เจ้าแม่ กทม. ‘อุ๊งอิ๊ง’ ชิงรุกคุม ส.ก. ‘เจ๊แจ๋น’ ถอยหลังสิ้นหัวโขน รมต.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573926

01 พ.ค. 2567

17:45 น.

เจ้าแม่ กทม. ‘อุ๊งอิ๊ง’ ชิงรุกคุม ส.ก. ‘เจ๊แจ๋น’ ถอยหลังสิ้นหัวโขน รมต.

‘เพื่อไทย’ จัดทัพเมืองหลวง ‘อุ๊งอิ๊ง’ รับบทเจ้าแม่ กทม.ตัวจริง แทนเจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร หลังถูกปรับพ้นรัฐมนตรี ปิดฉากฉายา มาด

จัดทัพเมืองหลวง อุ๊งอิ๊ง ขยับคุม ส.ก.แทน เจ๊แจ๋น หลังถูกปรับพ้นรัฐมนตรี ถูกยึดพื้นที่การเมือง ปิดฉากฉายามาดามนครบาล  2 ปีเศษ เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร นำทัพเมืองหลวง เลือกตั้ง ส.ก.สอบผ่าน แต่เลือกตั้ง สส.พ่ายยับ แถมเป็น รมต.ไม่เข้าตานายกฯในทำเนียบ

ควันหลงหลังปรับ ครม.เศรษฐา 2 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงนามคำสั่งพรรคเพื่อไทย แต่งตั้งคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)     ในคำสั่งดังกล่าว อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร นั่งประธานกรรมการ จักรพงษ์ แสงมณี รองประธานกรรมการ โดยมีกรรมการประกอบด้วย พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ,ดนุพร ปุณณกันต์, ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ และ พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ 

แม้จะเป็นเรื่อง ส.ก. แต่ก็รู้ว่า ส.ก.ของพรรคเพื่อไทย ล้วนยึดโยงกับฐานเสียง สส.กทม. และอดีต สส.กทม. ซึ่งเดิมที เจ๊แจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด เคยเป็น ผอ.เลือกตั้ง ส.ก. และ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย

การปรับเปลี่ยนในสนาม กทม. ทำให้มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์มากมาย เนื่องจาก เจ๊แจ๋น-พวงเพ็ชร์ ชุนละเอียด เพิ่งถูกปรับออกจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

มิหนำซ้ำ ในบอร์ดทัพ ส.ก.เพื่อไทย จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯคนใหม่ ขยับมาเป็นรองประธานกรรมการ

ว่ากันว่า นับแต่มีกระแสข่าวเจ๊แจ๋น จะหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีสำนักนายกฯ ก็เห็นภาพข่าวเจ๊แจ๋น พามดดำ คชาภา ไปรดน้ำขอพรทักษิณถึงเชียงใหม่ แต่สุดท้ายก็ถูกปรับพ้น ครม.จนได้

ตอนจัดตั้งรัฐบาลเศรษฐา เจ๊แจ๋นนำทัพเลือกตั้ง กทม. ได้ สส.มาคนเดียว แต่ได้เป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ จึงถูกมองว่าเป็นเรื่องต่างตอบแทน ด้วยการสนับสนุนของอดีตนายกฯหญิง ที่อยู่แดนไกล

สาเหตุที่เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร ถูกปลดจากรัฐมนตรี มีข่าวว่า สไตล์การทำงานพวงเพ็ชร ไม่เข้าตาไม่ถูกใจนายกฯในทำเนียบ แม้จะมีนายกฯนอกทำเนียบคอยหนุนหลัง ก็ยังไม่รอด

สไตล์ใจถึงพึ่งได้แบบเจ๊แจ๋น อาจไม่เหมาะกับสมรภูมิเมืองหลวงสไตล์ใจถึงพึ่งได้แบบเจ๊แจ๋น อาจไม่เหมาะกับสมรภูมิเมืองหลวง

เจ๊ใหญ่สไตล์ใจถึงพึ่งได้

จะว่าไปแล้ว เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร เป็นนักการเมืองสไตล์บ้านใหญ่ ใจถึงพึ่งได้ ถนัดงานดีลเบื้องหลังเหมือนสมัยจัดตั้งพรรคไทยรักษาชาติ ไม่ใช่นักคิด-นักยุทธศาสตร์ บังเอิญว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองหลวง ได้ลาออกไปตั้งพรรคไทยสร้างไทย ทำให้พรรคเพื่อไทยขาดคนคุมทัพเมืองหลวง


ด้วยแรงหนุนจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงทำให้เจ๊แจ๋น ได้รับตำแหน่ง ผอ.เลือกตั้ง ส.ก.ของเพื่อไทย เมื่อปี 2565 จึงเป็นที่มาของฉายา มาดามเมืองหลวงหรือมาดามนครบาล โชคดีผลการเลือกตั้ง ส.ก.เพื่อไทยได้ 20 ที่นั่ง และพรรคก้าวไกลได้ 14 ที่นั่ง เจ๊แจ๋นจึงสอบผ่าน และได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผอ.เลือกตั้ง สส.กทม.ปี 2566 

สำหรับเลือกตั้ง สส.กทม.ปีที่แล้ว เจ๊แจ๋น กลายเป็นแพะรับบาป เมื่อเพื่อไทยพ่ายก้าวไกล 32 เขต เหลือเพียงเขตเดียวคือ เขต 20 เขตลาด กระบัง สส.อิ่ม-ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้รับเลือกเป็น สส.
 

แม่ทัพผิดสังเวียน

จริงๆแล้ว การที่เพื่อไทยเลือก เจ๊แจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นแม่ทัพเมืองหลวง อาจจะผิดฝาผิดตัวมาแต่แรกแล้วก็ได้ เนื่องจากเจ๊แจ๋น แจ้งเกิดทางการเมืองครั้งแรกที่ อ.ภูเรือ จ.เลย ได้รับเลือกเป็น ส.อบจ.เลย และกลายเป็นขวัญใจชาวภูเรือ

การเลือกตั้ง 2539 พวงเพ็ชร ตัดสินใจสมัคร สส.เลย พรรคชาติพัฒนา และได้รับเลือกเป็น สส.เลย ด้วยการทุ่มทรัพยากรอย่างเต็มที่ เจ๊แจ๋นจึงถูกจัดให้เป็นนักการเมืองบ้านใหญ่ใจถึงพึ่งได้

โดยส่วนตัว เจ๊แจ๋นยังขึ้นชื่อว่าเป็นสายมูตัวแม่ มักเปิดบ้านพักบ้านพักภายในหมู่บ้านสวนบางเขน ซอยวิภาวดี 60 ให้คนใกล้ชิดทั้งนักธุรกิจ ดารา เซเลบ และนักการเมือง มาทำพิธีรับส่งพระราหูอยู่เป็นประจำในทุกวันพุธ 

ดังนั้น อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คงประเมินอย่างรอบด้านแล้ว จึงต้องเข้ามารับบทแม่ทัพเมืองหลวง วางยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อสู้ในสมรภูมิที่ชี้ขาดด้วยกระแส ไม่ใช่กระสุน

‘ก้าวไกล’ ชูถามสิทธิลาคลอด 180 วัน – ขึ้นค่าแรงได้กี่โมง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573919

01 พ.ค. 2567

15:52 น.

'ก้าวไกล' ชูถามสิทธิลาคลอด 180 วัน - ขึ้นค่าแรงได้กี่โมง

‘ก้าวไกล’ ชูสิทธิลาคลอด 180 วัน-จี้ถามรัฐบาลชัดเจนเรื่องขึ้นค่าแรง ย้ำไทยไม่สามารถแข่งขันได้ด้วยการกดค่าแรง

ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค

หนึ่งในกิจกรรมวันแรงงาน นั่นคือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และการรวมตัวของกลุ่มผู้ใช้แรงงานเพื่อเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานของกลุ่มแรงงาน อย่าง สส.พรรคก้าวไกลที่ นำโดย นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค เซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ ได้ร่วมเดินขบวนเนื่องในวันแรงงานสากล 1 พฤษภาคม โดยมีผู้ร่วมขบวนเป็นกลุ่มประชาชนเครือข่ายผู้ใช้แรงงานมาร่วมเดินขบวนอย่างคึกคัก 

'ก้าวไกล' ชูถามสิทธิลาคลอด 180 วัน - ขึ้นค่าแรงได้กี่โมง

โดยตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บริเวณหน้าเวทีมวยราชดำเนิน ถ.ราชดำเนินนอก ไปยังลานคนเมือง ระหว่างทางมีการแจกแผ่นพับใบปลิวรณรงค์ร่างกฎหมายแรงงานของพรรคก้าวไกล ทั้งร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ลาคลอด 180 วัน พ่อแม่แบ่งกันได้) ที่ขณะนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการ และร่าง พ.ร.บ. สหภาพแรงงาน ที่ยื่นเข้าสภาฯ แล้ว เพื่อรับรองสิทธิการรวมตัวและเจรจาต่อรองของแรงงาน สอดคล้องหลักสากลในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 คาดว่าจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเว็บไซต์ของรัฐสภาเร็วๆ นี้
.
นายชัยธวัช ตั้งคำถามรัฐบาลถึงข้อเรียกร้องของพี่น้องผู้ใช้แรงงานหลังจากเฝ้ารอคอยมานานหลายเดือน  ทั้งเรื่องสวัสดิการแรงงานและการปรับขึ้นค่าแรง เมื่อไหร่จะมีความชัดเจน และถ้าขึ้นค่าแรงจริงๆ จะเป็นเท่าไร ถ้าเป็น 400 บาทจะเป็น 400 บาทแบบมีดอกจันเงื่อนไขหรือไม่

และต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ที่มีการขึ้นค่าแรงเพียงบางส่วนบางพื้นที่เท่านั้น  เรื่องนี้จึงถือเป็นความกล้าหาญของรัฐบาลด้วย ที่ผ่านมาค่าครองชีพขึ้นเร็วมาก แต่ค่าแรงไม่ปรับตาม ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ


ส่วนที่มีความกังวลว่าการขึ้นค่าแรงจะกระทบผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กนั้น นายชัยธวัช มองว่ารัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยเหลือออกมาควบคู่กัน เพราะวันนี้เศรษฐกิจไทยไม่สามารถแข่งขันได้ด้วยการกดค่าแรงให้ถูก แต่ทิศทางที่ควรเป็นคือแข่งขันด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิต ทักษะแรงงาน และการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก จึงหวังว่ารัฐบาลจะมีความชัดเจนมากกว่านี้

แจกแผ่นพับใบปลิวรณรงค์ร่างกฎหมายแรงงานของพรรคก้าวไกลแจกแผ่นพับใบปลิวรณรงค์ร่างกฎหมายแรงงานของพรรคก้าวไกล

สำหรับร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของสภาฯ คือกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือสิทธิลาคลอด 180 วัน จะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นหรือสร้างแรงจูงใจให้คนทำงานกล้ามีลูก เพราะถ้าค่าแรงไม่ขึ้น สวัสดิการเรื่องการลาคลอดไม่มีหรือมีไม่เพียงพอ คนก็ไม่กล้ามีลูก

และกฎหมายอีกฉบับคือร่างกฎหมายสหภาพแรงงาน ซึ่งเราเสนอเพื่อทดแทนกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ที่ประกาศใช้กันมาเป็นสิบปีและไม่ทันต่อสถานการณ์ เพื่อรับรองสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองของแรงงานให้มากขึ้น เพิ่มกลไกในการแสวงหาความร่วมมือที่มีความเป็นธรรมระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง

นายชัยธวัช เน้นย้ำว่านี่คือ 2 ร่างกฎหมายที่เราหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายทุกพรรคการเมืองเพื่อยกระดับสิทธิ์ของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน

‘มาริษ’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่ ทำงานได้ ไม่ต้องควบ รองนายกฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573916

01 พ.ค. 2567

14:40 น.

‘มาริษ’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่ ทำงานได้ ไม่ต้องควบ รองนายกฯ

‘มาริษ’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่ ทำงานได้ ไม่ต้องควบ รองนายกฯ ไม่หนักใจรับลูกต่อ ‘ปานปรีย์’ มีประสบการณ์นักการทูตหลายประเทศ

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ โดยที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่า สำหรับตนเองแล้ว ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีไม่มีความจำเป็น เพราะตนเองสามารถทำงานได้ไม่มีข้อจำกัด พร้อมเปิดเผยว่า ตนเองไม่หนักใจที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่อจากนายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีผลงานเป็นที่ชื่นชม และมั่นใจว่า ตนเองก็เคยเป็นเอกอัครราชทูตมาหลายประเทศ และเป็นลูกหม้อของกระทรวงการต่างประเทศมาก่อนเช่นกัน จึงไม่หนักใจใด ๆ 

ส่วนนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายงานใด ๆ ให้แล้วหรือไม่นั้น นายมาริษ ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการมอบหมายงานใด ๆ เนื่องจาก ยังไม่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน 

ส่วนได้มีการพูดคุยกับนายปานปรีย์ ในฐานะที่เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับนายปานปรีย์มาก่อนหรือไม่นั้น นายมาริษ ยอมรับว่า ได้มีการพูดกัน แต่ไม่ได้พูดคุยกันถึงเรื่องงาน ซึ่งนายปานปรีย์ ได้ฝากสานงานต่อ แต่ตนเองยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากยังไม่ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ 

นายมาริษ ยังปฏิเสธที่จะชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ตนเองนั้น มีความสนิทสนมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมาก่อน 

นายกฯ ย้ำ แรงงานไทย ค่าแรงต้องเป็นธรรม ไม่ลืมคำสัญญา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573913

01 พ.ค. 2567

14:18 น.

นายกฯ ย้ำ แรงงานไทย ค่าแรงต้องเป็นธรรม ไม่ลืมคำสัญญา

นายกฯ โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ก ไม่ลืมคำสัญญา แรงงานไทย ค่าแรงต้องเป็นธรรม ควบคู่พัฒนาทักษาฝีมือแรงงาน ลดรายจ่าย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ก เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติว่า แรงงานไทยต้องมีเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำที่เป็นธรรม เพียงพอที่จะดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มีความปลอดภัยในการทำงาน เข้าถึงระบบสวัสดิการได้อย่างเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีครับ

รัฐบาลพยายามที่จะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการสร้างงาน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ ฝีมือ ของแรงงานไทยให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ วิสัยทัศน์รัฐบาลที่วางไว้ ต้องอาศัยพี่น้องแรงงานทุกท่านช่วยขับเคลื่อนครับ 

หยาดเหงื่อของพี่น้องแรงงาน เป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศ ผมไม่ลืมคำมั่นสัญญาที่จะยกระดับเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำ ลดรายจ่าย เพิ่มเงินในกระเป๋า เพราะเข้าใจถึงความลำบากของทุกท่านที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตที่ดีขึ้นครับ

นายกฯ ย้ำ แรงงานไทย ค่าแรงต้องเป็นธรรม ไม่ลืมคำสัญญา

เศรษฐาเอฟเฟกต์ ‘ชลน่าน’ สะเทือน ‘หมอก้อย’ ลมใต้ปีกบอบช้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573903

01 พ.ค. 2567

12:20 น.

เศรษฐาเอฟเฟกต์ ‘ชลน่าน’ สะเทือน ‘หมอก้อย’ ลมใต้ปีกบอบช้ำ

รู้จักตัวจริง หมอก้อย นวลสกุล บำรุงพงษ์ แอดมินเพจหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า ลมใต้ปีก สส.นกแล ประมุขเพื่อไทย และเสนาบดี สธ.

หมอก้อย คู่ชีวิตหมอชลน่าน แอดมินเพจหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่าหมอก้อย คู่ชีวิตหมอชลน่าน แอดมินเพจหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า

เอฟเฟกต์เศรษฐา 2 ชลน่าน เคียงข้างลมใต้ปีก หมอก้อย ถอดหัวโขนเสนาบดี ปิ๊กน่านบ้านเฮาศักดิ์ศรี สส.หน่วยกล้าตายเหลืออะไร

รู้จักตัวจริง ‘หมอก้อย’ แอดมินเพจหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า ผู้อยู่เบื้องหลัง สส.นกแล ประมุขเพื่อไทย และเสนาบดีสาธารณสุข ปฏิกิริยาจากการปรับ ครม.เศรษฐา 2 ในพรรคเพื่อไทยรุนแรงเกิดคาด เฉพาะกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว        ถูกปรับพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นับแต่เย็นวันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย.2567 คนในพรรคเพื่อไทยติดต่อ ‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ ไม่ได้ แต่ก็มีความเคลื่อนไหวผ่านเพจเฟซบุ๊คหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า สื่อสารผ่านบทกลอน ‘ชลน่านพลีชีพโดดเดี่ยวโดนกระทืบ’ เหล่าเอฟซีหมอน่านทราบดีว่า แอดมินเพจนี้คือ หมอก้อย-พญ.นวลสกุล บำรุงพงษ์ ภรรยาหมอชลน่าน ที่มีฉายา ‘หมอนิเทศศาสตร์’

ทำไมหมอชลน่านจึงถูกปลดจากตำแหน่ง ในแถลงการณ์ชมรมแพทย์ชนบท พูดไว้ชัดเจนคือ หมอชลน่านคุมข้าราชการไม่อยู่ ระดับบิ๊กยังอืดไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ บิ๊กข้าราชการก๊กใหญ่ เสี้ยมและใช้รัฐมนตรีเป็นเครื่องมือคุกคาม สปสช. หวังวางระบบประกันสุขภาพที่ สธ.เป็นใหญ่ ทำให้ 30 บาทรักษาทุกที่ ไปได้ลำบาก

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หรือ ‘หมอไหล่’ เรียนจบคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเวียงสา อ.เวียงสา จ.น่าน และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว อำเภอปัว จ.น่าน หมอชลน่านเป็นหมอบ้านนอก ไม่ใช่หมอชนบทหรือชมรมแพทย์ชนบท วิธีคิดและทัศนคติ จึงใกล้เคียงกลุ่มหมอเมือง มากกว่าหมอชนบท เหนืออื่นใด หมอชลน่าน มีภรรยาคือ หมอก้อย พ.ญ.นวลสกุล บํารุงพงษ์ เป็นลมใต้ปีกเหล็กอุ้มหมอบ้านนอก เป็น สส.น่าน มา 6 สมัย พลันที่ได้รับตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข หมอชลน่านแต่งตั้งหมอก้อย เป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ตามมาด้วยดราม่าในโซเชียลเรื่องตั้งเมียเป็นที่ปรึกษา

ลมใต้ปีกบอบช้ำ

ช่วงปีใหม่ 2567 หมอก้อย คงตระหนักถึงแรงกระแทกในตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข จึงสื่อสารผ่านเพจนวลสกุล บำรุงพงษ์ ว่า‘หมอก้อย เป็นเพียงเบื้องหลัง…ส่วนการเป็นผู้นำผู้สั่งการผู้บริหารนั้นคือภารกิจของท่าน รมว. งานของที่ปรึกษาฯพี่ก้อย จะทำตามที่พี่ๆน้องๆ สาธารณสุข ขอคำปรึกษาหารือในโครงการต่างๆมา และท่าน รมว.มอบหมาย เท่านั้น’

ผ่านมาถึงปลายเดือน กพ.2567 เริ่มมีกระแสข่าว ปรับ ครม.เศรษฐา และมีชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ติดโผถูกปรับออกด้วย หมอก้อย จึงโพสต์เฟซบุ๊คส่งสัญญาณทำนองว่า ทุกข์หรือสุขเราสู้ไปด้วยกันตลอด  ‘บางช่วงผู้คนก่นด่าตามกระแสโซเชียลซ้ำๆ เพราะไม่ยอมเปิดใจรับรู้ แต่สักวันหนึ่งจะมีคนได้รับรู้ในสิ่งที่เราสองคนตั้งใจทำ ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่ออุดมการณ์ของเรา’

ต้นทุนหมอนิเทศศาสตร์

ถ้าติดตามเพจ นวลสกุล บำรุงพงษ์ , หมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า และไป๊น่าน ชลน่าน FC ช่วยงานสามีแพร้บ จะรู้ว่า หมอก้อยเป็นแอดมินเพจเหล่านี้ พ.ญ.นวลสกุล บำรุงพงษ์ จะบอกเล่าเรื่องราวการทำงานในอดีตอย่างละเอียด เป็นชาวสระบุรี จบคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ไปรับราชการที่บ้านเกิด เป็น ผอ.รพ.มวกเหล็ก และ ผอ.รพ.วังม่วง จ.สระบุรี

มุมหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ หมอก้อย ระหว่างเป็นแพทย์โรงพยา บาลชุมชน ได้รับรางวัลเกี่ยวกับการสื่อสารและการผลิตสื่อ จนได้รับสมญานาม หมอนิเทศศาสตร์ หมอก้อย วัย 28 ปี จึงได้รับแต่งตั้งทำหน้าที่ ผอ.สำนักงานสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข นี่คือต้นทุนการทำงานด้านสื่อ ในช่วงหมอชลน่านเป็น รมว.สาธารณสุข

ปี 2534 หมอก้อย ในตำแหน่ง ผอ.สำนักงานสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข มีโอกาสได้ติดตามทำงานของหมอหงวน-นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้ริเริ่มโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค  ในวันที่รับตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.สธ. หมอก้อยจึงเขียนไว้ในเฟซบุ๊คว่า ‘ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้กลับเข้ามาสู่ #30บาทรักษาทุกที่ ในวันนี้’

หมอชลน่านหายไปไหน อนาคตทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ไม่เพียงแต่เอฟซีเพื่อไทยอยากรู้ แม้แต่ผู้ถืออำนาจตัวจริง คงเฝ้าติดตามอยู่เหมือนกัน

‘พรรคก้าวไกล’ ขอขยายเวลาชี้แจงคดียุบพรรคอีก 30 วัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573902

01 พ.ค. 2567

12:02 น.

‘พรรคก้าวไกล’ ขอขยายเวลาชี้แจงคดียุบพรรคอีก 30 วัน

‘พรรคก้าวไกล’ ขอขยายเวลาชี้แจงคดียุบพรรคอีก 30 วัน หวังศาลรัฐธรรมนูญอนุมัติ เพราะเป็นคดีที่มีรายละเอียดเยอะ มีโทษร้ายแรง

นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ (30 เม.ย.) มีการประชุม สส.พรรคก้าวไกล อัพเดทสถานการณ์เกี่ยวกับคดียุบพรรค โดยได้แจ้ง สส. ให้ทราบว่า มีการยื่นขอขยายเวลาในการส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา รอบสองอีก 30 วัน หลังจากที่ศาลอนุมัติและจะครบกำหนดในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ โดยคาดหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาอนุมัติการขอขยายเวลาส่งคำชี้แจง โดยอ้างอิงเหตุผลว่า ช่วงที่ผ่านมาการส่งคำชี้แจงมีความจำเป็นต้องลงรายละเอียดเยอะ ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการต่อสู้คดี ซึ่งโทษร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรคการเมือง และตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรค

ช่วงเวลาที่ผ่านมาตามกรอบเวลาของศาล ช่วงเวลา 30 วัน ไม่เพียงพอในการแสวงหาข้อเท็จจริง รวมถึงการขอความร่วมมือที่จะขอมาให้เป็นพยาน หวังว่าวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาตามคำร้องของเรา หากศาลรัฐธรรมนูญไม่อนุมัติให้ขยายเวลาส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในรอบสอง จะถือว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้รับโอกาสให้ได้ต่อสู้คดีที่มีความร้ายแรงขนาดนี้อย่างเต็มที่ 

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังเปิดเผยว่า มีการพูดคุยกันเรื่องท่าทีตอบคำถามการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยที่ประชุม สส. เห็นตรงกันว่า ต้องการให้รัฐบาลทบทวนคำถามทำประชามติ ให้เป็นคำถามที่กว้างที่สุด ง่ายมีความชัดเจน ไม่ใช่คำถามที่ซ้อนคำถาม เช่นถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ว่าเป็นคำถามที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การทำประชามติ ที่ดี เข้าใจง่ายชัดเจน และจะเป็นคำถามที่จะทำให้ประชาชนที่เห็นด้วยกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รวมเสียงอย่างเป็นเอกภาพมากที่สุด และทำให้แนวโน้มประชามติผ่านได้ และหากไม่มีการปรับคำถามประชามติทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและทำให้การทำประชามติตกไปในรอบแรกก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าประชามติไม่ผ่านตามอย่างที่คาดหวังไว้

ส่วนเรื่องการมี ส.ส.ร. หรือมีโครงสร้างอย่างไร เนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับฉบับใหม่ควรมีข้อจำกัดอย่างไรหรือไม่ สามารถนำไปกำหนดในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของแต่ละภาคการเมืองได้ 

นอกจากนี้ยังกล่าวย้ำในการเร่งพิจารณาร่างกฏหมายประชามติฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งหากสามารถแก้ไขได้ทันก่อนการทำประชามติครั้งแรกก็จะเป็นเรื่องที่ดี และพรรคฝ่ายค้านพร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งมีร่างกฏหมายของพรรคก้าวไกลเสนอไปแล้ว แต่ฝั่งรัฐบาลยังไม่มีการยื่นร่างกฎหมายประชามติหวังรัฐบาลจะยื่นโดยเร็วหรือเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาในวาระที่หนึ่ง 

‘ธนวัช’ บี้ นายกฯ เร่งจัดงบกลาง ปี 67 แก้ภัยแล้งกระบี่ เร่งด่วน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573901

01 พ.ค. 2567

11:53 น.

‘ธนวัช’ บี้ นายกฯ เร่งจัดงบกลาง ปี 67 แก้ภัยแล้งกระบี่ เร่งด่วน

วิกฤตน้ำแล้งกระบี่ ประปาฯ จ่ายน้ำสลับพื้นที่ 3 สัปดาห์ติด หลังฝนหลวงยังไม่ได้ผล ‘ธนวัช’ ทนไม่ไหว บี้ นายกฯ เร่งจัดงบกลาง ปี 67 จัดหา – ติดตั้งระบบผลิตน้ำประปา แก้ภัยแล้งด่วน

นายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้ประกอบการธุรกิจ จังหวัดกระบี่ กล่าวถึงวิกฤตภัยแล้งในจังหวัดกระบี่ว่า จนถึงขณะนี้สถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลาย แม้จะมีปฏิบัติการทำฝนหลวง แต่ก็ได้ผลในบางพื้นที่ ฝนยังไม่ตกในบริเวณพื้นที่รับน้ำ ทำให้ขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา โดยการประปาส่วนภูมิภาคสาขากระบี่ได้ประกาศจ่ายน้ำประปาสลับพื้นที่อีกครั้ง โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน ยาวไปถึงวันที่ 6 พฤษภาคม  ปัญหาที่เกิดขึ้นตอกย้ำว่ากระบี่ต้องเร่งกำหนดแผนลงทุนปรับปรุงพัฒนาศักยภาพแหล่งน้ำโดยด่วน เพราะกระบี่มีแต่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศราวแสนล้านบาท แต่ตอนนี้เริ่มมีคนโทรศัพท์มาถามแล้วว่า มากระบี่จะมีน้ำอาบหรือไม่ หากยิ่งปล่อยไว้นานก็จะยิ่งกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด

“ผมย้ำอีกครั้งว่า นายกฯจะต้องจัดงบฯ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าทันที เพราะภัยแล้งไม่ได้กระทบเฉพาะน้ำอุปโภค บริโภคของประชาชนเท่านั้น แต่ยังกระทบภาพลักษน์การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าเศรษฐกิจปีละกว่าแสนล้านบาท รวมถึงกระทบพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดกระบี่ด้วย ทั้งปาล์มน้ำมัน ยางพารา ทุเรียน GI และพืชเศรษฐกิจตัวอื่นๆ การตื่นตัวของผู้บริหารในการแก้ปัญหาน้อยมาก กระบี่แล้งมาเดือนกว่าแล้ว จังหวัดกระบี่เพิ่งเรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและมีอบจ. ด้วย เมื่อวานนี้ (30 เม.ย.) สะท้อนขาดความใส่ใจ ไร้ความกล้าหาญ ขณะที่ อบจ.กระบี่ อ้างแต่กลัวผิดข้อกฎหมาย ปล่อยประชาชนเดือดร้อน”

ระดับบ่อน้ำประปา จังหวัดกระบี่ระดับบ่อน้ำประปา จังหวัดกระบี่

ระดับบ่อน้ำประปา จังหวัดกระบี่ระดับบ่อน้ำประปา จังหวัดกระบี่

นายธนวัช กล่าวต่อว่า มีงบประมาณที่นายกฯ ควรอนุมัติเร่งด่วนมาก่อน คือ งบกลางปี 2567 ที่การประปาฯ ขอไป 6,259,000 บาทเพื่อจัดหาและติดตั้งระบบผลิตน้ำประปาขนาด 20 ลบ.ม./ชม. จำนวนสามชุด เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งเร่งด่วน สถานีผลิต-จ่ายน้ำหนองทะเล เพื่อลดการจ่ายน้ำจากสถานีผลิตน้ำตลาดเก่า ซึ่งใช้น้ำดิบจากคลองกระบี่ใหญ่ไปพื้นที่ ต.อ่าวนาง และ ต.หนองทะเล และอีกหนึ่งโครงการที่ การประปาฯ มีการของบฯ ไปตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วเรื่องยังเงียบ ทั้งที่สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต คือ การเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนด้วยการวางท่อน้ำดิบรับน้ำจากปลายท่อชลประทานเดิมในคลองกระบี่ใหญ่ งบประมาณ 13 ล้านบาท แบบแปลนเสร็จหมดแล้ว รองบประมาณอย่างเดียว ถ้าส่วนกลางยังล่าช้า อบจ.กระบี่ต้องเร่งประสาน  สส.กระบี่ทั้งหมด ต้องช่วยกันออกแรงผลักดัน  หากเขาจัดงบฯ ไม่ทัน ต้องดูข้อกฎหมายขอให้เขาร้องขอมา เพื่อให้ อบจ.กระบี่จัดงบฯ ดำเนินการได้หรือไม่ เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ควรรออย่างไร้อนาคต

‘ทักษิณ’ โผล่ชิลๆ ที่ ป่าตอง ขบวนอย่างกับนายกฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573897

01 พ.ค. 2567

11:24 น.

‘ทักษิณ’ โผล่ชิลๆ ที่ ป่าตอง ขบวนอย่างกับนายกฯ

เพจข้อมูลภูเก็ต ลงภาพ ‘ทักษิณ’ เดินป่าตอง ภูเก็ต ‘สุวัจน์’ นำทีมพาเที่ยว คนล้อมหน้าหลัง รักษาความปลอดภัยเข้ม อย่างกับนายกฯ ตัวจริง

เพจศูนย์ข้อมูลภูเก็ต เผยแพร่ภาพ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้ป่วยชั้น 14 เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต แวะเดินดูบรรยากาศที่ซอยบางลา ป่าตอง และยังเผยแพร่ภาพพร้อมข้อความที่นายทักษิณ ถ่ายภาพร่วมกับนักท่องเที่ยวในป่าตองว่า ตัวจริงเสียงจริง อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ใช้เวลาว่างหลังปรับคณะรัฐมนตรีเสร็จ เดินทางมาพักผ่อนที่ภูเก็ต ชมบรรยากาศซอยบางลา หาดป่าตอง 

ทั้งนี้ ภายในภาพที่มีการเผยแพร่ยังปรากฏ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนาด้วย โดยมีผู้เห็น นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มาร่วมขอถ่ายภาพด้วยกันอย่างเป็นกันเอง 

‘พรรคก้าวไกล’ เดินขบวนวันแรงงาน ทวงถาม ขึ้นค่าแรง 400 บาท จะได้กี่โมง ?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573896

01 พ.ค. 2567

11:18 น.

‘พรรคก้าวไกล’ เดินขบวนวันแรงงาน ทวงถาม ขึ้นค่าแรง 400 บาท จะได้กี่โมง ?

‘พรรคก้าวไกล’ เดินขบวนวันแรงงาน ทวงถาม ขึ้นค่าแรง 400 บาท จะได้กี่โมง ? ค่าครองชีพขึ้นต่อเนื่องเป็น 10 ปี แต่ค่าแรงไม่เคยขึ้น

พรรคก้าวไกล นำโดย นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ปีกแรงงาน นำสหภาพแรงงานพรรคก้าวไกล ร่วมเดินขบวนวันแรงงานแห่งชาติ แสดงพลังเรียกร้องสิทธิและสวัสดิการของผู้ใช้แรงงาน ตั้งแต่ แยก จปร. ถนนราชดำเดินนอก มายังลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ร่วมยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อต่อรัฐบาลร่วมกับคณะผู้จัดงานของผู้ใช้แรงงาน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน 

ช่วงหนึ่งบนรถขยายเสียง ระหว่างเคลื่อนขบวน นายชัยธวัช ปราศรัยด้วยคำถามว่า “รัฐบาลขึ้นค่าแรงกี่โมง” และกล่าวถึงการปรับขึ้นค่าแรงของรัฐบาลว่า รัฐบาลน่าจะมีคำตอบชัดเจนเรื่องการปรับขึ้นค่าแรง เพราะรอคอยรัฐบาลมา 7 – 8 เดือนแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีความชัดเจน มีแต่โยนก้อนหินถามทางไปเรื่อยๆ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าวันนี้จะมีของขวัญในการประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ แต่ล่าสุดรัฐมนตรีก็ออกมาปฏิเสธข่าว และดูเหมือนว่าจะยังไม่มีความชัดเจนแน่นอน ซึ่งสิ่งที่พี่น้องแรงงานกังวลคือปรับขึ้นค่าแรงจะเท่าไรกันแน่ จะ 400 บาทแบบมีเงื่อนไขหรือไม่ เพราะการปรับขึ้นค่าแรง 400 บาท บางส่วนนั้น โดยเฉพาะพื้นที่โรงแรม ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร และทำให้ผู้ใช้แรงงานผิดหวัง กว่า 10 ปีที่ค่าครองชีพขึ้นเร็วมาก แต่ค่าแรงไม่ขึ้นตาม

นายชัยธวัช เปิดเผยด้วยว่า ร่างกฎหมายที่พรรคก้าวไกลผลักดันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว มีเนื้อหาเพิ่มวันลาคลอด 180 วัน เชื่อว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านและรัฐบาล น่าจะผลักดันให้ร่างกฎหมายนี้ ผ่านสภาได้  ส่วนร่างกฎหมายอีกฉบับที่ยื่นต่อสภาฯ แล้วคือ ร่างกฎหมายสหภาพแรงงาน เพื่อทดแทนกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ที่ประกาศใช้มากว่า 10 ปีแล้ว ที่ต้องการให้เกิดการปรับปรุง เพื่อให้เกิดการรับรองสิทธิการรวมตัวเจรจาต่อรองของผู้ใช้แรงงาน

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” นั่ง รมว.ต่างประเทศ มีผลทันที

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573895

01 พ.ค. 2567

11:05 น.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "มาริษ เสงี่ยมพงษ์" นั่ง รมว.ต่างประเทศ มีผลทันที

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” นั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีผลทันที

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง รัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีผลทันที

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็น นายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2566 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 1 กันยายน พุทธศักราช 2566 และประกาศครั้งสุดท้าย ลงวันที่ 27 เมษายน พุทธศักราช 2567 นั้น

บัดนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ลาออกจากตำแหน่ง สมควรแต่งตั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แทนตำแหน่งที่ว่างเพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พุทธศักราช 2567 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
เศรษฐา ทวีสิน
นายกรัฐมนตรี

ราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษา