‘เปิดรายชื่อ’ ตุลาการ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา’

23 พ.ค. 2567

14:40 น.

'เปิดรายชื่อ' ตุลาการ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา’

‘เปิดรายชื่อ’ ตุลาการ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายกฯเศรษฐา

วันที่23พ.ค.2567 กรณี ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง รับคำร้อง กลุ่ม 40สว. ที่ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรหนึ่ง(4) ประกอบมาตรา 160 (4)และ(5) หรือไม่ โดยมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3

ตุลาการเสียงข้างมาก 6 คน คือ นายปัญญา อุดชาชน , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายวิรุฬ แสงเทียน , นายจิรนิติ หะวานนท์ , นายนภดล เทพพิทักษ์ และ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ตุลาการได้ให้ นายเศรษฐา ยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับสำเนาคำร้อง

ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

กรณีที่นายพิชิต ผู้ถูกร้องที่ 2 ลาออกจากตำแหน่งแล้ว มติ ศาลรัฐธรรมนูญ 8 ต่อ 1 มีคำสั่งไม่รับคำร้อง ในส่วนผู้ถูกร้องที่ 2 ไว้วินิจฉัย

กรณี นายเศรษฐา ผู้ถูกร้องที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 5 ต่อ 4 ว่านายเศรษฐา ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ตุลาการเสียงข้างมาก 5 คน นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต , นายสุเมธ รอยกุลเจริญ , นายนภดล เทพพิทักษ์ และ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ตุลาการเสียงข้างน้อย 4 คน คือ นายปัญญา อุดชาชน , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายวิรุฬ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์

ด่วน ศาลรธน. ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575262

23 พ.ค. 2567

12:22 น.

ด่วน ศาลรธน. 'รับคำร้อง' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ด่วน ศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สั่งแจงแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วัน ส่วน พิชิต ไม่รับคำร้อง เหตุชิงลาออก

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ รับคำร้อง กลุ่ม 40 สว. พี่ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบกับมาตรา 82 ว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่หนึ่ง และนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่สอง สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบกับมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

โดย ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก  6:3  มีคำสั่ง รับคำร้อง กรณีนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถูกฟ้องที่หนึ่งร้อง และให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน และ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก  5:4 ให้นายกรัฐมนตรีไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัย ซึ่งตุลาการ  โดยตุลาการเสียงข้างน้อย ที่มีความเห็นให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ประกอบไปด้วย ประกอบ นายปัญญา อุดชาชน, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายนายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมากข้าง 8 ต่อ 1 ไม่รับคำร้องกรณี นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในคำร้องเนื่องจากนายพิชิตได้ลาออกออกจากตำแหน่งแล้วซึ่งศาลเห็นว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (2) กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยคดีต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาพิจารณาคดีของ ศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2561 มาตรา 51 ซึ่งเสียงข้างน้อยให้รับคำร้องคือนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม

ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

‘ยิ่งลักษณ์’ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว 10 ปีรัฐประหาร 22 พ.ค. หวังเห็น รธน.ใหม่ปชช.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575200

22 พ.ค. 2567

13:46 น.

‘ยิ่งลักษณ์' โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว 10 ปีรัฐประหาร 22 พ.ค. หวังเห็น รธน.ใหม่ปชช.

“ยิ่งลักษณ์” โพสต์วันครบรอบรัฐประหาร 22 พ.ค.57 เริ่มมีความหวังประเทศจะกลับสู่ประชาธิปไตย มี รธน.ใหม่เขียนโดยประชาชน

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว

22 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X : Yingluck Shinawatra @PouYingluck โดยระบุเนื้อหา ดังนี้

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นับเป็นเวลา 10 ปีแล้วจากวันที่เกิดการรัฐประหาร เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จนมาถึงวันนี้เป็นเวลาที่ยาวนาน แต่ดิฉันเริ่มมีความหวังค่ะ ก็คือการที่เห็นประเทศกลับคืนสู่หนทางแห่งประชาธิปไตย โดยจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เขียนโดยประชาชน เพื่อประชาชน ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนไปพร้อมๆกัน

รอความหวังที่จะเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่นำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงค่ะ

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจ เหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575193

22 พ.ค. 2567

11:59 น.

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจ เหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจต่อผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต เหตุเครื่องบิน สิงคโปร์แอร์ไลน์ส SQ321 ตกหลุมอากาศ ย้ำทางการไทยพร้อมให้ช่วยเหลือเต็มที่ทุกด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน SQ321 เส้นทางฮีทโธรว์-ชางงี ประเทศสิงคโปร์ ขอลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เนื่องจากประสบเหตุตกหลุมอากาศ โดยมีรายงานผู้บาดเจ็บรวมและเสียชีวิต

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่าน X ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าผ่าน Srettha Thavisin ว่า “ผมได้รับทราบเกี่ยวกับเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์สที่ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วครับ ทางการไทยพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน และกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งดูแล และประสานเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยครับ”

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจ เหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ

พร้อมยืนยันว่า ทางการไทยพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน และกระทรวงคมนาคม กำลังเร่งดูแลและประสานเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย

เช่นเดียวกับ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือ และประสานงานทุกประการที่จำเป็นแก่ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการลงจอดอย่างฉุกเฉินของเที่ยวบินดังกล่าว ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

น้องชายธนาธรแจงปมคดี จับทุจริต แต่กลายเป็นผู้ต้องหาเอง?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575186

22 พ.ค. 2567

11:06 น.

น้องชายธนาธรแจงปมคดี จับทุจริต แต่กลายเป็นผู้ต้องหาเอง?

น้องชายธนาธร ออกจดหมายแจงปมติดสินบน 20 ล้าน ลั่นจับทุจริต แต่กลายเป็นผู้ต้องหาเอง ? กรณีเกี่ยวข้องกับข่าวการเช่าที่ดินสำนักงานทรัพย์สินฯ

สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

จากกรณีที่ ศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบกลางอ่านคำพิพากษาสั่งจำคุก นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คดีติดสินบน 20 ล้าน เกี่ยวกับการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 6 เดือนไม่รอลงอาญา ก่อนจะมีการยื่นหลักทรัพย์ ประกันตัวออกไป

ล่าสุด มีการออกจดหมายชี้แจงเพิ่มเติมระบุว่า ผมเป็นผู้แจ้งเบาะแสทุจริต แต่กลับกลายเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริต?

เอกสารชี้แจงเอกสารชี้แจง

สรุปใจความสำคัญ ดังนี้

1. การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเช่าที่ดินของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนตามกฎหมายตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งมา ต่อมาภายหลังทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว

2.  เมื่อทราบเรื่องจึงแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยรีบแจ้งข้อเท็จจริง จนทำให้สำนักงานทรัพย์สินดำเนินคดีอาญากับบุคคลดังกล่าว จนศาลพิพากษาลงโทษ และคดีถึงที่สุดแล้ว

3. ปี 2562 ยังได้ไปให้การในฐานะผู้เสียหายในกรณีดังกล่าว แตเนื่องจากในขณะนั้นติดภารกิจสำคัญอยู่ต่างประเทศจึงไม่ได้ไปให้การเป็นพยานกับพนักงานสอบสวน

4. ในช่วงระหว่างการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงปลอมแปลงเอกสารสำนักงานทรัพย์สินฯกลุ่มนี้ ตั้งแต่ในชั้นสอบสวนกระทั่งถึงในชั้นศาล พนักงานสอบสวนไม่เคยดำเนินคดีใด ๆกับผมทั้งสิ้น

5. แต่กลับมี “นักร้อง.” ไปร้องให้ดำเนินคดีกับผม กล่าวหาว่ารู้เห็นเป็นใจกับบุคคลนี้ และเป็นผู้ใช้ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวไปกระทำการทุจริต

ปิดท้ายด้วยการตั้งคำถามว่าหากลองพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม ว่าผมมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดจริง เหตุใดต้องไปแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหลอกลวง เพื่อให้ตนเองถูกดำเนินคดีไปด้วย  

ผมคือผู้เสียหายจากการหลอกลวงของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่จำเลย การที่ผมเป็นผู้เริ่มคดีขึ้นเสียเองด้วยการแจ้งเบาะแสการทุจริตไปยังสำนักงานทรัพย์สิน ก็เพราะไม่อยากให้สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้รับความเสื่อมเสียจากการที่มีบุคลากรแอบแฝงกระทำการหลอกลวงผู้อื่นเช่นที่ผมพบเจอด้วยตนเอง


ผมเคารพในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ผมขอใช้สิทธิต่อสู้คดีจนถึงที่สุด และพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์ความสุจริตใจของผมตามครรลองของกระบวนการยุติธรรมต่อไป


สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ
21 พฤษภาคม 2567”

เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิชิต ชื่นบาน’ ชิง ‘ลาออก’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575168

21 พ.ค. 2567

18:32 น.

เปิดเหตุผล ทำไม 'พิชิต ชื่นบาน' ชิง 'ลาออก'

เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิชิต ชื่นบาน’ ถึงชิง ‘ลาออก’ ก่อนวันนัดพิจารณาของ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ชี้ครั้งนี้เสี่ยงสูง ต่อสถานภาพ นายกฯเศรษฐา หลังกฤษฎีกาตอบข้อหารือ

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

กรณี 40สว. ยื่นคำร้อง ขอ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 1 และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อวันที่ 15พ.ค.2567

สืบเนื่องจาก การแต่งตั้ง นายพิชิต  ชื่นบาน เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ นายพิชิต เคย ถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เมื่อวันที่10มิ.ย.2551 กรณีพยายามนำถุงขนมใส่เงินสด2ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาคดีแผนกอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ คุณหญิงพจมาน ภรรยา (ขณะนั้น) ตกเป็นจำเลย และถูกเรียกขานกันว่า คดีถุงขนม2ล้านบาท

และยังเคยถูกสภาทนายความ ถอดชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความเป็นเวลา 5 ปี

โดย ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่า จะมีมติรับคำร้องหรือไม่ ในวันที่23พ.ค.2567

และหาก ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องไว้พิจารณาว่า ทั้งนายกเศรษฐา และ นายพิชิต ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่

อย่างไรก็ดี ในการตรวจสอบคุณสมบัติ รัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี เฉพาะตามมาตรา 160(6) ประกอบกับมาตรา 98 (7) และมาตรา 160 (7) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือลงวันที่1ก.ย.2566 ตอบกลับเลขาธิการคณะรัฐนตรี ถึงคุณสมบัติบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี ในมาตรา 160 (6) ระบุว่า บุคคลที่ดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรี ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท

ขณะที่ มาตรา 160 (7)  บัญญัติชัดเจนว่า รัฐมนตรี ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่สิ้นสุด หรือมีการรอลงโทษ เว้นแต่ในความผิดนั้นได้กระทำโดยประมาทความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่รวมถึงคำสั่งให้จำคุก ดังนั้น ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จึงต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก

หนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทิ้งท้ายด้วยว่า ข้อหารือนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันเป็นหน้าที่ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดเป็นที่สุดย่อมเป็นหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ การให้ความเห็นในกรณีนี้จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น

ดังนั้น กรณี การชิง ลาออก จากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ของ นายพิชิต ชื่นบาน ในวันที่ 21 พ.ค.2567 ก่อนการนัดพิจารณาว่าจะรับคดีหรือไม่ ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 23 พ.ค.2567

จึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อรักษาสถานภาพ นายกรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน เอาไว้

‘ราเมศ’ เผยแม้ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ลาออก ‘นายกฯ’ หนีไม่พ้น คนเสนอชื่อเป็น รมต.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575165

21 พ.ค. 2567

18:26 น.

'ราเมศ' เผยแม้ 'พิชิต ชื่นบาน' ลาออก 'นายกฯ' หนีไม่พ้น คนเสนอชื่อเป็น รมต.

‘ราเมศ’ แนะ ‘นายกฯ’ ลาออกตาม ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็นผู้เสนอชื่อขึ้น รมต. คือ ความผิดสำเร็จ ลุ้น 23 พ.ค. ศาลรธน.รับคำร้องหรือไม่

หลังจากที่ นายพิชิต ชื่นบาน ยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณี 40 สว.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน และ ความเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิต เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องในวันที่ 23 พ.ค.นี้ 

ขณะที่ทางด้าน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงประเด็นที่ต้องตามต่อคือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมีความผิดตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเป็นผู้เสนอติดตั้งนายพิเชษฐ์เป็นรัฐมนตรีหรือว่าเป็นการกระทำที่สำเร็จแล้ว

ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต้องได้รับคำตอบจากกระบวนการยุติธรรม คำร้องของ สว. กรณีนายพิชิต ก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะจำหน่ายคดีหรือไม่ แต่กรณีของนายเศรษฐา ก็จะยังคงเป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อจากการกระทำที่สำเร็จแล้ว ซึ่งต้องย้อนกลับมาดูต้นเหตุว่า 

กรณีนายพิชิต ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 160 หรือไม่ ที่เกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริตและเรื่องจริยธรรม โดยส่วนตัวเชื่อว่า การลาออกของนายพิชิตจะยังไม่จบ เพราะตัวนายกรัฐมนตรียังคงต้องรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญอยู่

นายราเมศ รัตนะเชวงนายราเมศ รัตนะเชวง

ส่วนประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรม เป็นเรื่องที่ประชาชนยังให้ความสนใจและต้องการคำตอบในมาตรฐานความซื่อสัตย์สุจริตจริยธรรมของนักการเมืองในระบบประชาธิปไตย ความรุ่งเรืองของบ้านเมืองยังคงต้องพึ่งหลักสุจริต 

ถ้านายกรัฐมนตรีจะให้จบเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีก็ต้องลาออก คดีอาจจะไปได้ยาก เพราะความเป็นรัฐมนตรีได้สิ้นสุด ไม่มีประเด็นให้ต้องวินิจฉัย เหตุเพราะประเด็นในการพิจารณาคดีคือความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อลาออกก่อนก็ถือว่าสิ้นสุดก็จะจำหน่ายคดี 

สุดท้ายต้องรอดูคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่าจะรับคำร้องไว้หรือไม่ และจะจำหน่ายคดีกรณีนายพิชิตรายเดียวหรือไม่ ทั้งหมดเป็นดุลพินิจไม่สามารถก้าวล่วงได้

เปิดที่มาฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575154

21 พ.ค. 2567

16:12 น.

เปิดที่มาฉายา 'ทนายถุงขนม' ของ 'พิชิต ชื่นบาน'

เปิดที่มาของ ฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’ จากทนายความ ที่อยู่เคียงข้าง ‘ตระกูลชินวัตร’ ถึงวันขึ้นแท่น รมต.และ วันที่ต้องโบกมือลา

พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

กลายเป็นประเด็นร้อน สำหรับการยื่นหนังสือ ลาออก ของ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค.2567

หลังจากถูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่าด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

โดยศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่าจะรับคดีหรือไม่ในวันที่ 23 พ.ค.2567 และหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับไว้พิจารณา ก็อาจส่งผลให้ ทั้งนายเศรษฐา และ นายพิชิต ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในทันที

แม้ว่าช่วงเช้าวันที่ 21พ.ค.2567 นายพิชิต จะยืนกรานว่าไม่ลาออกแน่นอน แต่เมื่อพิจารณาจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง จึงตัดสินใจลาออกในบ่ายวันเดียวกัน

งานนี้แม้ว่า นายพิชิต ชื่นบาน จะสนิทสนมกับ ตระกูลชินวัตร มากแค่ไหนก็ต้องยอมถอย

ทำความรู้จัก นายพิชิต ชื่นบาน ใครๆก็รู้จัก ในฉายา ทนายถุงขนม

ทั้งคนวงในและวงนอก ต่างรู้ดี เขาได้รับความไว้วางใจจาก ตระกูลชินวัตร ให้เป็นทีมทนายความสู้คดีดังที่

พิชิต ชื่นบาน เป็นหัวหน้าทีมกฎหมายตระกูลชินวัตร ดีกรีการศึกษาเรียกว่าไม่ธรรมดา เพราะเขาจบการศึกษา ในระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สาขากฎหมายมหาชน เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 34 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

จบปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขาจึงมีดีกรีเป็นดอกเตอร์

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี พิชิต ชื่นบาน ทำงานเป็นทนายความ และที่ปรึกษากฎหมาย มาตลอด ก่อนกระโดดลงเล่นการเมือง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พรรคไทยรักษาชาติ

ส่วนที่มาฉายา ทนายถุงขนม

มาจากคดีที่ พิชิต ชื่นบาน เป็นทีมทนายความของครอบครัวชินวัตร สู้คดีดังที่ปรากฎไปทั่วประเทศ แต่คดีที่ยังจำได้ จนเป็นที่มาให้ได้รับฉายาว่า ทนายถุงขนม คือกรณีที่เขาหิ้วถุงขนม ใส่เงินสด 2 ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย และศาลมีคำสั่งจำคุก พิชิต ชื่นบาน 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล

จากนั้น สภาทนายความ มีมติเสียงข้างมาก 9 ต่อ 3 เสียง ให้ลงโทษหนักสุด ลบชื่อ พิชิต ชื่นบาน ออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ จนทำให้เขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความได้เป็นเวลา 5 ปี

จากนั้นไม่นาน พิชิต ชื่นบาน จึงลงสนามการเมือง ได้เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และมีบทบาทอย่างแข็งขันในการสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม

ต่อมาในยุค รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากเขาจะมีบทบาทในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยแล้ว เขายังทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ สู้คดีจำนำข้าว ให้กับ ยิ่งลักษณ์ ด้วย

ด้วยความแนบแน่น และได้รับความไว้วางใจ จากบ้านใหญ่ ทำให้ พิชิต ชื่นบาน ได้เป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ มีชื่อ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในยุค นายเศรษฐา ทวีสิน 

“พิชิต” ไขก๊อกลาออกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575152

21 พ.ค. 2567

15:43 น.

"พิชิต" ไขก๊อกลาออกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

ด่วน “พิชิต ชื่นบาน” ไขก๊อกลาออก รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

21 พ.ค.2567 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า “นายพิชิต ชื่นบาน” รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โดยระบุเหตุผลไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง อันจะทำให้กระทบต่อการทำหน้าที่ของรัฐบาล

หลังจากถูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่าด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

\"พิชิต\" ไขก๊อกลาออกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

ข้าพเจ้า นายพิชิต ชื่นบาน ตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันชีวิตยึดมั่นในความบริสุทธิ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย เมื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมายทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยความชอบตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ได้ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมเป็นที่สำคัญ ข้าพเจ้าเนว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนยังต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่องหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา แต่เมื่อมีการยื่นคำร้องเกี่ยวกับข้าพเจ้า ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าได้ตรวจสอบและเชื่อมั่นโดยสุจริตแล้วว่า

ข้าพเจ้ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายทุกประการก็ตาม แต่เรื่องนี้ได้มีการพาดพิงไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี หัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดินต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และไม่กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีที่มีความจำเนต้องเดินหน้าด้วยความต่อเนื่อง

ข้าพเจ้าจึงไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ในลักษณะยึดถือประโยชน์ส่วนตนยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้น โดยหนังสือฉบับนี้ให้ถือเป็นเจตนาของข้าพเจ้าที่มีต่อนายกรัฐมนตรี “ข้าพเจ้า ขอลาออกจากการ ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ” เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ 21 พฤษภาคม2567 เป็นต้นไป อนึ่ง ข้าพเจ้าขอกราบนมัสการลา พระเถรานุเถระ กรรมการมหาเถระสมาคม พระอาจารย์ที่เคารพนับถือ ข้าราชการ และประชาชน ที่ให้กำลังใจต่อข้าพเจ้ามาโดยตลอด นับแต่นี้ขอใช้โอกาสส่วนตัวทำนุบำรุง พระพุทธศาสนาสีบต่อไปจนชีวิตข้าพเจ้าจะหาไม่

โดยในช่วงเช้า นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่าจะลาออกก็ต่อเมื่อ มีการพิสูจน์แล้วว่าลาออกแล้วทุกอย่างจบ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินจะเอามันไม่ได้

ส่วนจะดำรงตำแหน่งจนกว่าจะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือ ให้พ้นจากหน้าที่ ใช่หรือไม่ ตนเคารพในดุลยพินิจศาลไม่ขอก้าวล่วง

นายพิชิต ย้ำว่า นายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิ์คิดเองทำเองใดใดทั้งสิ้น  ในการแต่งตั้งบุคคลเป็นรัฐมนตรี ตนทำงานมา 6-7 เดือน ไม่เคย ประจบสอพลอ และนายเศรษฐา เป็นคนตั้งใจทำงานตรงไปตรงมา แม้ท่านจะเมตตาตั้งตนแทบตาย ถ้าตนมีปัญหาจริงก็ตั้งไม่ได้ ไม่มีใครช่วยได้ เพราะมีระบบตรวจสอบ

และก่อนหน้านี้ ตน ขอถอนตัวว่า ไม่รับตำแหน่ง เพราะอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าแต่เมื่อตั้งรัฐบาลแล้วอยากใช้ตนทำงานตนก็มาทำงาน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องปัจจัยไม่มีเรื่องตัวเงินตั้งแต่แรก  พร้อมยกมือไหว้ ขอวิงวอนให้นายเศรษฐาได้ทำงานต่อ

นายพิชิต กล่าวว่าตนขอขอบคุณ 40 สว. และขออโหสิกรรม ตนชอบใจมาก เพราะสิ่งที่ตนโดนกระทำ หลายคนไม่เคยศึกษาชีวิตตน  ตั้งแต่ปี 51 ตนโหยหาความยุติธรรมมาทั้งชีวิต

“คำตอบของการแก้วงจรอุบาทว์ คือ ใครก็ได้คิดกันมาเลยบอกว่าถ้า พิชิต ลาออกแล้วทุกอย่างจบ ผมจะทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ พร้อมยกมือไหว้เหนือหัว ผมพูดกลางแดดต่อหน้าพระสยามเทวาธิราช ในองค์การพยพของกระบวนการยุติธรรม ว่าสิ่งที่ทำให้เกิดวงจรอุบาทว์แบบนี้ แล้วให้พิชิตลาออก มันจบปัญหา ประเทศเดินหน้าได้ วันนี้พรุ่งนี้มะรืนนี้เดือนนี้เดือนไหน ผมพร้อมเลยครับ“

ทั้งนี้ ตน มั่นใจว่า หลักนิติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ มีจริง ตนไม่หวั่นไหว และคำวินิจฉัยศาลฎีกาไม่ได้ผูกพันศาลรัฐธรรมนูญ  เพราะฉะนั้นประเด็นตามคำสั่งศาลฎีกาขอท้าให้ไปดูว่าหากมี ตรงไหนที่ตนเป็นคนหิ้วถุง 2,000,000 ตน จะลาออกวันนี้เลย  ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  หลายคนที่ว่ากล่าวติติงตนว่าเป็นไอ้ทนายถุงเงิน 2,000,000 เป็นการพูดอย่างคนไร้สติไม่มีเหตุไม่มีผล และถามว่าในสมัยที่ตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและมีคนหมั่นไส้ตนทำไมไม่ยื่นถอดถอนตนในข้อเท็จจริงข้อนี้

ด่วน ‘พิชิต ชื่นบาน’ จ่อกลับลำ ชิง ‘ลาออก’ รมต.ประจำสำนักนายกฯ บ่ายนี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575144

21 พ.ค. 2567

14:28 น.

ด่วน 'พิชิต ชื่นบาน' จ่อกลับลำ ชิง 'ลาออก' รมต.ประจำสำนักนายกฯ บ่ายนี้

สะพัด ‘พิชิต ชื่นบาน’ กลับลำกะทันหัน เตรียม ‘ลาออก’ จาก รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากช่วงเช้ายืนยันไม่ลาออก

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

วันที่ 21พ.ค.2567 มีรายงานว่า นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมชิง ลาออก จากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่ายวันนี้

ภายหลังถูกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักงานายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่า ด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องในวันที่ 23 พ.ค.นี้

ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชิต ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำอะไรผิดจากนายกรัฐมนตรี 

ในอดีตเวลาจัด ครม. จะต้องมีการกรอกรับรองคุณสมบัติต้องห้าม มีสำนักเลขาธิการสำนักนายกฯ เมื่อรับเอกสารแล้วก็จะส่งเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ช., กรมบังคับคดี ตรวจสอบ เมื่อดูทุกเรื่องแล้วหากมีข้อสงสัยก็จะส่งเรื่องไปถามยังกฤษฎีกา 

“จึงถามว่าจะเอาผิดนายกฯ ทำไม ขอพูดแบบไม่อาย เป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ และพิทักษ์มาหลายนายกฯ แล้ว”

นอกจากนี้ นายพิชิต ยังกล่าว ขอบคุณ 40สว. และขออโหสิกรรม ขอบใจมาก สิ่งที่โดนกระทำ หลายคนไม่เคยศึกษาชีวิตตน  ตั้งแต่ปี 2551 โหยหาความยุติธรรมมาทั้งชีวิต มั่นใจว่าหลักนิติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญมีจริง คำสั่งศาลฎีกาไม่ได้ผูกพันศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นประเด็นตามคำสั่งศาลฎีกาขอท้าให้ไปดูว่าหากมี ตรงไหนที่เป็นคนหิ้วถุง 2 ล้านบาท จะลาออกวันนี้เลย ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

“หลายคนที่ว่ากล่าวติติงผมว่า เป็นไอ้ทนายถุงเงิน 2 ล้านบาท เป็นการพูดอย่างคนไร้สติ ไม่มีเหตุผล ถามว่าในสมัยที่เป็น ส.ส. มีคนหมั่นไส้ ทำไมไม่ยื่นถอดถอน”

นายพิชิต กล่าวด้วยว่า คำว่า วินัย จะเริ่มจับเมื่อรับข้าราชการ จะไม่มีการจับก่อนรับตำแหน่ง หรือ พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอพวก สว. ดูกันให้ดี เพราะคำว่า จริยธรรม ต้องมาใช้กับตนตอนนี้ คำอธิบายของกฤษฎีกาก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า ยกเว้นคำสั่ง หมายความว่า ตนมีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามเป็นรัฐมนตรี จึงไม่มีอะไรเชื่อมโยงว่า นายกฯ เศรษฐา เป็นคนผิด