
‘ทักษิณ’ใส่กำไลEMกลับบ้าน ลั่นจำศีลมา8เดือน บอกสื่อเป็น‘อัลไซเมอร์’
วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘ทักษิณ’ใส่กำไลEMกลับบ้าน ลั่นจำศีลมา8เดือน บอกสื่อเป็น‘อัลไซเมอร์’ กรมประพฤติฯคุม11ข้อ อนุทินมีโอกาสจะไปหา สื่อนอกชี้หมดยุคชินวัตร
สื่อนอกวิเคราะห์หมดยุคเฟื่องฟูของ “เทวดาแม้ว” แล้ว หลังออกจากคุกแล้วติดกำไล EM กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ครอบครัวเหล่าสาวก “เพื่อไทย-เสื้อแดง” ต้อนรับอบอุ่น เจ้าตัวบอกสื่อจำศีล 8 เดือนเป็น “อัลไซเมอร์” จำอะไรไม่ได้ ขณะที่กรมประพฤติวางกฎ 11 ข้อ ให้ประกอบอาชีพสุจริต ห้ามยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ทำตัวเสื่อมเสีย เลิกคบกับพวกที่อาจไปสู่การกระทำผิดอีก ทั้งต้องรายงานตัวทุกเดือน “อนุทิน” แนะควรปล่อยให้มีเวลาเป็นส่วนตัว
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทยอดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดพักโทษและจะได้รับการปล่อยตัวในเดียวกัน ว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาปักหลักอยู่บริเวณทางเท้าตลอดแนวรั้วหน้าเรือนจำเพื่อให้กำลังใจนายทักษิณตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคน
จากนั้น เวลา 07.30 น. ครอบครัวชินวัตร ประกอบด้วยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ นางเยาวเรศ ชินวัตร นายพายัพ ชินวัตร น้องชายนายทักษิณ นายศุภเสกข์ อมรฉัตร น้องไปป์ บุตรชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯเดินทางมาถึง
‘เทวดาแม้ว’พ้นคุก04.40น.
ต่อมาเวลา 07.40 น.นายทักษิณได้เดินก้าวเท้าออกประตูเหล็กของเรือนจำกลางคลองเปรมโดยสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวและได้มาโผสวมกอดลูกสาว หลานและน้องสาวที่มารอต้อนรับ โดยได้สวมกอด น.สแพทองธาร เป็นคนแรก
จากนั้น นายทักษิณได้เดินทักทายบรรดาแกนนำและสส. พรรคเพื่อไทย รวมถึงมวลชนคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับพร้อมมอบดอกกุหลาบสีแดงให้กำลังใจเป็นไปอย่างคึกคัก พร้อมมีเสียงตะโกน“เรารักทักษิณ”ก่อนที่นายทักษิณจะเดินไปเคารพธงชาติที่เสาธงบริเวณสนามหญ้าหน้าเรือนจำและทักทายมวลชนคนเสื้อแดง ก่อนจะเดินไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัวที่จอดรอรับอยู่ด้านหน้าเดินทางออกจากเรือนจำโดยยังไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆอย่างเป็นทางการแต่ส่งยิ้มและโบกมือให้กับช่างภาพสื่อมวลชนที่ระดมกดชัตเตอร์กันอย่างคึกคัก
รายงานตัวกรมประพฤติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังออกจากเรือนจำ นายทักษิณได้ขึ้นรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อ Mercedes-Maybach S 580 eทูโทน ทะเบียน พท 4444 กรุงเทพมหานคร ตรงไปยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ถนนวังหลัง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เพื่อรับทราบเงื่อนไขการพักโทษคุมประพฤติระยะเวลา 4 เดือน นับจากวันที่ 11 พ.ค. 69-9 ก.ย. 69
นายเผด็จ หริ่งรอด ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ยืนยันว่าได้ติดกำไล EM ที่ข้อเท้าข้างซ้ายให้แก่นายทักษิณ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เผยว่านายทักษิณ มีโปรแกรมไปรายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรกในวันที่ 25 พ.ค. 69
‘ทักษิณ’ยิ้มร่าโบกมือให้สื่อ
โดยทันทีที่นายทักษิณ เดินทางมาถึง น.ส.แพทองธาร บุตรสาว ได้ประคองนายทักษิณขึ้นไปบนสำนักงานฯ ชั้น 2 โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ในการดำเนินการเรื่องเอกสาร ทั้งนี้ ภายหลังจากดำเนินเรื่องเอกสารเสร็จสิ้นแล้ว นายทักษิณได้เดินลงมาจากอาคาร ก่อนยิ้มและโบกมือทักทายผู้สื่อข่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวได้มีการสอบถามว่า จำกันได้หรือไม่ เพราะตอนที่นายทักษิณเข้าเรือนจำครั้งแรก ผู้สื่อข่าวได้วิ่งตามรถเพื่อเข้าส่งถึงหน้าประตูเรือนจำกลางคลองเปรม ปรากฏว่า นายทักษิณได้ตอบกลับว่า “จำอะไรไม่ได้แล้วเนี่ย เป็นอัลไซเมอร์แล้ว” หลังจากนั้นนายทักษิณ และ น.ส.แพทองธาร จึงได้ขึ้นรถก่อนเดินทางไปบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นสถานที่ใช้สำหรับพักโทษคุมประพฤติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายทักษิณ เดินทางมาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมารอรับที่หน้าบ้าน โดยทันทีที่รถนายทักษิณ มาถึงได้หยุดรถ และลดกระจกลง โดยนายทักษิณได้ยื่นตัวออกมาจากรถ พร้อมยกมือไหว้มวลชนคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ และโบกมือทักทายมวลชน
ทั้งนี้นายทักษิณได้เปลี่ยนเสื้อตัวใหม่เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางสีขาว-น้ำเงิน โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนั่งด้านข้าง
จำศีล8เดือนจำอะไรไม่ได้
ผู้สื่อข่าวตะโกนถามว่า ดีใจหรือไม่ที่ได้กลับบ้าน นายทักษิณ กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ไปจำศีลมา 8 เดือน ขณะที่สื่อต่างชาติถามว่า รู้สึกอย่างไรบ้างมหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว นายทักษิณ ได้ยกมือสองข้างขึ้นเหนือศรีษะพร้อมกล่าวว่า Relief (โล่งใจ ผ่อนคลาย)
เมื่อถามว่า 8 เดือน ได้เรียนรู้อะไรจากข้างในบ้าง นายทักษิณ กล่าวว่า ไปจำศีลมา ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง แข็งแรงดีไหม นายทักษิณ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว เพียงแต่ยิ้มและยกมือไหว้ ก่อนรถจะเคลื่อนตัวเข้าไปในบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาคนในครอบครัวชินวัตร อาทิ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นายพานทองแท้ ชินวัตร รวมถึงบรรดาหลานๆ ญาติพี่น้อง ได้มารอต้อนรับนายทักษิณ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมกันนี้ยังมีบรรดาน้องๆ ของนายทักษิณ เข้ามารวมตัวกันในวันนี้ด้วย
มีรายงานว่า ในวันที่ 12 พ.ค. ครอบครัวจะพานายทักษิณ เดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระราม 9 เพื่อเป็นการเช็คอัพร่างกายทั้งหมด หลังจากถูกควบคุมตัวนาน 8 เดือน
‘แพทองธาร’โพสต์ภาพหมู่
เวลา 10:10 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพบนแอพลิเคชั่นอินสตาแกรม ร่วมกับนายทักษิณ และนายพานทองแท้ , นางสาวพินทองทา , นายปิฎก สุขสวัสดิ์, น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ, นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ พร้อมข้อความระบุว่า
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วันนี้ คือ เรามีกันและกัน ขอบคุณพ่อที่ไม่เคยทำให้พวกเราลำบากใจเลย แม้ตัวเองจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากที่สุด พ่อบอกว่า ถ้าพ่อ แย่ ลูกๆ ยิ่งแย่กันไปใหญ่ ขอบคุณพี่ๆ เขยสะใภ้ ที่ยืนเคียงข้างกันอย่างหนักแน่น แม้ในรูปนี้ ไม่มีคุณแม่ แต่ลูกขอกราบขอบพระคุณแม่ ที่วันนี้ อายุ 70กว่าแล้ว ก็ยังยืนเป็นเสาหลักให้ได้พิง เป็นอ้อมกอดอุ่น ๆ ให้ลูก ๆ ได้อยู่รอดอย่างอุ่นใจ
สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อน ๆ และ พี่น้อง พรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนที่อยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากที่สุดมาเสมอ มันมีความหมายกับพวกเรามากจริง ๆ ค่ะ รักจากใจค่ะ #daddyshome”
ทั้งนี้ ภาพดังกล่าว เป็นภาพที่ถ่ายหมู่ร่วมกันที่บ้านจันทร์ส่องหล้า หลังจากที่นายทักษิณได้รับการพักโทษ และเดินทางกลับมาถึงบ้านพัก
หนูแนะอย่ารบกวนแม้ว
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ จะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร ว่า ตนเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ขอยินดีกับนายทักษิณ และครอบครัวด้วย วันนี้เราได้เห็นภาพนายทักษิณเดินทางกลับบ้าน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เราต้องปล่อยให้นายทักษิณ ได้มีความเป็นส่วนตัว หลังจากนี้ยังมีเรื่องทางกระบวนการกฎหมายที่นายทักษิณยังต้องไปดําเนินการ ท่านต้องมีการปรับตัว และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของท่าน ให้ท่านมีช่องว่างความเป็นส่วนตัว ตนดีใจที่ท่านได้ออกมา และบรรยากาศการเมืองหลังจากนี้ ก็มองทุกอย่างเป็นบวก ถ้าเราตั้งใจทํางานด้วยความสุจริตใจว่าสิ่งที่ทําทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ไม่มีอะไรต้องกังวล ถ้าทําคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน ต่อให้ผิดก็ยอมรับผิด เพราะอย่างไรก็ถือเป็นความภาคภูมิใจ ถ้าคนหลายสิบล้านได้ประโยชน์แล้วเรามีความผิดก็ยอม
เมื่อถามว่าในฐานะที่นายทักษิณเป็นผู้บังคับบัญชาเก่า หลังจากนี้จะมีโอกาสไปพบเป็นการส่วนตัวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ มีอยู่แล้ว พอทุกอย่างผ่านไป กรุงเทพฯ มีอยู่แค่นี้ การพบปะใคร โดยเฉพาะคนที่รู้จักกันมา เคารพนับถือกันมา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
กรมประพฤติวางกฎ11ข้อ
ขณะที่กรมคุมประพฤติดำเนินการ กรณีกรมราชทัณฑ์แจ้งมติคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา วินิจจัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ให้ปลอยตัวพักการลงโทษนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร นับตั้งแต่ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะพ้นโทษและพ้นจากการพักการลงโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับเรือนจำที่ปล่อยพักการลงโทษดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในทันทันที หลังจากนั้นให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุนคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่นที่ที่ผู้อุปการะพักอาศัย ภายในระยะเวลา 3 วัน
ในระหว่างการพักการลงโทษมีเงื่อนไขที่กำหนด ในหนังสือสำคัญพักการลงโทษ จนกว่าจะพ้นการพักการลงโทษ ดังนี้ 1. พักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนด หากจะย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงผู้อุปการะต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุมัติก่อน 2. ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับนั้น ไม่ว่าโทษสถานใด ให้ผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือผู้อุปการะแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
3. ให้ประกอบอาชีพที่สุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบภายในกำหนดระยะเวลาการรายงานตัวครั้งต่อไป4. ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ และตักเตือนของพนักงางานคุมประพฤติ และเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ เดือนละ1ครั้ง 5. ห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่จะมีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ
ห้ามยุ่งเกี่ยวยาเสพติด
6. ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย 7. ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด
8. ห้ามเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง หรือผู้ต้องกักกันอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน สถานกักขัง สถานกักกัน หรือสถานคุมขังอื่นใด 9. ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดอีก 10. เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี)- ไม่มี 11. ผู้ได้รับการพักการลงโทษ จะต้องแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำ เมื่อมีการเรียกให้แสดง หากหนังสือสำคัญพักการลงโทษสูญหาย ให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติและขอรับฉบับแทน ถ้าไม่แสดงหนังสือสำคัญดังกล่าว พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับส่งเรือนจำก็ได้
อนึ่ง หากผู้ได้รับการพักการลงโทษฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว พนักงานคุมประพฤติต้องรายงานผลการคุมความประพฤติต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาเพิกถอนการพักการลงโทษต่อไป
ผู้ได้รับการพักการลงโทษ ได้เข้ารายงานตัว และรับทราบเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นเรียบร้อยแล้วกรณีเป็นที่สนใจของประชา ชน เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง กรมคุมประพฤติ จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อโปรดทราบ
สำนักข่าวบีบีซี นิวส์รายงานว่ายุคของนายทักษิณ ใกล้อวสานแล้ว หลังมีบารมียาวนานร่วม25ปี
มท.1ลั่นไร้กำนัน-ผญบ.รบ.เป็นง่อย
เวลา 11.00น.วันดียวกัน ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในการมอบนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยนายกฯ กล่าวว่า เป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสเรียนเชิญท่านทั้งหลายได้มาร่วมพบปะกันในวันนี้เท่าที่ทราบมาน่าจะเป็นครั้งแรก ตนจึงหารือกับทีมงานในกระทรวงมหาดไทยแล้วเห็นว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คือปราการด่านแรก เป็นบุคคลกลุ่มแรกที่เวลาประชาชนประสบความทุกข์ หรือต้องการที่พึ่งพิง ท่านคือคนที่พี่น้องประชาชนจะนึกถึงและไปหา ฉะนั้น ตนมีหน้าที่ที่จะทำให้ท่านได้สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาได้ ท่านจะต้องทำตัวเป็นคนกลางระหว่างภาครัฐกับประชาชน และช่วยเหลือนายอำเภอ และรับผิดชอบการบริหารงานระดับท้องที่สนับสนุนการปฏิบัติงานและขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ด้วยภารกิจเช่นนี้ ขอให้ทุกท่านเชื่อว่าท่านมีความสำคัญกับพวกตนมากจริงๆ ไม่มีพวกท่าน เรียกได้ว่าพวกตนก็แทบเป็นง่อยเลย
ต้องดูแลลูกบ้าน-ปราบอันธพาล
นายกฯกล่าวอีกว่า ช่วงนี้มีการกระทำต่างๆที่ผิดกฎหมายเยอะไปหมด ตนก็ต้องขอวิงวอนให้ทุกท่านได้ทำการศึกษากฏหมายเบื้องต้นในการเป็นผู้บริหารหน่วยงานท้องถิ่น ท่านไม่ต้องถึงขั้นเรียนจบนิติศาสตร์ ถ้าท่านไม่มีเวลา แต่กฎหมายเบื้องต้นกฎหมายทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่เราต้องดูแลเพื่อสร้างความสงบสุขให้กับบ้านเมืองท่านก็ควรจะมีความรู้ความเข้าใจเอาไว้ ตนก็ต้องอาศัยท่านเป็นผู้ที่ต้องใช้กฎหมายดังกล่าว แต่ท่านต้องไม่เป็นผู้มีอิทธิพลเอง ท่านเป็นผู้มีอิทธิพลในเรื่องของคุณงามความดีให้กับประชาชนคำว่าผู้มีอิทธิพลตนไม่อยากจะใช้คำนี้เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ท่านทั้งหลายก็มีอิทธิพลเหมือนตนท่านเสนออะไรมา ถ้าพวกตนไม่ยอมรับฟัง ตนจะอยู่ได้ไหม มันอยู่ไม่ได้ อันนี้คือเป็นอิทธิพลในทางที่ดี พูดง่ายๆท่านต้องช่วยตนปราบมาเฟีย คำว่านักเลง นักเลงในเชิงที่ดีก็มี เมื่อวานตนใช้คำว่าปราบกุ๊ย และปราบอันธพาล วันนี้ขอใช้คำว่าปราบอันธพาลดีกว่า
มารค์แย้มผู้ว่าฯโปรไฟล์ดี-คนรุ่นใหม่
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการสัมมนาว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคประชาธิปัตย์ ว่า การจัดสัมมนาในวันนี้ (11พ.ค.) เป็นปกติที่ก่อนพรรคจะส่งผู้สมัคร โดยจะมีการประชุม เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจทั้งการทำงานในกรอบพรรค ข้อกฎหมายการเลือกตั้ง และอื่นๆ เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ก่อนพรรคได้อนุมัติผู้สมัคร ส.ก.ครบทุกเขตแล้ว จึงได้เชิญว่าที่ผู้สมัครส.ก.มาพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า การสัมมนาในวันนี้ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จะมาร่วมงานด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดเผยแล้วว่า จะเปิดตัวในวันที่ 16พ.ค.นี้ จึงขอยังไม่เปิดเผยว่า เป็นบุคคลใด แต่ยืนยันว่า เป็นผู้ชาย มีชื่อเสียงในสังคม ขอย้ำว่าให้รอการเปิดตัว ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ เมื่อถามว่า ผู้สมัครผู้ว่าฯเมื่อเปิดตัวแล้วจะว้าวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าสื่อมวลชนจะว้าวมั้ย แต่คำใบ้คุณสมบัติว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.คือเป็นคนรุ่นใหม่ อายุไม่ถึง 60 ปี หน้าตาดี โปรไฟล์ดี แต่ขอให้รอการเปิดตัววันที่ 16พ.ค.นี้
ครม.จ่อถกยิงสด‘บอลโลก2026’
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ประชุมครม.)พรุ่งนี้(12พ.ค.)รัฐบาลจะมีการหารือวาระสำคัญคือเรื่อง การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026)โดยการหารือเรื่องนี้ใน ครม.ต้องหารือกันเรื่องการจัดซื้อลิขสิทธิ์จากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เพื่อให้ทันตามกรอบเวลาที่กระชั้นชิด และถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้มีกำหนดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2569 นี้โดยการแข่งขันจัดขึ้น ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
ทั้งนี้การหารือเรื่องนี้ใน ครม.เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายหลักที่จะส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการมอบความสุขและกระตุ้นให้เยาวชนเกิดแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬา ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาวะทางร่างกายและจิตใจของคนในประเทศ