“ภูมิธรรม” สั่งคลี่ปมบริษัทประมูลข้าว ถูกโยงเป็นนอมินีรัฐบาล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577843

25 มิ.ย. 2567

10:28 น.

“ภูมิธรรม” สั่งคลี่ปมบริษัทประมูลข้าว ถูกโยงเป็นนอมินีรัฐบาล

“ภูมิธรรม” สั่งองค์การคลังสินค้า คลี่ปมบริษัทประมูลข้าว เป็นนอมินีรัฐบาลหรือไม่ ภายใน 7 วัน ชี้ผิดทีอาร์เรียกลำดับ 2-3 มาแทน

25 มิ.ย.2567 นาย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัท ประมูลข้าว หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่าหนึ่งในบริษัทที่ร่วมประมูลเป็น นอมินี ว่า เรื่องข้าวมีความดราม่ามาโดยตลอด เรื่องนี้พยายามที่จะระบายข้าวทั้ง2กองภายในครั้งเดียว จึงได้มีการตั้งทีโออาร์ขึ้นมาเพื่อให้เกิดการประมูลยกกอง และผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดให้ราคาที่ 19.073 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการต่อรอง

แต่เกิดข้อสงสัยจากสื่อหลายสังกัดว่าผู้ที่ประมูลได้เป็น นอมินี และไม่น่าเชื่อถือว่าจะสามารถทำได้ คือ บริษัท วีเอท อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด (V8) มีทุนจดทะเบียนเมื่อปี 2563 เพียง 2 ล้านบาท และงบการเงินหมุนเวียนแต่ละปีประมาณ 1 ล้านบาท และยังมีหนี้สะสมอีก 13 ล้านบาท จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินกิจการขณะนี้แล้วมากู้จำนวนเงิน 285 ล้านบาท จึงเกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลกำลังเล่นละคร เป็นลักษณะเพื่อไทยการละคร สร้างนอมินีเพื่อให้มีการเข้ามาดำเนินการ หรือไม่นั้น

นาย ภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตในลักษณะดังกล่าว ถึงแม้ตนจะไม่ได้สนใจเรื่องอื่น ต้องการเพียงการขายข้าวให้ได้เพื่อปิดตำนาน แต่เมื่อเกิดข้อสงสัยเมื่อวานนี้(24มิ.ย.67) จึงสั่งการและทำจดหมายไปถึงผู้อำนวยการ องค์การคลังสินค้า เพื่อตรวจสอบประเด็นข่าวดังกล่าว เพื่อให้เกิดข้อชัดเจนและสิ้นข้อสงสัย ว่า บริษัท V8 ไม่ได้เป็น นอมินี ของใคร และมีความสามารถ ไม่ทิ้งข้าวกลางคัน

โดยขอให้ดูตามข้อกฎหมายและทีโออาร์ โดยมีการขอให้ชะลอและรอเวลา 7 วัน เพื่อตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนไม่มีอะไรต่างไปจากทีโออาร์ที่กำหนด ราคา 19.073 บาท ก็เป็นที่น่าพอใจแล้ว เพราะที่ผ่านมาเคยขายได้ 5 บาท

“การทำตรงนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและหายข้อคลางแคลงใจ โดยเฉพาะจากที่ตั้งข้อสังเกตให้เห็นภาพชัดเจนว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้าพบว่าเป็น นอมินี จริง เพราะเบื้องต้นทราบข่าวว่ามีบริษัทหนึ่งที่อยู่แถว จ.กำแพงเพชร กับกรรมการของบริษัท Vมีส่วนที่ทับซ้อนกัน และสถานที่ตั้งของบริษัทก็อยู่ในที่เดียวกัน ที่เคยส่งออกมันสำปะหลัง แต่ไม่เคยส่งออกข้าว หรือส่งแค่จำนวนน้อย แต่ติดแบล็คลิสต์ของ องค์การคลังสินค้า

จึงขอให้ไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทุกอย่างต้องมีกฎหมายหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งถ้าหากเป็นจริงก็อาจกลับมาพิจารณาในส่วนของกรรมการเรื่องการต่อรองราคา และการประมูลข้าว แต่ถ้าจะมีการเปลี่ยนเข้าใจว่าทางทีโออาร์ต้องไปเรียกผู้ประมูลลำดับสอง หรือถ้าไม่ได้ก็เป็นลำดับสาม”

นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นการพิสูจน์ในเรื่องนี้ คือข้าวยังมีราคา ถ้าข้าวเน่าคงไม่มีใครมาแย่งประมูล ยืนยันว่า ข้าวดี อย่างแน่นอนเพราะทุกคนอยากได้ ทั้งนี้ใครจะได้ไปเราไม่สนใจ เพราะเราอยากได้ราคาข้าวที่ดีแต่เมื่อมีข้อสงสัยก็ต้องทำให้สิ้นข้อสงสัยไม่มีอะไรที่เราต้องไปขัดขวาง เพราะเราอยากขายข้าวเพียงแต่ช่วงนี้อาจต้องมีการชะลอการประกาศผู้ที่ได้รับการประมูล

“นายกฯ” ยังยิ้มได้ ตอบสั้นๆเมื่อ “บิ๊กโจ๊ก” ขู่ฟ้อง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577838

25 มิ.ย. 2567

10:08 น.

“นายกฯ” ยังยิ้มได้ ตอบสั้นๆเมื่อ “บิ๊กโจ๊ก” ขู่ฟ้อง

“นายกฯ” ยังยิ้มได้ พร้อมทั้งตอบสั้นๆกรณี “บิ๊กโจ๊ก” ขู่ฟ้อง ถ้าไม่ได้กลับเข้ารับราชการ ตามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี25 มิ.ย. 2567  กรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก รองผบ.ตร. เข้าร้องเรียน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวหา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ หรือ บิ๊กต่าย รอง ผบ.ตร. ในฐานะอดีต รรท.ผบ.ตร. ในความผิดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157

กรณีมี คำสั่ง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน และยังไม่ถอนคำสั่งเดิม แม้ว่าจะมีความเห็นจากคณะกรรมการ กฤษฎีกา แล้วก็ตาม รวมทั้งให้สัมภาษณ์ด้วยว่าถ้าไม่มีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการจะฟ้อง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ล่าสุด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ โดยก่อนการประชุม ให้สัมภาษณ์และยิ้มตอบ กรณีดังกล่าวสั้นๆว่า ยึดมั่นตามกฎหมาย

สมชาย ประธาน กมธ.สิทธิ์ฯ ส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จี้ ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577761

24 มิ.ย. 2567

13:24 น.

สมชาย ประธาน กมธ.สิทธิ์ฯ ส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จี้ ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว.

“สมชาย” ประธาน กมธ.สิทธิ์ฯ ส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จี้ ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. หลังพบหลักฐานทุจริต พร้อมขอผลนับคะแนนระดับอำเภอ-จังหวัด ส่งกลับมาภายใน 30 มิ.ย. นี้

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธาน กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานที่ประชาชนนำส่งให้คณะกรรมาธิการจำนวน 293 แผ่น

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสจากประชาชน พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาในหลายพื้นที่ โดยประชาชนได้อ้างว่า กระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอและระดับจังหวัดพบข้อพิรุธหลายประการที่อาจมีขบวนการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภาเกิดขึ้น อาทิ

(1) ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภามีคุณสมบัติที่ไม่ตรงกับกลุ่มอาชีพหรือผู้สมัครขาดคุณสมบัติ

(2) ผลการลงคะแนนที่มีผู้สมัครได้คะแนนเป็น “ศูนย์” ในหลายอำเภอที่อาจเป็นผลจากการเกณฑ์มวลชนหรือบุคคลให้มาเป็นผู้เลือก โดยที่บุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาเพื่อที่จะ
สมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้เลือกเท่านั้น

(3) มีผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาที่อาจมาจากการจัดตั้งของพรรคการเมือง เป็นต้น
 

คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญ ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 

คณะกรรมาธิการฯ จึงขอให้ดำเนินการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม พร้อมขอความอนุเคราะห์นำส่งรายงานผลการนับคะแนนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ระดับอำเภอและระดับจังหวัดทั่วประเทศให้คณะกรรมาธิการฯ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ โดยขอให้จัดส่งภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2567

เลขาฯ กกต. เดินหน้าสอบกลฮั้ว รับ ฝ่ายการเมืองเอี่ยวเลือก สว. สมประโยชน์กัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577760

24 มิ.ย. 2567

13:09 น.

เลขาฯ กกต. เดินหน้าสอบกลฮั้ว รับ ฝ่ายการเมืองเอี่ยวเลือก สว. สมประโยชน์กัน

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง รับมีฝ่ายการเมืองเอี่ยวเลือก สว.สมประโยชน์กัน จับกุมได้ยาก เดินหน้าสอบ 4 กลโกงฮั้ว – ย้ำรับรอง 200 สว.ตามไทม์ไลน์

24 มิ.ย. 2567 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงการเอาผิด 4 กลโกงการฮั้ว เลือก สว. ที่มีการเรื่องการเสนอเงิน แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ว่า ภายใน 2-3 วันนี้ กกต.ได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหลายฝ่าย เช่น ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ชุดสืบสวนสอบสวน พนักงานของ กกต. หน่วยข่าวของตำรวจ ที่ทำงานร่วมกันเข้าไปดู ประมวลข้อมูลที่ได้มา เพื่อดำเนินการป้องปราม และจับกุมได้ให้ได้ เพราะเรื่องเหล่านี้ผิดกฎหมายอยู่แล้ว และยิ่งเป็นเรื่องการเมือง ก็จะมีทั้งเครือข่าย และผู้สนับสนุน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกครั้งกับการเมือง และมีอยู่ทุกประเทศ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับมา มีทั้งเป็นเบาะแส เรื่องเล่า และผู้ร้องเรียน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของ กกต.กับเวลาอีก 2-3 วันก่อนการเลือก สว.ระดับประเทศ 

ส่วนกรณีที่มีข้อพิรุธการจองที่พักโรงแรมใกล้สถานที่เลือก สว.เพื่อล็อบบี้กันนั้น เลขาธิการ กกต.ยืนยันว่า สำนักงาน กกต. และผู้เกี่ยวข้องจะไปตรวจสอบเช่นเดียวกัน พร้อมย้ำว่า หากผู้สมัครต้องการเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
 

เลขาธิการ กกต.ยังย้ำว่า การประกาศผลเลือก สว.ยังเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ได้กำหนดไว้ แม้จะมีคำร้องกว่า 330 เรื่องเข้ามาที่ กกต.แล้ว โดยกว่า 200 เรื่อง เป็นเรื่องคุณสมบัติ และการลงสมัครในกลุ่มที่รู้แล้วว่า ตัวเองไม่มีสิทธิ์ ซึ่งกกต.ได้วินิจฉัยไปบางส่วนแล้ว โดยการลงผิดกลุ่มนั้น เป็นเรื่องข้อกฎหมายที่ต้องรอการวินิจฉัย และ 2 วันที่ผ่านมา มีผู้ร้องเพิ่มเข้ามา 39 เรื่อง ซึ่งคาดว่า จะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนวันเลือก สว. ระดับประเทศ ส่วนเรื่องการทุจริตมีรวมประมาณ 90 เรื่อง ซึ่งยังต้องใช้เวลา

ส่วนกรณีที่การเลือก สว.ครั้งนี้ มีกระแสข่าวฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น นายแสวงกล่าว ยอมรับว่า การเมืองมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ตามกฎหมาย หากฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือช่วยเหลือจะถือว่า มีความผิด จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบางทีการเมืองสมยอมสมประโยชน์กัน ทำให้ กกต.เข้าถึง หรือจับกุมได้ยาก ส่วนเรื่องการร้องทุจริต สว.ก็มีเหมือนกับการเลือก สส.แต่น้อยกว่า 

เลขาธิการ กกต.ยังกล่าวถึงความกังวลกรณีที่ผู้สมัครจะประท้วงระหว่างการ เลือก สว.ระดับประเทศนั้น เลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า ผู้สมัครสามารถไปร้องเรียนตามช่องทางได้ตามสิทธิเต็มที่ และ กกต.จะเน้นการเจรจา จะไม่ใช้ตำรวจเข้ามาควบคุม ดังนั้ย หากเกิดความไม่พอใจ ก็ขอให้ผู้สมัครใช้วิธีทักท้วง และใช้สิทธิทางศาลหรือตามขั้นตอน แต่อย่าทำให้เสียเวลาส่วนรวม 

เลขาธิการ กกต.ยังกล่าวถึงการทำหน้าที่ของ กกต.ในวันเลือก สว.ระดับประเทศ 26 มิถุนายนนี้ว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ในการทำหน้าที่ และแม้ประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจจะมีข้อติดขัดอยู่บ้าง ตั้งแต่ระดับอำเภอ และจังหวัด แต่เมื่อมาถึงระดับประเทศ ก็คาดว่า จะไม่มีปัญหา และยืนยันว่า ไม่ได้กังวลเรื่องข้อกฎหมายแต่ในฐานะคนที่รับผิดชอบกระบวนการ จะต้องรักษากระบวนการเลือก สว. และรักษาเป้าหมายให้ได้ สว. 200 คน เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด และรักษากระบวนการเลือก ซึ่งอาจทำให้มีผู้นำไปร้องว่ากระบวนการเลือก มีปัญหาอาจทำให้กระบวนการเป็นโมฆะ ดังนั้น จึงต้องพยายามบริหารสถานการณ์ และปิดช่องว่างเหล่านี้

“โอ๊ค-พานทองแท้” ลงพื้นที่ปทุมช่วย “ลุงชาญ” หาเสียง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577728

23 มิ.ย. 2567

20:59 น.

“โอ๊ค-พานทองแท้” ลงพื้นที่ปทุมช่วย “ลุงชาญ” หาเสียง

เสื้อแดงปทุม พรึ่บ! “โอ๊ค-พานทองแท้” เดินตลาด ช่วย “ลุงชาญ” หาเสียงนายก อบจ. โยนถามคนอื่น มั่นใจในตัวผู้สมัครหรือไม่

นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยคุมศูนย์เลือกตั้ง สส. พร้อมด้วย นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สส. พรรคเพื่อไทย และ นายสมัสนันท์ หลีนวรัตน์ สส. จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี หาเสียง ที่ตลาดฉัตรไพลิน โดยแนะนำ และฝากฝังผู้สมัครนายก อบจ. กับพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาเดินตลาด 

“โอ๊ค-พานทองแท้” ลงพื้นที่ปทุมช่วย “ลุงชาญ” หาเสียงก่อนจะขึ้นรถแห่หาเสียง มายังบริเวณสนามกีฬากลางหมู่บ้านฉัตรไพลิน เพื่อมาพบมวลชนคนเสื้อแดงที่มามารอรับ กว่า 100 คน โดยนายพานทองแท้ ค่อนข้างที่จะระวังตัว ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจในตัวผู้สมัครว่าจะสามารถคว้าชัยชนะครั้งนี้ได้หรือไม่นั้น นายพานทองแท้ ตอบเพียงว่า “ให้ถามเขา” ก่อนที่ประชาชนที่ยืนถ่ายรูปด้วย จะตอบแทนว่า “เต็มร้อยค่ะ” 

จากนั้นได้เดินทางต่อไปไปยังตลาดสามโคก ปทุมธานี ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ประจำอำเภอสามโคก โดยบรรยากาศทั้ง 2 จุด เป็นไปอย่างคึกคักมีบรรดามวลชนคนเสื้อแดง และประชาชนทั่วไปมารอให้การต้อนรับจำนวนมาก พร้อมมอบดอกไม้พวงมาลัย และขอถ่ายรูปกับนายพานทองแท้รวมถึง นายชาญ พวงเพ็ชร จำนวนมาก

“สส.แก้วตา” เปิดภาพความเสียหายบ้านไฟไหม้ ที่หลงเหลือเพียงความทรงจำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577726

23 มิ.ย. 2567

19:57 น.

"สส.แก้วตา" เปิดภาพความเสียหายบ้านไฟไหม้ ที่หลงเหลือเพียงความทรงจำ

“ธิษะณา ชุณหะวัณ” สส.ก้าวไกล เปิดภาพความเสียหายบ้านไฟไหม้ หลงเหลือเพียงความทรงจำ ที่ไม่มีใครสามารถพรากไปได้

ความคืบหน้าไฟไหม้บ้าน “ธิษะณา ชุณหะวัณ” สส.พรรคก้าวไกล หลาน “ชาติชาย ชุณหะวัณ” ภายในซอยพหลโยธิน 5 (ซอยราชครู) ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท เมื่อคืนที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่ พฐ. ได้ทำการตรวจสอบที่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน ที่คาดว่าเป็นจุดต้นเพลิง ซึ่งถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด มีบางจฺดเหลือเพียงโครงเสา ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เพื่อหาสาเหตุ และประเมินความเสียหาย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ล่าสุด สส.แก้วตา โพสต์คลิปความยาว 35 วินาที ระบุข้อความว่า ภาพความทรงจำที่แก้วและน้องสาว โตมาในบ้านเรือนไทยหลังนี้ได้เหมือนเมื่อวาน

คุณแม่บอกว่าคุณปู่เคยจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้ แค่คุณพ่อไม่ยอม เพราะรักบ้านหลังนี้ที่แกสร้างเอง (ต่อเติมเรื่อยๆ) ภาพจำคือแก้วและน้องสาววิ่งเล่นรอบบ้านอย่างไร้เดียงสา เลี้ยงสุนัขตัวแรกที่นี่ชื่อจำปี

ความทรงจำเป็นเพียงสิ่งที่เหลืออยู่ในตอนนี้ และไม่มีใครสามารถพรากสิ่งนั้นไปจากฉันได้

อย่างน้อยห้องสมุดของพ่อแก้วไม่ได้เสียหาย นั่นคือความทรงจำและความรู้อันล้ำค่าของแก้วมาตั้งแต่เล็ก

\"สส.แก้วตา\" เปิดภาพความเสียหายบ้านไฟไหม้ ที่หลงเหลือเพียงความทรงจำ

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อู่ตะเภา ติดตาม เร่งรัดโครงการ EEC

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577721

23 มิ.ย. 2567

18:56 น.

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อู่ตะเภา ติดตาม เร่งรัดโครงการ EEC

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อู่ตะเภา ติดตาม เร่งรัดโครงการ EEC พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ แย้ม ข่าวดี Mega project รถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน

23 มิถุนายน 2567 เวลา 10.30 น. ที่สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หารือประเด็นปัญหาและการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่ EEC พร้อมติดตามพื้นที่ก่อสร้างโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

 โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า โครงการ EEC เป็น โปรเจกต์ใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ยอมรับว่ามีความล่าช้าบ้าง จะต้องลงมืออย่างเร่งด่วนเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรม ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

 รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการเชื่อมโยง 3 สนามบิน ซึ่งโครงการนี้ควรเร่งสร้างตั้งแต่ปี 2564 แต่ติดปัญหาโควิด ทำให้ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ และพฤติกรรมหลังโควิดผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้กระทบต่อตัวเลขวงเงินที่มีการทำสัญญาไว้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อรองให้เกิดความชอบธรรม 

พร้อมกันนี้นายกฯ ได้สอบถามถึงความคืบหน้าสัญญาของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินว่า ระยะเวลา ของสัญญาที่ต่อรองไว้ดำเนินการพูดคุยให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีได้หรือไม่ และกำชับขออย่าให้ปัญหาลุกลาม เพราะหากสร้างสนามบินเสร็จแล้วรถไฟยังไม่มาก็จะเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้นส่วนตัวเชื่อว่าหลายๆ ฝ่ายจะมีการพูดคุยกันได้ดี 

ทางด้านนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้รายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออกว่า ปัจจุบันมีความก้าวหน้าโดยเฉพาะงานด้านระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญๆ เช่น ระบบไฟฟ้าและน้ำเย็น ก่อสร้างแล้ว 26.42% ระบบบริการเติมเชื้อเพลิงอากาศยาน ก่อสร้างแล้ว 48.41% งานด้านประปาและบำบัดน้ำเสีย ก่อสร้างแล้ว 98.44% เป็นต้น 

ส่วนความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกที่ร่วมทุนกับภาคเอกชนขณะนี้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2567 เพื่อเริ่มก่อสร้างงานสำคัญๆ เช่น อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 อาคารเทียบเครื่องบินรอง และศูนย์ธุรกิจการค้า ซึ่งคาดว่าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ จะสามารถเปิดให้บริการในปี 2572 ซึ่งประมาณสิ้นเดือนกรกฎาคมจะมีข่าวดี 

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เรื่องของ 3 สนามบิน ขอให้มาพูดคุยและทำให้ทุกๆโครงการเดินหน้าได้ยืนยันว่าสนามบินอู่ตะเภาเป็น เมกะปรเจกต์ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย 

โดยเมื่อวานนี้ตนเองได้ลงพื้นที่ไปพัทยาและได้ดูเกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเรี่องการจัดมหกรรมคอนเสิร์ตต่างๆ รวมถึงเรื่องของเฟสติวัลต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอีก 4 บอร์ด ถ้าเกิดไม่มีสนามบินก็จะทำให้ลำบากมากขึ้น ส่วนบ่ายวันนี้ จะลงพื้นที่ติดตามเรื่องของไซต์งานต่างๆ ทั้งเรื่อง Formula One ซึ่งถือว่าเป็นโปรเจกต์ใหญ่ระดับโลก เพราะจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 100,000 คน เพราะฉะนั้นหากประเทศไทยมี โครงสร้างพื้นฐานมารองรับส่วนนี้ได้ จะทำให้เกิดความมั่นใจต่อนักท่องเที่ยว และจะส่งผลต่อการต่อยอดให้กับเศรษฐกิจที่จะพัฒนา

 เนื่องจากมีหลายมิติ ไม่ได้มีเพียงมิติขนส่งคน หรือขนสินค้า แต่มีความต่อเนื่องอีกมาก “สำหรับความคืบหน้าการลงทุนในพื้นที่ EEC ขณะนี้มีภาคเอกชนได้เข้ามาหารือกับ EEC และสนใจใช้สิทธิประโยชน์ตามประกาศสิทธิประโยชน์ฉบับใหม่อยู่กว่า 30 ราย วงเงินลงทุนรวมกว่า 2.1 แสนล้านบาท ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่ได้ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่EEC ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมการแพทย์ และสุขภาพ 

2.อุตสาหกรรมบริการ 

3.อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ 

4.อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 

5.อุตสาหกรรม BCG 

โดย EEC ได้ตั้งเป้าหมายดึงเม็ดเงินลงทุนจริงให้ได้ปีละ 1 แสนล้านบาท ต่อเนื่อง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2567 – 2571” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พิธา”อ้อนขอโอกาสให้ “อดีตรองนายกนิด” รับใช้คนอุดรฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577656

22 มิ.ย. 2567

21:56 น.

พิธา”อ้อนขอโอกาสให้ “อดีตรองนายกนิด” รับใช้คนอุดรฯ

“พิธา” อ้อนชาวอุดรฯ ขอโอกาสให้ “อดีตรองนายกนิด” มาเป็น “นายก อบจ.อุดรธานี” อยากให้แข่งขันด้วยความสามารถ ชี้ มีแนวโน้มก้าวไกลได้เข้าวิน

22 มิ.ย. 2567 นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงาน Policy Fest ครั้งที่ 2 ของพรรคก้าวไกล ที่เลือกมาจัดที่จังหวัด อุดรธานี ว่า เพื่อสื่อสารวาระการทำงานของพรรคก้าวไกลที่แบ่งเป็น 6 บิ๊กแบง ทั้งวาระเฉพาะหน้าในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เรื่องการศึกษา รวมถึงวาระเฉพาะกาล เช่น การปฏิรูปรัฐราชการ การทำให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ด้วยในการจัดครั้งแรกได้รับการตอบรับที่ดี จึงขยายออกมาอย่างภูมิภาคต่างๆ และเลือกที่แรกที่จังหวัด อุดรธานี

ส่วนเหตุผลที่เลือกจังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดแรก  เพราะต้องการจะยึดหัวหาดเมืองประชาธิปไตย สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.และเลือกตั้งทั่วไปหรือไม่ นายพิธา ปฏิเสธ พร้อมบอกว่า เราตั้งใจจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ว่าเป็นพื้นที่ที่มีแคนดิเดต นายก อบจ. ด้วย และเป็นการได้มาจัด Policy Fest ในภาคอีสานด้วย โดยในช่วงหลังจากนี้ก็จะเป็นเวลาของภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป ส่วนจะเป็นที่ใดต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองด้านยุทธศาสตร์และความพร้อมของทีมงานจังหวัด

เมื่อถามย้ำว่าในเชิงยุทธศาสตร์ หมายความว่าอุดรธานีมีโอกาสจะเป็นสีส้มในอนาคตใช่หรือไม่ นาย พิธา กล่าวว่า ในการเลือกตั้งปี 2560 พรรคอนาคตใหม่ได้ 140,000 คะแนน /ปี 2566 ได้ 220,000 คะแนน และระหว่างนั้นได้ผู้บริหารท้องถิ่นมาบ้าง แม้จะยังไม่เป็นอันดับหนึ่งและยังตามพรรคเพื่อไทยอยู่ แต่ในขณะเดียวกันถ้าดูในมุมมองของฝ่ายค้าน ทางพรรคก้าวไกลและพรรคไทยสร้างไทยก็มีโอกาสที่จะสู้กับพรรคอันดับหนึ่งตอนนี้ได้

ส่วนในตอนนี้ที่มีการลงพื้นที่ทั้งแกนนำของพรรคเพื่อไทยคนในตระกูลชินวัตร และแกนนำพรรคก้าวไกลเพื่อเตรียมความพร้อมศึก นายก อบจ. ในหลายจังหวัด ทำให้มีความกังวลผลในสนามท้องถิ่นหรือไม่ นาย พิธา กล่าวว่า ในมุมมองของเราการแข่งขันเป็นเรื่องดี แต่ขอให้การแข่งขันที่สร้างสรรค์ แข่งขันด้วยนโยบาย แข่งขันด้วยบุคลากร

คนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เช่น นายคณิศร ขุริรัง ว่าที่ผู้สมัคร นายก อบจ.อุดรธานี เมื่อครั้งเคยเป็นรองนายกฯ อบจ. ก็ดูแลเรื่องแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดมาก่อน อยากให้แข่งขันกันว่าแต่ละคนมีความสามารถอย่างไร แต่ตอนนี้พบว่ากลายเป็นการช่วงชิงเชิงเทคนิคหรือการไม่รักษาสัญญากันบ้าง แต่ตนไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจ ตนรู้สึกเฉยๆ เพราะคิดว่าประชาชนตื่นรู้และรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ส่วนในจังหวัดที่พรรคก้าวไกลกวาด สส.ยกจังหวัด เช่น  จ.สมุทรปราการ หรือ จ.นนทบุรี จะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. เมื่อไรนั้น นาย พิธา กล่าวว่า ในตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการคัดเลือก ย้ำว่า พรรคก้าวไกลเข้าใจว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน และไม่ประมาท อย่างการเลือก สส.มีเลือกตั้งข้ามเขตหรือเลือกตั้งล่วงหน้า แต่การเลือกตั้ง อบจ.เป็นการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 ใช้งบประมาณเยอะ และล้วนเป็นเงินภาษีของทุกท่าน และงบประมาณในบาง อบจ.สูงถึงหลักหมื่นล้าน จึงมีความสำคัญ และขอโอกาสนี้เชิญชวนให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อบจ. กันเยอะๆ

“และพรรคก้าวไกลเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ไม่ได้หมายความว่าหากมี สส.ยกจังหวัดแล้วจะต้องมีนายกอบจ. ตรงนี้เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นมากขนาดนั้น” นายพิธา กล่าว

สุดท้าย นาย พิธา แนะนำนายคณิศร ขุริรัง หรือ นิด ว่าที่ผู้สมัคร นายก อบจ.อุดรธานี พรรคก้าวไกล ว่า นายคณิศร เคยเป็นทนายความมาก่อน และสู้เพื่อชาวบ้าน ดูแลปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน เคยมีประสบการณ์เป็นรองนายกอบจ. ทำงานบริหารมาก่อนแล้ว เคยเว้นวรรคไปช่วงหนึ่ง และเป็นคนที่อยู่กับพวกเรามาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ทำงานพิสูจน์ตัวเองมาหลายครั้ง และอยู่กับทีมงานจังหวัดอุดรธานีจนพรรคมั่นใจ ว่าในเรื่องอุดมการณ์ ประสบการณ์ และประสิทธิภาพนั้น มีความพร้อม หากพี่น้องชาวอุดรฯ เลือกเขาวันนี้ พรุ่งนี้ก็ทำงานได้ทันที จะสามารถประสานงานกับ สส.อุดรธานี และ สส.ภาคอีสานได้อย่างดี และจะไม่ทำให้พี่น้องชาวอุดรธานีผิดหวัง

“พิธา” ชี้รัฐบาลควรแก้ปัญหาที่ทำกิน ก่อนแก้ กม.อสังหาฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577653

22 มิ.ย. 2567

20:53 น.

“พิธา” ชี้รัฐบาลควรแก้ปัญหาที่ทำกิน ก่อนแก้ กม.อสังหาฯ

“พิธา” สอนมวยรัฐบาล ชี้ควรลำดับความสำคัญของปัญหาให้ถูก เรื่องที่ดินทำกินต้องมาก่อน การแก้ กม.อสังหาฯ ดึงดูดนักลงทุน

22มิ.ย.2567 นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ภายหลังกล่าวปาฐกถาปิดงาน Policy Fest ในจังหวัดอุดรธานี ถึงการที่กระทรวงมหาดไทย เตรียมศึกษาแก้ไข กฎหมายอสังหาริมทรัพย์ ประเภทอาคารชุดของต่างด้าว จากเดิม 49% เป็น 75% ของห้องชุด และการเช่าที่ดินขยายเป็น 99 ปี ว่า คล้ายกับสิ่งที่เคยพูดคุยกันในสมัยรัฐบาลชุดก่อน ในความคิดของตน คิดถึงการเรียงลำดับความสำคัญว่า ปัญหาที่ดินทำกิน ของคนไทยเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นเวลานาน

“ถ้าเป็นเราก็คิดว่าน่าจะเรียงลำดับความสำคัญของที่ดินทำกิน เรื่องกรรมสิทธิ์ของคนไทยมาก่อน ถ้าเราทำได้ดี ทำได้อย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณเพียงพอ อาจจะอยากเริ่มคิดเรื่องแบบนี้ ในการดึงดูดการลงทุน โดยการทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ศูนย์กลางนานาชาติ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผมยังต้องปักธงในตอนนี้ เพียงแต่คิดว่าการเรียงลำดับความสำคัญก็น่าจะเป็นเรื่องการแก้ ปัญหาที่ดินทำกิน ที่ 3 ใน 4 ของคนไทยไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ก็ต้องอยู่ในที่ สปก.บ้าง เช่าเขาบ้าง ที่ราชพัสดุบ้าง” นาย พิธา กล่าว

ส่วนจะเป็นการเอื้อให้นายทุนอสังหาฯ หรือไม่ นาย พิธา กล่าวว่า ก็ต้องรอดูผลการศึกษาว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง อาจจะดีสำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ที่ตอนนี้อาจจะมีสต๊อกเยอะ ในขณะเดียวกัน ก็อาจจะทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นตาม สำหรับคนชนชั้นกลางที่อาจจะต้องอยู่ในคอนโด อาจจะต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้นไปด้วย ซึ่งต้องศึกษาข้อเท็จจริง พร้อมยกตัวอย่าง ฮ่องกง พอเปิดให้ชาวต่างชาติได้สิทธิ์มากขึ้น ทำให้ที่อยู่ของคนฮ่องกงกลายเป็นกรงนกเล็กๆ

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรกับรัฐบาลนี้หรือไม่ นาย พิธา กล่าวว่า ต้องรอบคอบและเอาคนไทยมาเป็นที่หนึ่ง แน่นอนว่าทรัพยากรมีจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลางบประมาณ ก็ขอให้เรียงลำดับความสำคัญกับพี่น้องคนไทยทั่วประเทศก่อน

สภาเห็นชอบ “ร่าง พ.ร.บ. งบฯ” ปี 2568 ในวาระแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577589

21 มิ.ย. 2567

22:37 น.

สภาเห็นชอบ "ร่าง พ.ร.บ. งบฯ" ปี 2568 ในวาระแรก

สภาเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 ในวาระแรก ด้าน “ภูมิธรรม” ขอบคุณ สส. ร่วมพิจารณา

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก 311 เสียง ต่อ 175 เสียง รับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 ในวาระแรก โดยที่ฝ่ายค้าน ลงมติไม่รับหลักการร่างงบประมาณฯ ดังกล่าว ภายหลังได้พิจารณา และอภิปรายกันมา 3 วัน 3 คืน พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการฯ ขึ้นมาชุดหนึ่ง จำนวน 72 คน เพื่อปรับแก้ก่อนเสนอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาอีกครั้ง ในวาระที่ 2 และ 3

โดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายสรุปภาพรวมการอภิปรายของฝ่ายค้านทั้งหมด ต่อร่างงบประมาณปี 2568 ของรัฐบาลฉบับนี้ โดยได้เสนอ 5 สิ่งเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน ได้แก่ แผนรายได้และแผนหนี้ของประเทศ, แผนการปฏิรูปภาษีอย่างเป็นธรรม, แผนการช่วยเหลือประชาชนที่งบประมาณไม่ครอบคลุม,  การเปิดเผยกระบวนการการพิจารณางบต่อสาธารณะ

และการปรับกระบวนการงบประมาณตามมาตรฐาน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD โดยจะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และคนชายขอบ ที่รัฐบาลได้มองข้ามไป เพราะตามกระบวนการกำหนดที่รัฐบาลจะต้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มคนครอบคลุม ไม่ Ignore ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

รวมถึงการต้องอธิบายความโปร่งใส การประกันคุณภาพการตรวจสอบงบประมาณ ซึ่ง OECD เขียนไว้ชัดเจน ที่ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ จะต้องไม่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบงบประมาณ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
 

นายพิธา ยังได้ทวงถามแผนการหารายได้ของรัฐบาล ที่จะนำมาใช้จ่ายในประเทศ โดยที่ไม่ต้องกู้มากขึ้น เนื่องจากรายได้ของรัฐบาลขณะนี้มีความผันผวน และสามารถเก็บได้น้อยลง แม้จะมีการคาดการณ์ว่า ในปีนี้ และปีหน้า จะสามารถเก็บได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยง ที่การจัดเก็บภาษีของรัฐบาล ที่จะไม่สามารถเก็บได้ตามเป้า ซึ่งในช่วงเดือน ต.ค. 2566 – เม.ย. 2567 รัฐบาลเก็บรายได้พลาดเป้าไปแล้ว 35,000 ล้านบาท

และกรมสรรพสามิต ที่ดูแลภาษีสิ้นเปลือง ก็ยังเก็บภาษีพลาดเป้าอีกกว่า 10,000 ล้านบาท จากนโยบายของรัฐเอง ทั้งการพยุงราคาน้ำมันดีเซล และสนับสนุนให้ประชาชนใช้รถอีวี จึงขอให้กระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บรายได้ เพื่อไม่ให้พลาดเป้า และมีรายได้เพียงพอสำหรับรายจ่าย เนื่องจาก การหารายได้ของรัฐบาล ยังไม่ทันต่อรายจ่ายของประเทศ ที่ทำให้อัตราการกู้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะรายได้ ไม่พอรายจ่าย

สภาเห็นชอบ \"ร่าง พ.ร.บ. งบฯ\" ปี 2568 ในวาระแรก

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี ขอบคุณที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ร่วมกันพิจารณาร่างงบประมาณฯ ฉบับนี้ ตามที่รัฐบาลเสนอ พร้อมยืนยันต่อที่ประชุมว่า ภายใต้วงเงินงบประมาณที่มีจำกัด รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศ

โดยการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเต็มศักยภาพ สร้างรายได้ให้ประชาชนและประเทศ ผ่านนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา และวิสัยทัศน์ Ignite Thailand มาเป็นแนวทางการบริหารงบประมาณ ในการพัฒนาและจัดสรรทรัพยากรประเทศให้บรรลุเป้าหมาย คำนึงและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีทุกคน รวมทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

สภาเห็นชอบ \"ร่าง พ.ร.บ. งบฯ\" ปี 2568 ในวาระแรก

นายภูมิธรรม ยังยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตต่าง ๆ ยกเว้นวาทกรรม และคำพูดจาถากถาง ด้อยค่า ที่หลุดลอดออกมาเป็นช่วง ๆ เพื่อไปพิจารณาต่อในคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ นำไปใช้ประกอบตรวจสอบรายละเอียดงบประมาณประเทศอย่างรอบครอบ เคร่งครัด ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยังได้รับทราบพระบรมราชโองการปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 18 – 21 มิ.ย. โดยจะมีการประชุมสภา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 3 ก.ค. ถึง 30 ต.ค. 2567 นี้