
17 มิ.ย. 2569 14:23 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ญี่ปุ่นบุกค้น 6 บ.ไอศกรีมยักษ์ใหญ่ ต้องสงสัย “ฮั้วราคา” เอาเปรียบผู้บริโภค
หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของญี่ปุ่น (JFTC) เปิดฉากบุกตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของ 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตไอศกรีม รวมถึง เมจิ, ลอตเต้ และกูลิโกะ หลังพบหลักฐานต้องสงสัยส่งอีเมล-นัดพบปะเพื่อล็อกราคาและกรอบเวลาขึ้นราคาไอศกรีมมานานหลายปี เผยอาจใช้ข้ออ้างเรื่องเงินเฟ้อเพื่อฟันกำไรเกินควรในช่วงที่ตลาดไอศกรีมทำยอดขายทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 1.35 แสนล้านบาท
คณะกรรมาธิการการค้าที่เป็นธรรมแห่งญี่ปุ่น (JFTC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการผูกขาดและการแข่งขันทางการค้า ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของบริษัทผู้ผลิตไอศกรีมรายใหญ่ของประเทศจำนวน 6 แห่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) เนื่องจากต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมสมรู้ร่วมคิดในการกำหนดราคา หรือ “ฮั้วราคา” สำหรับขายปลีก ซึ่งเข้าข่ายละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับประเด็นนี้เปิดเผยว่า บริษัทผู้ผลิตไอศกรีมยักษ์ใหญ่ทั้ง 6 แห่งที่ถูกบุกค้นประกอบด้วย:
- บริษัท เมจิ (Meiji Co.)
- บริษัท โมรินากะ มิลค์ อินดัสทรี (Morinaga Milk Industry Co.)
- บริษัท ล็อตเต้ (Lotte Co.)
- บริษัท เอซากิ กูลิโกะ (Ezaki Glico Co.)
- บริษัท โมรินากะ แอนด์ โค (Morinaga & Co.)
- บริษัท อาคากิ นิวโก (Akagi Nyugyo Co.)
รายงานระบุว่า ทั้ง 6 บริษัทถูกสงสัยว่ามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในผ่านทางอีเมลและการนัดประชุมร่วมกันอย่างลับๆ มานานหลายปี เพื่อประสานงานและกำหนดกรอบเวลา รวมถึงสัดส่วนในการปรับขึ้นราคาขายปลีกแนะนำสำหรับผลิตภัณฑ์ไอศกรีมและของหวานแช่แข็งอื่นๆ โดยสื่อท้องถิ่นระบุว่า ตั้งแต่ช่วงปี 2022 เป็นต้นมา บริษัทเหล่านี้ได้พร้อมใจกันปรับขึ้นราคาไอศกรีมในเวลาใกล้เคียงกันทุกปี ซึ่งการสืบสวนคดีฮั้วราคาในตลาดไอศกรีมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของคณะกรรมาธิการฯ ญี่ปุ่น
นอกจากประเด็นเรื่องการกำหนดราคาแล้ว สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า JFTC กำลังขยายผลสอบสวนว่า บริษัทเหล่านี้ฉวยโอกาสจากสถานการณ์เงินเฟ้อ ขยับราคาขายปลีกแนะนำให้สูงเกินกว่าความเป็นจริง โดยเกินกว่าระดับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเพื่อหวังฟันกำไรส่วนต่างเพิ่มเติมหรือไม่
แม้ว่า “ราคาขายปลีกแนะนำ” จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และร้านค้าปลีกสามารถตั้งราคาเองได้ แต่ในความเป็นจริง ร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นมักจะใช้ราคาแนะนำนี้เป็นเกณฑ์หลักในการติดป้ายราคาบนชั้นวางสินค้า
ภายหลังการบุกค้น ตัวแทนจากบริษัท เอซากิ กูลิโกะ ออกมาแถลงยอมรับว่า “เป็นความจริงที่บริษัทกำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการการค้าที่เป็นธรรม และเราพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่” เช่นเดียวกับอีก 4 บริษัทที่ออกแถลงการณ์ในทิศทางเดียวกัน ขณะที่นางนัตสึโยะ ซูซูกิ ตัวแทนจากบริษัท อาคากิ นิวโก ยืนยันกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่าทางบริษัทจะทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิดหลังจากถูกเข้าตรวจสอบพื้นที่
ทั้งนี้ หาก JFTC สรุปผลการสืบสวนและชี้มูลความผิดว่ากลุ่มบริษัทเหล่านี้มีพฤติกรรมเป็นกลุ่มผู้ค้าผูกขาดจริง หน่วยงานต่อต้านการผูกขาดจะออกคำสั่งให้บริษัททั้งหมดปรับปรุงแนวปฏิบัติทางธุรกิจทันที พร้อมทั้งสั่งปรับเงินเป็นมูลค่ามหาศาล
สมาคมไอศกรีมแห่งญี่ปุ่น (Japan Ice Cream Association) เปิดเผยข้อมูลว่า มูลค่าตลาดรวมของไอศกรีมและของหวานแช่แข็งในญี่ปุ่นในปีกระทบยอดบัญชีปี 2025 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.63 แสนล้านเยน (ประมาณ 1.35 แสนล้านบาท)
ความสำเร็จของยอดขายที่เติบโตทำลายสถิติต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันนี้ ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนมาจากกลยุทธ์การปรับขึ้นราคาสินค้า และวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับฤดูร้อนที่ร้อนจัดและยาวนานที่สุดทุบสถิตินับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติในปี 1989 ส่งผลให้ความต้องการบริโภคไอศกรีมของประชาชนพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่ช่วงเวลาทำเงินของกลุ่มผู้ผลิตกลับต้องมาสะดุดลงจากการถูกตรวจสอบครั้งใหญ่ในครั้งนี้
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตลาดไอศกรีมญี่ปุ่นถูกเพ่งเล็ง ย้อนกลับไปในปี 1997 คณะกรรมาธิการฯ เคยตัดสินว่า บริษัท ฮาเก้น-ดาซส์ เจแปน (Haagen-Dazs Japan) มีความผิดฐานละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดมาแล้ว หลังจากพบว่าทางแบรนด์ได้ใช้อิทธิพลกดดันและบังคับไม่ให้ร้านค้าปลีกนำสินค้าของตนไปจัดโปรโมชันลดราคาต่ำกว่าราคาขายปลีกแนะนำ.
ที่มา The Mainichi / AFP