
หนูย้ำไม่มีMOU44แล้ว ไทย-เขมรยึดกฎเดียวกัน
วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
หนูย้ำไม่มีMOU44แล้ว ไทย-เขมรยึดกฎเดียวกัน
นายกฯ ย้ำตอนนี้ไทยไม่มี MOU44 แล้ว จากนี้ไทย-เขมรอยู่ใต้กฎเดียวกัน ยังมีเวลาถกกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ โดยกต.รับผิดชอบอยู่
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กประกาศดำเนินตามกลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อหาข้อยุติเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-เขมร ถือเป็นทิศทางที่ดีหรือไม่ว่า อย่างน้อย 2 ประเทศก็จะไปอยู่บนพื้นฐานกฎเกณฑ์ เดียวกัน สมัยก่อนเหมือนใช้กันคนละกฎเกณฑ์ ตอนนี้ไทยไม่ได้มี MOU44 แล้ว หลังจากนี้จะคุยอะไรกัน ต้องมากำหนดกฎเกณฑ์กันใหม่ ซึ่งยังมีเวลาต้องมาหารือกัน กระทรวงการต่างประเทศ รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่
ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ขแมร์ไทม์ส รายงานความคืบหน้าหลังวันที่ 5 พฤษภาคม คณะรัฐมนตรีไทยมีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่า ด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU44 โดยขแมร์ไทม์สรายงานว่า กัมพูชาจะดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS หลังไทยละเมิดข้อตกลงทวิภาคีปี 2544 ฝ่ายเดียว ในการหาทางออกให้กับข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกันในอ่าวไทย
ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา กล่าวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มีบทบาทสำคัญในฐานะกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันมานานกว่า 25 ปี เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกัน ซึ่งการมีผลบังคับใช้ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือและความปรารถนาดีต่อกัน จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไทยตัดสินใจถอนตัวออกจาก MOU เพียงฝ่ายเดียว และเขมรให้ความสำคัญกับกลไกแบบทวิภาคี ตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มาตลอดในการแก้ปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกัน การถอนตัวแต่เพียงฝ่ายเดียวของไทย เท่ากับเป็นการปฏิเสธข้อตกลงทวิภาคีเพียงฉบับเดียว ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียวที่ทั้งสองฝ่ายยึดถือมานานกว่า 2 ทศวรรษ
“ไทยทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องหันไปพึ่ง UNCLOS โดยเฉพาะกลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ทับซ้อนกัน”นายกฯเขมรกล่าว
ด้าน พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือเปิดเผยว่า ภายหลังการเพิ่มความเข้มงวดมาตรการควบคุมพื้นที่และการปิดจุดผ่านแดนบางพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.)โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้จัดกำลังลาดตระเวน ซุ่มเฝ้าตรวจ และสกัดกั้นการลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ ร้อย.ทพ.นย.521 บ้านแหลม ตรวจพบกระสอบต้องสงสัย 7 ใบ ริมคลองด่าน พื้นที่ ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ภายในบรรจุตาชั่ง 10 เครื่อง เครื่องสำอาง 183 ชิ้น เสื้อผ้า 106 ชุด และสมุนไพร 13 ถุง จึงทำการตรวจยึดและประสานเจ้าหน้าที่ศุลกากรดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ ร้อย.ทพ.นย.525 บ้านสวนส้ม ตรวจพบชายต้องสงสัยลอบขนสัมภาระตามแนวชายป่าในต.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี โดยผู้ต้องสงสัยหนีไปได้ ตรวจสอบพบเป็นบุหรี่ต่างประเทศ 100 คอตตอน หรือ 1,000 ซอง จึงตรวจยึดส่งมอบให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตดำเนินการตามกฎหมายต่อไป