บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ของขวัญมือเปล่า ขุมทรัพย์ทางปัญญาจากนิทาน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ของขวัญมือเปล่า ขุมทรัพย์ทางปัญญาจากนิทาน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ของขวัญมือเปล่า ขุมทรัพย์ทางปัญญาจากนิทาน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กาลครั้งหนึ่ง เมื่อราวพันปีที่ผ่านมา  ก่อนที่จะมีการสถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย  ได้มีความเจริญรุ่งเรืองในกลุ่มอาหรับ มีนครแบกแดดเป็นศูนย์กลาง  โดยมีกษัตริย์ผู้ครองนครคือ กาหลิบ อัลมาดิ(Al-Mahdi)

วันหนึ่งมีงานเฉลิมฉลองพระโอรสองค์ใหม่  คือ เจ้าชายฮารูน อัล-ราชิด (Harun al-Rashid)  โดยมีบุคคลสำคัญในประเทศและต่างประเทศมาร่วมงาน แล้วทยอยกันมอบของขวัญอันล้ำค่า ทั้งทองคำอัญมณีและม้าศึกฝีเท้าดีจากทะเลทราย                   

แต่ปราชญ์เอบิ มีเฮล (Abi Mihel) เดินเข้ามาในท้องพระโรง ด้วยมือเปล่า เขากราบทูลว่า   มีของขวัญล้ำค่าที่จะมอบให้เจ้าชาย แต่มันไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้ หากแต่เป็น “นิทาน”

ผู้ร่วมงานพากันหัวร่อ เมื่อได้ยินคำของปราชญ์เอบิ

เอบิกล่าวต่อไปว่า   “เมื่อเจ้าชายโตขึ้นจนฟังนิทานรู้เรื่อง  ข้าพเจ้าจะเข้ามาที่นี่ทุกวันเพื่อเล่านิทานให้เจ้าชายฟัง   นิทานของขวัญนี้มีค่ามากกว่าเรื่องเล่าปกติ เพราะจะเป็นเครื่องบ่มเพาะปัญญาที่ไม่มีวันสึกหรอ ไม่ถูกโจรขโมย และจะเติบโตไปพร้อมกับสติปัญญาของเจ้าชายตราบชั่วชีวิต      

นิทานที่จะเล่ามีทั้งเรื่องจริงและเรื่องเฟ้อฝัน ที่จะสอดแทรกคุณธรรมความดี ที่จะทำให้เจ้าชายน้อยเติบโต   ด้วยความฉลาดรอบรู้  ใช้ปัญญาอย่างเป็นธรรม  รู้ทันเล่ห์เพทุบายของคนร้ายคนพาล  

เมื่อถึงวันที่เจ้าชายได้เป็นกษัตริย์ครองนครแบกแดด   ท่านจะเป็นหัวหน้าชาวอาหรับที่มีความสามารถสูง  ยุติธรรม มีความเมตตากรุณา  ดูแลประชาชนทั่วแดนอารเบียให้มีความสุขสมบูรณ์  

ปราชญ์ เอบิ มีเฮลล์ รักษาคำพูดของท่าน โดยเข้าไปพบเจ้าชายทุกวันตั้งแต่เจ้าชายเริ่มพูดได้  แล้วเล่านิทานจากทั่วโลก  เกี่ยวกับคนฉลาด และคนโง่  คนซื่อสัตย์และคดโกง  คนมั่งมีและยากจน  ความสมหวังและผิดหวัง  ความทุกข์และความสุข  ตลอดจนกลอุบายเล่ห์เหลี่ยมของมนุษย์  จนเจ้าชายมีความรอบรู้ผ่านนิทานหลายร้อยเรื่อง 

ต่อมาช่วงพ.ศ. 1329-1352 เจ้าชาย ฮารูน ราชิดได้รับมอบตำเหน่งกาหลิบ เป็นกษัตริย์ครองนครแบกแดดสืบต่อจากพระบิดา     กษัตริย์ราชิดมีความสามารถสูงและยุติธรรม  ประชาชนมีความสุข ไม่มีคนอดอยากหิวโหย   ชาวอาหรับมีความเจริญก้าวหน้า   มีการส่งทูตไปเมืองจีนสมัยราชวงศ์ถัง   มีการพัฒนานิทานเรื่องอาหรับราตรี 1001 เรื่อง จากนิทานโบราณของอินเดีย กรีซ อียิปต์ จีน ยิว  โดยได้บันดาลใจจากของขวัญมือเปล่าของปราชญ์ เอบิ มีเฮลล์

นิทานนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในสายตาของนักปราชญ์โบราณนั้น “นิทาน” ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องราวเพื่อความบันเทิง แต่เป็นเครื่องมือที่มีอานุภาพสูงในการหล่อหลอมจิตใจมนุษย์ โดยมีประโยชน์หลักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสนุกสนานดังนี้:

1. การสร้างห้องทดลองเสมือนจริง (The Virtual Laboratory)   สำหรับเจ้าชายที่เติบโตในรั้ววัง นิทานของปราชญ์เอบิ มีเฮล เปรียบเสมือนห้องจำลองสถานการณ์ (Simulation) ให้เจ้าชายได้เรียนรู้เรื่องราวของพ่อค้าที่ถูกโกง นายพลที่ตัดสินใจผิดพลาด หรือกษัตริย์ที่ลุ่มหลงในอำนาจ นิทานช่วยให้ผู้ฟังได้ “ลองผิดลองถูก” ผ่านตัวละคร ทำให้เกิดประสบการณ์ล่วงหน้าโดยไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจริง

2. การปลูกฝังคุณธรรมผ่านภาพจำ (Ethical Imagery)  เนื่องจากคำสั่งสอนตรง ๆ มักถูกต่อต้านหรือลืมเลือนได้ง่าย แต่นิทานจะเปลี่ยน “คำสอน” ให้เป็น “ภาพ” เมื่อปราชญ์เล่าเรื่องสุนัขจิ้งจอกกับฝูงแกะ ภาพของความเจ้าเล่ห์และการระแวดระวังจะประทับอยู่ในใจเจ้าชาย เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้นำ ท่านจะไม่เพียงแค่จำได้ว่าต้อง “ระวังคนพาล” แต่ท่านจะ “มองเห็น” พฤติกรรมเหล่านั้นผ่านภาพจำจากนิทาน

3. สะพานเชื่อมความเห็นอกเห็นใจ (The Bridge of Empathy)   หัวใจของการปกครองคือความเข้าใจราษฎร นิทานช่วยให้เจ้าชายฮารูน  ก้าวข้ามกำแพงวังออกไปสัมผัสความทุกข์ยากของชาวนา ความหวังของหญิงม่าย หรือความฝันของเด็กกำพร้า     การ “สวมรอย” เป็นตัวละครในนิทานคือการฝึกฝน ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ซึ่งเป็นคุณธรรมสำคัญที่ทำให้ท่านเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรมในเวลาต่อมา

4. คลังอาวุธทางความคิด (Cognitive Toolset)  นิทานแต่ละเรื่องคือบทเรียนการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ปราชญ์เอบิ มีเฮล มักทิ้งปมปัญหาไว้ให้เจ้าชายคิดต่อว่า “ถ้าท่านเป็นตัวละครนั้น ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร?” กระบวนการนี้ช่วยฝึกทักษะการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์และการมองโลกหลายมิติ

เจ้าชายฮารูน อัล-ราชิด ได้เติบโตขึ้นเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้นำพากรุงแบกแดดเข้าสู่ยุคทองแห่งวิทยาการและวรรณกรรม     พิสูจน์ให้เห็นว่า “ของขวัญมือเปล่า” ของปราชญ์เอบิ มีเฮล นั้นทรงพลังเพียงใด เพราะในขณะที่ทองคำอาจถูกใช้หมดไป แต่นิทานและบทเรียนที่ได้รับกลับกลายเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตและแผนที่ในการปกครองแผ่นดิน

การกระทำของปราชญ์ เอบิ มีเฮล  เป็นการทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10  เรื่อง การสั่งสอนให้ความรู้แก่ผู้อื่น  (ธัมมเทสนามัย)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “การมอบนิทานให้แก่ใครสักคน คือการมอบ “ปัญญา” ที่จะติดตัวเขาไปตลอดกาล”

เรียบเรียงจากนิทานพื้นบ้านโบราณอายุราว 1,000 ปี ของชาวอาหรับตะวันออกกลาง  เรื่อง The Empty -Handed Gift   

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

Leave a comment