‘Campus Star 2025’เปิดเวทีค้นหานักแสดงรุ่นใหม่เข้าสู่วงการบันเทิง

'Campus Star 2025'เปิดเวทีค้นหานักแสดงรุ่นใหม่เข้าสู่วงการบันเทิง

‘Campus Star 2025’เปิดเวทีค้นหานักแสดงรุ่นใหม่เข้าสู่วงการบันเทิง

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.51 น.

MonoMax (โมโนแม็กซ์)  ร่วมกับ Mono29 (โมโนทเว็นตี้ไนน์)   เปิดโปรเจ็กต์ใหม่ “Campus Star 2025” ค้นหานักแสดงรุ่นใหม่ อายุ 16-21 ปี  ก้าวสู่การเป็นนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทย   พร้อมร่วมงานกับ “คุณธัญญา วชิรบรรจง”  ประธานเจ้าหน้าที่ผ่ายผลิตรายการและผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ MONO29 ผู้สร้างผลงานซีรีส์และภาพยนตร์ไว้มากมาย  ด้วยการเปิดเวทีเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่จากนักศึกษาทั่วประเทศไทย เพื่อก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว  รับสมัครรอบคัดเลือกพร้อมออดิชั่นภาคเหนือกันไปแล้ว  ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ วันที่ 30-31 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมาบรรยากาศภายในงานสุดคึกคัก นักศึกษาสนใจตบเท้าเข้ารับสมัครกันเป็นจำนวนมาก

 พร้อมงัดความสามารถพิเศษออกมาโชว์บนเวทีกันอย่างเนืองแน่นตลอด 2 วันเต็ม   งานนี้สาวๆ วง THX แบมแบมตาต้าเฟรชเชียร์ซินดี้เรย์  ได้บินไปร่วมให้กำลังใจผู้สมัครกันถึงจังหวัดเชียงใหม่   พร้อมจัดโชว์พิเศษสุดมันส์ต้อนรับน้องๆ ตัวแทนจากภาคเหนือเข้าสู่รอบแข่งขันระดับประเทศ นอกจากนี้ยังมีโชว์พิเศษจาก เจ้านาย จินเจษฏ์” ที่มาร่วมสร้างโมเมนต์ให้กับเวที Campus Star 2025 เรียกเสียงกรี๊ดลั่นเวที  สนุกครบรสตลอดงาน  สร้างพลังบวกให้บรรยากาศงานเต็มไปด้วยความสนุก  และแรงบันดาลใจสุดๆ

THX ให้สัมภาษณ์ถึงโปรเจ็กต์ Campus Star 2025 ครั้งนี้ว่า “วันนี้พวกเรา THX ดีใจมากที่ได้มาโชว์พิเศษและให้กำลังใจตัวแทนจากภาคเหนือในฐานะศิลปินจาก E29 Music Identities พวกเราอยากชวนทุกคนที่มีความฝันด้านการแสดง อยากเป็นนักแสดงมืออาชีพ มาสมัคร Campus Star  2025 กันเยอะๆ  เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่จะได้โชว์ความสามารถ ได้เซ็นต์สัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดโมโน  รวมทั้งได้ร่วมงานกับนักแสดงแถวหน้า ของประเทศไทย   มาสมัครกันเยอะๆ นะคะ

ตัวแทนภาคเหนือ Campus Star 2025   ทั้ง 6 คน  ที่ได้เป็นตัวแทนไปแข่งในระดับประเทศได้แก่ อาร์มมี่ ณัฐดนัย สุกใส  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ,ไวต้า วชิรวิทย์ แสงศรีจันทร์ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายซันเดย์ พงษ์พิพัฒน์ เพียงตา โรงเรียนอุตรดิตถ์แก้ม ธนภร เงินดิษฐ มหาวิทยาลัยแม่โจ้กีต้าร์ นิรดา แสนปัญญา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ ลูกแก้ว อัญชลีพร อ่อนกัน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

สำหรับผู้ชนะ Campus Star 2025  ชายและหญิงจะได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดโมโนทันที   ใครที่มีความฝันอยากเป็นนักแสดงหน้าใหม่ห้ามพลาด!!  ติดตามข่าวสารการรับสมัครได้ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ Campus Star 

#CampusStar2025 #CampusStar #MONO29 #Monomax #E29 #CentralChiangmai #CentralPattana #ฮานามิ #TIPlife #E29MusicIdentities #THXOfficial  #BambamTHX #FreshTHX  #TataTHX  #CindyTHX  #CheerTHX  #RayTHX 

‘Hong Kong Film Gala Presentation เทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง 2025’ฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงฮ่องกงบินตรงร่วมงาน

'Hong Kong Film Gala Presentation เทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง 2025'ฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงฮ่องกงบินตรงร่วมงาน

‘Hong Kong Film Gala Presentation เทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง 2025’ฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงฮ่องกงบินตรงร่วมงาน

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.45 น.

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ Hong Kong Film Gala Presentation เทศกาลที่คอหนังหลายคนเฝ้ารอ ได้มีการ เปิดงานอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่โรงภาพยนตร์ “House สามย่าน” เบิดเทศกาล ภาพยนตร์ด้วย “Papa” ภาพยนตร์ดราม่า – อาชญากรรมที่สร้างจากคดีสะเทือนขวัญที่ดังไปทั่วฮ่องกง โดยทีมนักแสดง และผู้กำกับชื่อดังจากฮ่องกงและไทยมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง สร้างความประทับใจ ให้กับผู้มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง 

ซึ่งงาน Hong Kong Film Gala Presentation จะจัดขึ้นที่ โรงภาพยนตร์ House สามย่าน ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 3 กันยายนนี้ โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “TOGETHER WE DARE TO CAPTURE” พร้อมแสดง ให้เห็นถึงความสามารถของวงการภาพยนตร์ฮ่องกงในการนำเสนอหลากหลายประเด็นได้อย่างรอบด้าน เตรียมพบกับภาพยนตร์ที่กลั่นมาจากความกล้าหาญที่จะนำเสนอประเด็นที่พร้อมสร้างแรงสั่นสะเทือนในสังคม และถึงจะต่างรสชาติแต่เข้มข้นไม่แพ้กัน 

“ปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ฮ่องกงได้จัดงาน Hong Kong Film Gala Presentation ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นและเติบโตระหว่างฮ่องกงและไทย รวมถึงความรักที่เรามีต่อวงการภาพยนตร์ งานนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึง ความหลากหลายและความ คิดสร้างสรรค์ของวงการภาพยนตร์ฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำหรับการสนทนา ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนทางวิชาชีพระหว่างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮ่องกงและไทยอีกด้วย” คุณพาร์สัน แลม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง ประจำกรุงเทพฯ กล่าว

งานนี้ คุณเจสัน เจา” (Jason Chow) รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง ประจำกรุงเทพฯ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางสาวรานี อิฐรัตน์” ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยในงานมีแขกมาร่วมพบปะพูดคุยอย่างคับคั่งรวมทั้งฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงจากฮ่องกง  ได้แก่ โปรดิวเซอร์ เอมี่ ชิน และนักแสดงดาวรุ่ง ดิแลน โซ จากภาพยนตร์เรื่อง Papa ร่วมด้วยนักแสดงหนุ่ม “โลชุนยิป จากภาพยนตร์เรื่อง  Montages of a Modern Motherhood ที่แฟนภาพยนตร์คุ้นหน้าคุ้นตาเขาดีจากผลงาน Time Still Turns The Pages

และในงานนี้ยังได้พระเอกหนุ่ม มีน พีรวิชญ์” จากภาพยนตร์เรื่อง ท่าแร่ มาเป็นตัวแทนคนในวงการ ภาพยนตร์ไทย เช่นเดียวกับนักแสดงหนุ่ม “ท็อป ทศพล” จากภาพยนตร์เรื่อง เสือ และนักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง จั๊มพ์ พิสิฐพล” (เทอมสาม) ที่มาร่วมงานและแลกเปลี่ยนมุม มองกับฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงจากฮ่องกงด้วย

เทศกาลหนังฮ่องกง Hong Kong Film Gala Presentation จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ สถาบันรางวัลภาพยนตร์เอเชีย (Asian Film Awards Academy) สำนักงานพัฒนาวัฒนธรรมและ อุตสาหกรรม สร้างสรรค์ (Cultural and Creative Industries Development Agency), กองทุนพัฒนาภาพยนตร์ (Film Development Fund) และ สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (HKETO) ในกรุงเทพฯ (Hong Kong Economic and Trade Office (HKETO) in Bangkok) และโรงภาพยนตร์ House สามย่าน เพื่อมุ่งเผยแพร่และแลก เปลี่ยนวัฒนธรรม รวมถึงแนะนำภาพยนตร์ฮ่องกงให้ชาวไทยได้รู้จักกันมากขึ้นซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือ อันจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระหว่างสองประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ “EMERGING ASIAN ICONS: THE ACTORS’ FORUM” เฮ้าส์ สามย่าน ร่วมมือกับ Asian Film Awards Academy และ TOSAA : Thai On-Screen Actor Association พบ 4 นักแสดงที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ชีวิตในเส้นทางการแสดง และแลกเปลี่ยนเทคนิค วิธีคิดและการเตรียมตัวสู่การเป็น “นักแสดง” ส่งตรงจากฮ่องกงกับนักแสดง โลชุนยิป‘ จากภาพยนตร์เรื่อง Montages of a Modern Motherhood ผู้ที่เคยทำให้พวกเราใจสลายมาแล้วใน Time Still Turns The Pages เมื่อปีที่แล้ว และ ดิแลน โซ นักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองจากภาพยนตร์เรื่อง Papa สมทบด้วยสองนักแสดงไทย มีนพีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร และ ท็อปทศพล หมายสุข

โดยในเทศกาลครั้งนี้ มีภาพยนตร์ฮ่องกงคุณภาพหลากหลายรสชาติที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Cesium Fallout ภาพยนตร์ภัยพิบัติฟอร์มยักษ์ในรอบทศวรรษ Montages of a Modern Motherhood ภาพยนตร์ดราม่าที่จะพาไปสำรวจความเป็นแม่ การกลับมาบนจอหนังอีกครั้งกับ Shanghai Blues (4K Restoration) ภาพยนตร์แอ็กชันสุดมันสไตล์ฮ่องกงที่หลายคนคิดถึงอย่าง Fight for Tomorrow ภาพยนตร์โรแมนติกผ่านเสียงเพลงอย่าง Last Song for You หรือสารคดีอย่าง  Four Trails
ที่จะพาไปตามติด Hong Kong Four การแข่งขันวิ่งเทรลหฤโหด และ The Flower Princess (Part 1) ภาพยนตร์แอนิเมชัน-อุปรากรณ์งิ้วที่สร้างจากตำนานรักช่วงผลัดแผ่นดิน  

ห้ามพลาดเด็ดขาด 29 สิงหาคม – 3 กันยายนนี้ กับงาน Hong Kong Film Gala Presentation จองตั๋วและติดตามข่าวสาร เช็ครอบฉาย และซื้อตั๋วได้แล้ววันนี้ สามารถจองตั๋วได้แล้วทางแอปพลิเคชัน House Cinema, เว็บไซต์ housesamyan.com หรือหน้าเคาน์เตอร์โรงฯ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์

#HKFilmGalaPresentationTH

#AFA #AFAA

#HouseSamyan

#HongKongFilmGalaPresentation

#HongkongFilmGalaPresentation

#香港電影巡禮

ม้วนเดียวจบ! ‘วีนา ปวีนา’เคลียร์ทุกดราม่า เชื้อชาติ-รูปร่าง ได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส2025 เพราะยอดขาย

ม้วนเดียวจบ! 'วีนา ปวีนา'เคลียร์ทุกดราม่า เชื้อชาติ-รูปร่าง ได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส2025 เพราะยอดขาย

ม้วนเดียวจบ! ‘วีนา ปวีนา’เคลียร์ทุกดราม่า เชื้อชาติ-รูปร่าง ได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส2025 เพราะยอดขาย

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.17 น.

วีนา ปวีนา กับเส้นทาง 8 ปีแห่งความฝัน จากวันที่เกือบแขวนส้นสูงบอกลาเวทีนางงาม กับการกลับมาอย่างสง่างาม และปิดตำนานนางรองคว้ามงกุฏมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ได้สำเร็จ พิสูจน์แล้วว่าความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne 31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

มันมีดราม่าเรื่องเชื้อชาติ เล่าให้ฟังหน่อยเป็นมายังไง?

วีนา : ครั้งแรกที่วีนาไปประกวด คำถามแรกที่ได้รับ คือ รู้สึกว่าเราเป็นคนไทยไหม จะบอกกับคนที่คิดว่าเราไม่ใช่คนไทยยังไงบ้าง วีนาตอบเลย เป็นคนไทย มีบัตรประชาชนนะคะ ดูมั้ยคะ เพราะว่ามันไม่มีอะไรจะบอกได้มากกว่านั้นแล้ว เกิดในไทย เติบโตในไทย ให้ทุกคนเห็นวีนาในฐานะคนไทย คลุกคลีมากับวัฒนธรรม อาหารต่างๆ ภายนอกบางครั้งอาจจะไม่เหมือน บางคนคิดว่าเป็นสาวใต้ เพราะฉะนั้นความเป็นไทยมันก็แล้วแต่ เพราะเราเป็นการหลอมรวมวัฒนธรรมอยู่แล้ว มีทั้งจีน อินเดีย เยอะแยะมากมาย ความเป็นไทยอยู่ในสายเลือดวีนานี่แหละ กินส้มตำ ข้าวเหนียวเหมือนกัน

ย้อนกลับไปปี 2020 วีนาก็โดนด่าเรื่องรูปร่าง?

วีนา : รูปร่างตอนนั้น บอกตรงๆ ก็พยายามออกกำลังกายเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เรามีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิต ตอนนั้นมาด้วยแบบเราก็มั่นใจในตัวเองนะ แต่หลายคนอาจจะมองว่ายังไม่เข้าที่ ยังไม่เฟิร์มพอ โดนบูลลี่ว่าเป็นสาวอินเดียที่รูปร่างใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราเจอมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เราตัวสูงแล้วก็อวบๆ ก็จะโดนล้อมาตลอด พอมาปี2020 บอกตามตรงก็นอยด์เหมือนกัน แต่สุดท้ายอยู่ที่จิตใจเรา เราโฟกัสว่าเรามาทำตรงนี้เพราะอะไร ซึ่งมันมีหลากหลายแบบมาก ซึ่งเวทีมิสยูนิเวิร์ส เค้าเปิดรับผู้หญิงทุกแบบ ทุกสไตล์

ปี2020 กับตอนนี้ น้ำหนักตัวห่างกัน?

วีนา : ห่างกันประมาณ 20 โลได้ ตอน 2020 หนัก 70 กว่าๆ เกือบ 80 แล้วเราพยายามลดมาเรื่อยๆ ตอนช่วงไฟนอลก็ห่างกันประมาณ 10 กว่าโลได้

ลดยังไง?

วีนา : ทานอาหารคลีน ทำ IF แล้วก็ออกกำลังกาย

น้ำหนักปัจจุบันเหลือเท่าไหร่?

วีนา : 60 โดยประมาณ

ดราม่ายังไม่จบ มีคนมาวิจารย์เรื่องหน้าตา หน้ายังไม่เข้าที่ตาไม่เท่ากันบ้าง?

วีนา : จะมีช่วงหนึ่งที่ไปเกาหลีมา อยากจะทำผิวให้สวยงามมากยิ่งขึ้น มันก็มีบ้างช่วง 1-2 อาทิตย์แรกที่ยังไม่เข้าที่ หน้ายังบวมอยู่ ปกติเป็นคนที่ไม่ทำอะไรแบบนี้เลย ครั้งแรกที่ไปทำ 1 เดือนก่อนที่จะเป็นวันเปิดตัว มันก็ยังมีอยู่บ้าง ยิ้มไม่สุดบ้าง แต่ตอนนี้สวยหรือยังคะ ก็ใช้เวลาบ้าง ไม่เป็นไรร่างกายเราพักฟื้นนิดนึง

เครียดไหมกับคอมเมนต์แบบนี้ ?

วีนา : เคยซีเรียส เคยนอยด์เหมือนกัน แต่เราได้มามาฟังหัวใจตัวเอง ไม่มีใครเข้าใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เค้าจะพูดแค่สิ่งที่เค้าเห็น สิ่งที่เราทำได้คืออธิบายให้เค้าฟัง สุดท้ายถ้าเค้ายังไม่ชอบอีกก็แล้วแต่แล้วกัน

ก็มีดราม่าว่าไม่สมมง ได้ตำแหน่งเพราะยอดขาย?

วีนา : ก็ยอดขายเยอะจริง แต่ว่าไม่ได้ได้ตำแหน่งเพราะยอดขายเยอะแน่นอน ตอนแรกบอสแจ้งมามี 3 B คือ Beauty คือภายนอก สวย ไม่สวย อันนี้แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน ซึ่งสิ่งที่ตระหนักมากคือรูปร่าง ต้องมีความเฮลตี้ มีวินัยกับตัวเอง ทานอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกาย, Brain  แข่งกันตอบคำถาม ใครไม่ได้ปัดตกเลย แล้ววีนาได้เข้ามาอยู่ top4 กว่าจะเข้ามาอยู่ top4 ได้ผ่านคำถามหินมาก และ Business วีนาเข้าใจทำไมหลายคนถึงคิดแบบนี้ เพราะอันนี้วีนาเด่นที่สุด ถ้าเต็ม 10 วีนาน่าจะได้ 100 เพราะว่าวีนาขายมาตั้งแต่แคมเปญ 10 ล้าน จนถึงปัจจุบันนี้ 32 ล้าน ก็เลยเข้าใจที่เค้าจะคิด เพราะ Business สูงมาก สุดท้ายก็ได้ Best Seller มา แต่สุดท้ายแล้วการเป็นนางงามไม่ใช่แค่เรื่องขายของอย่างเดียว มันจะต้องสามารถต่อยอดได้ในอนาคต อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ

ตอนที่มีดราม่าเยอะเราก็นอยด์เหมือนกัน แต่ที่ผ่านมาได้เพราะกำลังใจจากครอบครัว?

วีนา : ครอบครัวส่งกำลังใจให้ตลอด โดยเฉพาะคุณแม่เค้าจะบอกว่าไม่เป็นไร อะไรที่เจออยู่ เค้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น สุดท้ายเวลาจะพิสูจน์ทุกอย่าง ป้า คุณย่า ก็ส่งกำลังใจมาให้ตลอด เป็นห่วงว่าเรามาประกวดรอบนี้เราจะทำไม่ได้ แล้วเราจะเสียใจ เค้าก็จะบอกว่าให้เราทำให้เต็มที่ ถามว่าผลักดัน 100% ไหมก็ไม่ เพราะเค้ากลัวจะเห็นเราร้องไห้อีกรอบหนึ่ง

ชาวเน็ตพิมพ์คอมเม้นต์อะไรระวังนิดหนึ่ง  เพราะตอนนี้บอสเอาจริง ?

วีนา : เรื่องของการบูลลี่ มันไม่ใช่ผิดแค่ในเรื่องของความรู้สึกที่เราไปทำร้ายคนอื่น มันผิดในเรื่องของกฎหมายด้วย อยากให้ใช้คำพูดแบบระมัดระวังนิดนึง เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เสีย คือคนที่พิมพ์ เพราะว่ากฎหมายมันไม่ได้อ่อนข้อให้ใครเลย ทุกคนเท่าเทียมกัน เวลาที่ล้ำเส้นก็ตามนั้น

กระเช้าอะไรก็ไม่รับแล้ว ?

วีนา : คงจะไม่รับแล้ว ในอดีตมีขอโทษ 20 วัน ก็ยังรับบ้าง แต่ปัจจุบันให้บอสกับ mgi จัดการ เพราะรู้ตัวว่าเป็นคนใจอ่อนเหมือนกัน

เห็นว่าเรื่องการบูลลี่ ไม่ได้โดนแค่ตอนประกวด โดนมาตั้งแต่เด็ก?

วีนา : ด้วยความที่วีนาเป็นคนไทย เชื้อสายอินเดีย อยู่ในสังคมที่มีคนหน้าตาไม่เหมือนเรา เราก็จะไม่เหมือนคนอื่น ตอนเด็กยังไม่เข้าใจหรอกเรื่องของความแตกต่าง โดนบ่อยที่สุดคือ อินเดีย ปากห้อยบ้างแหละ ตัวสูงเรียกวีนาเป็นยักษ์ ใครจะไปรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันทำให้เรากลายเป็นนางงามได้ในวันนี้ ตอนเด็กก็เสียใจเหมือนกัน ยอมรับเลยว่ากลายเป็นคนไม่กล้าพูด แล้วก็ขี้อายไปเลย กลัวว่าเราจะโดนตัดสินจากสังคม แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่สามารถไปเปลี่ยนคนอื่นได้ เราเดินหน้าต่อไป เป็นเราที่ดีขึ้นได้

วีนาสู้มาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อเสียตั้งแต่อายุ 8 ขวบ?

วีนา : พอคุณพ่อเสียวีนาย้ายไปอยู่ยะลากับคุณป้า คุณป้าจะสอนในเรื่องการค้าขาย กลับมาจากโรงเรียน เพื่อนจะไปเที่ยว ไปกินข้าว แต่เรากลับมาช่วยคุณป้าขายของ เพราะเราเองก็รู้สึกว่าคุณป้าช่วยเลี้ยง ทำให้เรามีวันนี้ได้ อยากตอบแทนเค้า แล้วเราก็ไม่ใช่เด็กที่ออกไปเที่ยวอะไรมาก เพราะอยากตั้งใจเรียน อยากได้ทุนด้วย พอได้ทุนมาแล้ว ก็ไม่อยากจะขอเงินจากคุณป้าด้วย เค้าให้วีนามาเยอะมากๆ ก็เลยไปเป็นติวเตอร์ สอนภาษาอังกฤษบ้าง โอเน็ตบ้าง เพื่อที่จะหาเงินมาใช้ด้วยตัวเอง และในการประกวดครั้งแรก เงินที่วีนาได้ทุนก็มาจากตรงนี้

เรื่องขายของ ตอนนั้นคุณป้าให้ขายอะไร?

วีนา : ขายผ้า กระดุม ด้าย เข็ม มีของทั่วไปเลย ที่สามารถหาได้

อะไรที่ทำให้เรามาประกวดครั้งแรก ?

วีนา : วีนารู้สึกว่ามิสยูนิเวิร์สเค้าผลักดันให้ผู้หญิงเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น เป็นผู้นำให้กับคนในสังคม ตอนนั้นปี2015 คนที่ได้ เค้าประกวด 3 รอบกว่าเค้าจะได้ แล้วเค้ามาจากพื้นเพที่ไม่ได้ร่ำรวย แล้วก็ไม่ได้มีแรงสนับสนุนมาก วีนารู้สึกว่าเราคือผู้หญิงคนนั้น ไม่ได้มาจากพื้นเพที่มีอะไรมาก สู้เหมือนกัน แล้วเราอยากจะส่งต่อกำลังใจให้กับคนอื่นด้วย ให้กับคนที่ไม่ได้เหมือนกับคนในสังคม สุดท้ายแล้วสู้ แล้วปรับตัวเองมายืนอยู่ตรงจุดที่เค้าอยากจะเป็นได้

ความฝันของเรากับครอบครัวมันคนละทางกัน ตอนประกวดครั้งแรกครอบครัวว่ายังไงบ้าง?

วีนา : ไม่ให้ประกวดเลย อย่างแรกกลัวว่าจะไม่ยั่งยืน อย่างที่สองเค้าคิดว่าเราทำไม่ได้ กลัวเราจะเสียใจ เค้าเลยบอกว่าลองไปทำงานบริษัทดูไหม เป็นข้าราชการดูไหม จบมาแล้วจะได้งานเดียวแล้วยาวไปตลอดชีวิต อยากให้มีความมั่นคง แต่เราเป็นคนบ้าบิ่นมาตั้งตั้งแต่เด็ก เราก็จะไม่ค่อยยอมใครอยู่แล้ว ตรงนี้มันคือความฝันของเราจริงๆ เราเลยไปประกวดโดยที่ไม่ได้บอกเค้า เค้าจะมารู้วันที่เราไปแล้ว ก็โดนดุเหมือนกัน ก็จะเป็นคนแบบนี้แหละ ไม่ยอม ขอทำ ครั้งที่หนึ่งประกวดจบ เค้าบอกเลยว่าไม่ให้แล้วนะ ไม่ให้ประกวดแล้วนะ

ผิดหวังไหมกับการประกวดครั้งแรก ?

วีนา : ผิดหวัง ที่บ้านก็เสียใจมาก คุณป้าก็ร้องไห้ เรารู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่ทำให้เขาเสียใจ แต่สุดท้ายถ้าเราสู้ เราไม่มีวันแพ้แน่นอน เพราะแค่สู้มันก็ชนะแล้วจริงๆ ก็เลยมารอบที่2 ซึ่งมันก็ไม่ชนะ แต่เราก็พยายามใช้สิ่งที่เรามีทำให้มันดีที่สุด ซึ่งครั้งที่3 กับครั้งที่4 ไม่ต้องถามนะคะ เพราะไม่อยากคุยด้วยแล้วเรื่องนี้

ครั้งที่4 มงลง เป็นยังไงบ้าง?

วีนา : เค้าดีใจด้วย สิ่งที่เราฝันมันเกิดขึ้นจริงแล้ว

ก่อนที่เราจะประสบความสำเร็จ มันก็มีบางช่วงที่แว๊บขึ้นมาว่าไม่ประกวดแล้ว?

วีนา : ด้วยความท้อด้วย ประกวดแต่ละรอบเรารู้สึกว่ามันหนักเหมือนกัน หนักทั้งทางด้านร่างกายที่เรานอนน้อย ใจที่เราต้องต่อสู้อะไรอีกเยอะ เราอยากจะทำแต่ละครั้งให้เต็มที่ที่สุด ชนะได้แล้วเถอะ ทุกครั้งเราจะใส่เต็มตลอด ไม่มีการกั๊ก พอไม่ได้ เลยรู้สึกว่าบางทีสิ่งนี้อาจจะไม่เหมาะกับเรา ลองไปทำอย่างอื่นไหม ก็ลองไปทำอย่างอื่นไหม ไปทำธุรกิจตัวเอง ทำรายการออนไลน์ สุดท้ายสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราฝันจริงๆ ก็คือสิ่งนี้อยู่ ถ้าเราไม่ได้ทำ เราจะเสียดายมากๆ เลย จะทำให้เต็มที่รอบสุดท้าย

ช่วงที่บอกว่าจะแขวนส้นสูง มันคาบเกี่ยวกับช่วงที่คุณแม่ป่วยด้วยไหม?

วีนา : ใช่ค่ะ หลังจากปี 2023 แม่ไม่สบายหนักมาก แล้ววีนาก็ว่างพอดี โอเคงั้นไปอยู่ที่แคนาดากับแม่ เพราะคุณแม่ก็ต้องการคนดูแล อยู่กับเค้าประมาณ 1 ปี ตอนแรกจะไปอยู่ 6 เดือน แต่เค้าก็ไม่ดีขึ้นก็เลยอยู่ 1 ปี  เขาดีขึ้นละ ผ่าตัดอะไรเรียบร้อย ก็เลยกลับมาทำวีซ่าเพื่อไปเรียนต่อแคนนาดา ไปอยู่นู่น หางานที่นู้น แต่สุดท้ายบอสประกาศลิขสิทธิ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ก็เลย สักรอบดีกว่า ก็เลยรู้สึกว่าเราน่าจะตอบโจทย์บอส เขาพูดมาเลยว่าต้องการแบบไหน วีนารู้สึกว่ามันสะท้อนตัวตนของวีนา ก็เลยพัฒนาแต่ละด้านให้ดีที่สุด

ก็จะมีคุณแม่คุณทูนหัว ที่คอยให้กำลังใจน้อง ไม่ใช่ใครที่ไหน  ส้ม ณัชพร ชื่นชอบอะไรในตัวน้อง?

พี่ส้ม : ชอบตั้งแต่ปี 2018 แต่เขาไม่รู้ เราเห็นรูปถ่ายเขาทำไมสวยจัง ไม่เคยเห็นนางงามสวยขนาดนี้ ณ วันนั้นนะ ตามดูเขา 2020 นี่ปักธงเชียร์เลย แต่ไม่ได้แสดงออกนอกหน้า แล้วก็ไม่ได้ เสียดายจังเลย เพราะเราชอบหน้าแบบนี้ อยากให้เป็นตัวแทนประเทศไทย หน้าอย่างนี้ส่งออก เราก็เลยเชียร์ แล้วเค้าก็ไม่ได้ พอเขาไม่ได้ก็คิดว่าเขาจะกลับมาอีกไหม แต่ตอนนั้นวีนาไม่เหมือนตอนนี้นะลูก จะเงียบ ปี2020 วีนามากับอแมนด้า พี่พยายามเข้าไปคุยกับวีนา เชียร์วีนาสุดตัวเลยนะ วีนาก็จะเงียบๆ  พอปี 2023 เราคุยกัน ตอนนั้นแม่เปิดหน้าเต็มที่ หมดไปเยอะมาก นอกจากเสียใจแล้ว เสียเงินด้วย พอมาปีนี้ดีใจที่ลูกได้มง เป็น PD จะมาส่งเค้านะ แต่ไม่ทัน ไม่เป็นไร PD ทุกท่านก็ดีหมด จะส่งลูก วี ก็กลายเป็นส่งลูกพลอยแทน วันนี้เค้าสมมง จากไม่คุยอะไรเลย วันนี้มียอดขายได้ขนาดนี้

บทสัมภาษณ์ของพี่ส้มมีส่วนทำให้วีนาตัดสินใจมาประกวดใน mut อีกครั้งหนึ่ง?

พี่ส้ม : บทสัมภาษณ์ตรงไหน บทสัมภาษณ์ที่เป็น คุยแซ่บ วี วีไอพี หรือเปล่า เออบทบทสัมภาษณ์วีนา ใช่ไหม ปี 23 ที่ไม่ได้ ก็ปีที่ทุ่มเงินไปนั่นแหละ แล้วหนูไม่ได้ก็เลย บอกว่าเนี่ย ปีเนี้ย แล้วก็ นั่งคุยกันแล้ว เราก็รู้สึกว่าเค้า ไม่เคยร้องไห้ เค้าไม่เคยแสดงความรู้สึกอะไรเลย แล้ว วันนั้นส้มเป็นติ่ง ส้มก็อดทนไม่ไหวหรอก เพราะส้มเชียร์เค้ามากแล้วน้ําตามันก็ไหลออกมาทั้งคู่ เป็นครั้งแรกที่เห็นน้ําตาวีนานะ  วีนาลูกวันที่ประกวดล่าสุดไปอะก็มีติ่งหนูอ่ะเดินมาหาแม่เค้าก็มาขอบคุณแต่ไม่รู้จริงป่ะนะเดี๋ยวจะถามวีนาวันนี้

วีนา : จริง มีแต่คนบอกว่าดูเทปนั้นแล้วแบบร้องไห้ตามแล้วอยากให้วีนากลับมาอีกรอบหนึ่ง

แสดงว่า การสัมภาษณ์วันนั้นเลยทําให้เราตัดสินใจที่จะกลับมาประกวด?

วีนา : มีส่วนค่ะ เพราะว่าคําที่พี่ส้มพูดอะหนูจําได้เลยแม่บอกว่า สิ่งที่เราไม่ได้ในวันนี้มันจะทําให้เราไปเจอสิ่งที่ดีกว่าในวันหน้า ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง

พี่ส้ม : แล้วมันแปลกมีอยู่อันนึงที่พี่บอกวีนาพยายามจะบิ๊ววีนาบอกว่าวีนาไม่ได้มงวันเนี้ย วันนึงวีนาอาจจะเป็นผู้จัดเป็นคนทําเลยก็ได้แล้วกลายเป็นตัวฉันเอง งงมากมันเหมือนกับว่าเราบอกตัวเองว่าแบบเออเดี๋ยวฉันจะมาทําแล้วนะ

ซึ่งพี่ส้มก็เป็นผู้จัดแล้ว น้องวีนาหลังจากคุยกับพี่ส้มในวีวีไอพีปุ๊บก็มงลงเลย?

พี่ส้ม : ใช่มาถึงเวลามันถึงเวลาที่ต้องมงลงอ่ะ มันจําเป็นต้องเป็นเค้า

พี่ส้มวันนี้คือวีนาเค้ามาในรายการในตําแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส2025 แน่นอนว่าก็มีคนทั้งยินดีแล้วก็วันนี้ตั้งแต่ต้นรายการที่เราคุยกันมาถึงตอนนี้มันก็มีเรื่องดราม่าของน้องเยอะ ทั้งเรื่องรูปร่าง ไม่สมมง ได้เพราะยอดขาย อยากให้พี่ส้มส่งกําลังใจให้ลูกสาวของพี่ส้มนิดนึงให้ก้าวข้ามผ่านเรื่องราวต่างๆ?

พี่ส้ม : เชื่อไหมคุณผู้ชมเชื่อไหมแฟนวีนาที่ดูอยู่ทั่วโลกก็คือเค้าผ่านแล้ว ส้มมั่นใจนะ จากที่ส้มรู้จักน้องมาเค้าก้าวผ่านเรียบร้อยแล้ว ถ้าเค้าไม่ก้าวผ่านก็ไม่สามารถเป็นวีนาร่างนี้ได้ ส้มเห็นเค้าตั้งแต่ปี2018, 2020 เห็นชัดที่สุดจากวันนั้น จนถึงวันนี้มัน5ปีแล้วอ่ะเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้หญิงคนนึงจากจากคนนั้นมาถึงคนเนี้ย มันไม่ใช่การสู้ที่ง่ายนะ จากคนที่ไม่พูดมาเป็นคนที่พูดถูกไหม ถ้าไม่ใช่แฟนคลับจริงๆ ก็พูดไม่ได้ ไม่จําเป็นต้องให้กําลังใจอะไรเลย เพราะว่าชีสตรอง ถ้ามาถึงวันนี้ได้ล้มเค้าไม่ได้ค่ะ ดังนั้นแม่ขอให้หนูประสบความสําเร็จ ขอให้หนูสตรองแบบนี้ไม่มีอะไรทําร้ายตัวเราได้นอกจากตัวเราเอง ก็คือถ้าเราท้อไปเองใช่ไหม ดังนั้นไม่มีอะไรทําร้าย วีณา ได้ขอให้วีนาสู้ต่อไปและพัฒนา เวลาใครเขาติหรือ comment อะไรไม่ต้องต้านลูก โอเคเดี๋ยแก้ ปรับ ถ้าเธอว่าฉันตรงนี้ฉันจะต้องเป๊ะตรงนั้นเหมือนที่ที่หนูเป๊ะมาตลอดที่หนูปรับตัวเองมาตลอด แล้ววันนั้นน่ะ ขอให้หนูได้เป็นมิสยูนิเวิร์สให้ประเทศไทยเป็นมง3

พี่ส้มถามเล่นๆ ถ้ามองสามลงน้องจริงจริงๆ ?

พี่ส้ม : เป็นลม

มีอะไรให้เป็นของขวัญน้องมั้ย?

พี่ส้ม : เดี๋ยวเต้นให้ดูเลย ต้องฉลองมีรางวัลสิต้องมีรางวัลให้มีรางวัลนะ เดี๋ยวค่อยบอกว่าเป็นอะไร ต้องให้อยู่แล้ว ก็ต้องมารายการนี้สิ มารับอยู่ในรายการสิจ๊ะ

ปิดตำนานนางรอง คว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สได้สำเร็จ ไปเรียนอะไรมาเพิ่มมันถึงอัปสกิลได้ถึงขนาดนี้?

วีนา : คิดว่าการพูดมันต้องฝึกบ่อยๆ  ใช้ประจำ อันนี้ไม่ได้อวยอะไรเลยนะ ไลฟ์ขายของ การที่เราต้องพูดคนเดียวไปเรื่อยๆ  มันทำให้เราพูดไปเรื่อยไม่หยุด เราต้องหาคำใหม่ๆ ที่เราต้องนำมาใช้ นี่แหละ คือการฝึกที่แท้จริงเลย ไม่ว่าเราจะเรียนกี่ทฤษฎีมา ถ้าเราไม่ได้ปฎิบัติ เราจะทำได้ไม่ดีแน่นอน

‘Krungsri x Major’ชวน Gen Zประกวดคลิปวิดีโอ ‘Major Video Contest 2025 by Krungsri’

'Krungsri x Major'ชวน Gen Zประกวดคลิปวิดีโอ 'Major Video Contest 2025 by Krungsri'

‘Krungsri x Major’ชวน Gen Zประกวดคลิปวิดีโอ ‘Major Video Contest 2025 by Krungsri’

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.10 น.

สานต่อความสำเร็จของเวทีสร้างสรรค์ผลงานคลิปวิดีโอที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้โชว์ไอเดียสุดเจ๋ง กับโครงการ “Major Video Contest 2025 by Krungsri” ซึ่งจัดโดย กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ร่วมกับ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 เชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 30 ปี ร่วมส่งคลิปวิดีโอ ในหัวข้อ “ปลุกพลัง Gen Z – Go Sustainable ไปกับกรุงศรี” ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท!

นักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี ไม่ว่าจะสมัครเดี่ยวหรือทีม (ไม่เกิน 2 คน) ส่งคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 1 นาที ในหัวข้อ “ปลุกพลัง Gen Z – Go Sustainable ไปกับกรุงศรี” โดยเนื้อหาในคลิปต้องสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืน ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมใช้ “น้องกล้วยกรุงศรี” เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของคลิปอย่างสร้างสรรค์ ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2568 ทาง www.majorvideocontest.com ประกาศผลการตัดสินในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 และจัดพิธีมอบรางวัลในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

โดยในปีนี้ยังได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการโฆษณาและครีเอทีฟระดับประเทศ อาทิ คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ (เดนท์สุ มีเดีย), คุณวีรยุทธ ล้อทองพานิชย์ (วิ้งค์ วิ้งค์ โปรดักชั่น), คุณกิตติพัฒน์ จินะทอง (เวิร์ส มีเดีย เทคโนโลยี), รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ (ม. สวนดุสิต), คุณทวีผล ธีระวิชิตชัยนันท์ (ซุปเปอร์ไฟน์ ฟิล์ม), คุณธีระศักดิ์ เพียรพรเจริญ (House Exhibition) ร่วมตัดสินผลงานเพื่อเฟ้นหาครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่มีทั้งความคิดสร้างสรรค์เพื่อสังคัมที่ยั่งยืน

รางวัลสำหรับการประกวดมีดังนี้

รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 80,000 บาท  (1 รางวัล)

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 40,000 บาท  (1 รางวัล)

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 30,000 บาท (1 รางวัล)

รางวัลชมเชย เงินรางวัล 5,000 บาท (10 รางวัล)

อย่าพลาด! หากคุณมีไอเดียเด็ดและใจรักการสร้างสรรค์วิดีโอ รีบส่งผลงานเข้ามาร่วมประกวด และก้าวสู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพกับเวที Major Video Contest 2025 by Krungsri  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและส่งผลงานได้ที่ www.majorvideocontest.comwww.facebook.com/Majorgroupwww.krungsri.comwww.facebook.com/KrungsriSimple

‘แจ็คสัน หวัง’นำทัพพา UNDER THE CASTLE บุกไทย! พร้อมเปิดบ้านผีสิง

'แจ็คสัน หวัง'นำทัพพา UNDER THE CASTLE บุกไทย! พร้อมเปิดบ้านผีสิง

‘แจ็คสัน หวัง’นำทัพพา UNDER THE CASTLE บุกไทย! พร้อมเปิดบ้านผีสิง

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.32 น.

เตรียมพบกับอีเวนต์สุดพิเศษจาก TEAM WANG design ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน กับการผสมผสานแฟชั่นเข้ากับความหลอนที่แฝงความน่ารักในธีมปราสาทสุดแฟนตาซี ด้วยการยก  UNDER THE CASTLE” (UTC) ผลงานวัฒนธรรมต้นฉบับแนวอินเมอร์ซีฟ ที่ร่วมสร้างสรรค์โดยศิลปินระดับโลก “แจ็คสัน หวัง” (Jackson Wang) และ “เฮนรี่ จาง” (Henry Cheung) มาเปิดประสบการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่าง วันที่ 7 ตุลาคม ถึง วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้างดังกลางกรุง EMSPHERE กรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่จัดแสดงจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแฟนตาซีสุดล้ำ พาผู้ชมข้ามพรมแดนระหว่างความจริงและจินตนาการ ถ่ายทอดประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟสุดแปลกใหม่ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในไทยมาก่อนและออกแบบมาเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ

ผู้ชมจะได้ตื่นตาตื่นใจกับ “บ้านผีสิงเสมือนจริง” พร้อมก้าวเข้าสู่โลกของ Pumpkie (ผีฟักทอง) และ Spookie (ภูตผี) 2 คาแร็กเตอร์หลักของงาน ที่ทุกมุมเต็มไปด้วยเรื่องราวไม่ซ้ำกัน นี่ไม่ใช่แค่บ้านผีสิงธรรมดา แต่คือการผจญภัยแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือการ์ตูน UNDER THE CASTLE ให้คุณได้สัมผัสจักรวาลแฟนตาซีอย่างเต็มรูปแบบ ร่วมไขปริศนา เดินผ่านเส้นทางลึกลับ และค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในโลกเหนือจินตนาการแห่งนี้ ทุกบัตรเข้าชมมาพร้อมกับหนังสือการ์ตูนลิมิเต็ดเอดิชัน เพื่อให้คุณเก็บความทรงจำและย้อนกลับไปสัมผัสความมหัศจรรย์ครั้งแล้วครั้งเล่า

สัมผัสบรรยากาศสุดมหัศจรรย์ “ป๊อปอัพ × วัฒนธรรมตลาดไทย” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดกลางคืนสุดมีชีวิตชีวาของไทย UTC จะเนรมิตตลาดและพื้นที่ป๊อปอัพแบบอิมเมอร์ซีฟ ที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและกลิ่นหอมชวนหลงใหล

และพิเศษสุดกับ “กิจกรรมเซอร์ไพรส์ทุกวันศุกร์” (จำกัดจำนวน) ที่นอกจากการจัดแสดงหลักแล้ว UTC ยังจะจัดงานปาร์ตี้พิเศษทุกวันศุกร์ ณ Tribe ชั้น 5 EMSPHERE ในบรรยากาศแสงไฟระยิบระยับและงานเลี้ยงสุดมหัศจรรย์ ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสเมนูพิเศษ Pumpkie & Spookie ที่ผสมผสานเรื่องราวและรสชาติอย่างลงตัว

โดยบัตร Early Bird จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้! ผ่านทาง Ticketmelon : www.ticketmelon.com/underthecastle/UTCBKK ราคาบัตรเข้าชมงาน Early Bird : 690 บาท , บัตรทั่วไป : 790 บาท , บัตรคู่ (2 ท่าน) : 1,500 บาท , บัตรกลุ่ม (4 คนขึ้นไป) : 710 บาท / ท่าน

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “Under The Castle” Official Accounts บนทุกแพลตฟอร์มทาง INSTAGRAM / FACEBOOK / X / TIKTOK / YOUTUBE / Weibo และ RED

สำหรับ UNDER THE CASTLE (UTC) นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวธรรมดา แต่คือจักรวาลแฟนตาซีต้นกำเนิดจากโลกตะวันออก โดยมีสองตัวละครหลัก “Pumpkie” และ “Spookie” เพื่อนซี้สุดน่ารักที่อาศัยอยู่ในปราสาทเงามืด คอยปกป้องความลับที่เชื่อมโยงโลกแห่งความจริงเข้ากับจินตนาการ นับตั้งแต่ถือกำเนิดในรูปแบบคอมิกส์ UTC ได้พัฒนาสู่ประสบการณ์แบบอินเมอร์ซีฟเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงศิลปะ นิทรรศการเชิงโต้ตอบ ไปจนถึงการผจญภัยสุดหลอนขนาดใหญ่ในเมืองต่างๆ อย่างที่เซี่ยงไฮ้และสิงคโปร์

แต่ละบทของ UTC ไม่เพียงชวนให้ผู้ชมรับชมเรื่องราวเท่านั้น แต่ยังเชื้อเชิญให้ก้าวเข้าสู่โลกแฟนตาซีนั้น และสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง โดยในปี 2025 Pumpkie และ Spookie จะพาผู้ชมเข้าสู่โลกแฟนตาซีของพวกเขาที่กรุงเทพฯ เปิดประตูสู่ประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เข้าชมได้ค้นพบความลับ พบปะตัวละคร และสัมผัสจักรวาลที่จินตนาการมีชีวิตขึ้นจริง

#UnderTheCastle

#UnderTheCastleThailand

#UTC

#UTCThailand

#UnderTheCastle2025

#Spookie

#Pumpkie

#TeamWangDesign

‘อั๋น ภูวนาท’สะกิดแรง! ลั่นควรคิดถึงผลประโยชน์ประเทศชาติ

'อั๋น ภูวนาท'สะกิดแรง! ลั่นควรคิดถึงผลประโยชน์ประเทศชาติ

‘อั๋น ภูวนาท’สะกิดแรง! ลั่นควรคิดถึงผลประโยชน์ประเทศชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.55 น.

31 สิงหาคม 2568 จากสถานการณ์การเมืองที่ยังคุกรุ่น หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ผู้คนทั่วประเทศต่างจับตามอง

ล่าสุด “อั๋น ภูวนาท คุนผลิน” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ว่า “ถ้าพรรคการเมืองพรรคนึง ยกมือเพิ่มให้พรรคก้าวไกลที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 เพิ่มเติมจากพรรคเพื่อไทยที่โหวตให้ก้าวไกล 100% ทุกครั้ง เราจะมีนายกชื่อพิธาไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผมไม่คิดว่านี่ควรเป็นเรื่องของบุญคุณ แต่คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่า แก้รัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาโครงสร้างองค์กรอิสระ กติกาเฮงซวยของการได้มาซึ่ง ส.ว. และอื่นๆ ไม่เลือกเพราะอีนั่น เกลียดไอนี่กันแล้วได้ไหมครับ”

พร้อมแนบแคปชั่นใต้โพสต์ที่ว่า “ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย”

‘ท็อป ดารณีนุช’เตือน’อย่าเพิ่งวางใจ’ แนะคนไทยทำบุญให้ประเทศชาติ

'ท็อป ดารณีนุช'เตือน'อย่าเพิ่งวางใจ' แนะคนไทยทำบุญให้ประเทศชาติ

‘ท็อป ดารณีนุช’เตือน’อย่าเพิ่งวางใจ’ แนะคนไทยทำบุญให้ประเทศชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.28 น.

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงร้อนแรงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลัง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ล่าสุด “ท็อป ดารณีนุช โพธิปิติ” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้ออกมาแสดงจุดยืนผ่านโพสต์ทางอินสตาแกรมว่า “อย่าเพิ่งวางใจ หลังจากนี้อยากให้ชาวไทย รักษาศีล ภาวนาทำบุญส่งให้ประเทศชาติบ้านเมือง มีกำลังแห่งความดีคุ้มครอง”

นอกจากนี้ ท็อปยังได้เขียนแคปชั่นประกอบโพสต์อีกว่า “ประเทศไทยเรายังมีบุญบารมี มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แต่กำลังแห่งความดีงาม ก็ต้องอาศัยคุณธรรมจริยธรรมของคนในชาติให้มีน้ำหนักอยู่ในฝั่งสัมมาทิฐิมากกว่ามิจฉาทิฐิ ความดีงาม ความศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน ก็ต้องพึ่งอาศัยพลังงานดีจากพวกเราชาวไทยทุกคนร่วมกัน รวมจิต รวมใจกันสร้างให้มั่นคงแข็งแรง”

#ท็อปดารณีนุช #เกิดเป็นไทย #รักษาศีลภาวนาสวดมนต์เพื่อชาติ ไม่มีชัยชนะใดยิ่งใหญ่เท่ากับชัยชนะเหนือใจตน ไม่มีภัยผองใดเหี้ยมโหดร้ายเท่ากับภัยผองไทยทำลายตน

หัวใจสลาย! ‘เบิ้ล ปทุมราช’เศร้า สูญเสียหลานชายกะทันหัน

หัวใจสลาย! 'เบิ้ล ปทุมราช'เศร้า สูญเสียหลานชายกะทันหัน

หัวใจสลาย! ‘เบิ้ล ปทุมราช’เศร้า สูญเสียหลานชายกะทันหัน

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.11 น.

31 สิงหาคม 2568 “เบิ้ล ปทุมราช” นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์แจ้งข่าวการสูญเสียหลานชายอันเป็นที่รัก หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้เผยผ่านโซเชียลว่า หลานชายพลัดตกน้ำ และตนเองกำลังภาวนาให้ปาฏิหาริย์ช่วยให้หลานปลอดภัย

โดยในโพสต์แรก เบิ้ลเขียนข้อความว่า “ปลอดภัยเด้อ ขอบุญที่ผมทำทุกอย่าง อวยพรให้น้องผมปลอดภัย น้องผมตกน้ำ ‘บักจ๊อด’ บ่เป็นอันเฮ็ดหยังละ”

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาแจ้งข่าวร้ายว่าไม่สามารถยื้อชีวิตหลานชายไว้ได้ พร้อมทั้งโพสต์ข้อความสุดสะเทือนใจว่า “น้องผม ไม่อยู่กับผมแล้วครับ”

โดยมีแฟนคลับต่างร่วมแสดงความเสียใจและให้กำลังใจเบิ้ล ปทุมราชอย่างล้นหลาม

ศึกชิงมรดก ‘เอ๋ ไพโรจน์’ ฝั่งภรรยา ‘พลอย-พลอยรัชษ์’ เปิดใจผ่านสื่อปกป้องสิทธิ

ศึกชิงมรดก ‘เอ๋ ไพโรจน์’ ฝั่งภรรยา ‘พลอย-พลอยรัชษ์’ เปิดใจผ่านสื่อปกป้องสิทธิ

ศึกชิงมรดก ‘เอ๋ ไพโรจน์’ ฝั่งภรรยา ‘พลอย-พลอยรัชษ์’ เปิดใจผ่านสื่อปกป้องสิทธิ

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การจากไปอย่างกะทันหันของ “เอ๋” ไพโรจน์ สังวริบุตร อดีตพระเอกขวัญใจคนไทย ได้ทิ้งปมมรดกที่กลายเป็นประเด็นขัดแย้งทางกฎหมายระหว่าง พลอย-พลอยรัชษ์ ชินรัตน์วาณิช ภรรยาคนล่าสุดที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 20 ปี กับลูกสาวของภรรยาเก่า จนนำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีความของทั้งสองฝั่ง ท่ามกลางกระแสสังคม ที่ตั้งคำถามว่าการที่ภรรยาปัจจุบัน ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะมีสิทธิ ในมรดกของ “เอ๋”  ไพโรจน์ สังวริบุตร ด้วยหรือไม่

โดย ‘คุณพลอย’ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกในรายการ “แต้มต่อ” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ดำเนินรายการโดย ดร. ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย และ “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.วิชัยสังข์ประไพ เผยถึงสาเหตุที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับ “เอ๋ ไพโรจน์” เพราะอดีตพระเอกดัง “เข็ด” จากปัญหาฟ้องร้องกับอดีตภรรยาคนที่สอง ทั้งคู่จึงตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความรักโดยไม่ได้มีเอกสารทางกฎหมายมาผูกมัดพร้อมกับยืนยันว่า “ไม่ได้เป็นเมียน้อย” เพราะเป็นการแต่งงานที่เปิดเผยและเป็นที่รับรู้ของสาธารณชน

ด้าน “ผู้การแต้ม” ชี้ว่า การกระทำของบุตรสาวคุณไพโรจน์ตามที่เป็นข่าว ที่ได้ไปเปลี่ยนกุญแจบ้านของคุณไพโรจน์ โดยที่ คุณพลอย ซึ่งเป็นผู้อาศัย มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและยังคงอาศัยอยู่ พฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่าย “บุกรุก” และ “รบกวนการครอบครองสิทธิ” ของคุณพลอย แม้สิทธิในความเป็นทายาทจะเกิดทันทีหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย แต่กรณีมีข้อพิพาทเรื่องทรัพย์มรดก  บุตรสาวคุณไพโรจน์ ไม่ควรเข้าไปทำการยึดครอบครองบ้าน จนกว่าจะพิสูจน์สิทธิในทางศาลได้ว่าใครเป็นผู้มีสิทธิ ซึ่งคุณพลอยและทนายความได้ยื่นเรื่องต่อศาล เพื่อคัดค้านการเป็นผู้จัดการมรดกของฝ่ายทายาท และร้องขอให้ตนเองเป็นผู้จัดการมรดกร่วม
ในฐานะภรรยาที่ได้อยู่กินกันมาเป็นเวลา 20 ปี

ด้าน “นายกิตติศักดิ์ ธนันณัฎฐ์” ทนายความในคดีของคุณพลอย ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ลูกบิดและแม่กุญแจ ได้ถูกเปลี่ยนใหม่โดยไม่มีร่องรอยการงัดแงะ หมายถึงต้องมีการตัดกุญแจ เดิมออกไปก่อน จึงเป็นที่มาของการแจ้งความในข้อหา “ลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์” เพื่อให้ตำรวจสืบหาตัวผู้กระทำ สำหรับประเด็นเรื่องที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสนั้น ในแง่กฎหมายหากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการก่อร่างสร้างตัว หรือสร้างทรัพย์สินร่วมกัน บุคคลนั้นก็ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย และเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์นั้น สามารถยื่นคำร้อง คัดค้าน และ ขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วม ได้เลยในคราวเดียวกัน ซึ่งมีกรณีตัวอย่างจากคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้วหลายคดี

ทางด้าน “คุณศิริพร ไชยสุต” นายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ให้ความเห็นว่าปัญหาเรื่องครอบครัวเป็นปัญหาสำคัญในสังคม ที่ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนสองคน แต่ส่งผลกระทบในวงกว้าง และทุกปัญหาสุดท้ายต้องจบลงที่กฎหมาย หากไม่มีการเจรจากันด้วย “คุณธรรม” หรือ “ความยุติธรรม” ตั้งแต่แรก และการไม่จดทะเบียนสมรส นอกจากจะส่งผลกระทบตั้งแต่เรื่องทรัพย์สินแล้ว ยังเป็นการกระทบสิทธิในการตัดสินใจเรื่องชีวิต เช่น การเจ็บป่วย หรือการเข้าเยี่ยม ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นควรทำพินัยกรรม หรือบันทึกข้อตกลง ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ในช่วงท้ายของรายการ คุณพลอยได้เปิดใจถึงความรู้สึกที่มีต่ออดีตสามีผู้ล่วงลับ พร้อมน้ำตาโดยระบุว่า“คุณไพโรจน์ไม่ได้เป็นคนร่ำรวยแต่พลอยก็ยังยินดีที่จะใช้ครึ่งชีวิตของพลอยอยู่กับเขาได้โดยที่ไม่ได้เรียกร้องอะไร” พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่าชีวิตที่ผ่านมากับคุณไพโรจน์คือช่วงเวลาที่เกินฝันของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง และหากย้อนเวลากลับไปได้ เธอก็ยังเลือกที่จะใช้ชีวิตกับผู้ชายคนนี้เช่นเดิม”หากผู้หญิงคนนี้ย้อนเวลากลับไปได้ พลอยก็ยังจะเลือกที่จะอยู่กับผู้ชายคนนี้เพียงแต่ต้องการพิทักษ์สิทธิของการเป็นภรรยาที่พลอยสมควรจะได้รับ แต่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากไปกว่าที่สมควรได้” คุณพลอยกล่าวทิ้งท้าย

พลิกโฉมวงการบันเทิงไทยเปิดตัวโปรเจกต์ ‘K-SHORTS’ Micro Drama ซีรีส์แนวตั้ง

พลิกโฉมวงการบันเทิงไทยเปิดตัวโปรเจกต์ ‘K-SHORTS’ Micro Drama ซีรีส์แนวตั้ง

พลิกโฉมวงการบันเทิงไทยเปิดตัวโปรเจกต์ ‘K-SHORTS’ Micro Drama ซีรีส์แนวตั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นทางการ สำหรับ K-SHORTS (เค-ช๊อต) ซีรีส์แนวตั้ง ที่จะพลิกโฉมการชมละครไทย สู่ยุคของ Micro Drama  โดยความร่วมมือของ 3 พันธมิตรแห่งวงการสื่อไทย – กันตนา, อมรินทร์ทีวี และ MI GROUP ณ บริเวณ ชั้น 1 CHANG CANVAS One Bangkok โดยมีผู้บริหาร จิตรลดา กัลย์จาฤก รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท กันตนากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) , ศิริ บุญพิทักษ์เกศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด และ ภวัต เรืองเดชวรชัย President & CEO of MI GROUP ร่วมแถลงถึงการร่วมมือกันในครั้งนี้  รวมถึงผู้กำกับ เตอร์-รฤกฤกษ์ กัลย์จาฤก, เมษ-ปรเมษฐ์ สุคนธขจร, มด-ชัชวาล พุธเมือง, อินทร โล่ห์แก้ว รวมถึงนักแสดงอาทิ  เคลลี่ ธนะพัฒน์, แก้ว-อภิรดี ภวภูตานนท์, อินดี้-อินทัช เหลียวรักวงศ์, ตูน-พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์, แก้วใส-คริสตัล จีน เคสซีเนอร์, นิว-ปทิตตา อัธยาตมวิทยา, นก-อุษณีย์ วัฒฐานะ, จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ปอม-ภาสกร เครือโสภณ, ตังตัง – นัฐรุจี วิศวนารถ, เบลล์-เลลาณี ทศพร,บอล-มนต์วิทย์ พิสิฐบุตร, ทราย เดอะเฟส-ศิศศิญา วิสุทธิปราณี,ไข่มุก-ศิรีนน์ พงษ์พันธุ์, มะนาว-ณัฐณิชา พลสมบัติ, แพร-อาภัสสรา อินทร์ตลาดชุม และผู้เข้าแข่งขันจากรายการ The Face Thailand Season 6

นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการบันเทิงไทย  K-SHORTS (เค-ช๊อต) กับการรับชมละครไทยที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จากหน้าจอโทรทัศน์สู่สมาร์ตโฟนในมือผู้ชมที่สามารถดูได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยเฉพาะรูปแบบ Micro Drama ซึ่งมีความกระชับ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ เทรนด์จากทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Micro Drama ไม่ใช่แค่รูปแบบการรับชม แต่ยังสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตคอนเท้นต์ เพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ชม ถึงจุดเปลี่ยน พัฒนา และก้าวไปอีกขั้น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง สร้างสรรค์ และกลยุทธ์ในการผลิตคอนเทนต์ที่แตกต่าง 3 พันธมิตรแห่งวงการสื่อไทย  กันตนา, อมรินทร์ทีวี และ MI GROUP  จึงจับมือกันเพื่อสร้าง Micro Drama ซึ่งวางแพลนไว้พร้อมจะเปิดตัวภายในปีนี้ กว่า 100 เรื่อง ด้วยการเล่าเรื่องที่เข้มข้น กระชับ ฉับไว อารมณ์ร่วม เข้าถึงใจผู้ชมในเวลาเพียงไม่กี่นาที จึงหวังว่าจะเข้าถึงผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว และเป็นที่ชื่นชอบ การร่วมมือในครั้งนี้ คือก้าวสำคัญในการยกระดับวงการ Micro Drama สู่รูปแบบการเล่าเรื่องที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ผู้ชมยุคดิจิทัล ผ่านหน้าจอ SmartPhone เพราะการเล่าเรื่องไม่จำกัดแค่เวลา แต่สามารถทำให้คุณสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้วนอกจากความสะดวก สนุก เข้มข้นฉับไว แล้ว ยังมีโมเดลธุรกิจ กิจกรรม เพื่อเป็นอีกเครื่องมือการตลาด การสื่อสารแบรนด์ ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ชมอีกด้วยK-SHORTS (เค-ช๊อต) ซีรีส์แนวตั้งสั้น กระชับ แต่เข้มข้น ครบทุกอารมณ์ พร้อมโมเดลธุรกิหลากหลาย รองรับทั้งผู้ชมและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างครบวงจร K-SHORTS — built for vertical, fast for emotional ติดตามได้แล้ววันนี้ที่ Tiktok: @kshortsdrama, Facebook: @kshortsdrama และ YouTube: @AMARINTVHD