‘รองเลขาธิการไทยสร้างไทย’ ยก 10 ข้อ ไม่มีรัฐบาลนี้คนไทยได้อะไรบ้าง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574160

05 พ.ค. 2567

16:24 น.

'รองเลขาธิการไทยสร้างไทย' ยก 10 ข้อ ไม่มีรัฐบาลนี้คนไทยได้อะไรบ้าง

‘นรุตม์ชัย บุนนาค’ เตือนสติรัฐบาล ทำงานไม่ตรงปก หลายนโยบายไม่ทำตามที่ประกาศ พร้อมยก 10 ข้อ ไม่มีรัฐบาลนี้คนไทยชีวิตเป็นอย่างไร

นายนรุตม์ชัย บุนนาค รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า หลายเรื่องแล้วที่รัฐบาลตระบัดสัตย์ อ้างว่า จะเข้ามาทำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนั้น กลับไม่ตรงกับที่ประกาศไว้และให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชน ขณะที่หลายนโยบาย ที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา กลับไม่ปฏิบัติตาม 10 เดือนที่ผ่านมา 

จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมเตือนสติรัฐบาล เพื่อสื่อสารไปถึงผู้มีอำนาจ เพราะการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน รับฟังความต้องการ และรับผิดชอบ ต่อคำพูดคำสัญญาที่ให้ไว้ โดยเฉพาะ ความคิดเห็นที่แตกต่าง แม้จะไม่ถูกใจรัฐบาล แต่เป็นสิ่งที่ถูกต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ผู้มีอำนาจจำเป็นต้องรับฟัง

นายนรุตม์ชัย บุนนาคนายนรุตม์ชัย บุนนาค

ทั้งนี้นายนรุตม์ชัย ยก 10 สิ่งขึ้นมาให้เห็นว่า ถ้าไม่มีรัฐบาลตระบัดสัตย์  10 เดือน คนไทยได้อะไรบ้าง 

1) เด็กจะไม่ถูกปลูกฝังค่านิยม ว่าการโกหก หรือการตระบัดสัตย์ เป็นสิ่งที่ถูกต้องในสังคมไทย 

2) คนไทยได้ธรรมนูญใหม่ ได้ประชาธิปไตยเต็มใบ 

3) คนที่ครอบครองยาบ้า 5 เม็ด ยังผิดกฏหมายต้องถูกลงโทษ ไม่ถือเป็นผู้เสพ 

4) ประเทศไทยจะไม่มีกัญชาเสรี จะได้กัญชาเพื่อการแพทย์

5) เศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่านี้เพราะ ได้ใช้งบประมาณปี 67 ตั้งแต่เดือนตุลาปีที่แล้ว ไม่ถูกกั๊กไว้ทำDigital Wallet 

6) คนไทยทั้งประเทศ ไม่ต้องเป็นหนี้ เงินกู้ 500,000 ล้าน เพื่อมาแจกดิจิทัล วอลแล็ท ที่ต้องใช้หนี้ชั่วลูกชั่วหลาน โดยผลได้ทางเศรษฐกิจไม่คุ้ม และ ใครกันแน่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ 

7) สถาบันหลักของชาติ ที่ทุกคนเคารพเทิดทูน จะไม่ถูกแอบอ้าง ทำให้เสียหายเช่นทุกวันนี้

8) คนไทยจะได้นายก และรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมากับมือ ไม่ใช่นายกที่มาจาก สว.

9) ขบวนการยุติธรรมไทย จะไม่ถูกทำลายจนย่อยยับ เพียงเพื่อต้องการ ช่วยให้ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้สิทธิพิเศษแบบเทวดา 

10) ประชาชน จะได้รับการดูแลเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน จะไม่ได้รัฐบาลที่อุ้มแต่พรรคพวกตนเอง ให้มาสูบเลือดจากคนจน

‘ชัยชนะ’ ซัดเพื่อไทย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ไม่คืบหน้ามีแต่หา ‘แพะรับบาป’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574158

05 พ.ค. 2567

15:49 น.

'ชัยชนะ' ซัดเพื่อไทย 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ไม่คืบหน้ามีแต่หา 'แพะรับบาป'

‘ชัยชนะ’ เตือนเพื่อไทย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ได้ไม่คุ้มเสีย ทิ้งความเสียหายให้ประเทศ ผ่านมา 8 เดือน ไม่คืบหน้ามี แต่หา ‘แพะรับบาป’

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราชและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบาย “เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรว่า ขณะนี้รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำบริหารประเทศมาเป็นระยะเวลา 8 เดือนแล้ว และชาวบ้านต่างคาดหวังว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีภาพจำว่าเป็นพรรคการเมืองที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดี จะสามารถทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ผ่านนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่พรรคเพื่อไทยอวดอ้างว่า จะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจถึง 4 ลูก 

แต่ในความเป็นจริงนโยบายดังกล่าวไปเป็น พายุหมุนที่ทำให้รัฐบาลไม่สามารถเดินหน้าต่อไปตามที่คาดหวังไว้ และเหมือนกับที่ตนเคยให้ข่าวว่า เป็นนโยบายที่เข้าทำนองว่า “กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง” เพราะพรรคเพื่อไทยคงคิดเอาเองว่า ที่มีคนเลือกพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา คือ นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ก็เลยพยายามเดินหน้าโครงการนี้อย่างเต็มที่ 

แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจริงๆ แล้ว ปรากฏพบความจริงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจที่ยังสามารถเดินหน้าไปต่อได้ จนทำให้ขุนพลของพรรคเพื่อไทยต้องออกมาพูดกล่อมประสาทประชาชนว่า เศรษฐกิจไทยอยู่ในขั้นวิกฤต จึงจำเป็นต้องมีนโยบายแบบ เงินดิจิทัลวอลเล็ต ความเสี่ยงที่จะกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เป็นต้น 

สำหรับแหล่งเงินทุนซึ่งหวยไปออกที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เป็นหลักนั้น ถือว่า รัฐบาลเกิดอาการเข้าตาจน เพราะอย่าลืมว่า ขณะนี้รัฐบาลยังคงค้างหนี้ในโครงการจำนำข้าวอยู่อีก 2.4 แสนล้านบาท และยิ่งก่อหนี้ตามนโยบายดังกล่าว ซึ่งคาดว่า จะใช้งบ 1.7 แสนล้านบาท รัฐบาลก็จะติดหนี้ ธกส. 4.1 แสนล้านบาท รวมทั้งจะต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาที่ว่า ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ไม่นับเสียงคัดค้านที่มาจากทุกสารทิศ ที่แสดงความไม่เห็นด้วยต่อโครงการ 

นายชัยชนะ เดชเดโชนายชัยชนะ เดชเดโช

โดยส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นว่า จะเป็นโครงการที่เข้าทำนอง ได้ไม่คุ้มเสีย และมีนโยบายอื่นๆ ที่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่า ดังนั้นตนจึงอยากให้รัฐบาล มีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชาชนเสียใหม่ เพราะเชื่อว่า หากดันทุรังไปจนถึงปลายทางแล้ว 

พรรคเพื่อไทยอาจจะได้รับความนิยมจนชนะการเลือกตั้งก็จริง แต่ก็ทิ้งความเสียหายให้กับประเทศที่จำนวนมาก ยิ่งเอาเงินจริงไปผูกกับความผันผวนในตลาดเงินดิจิทัลแล้ว ถือเป็นการเอาอนาคตประเทศไปแขวนอยู่กับเส้นด้ายที่บอบบางเป็นอย่างมาก

นายชัยชนะ ระบุว่า ความจริงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ก็มีความคืบหน้าอยู่ แต่เป็นความคืบหน้าในการหา แพะรับบาป เพราะแรกเริ่มเดิมที แพะตัวแรกที่สังเวยไปแล้ว ก็คือ กฤษฎีกา เพราะเมื่อมีความเห็นทางกฎหมายออกมาว่า ต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กลายเป็นว่า มวลชนที่สนับสนุนก็ออกมาโจมตีกฤษฎีกา 

ต่อมาก็มีแนวคิดที่จะใช้เวทีรัฐสภาในการออกพระราชบัญญัติ ตนก็รู้ทันทีว่า รัฐบาลจะโยนบาปให้กับ สส. ที่ไม่เห็นด้วยและลงมติไม่เห็นชอบ จะได้มาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ประชาชนโกรธแค้น และกลายเป็นแพะรับบาปในสายตาประชาชน

ล่าสุด พรรคเพื่อไทยถึงกับเล่นใหญ่ โดยระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นอุปสรรคในการทำงาน ซึ่งพรรคเพื่อไทยพยายามให้ประชาชนเข้าใจว่า ธปท. เป็นอุปสรรคในการดำเนินนโยบาย ซึ่งจะกลายเป็นแพะรับบาปอีกรายหนึ่ง 

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ราบรื่นนัก เพราะฉะนั้น ตนจึงเห็นว่า การนำสิ่งที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว อย่างเช่น โครงการคนละครึ่ง ที่ชาวบ้านเข้าใจเป็นอย่างดี และก็มีแอป ‘เป๋าตัง’ อยู่แล้ว มาปรับให้เกิดความเหมาะสม เพราะชาวบ้านก็ยืนยันแล้วว่า โครงการคนละครึ่ง สามารถสร้างกำลังซื้อให้เกิดความคึกคักขึ้นมาทันตาเห็น ส่วนข้อบกพร่องของโครงการคนละครึ่งที่เจ้าของร้านค้าเกรงว่า จะต้องเสียภาษีเพิ่มเติมนั้น รัฐบาลก็ต้องหามาตรการจูงใจให้คลายกังวลเพื่อให้เจ้าของร้านค้ามาร่วมโครงการให้ได้ มากกว่าการคิดโครงการที่หวือหวาให้คนมาลงคะแนนเสียง แต่เสี่ยงที่จะดำเนินการไม่ได้ในทางกฎหมายและข้อปฏิบัติ

นายกฯ ยืนยัน รัฐบาลให้เกียรติ ไม่เคยบีบผู้ว่าฯ ธปท.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574140

05 พ.ค. 2567

11:53 น.

นายกฯ ยืนยัน รัฐบาลให้เกียรติ ไม่เคยบีบผู้ว่าฯ ธปท.

นายกฯ ยืนยัน รัฐบาลให้เกียรติ ไม่เคยบีบผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำประชาชนเดือดร้อนปัญหาดอกเบี้ยสูง เดินหน้าคุยธนาคารเอกชนลดดอกเบี้ย แก้หนี้นอกระบบ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงวิสัยทัศน์กล่าวหาธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.เป็นอุปสรรคการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเชื่อว่า นางสาวแพทองธาร ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน และไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ปัญหาภาวะดอกเบี้ยสูง เป็นประเด็นสำคัญ และเป็นรายจ่ายที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน จึงถือเป็นการสะท้อนความเห็นของประชาชน ซึ่งตนเองเข้าใจความเป็นอิสระของ ธปท. และพยายามทำงานร่วมกัน ให้เกียรติ ธปท. แต่หากมีข้อเรียกร้อง ตนก็ได้เรียกร้อง และพูดคุย โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย ที่ควรลดลงมา แต่ก็เชื่อว่า ธปท. มีเหตุผลที่จะไม่ลด ตนเองจึงเดินหน้าในส่วนของรัฐบาลต่อไป ทั้งการแก้ไขหนี้นอกระบบ การคุยกับธนาคารเอกชน ที่ได้ลดดอกเบี้ยลงมาแล้ว เพราะแม้จะลด 25 หรือ 50 สตางค์ ก็มีส่วนช่วยประชาชนได้ จึงเชื่อว่า จะสามารถยึดโยงกับประชาชนได้

ในการลงพื้นที่ทั้งในวันนี้ (5 พ.ค.) และพรุ่งนี้ (6 พ.ค.) ที่มหาสารคาม และร้อยเอ็ด รวมถึงในปลายสัปดาห์ ที่สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ตนก็จะรับฟังปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ต่อไป เพราะไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ สถาบันการเงิน นักการเมือง สส. ผู้บริหารพรรคฯ ก็ต่างมาทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ประชาชน ส่วนวิธีการแก้ไขปัญหา ก็อาจจะแตกต่างกันไป และทุกคนมีสิทธิวิจารณ์วิจารณ์กันได้ แต่ขอให้ยึดโยงกับประชาชนเป็นหลัก และนำความเดือดร้อนของประชาชน มาเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหา 

ส่วนการแสดงวิสัยทัศน์จากเวทีดังกล่าวทำให้ฝ่ายค้านมองรัฐบาล พยายามบีบผู้ว่าฯ ธปท.ให้เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ตนเองไม่เคยบีบ และสามารถไปฟังจากคำแสดงวิสัยทัศน์ได้ เพราะเป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชน ถึงการแก้ไขปัญหา 

ส่วนกังวลหรือไม่ที่เมื่อมีการวิจารณ์วิจารณ์ดังกล่าวออกมาแล้ว จะทำให้การทำงานระหว่างรัฐบาล กับ ธปท.ห่างเหิน นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ตนเองมีความกังวลทุกเรื่อง เพราะก็ไม่อยากให้มีความขัดแย้ง และพยายามแก้ไขปัญหาในส่วนที่สามารถทำได้ เชื่อว่าคำแนะนำของนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่า ธปท. ที่เคยได้แนะนำมาว่า การประสานงานระหว่างรัฐบาล กับ ธปท. ควรกระทำผ่านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ที่เป็นหน่วยงานของกระทรวงการคลัง จึงจะมีการพยายามพูดคุยกันต่อไป พร้อมย้ำว่า รัฐบาลให้เกียรติทุกองค์กร 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงโอกาสการพบเจอกับผู้ว่า ธปท. อีกครั้งว่า หากมีโอกาสก็จะได้พบ แต่ผู้ว่าฯ ธปท.ได้ขอให้พูดคุยผ่าน สคร. ซึ่งหลังจากนี้ ตนเองก็จะไปหารือกับนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ว่า จะมีการประสานงานช่องทางใดซึ่งมีหลายช่องทาง เพื่อพูดคุยกับผู้ว่า ธปท.ได้บ้าง และยืนยันว่า รัฐบาลพยายามทำงานกับทุกคนองค์กรให้ดีขึ้น ไม่สร้างความขัดแย้งจนทำให้ประชาชนเดือดร้อน

‘ธนกร’ หนุนโพล เผย ปชช.ส่วนใหญ่เห็นชอบ แก้รธน.ไม่แตะหมวด1-2

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574134

05 พ.ค. 2567

10:26 น.

'ธนกร' หนุนโพล เผย ปชช.ส่วนใหญ่เห็นชอบ แก้รธน.ไม่แตะหมวด1-2

‘ธนกร’ เผย โพลสำรวจพบปชช.ส่วนใหญ่เห็นชอบ แก้รธน.แต่ไม่แตะหมวด1-2 ย้ำประเทศก้าวหน้าฝ่ายการเมืองต้องโปร่งใส

นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) กล่าวว่า หลังจากที่ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพลสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นประชาชนกลุ่มตัวอย่างเรื่องการแก้ไขและการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 50.07 ระบุว่า  เห็นชอบ รองลงมา ร้อยละ 29.24 ระบุว่า ไม่เห็นชอบ 

ซึ่งตนมองว่า แม้เป็นกลุ่มประชาชนส่วนหนึ่ง ยังไม่ใช่เสียงจากทั้งประเทศก็ตาม แต่เชื่อว่า เป็นแนวทางในภาพรวมที่นำมาเทียบเคียงกันได้ และมั่นใจว่า เมื่อถึงการออกเสียงทำประชามติของประชาชนทั้งประเทศ คาดว่าผลก็จะอยู่ในแนวทางนี้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มองว่าหมวด 1 เกี่ยวกับอธิปไตยการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด หมวด 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ไม่ควรมีการแก้ไข 

ส่วนคำถามที่ถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำให้การเมืองไทยดีขึ้นนั้น พบว่า ร้อยละ 37.95 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย รองลงมา ร้อยละ 26.03 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 19.31 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อมั่น ร้อยละ 15.11 ระบุว่า เชื่อมั่นมากนั้น  

นายธนกร ระบุว่า เสียงและคำตอบของประชาชนถือว่ามีความสำคัญมากต่อนักการเมือง ต่อสภาผู้แทนราษฎร และต่อรัฐบาล ที่ต้องนำมาเป็นโจทย์ให้ตัวเอง พรรคการเมือง ว่า ได้ทำหน้าที่ทั้งในสภาฯและการดูแลรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ดีที่สุดแล้วหรือไม่ 

“การแก้รัฐธรรมนูญเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศเดินไปข้างหน้า แต่สิ่งสำคัญคือตัวนักการเมือง พรรคการเมือง สภาผู้แทนราษฎร รวมถึง รัฐบาล ที่จะทำงานตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ ไม่ทุจริตคดโกง ไม่อิงผลประโยชน์ทางการเมือง หากมีการทำงานที่สร้างสรรค์ ไม่สร้างความแตกแยกวนซ้ำอีก ทำให้ประเทศเข้มแข็ง พัฒนาไปข้างหน้า จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในระยะยาวได้” นายธนกร กล่าว

‘เพื่อไทย’ ป้อง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่ได้แทรกแซงการทำงานของ ธปท.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574106

04 พ.ค. 2567

14:31 น.

'เพื่อไทย' ป้อง 'อุ๊งอิ๊ง' ไม่ได้แทรกแซงการทำงานของ ธปท.

‘เพื่อไทย’ ยืนยัน ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ไม่เคยแทรกแซงธนาคารกลาง – ให้อิสระการทำงาน เผยขอให้ฟังรอบด้าน – ไม่ลดดอกเบี้ยกระทบต่อเศรษฐกิจ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ภายในงาน "10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10"น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ภายในงาน “10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10”

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ในประเด็นที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ ภายในงาน “10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10” ในหัวข้อ “เติมเพื่อไทยให้เต็ม 10 สนับสนุนรัฐบาลเปลี่ยนประเทศ” 

โดยความตอนหนึ่ง น.ส.แพทองธาร พูดถึงนโยบายเศรษฐกิจ ว่ากฎหมายพยายามจะให้ ธปท. เป็นอิสระจากรัฐบาล เรื่องนี้เป็นปัญหาและอุปสรรคในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะนโยบายการคลังถูกใช้งานข้างเดียวอย่างหนัก จนทำให้หนี้สูงขึ้นทุกปี จากการตั้งงบประมาณขาดดุล

                             น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยน.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

ประเด็นนี้ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าโดยหลักธนาคารกลางสามารถดำเนินนโยบายได้โดยอิสระ สำหรับประเทศไทย แม้ ธปท. ไม่ใช่ส่วนราชการที่รัฐบาลสามารถสั่งการได้โดยตรง แต่ก็เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ คือการกำกับดูแลการเงินของชาติ และต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาวะการเงินให้สอดคล้องกับสภาพจริงทางเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนรับฟังฝ่ายบริหารซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายการคลังด้วย

เพราะที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยที่ไม่มีการปรับลดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ท่านนายกฯ เศรษฐา จึงเรียกร้องมาตลอดให้ ธปท. มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อความเหมาะสม เนื่องจากมีเหตุผลดังนี้


1. ผลประกอบการธนาคารพาณิชย์งวดประจำปี 2566 ทั้ง 9 แห่ง มีกำไรสุทธิรวม 226,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33,635 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17.4% ถือเป็นกำไรสูง สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้

2. แม้การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ส่งผลทั้งอัตราแลกเปลี่ยน การค้า และตลาดการเงิน แต่ ธปท. ไม่จำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยตามธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาเสมอไป เมื่อคำนึงถึงปัจจัยสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ

3. ที่ผ่านมารัฐบาลเพียงหารือและร้องขอให้พิจารณา ไม่ใช่สั่งการธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่เป็นการให้ใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจของธนาคารพานิชย์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามความเหมาะสม

ทำทันที ‘สมศักดิ์’ สั่ง สสจ.สระบุรี ดูแลผลกระทบสุขภาพปชช.เหตุ รง.พลุระเบิด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574098

04 พ.ค. 2567

12:59 น.

ทำทันที 'สมศักดิ์' สั่ง สสจ.สระบุรี ดูแลผลกระทบสุขภาพปชช.เหตุ รง.พลุระเบิด

“สมศักดิ์” สั่งด่วน เหตุโรงงานพลุระเบิด จ.สระบุรี ให้สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบด้านสุขภาพ ย้ำประชาชนมั่นใจไม่มีผลกระทบ

แฟ้มภาพ เหตุโรงงานพลุระเบิด จ.สระบุรี

แฟ้มภาพ เหตุการโรงงานพลุระเบิด จ.สระบุรี

ข้อสันนิษฐานที่ระบุว่า ‘อากาศร้อนจัด’ จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้โรงงานผลิตพลุ และเก็บพลุระเบิดที่ อ.หนองแซง จ.สระบุรี เป็นเหตุให้เจ้าของที่อยู่คนเดียวถูกแรงอัดร่างกระเด็นไปไกล 5 เมตร อาการสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีโรงงานพลุระเบิด ที่ จ.สระบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ล่าสุดได้สั่งการสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี ให้ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบผลกระทบด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการตรวจสอบสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำ เพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลว่า อาจมีสารเคมีที่ใช้ประกอบพลุปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมหรือไม่

รัฐมนตรีสาธารณสุข สั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดจะเร่งลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงสารตกค้าง รวมถึงตรวจสอบสารเคมีที่มาจากควันและเขม่าด้วย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า จะไม่มีความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจ

“ผมมีความห่วงใยผลกระทบด้านสาธารณสุขเป็นอย่างมาก เพราะจะส่งผลต่อพี่น้องประชาชนโดยตรง จึงได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยจะรอช้าไม่ได้ ไม่ว่าจะเหตุการณ์เล็กหรือใหญ่ เราก็ต้องให้ความสำคัญ เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า สามารถอาศัยอยู่ในบ้านเรือนได้อย่างปลอดภัย ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้น และระยะยาว” รมว.สาธารณสุข กล่าว

สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า สาธารณสุขจังหวัด นอกจากจะประเมินผลกระทบด้านสุขภาพแล้ว จะช่วยติดตามผลกระทบด้านสภาวะทางจิตใจด้วย

เพราะต้องยอมรับว่า เหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด อาจสร้างความหวาดกลัวต่อผู้อาศัยบริเวณใกล้เคียง แต่จากที่รับรายงานล่าสุด ยังไม่พบผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากผู้เสียชีวิตได้รับจ้างประกอบพลุเองที่บ้านในปริมาณที่เล็กน้อย ทำให้รัศมีการระเบิดไม่ขยายเป็นวงกว้าง จึงทำให้ยังไม่พบผลกระทบด้านสาธารณสุข แต่ก็จะยังมีการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

อบจ.สีแดง ‘ธรรมนัส’ ลุยพะเยาโมเดล ‘อัครา’ นำร่องสู่ชายคาชินวัตร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574092

04 พ.ค. 2567

12:24 น.

อบจ.สีแดง ‘ธรรมนัส’ ลุยพะเยาโมเดล ‘อัครา’ นำร่องสู่ชายคาชินวัตร

สูตรสำเร็จพะเยาโมเดล ธรรมนัส หนุนอัครา ปั้น อบจ.สีแดง ใต้ชายคาชินวัตร น้องชายนำร่อง ก่อนพี่ใหญ่เคลื่อนทัพในเลือกตั้งครั้งหน้า

สองพี่น้องตระกูล ‘พรหมเผ่า’ กำลังสร้างพะเยาโมเดลสูตรบ้านใหญ่สองพี่น้องตระกูล ‘พรหมเผ่า’ กำลังสร้างพะเยาโมเดลสูตรบ้านใหญ่

อบจ.สีแดง ธรรมนัส สานต่อพะเยาโมเดล หนุนอัครา สู่ชายคาชินวัตร คล้ายน้องชายนำร่อง ก่อนพี่ใหญ่เคลื่อนทัพในเลือกตั้งครั้งหน้า

13 ปีที่แล้ว ธรรมนัส คืนถิ่นเมืองกว๊าน โค่นบ้านใหญ่ตระกูลตันบรรจง ยึดท้องถิ่น อบจ. สยายปีกคุม สส.เบ็ดเสร็จ กลายเป็นพะเยาโมเดล

ในงาน ‘10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10’ ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2567 ช่วงหนึ่ง สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เปิด ตัวว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.รวม 9 คน

ที่น่าสนใจคือ อัครา พรหมเผ่า น้องชาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งปัจจุบัน อัคราเป็นนายก อบจ.พะเยา และจะลงสนามต่อสมัยหน้าในสีเสื้อเพื่อไทย

การปรากฏตัวของ อัครา พรหมเผ่า ในฐานะว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.พะเยา พรรคเพื่อไทย อาจตอบข้อสงสัยที่ว่า เหตุใดแกนนำเพื่อไทย จึงยอมยกกระทรวงเกษตรฯ ให้ ร.อ.ธรรมนัส ดูแลทั้งหมด

รวมถึงกรณีพลังประชารัฐ ส่งรายชื่อ อนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร เป็นแคนดิเดต รมช.เกษตรฯ แต่ ร.อ.ธรรมนัส ส่งชื่อ อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และอรรถกรก็ได้เป็น รมช.เกษตรฯ

ดูนายใหญ่จะไว้เนื้อเชื่อใจ ร.อ.ธรรมนัส เพราะมีผลงานจากการเลือก ตั้ง สส.ที่ผ่านมา ซึ่งเวลานี้ เขามี สส.พลังประชารัฐ อยู่ในซุ้มไม่ต่ำกว่า 25 คน

สิ่งหนึ่งที่ประมุขบ้านจันทร์ส่องหล้า เชื่อฝีมือ ร.อ.ธรรมนัส ก็คือ การทำงานการเมืองในพื้นที่ จ.พะเยา ยึดครองใจคนเมืองกว๊านได้สำเร็จ


ยุคประชานิยม สส.พะเยา 3 เขต สังกัดพรรคของทักษิณ ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2554 แต่เป็น สส.เสาไฟฟ้า ที่มากับกระแสนายใหญ่ชินวัตร ต่างจาก ร.อ.ธรรมนัส ที่เป็น สส.เสาเข็ม

คนคุ้นเคยบ้านจันทร์ส่องหล้า


จริงๆแล้ว ร.อ.ธรรมนัส ไม่ใช่คนแปลกหน้าของตระกูลชินวัตร เขาเดินตาม เสธ.ไอซ์-พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต นายทหาร ตท.10 เพื่อนร่วมรุ่นกับทักษิณเข้าพรรคไทยรักไทย

ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ธรรมนัสขยับเข้ามาทำงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย และหวนกลับบ้านเกิด สร้างฐานการเมืองท้องถิ่น

ปี 2554 ธรรมนัส หนุน วรวิทย์ บุรณศิริ ลงสมัครนายก อบจ.พะเยา และโค่นไพรัตน์ ตันบรรจง อดีตนายก อบจ.หลายสมัย ซึ่งการเอาชนะบ้านใหญ่ตันบรรจง ทำให้บารมีธรรมนัสในพะเยาเบ่งบาน  

ปี 2557 ธรรมนัส เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แต่เลือก ตั้งปีนั้นโมฆะ เพราะมีปัญหาทางการเมือง

ปี 2562 สถานการณ์เปลี่ยน ธรรมนัสจำต้องไปเป็นแม่ทัพพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็ยังมีเยื่อใยกับบ้านจันทร์ส่องหล้า   

ฟ้าใหม่ที่กว๊านพะเยา

เริ่มตั้งแต่ปี 2555 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สนับสนุนให้น้องชาย อัครา พรหมเผ่า ทำงานในตำแหน่งรองนายก อบจ.พะเยาระหว่างนั้น อัคราได้ก่อตั้งกลุ่มฮักบ้านเกิดพะเยา ช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน ตามแนวทางพะเยาโมเดล สองพี่น้อง ธรรมนัส-อัครา เป็นบุตรชายของอินจันทร์ พรหมเผ่า อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านท่ากลองใหม่ อ.เมือง จ.พะเยา

อัคราเรียนจบมัธยมจากโรงเรียนพะเยาวิทยาคม ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นนักเรียนนอกจากประเทศออสเตรเลีย สาขาบริหารธุรกิจจากTAFE Sydney Australia ปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ก่อนเข้าสู่การเมืองท้องถิ่น อัคราเคยเป็นประธานบริหารบริษัทในเครือ บริษัท ธรรมนัส กรุ๊ป ที่มีธุรกิจหลายด้าน เป็นผู้วางรากฐาน ด้าน ICTของบริษัท

ปี 2563 อัครา เสนอตัวชิงเก้าอี้นายก อบจ.พะเยา ในนามกลุ่มฮักพะเยา ซึ่งเจอคู่แข่งจากคณะก้าวหน้า น้องชายผู้กองเอาชนะไปได้สบายๆ

ปี 2567 อัครา เตรียมลงสมัครนายก อบจ.พะเยา สมัยที่ 2 ในสีเสื้อเพื่อไทย ซึ่งเป็นไฟท์บังคับ และเป็นหลักประกันในศึกเลือกตั้งทั่วไปปี 2570 ตระกูลพรหมเผ่า จะเคลื่อนไพร่พลมาอยู่บ้านหลังใหม่หัวใจสีแดง

วิถีทางเดินนักการเมืองลูกข้าวนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ได้สร้างพะเยาโมเดลสำเร็จไปมากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ซึ่งไม่ต่างจากบุรีรัมย์โมเดลหรือสุพรรณบุรีโมเดล สูตรสำเร็จการเมืองบ้านใหญ่

เปิดแผนลับ ‘ชาดา’ ไฟเขียว ‘อบจ.สีน้ำเงิน’ ดับฝันท้องถิ่นสีส้ม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574066

03 พ.ค. 2567

18:08 น.

เปิดแผนลับ ‘ชาดา’ ไฟเขียว ‘อบจ.สีน้ำเงิน’ ดับฝันท้องถิ่นสีส้ม

กลเกม อบจ.สีน้ำเงิน ชาดา ไฟเขียว 3 เสือลุ่มเจ้าพระยา นัดกันลาออกก่อนครบวาระ ชิงรุกคู่แข่ง ดับฝันก้าวไกล หวังปั่นกระแส อบจ.ส้ม

เปิดแผนลับ ชาดา หนุนฉลามดำ สมศักดิ์ ชิงยึด อบจ.ปากน้ำโพ พ่วงปทุมธานี และอ่างทอง จัดแถว สจ.ใหม่ แถมดับฝัน อบจ.สีส้ม

กลเกม อบจ.สีน้ำเงิน 3 เสือลุ่มเจ้าพระยา นัดกันลาออกก่อนครบวาระ เดินหน้าเลือกใหม่ ฉวยจังหวะคู่แข่งไม่พร้อม หวังรีเทิร์นยาวอีก 4 ปี

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมื่อ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ อดีตนายก อบจ.นครสวรรค์ สายตรง ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นัดหารือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี และสุรเชษ นิ่มกุล อดีตนายก อบจ.อ่างทอง ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง 

ก่อนที่จะมีปฏิบัติการยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง เริ่มจาก พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ตามมาด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง และปิดท้ายด้วย สุรเชษ นิ่มกุล 

สรุปว่า อบจ.นครสวรรค์ ,อบจ.ปทุมธานี และ อบจ.อ่างทอง จะมีการเลือกตั้งนายก อบจ.ใหม่ ภายใน 60 วัน นับจากนี้ไป 

พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ อดีตนายตำรวจดังฉายา ‘ฉลามดำ’ แห่งปากน้ำโพ มีความใกล้ชิดสนิทแน่นกับ ชาดา ไทยเศรษฐ์ และ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ มานาน

ส่วนกำนันตี๋-สุรเชษ นิ่มกุล เป็นญาติของสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล บ้านใหญ่อ่างทอง ซึ่งปัจจุบัน สมศักดิ์พาลูกชายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย

มินับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ที่มีความแนบแน่นกับ อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย มาตั้งแต่การเลือกตั้ง สส.ปี 2566 โดยทีมงานของคำรณวิทย์ ได้ลงสมัคร สส.ปทุมฯ ในเสื้อสีน้ำเงินหลายคน

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีความใกล้ชิดกับอนุทิน มากขึ้น ในระยะหลังพล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีความใกล้ชิดกับอนุทิน มากขึ้น ในระยะหลัง
 

บารมีเจ้าพ่อสะแกกรัง

นับแต่การเลือกตั้ง สส.ปี 2562 เนวิน ชิดชอบ มอบให้ ชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นแม่ทัพภาคกลางและเหนือตอนบน ชาดา จึงเข้ามาบริหารจัดการในสนามเลือกตั้งนครสวรรค์

ปลายปี 2563 ชาดา ร่วมกับ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ อดีตนายตำรวจใหญ่ กลุ่มฉลามดำ รวบรวมนักการเมืองท้องถิ่นมาอยู่ในกลุ่มพัฒนานครสวรรค์บ้านเรา

ชาดา ยังประสานไปยัง สส.นครสวรรค์ ทุกพรรคทุกเขตสมัยโน้น ขอให้หนุนช่วย พล.ต.อ.สมศักดิ์ จนได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.นครสวรรค์ แบบไม่เหนื่อยแรง 


ทุกวันนี้ พล.ต.อ.สมศักดิ์ ยังเดินเคียงข้าง ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาด ไทย และมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ที่ปรึกษา รมช.มหาดไทย ประหนึ่งว่าอุทัยธานีและนครสวรรค์ เป็นบ้านพี่เมืองน้อง

ปัญหาของสมศักดิ์คือ สจ.เอ-วิทูร เจริญชัยฤทธิ์ ส.อบจ.นครสวรรค์ อ.เมืองนครสวรรค์ เขต 4 สังกัดซุ้มฉลามดำ เคลื่อนไหวจะพา สจ.บาง ส่วนแยกตัวออกไปสังกัดพรรคก้าวไกล

สจ.เอ-วิทูร ได้รับการสนับสนุนจาก ป๊อป-กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สส.นครสวรรค์ เขต 1 พรรคก้าวไกล

สมศักดิ์จึงเล่นเกมชิงลาออกจากนายก อบจ.ก่อนครบวาระ ขณะที่ สจ.เอ และพรรคก้าวไกลยังไม่มีความพร้อมมากนัก 
 

บ้านใหญ่อ่างทอง

สำหรับ กำนันตี๋ สุรเชษ นิ่มกุล อดีตนายก อบจ.อ่างทอง เป็นญาติกับเฮียตือ-สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต สส.อ่างทองหลายสมัย

ปัจจุบัน เฮียตือวางมือ หันมาสนับสนุนทายาทตระกูลปริศนานันทกุล ทั้งภราดร และกรวีร์ ต่างก็เป็น สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย 

10 กว่าปีที่แล้ว เฮียตือ ตั้งกลุ่มสำนึกรักบ้านเกิด สนับสนุนกำนันตี๋- สุรเชษ นิ่มกุล ลงสมัครนายก อบจ.อ่างทอง และได้เป็นนายกฯ ติดต่อกันมาหลายสมัย

การเลือกตั้งนายก อบจ.อ่างทอง ครั้งใหม่ หากกำนันตี๋อยู่จนครบวาระ ก็มีคู่แข่งจากพรรคก้าวไกลเท่านั้น กำนันตี๋ ลาออกก่อนครบวาระ เลือกใหม่ กำนันตี๋ก็ชนะใสๆ แทบจะไร้คู่แข่งสายแข็ง

ประมวลภาพการเคลื่อนไหวของ 3 เสือลุ่มน้ำเจ้าพระยา สมศักดิ์-คำรณวิทย์-สุรเชษ มีความชัดเจนว่า ทั้งหมดนี้มีความใกล้ชิดกับพรรคสีน้ำเงิน โดยเฉพาะชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย


มีการวิเคราะห์อีกด้านหนึ่ง หากปล่อยให้นายก อบจ.อยู่จนครบวาระ และมีการเลือกตั้งนายก อบจ.พร้อมกันทั้งประเทศ ถึงเวลานั้น พรรคก้าวไกลอาจปั่นกระแส อบจ.สีส้ม เหมือนเลือก สส.จนติดตลาดได้ 

แผนการตัดไฟเสียแต่ต้นลม จึงเริ่มต้นขึ้นที่ 3 นายก อบจ.ลุ่มน้ำเจ้า พระยาเป็นตัวอย่าง และคาดว่า ยังจะมีนายก อบจ.อีกหลายสิบจังหวัดที่ลาออกในอนาคตอันใกล้นี้

3 ตำนานหงส์แดง ‘โอเวน – แม็กมานามาน – ฟาวเลอร์’ เข้าทำเนียบพบ นายกฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574054

03 พ.ค. 2567

15:16 น.

3 ตำนานหงส์แดง ‘โอเวน - แม็กมานามาน - ฟาวเลอร์’ เข้าทำเนียบพบ นายกฯ

3 ตำนานหงส์แดง ‘โอเวน – แม็กมานามาน – ฟาวเลอร์’ เข้าทำเนียบพบ นายกฯ ‘เศรษฐา’ เสนอไอเดีย จัดแมตช์แดงเดือด รวมแข้งระดับตำนาน เตะในไทย

นายธรณินทร์ เกียรติชัย ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท อินฟลูออส จำกัด พร้อมด้วย Michael James Owen (ไมเคิล โอเวน) , Steven Charles McManaman (สตีฟ แม็กมานามาน) , Robert Bernard Fowler (ร็อบบี้ ฟาวเลอร์) อดีตนักฟุตบอลระดับตำนานของสโมสรลิเวอร์พูล เข้าพบและมอบเสื้อเบอร์ 30 ให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี

โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่บริษัท อินฟลูออสฯ จัดกิจกรรมนำนักฟุตบอลในตำนานของสโมสรลิเวอร์พูลมาร่วมทำกิจกรรมในไทย พร้อมชื่นชมความสำเร็จของสโมสรลิเวอร์พูลที่เป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก และยังสามารถครองใจแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีแฟนคลับของสโมสรลิเวอร์พูลจำนวนมาก 

ผู้บริหาร บริษัท อินฟลูออสฯ กล่าวว่า บริษัทฯ จัดกิจกรรมพานักฟุตบอลจากสโมสรลิเวอร์พูลมาเยือนไทยครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนนำมาสู่การจัดงาน Living Legends: THE KOP DNA II ระหว่างวันที่ 3 – 5 พฤษภาคมนี้ โดยได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัทพันธมิตร นำนักฟุตบอลในตำนานของสโมสรฯ ทั้ง 3 คน มาร่วมทำกิจกรรมกับแฟนคลับในไทย โดยนักกีฬาทั้ง 3 คน ชื่นชอบ และสนใจการท่องเที่ยวในประเทศไทย เช่น จังหวัดภูเก็ต รวมถึงชื่นชอบอาหารไทยด้วย

อดีตนักฟุตบอลของลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า รู้สึกประทับใจที่ได้มาเยือนไทย ยินดีที่ประเทศไทยมีแฟนคลับของสโมสรลิเวอร์พูลจำนวนมาก และได้ร่วมทำกิจกรรม กับแฟนคลับชาวไทย พร้อมยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยผ่านการใช้กีฬาฟุตบอลเป็นสื่อกลาง 

โดยนายกรัฐมนตรีมองว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายที่จะทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการจัดกิจกรรมในภูมิภาค รวมถึงรัฐบาลตั้งใจจะผลักดันปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมมากมาย และขอเชิญชวนสโมสรลิเวอร์พูลเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วย

หลังการพบกัน นายกรัฐมนตรี บอกกับสื่อว่า ในช่วงไตรมาส 4 จะมีการคุยกับคณะจัดงานว่า อาจจะมีการจัดการแข่งขันระหว่างตำนานนักเตะของลิเวอร์พูลและแมนยู​ ซึ่งเขายังพูดล้อเล่นว่า “โห  ถ้าเกิดจัดในประเทศไทย เครื่องบินลำเดียวคงไม่พอ​ ใครๆ ก็อยากมาเตะ” ซึ่งตนก็ได้เสนอช่วงอายุ พวกไปเลิกเล่นไปแล้ว อายุ​ 40 – 50​ ปี​หรือ​ 50 – 60 ปีก็ได้ จัดเป็น 2 แมช ทั้งลิเวอร์พูลและแมนยู​ เพราะทุกคนบอกอยากมาเมืองไทยอยู่แล้ว และอยากมาพักผ่อนในช่วงฮอลิเดย์ต่อ​ ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมมากและทั้งสองทีม ก็มีฐานแฟนฟุตบอลที่ใหญ่

ส่วนห้วงเวลาที่เหมาะสมจะเป็นช่วงใด ยังไม่ทราบ แล้วแต่คณะทำงาน แต่น่าจะเป็นช่วงหน้าหนาวของเขา เขาอยากมาอยู่เมืองร้อนที่อากาศดี ซึ่งต้องพูดคุยกันอีกครั้ง

‘พรรคเพื่อไทย’ ประกาศ รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ภายในปี 2568

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574040

03 พ.ค. 2567

12:49 น.

‘พรรคเพื่อไทย’ ประกาศ รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ภายในปี 2568

‘พรรคเพื่อไทย’ ประกาศ รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ภายในปี 2568 เพิ่มเป้าลดค่าทางด่วน เพิ่มรถเมล์ EV กระตุ้นใช้ขนส่งสาธารณะ

ในงาน ‘10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10’ ของพรรคเพื่อไทย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. กล่าวบนเวทีถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นวิสัยทัศน์ของพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ปี 2549 วันนี้รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการคมนาคม จะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ทันทีที่เป็นรัฐบาลไม่ถึงหนึ่งเดือน วันที่ 16 ตุลาคม 2566 รถไฟฟ้า 2 สาย คือสายสีแดงและสีม่วง ลดค่าบริการลงมาที่ราคา 20 บาท ได้สำเร็จ  ปริมาณผู้โดยสารสายสีม่วงเพิ่มขึ้น 26.62% สายสีแดงเพิ่มขึ้น 14.43% 

จากนั้น กระทรวงการคมนาคม กางแผนโร้ดแมป เพื่อดำเนินการให้รถไฟฟ้าทุกเส้นทาง คิดค่าบริการตลอดเส้นทาง ‘20 บาท’ ภายในปี 2568 ผ่านร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ… หรือ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมร่าง พ.ร.บ.รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรองและอื่นๆ โดยสำนักงานขนส่งและนโยบายและแผนการจราจร (สนข.) ดำเนินการ จากราคารถไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 107 บาท หาก พ.ร.บ.ตั๋วร่วมสำเร็จ  ประชาชนจะจ่ายเพียง 20 บาท ผ่านการมีกองทุนที่สะสมรายได้จากส่วนอื่นๆ มาชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารแทนประชาชน  

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทยธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย

“ไม่มีพรรคการเมืองใดที่เสนอทำราคารถไฟฟ้าให้เหมาะสมกับรายได้ เป็นสวัสดิการของประชาชนอย่างแท้จริง  รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย คือความกล้าหาญของพรรคเพื่อไทยที่จะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อพี่น้องประชาชน เป็นการจัดการระบบการเดินทาง ที่มีสัมปทานหลายเจ้าครั้งใหญ่ อะไรที่เคยติดขัด เป็นอุปสรรค จะถูกคลี่คลาย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชน”

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า ภายในปี 2568  ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกสาย , พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ต้องสำเร็จ , ลดราคาค่าทางด่วนลง , รถเมล์แอร์ EV ต้องสำเร็จ เป้าหมายใหญ่ คือเพิ่มการเข้าถึงขนส่งสาธารณะ ลดการใช้รถส่วนตัว ลดปริมาณรถบนถนน แก้ปัญหารถติด แก้ปัญหาฝุ่น ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และสามารถเปิดให้ขยายทางสัญจรทางเท้า ให้ กทม.เป็นเมืองที่เดินได้ เมืองที่เป็นมิตรกับคนทุกกลุ่มมากขึ้น เพื่อยกระดับขนส่งสาธารณะ ให้เป็น “การบริการสาธารณะ” อย่างแท้จริง