‘ตั๊ก มยุรา’ เผยวินัย 40 ปี ชาติหน้าขอไม่เกิดเพราะชีวิตผู้หญิงมันเหนื่อยเกินไป!

‘ตั๊ก มยุรา’ เผยวินัย 40 ปี ชาติหน้าขอไม่เกิดเพราะชีวิตผู้หญิงมันเหนื่อยเกินไป!

‘ตั๊ก มยุรา’ เผยวินัย 40 ปี ชาติหน้าขอไม่เกิดเพราะชีวิตผู้หญิงมันเหนื่อยเกินไป!

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.30 น.

เรียกได้ว่าเป็นสาวสองพันปีสำหรับ พี่ตั๊ก มยุรา เศวตศิลา ที่เน้นย้ำถึงการมีวินัยที่สม่ำเสมอในการดูแลตนเองอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านอาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการบำรุงผิวพรรณ  ในอายุเกือบ 70 แต่ยังหุ่นเป๊ะ รักษาน้ำหนัก 45 มา 40 ปี เจอผมขาวแค่ 4 เส้น ทั้งยังเผยในรายการ Glow On podcast with Grace ถ้าชาติหน้ามีจริงขอไม่เกิดหรือเกิดเป็นผู้ชายเพราะมันเป็นภาระ! ตอนนี้เดินสายกลางในการออกกำลังกาย รักษาสุขภาพทั้งกายและใจให้สดใสอยู่เสมอ แชร์เคล็ดลับสวยอมตะที่ใครก็ทำตามได้ อยากสวยอมตะต้องดู

ตั้งแต่วันแรกที่เข้าวงการจนวันนี้พี่ตั๊กเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ?

ตั๊ก มยุรา : ต้องทำเยอะนะ ต้องดูแลหลายเรื่อง การกิน การนอน ถามพี่ถ้าให้เกิดชาติหน้าไม่เกิดแล้วนะ หรือให้เกิดเป็นผู้ชาย เหนื่อยจริง ๆ อันนี้เคยพูดเลย เคยพูดกับสามีบอกว่า โอ๊ย ทำไมมันยุ่งยังงี้ ผู้หญิงมันยุ่งนะ ไหนจะเสื้อผ้าหน้าผม ไหนจะต้องข้างใน ไหนจะต้องข้างนอก ผู้ชายนุ่งกางเกงตัว เสื้อตัว เขาก็ไปได้แล้ว ถ้าเกิดชาติหน้ามันมีจริงก็ขอไม่เกิด หรือไม่ก็เกิดเป็นผู้ชาย

แสดงว่าต้องดูแลตัวเองขั้นสุด ๆ ไปเลย ?

 ตั๊ก มยุรา : สุดไปเลย เพราะงั้นมันเทียบกันระหว่างคนอายุเท่านี้ จับมายืน 10 คน คนที่ไม่ดูแลตัวเอง ไม่ทาครีม ไม่อะไร ไม่ทานอาหารเสริม เชื่อเลยว่าต้องมี 8 คนที่มันจะย้วยไปแล้ว เพราะเขาไม่ดู แต่ถ้าเขาดูเขาก็จะดูแข็งแรงกว่า มองว่าเป็นอย่างนั้น ถามว่ามันทำไมต้องดู 1. ชอบที่จะดู  2. เราทำงานแบบนี้ 3. เรารู้สึกดี เราให้รางวัลกับร่างกายสังขารเรา ซึ่งจะปล่อยก็ปล่อยได้ แต่มันปล่อยไม่ได้ไง เพราะเราชอบแล้ว เราทำงานอย่างนี้ แต่มันมีประเภทแฮปปี้หลายแบบนะ บางคนก็พอส่องแล้วเดี๋ยวฉันขอไปฟิลเลอร์ตรงนี้ ของพี่ ไม่ได้ขนาดนั้น แต่ขอให้โดยภาพรวมเสื้อผ้าหน้าผม หรือทาตัว หรือบำรุงผิว ต้องครบ มันเลยเหนื่อยไง (หัวเราะ)

พี่ตั๊กดูแลยังไง เมื่อไหร่ที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพหรือความงามแบบจริงจังเลย ?

ตั๊ก มยุรา : ตั้งแต่เด็ก เวลาไปโรงเรียนจะถูกครูเรียกไปก่อนเลยใส่น้ำหอมมาโรงเรียนอย่างงี้ ดัดขนตามาทำไม สมัยก่อนเขาไม่มีที่ดัดขนตานะ ตอนนั้นยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่ วิทยาลัยนาฏศิลป์ เด็กนาฏศิลป์จะสวย เราก็คิดอาจจะจริง คิดว่าเราเป็นหนึ่งในนั้น ก็มองกระจก เราตาโตดี เราก็ดูดีนะ ก่อนไปโรงเรียน ไม่สนใจหนังสือ ไม่ค่อยอ่าน ไม่ค่อยท่อง แต่ขอดัดขนตาก่อน ขอใส่น้ำหอมไป ขโมยแม่มาใส่ แล้ววิธีดัดขนตาก็คือไงรู้ไหม ช้อน สมัยก่อนมันมีช้อนสังกะสีแล้วก็งัดมันขึ้น มันก็งอนดีเหมือนกัน เอาใส่ไปโรงเรียนอีก เอาช้อนไปโรงเรียนด้วย ตอนพักงัดอีกสักหน่อย เพราะว่ามันมีนักเรียนผู้ชายหนุ่ม ๆ ก็มองบ้าง เพราะงั้นเชื่อเลยทุกคน ถ้าหนุ่มมองแล้วเราก็ต้องพราวว่า เราโอเคนะ ก็ต้องไปวุ่นวายเรื่องสวยงาม ไม่ใช่เด็กเรียนดี แต่เป็นเด็กชอบสวยงาม เป็นคนอย่างนั้นจริง ๆ มันก็เริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่พอเข้าวงการมันเหมือนเราเด็ก 17 ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะว่าไปยุ่งเรื่องการทำงาน ก็มั่นใจแล้วว่าเราโอเคแล้ว

ตอนนั้น 17 ปีในการเข้าวงการ เมื่อกี่ปีมาแล้ว ?  

ตั๊ก มยุรา : ต้องมี 40 ปีที่แล้ว เรียนนาฏศิลป์ตอนนั้น ยังไม่ได้จบดีเลย เป็นโรงเรียนที่มีดาราเยอะ เช่น คุณพิสมัย ก็จะเข้าออกอยู่ที่นั่น แต่พอเริ่มมาเข้าสู่วงการเราก็เหมือนยังไม่ได้ดูแลมาก แต่มาดูแลจริงจังตอนอายุ 20 กว่า เริ่มมีแฟน มีความรัก เขาถามบอกว่า “คุณเล่นกีฬาอะไรหรือเปล่า ออกกำลังไหม” เพราะเขาเป็นเป็นสายเล่นกีฬา “เล่นค่ะ” โกหกเข้าไปก่อน ตอนนั้นบอกว่าเล่นเทนนิส ก็ไปหาไม้แล้วไปหาครูสอนสิ แล้วก็เต้นแอโรบิก เริ่มอะไรตั้งแต่นั้น เพราะตอนนั้นจำได้ว่าน้ำหนักประมาณ 50 กิโล ก็ออกกำลัง เริ่มเต้นแอโรบิก ก็ชอบมันโอเค ทำให้เรารูปร่างดี ก็เริ่มออกจริงจังมาเรื่อย ๆ และมาจริงจังมากที่สุดคือตอนเล่นละครเรื่องหนึ่งของช่อง 3 ผู้จัดคือคุณมยุรฉัตร บอกว่านางเอกผอมนะ 50 ไม่ได้ ต้องลดให้เหลือ 45-46 ก็การออกกำลังกาย แล้วก็เป็นการอดที่ผิดคือไม่กินอะไรเลย

ลดในตอนนั้นคือลดแบบไหน ?

ตั๊ก มยุรา : เต้น 3-4 รอบ แล้วก็กินแต่น้ำ แล้วก็กินอะไรนิดหนึ่ง ซึ่งมันผิดมาก

คือไม่กินอะไรเลยเหมือน Water Fasting ?

ตั๊ก มยุรา :  ไม่กินเลย มันลงเร็วเลยนะ แต่เราไม่ค่อยมีความสุข เพราะมันหิวไง แต่เราก็ต้องทำ แล้วก็ได้เล่นละครเรื่องนั้น พอเราทำแล้วรู้สึกดี เราก็เลยเก็บ 46-47 ไว้อย่างนั้นตลอดมาจนแต่งงาน น้ำหนักอยู่อย่างงี้ น้ำหนักห้ามขึ้น ทุกวันนี้ก็ไม่ขึ้นอีกเลย

ต้องทำยังไง เริ่มจากอาหารที่ทานเลย ?

ตั๊ก มยุรา : คือจริง ๆ การกินมันไม่มีอะไรหรอก มันก็คือกินให้มันบาลานซ์ให้ได้ เวลาคนเรากินมันจะกินบ้าเลือด อยากกินอะไรก็กิน แล้วกินของอร่อย แต่พี่ไม่ใช่คนกินของอร่อย พี่กินเพราะว่าร่างกายต้องการอาหาร

กินเพื่ออยู่ ?

ตั๊ก มยุรา : ใช่ กินเพื่ออยู่ บอกแล้วจะเป็นคนไม่มีเพื่อน เพื่อนไม่เยอะ มีเพื่อนนักกอล์ฟ มีน้อง ๆ ที่เล่นกอล์ฟด้วยกัน บางกลุ่ม ก็จะไม่มีการปาร์ตี้สังสรรค์ เพราะงั้นปาร์ตี้สังสรรค์ 5 เดือนจะเจอกันที เพราะงั้นการจะกินก็เลยระวังได้ แล้วถ้าจะดีที่สุดคือทำกินเอง กินสำคัญที่สุด เวลาไปเล่นกอล์ฟนะ เด็กก็จะรู้ สมมุติถ้าที่ประจำ ขอข้าวนะ เขาก็จะให้มา 1 ถ้วย เราก็กินครึ่งเดียว ข้าวกับเกาเหลา หมูตุ๋น ไก่ตุ๋น อะไรก็ว่าไป ผักเยอะ ๆ ไม่ใส่ชูรส ไม่ปรุงรส กระเทียมไม่เอา แล้วไม่ตักน้ำซุปขึ้นมา เป็นคนทานอะไรแห้งๆ กินแค่นั้น

เป็นตัวอย่างที่ดีไม่ได้ต้องกินอร่อยทุกมื้อ ?

ตั๊ก มยุรา : ไม่จำเป็นชีวิตเรา สามีทานด้วยกันแต่คนละเมนูเลย เขาก็จะกินแต่ครัวซองต์ จะกินแต่ไข่ดาวไส้กรอก ซึ่งบ้านเราแทบจะไม่ซื้อไส้กรอกเลย แต่ก็ต้องให้เขาบ้าง เขาบอกมันไม่อร่อย ไม่ต้องกินจนอิ่มแต่ละมื้อ เขาบอกให้กินแค่ 80% ของท้อง ร่างกายเราไม่ต้องกินทุกมื้อนะ อดมื้อกินมื้อ

เท่ากับว่าเดี๋ยวนี้พี่ตั๊กก็ไม่ได้กินข้าว 3 มื้อ ?

ตั๊ก มยุรา : 2 มื้อบ้าง 3 มื้อบ้าง ข้าวต้มนี่ทานไม่ได้เลยทานแล้วไม่อิ่ม พี่จะทานเช้าเป็นกรีกโยเกิร์ต ใส่อัลมอนด์ ก็จำกัดเลยว่าแค่ 6 หรือ 7 เม็ด ไม่มีการใส่น้ำตาลน้ำเชื่อมน้ำหวาน มันจะชินกับรสชาติ เหมือนการทำร่างกายของเรา ถ้าเราฝึกที่จะเป็นอย่างงั้น เดี๋ยวต่อไปมันชิน แล้วก็มีอะโวคาโดครึ่งลูก แล้วก็กาแฟดำ ซาวโดว์ก็แผ่นเดียว แล้วก็อาจจะมีไข่ต้มสักลูกหนึ่ง หรือไข่ดาวที่ใช้น้ำมันทาไม่ใช่ทอด ทาขอบพอไม่ให้ติดแค่นั้นทุกวัน ก็มีบางวันเปลี่ยนไป กล้วยหอมบ้าง แต่จะมีกล้วยหอมสัก 1/3 ของลูก

มีอะไรที่เลี่ยงไม่ทานเลย ?

ตั๊ก มยุรา : หมู 3 ชั้นไม่เคยทาน แต่ของทอดก็มีบ้าง แต่อย่าไปกินเยอะ สมมุติจานหนึ่ง ปอเปี๊ยะทอด ลองสักชิ้นหนึ่ง

การออกกำลังกาย ?

ตั๊ก มยุรา : จะมีการเดินทุกวัน โชคดีบ้านอยู่ในสนามกอล์ฟ มันมีวิวที่สวยงาม แล้วก็ไม่ชอบเดินลู่ที่อยู่ในบ้านเพราะมันไม่เห็นอะไร ก็เดิน 40 นาทีโดยประมาณ เราจะรู้ว่าตอนนี้ได้ 4,900 5,900 อะไรบวกลบไป เดินไปเดินกลับ หลังจากนั้นก็มาเวทในบ้านซะหน่อย 1 วัน รุ่งขึ้นอาจจะทำแบบนี้ ทำจนติดเป็นนิสัย บางวันก็ไปไดร์ฟกอล์ฟ ไดร์ฟกอล์ฟต้องเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วนะ เหงื่อก็ได้ออก เดินก็ออก เพราะงั้นทำไปทำมาอาทิตย์นี้ฉันออก 7 วันแล้ว แต่ไม่ได้กระหืดกระหอบถึงขนาดว่าเอาเป็นเอาตายกับชีวิต ฉันจะต้องเหงื่อออก ฉันจะต้องกล้ามขึ้นไม่ ให้รู้ว่าเราได้ทำแล้ว เล่นเวทด้วย แต่ทุกอย่างต้องเดินสายกลาง มันได้ผลนะไม่ต้องบ้าบอคอแตกเพราะทำมาหมดแล้ว สมัยก่อนเล่นละคร พี่จะสุดโต่งมาก เล่นละครที่มีรองเท้าผ้าใบคู่หนึ่ง เขาบอกวันนี้ไปนอนที่โรงแรมใช่ไหม สมัยก่อนวิ่งหาดทรายเลย ฟิตมากตอนนั้นเราเด็กไง แต่พอ 40 อัพแล้ว ไม่รู้นะ อาจจะผิดก็ได้นะเพราะมากแล้วมันไม่สวย มันเยอะผอมเกร็งเหี่ยวเลยเอาพอดีๆ

แล้วในแง่ของการสร้างกล้ามเนื้อทำบ้างไหม ?

ตั๊ก มยุรา : จริง ๆ รุ่นนี้ต้องสนใจเรื่องกล้ามเนื้อก็คือการเวทนี่แหล่ะ แต่พอดีอย่างที่บอก แล้วก็ต้องทานโปรตีนให้ถึงสำคัญมาก ถ้ารีบ ๆ จะกินไข่ยังไม่ทัน เอาโปรตีนเชค เราก็ทานของไปให้ถึง นอนให้ถึง ถือว่าน่าจะโอเคแล้ว จะไม่ทำอะไรจนสุดโต่งมาก เดินสายกลางให้ได้ แต่สายกลางนั้นก็ต้องดี

เรื่องผิวพี่ตั๊กดูเปล่งปลั่งมาก ดื่มน้ำยังไงบ้าง ?

ตั๊ก มยุรา : เวลาจะกินน้ำ ตื่นมาน้ำคือชีวิต ต้องร้องเพลงไปแล้วมันจะมันสดชื่นไป กินไปเลยแก้วหนึ่งก็ 250 ml ต้องกินให้ได้ 2-3 ลิตร น้ำสำคัญมาก น้ำและนอน เพราะมันจะออกที่ตาด้วย ตานี่ก็สำคัญนะ ต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ แล้วพยายามจะนอนให้ได้ 7-8 บางทีไม่ได้ เราก็รู้จากนาฬิกาที่เราวัด แต่การจริง ๆ การสวดมนต์นิดหนึ่งมันช่วยนะสวดแล้วก็นอน เหมือนมันลึก แล้ววันไหนที่ทานอาหารน้อย หลับลึก แต่ค่อนข้างจะหลับลึกสม่ำเสมอ พอเราไม่นอนลองดูสิ จะรู้สึกว่าตาไม่ใส ทาแป้งก็ไม่ติด น่าจะเป็นการนอน นอนสำคัญสำหรับเรา 7-8 ชั่วโมง แต่ต้องลึก

เวลาที่มีความเครียดทำยังไง ?

ตั๊ก มยุรา : จริง ๆ เครียดของพี่ก็คือการออกกำลังแล้วหาย เครียดพี่ต้องไปเดิน เพราะมันมีความสุข แล้วพี่ก็จะสลับไปเรื่อย ๆ บ้านพี่อยู่ในสนามกอล์ฟ บางวันรู้สึกว่าพัตต์กอล์ฟไม่ดี ก็จะขับรถไปที่สนามกอล์ฟที่อยู่ในบ้าน แล้วก็เปลี่ยนรองเท้า ทำอะไรอยู่คนเดียวมันมีความสุขไง แล้วก็พัตต์อยู่อย่างนั้นเกือบชั่วโมง เสร็จแล้วก็เอาไม้กอล์ฟมาเก็บ เปลี่ยนรองเท้าแล้วก็เดินไปจนถึงบ้าน แล้วก็เดินกลับมาเอารถ แล้วก็ขับกลับไปบ้าน แค่นี้พี่มีความสุข เครียดแล้วไม่เก็บนาน แต่การที่ได้เห็นต้นไม้เขียว การที่ได้เห็นนก มันสวย มีกระรอก มีนก เหมือนไม่อยู่ในกรุงเทพฯ เลยทำให้เราได้มีความสุขกับการได้เห็นแค่นี้

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากดูแลตัวเองดี ๆ แบบพี่ตั๊กต้องเริ่มจากอะไร?

ตั๊ก มยุรา : มันต้องเริ่มเลยต้องไม่ขี้เกียจ เวลาได้ผลแล้วจะรู้เลยนะ เวลาเช็คร่างกายรู้สึกไง รุ่นนี้คนใกล้ตัวป่วยหมด คนนั้นเป็นมะเร็ง คนนี้เป็นสโตรก แต่พอเราเช็คร่างกายแล้ว น้ำตาล ไขมัน ทุกอย่างมันโอเคหมด ตับไตไส้พุงดีหมด ก็มีกำลังใจที่จะทำต่อ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่อายุน้อยแล้วไปเริ่มเมื่อไหร่ ชีวิตต้องแบ่งเวลาให้ได้ แบ่งเวลากิน แบ่งเวลานอน มีวินัย ทำให้ชินอีก 10 ปีมาดูกัน คนที่ดูแลตัวเองรอด

Celebrity Gossip : 5 ตุลาคม 2568

Celebrity Gossip : 5 ตุลาคม 2568

Celebrity Gossip : 5 ตุลาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  • ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BlackPink ดูเหมือนจะติดใจงานแสดงเข้าให้แล้ว หลังจากได้เดบิวต์เต็มตัวรับบท ‘มุก’ ในซีรีส์ The White Lotus จนแฟนๆ ตั้งตารอผลงานเรื่องใหม่ของ ลิซ่า กันเป็นแถว ล่าสุด เจ้าตัวเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด WME เพื่อเปิดโอกาสเดินหน้าสู่ฮอลลีวูด ในอินสตาแกรมของ LLOUD สังกัดของ ลิซ่า ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความประกาศบทบาทใหม่ของไอดอลสาว โดยระบุว่า “ลิซ่า ได้เซ็นสัญญากับ WME เพื่อเป็นตัวแทนในเส้นทางการแสดงของเธอ โดยเธอยังคงเดินหน้าสร้างอาชีพในวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ต่อไป“ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยังไม่ทิ้งงานเพลง ล่าสุด อยู่ในช่วงเดินสายคอนเสิร์ต DEADLINE ร่วมกับสาวๆ BlackPink โดยจะจัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 24-26 ต.ค.นี้
  • กัวฟู่เฉิง นักร้องนักแสดงชื่อดัง หนึ่งใน “สี่จตุรเทพแห่งวงการเพลงฮ่องกง” วัย 59 ปี เตรียมต้อนรับทายาทคนที่ 3 หลัง โมก้า ฟาง ภรรยานางแบบ ถูกพบเข้าชมศูนย์ดูแลหลังคลอดระดับไฮเอนด์ SAINT BELLA Maternity and Baby Care Centre ซึ่งขึ้นชื่อด้านบริการส่วนตัวสุดหรู ราคาแพ็กเกจระดับ Queen มีมูลค่าราว 2 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (กว่า 9 ล้านบาท) โมก้าซึ่งตั้งครรภ์ได้ราว 7–8 เดือน ปรากฏตัวในชุดสีขาวดูอิ่มเอิบแต่ยังคงรูปร่างเพรียว เธอดูแลสุขภาพด้วยการคุมอาหารและเล่นโยคะต่อเนื่อง ส่วนกัวฟู่เฉิงก็ทุ่มเทดูแลเต็มที่ ทั้งซื้อเก้าอี้นวดบรรเทาอาการปวดหลัง ติดตั้งตู้ฆ่าเชื้อในห้องแต่งตัวเพื่อให้เสื้อผ้าสะอาดปลอดเชื้อ รวมถึงอัปเกรดบัตรเครดิตเสริมของภรรยาเป็นแบบ “ไม่จำกัดวงเงิน” แหล่งข่าววงในระบุว่า คู่รักคนดังอาจได้ลูกชายตามที่ลือกัน และกัวฟู่เฉิงยังเตรียม “รางวัล” มูลค่าราว 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 460 ล้านบาท) เพื่อต้อนรับลูกน้อยที่จะลืมตาดูโลกในเดือนตุลาคมนี้ เขายังวางแผนพักงานยาวหนึ่งเดือนเต็มเพื่ออยู่ดูแลภรรยาและครอบครัว
  • นิโคล คิดแมน นางเอกเจ้าของรางวัลออสการ์ ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อยุติการสมรสกับ คีธ เออร์เบิน ศิลปินคันทรีชื่อดัง หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานกว่า 19 ปี ในเอกสารระบุเหตุผลการหย่าว่า มาจากความแตกต่างที่ไม่อาจปรับเข้าหากันได้ และคิดแมนต้องการขอสิทธิ์ปกครองบุตรร่วมกัน ทั้งคู่มีลูกสาวร่วมกัน 2 คน ได้แก่ ซันเดย์ โรส อายุ 17 ปี และ เฟธ มาร์กาเร็ต อายุ 14 ปี การแยกทางครั้งนี้เกิดท่ามกลางข่าวลือในแวดวงดนตรีคันทรีที่แนชวิลล์ว่า เออร์เบินกำลังคบหากับผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้คิดแมนเจ็บปวดไม่น้อย แม้ทั้งคู่ไม่เคยออกมาชี้แจงข่าวลือดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ข่าวการยื่นฟ้องหย่าครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังคิดแมนเพิ่งโพสต์ข้อความซึ้งถึงเออร์เบินในโอกาสครบรอบแต่งงาน 19 ปี ทำให้การสิ้นสุดชีวิตคู่ครั้งนี้ถือเป็นการปิดตำนานรักคู่ดังที่แฟน ๆ ติดตามมายาวนานในวงการบันเทิงฮอลลีวูด
  • เซเลนา โกเมซ นักร้องนักแสดงสาวชื่อดัง วัย 33 ปี เข้าพิธีแต่งงานกับ เบนนี บลังโก แฟนหนุ่มโปรดิวเซอร์มือทอง วัย 37 ปี ในพิธีซึ่งจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัวในวันเสาร์ที่แล้ว หลังคบหาดูใจกันมากว่า 2 ปี ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นและเต็มไปด้วยคนดังระดับแถวหน้า มีแขกคนสำคัญมาร่วมแสดงความยินดี อาทิ เพื่อนสนิทอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์, นักแสดงร่วมจากซีรีส์ Only Murders in the Building อย่าง สตีฟ มาร์ติน, มาร์ติน ชอร์ต และ พอล รัดด์ รวมถึง ปารีส ฮิลตัน ขณะที่ตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทั้งคู่จัดงานปาร์ตี้ก่อนแต่งงานสุดอลังการ เซเลนาจัดปาร์ตี้สละโสดในกาบู ซาน ลูคัส บนเรือยอชต์หรูพร้อมเพื่อนสนิท ขณะที่เบนนีจัดปาร์ตี้หนุ่มโสดสุดชิคในลาสเวกัส ทั้งสปาหรู อาหารระดับพรีเมียม และแชมเปญสุดหรู ก่อนงานแต่งเพียงไม่กี่สัปดาห์ เซเลนายังไปออกรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon และเปิดใจถึงความตื่นเต้นกับพิธีวิวาห์ว่า มันเป็นสิ่งที่วิเศษมาก เธอรู้สึกโชคดี และตื่นเต้นจริง ๆ
  • กระแสความบาดหมางระหว่าง เจ เค โรว์ลิ่ง ผู้เขียนนิยาย Harry Potter กับ เอ็มมา วัตสัน กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังโรว์ลิ่งโพสต์ข้อความยาวเหยียดในแพลตฟอร์ม X เพื่อตอบโต้คำพูดของวัตสันที่ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ On Purpose with Jay Shetty โดยวัตสันระบุว่า แม้เธอไม่เห็นด้วยกับทัศนะต่อต้านคนข้ามเพศของโรว์ลิ่ง แต่ก็ไม่ต้องการตัดสัมพันธ์นักเขียนผู้นี้ และอยากรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ พร้อมย้ำท่าทีที่เคยแสดงไว้ตั้งแต่ปี 2020 ว่า คนข้ามเพศคือสิ่งที่พวกเขาบอกว่าตัวเองเป็น และสมควรได้ใช้ชีวิตโดยไม่ถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่โรว์ลิ่งดูไม่คิดแบบนั้น เธอโพสต์ลงสื่อออนไลน์ว่า แม้เอ็มมาจะมีสิทธิสนับสนุนอัตลักษณ์ทางเพศและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎหมายคุ้มครอง แต่เธอก็ไม่พอใจที่เอ็มมา “เชื่อว่าการเคยร่วมงานกับเธอทำให้พวกเขามีสิทธิหรือแม้กระทั่งหน้าที่ที่จะออกมาวิพากษ์ตัวเธอต่อสาธารณะ” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรว์ลิ่ง แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนและแข็งกร้าวในการปกป้องสิทธิของผู้หญิง โดยเฉพาะในประเด็นที่เธอเชื่อว่าการยอมรับแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนเพศโดยไม่จำกัดอาจกระทบต่อพื้นที่ปลอดภัยและสิทธิขั้นพื้นฐานของสตรี จนถูกวิจารณ์อย่างหนักและถูกกล่าวหาว่ามีทัศนคติต่อต้านคนข้ามเพศ

‘เอ-แป้ง’ บุกชุมชนเกษตรกรบ้านคลองหม่อมแช่ม จ.นนทบุรี

‘เอ-แป้ง’ บุกชุมชนเกษตรกรบ้านคลองหม่อมแช่ม จ.นนทบุรี

‘เอ-แป้ง’ บุกชุมชนเกษตรกรบ้านคลองหม่อมแช่ม จ.นนทบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พ่อเอ-ไชยา และลูกแป้ง-ศรันฉัตร์  จะพาแฟนรายการ มิตรรัก ทั่วไทย  ไปตามหาของดีแบบใกล้กรุงเทพฯ กันที่นี่  อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรีเปิดรายการกันที่ พ่อเอ-ลูกแป้ง พาไป วัดไทรใหญ่ ไหว้พระขอพร “หลวงพ่อทองคำ” ที่เป็นพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ปางมารวิชัย ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพนับถือของคนในพื้นที่ หลังจากนั้นพ่อเอลูกแป้งได้พาไปเดินเที่ยวหาของอร่อยกินที่ ตลาดน้ำไทรน้อย  แวะชิมร้านดังในตลาด อย่างร้านถวิลเป็ดพะโล้, ร้านโนราห์ข้าวแกงปักษ์ใต้, ร้านขนมตาลป้าสร สูตรโบราณ, ร้านกล้วยทอดสลัดน้ำมัน ฟ้าประทานพร, และร้านก๋วยเตี๋ยวปลาชื่อดังที่เปิดมานานกว่า 70 ปี “ร้านซ่งเฮง” เรียกว่าอิ่มครบจบทุกร้านเด็ด

จากนั้นไปตามหาของดีกันต่อที่  วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านคลองหม่อมแช่ม ดูการแปรรูป ใบบัวบกทอดกรอบ สินค้าขายดีของวิสาหกิจชุมชน พาไปดูตั้งแต่สวนปลูกใบบัวบก ดูการเก็บใบบัวบก นำกลับมาเข้าสู่กระบวนการแปรรูป โดยสินค้ามี ใบบัวบกทอดกรอบชาก้านใบบัวบกน้ำใบบัวบก  และยังได้ชิมเมนูจากใบบัวบกอีกด้วยใครที่สนใจของดีจากวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ที่รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  ออกเดินทางไปหาของดีที่  วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านคลองหม่อมแช่ม พร้อม เอ-แป้ง ได้ในรายการ “มิตรรัก ทั่วไทย” รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV 

ททท. เตรียมพร้อมจัดเต็มทุกมิติใหม่การท่องเที่ยวผ่านงาน DNA Travel & Fair 2025

ททท. เตรียมพร้อมจัดเต็มทุกมิติใหม่การท่องเที่ยวผ่านงาน DNA Travel & Fair 2025

ททท. เตรียมพร้อมจัดเต็มทุกมิติใหม่การท่องเที่ยวผ่านงาน DNA Travel & Fair 2025

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเปิดตัวงาน “DNA 2025 (Destination Navigator Assessment)” ภายใต้แนวคิด “Thailand’s Subculture: Decode Your Journey” เตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ในวันที่ 9 – 12 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G ฮอลล์ 3 – 4 งานที่รวบรวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมย่อย (Subculture) ของประเทศไทย จัดเต็ม 5 โซนกิจกรรม เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวไว้ในงานเดียว โดยมี ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานในการแถลงข่าว ณ ห้องโถงธนะรัชต์ อาคาร ททท.ร่วมด้วย ณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมมากมายที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสนุกได้ เพียงลงทะเบียนเข้างาน ฟรี! ผ่านระบบออนไลน์ โดยการสแกน QR Code กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่สะท้อนตัวตนของคุณ และทุกยอดใช้จ่ายภายในงาน ครบทุก 100 บาท รับ 10 คะแนนสะสมเพื่อแลกของรางวัลและสิทธิ์ร่วมทำกิจกรรมสุด Exclusive อาทิ Personal Color ดูดวง Drag Makeover, Special Menu จากกาแฟพันธุ์ไทย Puppy Yoga และ Upcycling Workshop รวมไปถึงกิจกรรมบนเวทีกลางตลอดทั้ง 4 วันของการจัดงาน อาทิ การแสดงจาก Fino the Ranad, เดินแฟชั่นโชว์ผ้าไทย, กิจกรรมส่งเสริมการขาย Workation 100 เดียวเที่ยวได้งาน พร้อมจัดเต็มความบันเทิงจากศิลปินและนักแสดงชื่อดังตลอดการจัดงาน 9 ตุลาคม 2568 : เก่ง หฤษฎ์ และ น้ำปิง นภัสกร นักแสดงนำจากซีรีส์ “เขมจิราต้องรอด” 10 ตุลาคม 2568 : การแสดงจากคณะลิเกสองเทพบุตรสุดที่รัก และคอนเสิร์ตจาก PALMY 11 ตุลาคม 2568 : ยูกิ ไหทองคำ และ 12 ตุลาคม 2568 : ปิดท้ายความม่วนด้วยลำไย ไหทองคำ และวงหมอลำแห่งยุค ระเบียบวาทะศิลป์ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook page : ThailandFestival หรือ โทร. 1672 Travel Buddy

‘คุณน้ำผึ้ง’ เยือนแม่สอด ถิ่นชาติพันธุ์ วัฒนธรรมไทยใหญ่

‘คุณน้ำผึ้ง’ เยือนแม่สอด ถิ่นชาติพันธุ์ วัฒนธรรมไทยใหญ่

‘คุณน้ำผึ้ง’ เยือนแม่สอด ถิ่นชาติพันธุ์ วัฒนธรรมไทยใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทริปนี้  “คุณน้ำผึ้ง – ดร.หม่อมหลวงณฐภา” ชวนเที่ยวสัมผัสวิถีชุมชนชาติพันธุ์ใน อ.แม่สอดจ.ตาก… ที่มีความหลากหลายชาติพันธุ์ไม่ว่าจะเป็น ชาวไทย ไทยใหญ่ พม่า กะเหรี่ยง ปะโอว ลาวและไทยล้านนา

เริ่มต้นกันที่ชาติพันธุ์ไทยใหญ่ที่ วัดไทยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เป็นศิลปะไทยใหญ่ ภายในศาลาการเปรียญามีพระมหามัยมุนี เป็นองค์พระประธาน เมื่อมาถึงมีการฟ้อนนกกิงกะหร่าและรำโต  ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงของชาวไทยใหญ่ที่สืบทอดมานาน มักแสดงในช่วงประเพณีสำคัญทางพุทธศาสนาและงานมงคล รวมถึงนำมาต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอีกด้วย ด้านนอกรอบวัดมีศาสนสถานหลายจุดอย่าง วิหารสีทอง ฉลุลาย / รูปปั้นสิงห์คู่, พระเจดีย์โกนาวิน (เจดีย์ 9 ยอด ทรงมอญสีทอง), รูปปั้นหงส์คู่ทอง, พระพุทธไสยาสน์ (พระนอนตาหวาน), วิหารพุทธประวัติมาเยือนชุมชนไทยวัฒนารามทั้งทีก็ต้องชิมอาหารไทยใหญ่อย่าง ยำโปตี่…นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการประดิษฐ์ “ต้นไม้หยกมงคล” สัญลักษณ์แห่งความโชคดี มั่งคั่ง และความมั่นคง ซึ่งเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมา  และยังเป็นสินค้าของฝากของที่ระลึกและของชำร่วยด้วยส่วนที่พักแนะนำบ้านเคียงจันทร์ รีสอร์ท และโรงแรม Alto Hotel M แม่สอด  รวมถึงอาหารอร่อยๆ จาก Asa Tea Bar & Eatery at Alto Hotel M…

‘The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)’ คัมแบ็ก เปิดตัว 4 มาสเตอร์

‘The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)’ คัมแบ็ก เปิดตัว 4 มาสเตอร์

‘The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)’ คัมแบ็ก เปิดตัว 4 มาสเตอร์

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างงดงามในซีซั่นแรก ที่สามารถสร้างยอดการเข้าถึงบนโลกออนไลน์รวมกว่า 100 ล้านวิว พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ และปั้นผู้เข้าแข่งขันหลายคนให้ก้าวขึ้นมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายขายมืออาชีพ ล่าสุด ช่อง 7 HD ขอกลับมาเสิร์ฟความปังรายการ “The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)” ด้วยรูปแบบรายการเรียลลิตี้ที่เข้มข้น เดือด แรง ยิ่งกว่าเดิม พร้อมยกระดับวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ของประเทศไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น ภายใต้การผลิตโดย บริษัท จีเนียส มีเดีย ครีเอเตอร์ จำกัด ของ “ซอนย่า คูลิ่ง” และ “มะตูม เตชินท์ พลอยเพชร” โดยมีงานบวงสรวงและเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่โดยด้านผู้จัด “ซอนย่า คูลิ่ง” และ “มะตูม เตชินท์ พลอยเพชร” ได้กล่าวถึงรายการในปีนี้ว่า “ปีนี้เรายกระดับการแข่งขันให้ท้าทายและเข้มข้นกว่าเดิม ทุกคนจะได้พบกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านกลยุทธ์และความสามารถของเหล่านักรบโซเชียล พวกเขาต้องฝ่าฟันโจทย์สุดโหด และสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่โดดเด่นเพื่อคว้าแชมป์ไปให้ได้”  ด้าน มะตูม เตชินท์ พลอยเพชร เสริมว่า “เราต้องการปั้นครีเอเตอร์ที่มีศักยภาพจริงๆ คนที่จะเป็น The Social Warrior คนที่ 2 ของประเทศไทยต้องโดดเด่นทั้งด้านการขายและสร้างสรรค์คอนเทนต์ เราให้โอกาสทุกคนได้พิสูจน์ตัวเอง พร้อมเหล่ามาสเตอร์ที่ทุกคนต่างยกย่องว่าเป็นเดอะเบสต์ของประเทศไทย เพื่อได้สุดยอดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ระดับประเทศที่เจ๋งจริง เก๋าจริง เพื่อรับมง”

ซึ่งรายการ “The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)” ยังคงเดินหน้าเฟ้นหา สุดยอดคอนเทนต์ครีเอเตอร์การขายระดับประเทศที่เจ๋งจริง เก๋าจริง เพื่อรับมง “The Social Warrior คนที่ 2 ของประเทศไทย” พร้อมเงินรางวัล 1,000,000 บาท โดยมี 4 มาสเตอร์ตัวจริงในวงการ นำโดย มาสเตอร์ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม ราชินีวลีไวรัล สายเฉี่ยว หยิบจับอะไรก็ไฟลุกบนโซเชียลจนคนต้องติดตาม , มาสเตอร์ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน แม่ทัพสายหวาน แต่เกมไหนก็ฟาดแบบเด็ดขาดอย่างมั่นใจ, มาสเตอร์นัท นิสามณี สายสตรองคอนเทนต์ไว ปล่อยทีไรก็เป็นกระแส และ มาสเตอร์นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์ จอมวางแผนสายฮา พลิกทุกเกมให้กลายเป็นสนามรบอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังเพิ่มความร้อนแรง ไปกับ 2 พิธีกรฝีปากฟาดประจํารายการ เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ และ ต้นหอม ศกุนตลา เสริมทัพด้วยความพิเศษในแต่ละสัปดาห์ ด้วยแขกรับเชิญผู้ทรงอิทธิพลคนดังในโลกดิจิทัลทุกแขนง ที่จะมาร่วมถ่ายทอด WORKSHOP COACH ทั้ง 20 Warriors ที่มียอดมีเดียเอนเกจเมนต์รวมกันกว่า 1,814 ล้าน เพื่อพัฒนาทักษะการขายและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ครบรอบด้านสมรภูมิโซเชียล  Warrior ผู้ที่คู่ควรกับตำแหน่ง The Social Warrior คนที่ 2 ของประเทศไทย” จะต้องเป็นเดอะเบสต์ของประเทศเตรียมปักหมุดพบกับความเดือด เมื่อ 4 มาสเตอร์ระดับประเทศต้องออกรบ ผู้ชนะในสมรภูมินี้ มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น “The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.45 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 พร้อมเปิดสมรภูมิความสนุกจัดเต็ม 10 อีพี (เริ่มตอนแรก 19 ตุลาคมนี้พร้อมลุ้นว่า Warrior คนสุดท้ายในรายการจะเป็นใครมาเหนือเทพแค่ไหน ห้ามพลาด!

แฟนๆช็อก! ‘ทอม อิศรา’ประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ กรามคางหัก-ตับไตฉีก-ซี่โครงร้าว

แฟนๆช็อก! 'ทอม อิศรา'ประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ กรามคางหัก-ตับไตฉีก-ซี่โครงร้าว

แฟนๆช็อก! ‘ทอม อิศรา’ประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ กรามคางหัก-ตับไตฉีก-ซี่โครงร้าว

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 21.20 น.

4 ตุลาคม 2568 ทำเอาแฟนๆ ใจหายใจคว่ำไปตามๆ กันเมื่อนักร้องหนุ่มชื่อดัง ‘ทอม อิศรา’ หรือ ทอม อิศรา กิจนิตย์ชีว์ ได้ออกมาไลฟ์สดเปิดเผยอาการเจ็บป่วยหลังประสบอุบัติเหตุรุนแรงจากสกู๊ตเตอร์ล้ม  โดยบอกว่าไม่ใช่แค่คางแตก แต่ตับไตฉีก กรามหัก นอนรักษาอยู่โรงพยาบาลนานเป็นเดือน 

‘ทอม อิศรา’ ได้เล่าวว่า เขาล้มจากสกู๊ตเตอร์ กระดูกคางแตก และกรามหักทั้งสองข้าง โดยต้องใส่เหล็กล็อกในบางจุด ข้างที่ยังไม่ได้ใส่เป็นเพราะอยู่ใกล้เส้นประสาท การเคลื่อนไหวกรามจึงถูกจำกัดอย่างมากช่วงก่อนเข้าผ่าตัด เขามีอาการปวดช่องท้องเมื่อตัวเอี้ยว จึงต้องทำ CT สแกนและฉีดสีตรวจร่างกาย ผลออกมาพบว่าไม่ใช่แค่กราม คาง เท่านั้น แต่ตับฉีก ไตฉีก กระดูกซี่โครงด้านขวาร้าว ซึ่งเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้ ใส่เหล็กในปาก แขนหัก ดามเหล็ก  ขณะนี้ในปากถูกล็อกบน–ล่าง ไม่สามารถขยับกรามได้ตามปกติ จึงฝึกพูดโดยใช่ริมฝีปากเป็นหลัก ภายในร่างกายยังพบว่าแขนหักและมีเหล็กดามด้านใน บาดแผลฟกช้ำเขียวช้ำเต็มหน้าอก

เนื่องจากกรามหักอยู่ใกล้เส้นประสาท บริเวณนั้นต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน ประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนกว่าจะสามารถใช้งานกรามได้ดีขึ้น และอาจกลับมาร้องเพลงได้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน

น้ำหนักลด กินแต่โจ๊กผ่านหลอด ตับ–ไตเสียหายแต่ไม่ต้องผ่า ด้วยสภาพปากที่ยังเคลื่อนไหวลำบาก ‘ทอม’ รับว่าน้ำหนักลด เนื่องจากกินได้เพียงโจ๊กโดยใช้หลอดเข็มแทนการเคี้ยว เขาแชร์ว่าในโชคร้ายก็มีโชคดี เพราะถึงตับและไตจะฉีก แต่ไม่ได้ฉีกจนมีเลือดไหลไม่ต้องผ่าตัด ร่างกายสามารถฮีลเองได้

โดย ‘ทอม อิศรา’ ยังต้องตรวจค่าตับ–ไต และคุยกับแพทย์อย่างละเอียดในเรื่องการใช้ชีวิตหลังพักฟื้น เพื่อปรับเปลี่ยนการดูแลตัวเองในอนาคต ซึ่งหลังจากที่แฟนๆ ทราบข่าวอาการบาดเจ็บของนักร้องหนุ่มนั้น ก็ได้อวยพรให้หายจากอาการป่วยไวไว พร้อมทั้งรอนักร้องหนุ่มฟื้นตัวกลับมาร้องเพลงได้ในเร็ววัน 

‘ยูกิ ไหทองคำ’ขอโทษปมใส่ชุดรัดเป้าเกินงาม ขอความกรุณาโฟกัสให้ถูกจุด

'ยูกิ ไหทองคำ'ขอโทษปมใส่ชุดรัดเป้าเกินงาม ขอความกรุณาโฟกัสให้ถูกจุด

‘ยูกิ ไหทองคำ’ขอโทษปมใส่ชุดรัดเป้าเกินงาม ขอความกรุณาโฟกัสให้ถูกจุด

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 19.30 น.

4 ตุลาคม 2568 หลังจากที่กลายเป็นประเด้นดราม่าสนั่นโซเชียล เมื่อนักร้องสาว ‘ยูกิ ไหทองคำ’ ไปร่วมรายการรู้หน้าไม่รู้ใคร Who’s That ทางช่อง3 ก่อนชาวเน็ตวิจารณ์แรงหลังเห็นชุดที่ ‘ยูกิ ไหทองคำ’ ใส่ในรายการ ซึ่งชุดดังกล่าว เป็นชุดจั๊มสูทสีครีม โดยชาวเน็ตกลับโฟกัสผิดจุดเพราะชุดดังกล่าวรัดเป้ามากจนเกินงาม ต่อมาทีมงานของ ‘ยูกิ ไหทองคำ’ ก็ออกมาชี้แจงว่า ชุดดังกล่าวนักร้องสาวไม่ได้ฟิตติ้งก่อน พออยู่หน้างานแล้วแก้ไขไม่ทัน

ทางด้านนายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ เจ้าของค่ายไหทองคำ ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงเรื่องนี้ โดยได้โพสต์แซว  ‘ยูกิ ไหทองคำ’ เทียบภาพที่นางแบบใส่กับที่ยูกิใส่ บอกว่า เทสที่สร้าง – ร่างที่ได้ และยังบอกอีกว่า “สูวววว มันคือรัดเป้าคักแท้ แก้กะบ่ทัน ” อีกทั้งนายห้างประจักษ์ชัยเลยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสบอกว่า “#ยูกิ ไหทองคำ คิวงานเข้าเเต่เช้า…เเต่ลูกค้าขอชุดนี้ขึ้นเวที…#นายห้างจัดให้ 082-2015999 คิวรัว ๆ สายไหม้เเน่วันนี้”

ความคืบหน้าล่าสุด ‘ยูกิ ไหทองคำ’ ต้องอัดคลิปชี้แจงเรื่องชุดที่รัดมากไปเพื่อขอโทษแฟนๆ ของเธอ และวอนให้ทุกคนช่วยมองหน้าเธอด้วยว่า  แจงดราม่าเรื่องชุดที่ใส่ไปรายการรู้หน้าไม่รู้ใครเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา  เหตุการณ์เกิดจากที่ตนเลือกชุดกับแม่ มันมีหลายชุดมากที่เลือกไว้ ก็เลยเลือกชุดนี้เพราะดูเรียบร้อยสุดแล้ว ซึ่งในแบบช่วงล่างมันปกติมันไม่ได้ดูรัดมาก ก็ให้เขาส่งชุดมา และตนก็รีบไปสตูดิโอเพื่อถ่ายงาน พอไปถึงก็รีบไปบล็อกกิ้งเวที จึงมาแต่งตัว และเห็นว่าชุดมันรัดเกินไป และก็ใกล้เวลาจะอัดรายการแล้ว หาชุดไม่ทันแล้ว  ยอมรับว่าเกิดจากความผิดพลาดในการเตรียมชุด ไม่ได้ลองชุด และมันก็รีบจริงๆ งานด่วนจริงๆ และไม่ได้เป็นชุดที่คิดไว้ล่วงหน้าว่าจะใส่ ปกติจะเช็กชุดและดูให้ดีกว่านี้ แต่ครั้งนี้มันงานด่วนจริงๆ

โดยสาว ‘ยูกิ ไหทองคำ’ ยกมือไหว้ขอโทษพี่ๆ แม่ๆ แฟนคลับ ขอโทษทุกๆ คน ที่ภาพมันดูไม่เหมาะสมจริงๆ สามเหลี่ยมมันชัดเกินไป พร้อมกล่าวว่าใส่ชุดนี้ก็รู้สึกอายมาก พยายามเอามือปิดไว้แล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร พยายามเอาตรงช่วงไหล่มาปิด ปิดเยอะก็ไม่ได้ มันดูเสียบุคลิก ขอโทษอีกครั้ง และครั้งต่อไปจะดูให้ดีกว่านี้ และลองชุดก่อน ขอความกรุณาโฟกัสให้ถูกที่ด้วย ขอให้ทุกคนช่วยมองหน้าตนด้วย ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ อายจริงๆ ใส่ชุดแล้วไม่รู้จะแก้อย่างไร แก้ไม่ทันแล้ว อีก 5 นาทีเข้ารายการ งานต่อไปจะทำให้ดีกว่านี้ 

‘หลานม่า’สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่! ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ

'หลานม่า'สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่! ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ

‘หลานม่า’สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่! ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.12 น.

4 ตุลาคม 2568 ค่ายหนังดัง ‘GDH’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ จากค่าย GDH ได้รับเกียรติครั้งสำคัญ ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2568 จากการพิจารณาของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) โดยคัดเลือกภาพยนตร์ที่มีคุณค่า ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีอิทธิพลต่อสังคม วัฒนธรรม และศิลปะ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 เนื่องในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย  

สำหรับภาพยนตร์ 10 เรื่องที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในปีนี้ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพจำนวน 35 ท่านร่วมตัดสิน เเละภาพยนตร์บางส่วนได้รับการเสนอโดยประชาชนกว่า 1,300 คน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมาจากคลังอนุรักษ์ของหอภาพยนตร์ 

ผลงานชิ้นเอก ‘หลานม่า’ ถือเป็นภาพยนตร์ที่ใหม่ที่สุดในบรรดา 10 เรื่องที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในปีนี้  โดยมีผู้บริหาร จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด นำทีม ปรียาวรรณ ภูวกุล รองประธานกรรมการบริหาร ร่วมด้วย โปรดิวเซอร์ วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์, ผู้กำกับภาพยนตร์ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ และนักแสดงนำ อุษา เสมคำ เข้าร่วมงานท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น 

รายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2568

1. เสด็จประพาศชะวา พ.ศ. 2472 (2472)

2. [รวมเหตุการณ์งานสวนสนามสัมพันธมิตรในกรุงเทพฯ พ.ศ. 2489] (2489)

3.พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ณ พระเมรุมาศ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2493 (2493) 

4. แผนการณ์ภาคพายัพ (2497)

5. เก็บศพไร้ญาติ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2503 (2503)

6. [ประมวลฉากเพลง 35 มม. ในหนังไทย 16 มม.] (2508-2510)

7. อยู่กับก๋ง (2522)

8. วันประวัติศาสตร์ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย 1 ธ.ค. 2525 ที่บ้านบาก ต.บ้านบาก อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร (2525) 

9. คู่กรรม (2531)

10. หลานม่า (2567)

ซึ่งที่ผ่านมา ภาพยนตร์จาก GDH/GTH ที่ได้รับเกียรติให้ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ได้แก่ 

1. มหาลัย เหมืองแร่ (ได้รับเลือก พ.ศ. 2556)

2. แฟนฉัน (ได้รับเลือก พ.ศ.2557)

3. 15 ค่ำ เดือน 11 (ได้รับเลือก พ.ศ.2558)

4. ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (ได้รับเลือก พ.ศ.2558)

5. FINAL SCORE 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (ได้รับเลือก พ.ศ. 2559)

6. ฉลาดเกมส์โกง (ได้รับเลือก พ.ศ.2561) 

7. พี่มาก..พระโขนง (ได้รับเลือก พ.ศ. 2562) 

8. หลานม่า (ได้รับเลือก พ.ศ.2568) 

นิตยสารดังขอโทษแล้ว! ปมครอปรูป’โรเซ่ แบล็กพิงก์’ ชาวเน็ตเดือดเหยียดเชื้อชาติ?

นิตยสารดังขอโทษแล้ว! ปมครอปรูป'โรเซ่ แบล็กพิงก์' ชาวเน็ตเดือดเหยียดเชื้อชาติ?

นิตยสารดังขอโทษแล้ว! ปมครอปรูป’โรเซ่ แบล็กพิงก์’ ชาวเน็ตเดือดเหยียดเชื้อชาติ?

วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.45 น.

4 ตุลาคม 2568 จากกรณีที่สื่อนิตยสารดังระดับโลก Elle UK ที่มีการโพสต์ภาพเซเลบที่เข้าร่วมงารปารีสแฟชันวีคของแบรนด์  Saint Laurent แต่ตัดภาพ โรเซ่ แบล็กพิงก์ ออกไปนั้น จนเป็นเหตุให้แฟนๆ ทั่วโลกรุมถล่มยับถึงประเด็นของการเหยียดเชื้อชาติ 

ซึ่งภาพเจ้าปัญหาคือภาพกลุ่มของ 4 สาว ที่ประกอบไปด้วย เฮลีย์ บีเบอร์, ชาร์ลี XCX , โซอี คราวิทซ์ และ โรเซ่ แบล็กพิงก์ แต่อินสตาแกรมของนิตยสารได้โพสต์ภาพแค่ 3 สาวโดยตัด ‘โรเซ่’ ถึงแม้ว่าต่อมานั้นทางนิตยสารดังจะได้ทำการแก้ไขโดยการโพสต์ภาพเดี่ยวของสาวโรเซ่ แต่กระแสถล่มก็ยังไม่จบสิ้น 

ความคืบหน้าล่าสุด Elle UK มีการออกมาแถลงขอโทษแล้วผ่านอินสตราแกรมสตอรี่ โดยระบุข้อความว่า “เราขออภัยอย่างสุดซึ้งสำหรับโพสต์ล่าสุดจากงาน Paris Fashion Week ที่ Rosé Blackpink ถูกครอปออกจากภาพถ่ายกลุ่มด้วยเหตุผลเรื่องการตัดทอนขนาดของภาพ เราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครขุ่นเคือง” นิตยสารกล่าว

 นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาแถลงการณ์ในช่วงท้ายว่า โพสต์รูปที่ถูกกล่าวถึงได้ถูกลบออกไปแล้ว ELLE UK ขอให้คำมั่นสัญญาว่าเนื้อหานิตยสารของเราในอนาคตจะครอบคลุมกลุ่มนักอ่านที่มีอยู่อย่างหลากหลายซึ่งเราเองก็ให้ความเคารพเป็นอย่างสูง