกมัดรวม ด้วยอาณัติของประชาชน แม้เราอยากออกไปก็ออกไปไม่ได้” ขอเน้นคำนี้ “ อยากออกก็ออกไม่ได้ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยมีสิทธิ์ แต่มันไม่ชอบธรรม เพราะประชาชน 25,000,000 เสียง มัดเพื่อไทยกับก้าวไกลรวมกันแล้ว เปรียบเหมือนพ่อแม่จับลูกคลุมถุงชนแต่งงาน”

นพ.ชลน่าน ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อพรรคก้าวไกลไม่ให้ เราก็ไม่ควรจะรับเอาไว้ และวันที่โหวตเลือกประธานสภาก็ควรมีเพียงชื่อเดียว ไม่มีการปล่อยให้ฟรีโหวต พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้เกิดขึ้น และปฏิเสธว่ายังไม่ได้รับแจ้งจากเลขาประธานสภา ว่าจะเลื่อนการเปิดประชุมสภาในวันที่ 4 กรกฎาคมออกไป หากจะเลื่อนออกไปกว่านี้ก็เป็นหน้าที่ของสภาฯ

‘เพื่อไทย’ พ้อ ‘พรรคอันดับ2’ ทำอะไรก็ผิด ย้ำปม ‘ประธานสภา’ จบ 2 ก.ค.

ส่วนที่ส่วนที่มีรายงานข่าว การประชุมวันที่ 4 กรกฎาคมต้องเลื่อนออกไปนั้น ด้วยเหตุผลพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลยังตกลงตำแหน่งประธานสภากันไม่ได้นั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “สภามายุ่งอะไร”และย้ำว่า ทุกอย่างต้องจบในวันที่ 2 กรกฎาคม “ไม่มีถ้า!” เพราะจะโหวตกันวันที่ 4 กรกฎาคมนี้แล้ว ต้องทำให้จบทั้ง 2 ฝ่าย จะจบเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้

‘ประยุทธ์’ ลั่นทำหน้าที่รักษาการนายกฯ จนครม.ชุดใหม่ ถวายสัตย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552364

29 มิ.ย. 2566

'ประยุทธ์'   ลั่นทำหน้าที่รักษาการนายกฯ จนครม.ชุดใหม่ ถวายสัตย์

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แจงการทำหน้าที่รักษาการนายกฯ จะไปสิ้นสุดก็ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ย้ำทุกอย่างมีกรอบระยะเวลา ระบุการตั้งรัฐบาลล่าช้า ยิ่งเป็นการสูญเสียโอกาส

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม    เปิดเผยว่า  การจัดตั้งรัฐบาล  ยังประเมินไม่ได้ว่าจะช้าหรือเร็ว เนื่องจากเป็นกระบวนการทางการเมือง  อย่างไรก็ตามในแง่ของการทำหน้าที่ในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี   จะต่อเนื่องไปคือวันจันทร์ที่ 3 ก.ค.  ที่จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร และจากนั้นจะเป็นการหารือร่วมกันในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายในกรอบกฎหมายที่มีอยู่แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังวันที่ 3 กรกฎาคม นายกรัฐมนตรี จะไม่เข้ามาปฏิบัติงานอย่างทำเนียบรัฐบาลใช่หรือไม่   พล.อ.  ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมพูดไปหลายครั้งแล้ว รักษาการต้องทำงานถึงเมื่อใด  คือถึงวันที่คณะรัฐมนตรีใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ มีกำหนดอยู่แล้ว แต่ถ้าเลื่อนไปเรื่อย ๆ  ก็ยังเป็นรักษาการอยู่เข้าใจไหม ในระหว่างนี้ มันเรียบร้อยถ้ามันเรียบร้อย ผมก็ไปตามนู้น มันมีกำหนดอยู่แล้ว จะอยู่จะไปเมื่อไหร่ จะคิดเอาเองได้ไงเล่า แล้วใครจะรักษาการ  แล้วใครจะรับผิดชอบ   ”  

พล.อ.ประยุทธ์ กล่างว่า    ขอทุกพรรคช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ เรียบร้อยและปลอดภัย ยึดมั่นใน สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะคือประเทศไทย มีหลายอย่างที่แตกต่างจากต่างประเทศ  “ผมไม่อยากให้เกิดปัญหา ไม่อยากให้ล่าช้าจนนานเกินไป แล้วมีผลเสีย เรากำลังมีโอกาส ก็อย่าไปทำให้เกิดวิกฤต เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ขอให้ปรึกษาหารือกันให้ดี ให้ได้รัฐบาลที่ดี”  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

‘พิธา’ เดินสายพิษณุโลก ขอบคุณปชช. เลือก สส. ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552357

29 มิ.ย. 2566

'พิธา' เดินสายพิษณุโลก ขอบคุณปชช. เลือก สส. ก้าวไกล

สื่อสังคมออนไลน์ “ก้าวไกลพิษณุโลก” ออกโปรแกรม “พิธา” มีกำหนดการเดินทางไปที่จังหวัดพิษณุโลก วันพรุ่งนี้ ขอบคุณประชาชนที่เลือกสส.พรรค ได้มา 2 จาก 5 ที่นั่ง โดยหนึ่งในสองสส. ที่ได้มาคือ ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก เขต 1 ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ชิงตำแหน่งประธานสภา

เพจก้าวไกลพิษณุโลก มีการเผยแพร่กำหนดการของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคตดิเดตนายกรัฐมนตรี   ซึ่งเตรียมจะเดินทางไปขอบคุณประชาชนในวันพรุ่งนี้    (ศุกร์ที่ 30 มิ.ย.)  โดยภารกิจสำคัญคือ เวลา   17.00-18.00 น.  นายพิธา จะกล่าวปราศรัยขอบคุณประชาชน  ที่ลานสาธารณะ   สวนชมน่าน  อ.เมือง จ.พิษณุโลก  สำหรับจังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งทั้งหมด 2 เขต จาก 5 เขต   ในจำนวน สส. ที่ได้รับเลือกคือ  นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก เขต 1 และกรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคเหนือ ซึ่งเป็นบุคคลที่พรรคส่งลงชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฏร 

 สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ของนายพิธา ถูกกำหนดขึ้นแบบกระทันหัน ในช่วงการเสนอนายปฎิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก 2 สมัย  เป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานสภา ในนามพรรค  ก้าวไกล  ทั้งนี้นายปดิพัทธ์  ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดด้วยคะแนนทิ้งห่างจากลำดับที่สองกว่า 20,000 คะแนน จึงคาดว่าเป็นความพยายามแสดงออกถึงพลังทางการเมือง ระหว่างการหารือเรื่องเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฏร  ยังไม่ลงตัว

 นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ 1 ก.ค.นายพิธา มีกำหนดการลงพื้นที่ต่อไปยัง จ.ขอนแก่น ซึ่งมีรายงานว่า จะขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน ร่วมกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ด้วย หากการเจรจาเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฏรสามารถจบได้อย่างลงตัว หรืออาจมีการยกเลิกกำหนดการที่ จ.ขอนแก่น หากตกลงเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฏรไม่ได้

'พิธา' เดินสายพิษณุโลก ขอบคุณปชช. เลือก สส. ก้าวไกล

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคตดิเดตนายกรัฐมนตรี  เตรียมจะเดินทางไปขอบคุณประชาชนในวันพรุ่งนี้    (ศุกร์ที่ 30 มิ.ย.)  ที่จ.พิษณุโลก 

.

ขอขอบคุณภาพ จากพรรคก้าวไกล 

‘สส.ร้อยเอ็ด’ แนะเพื่อไทย ยกแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็น ‘วาระแห่งชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552349

29 มิ.ย. 2566

‘สส.ร้อยเอ็ด’ แนะเพื่อไทย ยกแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็น ‘วาระแห่งชาติ’

‘สส.ร้อยเอ็ด’ แนะพรรคเพื่อไทย ยกปัญหาระดับแก้ปัญหาภัยแล้งเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ มั่นใจ โครงการธนาคารน้ำใต้ดินยุค ‘ยิ่งลักษณ์’ ตอบโจทย์เกษตรกร เชื่อแก้ปัญหาน้ำได้ทั้งระบบ ฉะ 8 ปี ‘ประยุทธ์’ ใช้เงินกว่า 600,000 ล้าน แต่ไร้ประสิทธิภาพ

ภัยแล้งปัญหาซ้ำซากในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียง(ภาคอีสาน) และภาคเหนือตอนบน แต่ปัญหาดังกล่าวยังคงอยู่แม้มีความพยายามมาหลายรัฐบาล ล่าสุดมีความเคลื่อนไหว จากสส.ร้อยเอ็ด ซึ่งจ.ร้อยเอ็ดจัดได้ว่าเป็นพื้นที่เกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งมาทุกๆ ปี

นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน ได้รับข้อร้องเรียนจากเกษตรกรว่าเดือดร้อนมาก หลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทั้งนี้เพราะไม่มีน้ำทำการเกษตร ในขณะที่ลำน้ำชีแห้งขอด เกษตรกรไม่สามารถผันน้ำมาใช้ในการเกษตรได้

“ดังนั้น อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น พร้อมจัดหาน้ำตามธรรมชาติเพื่อใช้ในการเเกษตร บรรเทาทุกข์เกษตรกรโดยเร็ว”

ในขณะเดียวกันเกษตรกรหวังพรรคเพื่อไทยเดินหน้าในการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างจริงใจ พร้อมสนับสนุนนโยบายธนาคารน้ำใต้ดิน ทั้งนี้ในแต่ละปีไทยมีปริมาณฝนตกลงมามาก แต่ไม่สามารถกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ประโยชน์ได้ 

นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยนายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

ดังนั้นโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน จะเป็นส่วนสำคัญการนำน้ำฝน ที่ตกลงมากักเก็บไว้ใต้ดิน ทั้งนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกมาในแต่ละปีให้เกษตรกร นำมาใช้ ประโยชน์ได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรอย่ามหาศาล

นายฉลาด กล่าวด้วยว่า โครงการบริหารจัดการน้ำสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นโครงการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ สามารถแก้ ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นพรรคเพื่อไทย ควรนำ โครงการดังกล่าวมาศึกษาใหม่ ปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เชื่อว่าหากโครงการนี้สำเร็จจะช่วยแก้ปัญกาภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“พรรคเพื่อไทยกำหนดแก้ปัญหาภัยแล้งเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมจัด ทำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างมีระบบ แก้ปัญหาภัยแล้ง และแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าโครงการดังกล่าวใช้ งบประมาณไม่มากแต่ได้ประโยชน์มหาศาล 

หากเทียบกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรี 8 ปี ใช้งบประมาณแก้ปัญหาภัยแล้งกว่า 600,000 ล้านบาทแต่ไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นควรนำโครงการบริหารจัดการน้ำ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาปรับปรุงใช้ ทั้งนี้เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับเกษตรกรทั้งประเทศอย่างแน่นอน” นายฉลาด กล่าว

แกนนำ ‘ก้าวไกล’ ย่องเข้าพรรค ปิดเงียบปม ‘ประธานสภาฯ’ จับตาแถลง 2 ก.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552346

29 มิ.ย. 2566

แกนนำ 'ก้าวไกล' ย่องเข้าพรรค ปิดเงียบปม 'ประธานสภาฯ' จับตาแถลง 2 ก.ค.นี้

แกนนำ ‘ก้าวไกล’ ย่องเข้าพรรค ปิดปากเงียบปม ‘ประธานสภาฯ’ คาดการณ์หากดีลสำเร็จ เตรียมแถลง 2 ก.ค. ขณะที่พรุ่งนี้ ‘พิธา’ เยือนถิ่น ‘หมออ๋อง’ ขอบคุณชาวพิษณุโลก

บรรยากาศพรรคก้าวไกลเงียบเหงา ท่ามกลางกระแสชิงเก้าอี้ “ประธานสภาฯ” มีเพียงรถของ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เข้ามาที่พรรค แต่นายชัยธวัชไม่ได้เดินทางมาด้วย 

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เข้ามาที่ทำการพรรค บอกเพียงสั้นๆ “เข้ามาทำงาน” 

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุลน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

ซึ่งแกนนำและสส.บางท่าน ได้เดินหลบเข้าไปทางด้านหลังของตึก จึงเป็นที่น่าจับตาว่า จะมีการประชุมลับหรือไม่ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากวันนี้พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยหารือเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ จนได้ข้อยุติ คาดจะมีการแถลงข่าว ก่อนประชุมแกนนำ 8 พรรคร่วมรัฐบาลในเช้าวันที่ 2 ก.ค. หลังจากเลื่อนประชุมเมื่อวานนี้ จึงทำให้เหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์ ก่อนที่จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 3 ก.ค. และโหวตเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 4 ก.ค. ตามลำดับ

ซึ่งตลอดช่วงเช้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวติดต่อนายชัยธวัช หัวหน้าทีมเจรจา แต่ไร้การเคลื่อนไหว รวมถึง สส.ภายในพรรคเช่นกัน 

อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (30 ก.ค.) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก้าวไกล และแกนนำพรรคมีกำหนดการแห่ขอบคุณชาวพิษณุโลก สำหรับชัยชนะเลือกตั้ง 2 เขต คือ เขต 1 และเขต 5  จากทั้งหมด 5 เขต โดยเขต 1 เป็นของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา แคนดิเดตประธานสภาฯของพรรคก้าวไกลด้วย 

กำหนดการลงพื้นที่จ.พิษณุโลกกำหนดการลงพื้นที่จ.พิษณุโลก

แรงทะลุเวลา จาก ‘ฟ้ารักพ่อ’ ยุคธนาธร สู่ ‘ด้อมส้ม’ ของพิธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552343

29 มิ.ย. 2566

แรงทะลุเวลา จาก 'ฟ้ารักพ่อ' ยุคธนาธร สู่ 'ด้อมส้ม' ของพิธา

พลังคนรุ่นใหม่ พลิกโฉมการเมือง จาก ‘ฟ้ารักพ่อ’ ยุคธนาธร สู่ ‘ด้อมส้ม’ ของพิธา ว่ากันว่าเปรียบดั่งผนังทองแดงกำแพงเหล็ก

ด้อมส้ม วลีฮิตทางการเมืองนับตั้งแต่การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2566  มีรากศัพท์มาจาก Fanclub และ Kingdom  หมายถึง แฟนคลับของพรรคก้าวไกล ที่มีสัญลักษณ์ สามเหลี่ยมสีส้ม

ย้อนกลับไปปี 2561  การประกาศเข้าสู่เวทีการเมืองไทยในนามของพรรคอนาคตใหม่ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจหนุ่ม อดีตรองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ได้รับการตอบรับอย่างดี เพราะนอกจากความสามารถด้านธุรกิจที่มีผลงานจับต้องได้แล้ว ยังมีแนวคิดทางการเมืองที่ทันสมัย ก้าวหน้า และยังหน้าตาดีเข้ากับยุคสมัย

ก่อนหน้านั้น มีละครเรื่อง ดอกส้มสีทองมีเนื้อหา กลายเป็นกระแสที่คนพูดถึงอย่างมาก เนื่องจากตัวละครหลักหญิงชื่อ ฟ้า หรือ เรยา ที่มีบุคลิกแตกต่างจากตัวละครหลักทั่วไปในยุคนั้น มีบุคลิกฝีปากกล้า เปิดกว้างต่อเรื่องเพศ มีความทะเยอทะยานสูง รับบทโดย ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ถูกดันจากหน่วยงานด้านวัฒนธรรมหลายราย จนต้องยอมปรับเรตติ้งให้ผู้ชมที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครอง

ฟ้ารักพ่อ เป็นประโยคที่แสดงความพึงพอใจต่อชายที่มีอายุมาก ที่หน้าตาดีหรือฐานะดี  หรือทั้ง 2 อย่าง ได้รับความนิยมในหมู่คนหลากหลายทางเพศ ใช้เพิ่มอรรถรสในการแสดงความเห็นในโลกออนไลน์ คำนี้ถูกใช้มาเรื่อยๆ จนถึงยุคโซเชียล ก็มีการแชร์รูปภาพผู้ชายวัยกลางคนหน้าตาดี  จากฟ้ารักพ่อในละคร  กลายเป็นวลีฮิต ฟ้ารักพ่อ  เมื่อธนาธรเดินสายหาเสียงเลือกตั้ง

หลังจากการเลือกตั้งปี 2562 ศาลรัฐธรรมนูญสั่งปิดฉากพรรคอนาคตใหม่ ที่มีอายุการเมือง 1 ปี 4 เดือน18 วัน และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี ธนาธร นำกลุ่มผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ออกไปตั้งกลุ่มก้าวหน้า ขับเคลื่อนการเมืองนอกสภา และ ผลักดันแนวคิดการเมืองในรูปแบบของพรรคอนาคตใหม่ในหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่  และหันไปเล่นการเมืองในระดับท้องถิ่น  แจ้งเกิดในเวที อบจ.ได้ ในบางพื้นที่

ปัจจุบันนี้กลุ่มก้าวหน้า กำลังขยายเครือข่ายสู่เวทีอบต. ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในอีกปีกว่าๆ ส่วน สส.พรรคอนาคตใหม่ ในขณะนั้น ก็ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล โดยธนาธรเลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  เป็นทายาททางการเมือง

การเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้เสียงสนับสนุน กว่า 6 ล้าน 2แสนคะแนน ได้ สส. แบบจัดสรรปันส่วนผสมราวครึ่งร้อย ผ่านมาสี่ปี คะแนนในส่วนนี้ เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เพราะพรรคก้าวไกล กวาดคะแนน สส.บัญชีรายชื่อตามการเลือกตั้งแบบใหม่ไปถึง 14 ล้านคะแนน แม้คำนวณแล้วจะได้สส.บัญชีรายชื่อน้อยกว่า แต่รวมทั้งสองระบบแล้วก็มากกว่า พรรคที่ถูกยุบไป เท่าตัว  

ฟ้ารักพ่อจากอนาคตใหม่ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  จึงกลายมาเป็น ด้อมส้ม ผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้พรรคก้าวไกลของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในขณะนี้

พิธา เซลฟี่ กับแฟนคลับที่่่สมุทรสาครพิธา เซลฟี่ กับแฟนคลับที่่่สมุทรสาคร