นายกฯ ตั้ง ‘ปานปรีย์’ ปธ.คกก.สถานการณ์เมียนมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573386

22 เม.ย. 2567

15:47 น.

นายกฯ ตั้ง ‘ปานปรีย์’ ปธ.คกก.สถานการณ์เมียนมา

นายกฯ ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เซ็นคำสั่งตั้ง ‘ปานปรีย์’ นั่งประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจ บริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เซ็นคำสั่ง สภาความมั่นคงแห่งชาติที่ 1/2567 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา 

โดยที่ปัจจุบันสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมามีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อไทยในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ การสู้รบตามแนวชายแดน และการค้าชายแดนหยุดชะงัก อันกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลทั้งในส่วนที่ เกี่ยวกับการดำเนินการทางการทูต ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการสื่อสารต่อสาธารณะ รวมถึงการบริหารสถานการณ์พื้นที่ชายแดนไทย – เมียนมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2559 นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ จึงมีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจดังนี้ ให้ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์

โดยมีหน้าที่และอำนาจ  ติดตามตรวจสอบ ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ในภาพรวมที่เกี่ยวข้องกับเมียนมาที่อาจ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งในมิติการต่างประเทศ มิติการค้าและเศรษฐกิจชายแดน มิติความมั่นคง รวมทั้ง บทบาทและท่าทีของต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง  รวมถึงกลั่นกรอง ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกำหนดมาตรการ หรือแนวทางการบูรณาการ และประสานงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการเพื่อปกป้อง และรักษาผลประโยชน์แห่งชาติในการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ในเมียนมา โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ไทย – เมียนมา รวมถึงการดำเนินการทางการทูตเชิงรุกที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนให้เกิดสันติภาพในเมียนมา ให้สอดคล้องกับนโยบายด้านการต่างประเทศ นโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้ง ยุทธศาสตร์หรือแผนที่เกี่ยวข้อง ต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี

นอกจากนี้ มีหน้าที่และอำนาจ เร่งรัดและติดตามการขับเคลื่อนและการปฏิบัติงานของส่วนราชการ และ หน่วยงานของรัฐ ในการปฏิบัติตามนโยบาย แนวทาง หรือมาตรการที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีกำหนด รวมทั้งดำเนินการประชาสัมพันธ์ ชี้แจงหรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลในมิติต่าง ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์เมียนมาทั้งในส่วนการดำเนินการทางการทูต ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาพื้นที่ชายแดนไทย – เมียนมาให้ประชาชนรับทราบอย่างทันท่วงที  รายงานผลการดำเนินงานต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ตามห้วงระยะเวลาที่เหมาะสม  สามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และดำเนินการอื่นใดตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี มอบหมาย

ให้หน่วยงานของรัฐ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือในการชี้แจงข้อมูล ส่งเอกสาร ตลอดจนดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมากำหนด

การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหาสถานการณ์นเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงนสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 11 เมษายน 2567

‘ธนาธร’ เปิดแคมเปญ สว. ประชาชน แก้ปัญหา รธน. -องค์กรอิสระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573383

22 เม.ย. 2567

15:34 น.

‘ธนาธร’ เปิดแคมเปญ สว. ประชาชน แก้ปัญหา รธน. -องค์กรอิสระ

‘ธนาธร’ เปิดแคมเปญ สว. ประชาชน เชิญชวนประชาชนทั่วไป สมัครเข้าเลือก สว. ให้ สว.ของประชาชน แก้ปัญหารัฐธรรมนูญ – การใช้อำนาจองค์กรอิสระ

22 เม.ย. 2567 ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แถลงเปิดตัวแคมเปญ “สว.ประชาชน” ของคณะก้าวหน้า โดยเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าเป็นผู้สมัคร สว. ที่จะมีการเลือกในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2567 นี้  และชี้แจงบทบาทสำคัญของ สว. ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะต้องอาศัยเสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของ สว. ทั้งหมด จึงสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญมาหลายครั้ง แต่แก้ไขได้เรื่องเดียวคือเรื่องระบบเลือกตั้ง

นายธนาธร ยกตัวอย่างถึงกระบวนการต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญที่อาจไม่ได้มาตรฐาน เช่น การเปลี่ยนแปลงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยกล่าวว่า 2 กรณีนี้ไม่สามารถทำให้เราหลุดพ้นจากการสืบทอดอำนาจรัฐประหารออกได้ เพราะไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตัดสิน ขณะเดียวกันทั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการ ป.ป.ช. กสทช. และ กกต. คณะกรรมการหลายท่านก็ถูกแต่งตั้งขึ้นโดย สว.

จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใด สว.ถึงมีความสำคัญ เพราะปัจจุบันสังคมเราอยู่กันแบบ 2 มาตรฐาน ฉะนั้นหากทำให้ทุกองค์กรกลับมายืนอยู่ในความยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ เชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ประเทศไทยอยู่กันอย่างสมานฉันท์และปรองดองได้


นายธนาธร กล่าวด้วยว่า ระบอบรัฐสภาและการเลือก สว.น่าจะเป็นกระบวนการที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อคลายปมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงอยากจะขอแรงจากทุกท่านช่วยกันผลักดันสว.ของประชาชนให้เข้าไปดำรงตำแหน่งในรัฐสภา เพราะหากไม่สามารถผลักดันได้สำเร็จจะต้องรอไปอีก 5 ปี จนกว่าสว.ปี 67 จะหมดวาระ ฉะนั้นหากใครสนใจจะสมัครสามารถเข้าไปกรอกข้อมูลและตรวจสอบคุณสมบัติได้ที่เว็บไซต์ www.senate67.com

‘ชูศักดิ์’ ยืนยัน แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสร็จในรัฐบาลนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573366

22 เม.ย. 2567

13:41 น.

‘ชูศักดิ์’ ยืนยัน แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสร็จในรัฐบาลนี้

‘ชูศักดิ์’ ยืนยัน แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสร็จในรัฐบาลนี้ เมินเสียงต้าน ย้ำ ทำประชามติ 3 ครั้ง ให้รอบคอบที่สุด เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่รับตีความ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล  สส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เปิดเผยภายหลัง นายกรัฐมนตรีเรียกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหารือเรื่อง  กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่จะให้มีการทำประชามติสามครั้งซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะผ่านไปได้ จะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ต้องเป็นเป็นไปตามนั้น โดยยืนยันว่าจะทำประชามติ 3 ครั้ง 

ส่วนหากเดินหน้าต่ออาจจะมีคนออกมาต้านเพราะก่อนหน้านี้มีการ พูดว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องเดินไปแบบนี้เราก็พยายาม ทั้งนำเข้าที่ประชุมสภา และศาลรัฐธรรมนูญไม่รับพิจารณา และพยายามแล้วจะทำให้ประชามติเหลือ 2 ครั้งแต่ ทำไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำยังไง  จึงพยายามทำให้รอบคอบที่สุดคือการทำ 3 ครั้ง 

ส่วนจะแล้วเสร็จภายในรัฐบาลนี้หรือไม่นายชูศักดิ์ระบุว่า  “ก็ต้องเสร็จ”  โดยคาดว่าจะทำครั้งแรกได้ประมาณเดือนสิงหาคม

‘อนุทิน’ มั่นใจ 8 รมต. ภูมิใจไทย ไม่มีปรับเปลี่ยน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573365

22 เม.ย. 2567

13:34 น.

‘อนุทิน’ มั่นใจ 8 รมต. ภูมิใจไทย ไม่มีปรับเปลี่ยน

‘อนุทิน’ มั่นใจ 8 รมต. ของภูมิใจไทย ทำงานได้ดี ไม่มีปรับเปลี่ยน เชื่อการเมืองคงไม่มีใครอยากทำให้เกิดความกระเพื่อม หนุนดิจิทัลวอลเล็ต – ทำประชามติ ตามนโยบายรัฐบาล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือพรรคร่วมรัฐบาลร่วมกับนายกรัฐมนตรี โดยถูกถามถึงการปรับเปลี่ยนการทำงานภายในกระทรวงมหาดไทย ว่า รัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 คนทำงานอย่างเต็มที่ ช่วงหลัง นายเกรียง กัลป์ตินันท์ เข้ามาช่วยดูเรื่องไฟป่า และสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ อย่างเต็มตัว และขณะนี้ตนได้มอบหมายกรมพัฒนาชุมชน ให้นายเกรียงได้ช่วยดูแล ซึ่งเจ้าตัวทำงานอย่างเต็มที่

ส่วนของพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรี ทั้ง 8 คน ไม่มีการขยับเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาได้รับการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการมาว่า พรรคภูมิใจไทยจะปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ ซึ่งตนก็ยืนยันว่าไม่มีการปรับเปลี่ยน และ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยหารือเรื่องการปรับเปลี่ยน อีกทั้งตนคิดว่าการเมืองคงไม่มีใครอยากทำให้เกิดความกระเพื่อม 

“ถ้ามันไม่จำเป็น เปลี่ยนเปลี่ยนไปมา แล้วมันดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทันทีไหม ทันตาเห็นไหม ไม่มีใครตอบได้ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นส่วนที่เป็นองค์ประกอบของรัฐบาลชุดนี้มาตั้งแต่แรก ถ้าเรายังไม่มีความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรมเกิดขึ้น ผมก็มีหน้าที่ต้องประเมินรัฐมนตรีของผมเองทั้ง 8 คน ว่าถ้าคนไหนไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความสามารถ คนประเมินคนแรกต้องเป็นผมไม่ใช่ว่าคนอื่นมาประเมิน เพราะผมต้องรับผิดชอบในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล”

เมื่อถามว่า 7 เดือน ที่จะมีการปรับ ครม. จะมีแรงกระเพื่อมเยอะ นายอนุทิน กล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่ปรับนี่ครับ เราก็ยังไม่ทราบว่าจะปรับหรือเปล่า ไม่มีใครสามารถไปถามท่านนายกรัฐมนตรีได้ และเขาก็ไม่ถามกัน ทุกคนก็พูดเหมือนกันหมด ถามกี่ทีก็พูดเหมือนกันหมด เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีต้องถามท่านนายกฯ”

นายอนุทิน ยังย้ำว่า รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทั้ง 7 คน บวกตนอีกคน ทำงานอย่างเต็มที่ ผลักดันภารกิจนโยบายต่างๆ ซึ่งก็มีความคืบหน้าโดยตลอด

ส่วนโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยมีอะไรติงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างถ้าถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องถือว่ามันสามารถกระทำได้ เพราะดิจิทัลวอลเล็ตต้องถือว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องช่วยกันสนับสนุน ซึ่งแต่ละพรรคก็มีนโยบาย แต่การสนับสนุนนโยบายของทุกพรรคร่วมรัฐบาล มันก็จะทำให้การขับเคลื่อนประสบความสำเร็จ และเกิดขึ้นได้ด้วยความสะดวกรวดเร็ว

ส่วนการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ครั้งเห็นด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรุ่งนี้จะเข้า ครม. ก็เป็นไปตามนั้น อย่างน้อยก็มีประชามติ 3 ครั้ง และไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งถ้ามีความจำเป็นและไม่ขัดต่อกฎหมาย ก็ไม่มีปัญหา การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะแก้ในเนื้อหาอื่นๆ โดยที่ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 มันก็เป็นเจตนารมณ์และสัญญาที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคได้แถลงไว้ต่อประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นไปในทางเดียวกันหมด

กองทัพอากาศ ส่งโดรน UAV เฝ้าระวังชายแดนเมียนมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573361

22 เม.ย. 2567

12:52 น.

กองทัพอากาศ ส่งโดรน UAV เฝ้าระวังชายแดนเมียนมา

กองทัพอากาศ ส่งโดรน UAV ไร้คนขับ จากกองบิน 4 สนับสนุน ฉก.ราชมนู เฝ้าระวังตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ลาดตระเวณยาว 5 ชั่วโมง

ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ฝูงบิน 302 (หน่วยอยู่ในพื้นที่ของกองบิน 4) ได้ส่ง UAV บินขึ้นจากกองบิน 4 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร  โดยบินจากกองบิน 4 จังหวัดนครสวรรค์ และถึง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พร้อมปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดนฝั่งประเทศไทย ในการลาดตระเวนระยะเวลา 5 ชั่วโมง ก่อนบินกลับมายังกองบิน 4 

สำหรับ อากาศยานไร้คนขับพิสัยกลางแบบ DominatorXP ซึ่งเป็นอากาศยานไร้คนขับแบบ Medium Altitude Long Endurance หรือ MALE มีภารกิจการบินลาดตระเวนตามแนวชายแดน และภารกิจที่ไม่ใช่การรบ เช่น การค้นหาผู้ประสบภัย หรือการเฝ้าระวังไฟป่า

อากาศยานไร้คนขับพิสัยกลางแบบ DominatorXPอากาศยานไร้คนขับพิสัยกลางแบบ DominatorXP

ส่งกลับเมียนมาแล้ว 1,200 คน นายกฯ ไปแม่สอด พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573358

22 เม.ย. 2567

12:28 น.

ส่งกลับเมียนมาแล้ว 1,200 คน นายกฯ ไปแม่สอด พรุ่งนี้

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ เผย ส่งชาวเมียนมาหนีภัยสงครามกลับประเทศได้แล้ว 1,200 คน วันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย นายกฯ บินไปดูสถานการณ์ที่แม่สอด

นายปายปรีย์ พหิธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการต่างประเทศ รายงานว่าสถานการณ์สู้รบเมียนมา มีผู้หนีภัยเข้ามา 2,800 คน เมื่อวานเดินทางกลับประเทศไปแล้ว 1,200 คน วันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) จะประชุมคณะกรรมการความคืบหน้าสถานการณ์ และจะมีการแถลงข่าวต่อไป จากนั้นช่วงบ่าย ตนจะลงพื้นที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี 

ยืนยันว่าประเทศไทยได้มีการเตรียมแผน ทั้งระยะสั้นและระยะยาวไว้หมดแล้ว และได้มีการเตรียมแผนไว้นานแล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์ ก็พร้อมรับทันที เห็นได้จากประชาชนที่อพยพเข้าประเทศไทย รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็สามารถรองรับได้หมด รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ประเทศไทยก็รับเข้ามาดูแล ดังนั้นศูนย์อพยพของไทยไม่จำเป็นต้องร้องขอเพิ่มเติม แต่จะปรับปรุงและทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ภาพจาก ธิติ วรรณมณฑา (Thiti Wannamontha) Nation Photoภาพจาก ธิติ วรรณมณฑา (Thiti Wannamontha) Nation Photo

บรรยากาศตลาดริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จังหวัดตาก ค่อนข้างเงียบเหงา ร้านค้าในตลาดไม่เปิดบริการหลายร้าน แม่ค้าในตลาด บอกว่า บรรยากาศที่ตลาดเงียบเหงามาตั้งแต่โควิดระบาด จนถึงเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศเมียนม่าอย่างต่อเนื่อง และทางเมียนมาก็ปิดด่านชั่วคราว ส่วนตลาดสดในอำเภอแม่สอด พบเห็นชาวพม่ามาจับจ่ายใช้สอย รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าก็เป็นชาวพม่า พ่อค้าแม่ค้าบอกว่า ช่วงนี้บรรยากาศไม่ค่อยคึกคักเนื่องจากเป็นหลังเทศกาลสงกรานต์ ส่วนเหตุการณ์สู้รบในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนม่า ส่งผลกระทบไม่มากเท่าไหร่

‘วันนอร์’ แนะนำ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ร้องศาลฎีกา สอบกรรมการ ป.ป.ช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573345

22 เม.ย. 2567

11:05 น.

‘วันนอร์’ แนะนำ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ร้องศาลฎีกา สอบกรรมการ ป.ป.ช.

‘วันนอร์’ แนะนำ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ร้องศาลฎีกานักการเมือง สอบกรรมการ ป.ป.ช. กฎหมายระบุสามารถร้องได้ด้วยตนเอง ข้อกล่าวหาวิ่งเต้น ป.ป.ช. มีหน้าที่สอบกันเองได้อยู่แล้ว

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงหนังสือของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้ ป.ป.ช. ส่งเรื่องของ กรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง ที่มีความขัดแย้งกับตนเอง ไปยังประธานรัฐสภา เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของกรรมการ ป.ป.ช.รายนี้ว่า ตามประมวลจริยธรรมและการตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. หากกรรมการ ป.ป.ช. กระทำความผิดเอง ผู้ร้องสามารถร้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้โดยตรงด้วยตนเอง และศาลฎีกาฯ ก็จะตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนโดยตรง ตามที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เปิดช่องให้มีการตรวจสอบได้ทุกองค์กร ซึ่งได้ระบุไว้ชัดเจนว่า องค์กรใดตรวจสอบอย่างไร แต่เนื่องจาก ป.ป.ช. เป็นหน่วยงาน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบองค์กรอื่น ดังนั้น กฎหมายจึงระบุไว้ว่า เมื่อมีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กรรมการ ป.ป.ช.ก็ให้ร้องโดยตรงไปถึงศาลฎีกาฯ ได้ทันที ซึ่งในกระบวนการในการพิจารณาเมื่อเรื่องร้องเรียนแล้ว สำนักงานศาลฎีกา จะตรวจสอบว่า คำร้องดังกล่าว มีมูลเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งหากศาลฯ รับไว้พิจารณา ก็เข้าสู่กระบวนการไต่สวนต่อไป 

ส่วนกระบวนการของรัฐสภา จะมีการตรวจสอบกระบวนการสรรหากรรมการ ป.ป.ช.คนดังกล่าวย้อนหลังด้วยหรือไม่นั่น เนื่องจากในเอกสารของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ อ้างถึงการวิ่งเต้นของกรรมการ ป.ป.ช.คนดังกล่าว เพื่อให้ได้รับการคัดสรรด้วยนั้น ประธานรัฐสภา ชี้แจงว่า ยังไม่มีการตรวจสอบ แต่ในกระบวนการสรรหากกรรมการ ป.ป.ช. มีคณะกรรมการสสรรหา 7 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว และเมื่อตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จสิ้น ก็ต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบด้วยอีกขั้นตอนหนึ่ง

‘ภูมิธรรม’ เผย นัดคุยพรรคร่วม ไม่มีคุย ปรับ ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573339

22 เม.ย. 2567

10:34 น.

‘ภูมิธรรม’ เผย นัดคุยพรรคร่วม ไม่มีคุย ปรับ ครม.

‘ภูมิธรรม’ เผย นัดคุยพรรคร่วม ไม่มีคุย ปรับ ครม. ย้ำอำนาจอยู่ที่นายกฯ เตรียมสรุปแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญส่งที่ประชุม ครม. ยืนยันประชามติ 3 รอบ ไม่แก้หมวด 1 – 2

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ในงานทานข้าวร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ได้นัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลประชุมร่วมกันนายกรัฐมนตรี ช่วงเที่ยงวันนี้ด้วย หารือถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการทำประชามติ และเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต ไม่มีการพูดเรื่องการปรับ ครม. ในขณะที่หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้สอบถามเช่นกัน ถ้าชัดเจนว่าจะมีการปรับ ครม. ก็เป็นเรื่องของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พิจารณาความเหมาะสม และนัดพูดคุยกับหัวหน้าพรรคการเมืองอีกครั้ง ถ้าสรุปเรียบร้อยก็จบ แต่ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นดังกล่าว

ส่วนกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยขีดเส้นให้ส่งรายชื่อปรับ ครม. ภายในวันที่ 24 เมษายนนี้ นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 เป็นผู้อาวุโสอยู่ในพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ยินเรื่องนี้เลย เวลานี้สิ่งที่ได้ยินเรื่องปรับ ครม. คือได้ยินจากสื่อเป็นหลัก ถ้าจะถามว่าเป็นอย่างไรก็ต้องถามสื่อ ว่าเอาข้อมูลจากไหนมา เมื่อเช้าพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีเรื่องนี้ ถ้าจะมีการปรับอะไรก็ปรับ เพราะถ้าออกจาก ครม. แล้วมันเป็นความเห็นร่วมกัน ดังนั้นเวลาประชุมหัวหน้าพรรคร่วม อย่าไปโฟกัสว่าจะเป็นเรื่องปรับ ครม. ขอย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีแต่ถ้าจะมีวันใดวันหนึ่ง มีวันไหนก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจเต็ม

สำหรับเนื้อหาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะพูดคุยกัน เป็นการสรุปแนวทางที่จะเสนอเข้า ครม. คือ การทำประชามติ 3 ครั้ง และหารือเกี่ยวกับคำถามประชามติว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่ต้องอิงกับนโยบายที่เคยประกาศไว้ โดยแนวคำถามทางคณะกรรมการฯ เตรียมร่างไว้แล้ว และจะเสนอเข้า ครม. โดยสรุปคือจะถามว่า “จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่แก้หมวด 1 และหมวด 2 หรือไม่”

ส่วนไทม์ไลน์ในการเดินหน้า หลังจากพรุ่งนี้เสนอเข้า ครม. ก็จะส่งต่อ กกต. ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 90 วัน รัฐบาลถือว่าจบหน้าที่แล้ว จากนี้ก็ว่าไปตามกระบวนการของ กกต. หากไม่มีปัญหาอะไร ก็คาดว่าน่าจะทำประชามติครั้งแรกในช่วงเดือนสิงหาคม 

ส่วนที่มีประชาชนไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่คณะกรรมการฯ เสนอนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถือว่าเราไม่มีส่วนร่วมกับประชาชนไม่ได้ เพราะเราจะเสนอความเห็นที่แตกต่างทั้งหมดเข้า ครม. ทั้งนี้ ตนได้เชิญทั้งพรรคฝ่ายค้าน และกลุ่มไอลอว์ เข้าร่วมในคณะกรรมการแล้ว แต่ได้รับการปฏิเสธ ซึ่งในกระบวนการก็ได้ไปพูดคุย รับฟังความเห็นแล้ว รวมถึงหารือผลลัพธ์ที่ได้มาทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้ไปสอบถามความเห็นจากประชาชนทั้ง 4 ภาค เพราะฉะนั้น จะบอกว่าเราไม่คุยกับประชาชนไม่ได้ หากจะขาดความเห็นใครไปบ้าง ก็คงขาดจากพรรคฝ่ายค้าน ที่ปฏิเสธไม่เข้าร่วมคณะกรรมการ 

“ปานปรีย์” เตือน เมียนมา รบได้ แต่ กระสุน ห้ามตก กระทบ ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573318

21 เม.ย. 2567

19:50 น.

"ปานปรีย์" เตือน เมียนมา รบได้ แต่ กระสุน ห้ามตก กระทบ ไทย

รบได้ แต่อย่ากระทบไทย “ปรานปรีย์” เตือน เมียนมา อย่าให้กระสุน รุกล้ำข้ามแดน ทั้งทางบก-ทางอากาศ คาด ผู้ลี้ภัย กับมาตุภูมิเมื่อเหตุสงบ

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ การสู้รบในเมียนมา ทำให้บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา มีผู้อพยพหนีภัยสงครามมายัง อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นจำนวนมากว่า การลี้ภัยดังกล่าว ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาข้ามมาฝั่งไทย เพราะก่อนหน้านี้ เคยมีกรณีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ข้ามฝั่งมาไทย จำนวน 10,000 คน เมื่อเหตุการณ์สงบ ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาก็ข้ามฝั่งกลับไป

ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอพยพเข้าฝั่งไทยผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอพยพเข้าฝั่งไทย

ดังนั้น กรณีดังกล่าว จึงคาดว่า หากเหตุการณ์ในเมียนมาเริ่มสงบ ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาที่ข้ามมาฝั่งไทย ก็จะทยอยกลับไป ซึ่งตอนนี้ได้รับรายงานว่า มีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ข้ามมาฝั่งไทย จำนวน 3,000 คน ซึ่งในจำนวน 3,000 คนนี้ อยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย

ส่วนกรณีที่การสู้รบมีกระสุนปืนตกบริเวณกลางแม่น้ำเมย ใกล้ฝั่งประเทศไทย และยังมีกระสุนปืนจากฝั่งเมียนมา กระทบบ้านเรือนประชาชนใน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จะต้องเตือนไปยังฝ่ายเมียนมาหรือไม่นั้น นายปานปรีย์ กล่าวว่า กระสุนจากฝั่งเมียนมา แม้หลุดเข้ามาทางฝั่งไทย แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหาย และไม่ได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ได้ทำการเตือนทางฝั่งเมียนมาแล้วว่า ให้ระมัดระวัง เพราะฝ่ายไทยไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์รุกล้ำข้ามเขตแดน ไม่ว่าจะทางบก หรือทางอากาศ รวมถึงการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย รวมถึงห้ามให้ประชาชนไทยได้รับอันตราย

การสู้รบในเมียนมาการสู้รบในเมียนมา

นอกจากนี้ นายปานปรีย์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้า หลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาว่า จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้ ( 22 เม.ย.) ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะบินไป อ.แม่สอด คาดว่า จะสามารถได้ข้อสรุป 

  ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอพยพเข้าฝั่งไทยผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอพยพเข้าฝั่งไทย

ส่วนความพร้อมของไทยในการเป็น Peace Broker นั้น นายปานปรีย์ ชี้แจงว่า เบื้องต้นไทยได้เรียกร้องให้อาเซียน กดดันให้ทางเมียนมา กลับสู่ความสงบโดยเร็ว ส่วนการที่ไทยจะเป็นตัวกลางในการเจรจา ยืนยันว่า กำลังเร่งทำงานกันอยู่ แต่ยังไม่ทราบว่า ต้องเจรจาผ่านกลุ่มใด และการสู้รบยังเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ก็ยืนยันว่า มีการพูดคุยในระดับหนึ่ง

สุดชิล “อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ไอจี “ทักษิณ” เดิน ไอคอนสยาม ครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573314

21 เม.ย. 2567

17:19 น.

สุดชิล "อุ๊งอิ๊ง" โพสต์ไอจี "ทักษิณ" เดิน ไอคอนสยาม ครั้งแรก

วันหยุด สุดชิล “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” โพสต์ไอจี “ทักษิณ” พร้อม ครอบครัว เดิน ไอคอนสยาม ครั้งแรก หลังเดินทางกลับประเทศไทย

(21 เม.ย. 2567) อินสตาแกรมส่วนตัวของ “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย “Ingshin21” ได้โพสต์ภาพครอบครัว ซึ่งเป็นภาพของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร, นายปิฎก สุขสวัสดิ์, น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เดินเที่ยวศูนย์การค้าไอคอนสยาม เมื่อวานนี้ (20 เม.ย. 2567)

ทักษิณเดินไอคอนสยามทักษิณเดินไอคอนสยาม

โดยในโพสต์ของอุ๊งอิ๊ง ระบุแคปชั่นว่า “Saturday with loved ones พาพ่อไป ICONSIAM ครั้งแรก🤭”

โดยก่อนหน้านี้ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ก็ได้โพสต์ไอจีสตอรี่ ขณะแวะร้านของจิ๋ว โดย น.ส.แพทองธารระบุว่า “ซื้อของจิ๋วตามอาชีพ ตอนเด็กๆ” ซึ่งในคลิป น.ส.แพทองธารได้ถามนายทักษิณว่า “ตอนเด็กๆ เคยขายอะไรบ้างคุณพ่อ” นายทักษิณตอบว่า”ขายกาแฟ หน้าร้านขายโรตี” และได้ถามหาของจิ๋วที่เป็นร้านน้ำแข็งไสด้วย

ทักษิณเดินไอคอนสยามทักษิณเดินไอคอนสยาม

นอกจากนี้ นายทักษิณ ได้เดินแวะทักทายร้านค้า และมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปกับนายทักษิณด้วยเช่นกัน ซึ่งการเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าไอคอนสยามครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของนายทักษิณ หลังเดินทางกลับประเทศไทย

ทักษิณเดินไอคอนสยามทักษิณเดินไอคอนสยาม