
Life&Health : ช่วงอากาศร้อนจัด เสี่ยง โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก
วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.59 น.
ช่วงหน้าร้อนนี้มีอุณหภูมิสูงหรือสภาพอากาศร้อนจัดโดยเฉพาะในภูมิอากาศเขตร้อนอย่างประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ปีนี้ประเทศไทยเผชิญคลื่นความร้อน อุณหภูมิสูงกว่า 42°C โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ภาวะเจ็บป่วยจากความร้อนสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย หนึ่งในภาวะที่มีความรุนแรงที่สุดคือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โรคลมแดด ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที
ข้อมูลจาก นพ. วีระพล บ่อหิรัญรัตน์ อายุรแพทย์เวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ อุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และอาจส่งผลกระทบต่อระบบสำคัญของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบไหลเวียนโลหิต และอวัยวะสำคัญหลายระบบ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
.png)
ฮีทสโตรก (Heatstroke) เป็นภาวะที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนสะสมมากเกินไป จนระบบควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายล้มเหลว ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว
ภาวะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น การอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน, การทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายหนักในสภาพอากาศร้อน, สภาพอากาศที่มีทั้งอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง, ภาวะขาดน้ำ
เมื่ออุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนผ่านเหงื่อหรือการไหลเวียนเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
.jpg)
อาการของฮีทสโตรกที่ควรสังเกต
อาการของฮีทสโตรกมักเริ่มจากอาการของความเครียดจากความร้อน ก่อน และอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการที่พบได้ ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ, ไม่มีเหงื่อออกแม้อยู่ในสภาพอากาศร้อน, กระหายน้ำอย่างมาก, ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ, หน้ามืด หรือรู้สึกอ่อนแรงผิดปกติ, คลื่นไส้ อาเจียน, หัวใจเต้นเร็ว, หายใจเร็วหรือหอบ, ผิวหนังแดงหรือร้อน, กระสับกระส่าย สับสน หรือซึมลง, ในบางกรณี หากภาวะรุนแรงขึ้น อาจเกิดอาการชัก หมดสติ หรือ ภาวะหัวใจหยุดเต้น
เนื่องจากฮีทสโตรกสามารถดำเนินโรคได้อย่างรวดเร็ว การรับรู้สัญญาณเตือนและได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
.png)
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสงสัยภาวะฮีทสโตรก
หากพบผู้ที่มีอาการสงสัยภาวะฮีทสโตรก ควรดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมทั้งรีบนำส่งโรงพยาบาล โดยมีแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่
1. เคลื่อนย้ายผู้มีอาการไปยังบริเวณที่ร่มหรือมีอากาศถ่ายเท
2. ให้ผู้ป่วยนอนราบ และยกขาเล็กน้อยเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด
3. คลายเสื้อผ้าให้หลวมเพื่อลดการกักเก็บความร้อน
4. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ และศีรษะ
5. ใช้พัดลมหรืออุปกรณ์ช่วยระบายความร้อน
6. หากผู้ป่วยรู้สึกตัวดี อาจให้จิบน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
หลังจากการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควร รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและให้การดูแลตามความเหมาะสม
.png)
กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรก
แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่ ผู้สูงอายุ, เด็กเล็ก, นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง, ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือในสภาพแวดล้อมที่ร้อน, ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ, ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน
ในทางคลินิก แพทย์มักพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ร่วมกับอาการทางร่างกายและสภาพแวดล้อม เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะที่เกิดขึ้น
แนวทางการป้องกันฮีทสโตรกในชีวิตประจำวัน
แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกจะเป็นภาวะที่มีความรุนแรง แต่ในหลายกรณีสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้แก่
– หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนจัด ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีอุณหภูมิสูง หากจำเป็นต้องทำกิจกรรม ควรเลือกช่วงเวลาเช้าตรู่หรือช่วงเย็น
– ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานใช้แรงหรือออกกำลังกาย อาจต้องเพิ่มปริมาณน้ำตามความเหมาะสมของกิจกรรม
– หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ หรือเครื่องดื่มกระตุ้น อาจเพิ่มการขับปัสสาวะและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
– เลือกสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าเบาบาง ระบายอากาศได้ดี และไม่รัดแน่น สามารถช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น
– ป้องกันร่างกายจากแสงแดด การสวมหมวก แว่นกันแดด หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด สามารถช่วยลดการรับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง
สงกรานต์ปีนี้อากาศร้อนจัด เสี่ยงโรคลมแดดสูง ควรดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงแดดช่วงกลางวัน และสังเกตอาการเตือน หากพบผู้ป่วยต้องรีบปฐมพยาบาลและโทร 1669 ทันทีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งโทร 1669 เป็นสายด่วนที่ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตินอกสถานพยาบาล สงกรานต์นี้ขอให้ทุกคนขับขี่อย่างระมัดระวัง เมา-ไม่ขับ ง่วง-ไม่ขับ เดินทางปลอดภัยกันทุกคน
ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ