‘ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร’ ผิดกฎหมายหรือไม่ และถูกจำกัดสิทธิอะไร เช็กที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548731

13 พ.ค. 2566

'ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร' ผิดกฎหมายหรือไม่ และถูกจำกัดสิทธิอะไร เช็กที่นี่

‘ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร’ ประชาชน ไม่ไปเลือกตั้ง 2566 จะถูกจำกัดสิทธิ 5 ข้อมีอะไรบ้าง ผิดกฎหมายหรือไม่ เช็กรายละเอียดที่นี่ ก่อนพลาดไม่ได้ไปเลือกตั้ง 14 พ.ค. นี้

เหลือแค่ไม่กี่วันสำหรับการเลือกตั้ง 66  โดยเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าสำหรับคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตกันไปแล้ว  และในวันที่ 14 พ.ค.2566 ถึงวันเลือกตั้งจริง ที่คนไทยทั้งประเทศที่มาอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องไปลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และ สส.เพื่อจะไปเป็นตัวแทนของเราในสภา 

สำหรับการเลือกตั้ง 66 ในครั้งนี้อาจจะมีประชาชนหลายคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อเลือกตั้งล่วงหน้า หรือในวันจริงอาจจะติดภาระกิจ หรือไม่สะดวกเดินทางไปหย่อนบัตรได้ครั้งนี้ และยังคงสงสัยว่าหาก “ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร” รวมทั้งไม่ไปเลือกตั้งผิดกฎหมายไหม
 

โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่รายละเอียดสำหรับประชาชนที่ ไม่ได้ไปเลือกตั้ง 2566  โดยมีการระบุรายละเอียดว่าหาก “ไม่ไปเลือกตั้งมีผลอะไร” โดยรายละเอียดจาก กกต.ระบุว่า ไม่ไปเลือกตั้ง 2566  จะมีผลดังนี้ 

1. ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสส.
2. ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว.
3. ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน
4. ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
5. ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือ คณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ไม่ไปเลือกตั้งจะผิดกฎหมายไหม 

กรณีที่ไม่ไปเลือกตั้งไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย แต่จะถูกจำกัดสิทธิ 5 ข้อจะมีระยะเวลากำหนดทั้งหมด 2 ปี หลังจากผ่านพ้นไป 2 ปี สิทธิต่างๆที่ถูกจำกัดก็จะคืนกลับมา

สำหรับประชาชนที่ ไม่ไปเลือกตั้ง 2566 สามารถแจ้งเหตุที่ทำให้ไปเลือกตั้งไม่ได้ เพื่อป้องกันการเสียสิทธิโดยมี 2 ขั้นตอนดังนี้  

1.แจ้งเหตุก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน ขอรับแบบ ส.ส. 28 หรือทําหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิ เลือกตั้งไม่ได้ และให้ระบุเลขประจําตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

2.ยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอําเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยสามารถยื่นด้วยตนเอง หรือมอบหมายผู้อื่น หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือแจ้งทางอินเทอร์เน็ต

นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ที่เว็บไซต์ www.bora.dopa.go.th โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดผู้ไม่ไปใช้สิทธิและผู้แจ้งเหตุจำเป็นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ที่ https://www.bora.dopa.go.th/all-election

กลุ่มคนที่ไม่ต้องไปเลือกตั้ง มีดังนี้

1.เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

2.อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่

 3.ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคําสั่งท่ชอบด้วยกฎหมาย

4.วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

‘มาดามเดียร์’ ปลุกเลือก ‘ปชป.’ ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548838

12 พ.ค. 2566

'มาดามเดียร์' ปลุกเลือก 'ปชป.' ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน

“มาดามเดียร์” วทันยา บุนนาค ปลุกคนไทยก้าวข้ามความกลัวเลือก”ประชาธิปัตย์” ให้ถล่มทลาย เพื่อการเมืองสุจริต คนโกงต้องไม่มีที่ยืนในประเทศนี้

12 พ.ค. 2566 การปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ “ปลุกคนไทย #SAVEประชาธิปัตย์เพื่อ#SAVEประชาธิปไตยไม่โกง” บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 


มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวตอนหนึ่งในการปราศรัยว่า

  มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน

“อย่างที่เรารู้กันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ใช้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งทั้งหมดเป็นเงินภาษีของประชาชน เราจะปล่อยให้มีการปล่อยให้เอาเงินภาษีเราไปปู้ยี่ปู้ยำเช่นนี้หรือไม่

  มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน

วันนี้เราต้องไม่เลือกด้วยความกลัว ถ้าเราเลือกด้วยความกลัว อีก 4 ปีเราต้องอยู่กับความกลัวต่อไป กลัวว่าคนแดนไกลจะแลนด์สไลด์ กลัวว่าจะเอา 3 ป.ออกไป วันนี้นักการเมืองพยายามสร้างความกลัวเพื่อให้พี่น้องกลายเป็นเหยื่อของความกลัว 

  มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน

ดังนั้น ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขจัดความกลัวเหล่านี้ เพื่อการเมืองสุจริต พรรคอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนมา 77 ปี

  มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน

ขอให้พี่น้องประชาชน มั่นใจว่าถ้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เราจะมีประชาธิปไตยที่สุจริตคนโกงจะไม่มีที่ยืนในประเทศนี้

  มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน มาดามเดียร์ ปลุกเลือก ปชป.ก้าวข้ามความกลัว คนโกงต้องไม่มีที่ยืน

ดังนั้น วันที่ 14 พ.ค.นี้ ขอให้พี่น้องเลือกผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ และบัตรสีเขียวเลือก เบอร์ 26 เลือกประชาธิปัตย์ให้ถล่มทลาย 14 พ.ค. ขอให้ประชาชน#SAVE ประชาธิปัตย์ เพื่อ#SAVE ประชาธิปไตยไม่โกง”

‘จุรินทร์’ ปลุกคนไทย #Saveประชาธิปัตย์ เพื่อเป็น ‘เสาหลัก’ พาประเทศรอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548835

12 พ.ค. 2566

‘จุรินทร์’ ปลุกคนไทย #Saveประชาธิปัตย์ เพื่อเป็น ‘เสาหลัก’ พาประเทศรอด

‘จุรินทร์’ นำ ปชป. ปราศรัยใหญ่นัดสุดท้าย ลานคนเมืองปลุกคนไทยทั้งประเทศ ให้ #Saveประชาธิปัตย์ เพื่อเป็น “เสาหลัก” #ประชาธิปไตยไม่โกง พาประเทศรอด

ที่ลานคนเมือง  กรุงเทพมหานคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทัพปราศรัยยิ่งใหญ่ปลุกคนไทย #SAVE ประชาธิปัตย์ เพื่อ #SAVE ประชาธิปไตยไม่โกง” ที่บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมี บรรดาผู้สมัคร สส. เขต กทม. ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พร้อมแกนนำคนสำคัญของพรรคเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) น.ส.วทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ร่วมเป็นพิธีกร

สำหรับบรรยากาศการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ในเวทีสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 นี้ มีพี่น้องประชาชนมาร่วมรอฟังการปราศรัยตั้งแต่ช่วงบ่าย บริเวณรอบลานคนเมือง มีการติดจอ LED มีตัวอักษรวิ่ง #Saveประชาธิปัตย์ #ประชาธิปไตยไม่โกง 

พร้อมทั้งมีบรรดาแฟนคลับทั้งที่เป็นของพรรคประชาธิปัตย์และของตัวผู้สมัครต่างเข้าจับจองพื้นที่ใกล้เวทีให้มากที่สุด ทำให้บริเวณลานคนเมืองเต็มล้นไปด้วยพี่น้องประชาชนที่สนใจเข้าร่วมฟังการปราศรัยของพรรค มีทั้งการชูป้าย โบกธง และป้ายไฟเพื่อสนับสนุนให้นายจุรินทร์เป็นนายกรัฐมนตรี และยังมีป้ายเชียร์ผู้สมัครของพรรคจากทุกเขตอีกด้วย 

แกนนำปชป.แกนนำปชป.

เมื่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคได้เดินทางมาถึงเวทีปราศรัย บรรยากาศเริ่มคึกคักมากขึ้นเมื่อมีการเปิดเพลง “เช้าวันใหม่” พี่น้องประชาชนทุกเพศทุกวัยสามารถร้องตามได้คล่อง ส่งเสียงเชียร์ พร้อมกับเรียกนายจุรินทร์ว่า “นายกๆ” “นายกฯ มาแล้ว” ดังเป็นระยะ มีการมอบดอกไม้ โบกมือทักทาย ทำมือสัญลักษณ์หัวใจ และขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่า การปราศรัยใหญ่ครั้งนี้จะมีส่วนทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กลับมาทำงานรับใช้ประชาชนอย่างท่วมท้นต่อไป

‘จุรินทร์’ ปลุกคนไทย #Saveประชาธิปัตย์ เพื่อเป็น ‘เสาหลัก’ พาประเทศรอด

6 เหตุผลที่ต้อง #saveประชาธิปัตย์

ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ได้ปราศรัยช่วงหนึ่ง ถึง 6 เหตุผลที่ต้อง #saveประชาธิปัตย์ ซึ่งคำว่า save แปลว่าช่วยกันปกปักรักษาพรรคการเมืองพรรคนี้เอาไว้ ต้อง save ประชาธิปัตย์เพราะ

‘จุรินทร์’ ปลุกคนไทย #Saveประชาธิปัตย์ เพื่อเป็น ‘เสาหลัก’ พาประเทศรอด

เหตุผลประการที่ 1 ถ้าไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ก็จะไม่มีสถาบันทางการเมือง ที่อยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไปในประเทศไทยของเรา

เหตุผลประการที่ 2 เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เป็นเพียงแค่พรรคการเมืองที่มีอายุยั่งยืนยาวที่สุดในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นพรรคการเมืองที่มีความยั่งยืนยาวที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ซึ่งเกิดจากมือของคนไทยที่ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูประชาธิปัตย์มาจนถึงวันนี้ เพื่อสร้างประโยชน์และทำการเมืองบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย

‘จุรินทร์’ ปลุกคนไทย #Saveประชาธิปัตย์ เพื่อเป็น ‘เสาหลัก’ พาประเทศรอด

เหตุผลประการที่ 3 เพราะประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคการเมืองของครอบครัว โดยครอบครัว และเพื่อครอบครัวของใครครอบครัวเดียว #saveประชาธิปัตย์ เพราะประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคการเมืองของนายพล โดยนายพล และเพื่อนายพล #saveประชาธิปัตย์ เพราะประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคของนายทุน โดยนายทุน และเพื่อนายทุน แต่ประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ยังเป็นพรรคการเมืองเดียวที่เป็นสมาชิก สมาพันธ์พรรคการเมืองเสรีนิยมประชาธิปไตยโลก (Liberal International) ซึ่งเป็นสถาบันการเมืองที่รวมเอาพรรคการเมืองทั่วโลกที่ไม่ใช่เผด็จการ เป็นที่รวมของพรรคการเมืองทั่วโลกที่เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย และเป็นที่รวมของพรรคการเมืองทั่วโลกที่เป็นประชาธิปไตยตัวจริงทั้งต่อหน้าและลับหลัง เป็นประชาธิปไตยตัวจริงทั้งในพรรคและนอกพรรค ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมดจาก 100 ประเทศ 140 พรรคการเมืองทั่วโลกรวมกัน

‘จุรินทร์’ ปลุกคนไทย #Saveประชาธิปัตย์ เพื่อเป็น ‘เสาหลัก’ พาประเทศรอด

ด้วยเหตุนี้ #saveประชาธิปัตย์ จึงไม่ใช่ save ไว้แค่เพื่อประเทศไทย แต่เพื่อเสรีนิยมประชาธิปไตยของโลกด้วย

เหตุผลประการที่ 4 เพราะประชาธิปัตย์ไม่ใช่แค่พรรคการเมืองของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่เป็นพรรคการเมืองของคนทุกรุ่น ทุกเพศทุกวัย และคนไทยทั่วทั้งประเทศ

เหตุผลประการที่ 5 นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์อาจจะไม่หวือหวา แต่ตกผลึก มีความรับผิดชอบ และทำได้จริง ที่สำคัญไม่พาประเทศไปสุ่มเสี่ยง แต่สามารถพาประเทศรอดได้จริง นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะไม่เป็นระเบิดเวลาให้กับประเทศ เพราะนโยบายประชาธิปัตย์ไม่เปลี่ยนทุกอย่างที่ขวางหน้า ถ้าเป็นสิ่งไม่ดี ก็เปลี่ยนได้ ไม่เป็นไร แต่ถ้าดีอยู่แล้วแต่จะเปลี่ยน สุดท้ายจะพาประเทศไปสู่วิกฤตในอนาคตแน่นอน โดยเฉพาะที่กระทบหัวใจคนไทยทั้งประเทศ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เหตุผลประการที่ 6 เพราะพรรคการเมืองพรรคนี้ ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ดังที่ นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวไว้ในการปราศรัยครั้งแรกว่า ประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคมาแล้ว 8 คน ไม่มีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนไหนทุจริต จนต้องหนีไปอยู่เมืองนอกแม้แต่คนเดียว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายจุรินทร์ ยังกล่าวอีกถึงเหตุที่ต้อง #saveประชาธิปไตยไม่โกง เพราะมี 2 คำ คือคำว่าประชาธิปไตย และคำว่าไม่โกง เพราะ 2 คำนี้จะทำให้ประเทศไทยอยู่รอดได้ และประชาธิปไตยที่ว่าต้องเป็นประชาธิปไตยเต็มใบเท่านั้น ประชาธิปไตยครึ่งใบไปต่อไม่ได้ เพราะจะเจอแรงเสียดทานไม่รู้จบเหมือนหลายปีที่ผ่านมา และประชาธิปไตยอย่างเดียวไม่พอ เพราะหลายยุคหลายสมัยที่ประเทศไปต่อไม่ได้เพราะมันไม่ใช่ประชาธิปไตยไม่โกง แต่สุดท้ายกลายเป็นประชาธิปไตยโคตรโกง คนเสียหายก็คือประชาชน

‘จุรินทร์’ ปลุกคนไทย #Saveประชาธิปัตย์ เพื่อเป็น ‘เสาหลัก’ พาประเทศรอด

ดังนั้นถ้าพรรคประชาธิปัตย์สามารถตั้งรัฐบาลได้ ประชาธิปัตย์พาประเทศรอดแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะประวัติศาสตร์ได้บอกเรา ทุกครั้งที่ประเทศมีวิกฤต ประชาธิปัตย์จะเข้ามากู้วิกฤตทุกครั้ง
 

“เมื่อวานใครตามข่าวบ้าง ผบ.ทบ.บอกว่าต่อไปปฏิวัติจะเป็นศูนย์ ผมบอกพี่น้องเลย ถ้าเลือกประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลได้ ปฏิวัติก็จะเป็นศูนย์ เพราะประชาธิปัตย์ไม่โกง เราไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติยึดอำนาจ เหมือนที่เคยเกิดการยึดอำนาจมาแล้วหลายครั้งในหลายรัฐบาลที่มา นี่คือสัญญาณที่ขอส่งไปยังพี่น้องชาวกรุงเทพฯ และพี่น้องคนไทยทั้งประเทศให้ช่วยกัน #saveประชาธิปัตย์ เพื่อให้ประชาธิปัตย์ เป็นเสาหลักในการ #saveประชาธิปไตยไม่โกง และเพื่อให้เป็นทางรอดของประเทศต่อไป” นายจุรินทร์ กล่าว

องอาจ คล้าไพบูลย์องอาจ คล้าไพบูลย์

พร้อมกับวิงวอนพี่น้องทุกคน พลังเงียบ พลังประชาธิปัตย์ พลังคนไทยทั้งประเทศช่วยกัน ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. โดยไปช่วยลงคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 400 เขต 400 คน ในกรุงเทพฯ ทั้ง 33 เขต 33 คน และบัตรสีเขียว ขอให้ช่วยกันไปลงคะแนนให้กับ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เพื่อรักษาประชาธิปัตย์ไว้ให้สามารถพาประเทศรอดได้ต่อไปด้วยประชาธิปไตยไม่โกง

เชื่อ ‘ก้าวไกล’ อาจคว้าชัยชนะ เหตุคนรุ่นใหม่ตื่นตัวใช้สิทธิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548833

12 พ.ค. 2566

เชื่อ 'ก้าวไกล' อาจคว้าชัยชนะ เหตุคนรุ่นใหม่ตื่นตัวใช้สิทธิ

ดร.ตระกูล อ่านเกมเลือกตั้ง 66 พรรคไหนจะคว้าชัยชนะ หน้าตารัฐบาลอาจไม่ใช่กระแสตามโซเชียล ด้าน ดร.ปริญญา-สุริยะใส เชื่อ ‘ก้าวไกล’ อาจคว้าชัยนะ เหตุคนรุ่นใหม่ตื่นตัวใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำเลือกตั้ง66 เปลี่ยนแน่ เหตุกระแสโซเชียลแรง

เนชั่นจัดรายการสเปเชียล Road to the Future เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย ดำเนินรายการโดย ‘วราวิทย์ ฉิมมณี’ พร้อมเชิญนักวิชาการมาอ่านเกม เลือกตั้ง66 พรรคไหนจะคว้าชัยชนะ

โดย รศ.ดร.ตระกูลมีชัย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ่านเกมรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง 66 อาจไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะมีตัวแปรในการเลือกตั้ง พร้อมมองว่าโพลและกระแส เป็นหนึ่งใน 4 ปัจจัย คือ หากแบ่งตามพื้นฐานก็ 25 % ปัจจัยที่ 2 คือตัวผู้สมัคร ของแต่ละเขตเลือกตั้ง ปัจจัยที่ 3 คือ พรรคการเมืองมีพลังพอหรือไม่ และปัจจัยที่ 4 คือ ทรัพยากรทางการเมือง นี่คือตัวแปรดั้งเดิม พร้อมย้ำสิ่งที่บอกว่ารัฐบาลจะไม่เป็นอย่างที่คิด คือคะแนนเสียงที่หลายคนคาดการณ์ไว้ว่า บางพรรคจะได้คะแนนเสียง 160 หรือ 140 หรือได้แลนด์สไลด์ ซึ่งอาจอยู่บนกติกาของการเลือกตั้งแบบเดิม ที่ สส.บัญชีรายชื่อ อาจมี 150 ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว 

‘แต่ตัวแปรในปัจจุบันไม่ใช่ เพราะ สส. 400 เขต โดยเฉพาะที่ไกลจากตัวเมือง เพราะพลังโซเชียลพลังต่างๆ ยังไม่ซึมไปถึงอิทธิพลต่อระบบความคิดตรงจุดนั้น เนื่องจากอ่านจาก Gen แต่ละช่วงวัยซึ่งมี 5 Gen ก่อนเปรียบเทียบถึง Gen ตัวเอง ที่อยู่ช่วงที่ 2 ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 10 ล้านเสียง หาก Gen นี้กระตือรือล้นอยากไปใช้สิทธิ พรรคที่เป็นกระแสในโซเชียลอาจไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ก่อนถามว่าช่วงคืนหมาหอนผ่านไปแล้วหรือ เพราะถึงเช้าก็ยังไม่หมด เหตุฐานเสียงของแต่ละพรรคที่อยู่ตามหมู่บ้าน แน่นกว่าในโซเชียล’

ด้าน ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ระบุ หากเป็นระบบเลือกตั้งเหมือนปี 62 พรรคก้าวไกลตัวเลขคะแนนถึง 100 เสียงได้สบาย เหตุผลเพราะคะแนนไม่ตกน้ำ แต่ระบบเลือกตั้งปัจจุบันเป็นบัตร 2 ใบที่แยกจากกัน ซึ่งเป็นระบบเก่ากว่าปี 62 ที่เคยใช้กันมา  เนื่องจากระบบเลือกตั้ง 2 ใบ มี สส. 400 เขต เป็นระบบที่ พรรคเพื่อไทย เคยได้รับชัยชนะ ช่วงปี 2544 และ 2548 ส่วนปี 2550 แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลข พรรคเพื่อไทยก็ยัง ชนะเลือกตั้ง ดังนั้นคาดว่า ระบบแบ่งเขตซึ่งมี 400 คน กติกาของการชนะคือผู้ที่ได้เป็น สส. ซึ่ง 1 เขตมี 1 คน ต้องได้คะแนนสูงสุด โดยที่ไม่จำเป็นต้องได้คะแนนเกินครึ่ง

‘ปัจจุบันมันมีการแบ่งข้าง ซึ่งแต่ละข้างมีคู่แข่งเยอะขึ้น อย่าลืมว่าเพื่อไทย กับอนาคตใหม่ในปีที่แล้ว เขาไม่ได้นับว่าเป็นคู่แข่งกัน เหตุผลเพราะปี 62 เพื่อไทยไม่ได้ส่งผู้สมัคร 100 เขต ซึ่งเว้นไว้ให้พรรคไทยรักษาชาติ ทำให้โอกาสเลยไปอยู่ที่พรรคอนาคตใหม่เป็นผู้ได้ประโยชน์ เมื่อเพื่อไทยไม่มี ไทยรักษาชาติไม่อยู่แล้ว คะแนนได้ไปตกที่อนาคตใหม่ แต่ปี 66 เขามาแข่งขันกัน ทำให้ต้องมีการตัดคะแนนกันเอง เพราะมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อาจจะทำให้คนคิดไม่ตกจะมีการปันใจให้กับ 2 พรรคคนละใบ เมื่อคะแนนตัดกัน ฝั่งที่เป็นกระแสเข้ามาเติม จึงอาจเป็นผู้ชนะ’

ขณะที่ ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิตร์ คิดว่าการเลือกตั้งรอบนี้ ภูมิทัศน์เปลี่ยนไปมากตั้งแต่ปี 62 ผ่านมา 4 ปี ถึงเลือกตั้ง 66 หลายพรรคทำงานการเมืองไม่หยุดอยู่ที่เลือกตั้ง มีบางพรรคเลือกตั้งเสร็จจบไปเลย ปิดกิจการ แต่พรรคใหญ่ๆ พรรคที่มีผลต่อพลวัฒน์ทางการเมืองยังทำงานตลอดเวลา โดยเฉพาะฝ่ายค้านทำงานตลอดเวลาทั้งในสภา นอกสภา ซึ่งถือเป็นบทบาทที่ดีที่พรรคการเมืองไม่จบแค่เลือกตั้ง 

‘ก้าวไกล เป็นปรากฎการณ์ที่ชัดเจนมาก ทำงานผ่านโซเชียล ผ่านกิจกรรมทางการเมือง ถือเป็นพัฒนาการของพรรคการเมืองที่พยายามทำเป็นสถาบัน ผลการเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 62 รอบนี้จึงยากต่อการคาดการณ์ ซึ่งยังไม่สนิทใจจะเชื่อโพล 100% เพราะยังมองก้ำกึ่งระหว่างกระแส กับแบบเก่า ที่กระแสจะลามไปถึงคนรุ่นเก่าได้หรือไม่ แต่ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตเข้าถึงหมู่บ้าน คนเฒ่าคนแก่เล่น TikTok เรียกได้ว่ามีพัฒาการ ถึงขั้นแขวนป้ายว่าจะเลือกพรรคไหน จึงมองได้ว่าหลังเลือกตั้งพรรคไหนจะคว้าชัยชนะ’ 

เสรีพิศุทธ์ ขู่ ถอดถอน กกต. หากไม่เคลียร์บัตรเลือกตั้งนอกเขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548834

12 พ.ค. 2566

เสรีพิศุทธ์ ขู่ ถอดถอน กกต. หากไม่เคลียร์บัตรเลือกตั้งนอกเขต

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขู่ถอดถอน กกต. หลังเลือกตั้ง หากเรื่องบัตรเลือกตั้งนอกเขต จัดส่งไม่ได้กว่า 3 แสนใบ เป็นเรื่องจริง

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของไปรษณีย์ไทย  ให้ข่าวว่า มีซองจดหมายการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ที่ไม่สามารถอ่านจ่าหน้าซองได้ กว่า 300,000 ซอง และต้องส่งกลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญของ กกต. วินิจฉัย และคาดว่าอาจจะไม่สามารถส่งไปยังเขตเลือกตั้งได้ทันในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค. 2566 และจะกลายเป็นบัตรเสีย

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้ความเห็นว่าเรื่องที่รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของไปรษณีย์ไทย  ให้ข่าวว่า มีซองจดหมายการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ที่ไม่สามารถอ่านจ่าหน้าซองได้ กว่า 300,000 ซอง ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงมาก

เพราะหากการใช้สิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 300,000 คน ต้องเสียไปจากความบกพร่องของ กกต. ถือว่า เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก  ยิ่งกว่า กรณีบัตรจากนิวซีแลนด์ 1,700 ใบที่เสียจากการส่งกลับไม่ทันในการเลือกตั้งปี 2562

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เรียกร้องให้ กกต.รับผิดชอบด้วยการลาออกหลังจากรับรองผลการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  หากมีซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่สามารถจัดส่งได้ถึง 300,000 ซองเป็นเรื่องจริง  ไม่เช่นนั้น พรรคเสรีรวมไทยจะรวบรวมหลักฐาน และยื่นถอดถอน ต่อ ปปช. หลังการเลือกตั้ง

‘พรรคพลังประชารัฐ’ อ้อนมวลชนขอทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายพาข้ามความขัดแย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548828

12 พ.ค. 2566

'พรรคพลังประชารัฐ' อ้อนมวลชนขอทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายพาข้ามความขัดแย้ง

‘พรรคพลังประชารัฐ’ ปราศรัยใหญ่ อ้อนมวลชนขอทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายพาคนไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ลั่นถ้าเศรษฐกิจดี ค้าขายรุ่งเรือง ประเทศจะสงบสุข

ปราศรัย “พรรคพลังประชารัฐ” โค้งสุดท้ายสุดคึกคัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  ขึ้นเวทีปราศัยเพื่อขอคะแนนจากคนกรุงเทพ และขอทำภารกิจสุดท้าย ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยการปราศรัยครั้งนี้มี นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีม กทม. พรรคพลังประชารัฐ นายวราเทพ รัตนากร กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ  และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมืองพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งสุดท้ายก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 2566 
 

โดยในการปราศรัยครั้งนี้ยังคงเน้นที่การก้าวข้ามความขัดแย้ง และพาประเทศไทยเดินต่อไปข้างหน้า ด้วยการทำให้ประชาชนในประเทศทุกคนทุกหมู่เหล่ากลับมารักใคร่กันเหมือนเดิม และฟังคนที่เห็นต่างกัน แม้จะแตกต่างกันแต่เราอยู่กันได้ ถึงการก้าวข้ามความขัดแย้งจะเป็นคำตอบในวันนี้ แต่มีเส้นบางๆที่ก้าวข้ามไม่ได้คือชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่เป็นเสาหลักของื ดังนั้น พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดก็ตาม ถ้าไม่เอาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือกระทำการใดๆก็ตามทำให้สถาบันเหล่านี้สั่นคลอน ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ถึงกับขัดแย้งก็ต้องขัดแย้ง เพราะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และนี่คือจุดยืนที่เข้มแข็งที่สุดของ “พรรคพลังประชารัฐ”

พรรคพลังประชารัฐพรรคพลังประชารัฐ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดตัวมาด้วยการทักทายประชาชนที่มาฟังปราศรัยตั้งแต่หลังห้องจนสู่เวทีปราศรัย ท่ามกลางเสียงเสียงของมวลที่ตะโกนให้กำลังใจว่านายก ลุงป้อม จากนั้นได้ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวขอบคุณประชาชนที่ฟังอยู่ และให้ความมั่นใจว่าทุกนโยบายที่เราหาเสียงไว้จนขอสัญญาว่าเราจะทำให้สำเร็จ เพราะตนเป็นบุคคลที่มีภาระใดๆ ไม่มีธุรกิจใดๆไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงมีเพียงภารกิจเดียวที่จะเป็นภารกิจสุดท้ายในชีวิต คือการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศไทย 

พล.อ.ประวิตร วงสุวรรณพล.อ.ประวิตร วงสุวรรณ

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาของการเป็นฝ่ายรัฐบาล ตนสามารถพูดคุยกับทุกคนรับฟังความเห็นต่างจากทุกฝ่ายโดยไม่มีอคติใดๆ ตลอดชีวิตมีหน้าที่ในการปกป้องประเทศ จากศัตรู ภยันตราย ในรูปแบบต่างๆตั้งแต่ความมั่นคง ป้องกันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของเรา วันนี้ตนได้เห็นแล้วว่าประเทศของเรายังมีปัญหาอีกมาก โดยเฉพาะปัญหาความยากจนและปัญหาเรื่องปากท้อง ไปจนถึงการการแทรกแซงการเมืองทั้งในและนอกประเทศ ตลอดจนก้าวข้ามความขัดแย้งและพรรคพลังประชารัฐมุ่งมั่นจะเอาชนะปัญหาของประชาชนในเรื่องเหล่านี้ให้ได้ ขอใช้เชื่อมั่นในตัวตนว่าจะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ขอให้เลือกตนประเทศจะไม่วุ่นวาย เศรษฐกิจจะเดินหน้า ขอให้กาเบอร์ผู้สมัครส.ส.ของพรรคและเลือก “พรรคพลังประชารัฐ” เบอร์ 37 ขอให้ทุกคนก้าวข้ามความขัดแย้งไปด้วยกัน

‘หม่อมเต่า’ วอนพลังเงียบเลือกพรรคไทยชนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/437646

12 พ.ค. 2566

'หม่อมเต่า' วอนพลังเงียบเลือกพรรคไทยชนะ

วอนพลังเงียบ​ ‘หม่อมเต่า’ นำ พรรคไทยชนะ ขึ้นรถแห่หาเสียงโค้งสุดท้ายจากคนกรุง  ชูแก้ไขปัญหาปากท้อง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ วอนขอเสียงพลังเงียบ กาเบอร์ 13  บัตรสีเขียว​ เปิดทางคนดี-คนเก่ง-ซื่อสัตย์ บริหารประเทศ 

พรรคไทยชนะ นำโดย นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคฯ  พร้อมด้วย  ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล (หม่อมเต่า) แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นำผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ขึ้นขบวนรถแห่ปราศรัยหาเสียงโค้งสุดท้ายไปรอบๆ บริเวณชุมชนแฟลตดินแดง และตลาดสดห้วยขวาง  เพื่อขอคะแนนคนกรุงให้เลือกพรรคไทยชนะ หมายเลข 13

'หม่อมเต่า' วอนพลังเงียบเลือกพรรคไทยชนะ

โดยชูจุดขายความเป็นพรรคการเมืองที่ซื่อสัตย์ สุจริต มีความเป็นกลาง ไม่สร้างความขัดแย้ง เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน และฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ  พร้อมเชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มพลังเงียบ ให้โอกาสเลือกพรรคไทยชนะเข้ามาบริหารประเทส โดยมี “ ม.ร.ว.จัตุมงคล” ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีความเป็นมืออาชีพด้านเศรษฐกิจ จากประสบการณ์การเป็น รมว.แรงงาน และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มาเป็นนายกรัฐมนตรี  

โดยบรรยากาศการหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรคไทยชนะ ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนจากริมถนนทั้งสองฝั่ง ที่โบกไม้โบกมือทักทายและให้กำลังใจผู้สมัครฯ และทีมงานของพรรคไทยชนะ

'หม่อมเต่า' วอนพลังเงียบเลือกพรรคไทยชนะ

‘ก้าวไกล’ จี้ ‘กกต’ รับผิดชอบ บัตรเลือกตั้งล่วงหน้า 3 แสนใบมีปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548825

12 พ.ค. 2566

‘ก้าวไกล’ จี้ ‘กกต’ รับผิดชอบ บัตรเลือกตั้งล่วงหน้า 3 แสนใบมีปัญหา

‘ก้าวไกล’ จี้ ‘กกต’ ตอบด่วน ‘บัตรเลือกตั้งล่วงหน้า’ 3 แสนใบมีปัญหา ย้ำเป็นเจตจำนงของประชาชนผู้มาใช้สิทธิ หากเกิดความเสียหายใดๆ ขึ้นมา กกต. ต้องรับผิดชอบ

ควันหลงเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 7 พ.ค.2566 กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขนย้าย ‘บัตรเลือกตั้งล่วงหน้า’ ออกมาปูดข่าวว่าเรื่องนี้มีปัญหา

โดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และผู้อำนวยการการเลือกตั้ง กทม. ของพรรคก้าวไกล ออกมาตั้งคำถามถึงกรณีที่รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยว่ามีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลายมือไม่ชัด ต้องส่ง กกต. วินิจฉัยใหม่มากกว่า 300,000 ซอง หรือคิดเป็นร้อยละ 10-15 ของบัตรเลือกตั้งทั้งหมดว่า เรื่องนี้ กกต. หมกเม็ดหรือไม่ในการไม่ชี้แจงปัญหาให้ประชาชนได้ทราบ

เพราะทั้งๆ ที่บัตรเลือกตั้งทั้งหมด ต้องคัดแยกและส่งออกจากไปรษณีย์กลางภายในวันนี้ แต่ถ้าไม่มีสื่อมวลชนไปขอสัมภาษณ์ผู้บริหารไปรษณีย์ไทย ประชาชนก็จะไม่ทราบว่ามีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นเลย

นายพิจารณ์ ตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนถึงปลายทางของบัตรเลือกตั้ง ปัญหาลายมือก็ส่วนหนึ่งแต่น่าจะเป็นส่วนน้อย ปัญหาที่มีเยอะกว่าอาจเกิดจากข้อมูลเลขรหัส 5 หลัก ไม่ตรงกับชื่อจังหวัดและเขตเลือกตั้ง ดังที่มีประชาชนจำนวนมากในโซเชียลมีเดียออกมาเปิดเผยปัญหาของตนว่าชื่อและหมายเลขเขต กับเลขรหัส 5 หลักไม่ตรงกัน

“ถึงวันนี้ เหลือเวลาอีกไม่ถึง 48 ชั่วโมงก่อนเปิดคูหา กกต. ยังนิ่งไม่ออกมาชี้แจง ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนครั้งที่แล้ว กกต. บอกว่าไม่มีปัญหา แก้ไขได้ แต่ผมได้ตั้งข้อสังเกตผ่านพี่น้องสื่อมวลชนไปยัง กกต. ว่า ที่บอกไม่มีปัญหา ถามไปรษณีย์หรือยัง ว่าจะคัดแยกได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น กกต. ต้องออกมาชี้แจ้งประชาชนถึงแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร่งด่วน” พิจารณ์กล่าว

สุดท้าย พิจารณ์กล่าวว่าสามแสนคะแนนถือว่าเป็นตัวเลขที่มีผลอย่างมากต่อการเลือกตั้ง ดังจะเห็นได้จากการเลือกตั้งในอดีตไม่ว่าจะเป็นปี 2562 หรือการเลือกตั้ง ส.ก. ที่หลายเขตเฉือนกันไปเพียงแค่หลักสิบหรือหลักร้อยเท่านั้น

ดังนั้นการที่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีความเสี่ยงเป็นบัตรเสียมากกว่า 300,000 คะแนน จึงเป็น เรื่องใหญ่มากที่ กกต. ต้องเร่งจัดการให้ส่งไปถึงเขตเลือกตั้งปลายทาง “อย่างถูกต้อง” ให้ได้ เพราะถ้า 300,000 คะแนนที่เป็นเจตจำนงของประชาชนนี้ เกิดความเสียหายใดๆ ขึ้นมา กกต. ต้องรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2566 ในวันดังกล่าวมีประชาชนร้องเรียนจำนวนมาก ถึงความไม่ผิดพลาดที่เกิดขึ้น และถามหาความรับผิดชอบจาก กกต.

ปทุมธานี แข่งเดือด ม้ามืด พปชร.หวังปักหมุดถิ่น พท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546776

12 พ.ค. 2566

ปทุมธานี แข่งเดือด ม้ามืด พปชร.หวังปักหมุดถิ่น พท.

สนามเลือกตั้ง ‘จังหวัดปทุมธานี’ แข่งขันอย่างดุเดือด ม้ามืด พรรคพลังประชารัฐ หวังปักหมุดถิ่นของพรรคเพื่อไทย

นอกจากความน่าสนใจของสนาม เลือกตั้งกลางที่แต่ละพรรคจัดเต็มยกทัพใหญ่ขึ้นเวทีปราศรัยหลายจุดทั่วกทม.

มีรายงานข่าวแจ้งว่า อีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าจับตามองคือ พื้นที่เขต4 ปทุมธานี ย่านธัญบุรี คลองหลวง เพราะถ้าคอการเมืองจะทราบกันดีว่า แถบนั้นเป็นฐานเสียงหลักของพรรคการเมืองฝั่งเสรีนิยม โดยเฉพาะเพื่อไทยที่กวาดที่นั่งติดต่อกันมาหลายสมัย

ปทุมธานี แข่งเดือด ม้ามืด พปชร.หวังปักหมุดถิ่น พท.

แต่รอบนี้ ม้ามืดอย่าง กำนันหมู นายยุทธวัฒน์ หาญเกียรติกล้า ผู้สมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ กลับทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาในช่วงโค้งสุดท้าย

เรียกว่าคงต้องลุ้นกันว่า 14 พ.ค.นี้ จะมี ส.ส.เขตจากสายอนุรักษ์นิยมสามารถปักธงท่ามกลางกระแสนิยมของเพื่อไทยและก้าวไกลในสนามเลือกตั้งในพื้นที่ปริมณฑลได้หรือไม่ ?

ปทุมธานี แข่งเดือด ม้ามืด พปชร.หวังปักหมุดถิ่น พท.
ปทุมธานี แข่งเดือด ม้ามืด พปชร.หวังปักหมุดถิ่น พท.

เด็ก ‘เพื่อไทย’ ร่ำไห้ถูกรังแก คู่แข่งซื้อเสียงโค้งสุดท้าย ‘สุโขทัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548823

12 พ.ค. 2566

เด็ก 'เพื่อไทย' ร่ำไห้ถูกรังแก คู่แข่งซื้อเสียงโค้งสุดท้าย 'สุโขทัย'

‘สมศักดิ์’ พบชายกำเงินพร้อมรายชื่อชาวบ้าน คาดเตรียม ‘ซื้อเสียง’ ขอช่วยปกป้องผู้สมัคร ด้าน ‘ประภาพร’ ร่ำไห้ หวังใช้เวลาโค้งสุดท้ายเดินลงพื้นที่ แต่ถูกรังแกจนต้องขึ้นเวทีอีกครั้ง กราบขอโอกาสทำงานเพื่อประชาชน

วันที่ 12 พ.ค. 66 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ 6 จุดในจังหวัดสุโขทัย เพื่อปราศรัยช่วย น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 3 เบอร์ 5  ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก นายสมศักดิ์ช่วยจัดที่นั่งและเช็ดเก้าอี้ที่เปียก เพื่อให้ประชาชนเข้ามานั่งหลบฝนอย่างเป็นกันเอง 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นโค้งสุดท้าย ถ้าเป็นมวยไทย ก็ยกที่ 5 แล้ว พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ชื่นชอบนโยบายของพรรคเพื่อไทย และอยากให้กลับมาเป็นรัฐบาล ต้องเลือกให้ “แลนสไลด์”  จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับรัฐบาลในอดีตอีกต่อไป 

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ล่าสุด นายสมศักดิ์ได้รับการร้องเรียนว่า อาจมีการใช้เงิน “ซื้อเสียง” ในเขตเลือกตั้งนี้ เพราะตำรวจ และกกต.สุโขทัย ได้มีการตรวจพบชายต้องสงสัย ที่วัดดอนจันทร์ อ.ศรีสำโรง หลังพบบัญชีรายชื่อชาวบ้าน และเงินสดจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่เห็นว่า แม้จะยังไม่มีหลักฐานดำเนินคดี แต่เชื่อว่า มีความพยายามที่จะซื้อเสียงในเขตนี้ 

ทำให้การตรวจพบครั้งนี้ ถือเป็นการยับยั้งและป้องปรามไว้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งได้สะท้อนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะเริ่มมีการใช้เงิน ตนจึงอยากเน้นย้ำกับพี่น้องประชาชนว่า ถ้ารับเงินแล้วกาให้เขา เราก็จะหมดโอกาสได้นโยบายของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ซื้อของให้ชาวสุโขทัยช่วยแสดงพลังปกป้อง น.ส.ประภาพร ที่ถูกรังแกด้วยการกาให้ชนะถล่มทลาย

ขณะที่ น.ส.ประภาพร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ตั้งใจจะไม่มีเวทีปราศรัยใหญ่แล้ว ซึ่งได้จัดเวทีสุดท้าย ไปตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา เพราะตนอยากเดินพบปะกับพี่น้องประชาชนตามบ้าน แต่ในโค้งสุดท้ายตอนกลับสู่กลั่นแกล้งและใส่ร้ายจำนวนมาก รวมถึงตนยังได้รับการร้องเรียนว่า เริ่มมีการใช้เงินซื้อเสียง เพื่อสู้กับนโยบายพรรคเพื่อไทย ทำให้ตนต้องกลับมาขึ้นเวทีปราศรัยวันนี้ 6 เวที เพื่อสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจว่า “ถ้าอยากเปลี่ยนแปลง อย่าหลงเชื่อคนที่กำเงินมาให้” เพราะถ้าอยากให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ต้องเลือกทั้ง 2 ใบ โดยจะเลือกแค่บัตรสีเขียวแบบบัญชีรายชื่อ ตามที่เขาหลอกไม่ได้ เพราะ สส.บัญชีรายชื่อ มีเพียง 100 คน ไม่เพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น ต้องเลือกบัตรสีม่วง จากผู้สมัครพรรคเพื่อไทยด้วย เพื่อจะได้แลนด์สไลด์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการปราศรัย น.ส.ประภาพรได้ก้มลงกราบกลางเวที พร้อมร้องไห้สะอื้น เพื่อขอโอกาสให้เลือกเป็นผู้แทน หลังถูกรังแกในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งพี่น้องประชาชน ได้ต่างปรบมือ เพื่อเป็นกำลังใจให้จำนวนมาก

น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำน.ส.ประภาพร ทองปากน้ำพรรคเพื่อไทยหาเสียงจังหวัดสุโขทัยพรรคเพื่อไทยหาเสียงจังหวัดสุโขทัย