‘Blooming Legacy of Royal Roses’ เรื่องเล่า ‘กุหลาบพระราชทาน’ สู่แรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่

‘Blooming Legacy of Royal Roses’  เรื่องเล่า ‘กุหลาบพระราชทาน’ สู่แรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่

‘Blooming Legacy of Royal Roses’ เรื่องเล่า ‘กุหลาบพระราชทาน’ สู่แรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.30 น.

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมการเสวนาในหัวข้อ “Blooming Legacy of Royal Roses : เรื่องเล่ากุหลาบพระราชทานสู่แรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมี ดร.ประภัสสร อารยะกิจเจริญชัย หัวหน้าฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มูลนิธิโครงการหลวง นายอนุวัฒน์ เตชะฤทธิ์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนางยาณี ศรีเพ็ญ วิทยากรปฏิบัติงานด้านบริหารจัดการทั่วไป มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการวิจัย การพัฒนาพันธุ์ และการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพ

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี กล่าวว่า โครงการหลวงเกิดขึ้นจากพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปีพุทธศักราช 2512 เพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่น การทำไร่เลื่อนลอย และยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรบนพื้นที่สูง โดยทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อศึกษาวิจัยและส่งเสริมพืชทดแทน จนพัฒนาเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ซึ่งไม้ดอกนับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญ เริ่มจากการวิจัยกล้วยไม้ซิมบิเดียม ก่อนขยายผลสู่การพัฒนาไม้ดอกหลากหลายชนิดที่สามารถสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร

ปัจจุบัน มูลนิธิโครงการหลวงยังคงน้อมนำแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มาปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยนำ “พรรณพืชพระราชทาน” จากพระบรมวงศานุวงศ์มาพัฒนาเป็นองค์ความรู้และนวัตกรรม อาทิ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานต้นเอเดลไวส์ และเจนเทียน แก่มูลนิธิโครงการหลวง เพื่อนำไปศึกษาวิจัย ขยายพันธุ์พืช ต่อยอดสู่นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์คุณภาพ รวมทั้งพรรณพืชพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จำนวน 18 ชนิด 44 พันธุ์ ซึ่งมูลนิธิโครงการหลวงได้นำมาศึกษาวิจัย อนุรักษ์ ขยายพันธุ์ พร้อมรวบรวมไว้ ณ โรงเรือนสิริวัณณวรี Botanical Garden สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมพืช แหล่งเรียนรู้ และศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อนต่อยอดสู่นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง

 ในปีนี้ มูลนิธิโครงการหลวงมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับการเปิดตัว “กุหลาบควีนสุทิดา” ผลงานวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ที่ใช้เวลากว่า 8 ปี และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนาม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 โดยมีจุดเริ่มต้นจากแรงบันดาลใจของ “กุหลาบควีนสิริกิติ์” ซึ่งมูลนิธิโครงการหลวงยังคงอนุรักษ์และขยายพันธุ์ ควบคู่กับการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์กุหลาบมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 จนสามารถขึ้นทะเบียนพันธุ์กุหลาบแล้ว 21 พันธุ์

ด้าน ดร.ประภัสสร อารยะกิจเจริญชัย ได้นำเสนอเบื้องหลังการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ “กุหลาบควีนสุทิดา” รวมถึงกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการสู่แปลงผลิตของเกษตรกร เพื่อพัฒนาดอกไม้เศรษฐกิจที่มีคุณภาพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ นายอนุวัฒน์ เตชะฤทธิ์ ได้นำเสนอการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการวิจัยสู่การแปรรูปกุหลาบอินทรีย์เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ผ่านงานวิจัยด้านการแปรรูปที่พัฒนาร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง อาทิ คุกกี้กุหลาบ และ Rose Sparkling Soda สะท้อนการเชื่อมโยงองค์ความรู้ตั้งแต่งานวิจัย การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตของเกษตรกรและส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ผู้บริโภค

นอกจากนี้ นางยาณี ศรีเพ็ญ วิทยากรปฏิบัติงานด้านบริหารจัดการทั่วไป นำเสนอเมนูอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกุหลาบ พร้อมถ่ายทอดแนวคิด Zero Waste โดยนำดอกกุหลาบที่ไม่ได้จำหน่ายเป็นไม้ตัดดอกมาต่อยอดเป็นชา เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดการสูญเสีย และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สะท้อนการต่อยอดงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างคุณค่าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

ท้ายสุด พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ได้เชิญชวนประชาชนเยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง” พร้อมชื่นชมความงดงามของพรรณพืชพระราชทาน และเลือกซื้อผลิตผลและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากมูลนิธิโครงการหลวงภายในงาน “โครงการหลวง 57” ระหว่าวนี้จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูง และร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดงานพัฒนาตามพระราชดำริให้ดำรงอยู่และเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย

Leave a comment