“ทักษิณ” ยื่นขอความเป็นธรรมคดี ม.112 ยันสัมภาษณ์เกาหลีไม่มีคำพาดพิง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576531

10 มิ.ย. 2567

10:03 น.

"ทักษิณ" ยื่นขอความเป็นธรรมคดี ม.112 ยันสัมภาษณ์เกาหลีไม่มีคำพาดพิง

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยื่นขอความเป็นธรรมคดี ม. 112 ปม สัมภาษณ์สื่อเกาหลี ยืนยันไม่มีคำพูดพาดพิง – ดูหมิ่นเบื้องสูง ลุ้นอัยการสูงสุดพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมกฎหมายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมายังอัยการสูงสุดแล้ว เพื่อยื่นเหตุผลเพิ่มเติมคัดค้าน “คำสั่งฟ้อง” ในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกาหลีใต้เมื่อหลายปีก่อน 

สำหรับเหตุผลที่ทีมกฎหมายของนายทักษิณ บรรยายในคำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นต่ออัยการสูงสุด คือ พนักงานสอบสวนที่ทำสำนวน ถูกกดดันข่มขู่จากผู้มีอำนาจในยุคนั้น ซึ่งเป็นยุค คสช. เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีนี้กับตนช่วงหลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทำให้พนักงานสอบสวนไม่มีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ กระบวนการได้มาซึ่งพยานหลักฐานจึงมิชอบด้วยกฎหมาย และมีความเบี่ยงเบนไปตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ 

ประกอบกับคำให้สัมภาษณ์ของ “อดีตนายกฯทักษิณ” ที่กล่าวกับสื่อเกาหลีใต้ ไม่ได้มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันเบื้องสูง และไม่ได้มีถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

ทั้งนี้ตามขั้นตอนของกฎหมาย อัยการสูงสุดจะเป็นผู้พิจารณาว่า คำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นมานี้ ฟังขึ้นหรือไม่ มีน้ำหนักมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งฟ้องได้หรือไม่ หากมีน้ำหนักหรือมีมูลพอที่จะพิจารณา ก็อาจเลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหา และนำผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องต่อศาลในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ได้ เพื่อตรวจสอบคำร้องขอความเป็นธรรมให้เรียบร้อยก่อน 

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า นายทักษิณ เพิ่งให้สัมภาษณ์ประเด็นพนักงานสอบสวนในคดีถูกข่มขู่คุกคามจากผู้มีอำนาจในยุคนั้น โดยอ้างว่าเป็นทหาร ระหว่างการลงพื้นที่ร่วมงานฉลองอุปสมบทของลูกชายนายกเทศมนตรี ต.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่ามีหลักฐานข้อความในแอปพลิเคชั่นไลน์มากมายที่จะยืนยันข้อเท็จจริงนี้ 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บุตรสาวนายทักษิณ ก็เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการสั่งฟ้องคดี 112 ของบิดาว่า มาจากอดีตอัยการสูงสุดที่แต่งตั้งโดย คสช. ในยุค คสช. ฉะนั้นจึงสอดรับกับการต่อสู้คดีนี้ของคุณทักษิณที่พยายามมุ่งประเด็นว่าคดีถูกแทรกแซงโดยผู้มีอำนาจทางการเมือง

“มาดามเดียร์” โพสต์การ ปฏิบัติธรรม เพื่อ ฮีลใจให้ก้าวต่อไป ฝึกจิตใจให้มีสติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576523

10 มิ.ย. 2567

08:13 น.

"มาดามเดียร์" โพสต์การ ปฏิบัติธรรม เพื่อ ฮีลใจให้ก้าวต่อไป ฝึกจิตใจให้มีสติ

“มาดามเดียร์” โพสต์ไป ปฏิบัติธรรม ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อฮีลใจให้ก้าวต่อไปในโลกที่แสนอันตราย ฝึกจิตใจตนเองให้มีสติ ระลึกรับรู้ความเป็นจริงในสัจธรรม

“มาดามเดียร์” น.ส.วทันยา บุนนาค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังจากได้เดินทางไป ปฏิบัติธรรม ที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีข้อความว่า “นุ่งขาวห่มขาวไปปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องของคนสูงวัย คนทุกข์จนไร้ที่พึ่งทางใจ หรือไปสะสมบุญแก้กรรม แต่มันคือการฮีลใจให้เราก้าวต่อไปในโลกที่แสนอันตรายโดยหัวใจไม่แหลกสลายไปเสียก่อน”

มา ปฏิบัติธรรม ครั้งนี้เพิ่งกลับมานั่งนับว่าตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นรู้จักวิชาของพระพุทธเจ้า มาจนถึงวันนี้ก็ผ่านมากว่า 18 ปีแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วอย่างเหลือเชื่อ

เมื่อพูดถึงคำว่า “ปฏิบัติธรรม” หลายคนนึกถึงเรื่องงมงาย บ้างก็คิดว่าตัวเองไม่มีปัญหาอะไร หรืออายุยังไม่เยอะจะเข้าปฏิบัติธรรมทำไม หลายครั้งที่เวลาเราบอกคนอื่นว่าเอาบุญมาฝาก หลายคนจะถามกลับมาด้วยความเป็นห่วงว่า เรามีความทุกข์อะไรถึงขนาดต้องหันหน้าเข้าวัดไปเป็นที่พึ่งทางใจ?

แต่ความเป็นจริงกลับสวนทางกันสิ้นเชิง เพราะไม่อยากทุกข์ต่างหาก เดียร์จึงเลือกไปฝึกปฏิบัติธรรมเพื่อ ฝึกจิตใจตนเองให้มีสติ ระลึกรับรู้ความเป็นจริงในสัจธรรมที่ทุกอย่างล้วน “เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป” เพื่อวางใจให้เป็น เพราะเมื่อใดที่ใจเราไม่เดินสวนทางความเป็นจริง…เมื่อนั้นเราก็จะทุกข์น้อยลง

มาดามเดียร์มาดามเดียร์

เมื่อยิ่งมองย้อนกลับ 18 ปีที่ผ่านมา หากเดียร์ไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้มาฝึกสติ เพื่อกลับมามองดูตัวเอง เพื่อกลับมาพิจารณาถึงสัจธรรม ก็ไม่รู้เลยว่าหลายครั้งที่เราเจอเหตุการณ์รุนแรงในชีวิต เราจะผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาได้อย่างไรโดยที่ยังสามารถรักษาใจของตัวเองให้เข้มแข็งได้เหมือนเดิม ไม่จมอยู่กับความทุกข์ในใจจนเกินไป

มาดามเดียร์มาดามเดียร์

ในโลกปัจจุบันที่หมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนหลายคนตั้งรับไม่ทัน โลกที่ทันสมัยเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายให้เราเพลิดเพลิน จนเอาใจไปมองแต่เรื่องราวนอกตัวเอง สนใจแต่เรื่องคนอื่น เอาใจไปผูกติดกับคนรอบกาย 

แต่เรากลับละเลยมองข้ามคนที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งไป นั่นก็คือการกลับมาฮีลใจ “ตัวเราเอง”

เอาบุญปฏิบัติธรรมครั้งนี้มาฝากทุกๆ คนนะคะ และสำหรับคนที่สนใจอยากศึกษาเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.kondee.com นะคะ หรือไปที่มูลนิธิหอธรรมพระบารมี จ.ฉะเชิงเทราค่ะ มูลนิธิหอธรรมพระบารมี

มาดามเดียร์มาดามเดียร์

เปิดตัวเลข ผู้ผ่านการ เลือก สว.ระดับอำเภอ ไปต่อระดับจังหวัด 23,645 ราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576512

09 มิ.ย. 2567

21:56 น.

เปิดตัวเลข ผู้ผ่านการ เลือก สว.ระดับอำเภอ ไปต่อระดับจังหวัด 23,645 ราย

เปิดตัวเลขผู้ผ่านการ เลือก “สว.ระดับอำเภอ” 23,645 ราย จากผู้สมัครทั้งหมด 46,206 ราย ชาย 15,077 ราย หญิง 8,568 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ระดับอำเภอทั่วประเทศ ในวันนี้มียอดจำนวนผู้สมัคร สว. ที่คุณสมบัติผ่านตามที่กฎหมายกำหนดจำนวน 46,206 ราย  เป็นชาย 26,727 ราย เป็นหญิง 19,479 ราย

ทั้งนี้ มีจำนวนผู้มีสิทธิเข้ากระบวนการเลือก หลังการเพิ่มชื่อ ถอนชื่อแล้ว จำนวน  45,753 ราย เป็นชาย 26,436 ราย เป็นหญิง 19,317 ราย

และในการเลือกระดับอำเภอ ตามเวลาที่ผู้อำนวยการเลือกให้มาถึงสถานที่เลือกตามเวลากำหนด  มีจำนวนผู้มารายงานตัวรอบแรก จำนวน 43,818 ราย เป็นชาย 25,459 ราย เป็นหญิง 18,359 ราย

เมื่อผ่านการเลือกระดับอำเภอ มีจำนวนผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอ รอบแรก จำนวน 32,190 ราย เป็นชาย 19,754 ราย เป็นหญิง 12,436 ราย

และเมื่อผ่านการเลือกรอบที่สอง ซึ่งเป็นการเลือกไขว้ มีจำนวนผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด จำนวน 23,645 ราย เป็นชาย 15,077 ราย เป็นหญิง 8,568 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จำนวนผู้ได้รับเลือกจากระดับอำเภอไประดับจังหวัด แยกเป็นรายกลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง จำนวน 1,332 ราย
  • กลุ่มที่ 2 กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จำนวน  1,171 ราย
  • กลุ่มที่ 3 กลุ่มการศึกษา จำนวน  1,975 ราย
  • กลุ่มที่ 4 กลุ่มการสาธารณสุข จำนวน 1,024 ราย 
  • กลุ่มที่ 5 กลุ่มอาชีพทำนา จำนวน 1,460 ราย
  • กลุ่มที่ 6 กลุ่มอาชีพทำสวน  จำนวน  1,565 ราย
  • กลุ่มที่ 7 กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ จำนวน 1,261 ราย 
  • กลุ่มที่ 8 กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม จำนวน 765 ราย 
  • กลุ่มที่ 9 กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 1,057 ราย 
  • กลุ่มที่ 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น  จำนวน 808 ราย
  • กลุ่มที่ 11 กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว จำนวน 707 ราย
  • กลุ่มที่ 12 กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม  จำนวน 443 ราย 
  • กลุ่มที่ 13 กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์  จำนวน 671 ราย
  • กลุ่มที่ 14 กลุ่มสตรี จำนวน 1,800 ราย
  • กลุ่มที่ 15 กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น จำนวน 1,987 ราย
  • กลุ่มที่ 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา จำนวน 1,103 ราย
  • กลุ่มที่ 17 กลุ่มประชาสังคม กลุ่มองค์กรสาธารณประโยชน์ จำนวน 1,163 ราย
  • กลุ่มที่ 18 กลุ่มสื่อสารมวลชน จำนวน 616 ราย
  • กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 1,465 ราย
  • กลุ่มที่ 20 กลุ่มอื่นๆ จำนวน 1,275 ราย

รวมทั้งหมด จำนวน  23,645 ราย

โดยพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) สำนักงาน กกต. จะรันหมายเลขผู้สมัครใหม่ เพื่อนำไปใช้ในการเลือกตั้งระดับจังหวัด เมื่อแล้วเสร็จก็จะเผยแพร่รายชื่อผ่านทางเว็บไซต์ และ application smart word ในวันถัดไป

รวมรายชื่อคนดัง อดีต สส.-นักวิชาการ- นักเคลื่อนไหว ผ่านรอบแรก “เลือก สว.ระดับอำเภอ”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576499

09 มิ.ย. 2567

17:47 น.

รวมรายชื่อคนดัง อดีต สส.-นักวิชาการ- นักเคลื่อนไหว ผ่านรอบแรก "เลือก สว.ระดับอำเภอ"

คนดัง กทม. อดีต สส.-นักวิชาการ- นักเคลื่อนไหว พาเหรดผ่าน สว.ระดับเขต ด้าน “สันธนะ-สนธิญา-หมอเหรียญทอง” จับมือเข้ารอบจังหวัด

9 มิ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.ระดับเขต ในกรุงเทพมหานคร มีคนดัง นักวิชาการ ผ่านการเลือกในระดับเขต อาทิ

  • นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ
  • นางนันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก
  • นายธรรมสถิตย์ ผลแก้ว สื่อมวลชน
  • นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง หรือ อดีต กกต.
  • นายพงศกร มหาเปารยะ หรือ แต๊ง ดารานักแสดง
  • นางพิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • นายแล ดิลกวิทยรัตน์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • นายไชยา ยิ้มวิไล อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม
  • นายยุทธพิชัย ชาญเลขา หรือ โดโด้ ยุทธพิชัย ดารา นักแสดง
  • นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์
  • นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์
  • นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์
  • นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจ
  • นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวร้องเรียนทางการเมือง
  • นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพุทธศาสนา
  • นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความชื่อดัง

ส่วนบุคคลที่มีชื่อเสียงลงในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับอำเภอ อาทิ

  • นางสาวนารากร ติยายน สื่อมวลชน
  • พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีต รอง ผบ.ตร.
  • นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี หรือ “ผู้ว่าฯ ปู” อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
  • นายบรรจง นะแส นักเคลื่อนไหว หรือเอ็นจีโอ จ.สงขลา

“โหรบุญเลิศ” ผ่านคัดเลือกรอบแรก แต่สะดุดแผงเหล็กหน้ากระแทกเจ็บ
 

ส่วนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ที่เขตหลักสี่ สนามสโมสรตำรวจ ภายหลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน บรรดาผู้สมัครทยอยเดินทางกลับ แต่ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

โดย นายบุญเลิศ ไพรินทร์ หรือ โหร สว. อดีตสมาชิกวุฒิสภา อายุ 83 ปี ซึ่งเป็นผู้สมัคร สว.กลุ่มอาชีพที่ 19 กลุ่มอาชีพอิสระ ได้เดินสะดุดแผงเหล็กกั้น ระหว่างแนวผู้สังเกตการณ์ กับแนวผู้สมัคร จนทำให้ใบหน้ากระแทกเข้ากับแผงเหล็ก ทำให้ตาด้านขวาปูดบวม และช้ำ จนเจ้าหน้าที่พยาบาล ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ได้เร่งปฐมพยาบาลในเบื้องต้น และเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงต่อไป

รวมรายชื่อคนดัง อดีต สส.-นักวิชาการ- นักเคลื่อนไหว ผ่านรอบแรก \"เลือก สว.ระดับอำเภอ\"

ทั้งนี้ นายบุญเลิศ ผ่านการคัดเลือก สว.ในระดับเขต เพื่อเข้าสู่รอบจังหวัดต่อไป

เลือก สว.ระดับอำเภอ “อุชษณีย์ ชิดชอบ” พี่สาวเนวิน ร่วงรอบแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576497

09 มิ.ย. 2567

17:18 น.

เลือก สว.ระดับอำเภอ "อุชษณีย์ ชิดชอบ" พี่สาวเนวิน ร่วงรอบแรก

ผลการลงคะแนนเลือก สว.ระดับอำเภอ เขตอำเภอเมืองบุรีรัมย์ “อุชษณีย์ ชิดชอบ” พี่สาวเนวิน ร่วงรอบแรก

9 มิ.ย. 2567 ที่ หอประชุมโรงเรียนภัทรบิตร ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าหลังการเปิดลงทะเบียน ได้มีบรรดาผู้สมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ในเขตอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ ซึ่งมีทั้งอดีตรองปลัดกระทรวง อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรี อดีตนักการเมือง อดีตข้าราชการ และประชาชนที่สนใจ ทยอยเดินทางมาเพื่อที่จะรอลงทะเบียน และเข้าสู่การเลือก สว. ในระดับอำเภอ ในส่วนของ อ.เมืองบุรีรัมย์ กับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายรับสมัคร

เลือก สว.ระดับอำเภอ \"อุชษณีย์ ชิดชอบ\" พี่สาวเนวิน ร่วงรอบแรก

บรรยากาศการเลือก สว.ในระดับอำเภอ ของอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี น.ส.ปิยนาฎ กลางพนม ผู้อำนวยการ สำนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองบุรีรัมย์ มาร่วมอำนวยความสะดวกและจัดการลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งในหน่วยเลือกตั้ง ส.ว.ระดับอำเภอ ของอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ทั้งรอบแรกและรอบไขว้กลุ่ม ซึ่งมีผู้สมัครมากที่สุด จำนวน 179 คน จาก 20 กลุ่ม

เลือก สว.ระดับอำเภอ \"อุชษณีย์ ชิดชอบ\" พี่สาวเนวิน ร่วงรอบแรก

โดยทางเจ้าหน้าที่ กกต. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ และผู้ที่ไม่ส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้ง สว. รวมถึงสื่อมวลชน เข้าไปบันทึกภาพภายในหอประชุม ซึ่งเป็นสถานที่ลงคะแนนเลือก สว. และอนุญาตให้สื่อมวลชนสามารถบันทึกภาพได้จากภายนอกของหอประชุมเท่านั้น ซึ่งในช่วงเช้าของการเลือก สว.รอบแรก ได้มีการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด มาฉายให้ประชาชน และผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งได้ชม แต่โทรทัศน์วงจรปิดที่นำมาเปิดฉายให้ชมนั้น ได้เกิดขัดข้องในระบบเทคนิคเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมง จนสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ และสามารถรับชมได้ตามปกติ

เลือก สว.ระดับอำเภอ \"อุชษณีย์ ชิดชอบ\" พี่สาวเนวิน ร่วงรอบแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การลงคะแนนเลือก สว. ในรอบแรก ปรากฏว่า น.ส.อุชษณีย์ ชิดชอบ พี่สาวนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ที่ลงสมัครในกลุ่มที่ 17 ไม่ได้รับการลงคะแนนเลือกในรอบแรก คือการเลือกกันเองภายในกลุ่ม และได้เดินทางกลับทันที โดยมี พ.ต.อ.ชวลิต อาจอาสา สามีเดินทางมาให้กำลังใจ

เลือก สว.ระดับอำเภอ \"อุชษณีย์ ชิดชอบ\" พี่สาวเนวิน ร่วงรอบแรก

จากนั้นในช่วงบ่ายได้มีการแบ่งกลุ่ม เพื่อเตรียมจัดลงคะแนนในรอบ 2 คือแบบไขว้กลุ่ม สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง สว. ในพื้นที่ 23 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 1,836 คน จาก 20 กลุ่มอาชีพ ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ ซึ่งผู้สมัครมีทั้งอดีตรองปลัดกระทรวง อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรี อดีตนักการเมือง อดีตข้าราชการ นักธุรกิจ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป ในจำนวนนี้ขาดคุณสมบัติถูกตัดสิทธิไป จำนวน 112 คน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง พ้นจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไม่ครบ 5 ปี เป็นคู่สมรส และต้องคดี เหลือผู้ที่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สว.จำนวน 1,724 คน

เลขาฯ กกต. แถลงสรุปเลือก สว.ระดับอำเภอ ลุล่วงด้วยดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576495

09 มิ.ย. 2567

16:56 น.

เลขาฯ กกต. แถลงสรุปเลือก สว.ระดับอำเภอ ลุล่วงด้วยดี

เลขาฯ กกต. แถลงสรุปเลือก “สว.ระดับอำเภอ” ลุล่วงด้วยดี เตรียมเฟ้นระดับจังหวัด 16 มิ.ย. นี้ แจงประเด็นขบวนการฮั้ว สันนิษฐานอย่างเดียวไม่ได้

นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ เลขาธิการ กกต. ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ดำเนินการจัดการเลือกวุฒิสภา หรือ สว.ในระดับอำเภอในวันนี้ (9 มิ.ย.) จนผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยเกือบทุกหน่วยได้เสร็จสิ้น และปิดการคัดเลือกไปราว 15.00 น. ซึ่งภาพรวมในการเลือก สว.ระดับอำเภอ ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีปัญหาบ้าง

เช่น ผู้สมัครรายงานตัวไม่ทันเวลา 09.00 น. จำนวนหนึ่งแต่ไม่มาก และมีกรณีที่มีผู้สมัครสวมใส่หูฟังบลูทูธเข้าไปในการคัดเลือก ที่จังหวัดนนทบุรี จึงได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ และมีผู้สมัครในจังหวัดสิงห์บุรีป่วยกระทันหันจนต้องออกจากพื้นที่ ทำให้เสียสิทธิในการคัดเลือก

เลขาธิการ กกต. ยังชี้แจงถึงขั้นตอนหลังจากนี้ว่า ผู้อำนวยการเลือกตั้งระดับอำเภอ จะติดประกาศผลการนับคะแนนหน้าสถานที่เลือก สำหรับผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกของแต่ละกลุ่มอาชีพ ในระดับอำเภอ และจะได้เข้ารอบการคัดเลือกในระดับจังหวัดต่อไป

โดยในวันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) ผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ จะส่งรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับอำเภอ ให้ผู้อำนวยการในระดับจังหวัด พร้อมเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ กกต. และแอปลิเคชั่นสมาร์ทโหวต เพื่อให้สาธารณชนรับทราบต่อไป และจะมีการทำเอกสารแนะนำตัวให้ผู้สมัครในระดับจังหวัดได้รู้จักกัน และคัดเลือกในระดับจังหวัดต่อไปในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. นี้

โดยย้ำว่า กระบวนการเลือกในระดับจังหวัด จะเหมือนกับระดับอำเภอ แต่จะไม่ยากเท่าระดับอำเภอ เพราะในระดับอำเภอ จะมีบางกลุ่มอาชีพ ที่มีผู้สมัคร และไม่มีผู้สมัคร และบางกลุ่ม มีผู้สมัครเพียงคนเดียว เพราะในระดับจังหวัด ผ่านการกรองในระดับอำเภอมาแล้ว จึงคาดว่าจะไม่มีปัญหา

สำหรับกรณีที่มีผู้สมัครเห็นว่าการเลือกในวันนี้ไม่เป็นธรรมนั้น เลขาธิการ กกต. ระบุว่า ผู้สมัคร สามารถร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ตามขั้นตอนต่อไป ภายใน 3 วันนับแต่วันนี้

ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตในการเลือก สว.ระดับเขต ที่เขตปทุมวัน มีการลงคะแนนเลือกกันเองโดยไม่ใส่คะแนนให้ตนเอง และเลือกให้คนอื่นแบบเป็นกลุ่มก้อนนั้น

เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า จะต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง แต่ก็จะต้องพิจารณาข้อสังเกต ข้อสันนิษฐานด้วยว่า มีการฮั้ว และมีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจริงหรือ เหมือนผู้ที่ใส่เสื้อสีเดียวกันที่ไม่ผิด แต่ก็สามารถสันนิษฐานเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไปได้ เพราะหากผู้สมัคร เห็นว่าคนอื่นดีกว่าตนเอง ก็สามารถลงคะแนนให้คนอื่นได้

ซึ่งในการตรวจสอบ จะต้องมีการตรวจสอบทางลับก่อน หากมีมูลปรากฏ กกต.ก็จะดำเนินการต่อไป เช่นเดียวกับกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตกลุ่มฮั้วครองเมืองนั้น ก็เป็นข้อสันนิษฐาน แต่จะต้องพิจารณาว่า การกระทำดังกล่าวเข้า มีข้อเท็จจริงที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่

สำหรับรางวัลชี้เบาะแสการทุจริตการเลือก สว.จำนวน 1,000,000 บาทนั้น เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า จะสามารถจ่ายได้ ก็ต่อเมื่อศาล มีการพิพากษาว่า เบาะแสที่แจ้งมานั้น มีความผิดจริง ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.

“สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ฉลุยผ่านเลือกสว. รอบแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576491

09 มิ.ย. 2567

15:47 น.

"สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ฉลุยผ่านเลือกสว. รอบแรก

“สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี ลงเลือก สมาชิกวุฒิสภา ระดับอำเภอ รอบแรก ที่อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ผ่านฉลุยตามคาด!

9 มิ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานผลการลงคะแนนเลือกตัวแทน สว. ระดับอำเภอ รอบแรก (รอบตัวแทนกลุ่ม) ที่หอประชุมโรงเรียนแม่ริมวิทยาคม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษเนื่องจากมี นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ อดีตนายรัฐมนตรี ลงสมัครในกลุ่มที่ 1 (กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง )

ทั้งนี้ นายสมชาย ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนผู้สมัครระดับอำเภอของกลุ่ม 1 จากผู้สมัครในกลุ่มเดียวกันทั้งหมด 13 คน ขณะที่ผู้ผ่านการคัดเลือกในอำเภอแม่ริม มีทั้งหมด 52 คน จากทั้งหมด 19 กลุ่ม การละคะแนนในวันนี้ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย

หลังเสร็จสิ้นการเลือก นายสมชายเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี พร้อมกับชูป้ายประจำตัวผู้สมัครให้กับสื่อได้ดูแต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่มารอรับพร้อมกับโบกมือและยกมือไหว้ขอบคุณสื่อและเดินทางกลับทันที

นอกจากสถานที่เลือก สว.อำเภอแม่ริม สถานที่เลือกในอำเภออื่น ๆ ก็เต็มไปด้วยความคึกคักด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะที่หอประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว สถานที่เลือก สว.ของอำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่มีผู้สมัคร 344 คน และมีคนดังอย่าง น.ส.นารากร ติยายน อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง มาลงสมัครและผ่านรอบแรกด้วยเช่นกัน

ขณะที่ในรอบแรกมีรายงานว่านายสุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความสิทธิมนุษยชน ที่ลงสมัครใน เขต อ.เมืองเชียงใหม่ และ นายพฤ โอโดเชา แกนนำเครือข่ายกะเหรี่ยงภาคเหนือ ที่ลงสมัครใน อ.สะเมิง ไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก 

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้สมัคร สว.ทั้งหมด 1,883 คน มากเป็นเป็นอันดับสามของประเทศ รองจากจังหวัดศรีสะเกษ และกรุงเทพมหานคร โดยการเลือกตั้งในระดับอำเภอครั้งนี้ ทั้ง 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ จะมีผู้ที่ผ่านเข้ารอบจังหวัดประมาณ 1,500 คน

ปธ.กกต.ยกคำวินิจฉัย ศาลรธน.เป็นหลักฐานยื่นยุบพรรคก้าวไกล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576479

09 มิ.ย. 2567

13:14 น.

ปธ.กกต.ยกคำวินิจฉัย ศาลรธน.เป็นหลักฐานยื่นยุบพรรคก้าวไกล

ประธาน กกต.ยกคำวิฉัย ศาลรธน.เป็นหลักฐานอันควรเชื่อยื่นยุบ “ก้าวไกล” ขณะที่ภาพรวมเลือก สว.ระดับอำเภอทั่วประเทศเรียบร้อย ไม่หวั่นเป็นโมฆะ

ายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้งายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล แถลงแนวทางการต่อสู้คดีศาลรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวหา กกต.ยื่นคำร้องถึง กกต.โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อระเบียบ กกต.ว่า การดำเนินการของ กกต.เป็นไปตามระเบียบการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การดำเนินการตามระเบียบสืบสวนไต่สวน

ซึ่งการยื่นเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญของ กกต.นั้น ตามกฎหมายในมาตราที่เกี่ยวข้อง บัญญัติไว้ว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ ถึงการดำเนินนโยบายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ก่อนหน้านี้ จึงได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากไม่มีคำวินิจฉัยดังกล่าว กกต.ก็อาจจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานมากกว่านี้
 

วันแรกของกาเลือก สว.ระดับ อำเภอทั่วประเทศวันแรกของกาเลือก สว.ระดับ อำเภอทั่วประเทศ


 

ขณะที่วันนี้ ( 9 มิ.ย.2567 ) เป็นวันแรกของการเลือก สว.ระดับอำเภอทั่วประเทศ โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยการเลือก สว.เขตหลักสี่ ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต และ ตรวจการเลือก สว.ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

ประธาน กกต. กล่าวว่า ไม่กังวลว่า การเลือก สว.ครั้งนี้ จะเป็นโมฆะ เพราะ กกต.ได้ดำเนินการตามหน้าที่ และกฎหมาย และไม่มีคำสั่งใด ๆ ที่จะต้องยุติการเลือก สว. และในวันนี้ (9 มิ.ย.) ยืนยันว่า ภาพรวมการเลือก สว.ในระดับอำเภอ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้สมัครเข้าใจกติกา จึงทำให้สบายใจได้ถึงการจัดการเลือก สว.ครั้งนี้ แม้บางอำเภอ จะมีผู้สมัครน้อย ก็ไม่มีปัญหา และขั้นตอนต่าง ๆ น่าจะเสร็จสิ้นเร็ว เพราะจำนวนผู้สมัครไม่ได้เกินกว่าที่ กกต.ประเมินไว้ โดยจะมีการประกาศผลการเลือก สว.ในระดับอำเภอบริเวณที่ทำการเลือก สว.บริเวณหน้าหน่วย และจะมีการประกาศผลบนเว็บไซต์ กกต.ต่อไป
 



นายอิทธิพล ยังกล่าวถึงกรณีที่หากมีคำร้องยื่นคัดค้านการเลือก สว.ในระดับอำเภอไม่สุจริตเที่ยงธรรมว่า สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 3 วัน โดยจะมีการสืบสวนไต่สวน หากพบความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ กกต.ก็มีอำนาจสั่งให้มีการเลือกใหม่ได้ ก่อนที่จะมีการเลือกระดับจังหวัด โดยย้ำว่า จะทันเวลาหากต้องมีการเลือกซ่อมในระดับอำเภอ 

ส่วนหากจะมีผู้สมัคร หรือผู้สังเกตการณ์เลือก สว.ขอดูกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบกระบวนการเลือก สว.นั้น ประธาน กกต.ชี้แจงว่า สามารถทำได้ โดยยื่นเป็นคำร้องมายัง กรรมการ กกต. เพื่อความโปร่งใส

“อิทธิพร” มั่นใจไม่สะดุด เดินหน้าเฟ้นหาสภาสูง ไร้กังวลศาลรับคำร้องปม สว.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576472

09 มิ.ย. 2567

10:11 น.

“อิทธิพร” มั่นใจไม่สะดุด เดินหน้าเฟ้นหาสภาสูง ไร้กังวลศาลรับคำร้องปม สว.

“อิทธิพร” ประธาน กกต.มั่นใจไม่สะดุด เดินหน้าเฟ้นหาสภาสูง ไร้กังวลศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย พ.ร.ป. เลือก “สว.”

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง หรือ ประธาน กกต. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.ในระดับอำเภอ ที่หอประชุมพระพิรุณรำลึกโปรดเกล้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่คัดเลือก สว.ในระดับอำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา

“อิทธิพร” มั่นใจไม่สะดุด เดินหน้าเฟ้นหาสภาสูง ไร้กังวลศาลรับคำร้องปม สว.

โดยเห็นว่า การเตรียมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ กกต.และทีมสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมความพร้อมอย่างดี และไม่มีปัญหาใด ๆ พร้อมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ และขั้นตอนการปฏิบัติที่ได้ซักซ้อมกันมา และไม่มีข้อกังวลใด ๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพร้อมในการทำหน้าที่

“อิทธิพร” มั่นใจไม่สะดุด เดินหน้าเฟ้นหาสภาสูง ไร้กังวลศาลรับคำร้องปม สว.

ประธาน กกต.ยังมั่นใจด้วยว่า ด้วยการเลือกผู้สมัครในระดับอำเภอที่จะนำไปสู่การเลือกระดับจังหวัด ก่อนมีการเลือกระดับประเทศต่อไปนั้น จะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้ พร้อมย้ำว่า ไม่กังวลต่อการรับคำร้องวินิจฉัยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลไม่ได้มีคำสั่งให้ กกต.ยุติการเลือก สว. เพียงแต่รับคำร้องไว้วินิจฉัย

ดังนั้น กกต.จึงดำเนินการเลือก สว.ตามกฎหมายต่อไป เนื่องจาก มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือก สว.แล้ว และยังไม่มีคำสั่งใดมายับยั้ง ดังนั้น กกต.จึงดำเนินการต่อไป

“อิทธิพร” มั่นใจไม่สะดุด เดินหน้าเฟ้นหาสภาสูง ไร้กังวลศาลรับคำร้องปม สว.

ส่วนข้อร้องเรียกเพิ่มเติมต่อการเลือก สว.นั้น ประธาน กกต.เปิดเผยว่า มีเรื่องร้องเรียนเพิ่มเข้ามา 2 เรื่อง รวมเป็น 22 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อร้องเรียนเรื่องการจ้างผู้สมัครมาลงสมัคร ซึ่งหากตรวจสอบเบื้องต้น พบพยานหลักฐานก็จะรับคำร้อง เพื่อการไต่สวนตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่เมื่อเวลา 08.00 น. 9 มิ.ย. 2567 บริเวณโดมโรงเรียนบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ บรรยากาศในช่วงเช้า ณ สถานที่เลื่อนสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ได้มีผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา(สว.) จากกลุ่มอาชีพต่างๆ ต่างทยอยเดินทางมารอเพื่อรายงานตัวในเวลา 08.00 น

และเมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่ประกาศให้เข้ารายงานตัวได้ บรรดาผู้สมัคร สว. ก็เดินเข้าไปยังสถานที่เลือกตามกลุ่มอาชีพ เพื่อลงทะเบียนและฝากเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งไม่อนุญาตให้นำเข้าไปในสถานที่เลือก โดยบริเวณสถานที่เลือกจะมีกล่องสำหรับใส่เครื่องมือสื่อสาร และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลให้ ทั้งนี้ จะเปิดให้รายงานตัว จนถึงเวลา 09.00 น. ก่อนที่จะมีการชี้แจง ให้ผู้สมัครสว. ทราบถึงขั้นตอนในการเลือกอีกครั้ง

โดยมีนางสาว ณัฐธยาน์ ศรีบางจาค เป็นผู้อำนวยการการเลือก มีลงผู้สมัครคัดเลือก จำนวน 100 คน ถูกตัดสิทธิไป 1 คน เนื่องจากเป็นพรรคการเมือง คงเหลือผู้สมัคร จำนวน 99 คน โดยกลุ่มผู้สมัคร สว. แต่ละกลุ่มจะทำการคัดเลือกลงคะแนนกันเอง โดยจะเริ่มในเวลา 08.00 น

”พิธา“ เปิดข้อต่อสู้คดียุบ “ก้าวไกล” 9 ข้อ ชี้ ศาล รธน. ไม่มีอำนาจพิจารณาคดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576471

09 มิ.ย. 2567

09:50 น.

”พิธา“ เปิดข้อต่อสู้คดียุบ "ก้าวไกล" 9 ข้อ ชี้ ศาล รธน. ไม่มีอำนาจพิจารณาคดี

”พิธา“ เปิดข้อต่อสู้คดียุบ “พรรคก้าวไกล” 9 ข้อ ชี้ ศาล รธน.ไม่มีอำนาจพิจารณาคดียุบพรรค มองกระบวนการของ กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

9 มิ.ย.2567 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีการสู้คดี ล้มล้างการปกครอง ซึ่งอาจมีโทษถึงขั้นยุบพรรคก้าวไกล

”พิธา“ เปิดข้อต่อสู้คดียุบ \"ก้าวไกล\" 9 ข้อ ชี้ ศาล รธน. ไม่มีอำนาจพิจารณาคดี

พร้อมกล่าวว่าในการพูดถึงการแก้ไขมาตรา 112 เป็นสิ่งดีถูกบรรจุไว้ในนโยบายพรรคและในช่วงการดีเบตหาเสียง ทุกพรรคล้วนพูดกันทั้งนั้น ทางศาลรัฐธรรมนูญไม่มีเขตอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้

เพราะอำนาจเฉพาะของศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับกฎหมาย และร่างกฎหมาย หน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาและองค์กรอิสระ รวมถึงหน้าที่และอำนาจอื่นที่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนและทีมงานศึกษา ไม่มีอำนาจข้อไหนที่มีการพิจารณายุบพรรคการเมือง แถลงแนวทางการสู้คดีล้มล้างการปกครอง ของพรรคก้าวไกล

“พิธา” แถลงพร้อมเปิดข้อต่อสู้คดียุบ พรรคก้าวไกล 9 ข้อ ชี้ ศาล รธน.ไม่มีอำนาจพิจารณาคดียุบพรรค มอง กระบวนการของ กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เหตุไม่ให้โอกาสรับทราบโต้แย้ง -ปฏิเสธข้อกล่าวหาเป็นปฏิปักษ์ ไม่ใช่เรื่องนิติบุคคล โทษยุบพรรคต้องเป็นกรณีสุดท้าย ย้ำ ไม่จำเป็นต้องตัดสิทธิ์ทางการเมือง 44 สส.

”พิธา“ เปิดข้อต่อสู้คดียุบ \"ก้าวไกล\" 9 ข้อ ชี้ ศาล รธน. ไม่มีอำนาจพิจารณาคดี

ทั้งนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เปิดเผยถึง 9 ข้อต่อสู้คดียุบพรรคก้าวไกล โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

”พิธา“ เปิดข้อต่อสู้คดียุบ \"ก้าวไกล\" 9 ข้อ ชี้ ศาล รธน. ไม่มีอำนาจพิจารณาคดี

ส่วนที่ 1. เขตอำนาจและกระบวนการ (Jurisdiction & Process)

1. ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีเขตอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคดีนี้

2. กระบวนการยื่นคำร้องของ กกต. “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

ส่วนที่ 2 ข้อเท็จจริง (Facts)

3. คำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ไม่ผูกพันกับการวินิจฉัยคดีนี้

4. การกระทำที่ถูกกล่าวหา ไม่ล้มล้าง ไม่อาจเป็นปฏิปักษ์

5. การกระทำตามคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นมติพรรค

ส่วนที่ 3.สัดส่วนโทษ (Penalty)

6. โทษยุบพรรคต้องเป็นมาตรการสุดท้ายเมื่อจำเป็น ฉุกเฉิน ฉับพลัน และไม่มีวิธีแก้ไขอื่น

7. ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจตัดสิทธิ กก.บท.

8. จำนวนปีในการตัดสิทธิทางการเมือง ต้องได้สัดส่วนกับความผิด

9. การพิจารณาโทษ ต้องสอดคล้อง กับชุด กก.บห. ในช่วงที่ถูกกล่าวหา

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 มกราคม ไม่ผูกพันกับคดีพิจารณายุบพรรคก้าวไกล และการพิจารณาโทษควรมี ความเข้มข้นต่างกัน เป็นข้อหาที่ต่างกันอย่างชัดเจน และจำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงคดีนี้ใหม่ทั้งหมด  เพราะครั้งก่อนเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 คำวินิจฉัยคือ นายพิธา และ พรรคก้าวไกลใช้สิทธิและเสรีภาพ “เพื่อ” ล้มล้างการปกครอง  

แต่ ใน พ.ร.ป. พรรคการเมือง ตามมาตรา 92 เป็นการกระทำเลย ไม่มีคำเชื่อม แสดงว่าต้องเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่เผื่อหรือคาดการณ์ในอนาคต แตกต่างกันชัดเจน และในคดีเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ยังไม่มีคำวินิจฉัยว่าเป็นปฏิปักษ์หรือไม่ เพียงคดีก่อนกับคดีนี้เป็นคนละข้อหากันชัดเจน โดยเฉพาะคำวินิจฉัย ว่า หากปล่อยให้ผู้ถูกร้องกระทำการต่อไป หาก คือ “if” คือ ยังไม่เกิดขึ้น หรือ อาจเป็นเหตุให้ถึงหรือเป็นเหตุให้เกิด แปลว่ายังไม่ถึง ยังไม่เกิดขึ้น จึงชัดเจนว่าเป็นเพียงคำตักเตือน 

ส่วนที่มองว่า โทษยุบพรรคต้องเป็นมาตรการสุดท้ายนั้น การยุบพรรคสามารถเกิดขึ้นได้แต่ต้องถูกใช้อย่างระมัดระวัง และเป็นมาตรการสุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเท่านั้น  ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลถูกร้องทั้งเรื่อง การบรรจุเรื่องการแก้ไข ม.112 ในนโยบายหาเสียง  การแสดงออกความคิดเห็นในพื้นที่สาธารณะ  คนของพรรคเป็นนายประกันหรือเป็นผู้ต้องหาในคดี ม. 112 ยึดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์  และ กกต. ก็ยกคำร้อง ของพรรคก้าวไกลมาโดยตลอด และไม่มีความจำเป็นฉุกเฉิน ที่ กกต. ต้องส่งหนังสือเตือน 

ส่วนข้อที่เป็นข้อกล่าวหานั้น สภาฯยังสามารถแก้ไขได้เพราะร่างแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลยังไม่ได้เข้าสู่ที่ประชุมสภา และถึงแม้จะสามารถนำเข้าสู่สภาได้ ก็ยังสามารถยับยั้งได้ด้วยระบบนิติบัญญัติ เป็นความผิดที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันศาลรัฐธรรมนูญก็สามารถตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญทั้งก่อน หรือหลังประกาศใช้กฎหมายได้

นายพิธา ยืนยันมั่นใจในทั้ง 9 ข้อต่อสู้ และเชื่อเจตนา และการกระทำของ สส. แก้กฎหมายในฐานะ สส. ไม่ได้เป็นการล้มล้าง และไม่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง รวมถึงการเป็นนายประกัน เพราะสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน การที่มีผู้ต้องหาตามมาตรา 112 เป็นสมาชิกพรรค เป็น สส. ก็ยังไม่สิ้นสุดคดี รวมถึงการแสดงออกแก้ไขที่เกี่ยวกับมาตรา 112 ก็เป็นการกระทำโดยทั่วไป 

ทั้งนี้การกระทำทั้งหมดที่เป็นรายบุคคลที่ถูกขยุมรวมกันเป็นข้อกล่าวหา ซึ่งไม่ได้เป็นมติพรรค และนิติบุคคล เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล หรือมีมติจากกรรมการบริหารพรรค 

เมื่อถามความชัดเจนถึงเรื่องการตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคตามคำร้อง ของ กกต.  นายพิธา ระบุว่า ตามคำร้องของ กกต. ตัดสิทธิ์ ทั้ง 3 ชุด ชุดที่หนึ่ง กรรมการบริหารพรรคชุดที่ 1 , ชุดที่ 2 คือชุดที่ตัวเองลาออก และชุดที่ 3 คือ ชุดที่เติมสัดส่วนกรรมการบริหารภาคเหนือเข้ามา แต่ตัวเองมองว่าสัดส่วนของโทษควรจะสอกคล้องกับสัดส่วนของเวลา เพราะ กรรมการบริหารพรรคชุดที่ 3 เกิดขึ้นเพียงไม่เกิน 6 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นไม่ควรลากเข้ามา

“มันก็เป็นการยุบ 2 พรรคใน 5 ปี และเป็นการยุบ 5 ครั้ง ในรอบ 20 ปี ตนไม่กล้าที่จะเดาหรือคิด มันจะเกิดผลกระทบอะไรกับเมืองไทย หรือ การเมืองไทย บางทีทั้งเศรษฐกิจการเมืองไทย และสังคมเปราะบางอย่างนี้ ก็ไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น และถ้ามันไม่รุนแรง ร้ายแรงถึงที่สุด ผมคิดว่าที่สุด คือ การเตือนว่าให้หยุดการกระทำ น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องตัดสิทธิ์ทางการเมือง นักการเมืองถึง 44 คน ซึ่งมีเจตนาดี อาจจะไม่สมบูรณ์แบบทุกคน แต่ถือว่าเป็นทรัพยากรทางการเมือง ทำผิดบ้างถูกบ้าง และ ถือเป็นเลือดใหม่ทางการเมือง เพราะทั้งหมดมีประสบการณ์มาไม่ถึง 5 ปี”

นายพิธา ยังกล่าวด้วยว่า ตอนนี้พรรคเดินหน้าเรื่องการต่อสู้คดี แต่ก็ยอมรับมีแผนสำรอง และคิดว่าหากมีการยุบพรรคจริง สส.ทั้งหมดจะไม่แตกแถว เพราะเรามีความเป็นเอกภาพ และมีความเป็นปึกแผ่น และจากประสบการณ์การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา การเป็นงูเห่า คือ การฆ่าตัวตายทางการเมืองแบบร้อยเปอร์เซนต์ ไม่มีโอกาสกลับมา สส. ได้เลย และครั้งนี้ประชาชนร่วมตรวจสอบด้วย ดังนั้นเรื่องนี้ตัวเองจึงไม่ประมาทและไม่กังวล เพราะมีบทเรียนทั้งภายนอกและภายใน 

ขณะเดียวกันเราต้องรับฟัง แต่ยังไม่เชื่อข้อมูล คลิปวีดีโอที่เข้ามาหาตัวเองต้องมีการพูดคุยและตรวจสอบก่อน เพราะตัวเองไม่ได้ไร้เดียงสาว่ามีพรรคการเมืองพยายามดึง สส. พรรคก้าวไกลไปร่วมเพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี เรื่องพวกนี้ตัวเองรู้ทัน แต่ก็ยังมั่นใจในตัว สส. ของพรรคก้าวไกล ไม่ได้หูเบา เห็นแล้วมีอคติ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผย หลังแถลง 9 ข้อต่อสู้คดียุบพรรคก้าวไกล ถึงการตั้งพรรคสำรองว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ขณะนี้ “พรรคก้าวไกล” กำลังเรียงลำดับความสำคัญในการใช้ 9 ข้อต่อสู้ยุบพรรคก้าวไกล การต่อสู้คดี การใช้ข้อกฎหมายให้แม่น การเปรียบเทียบคดีต่างๆ ในประเทศไทย และในต่างประเทศ เพื่อชี้ให้เห็นว่ากระบวนการ กกต. มีความบกพร่องขัดกับตัวบท กกต. เอง ทำให้สารตั้งต้นของคดีนี้ไม่มีความชอบด้วยกฎหมาย 

เมื่อถามย้ำว่า ยังไม่มีการตั้งพรรคสำรองใช่หรือไม่ นายพิธา บอกว่า “ยังไม่ถึงเวลา”