ร่วมพูดคุยกับผู้เขียนบทฯ ผู้กำกับฯ ผู้อำนวยการสร้างฯ ‘เจมส์ กันน์’กับภาพยนตร์เรื่อง ‘Superman’

ร่วมพูดคุยกับผู้เขียนบทฯ ผู้กำกับฯ ผู้อำนวยการสร้างฯ 'เจมส์ กันน์'กับภาพยนตร์เรื่อง 'Superman'

ร่วมพูดคุยกับผู้เขียนบทฯ ผู้กำกับฯ ผู้อำนวยการสร้างฯ ‘เจมส์ กันน์’กับภาพยนตร์เรื่อง ‘Superman’

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.33 น.

ผลงานเรื่อง “Superman” ภาพยนตร์เรื่องแรกจากทาง DC Studios สู่จอยักษ์ มีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกจากวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเจมส์ กันน์ที่จะพาซูเปอร์ฮีโร่ต้นฉบับเดิมมาปรับโฉมใหม่ในจักรวาลดีซี พร้อมด้วยการผสมผสานของฉากแอ็คชั่นสุดยิ่งใหญ่ มีมุกตลกและความอบอุ่นที่จะนำเสนอซูเปอร์แมนผู้มีความเห็นใจและความเชื่อมั่นใจในเรื่องคุณธรรมของมนุษย์ปีเตอร์ ซาฟราน ผู้นำแห่งดีซีสตูดิโอและกันน์ทำหน้าที่อำนวยการสร้างฯ โดยกันน์จะกำกับจากบทของเขาเอง โดยอิงตัวละครต่างๆ จากดีซี ซูเปอร์แมนสร้างขึ้นโดยเจอร์รี่ ซีเกลและโจ ชูสเตอร์

นักแสดงในเรื่อง ได้แก่เดวิด โคเรนสเว็ต (“Twisters,” “Hollywood”) ผู้รับหน้าที่ 2 บทบาท ซูเปอร์แมน/คลาร์กเคนท์, ราเชล บรอสนาฮาน (“The Marvelous Mrs. Maisel”) รับบทลูอิส เลน และ นิโคลาส ฮอลท์ (ภาพยนตร์ “X-Men” , “Juror #2”) รับบทเล็กซ์ ลูเธอร์ ภาพยนตร์ยังร่วมแสดงโดย เอดิ กัทเธกิ (“For All Mankind”) แอนโธนี่ คาร์ริแกน  (“Barry,” “Gotham”) นาธาน ฟิลเลียน (ภาพยนตร์เรื่อง “Guardians of the Galaxy” , “The Suicide Squad”) อิซาเบล่า เมอร์เซด (“Alien Romulus”) สกายเลอร์ ไกซอนโด (“Licorice Pizza,” “Booksmart”) ซาร่า ซังไปยู (“At Midnight”) มาเรีย แกเบรียลา เดอ ฟาเรีย (“The Moodys”) เว็นเดลล์ เพียร์ซ (“Selma,” “Tom Clancy’s Jack Ryan”) อลัน ทูไดค์  (“Andor”) พรูอิตต์ เทย์เลอร์ วินซ์ (“Bird Box”) และเนวา โฮเวลล์ (“Greedy People”)ภาพยนตร์เรื่อง “Superman” อำนวยการสร้างบริหารฯ โดยนิโคลาส คอร์ดา, แชนทัล นอง โว และ ลาร์ส วินเธอร์ ทีมงานเบื้องหลังกล้องล้วนเป็นทีมงานที่กันน์ร่วมงานประจำ ได้แก่ ผู้กำกับภาพฯ เฮนรี่ บราแฮม ผู้ออกแบบฉาก เบธ มิกเคิล ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย จูเดียนน่า มาคอฟสกี้ และผู้ลำดับภาพ วิลเลียม ฮอย (“The Batman”) และเครก อัลเพิร์ท (“Deadpool 2,” “Blue Beetle”)ดีซี สตูดิโอส์ นำเสนอภาพยนตร์จาก a Troll Court Entertainment/The Safran Company Production, A James Gunn Film เรื่อง “Superman” จะฉายในโรงภาพยนตร์และระบบไอแมกซ์ในประเทศวันที่ 11 กรกฎาคม 2025 และต่างประเทศวันที่ 9 กรกฎาคม  2025 จัดจำหน่ายโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส

ร่วมพูดคุยกับผู้เขียนบทฯ / ผู้กำกับฯ / ผู้อำนวยการสร้างฯ เจมส์ กันน์

ทำไมคุณเลือกภาพยนตร์ของ DC Studios เรื่องแรกเป็นเรื่อง Superman?

ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง ข้อแรกคือที่ผมนั่งตรงนี้ไม่ใช่เพราะเป็นความฝันของผม ผมนั่งตรงนี้เพราะความฝันของปีเตอร์ ซาฟราน มันเป็นความฝันของเขามาทั้งชีวิตเรื่องการสร้างหนังซูเปอร์แมน และผมต้องเข้าใจความเป็นตัวเขาที่อ่อนโยน ทำให้ผมได้มากำกับฯ และสร้างหนังเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่าซูเปอร์แมนคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่างด้วยเช่นกัน เขาเป็นซูเปอร์ฮีโร่คนแรก เขาเป็นตัวละครที่สำคัญมากของ DC ซึ่งมีอยู่ 3 คน มีแบทแมน ซูเปอร์แมน และวันเดอร์วูแมน เราเห็นเกี่ยวกับวันเดอร์วูแมนและแบทแมนมาเยอะแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับซูเปอร์แมน ผมเลยรู้สึกว่ามันคือเรื่องสำคัญที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วย DC Studios โดยเริ่มต้นจากซูเปอร์แมน

ช่วงเวลาที่คุณต้องไขปริศนาเป็นแบบไหน พูดง่ายๆ คือเริ่มสร้างเรื่องราวซูเปอร์แมนขึ้นมาอย่างไร?

มันอยู่ในช่วง 2-3 หน้าแรกที่ผมต้องเล่นกับอะไรหลายอย่าง แต่ช่วงสำคัญคือตอนซูเปอร์แมนกระแทกพื้นที่เหมือนเป็นกลางขั้วโลกเหนือ และเห็นคริปโตที่ดูอ่อนแอพยายามปั่นหัวเขา แต่กลับเป็นฝ่ายชนะและทำให้เขาเจ็บปวดได้ จากนั้นมีป้อมปราการแห่งความสันโดษกับหุ่นยนต์ซูเปอร์แมน จากนั้นมีเล็กซ์และแผนการของเขาที่วางแผนจัดการให้ผู้คนมาทำงานให้เขา ผมคิดว่านั่นคือช่วงที่ผมรู้ว่าจะสร้างอะไรต่อ และพยายามไขปริศนานั้นมานานหลายต่อหลายปี

คุณมีจินตนาการในการสร้างผลงานที่ต่างจากปกติ: สร้างเรื่องราวเกี่ยวกับการทำความดี การเป็นคนดี มันมีจุดเริ่มต้นมาจากไหน?

ตอนที่ผมสร้างเรื่อง Guardians of the Galaxy ผมรู้ว่าเรามีภาพยนตร์แนวไซไฟที่เป็นแนวดาร์กและชวนเศร้ากันมานาน 25 ปีแล้ว ทุกอย่างควรจะดูสมจริงเพราะมันดูหดหู่ ผมรู้สึกว่ามันยังมีความเป็นสีสัน เป็นผลงานเหมือนสมัยก่อนที่ห่างหายไปจากภาพยนตร์ ซูเปอร์แมนคือตัวละครที่เกี่ยวกับการทำความดีและเป็นคนดี เขามีนิสัยดีแต่การเป็นคนดีอย่างบริสุทธิ์ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป ทั้งหมดเกี่ยวกับตัวละครที่เป็นคนดีอย่างบริสุทธิ์นโลกที่ไม่ได้งดงามขนาดนั้น และผมคิดว่ามีบางสิ่งที่เรามองไม่เห็นชัดเจนนัก ทุกคนล้วนมีคุณสมบัติที่ดูไม่เหมาะจะเป็นฮีโร่ได้ ผมคิดว่าเวลาที่ตัวละครดูเป็นคนดี พวกเขามักจะสร้างความสนุกโดยทำให้ตัวละครดูน่าตลก แต่ตัวละครนี้ดูมีตระกูลและงดงาม เขาไม่ได้ถูกต้องเสมอ มีการทำผิดพลาด ผมเข้าใจความรู้สึกเพราะผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ และเพราะอะไรเราถึงรักซูเปอร์แมนมาก? เพราะเขาต่อยดวงดาวหรือหยิบตึกสูงเสียดฟ้าได้? ผมคิดว่าไม่ใช่เลย ผมคิดว่าเป็นเพราะความดีงามในตัวเขาและความมีมนุษยธรรม แม้ว่าเขาจะเป็นคนต่างดาวก็ตาม อันที่จริงเขาไม่รู้สึกอะไรเลยกัการเป็นคนมองโลกแง่ดี และยอมรับที่ตัวเองมีจุดอ่อน

คุณตกหลุมรักตัวละครซูเปอร์แมนครั้งแรกเมื่อไหร่? หนังสือการ์ตูน? ภาพยนตร์ในอดีต?

ผมชอบซูเปอร์แมนมาโดยตลอด ผมคิดว่าตอนเป็นเด็กผมหลงใหลหนังสือการ์ตูนครอบครัวของซูเปอร์แมน มีซูเปอร์แมน ซูเปอร์เกิร์ล คริปโต และทั้งแก๊งค์เลย ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์ของริชาร์ด ดอนเนอร์ตอนเป็นเด็ก เพลงประกอบภาพยนตร์และทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้นชวนล่องลอยมาก นั่นคือช่วงที่ผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่าภาพยนตร์มีความสำคัญต่อชีวิตของผมขนาดไหน และมันมีความสำคัญต่างจากชีวิตคนอื่น

คุณคิดว่าตัวละครมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายปีนี้ไปขนาดไหน และอะไรคือแรงจูงใจสำคัญต่อซูเปอร์แมนในเวอร์ชันของคุณ?

พลังของซูเปอร์แมนเปลี่ยนแปลงไปในช่วงตลอดหลายปีนี่ มีทั้งขึ้นและลงไม่ได้มีเพียงทิศทางเดียว เวลาที่เขาเริ่มมีพลังก็จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก สามารถกระโดดข้ามตึกสูงได้ในก้าวเดียว แต่ไม่สามารถบินได้ เขาสามารถต่อยคนแต่ไม่สามารถเอาชนะได้ กระสุนเด้งจากตัวเขาได้แต่ก็มีลิมิต เขามีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 1970 ก่อนถึงยุคของจอห์น เบิร์นที่เขาเปลี่ยนแปลงรูปทรงของโลกด้วยเพียงหมัดเดียว หรือแม้แต่หนังเรื่องแรกที่ย้อนไปหาช่วงเวลานั้น ผมคิดว่ามันมีหลายช่วงเวลาที่เขาดูมีพลังมาก ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับผมในการคิดภาพเขาให้มีความน่าสนใจอย่างที่ผมต้องการ หรือเข้าใจในตัวเขา แต่ก็มีบางเรื่องเกิดขึ้น อย่างแรกคือผลงานของแกรนท์ มอร์ริสัน เรื่อง All-Star Superman เป็นผลงานที่มีอิทธิพลต่อผมมาก และตรงกับคาวมรู้สึกที่ผมตกหลุมรักในตัวละครนี้ ตอนที่หนังสือเล่มนั้นออกมาผมไม่ใช่เด็กแล้ว มันทำให้เห็นว่าพลังของซูเปอร์แมนมีความน่าสนใจขนาดไหน และเขาเองก็เป็นคนดี มีความมุ่งมั่น ทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง มีความบริสุทธิ์บนความน่าเคารพนั้น และเป็นตัวละครที่น่าสนใจสำหรับผม แกรนท์ทำให้เขามีบางสิ่งที่ผมรัก และมันกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ส่วนแฟรงค์ ควิตลีก็ทำให้เขามีเสน่ห์อย่างที่ผมรัก ด้วยบุคลิกของเขาในมุมนั้นทำให้ถือกำเนิดเป็นซูเปอร์แมนในหนังเรื่องนี้ บอกตามตรงเลยว่าในเรื่องนี้ผมทำให้เขาอ่อนพลังลง เขาจะไม่มีการย้อนเวลาของโลก ไม่ต่อยดวงดาว เขามีความแข็งแกร่งมาก ยกตึกสูงเสียดฟ้าได้ แต่ไม่อยู่ยงคงกระพันขนาดนั้น ในช่วงแรกของเรื่องเราจะเห็นซูเปอร์แมนมีเลือดไหลด้วยซ้ำ สำหรับผมเวลาที่คิดภาพอะไรแบบนั้น ผมจะคิดว่า “เรามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร?”

สำหรับการแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับซูเปอร์แมนในจินตนาการของคุณ คุณคัดเลือกเดวิด โคเรนสเวตเข้ามา อะไรในตัวที่ตรงกับซูเปอร์แมนและคลาร์ก เคนท์อย่างที่คุณคิดเอาไว้?

ผมคิดว่าใครก็ตามที่ดูหนังจะเข้าใจว่าทำไมเดวิด โคเรนสเวตถึงได้เป็นซูเปอร์แมน เดวิดเป็นคนที่ผมเคยเห็นจากผลงานของเพื่อน ไท เวสต์ ในเรื่อง Pearl พอเห็นแล้วก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นน่าจะมาออดิชั่นบทซูเปอร์แมน และมันน่าสนใจมากเพราะผู้คนมักเริ่มออดิชั่นจากเทปเกี่ยวกับตัวเองที่ส่งมาให้จอห์น แปปไซเดร่า ผู้กำกับฯ คัดเลือกนักแสดงของเรา ผมได้รับเทปเหล่านั้นรอบแรกในช่วงวันแรก มีนักแสดงหลายคนเลย อาจจะมี 30 ซูเปอร์แมนและ 30 ลูอิส แต่ระหว่างนั้นคือช่วงวันแรก ทั้งราเชล บรอสนาฮานอ่านบทลูอิสและเดวิด โคเรนสเวตอ่านบทซูเปอร์แมน ตอนนี้ลูอิสเป็นแบบที่ผมคิดเอาไว้ เพราะลูอิสไม่ได้ถูกจำกัดเรื่องร่างกาย แต่ซูเปอร์แมนมีความเจาะจงมาก ผมเลยกังวลเรื่องการหาซูเปอร์แมนที่เหมาะสมเป็นพิเศษ โชคดีที่ผมเห็นเดวิดอ่านบทในวันแรก เขาทำได้น่าทึ่งเลย หนึ่งในฉากสำคัญคือเขาต้องถกเถียงกับลูอิสเรื่องสถานที่ของเขาบนโลก ซึ่งไม่ใช่ฉากที่ถูกต้องนัก ผมเขียนมันขึ้นมาใหม่เลยออดิชันด้วยฉากนั้นกัน ซึ่งเขาทำได้ดีมาก และผมคิดว่าเวลาที่คุณเห็นเขาฉากนั้นในหนัง คุณจะเข้าใจความเป็นนักแสดงที่น่าทึ่งของเขา ภาพลักษณ์และน้ำเสียงของเขาเหมือนซูเปอร์แมนมาก เขาเหมือนซูเปอร์แมนในชีวิตจริง เขาฟังเพลงแจ๊ซสมัยก่อนและดนตรีแนวสวิง นั่นคือความจริง และคุณจะรู้สึกเกิดเคมีประหลาดกับนักแสดงอย่างเดวิดทันทีเหมือนที่ผมรู้สึก เราสามารถสื่อสารกันได้อย่างตรงไปตรงมาและเปิดอกกันได้ตลอดเวลา

พลังระหว่างซูเปอร์แมน/คลาร์กและลูอิส คือหัวใจสำคัญของเรื่องราวที่คุณสร้างขึ้นมา เราต้องเข้าใจลูอิสในเวอร์ชันของคุณด้านไหนบ้าง?

ผมคิดว่าลูอิสมีอดีตที่วุ่นวายมากกว่าซูเปอร์แมน เพราะโลกของซูเปอร์แมนระเบิดและเขาถูกส่งมาที่นี่ตอนเป็นทารก แต่ความจริงอีกมุมหนึ่งคือซูเปอร์แมนได้รับการเลี้ยงดูอย่างอบอุ่นจากคน 2 คนที่รักเขา เขาคือแก้วตาดวงใจของทั้งคู่ ขณะที่ผมคิดว่าอดีตของลูอิสวุ่นวายกว่านั้น เธอมีความแกร่ง ผมรักมาร์โกต์ คิดเดอร์ในซูเปอร์แมนของดอนเนอร์ แต่เธออยู่เบื้องหลัง เธอตกหลุมรักซูเปอร์แมน และเขาคือซูเปอร์แมน ผมคิดว่าในเรื่องนี้คุณจะเห็นลูอิสเหมาะกับซูเปอร์แมนมากที่สุด และคุณจะได้เห็นว่าทำไมคนที่ดูเท มีพลัง เป็นคนดีอย่างเขาตกหลุมรักเธอได้ เธอยึดมั่นในอุดมการณ์ณ์และซื่อสัตย์ แต่ผมคิดว่าเธอไม่จำเป็นต้องเชื่อมั่นในความดี และในความสัมพันธ์นี้เกิดจากความรอบคอบของลูอิสและความบริสุทธิ์ของซูเปอร์แมน พวกเขาเดินไปด้วยกันอย่างงดงาม

ราเชล บรอสนาฮานสวมบทบาทเธอเป็นอย่างไรบ้าง?

ราเชลเป็นคนมีความกระตือรือร้น และตัวละครก็เป็นเช่นนั้น เธอมีพลัง สนุกสนาน ไหวพริบไว และเป็นคนกระตือตือร้น ผมจำตอนที่ราเชลหันมาหาผม เธอพูดว่า “ฉันกลัวการรับบทนี้จัง” ผมถามกลับว่าทำไม? เธอตอบ “เพราะไม่เคยเล่นบทไหนที่ใกล้เคียงตัวเองขนาดนี้มาก่อนเลย” และผมคิดว่าเป็นเรื่องจริง ผมว่าราเชลเหมือนลูอิสในหลายด้าน และซูเปอร์แมนก็เหมือนเดวิดในหลายด้าน ต่างกับนิคเลย! นิคไม่มีอะไรเหมือนเล็กซ์ ลูเธอร์เลยสักนิด ไม่ว่าจะมุมไหนก็ตาม [หัวเราะ]

คุณอาจจะเลือกนักแสดงที่ไม่ตรงกับบทก็ได้ สำหรับนิโคลาส ฮอลท์ในบทเล็กซ์ ลูเธอร์?

นิคเป็นคนที่น่ารักและอ่อนโยนมาก พูดจานุ่มนวล ดูไม่มีอีโก้เลย เขามักจะใช้เวลาร่วมกับทีมงาน ออกไปกินข้าวด้วยกัน และไม่มีท่าทางหยิ่งหรือถือตัวใดๆ เขาไม่ใช่เล็กซ์ ลูเธอร์แบบที่นึกถึงแน่นอน เขาทำงานหนักมากจริงๆ คอยพยายามให้ในสิ่งที่ผมต้องการตลอดเวลา และผมก็ผลักดันเขาหนักที่สุดในบรรดาทุกคนในหนังเรื่องนี้ เพื่อเจาะลึกเข้าไปในตัวตนของตัวละคร ซึ่งเป็นเด็กเกเรในโรงเรียนที่โตขึ้นมาเป็นอัจฉริยะเห็นแก่ตัว แต่กลับไม่มั่นคงในเวลาเดียวกัน เล็กซ์ไม่เคยเห็นว่าตัวเองเป็นวายร้าย ขอพูดตามตรงถ้าเขาไม่ทำบางสิ่งบางอย่างในหนังเรื่องนี้ คนดูจำนวนมากอาจจะเห็นใจเขาด้วยซ้ำ ผมคิดว่าเล็กซ์มองซูเปอร์แมนเหมือนกับที่ศิลปินหลายคนรู้สึกกับ AI เพราะเขาเป็นคนที่เก่งที่สุดและประสบความสำเร็จที่สุดในทุกด้าน แล้วจู่ๆ ก็มีมนุษย์ต่างดาวปรากฏตัวขึ้นมาในชุดประหลาด แล้วเด็กๆ และผู้คนในเมโทรโพลิสก็รักเขาทันที เขามองว่านั่นเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมและอันตรายด้วย เขาไม่ไว้ใจซูเปอร์แมน ความต้องการของเขาส่วนใหญ่มาจากความอิจฉาและความริษยา ผมคิดว่าเขาก็มีความกังวลต่อโลก และต่อความหมายที่ซูเปอร์แมนนำมาด้วย และในบางมุมเขาก็ทำจากเจตนาที่ดีบ้าง แม้จะเป็นเพียงบางส่วนก็ตาม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาทำถูก มันไม่ใช่เลย และซูเปอร์แมนก็ไม่ใช่ภัย เขาเป็นพลังที่ดีต่อโลก ในสายตาของเล็กซ์มองเขาเป็นอันตราย ผมคิดว่านั่นก็สมเหตุสมผลในแบบของเขา ไม่ได้จะบอกว่าเล็กซ์เป็นคนดี หรือเป็นคนที่คุณอยากชวนมาทานอาหารมื้อสายด้วย แค่จะบอกว่า เหตุผลเบื้องหลังการกระทำที่เลวร้ายของเขานั้นก็พอจะเข้าใจได้อยู่บ้าง

เล็กซ์ ลูเธอร์อาจจะต่อต้านซูเปอร์แมน แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธการใช้เมตาฮิวแมนในเวอร์ชันของตัวเอง ช่วยเล่าเกี่ยวกับดิ เอ็นจิเนียร์หน่อยได้ไหม?

ดิ เอ็นจิเนียร์เป็นตัวละครที่น่าสนใจ ซึ่งผมใส่เข้ามาในหนังเรื่องนี้เพราะเธอมาจากหนังสือชุด The Authority ซึ่งเป็นการ์ตูนจากค่าย WildStorm เดิม ซึ่งเป็นซีรีส์ที่ผมชอบมาก ต่อมาถูก DC ซื้อไป แล้วตัวละครพวกนี้ก็กลายมาเป็นของ DC ผมชอบ The Engineer หรือแองเจล่า สไปก้ามาตลอด ผมว่าตัวละครนี้เท่มาก เธอเป็นตัวละครที่ดีในหนังสือการ์ตูน และผมไม่คิดว่าแองเจล่าเป็นคนเลวเลย เธอกับเล็กซ์ ลูเธอร์มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแปลก  ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนธรรมดาเท่านั้น ผมคิดว่าแองเจล่ามีความรู้สึกลึกซึ้งกับเล็กซ์ และเล็กซ์เองก็รู้สึกกับเธอในระดับเดียวกัน ร่างกายของเธอประกอบไปด้วยนาโนแมชชีน ซึ่งแน่นอนว่ามันอาจจะยังไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง แต่ในจักรวาลของ DC มันคือเรื่องจริง และเธอสามารถเปลี่ยนร่างกายของเธอให้กลายเป็นสิ่งใดก็ได้โดยใช้นาโนเหล่านี้ เธอจึงทรงพลังมาก ถึงขั้นที่สามารถรับมือกับซูเปอร์แมนได้ และเล็กซ์ก็ฉลาดมากจนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ไหนก็ตามแล้วมองเห็นได้เป็นล้านทางว่ามันจะจบยังไง พร้อมกับเลือกทางออกที่ดีที่สุด เขาสามารถคาดเดาว่าคุณจะทำอะไรต่อไปโดยอิงจากเหตุผลและตรรกะ เล็กซ์มีเธออยู่ใกล้ตัวด้วยเหตุผลบางอย่าง

ช่วยเล่าเกี่ยวกับอีฟ เทสช์มาเชอร์หน่อย อะไรทำให้คุณถึงตัดสินใจใส่เธอเข้ามาในเรื่อง?

อีฟ เทสช์มาเชอร์เป็นตัวละครที่มีพื้นฐานมาจากตัวละครในภาพยนตร์ของ Richard Donner ไม่ใช่ตัวละครดั้งเดิมจากการ์ตูน ผมชอบหยิบเอาองค์ประกอบจากหลายๆ แหล่งมาผสมกัน ทั้งจากภาพยนตร์ หนังสือการ์ตูน ซีรีส์ทางทีวี และจักรวาล WildStorm จริงๆ แล้วบทของอีฟกับมิสเตอร์เทอร์ริฟิคเป็น 2 บทที่คัดเลือกนักแสดงได้ยากที่สุดเลย เราทดลองกับนักแสดงมาหลายรอบ ทำสกรีนเทสต์หลายครั้ง ผมนั่งดูวิดีโอเฉพาะบุคคลเยอะมาก เพื่อเลือกว่าจะให้ใครมาทดสอบหน้ากล้อง ตอนดูเทปของซาร่า ซังไปยู ผมก็จดชื่อเธอเอาไว้แต่ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ จนกระทั่งภรรยาผมนั่งอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “ผู้หญิงคนนี้มีอะไรบางอย่างที่พิเศษ” เลยพาเธอมาทดสอบหน้ากล้อง และเธอก็กลายเป็นคนที่ดีที่สุดจริงๆ อีฟเป็นตัวละครที่น่าสนใจ เธอมีข้อบกพร่อง และผมคิดว่าเธอก็ค่อนข้างไร้เดียงสาในตอนที่เข้ามาในเรื่องนี้ รวมถึงในสิ่งที่เธอคิดว่ากำลังเกิดขึ้นด้วย

คุณยังใส่เมตาฮิวแมนกลุ่มอื่นในเมโทรโพลิสด้วย พวกเขาคือใครกันแน่จัสติสแก๊งค์?

จัสติสแก๊งค์เป็นกลุ่มที่โดยพื้นฐานแล้วพยายามทำในสิ่งที่ดี แต่พวกเขาทำแบบเละเทะ ไม่ได้ให้คุณค่ากับชีวิตหรือทรัพย์สินเท่าที่ควร พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนที่ให้เงินทุนเพื่อให้ทำสิ่งที่ทำอยู่ ซึ่งพวกเขาก็ใช้การทำดีเหล่านั้นเพื่อโปรโมตบริษัทที่ชื่อว่า LordTech สมาชิกจัสติสแก๊งค์น่าจะมีรายได้ดีทีเดียวจากงานนี้เอดี้ กาเธกิ แสดงเป็นมิสเตอร์ เทอร์ริฟิคได้สุดยอดมาก ตัวละครนี้เป็นหนึ่งในตัวโปรดของผมจากการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็น T-Craft, T-Spheres ทุกอย่างเกี่ยวกับเขาสนุกมาก และเขาก็ฉลาดสุดๆ ระดับเดียวกับเล็กซ์ ลูเธอร์เลย แต่ต่างกันตรงที่เขามีความยับยั้งชั่งใจ เขารอบคอบ และจะไม่สร้างสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อโลกเอดี้แสดงบทนี้อย่างจริงจัง ฉลาด และดูเท่มาก กาย การ์ดเนอร์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ผมชอบมากจากคอมมิกของ DC โดยเฉพาะในยุค Justice League International ผมคิดว่าเขายอดเยี่ยมมาก เขาเป็นกรีนแลนเทิร์นจอมกวนที่มีบุคลิกน่าหมั่นไส้ ผมไม่อยากให้ทุกตัวละครในเรื่องเป็น “คนดี” ไปหมดกายเป็นตัวละครหายากในคอมมิกที่เป็นที่จดจำได้เพราะ “นิสัย” มากกว่าหน้าตา แม้หน้าตาของเขาก็… แย่เอาเรื่องนะ และมันก็เป็นข้ออ้างที่ดีในการให้นาธาน ฟิลเลียนไว้ทรงผมบล็อกหัวเห็ด ซึ่งผมสนุกมากกับไอเดียนั้น ฮอว์คเกิร์ลก็เป็นอีกคนที่โหดเอาเรื่อง เธอไม่ใช่คนที่ “ใจดี” นัก แม้เธอจะมีจิตใจที่ดีอยู่ลึกๆ แต่เธอก็ทำอะไรที่รุนแรงพอสมควร และอิซาเบล่า มาร์เซดก็แสดงได้เยี่ยมจริงๆ

และคุณยังมีทีมงานของเดลี่ แพลเน็ทด้วย เช่น จิมมี่ โอลเซน, เพอร์รี่ ไวท์…

จิมมี่ โอลเซนเป็นคนตลก และทุกคนก็รักเขา เขาเป็นคนที่กระตือรือร้นกับทุกเรื่องแบบสุดๆ แต่เขาก็มีเสน่ห์แบบพีท เดวิดสัน เป็นคนที่สาวๆ ทุกคนตกหลุมรัก จะมีใครเหมาะกับบทจิมมี่ไปกว่าสกายเลอร์ จีซอนโดได้อีก? แคท แกรนท์, สตีฟ ลอมบาร์ด, บิลล์ — เบ็ค เบ็นเน็ตต์แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก  ส่วนเว็นเดลล์ เพียร์ซคือนักแสดงที่ผมชื่นชมมานานตั้งแต่ซีรีส์ The Wire การได้ร่วมงานกับเขาถือว่ายอดเยี่ยมมากจริงๆ เขาเป็นเพอร์รี่ ไวท์ที่สุดยอดมาก

ในช่วงแรกภาพยนตร์ คุณแนะนำตัวละครที่เป็นขวัญใจแฟนการ์ตูนมายาวนานอย่าง Krypto ในช่วงที่ Superman กำลังอยู่ในจุดเปราะบางที่สุด อะไรเป็นแรงจูงใจให้คุณใส่เขาเข้ามา?

คริปโต เดอะ ซูเปอร์ด็อก! สุนัขซูเปอร์ฮีโร่จาก DC Comics ตัวละครเล็กๆ ที่ผมชอบเขามาตลอด — เพราะผมชอบสุนัขอยู่แล้ว ก็แน่นอนว่าผมต้องชอบเขาด้วย สำหรับผมในฉากเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด มันเป็นเหมือนการค้นหาว่าซูเปอร์แมนมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และเกิดอะไรขึ้นกับเขา การให้คริปโตมาช่วยเขาในตอนต้นเรื่อง เป็นการเติมมุมมองใหม่ให้กับหนัง Superman เรื่องนี้โดยเฉพาะ มันไม่ใช่ Superman เวอร์ชันของดอนเนอร์ ไม่ใช่ Superman เวอร์ชันของแซ็ค สไนเดอร์ แต่มันคือซูเปอร์แมนเวอร์ชันใหม่ เวอร์ชันที่มีซูเปอร์ด็อกบินได้และยิงลำแสงจากตา มีเหล่าซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ อยู่ด้วย โลกในเรื่องเป็นโลกที่เมตาฮิวแมนมีมานานหลายปีแล้ว และซูเปอร์แมนก็แค่บังเอิญเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหมู่พวกเขา แม้ว่าเราจะได้เจอกับเขาในช่วงที่ยังไม่ได้เป็นคนสำคัญก็ตาม

ช่วยเล่าเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของคริปโตเวอร์ชันของคุณหน่อยได้ไหม?

คริปโตได้แรงบันดาลใจมาจากสุนัขของผมเอง ชื่อว่า โอซุ ตั้งชื่อตามผู้กำกับชาวญี่ปุ่นผู้ยิ่งใหญ่ ยาสุจิโร่ โอซุ เรารับเขามาจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ ซึ่งมีสุนัขอยู่เต็มไปหมด และเขาเป็นเพียงตัวเดียวที่กลัวผมสุดๆ เขาผอมแห้งมาก แต่มีหูข้างหนึ่งชี้ตั้งขึ้นเหมือนเสาอากาศ และมันก็เหมือนเป็น “เสาสัญญาณ” เรียกผมเข้าไปหา ไม่รู้ทำไม ผมกลับรู้สึกถูกดึงดูดโดยเจ้าหมาบ้าๆ ตัวนี้ และผมก็พาเขากลับบ้าน เขาไม่รู้จักมนุษย์เลย ตอนนั้นเขาอายุประมาณ 1 ปี ไม่เคยถูกสัมผัสหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริงๆ เขาเลยแทบไม่สนใจผมเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับหลงรักสุนัขอีกตัวของผมทันที เดินตามเธอไปทุกที่จนรบกวนเธอสุดๆ แล้วเขาก็เริ่ม… ทำลายบ้านผม เขาทำลายเฟอร์นิเจอร์พังหมด กัดรองเท้าทุกคู่ที่หาเจอ กินแล็ปท็อปผมไปจริงๆ ทำลายจนใช้งานไม่ได้เลย และทุกครั้งที่มีอะไรที่ดูคล้ายสัตว์ปรากฏบนหน้าจอ เขาจะกระโจนใส่ทีวีและโจมตีเฟอร์นิเจอร์รอบๆ ทีวีทันที เขาเป็นหมาที่แย่ที่สุดเท่าที่คุณจะจินตนาการได้ เขากัดเท้าผมตลอดเวลา จนผมต้องใส่รองเท้าเดินในบ้าน ทั้งที่ปกติผมชอบเดินเท้าเปล่าในบ้าน ตอนที่ผมคุยโทรศัพท์ เขาจะกัดเท้าผม แล้วผมก็ไม่สามารถกรี๊ดใส่เขา หรือแม้แต่กรี๊ดเพราะเจ็บได้ ผมเลยต้องปีนขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ครัว กอดขาตัวเองหลบอยู่ในมุม แล้วจู่ๆ เขาก็กระโดดขึ้นมาบนเคาน์เตอร์แล้วกัดเท้าผมต่อ และไม่รู้ทำไมผมก็คิดขึ้นมาว่า “ถ้าเจ้าหมาบ้าที่แย่ที่สุดตัวนี้มีพลังซูเปอร์ฮีโร่ล่ะ?” เราคงซวยกันหมดแน่ๆ นั่นล่ะคือจุดเริ่มต้น คริปโตอาจจะเป็นหมาแย่ๆ ก็ได้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ การใส่ตัวละครหมาที่ทั้งบ้า ทั้งป่วน แบบไม่คาดคิดเข้ามา เพราะจริงๆ แล้วคริปโตก็คือโอซุนั่นแหละ เราพาโอซุไปสแกนร่างจริงๆ เพราะเขาไม่สามารถจะไปแสดงแทนตัวเองได้เลย เรามีสุนัขอีกตัวชื่อโจลีนซึ่งเป็นหมาที่น่ารักมาก ฉลาด เป็นสุนัขที่มีมารยาทอย่างแท้จริง ไม่งี่เง่าเหมือนโอซุของผม แล้วเราก็นำแบบจำลองของ โอซุมาขยายตัวให้ใหญ่ขึ้นนิดนึง เปลี่ยนสีให้เป็นขาว แล้วนั่นแหละคริปโตในหนัง

นอกจากเมตาฮิวแมนแล้ว คุณยังเลือกใส่องค์ประกอบอื่นๆ จากจักรวาลซูเปอร์แมนเข้ามาอีกมาก…

ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้สามารถแตกต่างออกไปได้ โดยการนำเอาองค์ประกอบแบบ magical realism หรือความแฟนตาซีในแบบซูเปอร์มาใช้ เช่น หมาบินได้ ไคจูยักษ์ หุ่นยนต์ผู้ช่วย และอะไรสนุกๆ แบบนั้น  ในขณะที่ยังทำให้ตัวละครซูเปอร์แมนติดดินและมีความสมจริงอยู่ เขายังคงเป็นตัวละครที่มีรากฐานอยู่ในบุคลิกของตัวเอง ในความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆ และเนื้อเรื่องที่ขับเคลื่อนด้วยการเลือกของเขาเอง ไม่ใช่ถูกกำหนดโดยพลังภายนอกใดๆ บทหนังเรื่องนี้เลยเขียนสนุกมากเพราะเหตุผลนั้น และมันก็แตกต่างจากสิ่งที่ผมเคยเขียนมาก่อนโดยสิ้นเชิง แน่นอนว่ามันมีองค์ประกอบไซไฟอยู่บ้าง แต่ในบางแง่ ผมว่าจริงๆ แล้วซูเปอร์แมนยังติดดินกว่าหนัง Guardians of the Galaxy ซะอีก เพราะประเด็นสำคัญคือมันไม่ใช่หนังตลกแต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็มีความแฟนตาซีสุดขั้วแบบแปลกๆ มากกว่าด้วย มันเป็นหนังการ์ตูนที่ไปให้สุดกับทุกอย่างใหญ่โตอลังการ เหมือนผลงานของแกรนท์ มอร์ริสัน เรื่อง All-Star Superman เคยทำไว้ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นความท้าทายสำหรับผมมากจริงๆ

คุณมีความร่วมมือที่ยอดเยี่ยมกับหัวหน้าแผนกของคุณ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ?

หัวหน้าแผนกของผมแทบจะเป็นทีมเดิมตลอดในหนังหลายเรื่องที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเบธ มิกเคิล ผู้ออกแบบฉากฯ จูเดียนนา มาคอฟสกี้ ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เฮนรี่ บราแฮม ผู้กำกับภาพ และลาร์ส วินเธอร์สที่เริ่มต้นเป็นผู้ช่วยผู้กำกับของผมใน Guardians of the Galaxy Vol. 2 และตอนนี้เป็นหัวหน้าฝ่ายโปรดักชันของ DC Studios ผมทำงานกับคนกลุ่มเดิมซ้ำๆ เพราะเราสื่อสารกันได้ในแบบที่ใกล้ชิดเข้าใจกันดี รู้ว่าแต่ละคนต้องการอะไร คาดหวังอะไร พวกเขารู้จักนิสัยเฉพาะของผมดี รู้ว่าผมมักจะโฟกัสกับเรื่องอะไร รู้ทั้งจุดแข็งจุดอ่อนของผม พูดง่ายๆ คือ เราเหมือนครอบครัว และการมีครอบครัวเหล่านี้อยู่รอบตัว ทำให้การถ่ายหนัง ซึ่งเป็นงานที่ยากมาก กลายเป็นอะไรที่สนุกขึ้นเยอะเลย

เรามาคุยกันเรื่องสถานที่ในภาพยนตร์กันบ้าง เริ่มจากป้อมแห่งความสันโดษที่คุณไปถ่ายทำที่สฟาลบาร์ด ประเทศนอร์เวย์

ป้อมแห่งความสันโดษในเวอร์ชันดั้งเดิมเกิดขึ้นในยุคที่คุณสามารถมีป้อมอยู่กลางแอนตาร์กติกาโดยไม่มีใครรู้ แต่นั่นไม่ใช่ความจริงของโลกทุกวันนี้ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก ในหนังของเราป้อมแห่งนี้จะจมอยู่ใต้ดิน และจะ โผล่ขึ้นมาก็ต่อเมื่อซูเปอร์แมนเข้าใกล้เท่านั้น เพราะมันตอบสนองต่อดีเอ็นเอของเขา การออกแบบจึงต้องสะท้อนสิ่งนี้ เราได้รับแรงบันดาลใจมากมายจากหนังของริชาร์ด ดอนเนอร์ รวมถึงจากดีไซน์ในคอมิกตลอดหลายปีที่ผ่านมา แล้วก็นำมาสร้างเป็นสไตล์ของเราเอง แน่นอนว่าเราก็ใส่เทคโนโลยีระดับสูงในแบบของซูเปอร์แมน เช่น หุ่นยนต์ซูเปอร์แมน ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก All-Star Superman เบธ (มิกเคิล) ออกแบบพื้นที่ให้ดูเหมือนมหาวิหารแห่งผลึกที่สวยงามมาก เราตัดสินใจไปถ่ายทำที่สฟาลบาร์ดเพราะผมอยากให้โลเคชันนั้นสมจริง ใช้แสงธรรมชาติ พื้นผิวตามภูมิประเทศจริงๆ จะได้เห็นรายละเอียดจากธรรมชาติที่จินตนาการของมนุษย์อย่างเดียวอาจสร้างไม่ได้ ยังไม่ต้องพูดถึง ลมหายใจที่กลายเป็นไอที่มองเห็นได้ชัดเจน เพราะมันหนาวจริงๆ ผมอยากให้สถานที่แห่งนี้ดูงดงามที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และให้แน่ใจว่าผลงานทั้งเรื่องจะเป็นงานภาพที่สวยงามอย่างต่อเนื่อง

คุณถ่ายทำที่คลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของซูเปอร์แมน มันเป็นยังไงบ้างสำหรับคุณ?

โอไฮโอเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผมชอบมากที่สุดในการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ การได้ถ่ายทำในคลีฟแลนด์ บ้านเกิดของซูเปอร์แมน ที่นั่นคือที่ที่เจอร์รี ซีเกล และโจ ชูสเตอร์ คิดค้นไอเดียของซูเปอร์แมนขึ้นมา ดังนั้นที่นั่นจึงเป็นสถานที่ที่เขาถือกำเนิดขึ้นมา แต่จริงๆ แล้วเราไม่ได้เลือกถ่ายทำที่นั่นเพราะซูเปอร์แมนถือกำเนิดที่นั่น เราเลือกที่นั่นเพราะมีสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตเดโคที่สวยงามมาก ซึ่งเป็นลุคที่เราต้องการให้เมืองเมโทรโพลิสมี มันบังเอิญพอดีที่เมืองนั้นทั้งตรงตามที่เราต้องการ และยังเป็นบ้านเกิดของซูเปอร์แมนอีกด้วย ผู้คนที่นั่นน่ารักมาก ทีมงานและผู้ช่วยการผลิตที่เราทำงานด้วยที่นั่นก็ยอดเยี่ยม คณะกรรมาธิการภาพยนตร์ก็ร่วมงานด้วยได้ดีมาก เรามีช่วงเวลาที่ดีในการถ่ายทำที่คลีฟแลนด์ และที่ซินซินเนติ ซึ่งเป็นที่ที่เราถ่ายทำสำนักงานใหญ่ของจัสติสแก๊งค์ โดยใช้สถานีรถไฟเก่าในซินซินเนติเป็นโลเคชันถ่ายทำ ซึ่งก็เจ๋งมาก ทั้งสองเมืองนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ

เล่าถึงการถ่ายทอดภาพของ Daily Planet สิ่งที่ขาดไม่ได้ในหนังซูเปอร์แมนทุกเรื่อง?

เราเซ็ตฉากของ Daily Planet ขึ้นที่เมืองเมคอน รัฐจอร์เจีย เป็นฉากห้องข่าวแบบคลาสสิกเลย เรามีพื้นที่ของสตีฟ ลอมบาร์ด ซึ่งแสดงโดยเบ็ค เบนเน็ตต์ พื้นที่ของคลาร์ก เคนต์ โต๊ะของจิมมี่ โอลเซ่น, แคท แกรนท์, ลอยส์ เลน และรอน ทรูป นี่คือกลุ่มตัวละครหลักของเราที่อยู่ใน Daily Planet และแน่นอนว่าเพอร์รี ไวต์ก็มีห้องทำงานของตัวเองด้วย ฉากนี้ถูกออกแบบโดยเบธ มิกเคิล และมันยอดเยี่ยมมากจริงๆ เป็นหนึ่งในฉากที่ผมชอบที่สุดที่เราได้ถ่ายทำ ผมอยากให้เราได้อยู่ที่นั่นนานกว่าสามวันด้วยซ้ำ เพราะมันน่าทึ่งมากที่ได้เห็นตัวละครเหล่านี้ที่ผมอ่านมาตั้งแต่เด็ก และเห็นพวกเขาถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ เพอร์รี ไวต์, ลอยส์ เลน, จิมมี่ โอลเซ่น… เราเห็นพวกเขามาหลายเวอร์ชันแล้ว การได้เห็นทีมนักแสดงชุดนี้มารับบทเหล่านี้และทำได้ดีเยี่ยมมันสนุกมากเลย

คุณเข้าถึงการถ่ายทำฉากบินในหนังเรื่องนี้ต่างไปอย่างไร?

มันซับซ้อนมากครับ วิธีที่เราเลือกใช้ในการถ่ายทำฉากบินนั้นต้องใช้หลายเทคนิค และเดวิดต้องเข้าชุดสลิงหลายแบบ โชคดีมากที่เดวิดเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงและเล่นกีฬาเก่ง เขาเลยสามารถทำทุกอย่างออกมาได้ดี เราทำงานร่วมกับเวย์น ดัลกลิช ผู้ประสานงานฉากสตันต์ของเรา เพื่อสร้างสไตล์การบินที่ดูสมจริงที่สุดให้ผู้ชมรู้สึกได้ในเชิงกายภาพ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากการดูฟุตเทจของเครื่องบินรบเจ็ต และคิดว่ามนุษย์จะรู้สึกอย่างไรถ้าบินได้จริงๆ แล้วคุณจะสังเกตได้ว่ามีหลายอย่างที่คุณไม่เคยเห็นในหนังซูเปอร์แมนมาก่อน เช่น คนที่บินด้วยความเร็วเหนือเสียง แต่ผมของเขาแค่พริ้วเบาๆ เท่านั้นเอง เราอยากแสดงให้เห็นว่าผมของเขาควรจะปลิวแรงแค่ไหนเมื่อเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเสียงจริงๆ มันเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก แต่ก็สนุกมากด้วยเช่นกัน ตั้งแต่แรกผมเขียนแนวคิดยาวประมาณ 4 หน้าเกี่ยวกับทฤษฎีของฉากแอ็คชัน และวิธีที่เราจะถ่ายทำมัน เพราะเรายังต้องการให้กล้องรู้สึกเหมือนถูกถือโดยคนที่บินอยู่ด้วยจริงๆ ดังนั้นกล้องจะเคลื่อนไปรอบๆ ตัวเขามาก และจะไม่ถ่ายแบบตัดฉากเป๊ะๆ เพราะถ้าอย่างนั้น กล้องพวกนั้นควรอยู่ที่ไหนล่ะ? ควรติดตั้งง่ายๆ อย่างไร? มันต้องดูเหมือนกำลังตามติดการบินของตัวละครจริงๆ มันเป็นอะไรที่สนุกมากจริงๆ สำหรับผมในการถ่ายฉากเหล่านี้ เป็นงานที่สนุกสุดๆ

KNO3 วงป็อปเมทัลเซ็นสัญญาค่าย weird record

KNO3 วงป็อปเมทัลเซ็นสัญญาค่าย weird record

KNO3 วงป็อปเมทัลเซ็นสัญญาค่าย weird record

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.22 น.

วง KNO3 แรกเริ่มมาจากการเล่นในซีน Cover วงญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2012 และได้ขึ้นตามงาน JAPAN EXPO / J Trends in Town / Japan anime festival และอีกมากมายจนปี 2016 วงได้เริ่มทำเพลงของตัวเอง และได้ไปเล่นที่ไลฟ์เฮ้าส์ในประเทศญี่ปุ่น ที่เมือง SHIZUOKANAGOYA และ TOKYO วงยังได้รับโอกาสร่วมเล่นกับวงญี่ปุ่นในงานต่างๆ ในประเทศไทย เช่น – วง defspiral / THE MICROHEAD4NS / RAZOR และล่าสุดได้เล่นopening actให้กับวง Metalcore มาแรงของญี่ปุ่น DEXCORE.และวันที่ 2 สิงหาคม 2568 วง KNO3 กำลังจะได้เล่น Opening act ให้กับวง Visual Kei แถวหน้าของญี่ปุ่น JUPITER อีกด้วยเพลง Let’s Go Scum Rangers เป็นเพลงประกอบ ต้นไลฟ์สตรีมเกม Scum ของ Game Streamer ชาวร็อคนาม “Bay Riffer

โดยเพลงนี้ “เบย์” ได้เป็นคนเขียนเนื้อเพลงและทำ DEMO ขึ้นมาผ่าน AI ด้วยความนิยมของเพลงนี้ เลยทำให้วง KNO3 หยิบมาทำดนตรี และถ่ายทอด Music Video  ผ่านผืนผ้า Green Screen บอกเล่าเรื่องราวแห่งความมันส์ และความคิดสร้างสรรค์ อัดแน่นอย่างเต็มเปี่ยม อยู่ในมิวสิกวิดีโอนี้และเป็นโอกาสอันดีที่ได้เปิดตัวมือกลองคนใหม่“เติร์ก” ที่เข้ามาประจำการวง KNO3 และเป็นมือกลอง Back up ให้กับศิลปินดังมากมายอาทิ Endorphine , ชิน ชินวุฒ อีกด้วย

Let’s Go Scum Rangers! / KNO3 [Music Video]

และคุณสามารถรับชม Live stream ของ Bay Riffer ได้ที่

ติดตามผลงานของวง KNO3 ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/kno3band

Instagram:

เปิดตำนาน Plácido Domingo ศิลปินโอเปราชื่อก้องโลกเตรียมเปิดการแสดงครั้งแรกในไทย

เปิดตำนาน Plácido Domingo ศิลปินโอเปราชื่อก้องโลกเตรียมเปิดการแสดงครั้งแรกในไทย

เปิดตำนาน Plácido Domingo ศิลปินโอเปราชื่อก้องโลกเตรียมเปิดการแสดงครั้งแรกในไทย

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

ในโลกของโอเปราที่เต็มไปด้วยเสียงอันทรงพลังและเรื่องราวสะเทือนอารมณ์มากมาย Plácido Domingo เป็นหนึ่งในศิลปินโอเปราชื่อดังเพียงไม่กี่คนในโลกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น ตำนานที่ยังมีลมหายใจแห่งวงการโอเปรา ด้วยเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดังก้องบนเส้นทางสายดนตรียาวนานกว่า 6 ทศวรรษ  พร้อมเตรียมมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ กับการเยือนประเทศไทยครั้งแรกและครั้งเดียว ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 27 หรือ Bangkok’s 27th International Festival of Dance & Music ที่จะมามอบประสบการณ์สุดตราตรึงใจไม่รู้ลืม 

ตำนานเสียงโอเปราที่โลกทั้งใบเงียบฟัง

Plácido Domingo ศิลปินผู้มากความสามารถ เกิดที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน และย้ายตามครอบครัวมาเติบโตในประเทศเม็กซิโก Domingo สร้างชื่อเสียงในฐานะนักร้องโอเปราระดับโลก ด้วยการแสดงกว่า 4,000 ครั้ง และบทบาทมากกว่า 150 เรื่อง กวาดรางวัล  Grammy Awards  ไปถึง 12 รางวัล เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากเสียงร้องอันทรงพลังและเสน่ห์ส่วนตัว ตลอดเส้นทางอาชีพกว่า 6 ทศวรรษ Domingo ไม่เพียงเป็นนักร้อง แต่ยังเป็นวาทยกรและผู้บริหารโอเปรา สะท้อนถึงความทุ่มเทและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

Domingo ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของ “The Three Tenors” ร่วมกับ Luciano Pavarotti และ José Carreras พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในคอนเสิร์ตก่อนรอบชิงฟุตบอลโลกปี 1990 ที่กรุงโรม ซึ่งมีผู้ชมกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก ทำให้อัลบั้มจากคอนเสิร์ตครั้งนั้นกลายเป็น อัลบั้มดนตรีคลาสสิกที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาล ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ศิลปะโอเปราเข้าถึงใจผู้คนทั่วโลกได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

พลังเสียงเทเนอร์-บาริโทน ถ่ายทอดทุกอารมณ์ลึกซึ้งถึงบทบาท

ทักษะการร้องอันไร้ที่ติ ช่วงเสียงที่ก้องกังวานเป็นเอกลักษณ์ทั้งพลังเสียงเทเนอร์ (Tenor) และ บาริโทน (Baritone)รวมกับความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์อย่างลึกซึ้งผ่านการแสดงสีหน้าและภาษากาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรักอันปวดร้าว โศกนาฏกรรมสุดขมขื่น หรือความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ทำให้ Domingo ครองใจผู้ชมได้มากมาย โดยหนึ่งในบทบาทที่สร้างชื่อให้ Domingo คือ Otello ผลงานสุดท้าทายของ Verdi ที่ต้องอาศัยทั้งพลังความอึด ความหลากหลายของช่วงเสียงการถ่ายทอดอารมณ์ และการแสดงที่ลึกซึ้ง ซึ่ง Domingo สามารถแสดงได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้รับบท Otello ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 

ครั้งเดียวในชีวิต! กับสามศิลปินระดับโลกบนเวทีเดียว

ในปี 2025 นี้ เสียงโอเปราในตำนานที่โลกทั้งใบเคยเงียบฟังจะมาดังก้องในประเทศไทยเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวกับการแสดงสุดพิเศษในงาน Bangkok’s 27th International Festival of Dance & Music ที่จะกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ที่ยากจะลืมเลือน โดยการแสดงในครั้งนี้ Domingo จะขึ้นเวทีประสานเสียงเคียงข้างกับ Monica Conesaโซปราโนสาวดาวรุ่ง เจ้าของเสียงใสเปี่ยมพลังจากสหรัฐอเมริกา และ Beatrice Venezi วาทยกรหญิงมากฝีมือจากอิตาลีผู้ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการดนตรีคลาสสิก ถือเป็นการโคจรมาแสดงร่วมกันบนเวทีครั้งแรกของทั้ง 3 คน พร้อมเตรียมสร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่ให้คนไทยได้รอติดตาม ยกระดับหูเคลือบทองแบบสดๆ

โอกาสครั้งเดียวในชีวิต! ที่จะได้สัมผัสพลังเสียงของศิลปินระดับตำนานอย่าง Plácido Domingo บนเวทีเดียวกับสองสาวชื่อดัง Monica Conesa และ Beatrice Venezi  ในค่ำคืนสุดพิเศษที่จัดแสดงขึ้นเพียงรอบเดียวเท่านั้น กับงาน Bangkok’s 27th International Festival of Dance & Music วันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 เวลา 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ในงานยังมีการแสดงระดับโลกให้เลือกชมอีกมากมายรวมกว่า 14 โชว์ ไม่ว่าจะเป็นโอเปราจากรัสเซีย กายกรรมจีน บัลเลต์ หรือการแสดงแสง สี เสียง สุดตระการตา ระหว่างวันที่ 6 กันยายน – 15 ตุลาคม 2568 จองบัตรได้แล้ววันนี้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จอง “Platinum Package” รับส่วนลด ของที่ระลึก และที่นั่งพิเศษเฉพาะคุณ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokfestivals.com

QUINN เผยมิวส์คนล่าสุด ‘พอลล่า เทเลอร์’ ผ่านแคมเปญ The Divine Within

QUINN เผยมิวส์คนล่าสุด ‘พอลล่า เทเลอร์’ ผ่านแคมเปญ The Divine Within

QUINN เผยมิวส์คนล่าสุด ‘พอลล่า เทเลอร์’ ผ่านแคมเปญ The Divine Within

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.12 น.

QUINN (ควินน์) แบรนด์แฟชั่นสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์อันทรงพลัง เหนือกาลเวลา กล้าที่จะแตกต่าง ต้อนรับแฟชั่นประจำฤดูกาล Fall 2025 ภายใต้แคมเปญ The Divine Within นิยามใหม่ของความงามผ่านงานออกแบบที่เรียบง่ายแต่เฉียบคม ถ่ายทอดตัวตนของผู้หญิงอย่างสงบนิ่ง มั่นคง เปี่ยมพลัง และเต็มไปด้วยความมั่นใจในแบบของตนเอง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานประติมากรรมกรีกโรมัน และสัญลักษณ์ของเทพีโบราณ ทว่าถ่ายทอดออกมาอย่างร่วมสมัย ในรูปแบบของ Contemporary Femininity ที่นิ่งขรึมแต่ยังเปี่ยมด้วยแรงดึงดูด แนวคิดที่ถ่ายทอดออกมาอย่างมีชีวิตผ่านนักแสดง อย่าง พอลล่า เทเลอร์ ผู้หญิงที่มีตัวตนชัดเจนในทุกก้าวย่าง สะท้อนนิยามแห่งความงามเหนือกาลเวลา พอลล่าคือ มิวส์ (Muse) ที่สะท้อนจิตวิญญาณของคอลเลกชั่นนี้ พร้อมทั้งมีความมั่นใจในตัวตนที่แท้จริงอย่างสมบูรณ์แบบ

ซิลูเอตอันพลิ้วไหวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของเหล่าเทพีในยุคโบราณ ถูกตีความใหม่ให้ร่วมสมัยด้วยเทคนิคการตัดเย็บที่เน้นเสริมสรีระอย่างพอดี ลายเส้นอันเป็นไอคอนิกถ่ายทอดผ่านเดรสเนื้อบางเบา ไปจนถึงคอร์เซ็ตรูปทรงชัดเจน ใช้วัสดุอย่างแมตต์เครป คอตตอนทอแห้ง นิตบิดเกลียว ไปจนถึงการพิมพ์เทคนิคพิเศษ Trompe l’oeil ที่สร้างมิติใหม่ของการมองเห็น เป็นการท้าทายขอบเขตระหว่างของจริงกับภาพลวงตา ทั้งหมดนี้ถ่ายทอดผ่านโทนสีที่สะท้อนความนิ่งสงบของพิพิธภัณฑ์ศิลป์ ได้แก่ สีดำ ครีมข้าวโอ๊ต เบจอมน้ำตาล ช็อกโกแลต ดาร์กไวน์ มิดไนท์บลู และเขียวมาลาไคต์  สื่อถึงความคลาสสิก ลุ่มลึก และทรงพลังในเวลาเดียวกัน

ไฮไลต์ของลายพิมพ์ในคอลเลกชั่นนี้ ได้แก่ เปลือกหอยบนผ้าทอจากแรงบันดาลใจใน The Birth of Venus และหนึ่งในเทคนิคเด่นของคอลเลกชั่นคือการใช้ลายพิมพ์ที่จำลองชั้นเสื้อผ้าซ้อนกัน เช่น เดรสแขนล้ำที่พิมพ์ลายเดรสสายเดี่ยวพริ้วไหวทับบนตัว, เกาะอกที่พิมพ์ลายเสื้อผ้าอีกชั้นซ้อนอยู่ด้านใน ไปจนถึงเดรสคอปีนที่จำลองลายของชุด Slip Dress ทั้งหมดเกิดขึ้นจากการพิมพ์บนผืนเดียวโดยไม่ต้องซ้อนเลเยอร์จริง สำหรับเครื่องประดับ QUINN เลือกใช้ภาษาของประติมากรรมเป็นแกนกลาง ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัด ต่างหู และสร้อยคอที่หล่อขึ้นเป็นรูปดวงตาและฝังคริสตัลละเอียด หรือเข็มขัดหัวบัคเคิลรูปปากที่ชวนให้นึกถึงงานปั้นแบบกรีกโบราณ เป็นตัวแทนของความงามที่แห่งศิลปะที่สวมใส่ได้

สัมผัสกับเส้นลายผสานความอ่อนช้อยแบบเทพีกับ The Divine Within ประจำฤดูกาล Fall 2025 ได้แล้ววันนี้ที่ QUINN ทุกสาขา และทางออนไลน์ที่ iamquinn.com

จิ้นไปกับ’ฟรีน-เบ็คกี้’เปิดใจทุกโมเมนต์ดี ๆอัปเดตผลงานใหม่ทางหน้าจอช่อง 7HD

จิ้นไปกับ'ฟรีน-เบ็คกี้'เปิดใจทุกโมเมนต์ดี ๆอัปเดตผลงานใหม่ทางหน้าจอช่อง 7HD

จิ้นไปกับ’ฟรีน-เบ็คกี้’เปิดใจทุกโมเมนต์ดี ๆอัปเดตผลงานใหม่ทางหน้าจอช่อง 7HD

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.53 น.

สุดฮือฮา ! “ฟรีน-เบ็คกี้” เยือนรายการ “นิว-บอย Soi 7” พิเศษ “นิวหนวด” ชวน “เป็กกี้” แฟนคลับตัวยงเป็นพิธีกรเฉพาะกิจ อาสามาล้วงลึกความสนิทของ คู่ GL ระดับโกลบอล วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้   

สัปดาห์นี้ รายการ นิว-บอย Soi 7 จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ใหญ่เอาใจแฟน ๆ ชวน คู่จิ้นแซฟฟิก (Sapphic) Girl Love  ระดับGlobal ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ และเบ็คกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง หรือ #ฟรีนเบค  มาเยือนรายการ  แน่นอนว่า งานนี้พิธีกรของเรา นิวหนวด-ธนิศ แก้วนาค เตรียมต้อนรับแบบจัดใหญ่ จัดเต็ม  แต่ครั้งนี้พิธีกรคู่หู บอย-ธิติพร จุติมานนท์ ติดภารกิจ  นิวหนวดเลยชวนพี่สาวคนสนิท ที่เป็นแฟนคลับตัวยงของ ฟรีนเบค อย่าง เป็กกี้ ศรีธัญญา  มาร่วมแจมไปด้วยกัน  ซึ่งทางรายการรู้มาว่า ทั้งคู่ทำงานเยอะมาก ๆ วันนี้ นิวเป็ก เลยตั้งใจจัด
วันรีแล็กซ์ให้ ฟรีนเบค มาแบบชิล ๆ

สตาร์ทความสนุกด้วยความอร่อย  นิวเป็ก  พาทั้งคู่  เดินช้อปของอร่อย ๆ ที่ศูนย์การค้า ย่านลาดพร้าวกันจนเพลิดเพลิน เดินไป เมาท์ไป  สนุกสนานขำกันไป แจกโมเมนต์ดี ๆ ทักทาย ระหว่างทางกับแฟน ๆ ด้วยความสุขและรอยยิ้ม  กระทั่งเจอร้านขายขนมไทย งานนี้สาวเบคขอแวะทันที  เพราะเอ็นเจอย และชื่นชอบเป็นพิเศษ จากนั้น นิวเป็ก พาไปนั่งคุยแบบจริงจังกันหน่อย  เริ่มจากหัวข้อ ย้อนไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแต่ละคน จนมาเจอกันเป็น ฟรีนเบค  แน่นอนว่ากว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จากนั้นขอลงลึก deep talk ถึงความรู้สึกที่มีกับแฟน ๆในการเดินทางของทั้งคู่ ที่วันนี้เติบโตไปถึงระดับ Global มีแฟนคลับไปทั่วโลก มีโมเมนต์ที่ประทับใจมากมาย ได้เห็นความเป็นตัวตนของกันและกัน  ถึงเวลาที่ทั้งคู่ต่างต้องพูดถึงกันและกัน แต่จะพูดถึงกันอย่างไร มาฟังได้ในรายการ และอีกหลากหลายเรื่องราวที่แฟน ๆ อยากรู้  ซึ่งนิวหนวดแท็กทีมกับเป็กกี้ จัดให้เต็ม ๆ ทั้งเรื่องที่ว่า ฟรีนเบค เป็นแฟนกันจริงไหม, เมมชื่อในโทรศัพท์ว่าอะไร, จริงไหมที่เวลาทะเลาะกัน ฟรีนมักจะง้อด้วยคำว่า สวัสดีวันจันทร์, พร้อมอัปเดตซีรีส์แซฟฟิกระดับเมกะโปรเจกต์ 4Elements บ้านวาทินวณิช เรื่อง “เสน่หาวาโย” ผลงานใหม่ที่ทุกคนรอคอยทางหน้าจอ ช่อง 7HD  ที่ฟิตติ้งเรียบร้อย เตรียมเปิดกล้องถ่ายทำเดือนนี้ ังได้ในรายการ และไย จากนั้นกเต็มอิ่มกับทั้งหมดนี้ได้ในรายการ  “นิว-บอย Soi 7” วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้  เวลา 15.35  น. ทาง ช่อง 7HD กด 35และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com   

‘MAYA มายา’ซีรีส์ดังครองแชมป์ Viu! สมโปรเจ็กต์ยักษ์เจอบิลบอร์ดปริศนาสนั่นเมือง

'MAYA มายา'ซีรีส์ดังครองแชมป์ Viu! สมโปรเจ็กต์ยักษ์เจอบิลบอร์ดปริศนาสนั่นเมือง

‘MAYA มายา’ซีรีส์ดังครองแชมป์ Viu! สมโปรเจ็กต์ยักษ์เจอบิลบอร์ดปริศนาสนั่นเมือง

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

ยกให้เป็นซีรีส์สุดแซ่บมาแรงของปีสำหรับโปรเจ็คท์ “MAYA มายา” ซีรีส์ล้างแค้นสุดเข้มข้น เมื่อ​CHANGE2561 Original จับมือ Viu Thailand ถ่ายทอดปอกเปลือกสันดานดิบของมนุษย์ที่ซ่อนไว้ได้อย่างถึงทุกขั้วอารมณ์​ ผ่านเหล่านักแสดงนำโดยพระเอกหนุ่มหล่อ “สน ยุกต์ ส่งไพศาล” มาประชันบทบาทนางเอกสาวสวย “ปันปัน สุทัตตา” ร่วมด้วยนักแสดงฝีมือระดับขั้นเทพ “แซม ยุรนันท์, คลาวเดีย จักรพันธุ์, ใหม่ ณัฐฐา” ร่วมด้วย “คารีสา สปริงเก็ตต์, แพรว นฤภรกมล, สายลับ เหมวิช ฯลฯ

และด้วยเรื่องราวที่ทั้งแซ่บเข้มข้นนักแสดงต่างเข้าถึงบทบาทแบบเต็มสิบให้ร้อยไม่ว่าจะเป็น “ปันปัน” ผู้ที่แฝงด้วยบาดแผลและแรงแค้น หรือแม้แต่ “สน ยุกต์” ในบทหนุ่มหล่อทายาทตระกูลอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล รวมถึงนักแสดงตัวพ่อตัวมัม แท็กทีมตีบทแตกก็ยิ่งทำเอาคอซีรีส์ชวนลุ้นและติดหนึบแบบลุกไปไหนไม่ได้

นอกจากกระแสความแรงของซีรีส์ “MAYA” จะเป็นที่พูดถึงในวงกว้างแล้ว​ ยังสมกับซีรีส์โปรเจ็คท์ยักษ์ของปี​ เมื่อไปไหนก็พบเจอป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ กับข้อความปริศนาชวนหลอน ระวังห้างนี้มีคนตาย! ก็ยิ่งทำเอาแฟนให้ซีรีส์ชวนลุ้นและรอสัมผัสอารมณ์แค้นของซีรีส์แบบใจจดใจจ่อ

ล่าสุด “MAYA” ยังกลายเป็นซีรีส์มาแรง ทะยานขึ้นอันดับ 1 ของ Viu ประจำวันที่ 30 มิถุนายน ถึง 6 กรกฎาคม 2568 อีกด้วย เรียกได้ว่าไปที่ไหนมีแต่ความแรงยึดครองทุกพื้นที่จริงๆ​ มาลุ้นเรื่องราวความสนุกของซีรีส์กันต่อ “MAYA มายา” ทุกวันพุธ เวลา20.00 น. ที่แอปพลิเคชั่น Viu เท่านั้น!

‘ป้อม ออโต้บาห์น’และ ‘โก้ มิสเตอร์แซกแมน’ชวนชม’CONCERT : LIFE MUSIC / ชีวิตดนตรี’

'ป้อม ออโต้บาห์น'และ 'โก้ มิสเตอร์แซกแมน'ชวนชม'CONCERT : LIFE MUSIC / ชีวิตดนตรี'

‘ป้อม ออโต้บาห์น’และ ‘โก้ มิสเตอร์แซกแมน’ชวนชม’CONCERT : LIFE MUSIC / ชีวิตดนตรี’

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.40 น.

สองศิลปินมากฝีมือแห่งวงการเพลงไทย “ป้อม ออโต้บาห์น” และ “โก้ มิสเตอร์แซกแมน” เตรียมมอบประสบการณ์ทางดนตรีสุดพิเศษให้แก่แฟนเพลงทุกเจเนอเรชั่น กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบในชื่อ  “CONCERT : LIFE MUSIC / ชีวิตดนตรี”  ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00–20.00 น. ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์  
คอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นการโคจรมาพบกันของสองศิลปินที่ผสมผสานดนตรีออกมาได้อย่างงดงาม เป็นส่วนผสมที่ทั้งโรแมนติก มีชีวิตชีวา และสะท้อนมิติทางอารมณ์ของบทเพลงได้อย่างครบถ้วน โดยผู้ชมจะได้ดื่มด่ำกับบทเพลง Original ที่แฟนเพลงชาวไทยคุ้นเคย คุ้นใจ ทั้งจากวง Autobahn และ Koh Mr.Saxman อาทิ  “แด่เธอ”,  “ความรัก”, “หนักใจ”, “ภาวนา”, “คิดถึงเธอทุกที (ที่อยู่คนเดียว)” และอีกหลายเพลงดังที่ขนมาให้ฟังกับแบบเต็มอิ่ม จุใจ รวมไปถึงดนตรีแนว Smooth Jazz ออริจินัลที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองศิลปิน การแสดงทั้งหมดจะบรรเลงโดยวงดนตรี Takeshi Band วงดนตรีคู่ใจของทั้งป้อมและโก้ ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศให้ทั้งโชว์ เปี่ยมไปด้วยความไพเราะและเต็มพลังดนตรี

ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ คือการปรากฏตัวของแขกรับเชิญสุดพิเศษMiss WAKASA (วากาสะ) ศิลปินนักร้องหญิงแนว R&B Fusion (อาร์แอนด์บี ฟิวชั่น) ดาวรุ่งจากประเทศญี่ปุ่น ที่จะมาเติมสีสันให้กับคอนเสิร์ตด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะงดงาม เต็มพลังของศิลปินรุ่นใหม่จากแดนอาทิตย์อุทัย

โก้ มิสเตอร์แซกแมน กล่าวว่า  “ดนตรีสำหรับผม ไม่ใช่แค่เสียงที่เป่าออกจากแซ็กโซโฟน แต่มันคือชีวิตและความรู้สึกที่อยู่ข้างใน “CONCERT : LIFE MUSIC / ชีวิตดนตรี” ครั้งนี้ ผมตั้งใจมากที่จะให้มันเป็นเวทีที่เรียบง่าย แต่จริงใจ ทุกโน้ต ทุกเสียง เราจะเล่นสดด้วยหัวใจล้วน ๆ ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ร่วมสร้างคอนเสิร์ตนี้กับพี่ป้อม เพราะบทเพลงของพี่ป้อมคือชีวิตจริง ของผมและใครอีกหลาย ๆ คน ส่วนเพลงดนตรีของผมเอง ก็อยากเป็นชีวิตอีกด้านหนึ่งที่เติมเต็มกัน อยากให้ทุกท่านมานั่งฟังดนตรีแบบไม่เร่งรีบ ปล่อยจิต ปล่อยใจให้เสียงเพลงพาไปให้ใจได้เป็นสุข ..แล้วพบกันนะครับ”

ป้อม ออโต้บาห์น กล่าวเสริมว่า “คอนเสิร์ตนี้ เราไม่ได้แค่เอาเพลงเก่ามาร้อง แต่เราอยากพาทุกคนย้อนกลับไปอยู่ในช่วงเวลาที่เพลงเหล่านั้นเคยมีความหมายกับคุณ  ไม่ว่าเป็นตอนกำลังเริ่มมีความรัก หรือตอนอกหัก หรือเมื่อชีวิตต้องการกำลังใจ และผมเชื่อว่าเสียงเพลงช่วยปลอบประโลมจิตใจเราได้เสมอ และจะพิเศษขึ้นไปอีก ถ้าเราได้ฟังดนตรีชีวิต ชีวิตดนตรีร่วมกัน บนเวทีที่ตั้งใจสร้างให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านดนตรี ผมอยากชวนทุกคนมานั่งฟังเพลงไปพร้อมกัน มาร้องเพลงกัน มามอบความรู้สึกดี ๆ ยิ้มให้กัน  หรือบางท่านอาจจะนั่งเงียบ  ๆ ให้ดนตรีได้ผ่อนคลายจิตใจ คอนเสิร์ตนี้คือของขวัญจากเรา… และอยากให้คุณมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตดนตรีของพวกเรา ป้อมและโก้ครับ”
 

คอนเสิร์ต “CONCERT : LIFE MUSIC / ชีวิตดนตรี”  การโคจรมาพบกันของสองศิลปินคุณภาพแห่งวงการเพลงไทย “ป้อม ออโต้บาห์น” และ “โก้ มิสเตอร์แซกแมน” ที่จะมาร้อยเรียงบทเพลงจากประสบการณ์ชีวิตและถ่ายทอดเรื่องราวดนตรีที่อยู่ในหัวใจของแฟนเพลงมายาวนาน สอบถาม/จองบัตรได้ที่   081-6959365 Facebook @kohmrsaxmanfp และ ID: mrsaxma บัตรราคา 2,500 บาท และ 2,000 บาท จำหน่ายแบบ First Come, First Served Basis  มาก่อนเลือกที่นั่งตามโซนราคาที่กำหนดได้ตามอัธยาศัย

เปิดโปสเตอร์ ‘พี่ยักษ์ – น้องยี่’ใน ‘ธี่หยด 3’ 1ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

เปิดโปสเตอร์ 'พี่ยักษ์ - น้องยี่'ใน 'ธี่หยด 3' 1ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

เปิดโปสเตอร์ ‘พี่ยักษ์ – น้องยี่’ใน ‘ธี่หยด 3’ 1ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.36 น.

ใกล้เข้ามาทุกทีกับความสยอง ที่คอยตามหลอกหลอนไม่รู้จบ ของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “ธี่หยด 3” จาก ช่อง 3 และ M Studio กำกับภาพยนตร์โดย แป๊ป ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ และ ต้อม ธนเดช ประดิษฐ์เมื่อเสียงเพรียกแห่งความตาย…ปลุกผีร้ายให้กลับมา! ล่าสุดเปิดภาพโปสเตอร์ “พี่ยักษ์“ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ”น้องยี่” นีน่า ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน ที่ครั้งนี้พร้อมเข้าป่าประจันหน้ากับผีร้ายแบบเต็มสูบเตรียมพบกับการเผชิญหน้าความสยองครั้งใหม่สุดสะพรึง! 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ และยืนยันฉายในระบบ IMAX ด้วยสัดส่วนภาพพิเศษเต็มจอตลอดเรื่องพร้อมด้วยระบบเสียง IMAX 12-Channel Sound ให้ระทึกขั้นสุด *สัดส่วนภาพ IMAX 1.9:1 และ DOLBY ATMOS ที่ไม่ควรพลาด#ธี่หยด3 | 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘อันอัน ศุจินทรา’ขึ้นแท่นนางเอกเต็มตัว! ประกบ’เล้ง-แสตมป์’ในซีรีส์ผีดราม่าสุดเข้ม ‘เจ้าสาวสีเลือด’

'อันอัน ศุจินทรา'ขึ้นแท่นนางเอกเต็มตัว! ประกบ'เล้ง-แสตมป์'ในซีรีส์ผีดราม่าสุดเข้ม 'เจ้าสาวสีเลือด'

‘อันอัน ศุจินทรา’ขึ้นแท่นนางเอกเต็มตัว! ประกบ’เล้ง-แสตมป์’ในซีรีส์ผีดราม่าสุดเข้ม ‘เจ้าสาวสีเลือด’

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

จากนักแสดงดาวรุ่งในซีรีส์วาย “ลอยแก้ว First Love” สู่บทนางเอกเต็มตัวในซีรีส์ดราม่าเขย่าขวัญเรื่องใหม่ “เจ้าสาวสีเลือด”สำหรับ“อันอัน ศุจินทรา รุ่งเรือง” ขึ้นแท่นนางเอกเต็มตัวครั้งแรก ร่วมประชันบทบาทเข้มข้นกับสองพระเอกคู่จิ้นสุดฮอต “เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย” และ “แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล” ที่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง

“เจ้าสาวสีเลือด” ผลิตโดย ค่ายกองละครกฎแห่งกรรม คืนพระจันทร์ดับ ในโปรเจกต์ซีรีส์หลอนแห่งปี “ซีรี่ส์ผีคืนหลอน”กำกับการแสดงโดย โต สุขเศรษฐ์ โลศิริ ผู้มากประสบการณ์ด้านละครดราม่าระทึกขวัญ อันอัน รับบท อังคาร หญิงสาวหน้าตาดีแต่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เธอเป็นคนที่ “รักในความรัก” และพร้อมทุ่มเทให้หมดทั้งใจ โดยต้องเผชิญกับความลับดำมืดของผู้ชายสองคนที่เธอรัก…เล้ง ณัฐพล รับบท เทพ หนุ่มหล่อ เจ้าชู้เงียบ ชอบหลอกใช้ผู้หญิงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองแสตมป์ พรวศิน รับบท ตะวัน ชายหนุ่มมักมากในกาม เห็นแก่ตัว และเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมรักในเรื่อง งานนี้ อันอัน เผยว่า “ดีใจมากๆ ที่ได้รับโอกาสครั้งสำคัญนี้ และยิ่งตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับพี่เล้งพี่แสตมป์อีกครั้ง หลังจากเคยเล่นซีรีส์ ‘ลอยแก้ว’ ด้วยกันในบทผกา ครั้งนี้เปลี่ยนลุคมาเป็นนางเอกเต็มตัว รับรองว่าเต็มที่แน่นอนค่ะ”ติดตามชม “เจ้าสาวสีเลือด” ได้เร็วๆ นี้ ทางช่อง MVTV ปลายปี 2568 นี้เตรียมพบกับซีรีส์ที่ทั้งหลอน ทั้งร้าวลึก และเต็มไปด้วยพลังการแสดงจากนักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง! กำกับการแสดงโต สุขเศรษฐ์ โลศิริผู้ช่วยผู้กำกับ1.โอ กิติศักดิ์ ภูชาคำผู้ช่วยผู้กำกับ2.มาแตร์ แพรทอง โคชะดาควบคุมการผลิตละครโทรทัศน์เกตน์ศิรณี บุญมา ฮ.นกเอี้ยงตาโตอำนวยการผลิตเอ บุญรุ่ง เต๋งจงดี

นักแสดงดังอย่างคับคั่งร่วมการแสดงแสงเสียงสื่อผสมในรูปแบบมิวสิคัลอิงประวัติศาสตร์

นักแสดงดังอย่างคับคั่งร่วมการแสดงแสงเสียงสื่อผสมในรูปแบบมิวสิคัลอิงประวัติศาสตร์

นักแสดงดังอย่างคับคั่งร่วมการแสดงแสงเสียงสื่อผสมในรูปแบบมิวสิคัลอิงประวัติศาสตร์

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.26 น.

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้องนิทรรศการ ป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการทางด้านประวัติศาสตร์ “การแสดงแสงเสียงสื่อผสมในรูปแบบมิวสิคัล รำลึกเหตุการณ์ ร.ศ.๑๑๒” ตอน “ปราการพระจุล จารึกคุณ มหาราช ร.ศ.๑๑๒ เดอะมิวสิคัล”เพื่อเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการผลักดันโครงการ ร่วมด้วยรองผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ผู้บังคับป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ และเหล่านักแสดงนำชื่อดัง อาทิ คุณปุ๊ มนตรี, คุณตั๊ก นภัสรัญชน์, คุณวิทย์ พชรพล, คุณโบ๊ท ปรัชญา, คุณเอ็ม อรรถพล, คุณอ้น เลอวิทย์, คุณไข่มุก วรัทยา, คุณแพน กันย์ลภัส และคุณเมย์ อธิชา เข้าร่วมแถลงข่าว และร่วมเป็นสักขีพยานแห่งการเริ่มต้นสร้างสรรค์ละครเพลงประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ

ในส่วนของวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นายสุนทร ปานแสงทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า “จังหวัดสมุทรปราการ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘เมืองปากน้ำ’ ถือเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทั้งด้านการป้องกันประเทศ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทั้งไทย จีน ญวน มอญ แขก และยังเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ”

“หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของชาวไทยคือ วิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ การสู้รบกับฝรั่งเศสที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า และป้อมผีเสื้อสมุทร ซึ่งแม้จะมีความสูญเสีย แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของรัชกาลที่ 5 และความกล้าหาญเสียสละของบรรพบุรุษไทย ทำให้ชาติไทยสามารถธำรงเอกราชไว้ได้อย่างสง่างาม”

การแสดง “ปราการพระจุล จารึกคุณมหาราช ร.ศ.๑๑๒ เดอะมิวสิคัล” จึงถือกำเนิดขึ้นภายใต้แนวคิด “จากปราการ สู่ปณิธาน…พระราชา ผู้ปกป้องแผ่นดิน” ถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างร่วมสมัยในรูปแบบละครเพลง พร้อมเทคนิคแสง สี เสียงสุดอลังการ การแสดงครั้งนี้กำกับ และเขียนบทโดย ครูนาย มานพ มีจำรัส ผู้กำกับฝีมือเยี่ยมที่เคยฝากผลงานมาแล้วมากมาย ร่วมด้วย อาจารย์นพพร เพริศแพร้ว ที่มีประสบการณ์ละครเวทีระดับนานาชาติ และการประพันธ์เพลงโดย อาจารย์ชัยภัค ภัทรจินดา ศิลปินศิลปาธร ประจำปี 2565

โดยละครเพลงชุดนี้จะจัดแสดง ระหว่างวันที่ 13 – 16 กรกฎาคม 2568 วันละ 1 รอบ รวม 4 รอบการแสดง ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมด้วยการออกร้านของผู้ประกอบการ OTOP ในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่ง เข้าชมฟรีได้ที่

LINE OA: ปราการพระจุล ร.ศ.112 (https://lin.ee/kjv9Wiq)

และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: ปราการพระจุล เดอะมิวสิคัล

คลิป ปราการพระจุล เดอะมิวสิคัล https://youtu.be/g_Rsv1dSnY8#ปราการพระจุล  #เดอะมิวสิคัล  #รศ112  #ปราการพระจุลเดอะมิวสิคัล
#องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ  #จากปราการสู่ปณิธาน  #พระราชาผู้ปกป้องแผ่นดิน