‘สุทิน’ แก้ระเบียบป้องกัน รปห. นายกฯ มีอำนาจสั่งพักราชการ หากพบเคลื่อนไหว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573878

30 เม.ย. 2567

17:36 น.

‘สุทิน’ แก้ระเบียบป้องกัน รปห. นายกฯ มีอำนาจสั่งพักราชการ หากพบเคลื่อนไหว

‘สุทิน’ แก้ระเบียบป้องกันรัฐประหาร นายกฯ มีอำนาจสั่งพักราชการ หากพบความเคลื่อนไหว ดีใจได้ตั๋วนั่ง รมว.กลาโหมต่อ เตรียมสรุปเรือดำน้ำ – เรือฟริเกต

นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่…) พ.ศ. … และร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจป้องกันการรัฐประหารไม่ได้จริง โดยยอมรับว่า มันก็อาจไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่เป็นการสกัดยับยั้ง ลดโอกาสที่จะเกิดลง มันก็ดี

ส่วนการให้อำนาจนายกรัฐมนตรีสั่งพักราชการไว้ก่อน ที่จริงนายกฯ สามารถสั่งการได้ เพราะฉะนั้นความเคลื่อนไหวในลักษณะที่ไม่เป็นคุณ ก็สามารถพบได้ว่าใครจะทำอะไร อย่างไร หรือเชื่อได้ว่าจะทำแบบนั้น ซึ่งความเคลื่อนไหวมันก็เป็นหลักฐานอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นการเสนอของคณะทำงาน ซึ่งยังต้องเดินทางต่อไปอีก เช่น การรับฟังความคิดเห็น แล้วก็ต้องร่างเป็นร่างเพื่อเสนอ ครม. และสภา จากนั้นสภาก็ไปรับฟังความเห็นอีก เพราะฉะนั้นความห่วงใย ความเป็นห่วง จุดโหว่จุดอ่อนของกฎหมาย หรือข้อปฏิบัติ ที่อาจจะคิดว่าเป็นได้หรือไม่ได้ จะได้ถกแถลงการณ์กันแบบอย่างละเอียดที่สุด ดังนั้นเชื่อว่าความห่วงใยใดๆ คิดว่าก็จะจบที่สภา

และที่ร่างกฎหมายของกระทรวงกลาโหม ดูจะเป็นร่างที่ซอฟท์ที่สุด ถ้าเทียบกับร่างของพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย นายสุทิน กล่าวว่า วันนี้ก็ดูจะเป็นเอย่างนั้น ซึ่งเขาเสนอกันมาแล้ว อย่างน้อยที่สุด 2 ร่างเข้าสู่สภาแล้ว ก็รอร่างของกระทรวงกลาโหมเข้าประกบ ทราบว่าน่าจะมีร่างของประชาชนด้วยอีก 2 – 3 ร่าง แต่ละร่างเขียนค่อนข้างหนัก จะว่าไปแล้วของกลาโหมก็อาจจะดูซอฟท์

ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยพุ่งเป้าไปที่บอร์ดการปรับย้ายนายทหาร แต่รัฐมนตรีไม่ได้แตะส่วนนี้ โดยไปโฟกัสที่การสกัดรัฐประหาร นายสุทิน กล่าวว่า เอาไว้ไปคุยกันในสภา ตรงนี้อยากฟังความเห็นในสภา ก็ไปดูในสภา ส่วนที่มองว่าเป็นการออกกฎหมายป้องปราม แต่มันหยุดไม่ได้จริง นายสุทิน กล่าวว่า ก็ไม่แน่มันอาจจะได้ เพราะเราสกัด ดับที่เหตุก่อน ดัดไฟแต่ต้นลม 

นายสุทิน ยังกล่าวเปิดใจภายหลังได้ตั๋วต่อนั่งรมว.กลาโหม ว่า เป็นความรู้สึกที่ดี เพราะได้ทำงานไว้แล้วก็อยากทำต่อให้จบ อย่างน้อยที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นผลงานออกมา เพราะบางอย่างเหมือนหว่านพืชอยู่ ยังไม่งอก แต่กำลังจะงอก เมื่อเราได้อยู่ต่อ ก็รดน้ำพวนดิน ก็เป็นเรื่องที่ดี

ส่วนการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ถึงกระแสข่าวที่นายกฯ จะควบกระทรวงกลาโหมด้วยหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ท่านก็เปรยอยู่ว่า จริงๆ คนเข้าใจผิด ท่านไม่เคยคิดว่าจะมา แต่ก็เป็นการคาดหมายกันไป บางคนก็ซ้ำเติมปล่อยข่าวกันไป ท่านก็บอกแบบนี้

รมว.กลาโหม ยังให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ถึงการแก้ไขปัญหาเรือดำน้ำ ว่า ได้เชิญเอกอัครราชทูตจีนมา เพื่อสานต่อความคืบหน้าในเรื่องที่พูดคุยกันไว้ วันนี้ได้พูดคุยในหลายเรื่อง และมีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ ซึ่งในที่สุดแล้ว รายละเอียดที่จะเป็นข้อสรุปสุดท้าย ทางจีนจะส่งเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่เดินทางมาไทยภายในเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะแจ้งให้ทราบว่าจะมีข้อสรุปอย่างไร

ระหว่างนี้ตนจะเสนอนายกรัฐมนตรี ส่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปพบเอกอัครราชทูตจีน ซึ่งอาจจะมีเรื่องเกี่ยวพันกันอยู่ ถือว่าทุกเรื่องก็ใกล้เข้ามา ความพยายามของทั้งสองประเทศดำเนินการมาอยู่ตลอด เพื่อให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว แต่บางเรื่องไม่เร็วอย่างที่ตั้งใจ หลายคนอยากให้จบ แต่อยู่ที่ข้อมูลการพูดคุย ต้องใช้เวลา คณะจีนที่จะเดินทางมา เพื่อมาพูดคุยในเรื่องรายละเอียด จนสามารถประมวลข้อมูลได้เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและกองทัพจีนเป็นหลัก และอาจจะมีตัวแทนบริษัทมาด้วย

เมื่อถามว่า พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ทวงสัญญาว่าอยากให้เรือดำน้ำจบโดยเร็ว นายสุทิน กล่าวว่า “ท่านก็อยากได้ เป็นธรรมดาของคนอยากได้ บุคลิกของท่าน พูดคุยแบบง่ายๆ ก็ไม่มีอะไร ก็ทำงานอยู่ ท่านก็ทำงาน เราก็ทำงาน เรื่องนี้จะจบ ไม่ใช่รัฐบาลทำงานอย่างเดียว กองทัพต้องทำงานคู่ขนานกัน”

ส่วนงบประมาณปี 2569 ที่กองทัพเรือจะเสนอซื้อเรือฟิเกต 2 ลำนั้น จะสอดคล้องกับเรือดำน้ำหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เป็นคนละส่วน แผนเดิมของกองทัพเรือที่จะซื้อเรือฟริเกตก็เสนอได้ ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ เป็นเรื่องเก่าที่ต้องแก้ให้จบ จะพยายามทำให้งบประมาณไม่พอก

ส่องเส้นทาง ‘ทูตปู’ อาวุธคู่กาย ‘ทักษิณ’ จากพลังธรรมถึงเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573869

30 เม.ย. 2567

15:30 น.

ส่องเส้นทาง ‘ทูตปู’ อาวุธคู่กาย ‘ทักษิณ’ จากพลังธรรมถึงเพื่อไทย

ยุคไทยรักไทยเฟื่องฟู มีผู้ชาย 2 คนเป็นเงาตามตัวทักษิณ หนึ่งในนั้นคือ ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ วันนี้เขากลับมาเป็น รมว.ต่างประเทศ รัฐบาลเศรษฐา

ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เข้าพบนายกฯเศรษฐา ที่ทำเนียบรัฐบาล 30 เม.ย.67ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เข้าพบนายกฯเศรษฐา ที่ทำเนียบรัฐบาล 30 เม.ย.67

30 ปี ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รับใช้คู่กาย ทักษิณ จากพลังธรรม ไทยรักไทย และเพื่อไทย ตรงสเปคเถ้าแก่ใหญ่ พร้อมลุย ตอบโจทย์ทดแทนปานปรีย์ 

ยุคไทยรักไทยเฟื่องฟู มีผู้ชาย 2 คนเป็นเงาตามตัวทักษิณ หนึ่งในนั้นคือ ทูตปู มาริษ จึงอย่าได้แปลกใจ หากวันนี้เขาจะกลับมาเป็น รมว.ต่างประเทศ

เล่ากันว่า วงในบ้านจันทร์ส่องหล้า ช็อกกับข่าว ดร.ตั๊ก-ปานปรีย์ พหิทธานุกร ลาออกจาก รมว.ต่างประเทศแบบกระทันหัน พอตั้งหลักได้ จึงโยนชื่อ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เป็นว่าที่เจ้ากระทรวงบัวแก้วคนใหม่ ออกมาสู่สาธารณชน

คนในพรรคเพื่อไทยทราบดีว่า ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ มาช่วยงาน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่แรกๆ แต่มีตำแหน่งทางการคือ ที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ (ปานปีย์) และเพิ่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา หลัง ดร.ตั๊กลาออกสายฟ้าแลบ

วันที่นายกฯเศรษฐา แถลงขอโทษ ดร.ตั้ก ปานปรีย์ ได้ส่งซิกว่า เพื่อไทยได้เตรียมสรรหาตัว รมว.บัวแก้วคนใหม่ว่า ‘อยู่ในแวดวงการทูต แวดวงการเมือง ทำงานข้างหลังพรรคเพื่อไทยมาตลอด’ ทำให้คนนึกถึง นพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และ ทูตปู-มาริษ ตัวเต็งเป็น รมว.ต่างประเทศคนใหม่

ในที่สุด เศรษฐา ได้เคาะชื่อทูตปู ที่โปรไฟล์การทำงานในอดีต อาจไม่หรูเริดเท่ากับ ดร.ตั๊ก ปานปรีย์ แต่ตอบโจทย์ทักษิณ ชินวัตร เพราะเป็นคนที่ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2537

เริ่มต้นที่พรรคพลังธรรม

สมัยรัฐบาลชวน 1 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรม ได้ชักชวนทักษิณ อัศวินคลื่นลูกที่สามให้เข้ามารับตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ 

เวลานั้น มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เป็นข้าราชการหนุ่ม ทำงานที่กรมสารนิเทศกระทรวงบัวแก้ว ได้ส่งทูตปู ไปเป็นทีมงานหน้าห้องทักษิณ 

แม้ทักษิณจะอยู่ในตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศช่วงสั้นๆ แต่ก็ประทับใจฝีไม้ลายมือในการทำงานของข้าราชการรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้

ช่วงที่ทักษิณเตรียมการก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ทูตปูก็ยังติดต่อกับนักธุรกิจโทรคมนาคมคนดัง และเป็นที่ปรึกษาในการให้ข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับต่าง ประเทศ

กระทั่งทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2544 ทูตปูได้เข้ามาประจำการหน้าห้องนายกรัฐมนตรี ตึกไทยคู่ฟ้า ในฐานะสตาฟฟ์การเมืองที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะงานด้านการต่างประเทศ 

เฟื่องฟูไทยรักไทย
 

23 ปีที่แล้ว นักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลไทยรักไทย จะคุ้นเคยกับ ‘พี่ปู’ เป็นอย่างดี เพราะนายกฯทักษิณ มีคนติดตามเป็นเงาตามตัวอยู่ 2 คนคือ ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ และมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ทั้งคู่เสมือนเป็นเลขานุการส่วนตัวของทักษิณ

หลังรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ทูตปูก็กลับไปทำงานในกระทรวงบัวแก้ว และเว้นว่างจากทำเนียบรัฐบาลไปอีกหลายปี

ปี 2554 สมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ทูตปูมาเป็นทีมงานด้านการต่างประเทศให้ยิ่งลักษณ์ แต่ทำงานหลังฉากในทำเนียบรัฐบาล ไม่ได้เดินตามเป็นเงาเหมือนสมัยทักษิณ 

เหตุที่ทูตปู มาริษ ไม่ได้ทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศเต็มตัว ต้องมาทำงานการเมืองในรัฐบาลทักษิณ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำให้เส้นทางการรับราชการในกระทรวงบัวแก้ว ไม่ได้เป็นทูตในประเทศใหญ่ๆ และเกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออตตาวา

เมื่อพลิกอ่านประวัติการทำงานของ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ย่อมมีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์เป็นธรรมดา เพราะหากนำไปเปรียบเทียบกับ ดร.ตั๊ก ปานปรีย์

ทูตปู มาริษ เป็น รมว.ต่างประเทศ จะได้รับการยอมรับจากข้าราชการบัวแก้วมากน้อยแค่ไหน คงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

เนื่องจากบทเรียนจากรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย สไตล์การบริหารประเทศแบบเถ้าแก่ใหญ่ ต้องการรัฐมนตรีต่างประเทศที่กล้าได้กล้าเสีย และรับคำสั่งตรงโดยไม่ต้องสื่อสารทางอ้อมเหมือนกรณีปานปรีย์

ทั้งหมดนี้ ทูตปู จึงตอบโจทย์บ้านจันทร์ส่องหล้าด้วยประการทั้งปวง เพราะเห็นกันมาแต่เป็นข้าราชการหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง

‘ปานปรีย์’ เข้ากระทรวง เก็บของ ขรก. แห่ให้กำลังใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573868

30 เม.ย. 2567

15:20 น.

‘ปานปรีย์’ เข้ากระทรวง เก็บของ ขรก. แห่ให้กำลังใจ

‘ปานปรีย์’ เข้ากระทรวงเก็บของ อำลาข้าราชการ ปลื้ม ขรก. แห่ให้กำลังใจ บางคนถึงกับหลั่งน้ำตา ย้ำไม่ได้ไปไหนไก อำลาชั่วคราว เรียกใช้ได้

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรมว.ต่างประเทศ เดินทางเข้ากระทรวงการต่างประเทศ เก็บของในห้องทำงาน อำลาข้าราชการ พร้อมขอบคุณปลัดกระทรวงฯ ทีมงาน และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ให้การสนับสนุนการทำงานตลอดที่ผ่านมา โดยเฉพาะในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งตนและข้าราชการในกระทรวง ได้ผ่านวิกฤตหลายอย่าง ที่สำคัญช่วงเวลาไม่ยาวนาน

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ อำลานายปานปรีย์ พหิทธานุกรข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ อำลานายปานปรีย์ พหิทธานุกร

นายปานปรีย์ ยอมรับว่า การเดินทางเข้าไปในกระทรวงวันนี้ (30 เม.ย.) ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า แต่เมื่อเข้าไปถึง ก็ตกใจ เพราะมีข้าราชการทุกระดับ ลงมาเกือบทั้งหมด เพื่ออำลา และได้พูดกับข้าราชการไปว่า “เป็นการอำลาชั่วคราว” ไม่ได้ไปไหน เรียกใช้งานได้ตลอดหากยังเห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็ยินดีช่วยไม่มีปัญหาอะไร

นายปานปรีย์ มั่นใจด้วยว่า ข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศมีศักยภาพสูง ไม่ว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นใคร ก็เชื่อว่าจะทำงานได้ด้วยดี ไม่มีอะไรน่ากังวล

‘ปานปรีย์’ เข้ากระทรวง เก็บของ ขรก. แห่ให้กำลังใจ

สำหรับบรรยากาศในการอำลานายปานปรีย์ ในวันนี้ (30 เม.ย.) นั้น มีข้าราชการหลายคน ถึงกับหลั่งน้ำตา เนื่องจากเสียใจ และเสียดายที่นายปานปรีย์ลาออก ขณะที่ นายปานปรีย์ เองก็ยังมีรอยเจาะสายน้ำเกลือติดอยู่ ซึ่งนายปานปรีย์ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้ (29 เม.ย.) หลังเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากอาการอ่อนเพลียจากการทำงานอย่างหนักต่อเนื่องหลายเดือน

ส่วนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OACD นั้น นายปานปรีย์ ระบุว่า ขณะนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้ช่วย รมว.กระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสแทนตนเองแล้ว และอยู่ในระหว่างการประชุม ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่า จะไม่มีปัญหา เพราะข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ มีการทำงานที่เข้มแข็งอยู่แล้ว 

ทอ. เรียก 3,000 ล้าน คืนสนามงู ขยายรันเวย์ดอนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573867

30 เม.ย. 2567

15:08 น.

ทอ. เรียก 3,000 ล้าน คืนสนามงู ขยายรันเวย์ดอนเมือง

‘กองทัพอากาศ’ เรียก 3000 ล้านบาท หาก ทอท. ขอใช้สนามงู ขยายรันเวย์สนามบินดอนเมือง ‘จิรายุ’ เสนอขอความเห็รวิทยุการบินก่อน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมการเมือง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาพิจารณาการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพฯ เปิดเผยความคืบหน้า กรณีการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) หรือ AOT จะรับพื้นที่สนามงู หรือสนามกอล์ฟกานตรัตน์ ที่อยู่กลางสนามบินดอนเมือง จากกองทัพอากาศ กลับคืนหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ ทอท. ลังเล เพราะอาจไม่คุ้มค่าต่อการพัฒนาสนามบิน

นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ชี้แจงว่า การรับคืนสามารถทำได้ โดยเน้นเรื่องความปลอดภัย ซึ่งแม้ที่ผ่านมาสถาบันการบินพลเรือน และ องค์กรการบินระหว่างประเทศ หรือ ICAO จะรับรองความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก็ตาม แต่จากรายงานสถิติของท่าอากาศยานดอนเมือง พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น เช่น มีรถกอล์ฟฝ่าฝืน สัญญาณไฟ , นักกอล์ฟไม่ระมัดระวังในการเดินตัดจุดผ่านของรันเวย์สนามบิน , มียานพาหนะฝ่าฝืนสัญญาณไฟแจ้งเตือน , นักกอล์ฟไม่ทราบวิธีการปฎิบัติในการขับรถกอล์ฟข้ามทางขับ และหอบังคับการบิน มองไม่เห็นทางขับช่วงดังกล่าว เนื่องจากมีต้นไม้ของสนามกอล์ฟบดบัง แม้จะอยู่ในมาตรฐานความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แต่หากไม่มีสนามกอล์ฟก็จะมีความปลอดภัยสูงมากกว่า ทั้งนี้ หากรับพื้นที่คืนแล้ว ทอท. จะนำมาพัฒนาเป็นทางเชื่อมต่อของเครื่องบิน เข้าสู่รันเวย์ที่ 1 และ รันเวย์ที่ 2 ซึ่งก็จะทำให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และนำไปสู่แผนการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการบิน ในการเพิ่มเที่ยวบินหรือจำนวนผู้โดยสาร ในอนาคตอันใกล้นี้ได้  

พลอากาศตรี ธนชัย อากาศวรรธนะ เจ้ากรมสวัสดิการทหารอากาศ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2563 สนามกอล์ฟแห่งนี้ได้ถูกตรวจสอบมาโดยตลอดในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งยังยืนยันว่ามีความปลอดภัยทั้งในด้านมาตรฐานการบิน และการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สนามบิน แต่หากรัฐบาลจะเห็นเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องในระดับนโยบาย 

ส่วนการชดเชย ทางกองทัพอากาศได้ประเมินว่า มีค่าใช้จ่ายประมาณ 90 -100 ล้านบาทต่อปี หากคำนวณอยู่ที่ 30 ปี ทอท. อาจต้องจ่ายชดเชยราว 3000 ล้านบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับแนวทางของรัฐบาลจะพิจารณาต่อไป

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ข้อยุติ แต่จะขอความเห็นเพิ่มเติมไปยังวิทยุการบินในเรื่องดังกล่าว เพื่อประกอบรายงานสรุป นำเสนอต่อรัฐสภาและรัฐบาลต่อไป

รู้จัก ‘ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์’ อธิการบดี มธ. คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573863

30 เม.ย. 2567

14:43 น.

รู้จัก ‘ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์’ อธิการบดี มธ. คนใหม่

ตามคาด ‘ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์’ อธิการบดี มธ. คนใหม่ ชนะ ‘พิภพ – ปริญญา’ ดำรงตำแหน่งถึงปี 2570 สายรัฐศาสตร์เข้าเป็นอธิการบดี ในรอบหลายปี

หลังมีการหยั่งเสียงประชาคมธรรมศาสตร์ และทาบทามเข้าแสดงวิสัยทัศน์การบริหารงานต่อคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ปรากฎว่าที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 4/2567 มีมติเลือก ‘ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์’ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนใหม่ มีวาระการดำรงตำแหน่ง ปี 2567-2570

ซึ่งผลที่ออกมาเป็นไปตามการหยั่งเสียงของประชาคมธรรมศาสตร์ก่อนหน้านี้ ที่ได้คะแนนเสียงมากกว่า รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ เด็กสวนกุหลาบ รุ่น 111 จบการศึกษารัฐศาสตร์บัณฑิต สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , MSc (Local Governance), University of Birmingham และ Doctor of Political Science, Kobe University, Japan มีผลงานวิชาการและความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นและการกระจายอำนาจ เคยเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2556 – 2561 และรองอธิการบดีในเวลาต่อมา

ไอลอว์ – ผู้ประสงค์สมัคร สว. ยื่นศาลปกครอง ขอเพิกถอนระเบียบ กกต. ไม่เป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573861

30 เม.ย. 2567

14:09 น.

ไอลอว์ - ผู้ประสงค์สมัคร สว. ยื่นศาลปกครอง ขอเพิกถอนระเบียบ กกต. ไม่เป็นธรรม

ไอลอว์ – ผู้ประสงค์สมัครเข้าคัดเลือก สว. รวมตัวยื่นศาลปกครอง ขอเพิกถอนระเบียบ กกต. ห้ามผู้สมัครแนะนำตัว ขัดสิทธิเสรีภาพ ขอศาลคุ้มครองเว็บ senate67 เพื่อประโยชน์แก่การเลือก สว. เป็นธรรม

ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าคัดเลือกเป็น สว. รวมตัวกันยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 เกี่ยวกับข้อห้ามแนะนำตัวผ่านสื่อทุกชนิด รวมถึงโซเชียลมีเดียด้วย โดยนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้ประสงค์จะลงสมัคร สว. ชี้ว่า กกต.ไม่มีอำนาจจำกัดสิทธิการแนะนำตัวของผู้สมัคร ขัดกับหลักประชาธิปไตย

นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล ผู้ประสงค์รับเลือกเป็น สว. กล่าวถึง ว่าตัวระเบียบและกฎหมายขัดแย้งกัน โดยยกตัวอย่างว่าผู้สมัครไม่สามารถหาเสียงกับประชาชนทั่วไปจึงเกิดคำถามว่า ในการดำเนินการจะมีการแยกอย่างไร ว่าใครเป็นผู้สมัครบ้าง โดย เฉพาะเว็บไซด์ http://www.senate67.com ถูก กกต.สั่งปิด ซึ่ง กกต.ข่มขู่ให้เอาลง หรือกรณีผู้เตรียมสมัคร สว. ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวหรือเป็นผู้ก่อตั้งสำนักข่าว ถ้ามีข้อห้ามว่าไม่ให้ผู้สมัครให้สัมภาษณ์ออกสื่อ จะทำให้สุ่มเสี่ยงที่จะฝ่าฝืนระเบียบ ถูกตัดสิทธิ์การสมัคร ทั้งที่ไม่มีฐานความผิดในกฎหมาย

นายยิ่งชีพ อัชชานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ กล่าวว่า ไอลอว์มีความตั้งใจทำ senate67.com ช่วย กกต. ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกติกาการเลือก สว. และข้อมูลผู้สมัคร สว. ว่ามีใครบ้าง เพื่อให้ผู้สมัครมีพื้นที่ออกสื่อสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม ให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผู้สมัคร แต่ระเบียบของ กกต.ที่ออกมาไม่มีความชัดเจน ว่าสามารถทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ แต่หลังจากนี้อีก 1 – 2 วัน ระบบจะกลับมา หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้มีฟังก์ชันในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สว. พร้อมยืนยันว่าข้อมูลผู้สมัครทั้ง 1,300 กว่าคน ยังเก็บอยู่ในชั้นความลับ ไม่มีการจัดตั้ง หรือเข้าถึงข้อมูลได้

คปท. บุก กกต. ค้านคุณสมบัติ ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็น รมต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573859

30 เม.ย. 2567

14:06 น.

คปท. บุก กกต. ค้านคุณสมบัติ ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็น รมต.

คปท. – ศปปส – กองทัพธรรม ยื่น กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบนายกฯ ผิดจริยธรรม ไม่ตรวจสอบคุณสมบัติ

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)และกองทัพธรรม นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160(5) ที่กำหนดว่าต้องไม่ประพฤติผิดในจริยธรรมอย่างร้ายแรง และขอให้มีคำสั่งให้นายพิชิตหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย 

นายพิชิต กล่าวว่า หลังจากนี้จะไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.กรณีนายกรัฐมนตรีนำรายชื่อรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเสียก่อน  ซึ่งการไม่ตรวจเข้าข่ายผิดจริยธรรม โดยคาดว่าจะไปยื่นต่อป.ป.ช.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีรายอื่นเพิ่มเติม หากพบว่าผู้ใดคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ก็จะยื่นเรื่องให้ กกต.ให้ตรวจสอบอีกครั้ง  

แกนนำ คปท. ยังยืนยันว่า นายพิชิต ชื่นบาน ได้ติดคุกมาแล้วในคดีถุงขนม 2 ล้านบาท นาน 6 เดือน ถูกเพิกถอนใบอนุญาตทนายความด้วย ซึ่งมีรายงานว่าในคดีคดีถุงขนม 2 ล้านบาท ถูกศาลปกครองกลางตัดสินจำคุกเรื่องละเมิดอำนาจศาล แต่ว่าคดีให้สินบนสั่งไม่ฟ้อง

‘ธนาธร’ เดินสายรณรงค์ สมัคร สว. ไม่มีปั้น สว.สีส้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573853

30 เม.ย. 2567

12:00 น.

‘ธนาธร’ เดินสายรณรงค์ สมัคร สว. ไม่มีปั้น สว.สีส้ม

‘ธนาธร’ เดินสายรณรงค์ สมัคร สว.อิสระ ไม่มีปั้น สว. – องค์กรอิสระสีส้ม ย้ำ ยิ่งมีคนสมัครมาก ยิ่งเป็นผลดี มองผู้มีอำนาจ คงอยากให้เลือก สว. แบบเงียบๆ ให้ได้แต่พวกพ้องตัวเอง

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการลงพื้นที่ภาคอีสาน เชิญชวนประชาชนลงสมัคร สว.ว่า มีผู้ตอบรับดีมาก มีผู้สนใจที่จะลงสมัคร สว.อิสระเป็นจำนวนมาก รู้สึกดีใจที่การรณรงค์ของคณะก้าวหน้า ทำให้ประชาชนตื่นตัว และเข้าใจการเลือก สว.ครั้งนี้มากขึ้น  

ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองไปเชิญชวนประชาชนลงสมัคร สว. จะทำให้ สว.ที่ได้ฝักใฝ่การเมือง กกต.เองก็เตือนไม่ควรเชิญชวนคนมาลงสมัคร สว.นั้น นายธนาธร ชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะรณรงค์ให้คนทุกอุดมการณ์ไปสมัคร สว. ยิ่งมีผู้ไปสมัครมีส่วนร่วมกับการเลือก สว.มากเท่าใด จะทำให้สุขภาพของการเลือก สว.ดีมากขึ้นเท่านั้น จึงขอเชิญชวนทุกคน ไม่ว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด หรือมีมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใด หากมีคุณสมบัติครบถ้วน ขอเชิญชวนทุกคนให้ไปลงสมัคร สว.ด้วยกัน

นายธนาธร ยังกล่าวถึงข้อครหาที่จะทำให้เกิด สว.สีส้ม โดยย้ำว่า วัตถุประสงค์ที่คณะก้าวหน้ารณรงค์ ไม่ได้ต้องการให้ สว.เลือกฝักเลือกฝ่าย ไม่ต้องการให้มี กกต.เลือกฝักเลือกฝ่าย รวมถึงไม่ต้องการให้มีองค์กรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญที่เข้าข้างนายธนาธร หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เข้าข้างพรรคก้าวไกล แต่คณะก้าวหน้าต้องการ สว.ที่เป็นกลาง ต้องการ กกต.ที่ตัดสินด้วยการยึดหลักที่ถูกต้อง รวมทั้งต้องการ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญที่มั่นคง เป็นธรรม คืนความยุติธรรมให้กับสังคม เพราะคณะก้าวหน้าทราบดีว่า หากองค์กรต่างๆ เหล่านี้สนับสนุนพวกตน ก็จะมีปรากฎการณ์ลงถนนกันอีก ดังนั้นการจะฟื้นฟูความเป็นปกติ ความเป็นประชาธิปไตย และนำประเทศไทยให้กลับมาเหมือนเดิม มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น คือการคืนความเป็นธรรม และความยุติธรรมเท่านั้น ที่จะนำมาซึ่งความสมานฉันท์ของคนในชาติและนำมาซึ่งความปรองดอง และคณะก้าวหน้า ต้องการให้องค์กรต่างๆ เหล่านี้ถูกสรรหาโดย สว.ชุดปี 2567 ที่ดำรงตำแหน่งโดยหยึดหลักความถูกต้อง ความเที่ยงธรรม และการเมืองไทยก็จะกลับมาสู่ความปกติ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นแรก และขอย้ำว่า คณะก้าวหน้า ไม่ต้องการ กกต.สีส้ม ศาลรัฐธรรมนูญสีส้ม แต่คณะก้าวหน้า ต้องการให้ทุกฝักทุกฝ่ายเป็นกลาง และยึดความถูกต้อง

นายธนาธร ยังเห็นว่า กกต.ควรสนับสนุนตนในการเชิญชวนประชาชน มาสมัครเลือก สว.เพราะตามหลัก ควรเป็นหน้าที่ของ กกต.ในการรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วม และมั่นใจว่า การดำเนินการของตนนั้น เป็นสิ่งที่นำไปสู่การพัฒนาระบบการเมืองไทย ทำให้ประชาชนตื่นตัว เห็นถึงความสำคัญของการเลือก สว. จึงขอให้ กกต.มองบทบาทของตนคือการทำให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมือง ซึ่งจะเป็นผลดี 

ส่วนกรณที่มีคนไปยื่นร้ององค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบกติกาการเลือก สว.จะทำให้การเลือก สว.ในครั้งนี้สะดุดหรือไม่ นายธนาธร เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องของตน แต่หน้าที่ของตน ในฐานะคนไทย คือการรณรงค์ให้คนตระหนักถึงการเลือก สว.และตระหนักว่า สว.ปี 67 จะมีส่วนในการพัฒนาการเมืองไทย และมีส่วนในการฟื้นฟูประชาธิปไตยอย่างมาก ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งกรรมการที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่จะต้องทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง ไม่รับใบสั่งทางการเมือง ไม่มีสองมาตรฐานในอนาคต

นายธนาธร ยังกล่าวถึงประกาศของ กกต.ที่จำกัดการแนะนำตัว จุดยืน และวิสัยทัศน์ และข้อมูลอื่น ๆ บนเว็บไซต์อื่น ๆ ว่า แม้จะไม่ได้กล่าวตรง ๆ แต่ก็อนุมานได้ว่า หมายกลุ่มไอลอว์ และ Senate.com เพราะเป็นเว็บไซต์ ที่ให้ผู้ประสงค์ที่จะลงสมัคร สว.มีพื้นที่ในการประกาศเจตนารมณ์ของตัวเอง และประกาศจุดยื่นของตัวเอง พร้อมมองว่า ในอีกแง่หนึ่งนั้น เป็นการส่งเสริมการเลือก สว.โดยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ตนเองจึงยังนึกไม่ออกว่าเหตุใด กกต.ต้องการปิดเว็ปไซด์นี้ หรือต้องการห้ามผู้สมัคร มารณรงค์ให้ผู้สมัคร และประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ จึงคิดได้อย่างเดียวว่า ผู้มีอำนาจต้องการให้การเลือก สว. ครั้งนี้เป็นไปแบบเงียบ ๆ แคบ ๆ ทำกันไม่กี่คน เหมือนการเลือก สว.ครั้งที่แล้ว ดังนั้น หากการเลือก สว. ครั้งนี้เป็นไปแบบเงียบ ๆ แคบ ๆ ก็จะทำให้ได้แต่ สว.ที่เป็นกลุ่มพวกพ้องที่มีการจัดตั้งมา และไม่ได้ สว.ที่มีคุณภาพตามที่ต้องการจริงๆ 

‘ครูมานิตย์’ ติดต่อ ‘ชลน่าน’ ไม่ได้ หลังถูกปรับออก ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573846

30 เม.ย. 2567

11:03 น.

‘ครูมานิตย์’ ติดต่อ ‘ชลน่าน’ ไม่ได้ หลังถูกปรับออก ครม.

‘ครูมานิตย์’ ติดต่อ ‘ชลน่าน’ ไม่ได้ หลังถูกปรับออก ครม. อาจจะมีน้อยใจบ้าง มองเป็นเรื่องสมบัติผลัดกันชม สับ ‘ปานปรีย์’ ไม่ใช่คีย์แมนสำคัญ ไม่มีความเป็นนักการเมือง

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย มาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อแสดงความยินดีกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ได้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และยังเปิดเผยถึงนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่ถูกปรับออกจาก รมว.สาธารณสุข ทั้งที่เป็นกำลังสำคัญของพรรค ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

นายครูมานิตย์ บอกว่า หมอชลน่าน เป็นนักการเมืองมาอย่างยาวนาน มาเจอบรรยากาศแบบนี้ เชื่อว่าเขาเข้าใจได้ แล้ววันหนึ่งอาจจะได้กลับมาทำหน้าที่อีก เพราะตนกับหมอเป็นนักการเมืองรุ่นเดียวกัน ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยมีไม่มาก ที่ผ่านมาก็พยายามติดต่อให้กำลังใจเขา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ แต่คนที่เข้ามาเป็นผู้บริหารแล้วเจอวิกฤต มันก็อาจน้อยใจบ้าง อาจเสียใจบ้าง เพราะในเชิงการเมือง มันคือ สมบัติผลัดกันชม คนที่มาเล่นการเมืองทุกคนก็มีเป้า ที่จะเป็นเสนาบดีกันทั้งหมด ถามว่าอยากเป็นไหม เราก็อยากเห็นแสงไฟที่ปลายอุโมงค์เหมือนกัน ตนเป็นคนสนิทกับหมอชลน่าน คนหนึ่ง แต่เขาคงยังไม่สะดวก จึงยังติดต่อไม่ได้ 

“วันนี้ไม่ได้ขอฝากอะไรมาก แต่ทุกคนที่เข้ามาสู่การเมืองตรงนี้ โดยเฉพาะคนที่โดนปรับ 2-3 ท่านซึ่งมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคุณไชยา พรหมา หรือนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เรายังมีหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และหมอก็เป็นรัฐมนตรีมาถึง 2 รอบแล้ว ตนคิดว่าคุณหมอเองก็เป็นนักการเมืองอาชีพไปแล้ว มาอยู่พรรคการเมือง 24- 25 ปีแล้ว ต้องทนรับในเรื่องราวเหล่านี้ ผมเชื่อแบบนั้น” 

ส่วนที่นายปานปรีย์พหิทธานุกร ลาออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ หลังถูกปรับออกจากรองนายกรัฐมนตรีจะ ไม่ได้กระทบพรรคเพื่อไทย เพราะโดยส่วนตัวนายปานปรีย์อาจจะเก่งเรื่องวิชาการ แต่ไม่มีคุณสมบัติการเป็นนักการเมือง ความอดทนอดกลั้นไม่มี บางฤดูเข้าไปอยู่ในพรรคก็หายไป ตอนที่มีพรรคไทยรักษาชาติเขาก็ไปเดินอยู่ในพรรคไทยรักษาชาติ พอเขาจะมีการจัดตั้งทีมให้ออกไปช่วยงานการเมือง ก็หายไปอีก การที่นายปานปรีย์ได้มารับผิดชอบกระทรวงการต่างประเทศถือว่าเป็นตำแหน่งใหญ่โตแล้ว เวลาไปเมืองนอกก็เทียบเท่าเป็นบุคคลสำคัญของประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีการส่งหนังสือลาออกให้สื่อมวลชนก่อนส่งให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งมองว่าไม่แฟร์ทางการเมือง แล้วพิสูจน์ให้เห็นว่าคนแบบนี้ขาดน้ำอดน้ำทน อยู่กับการเมืองลำบากอยู่ไม่ได้ และในที่สุดก็ต้องอัปเปหิตัวเองออกมา 

ส่วนในอนาคตนายปานปรีย์จะยังทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ดูถูกดูแคลนเขา เขาเกิดมาไม่ได้มีคุณสมบัติของการเป็นนักการเมือง การเป็นนักบริหาร ceo เป็นได้ แต่ทางการเมืองนอกจากเป็นนักบริหารแล้ว ต้องมีความเป็นนักการเมืองด้วย เพราะเป็นงานที่หนัก ต้องมีการบริหารพื้นที่บริหาร สส. บริหารราชการแผ่นดิน เรื่องทุกข์สุขปากท้องชาวบ้านมีเยอะ และเรื่องนี้ยืนยันว่าไม่กระทบต่อพรรคเพื่อไทย เพราะนายปานปรีย์ไม่ใช่คีย์แมนคนสำคัญของพรรค คนที่เก่งสามารถบริหารกระทรวงการต่างประเทศได้มีอีกเยอะ

ทั้งนี้ สส.ที่เข้ามาแสดงความยินดีกับนายสุริยะ มีนางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร พรรคไทยสร้างไทย เดินทางมาร่วมยินดีกับนายสุริยะด้วย ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า จะย้ายมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ แต่นางสุภาพร เดินหนี โดยกล่าวสั้นๆ เพียงว่า ไม่สะดวก

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573844

30 เม.ย. 2567

10:34 น.

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่

นายกฯ ทูลเกล้าชื่อ ‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ เป็น รมว.ต่างประเทศ คนใหม่แล้ว เปิดประวัติเคยเป็นเอกอัครราชทูตหลายประเทศ สนิทกับนายใหญ่มานาน

มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ได้นำชื่อ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงออตตาวา ประเทศแคนนาดา ขึ้นทูลเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ แทนที่นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ลาออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ หลังปรับ ครม.

โดยนายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพบ์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้มีหนังสือลงวันที่ 29 เมษายน 2567 ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบของบริษัท เนื่องจากติดภารกิจส่วนตัว โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2567 เป็นต้นไปแล้ว

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ คือใคร ?

‘ท่านทูตปู’ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศ เกษียณอายุในตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออตตาวา ประเทศแคนนาดา มีความสนิทสนมกับนายทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่นายทักษิณ ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ยุครัฐบาลชวน หลีกภัย ล่าสุดก็ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ (นายปานปรีย์) และกำลังจะขึ้นเป็น รมว.ต่างประเทศ