เปิดเส้นทาง “สันติ พร้อมพัฒน์” จาก กระทรวง ‘เงิน’ สู่ กระทรวง ‘ยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573201

19 เม.ย. 2567

11:25 น.

เปิดเส้นทาง "สันติ พร้อมพัฒน์" จาก กระทรวง 'เงิน' สู่ กระทรวง 'ยา'

เปิดเส้นทาง “สันติ พร้อมพัฒน์” บุรุษผู้โชกโชน จาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สู่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

จากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สู่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรียกได้ว่าข้ามห้วยเลยก็ว่าได้ เพราะชื่อของ “สันติ พร้อมพัฒน์” คร่ำหวอดในวงการเศรษฐกิจ และสายคมนาคม มาโดยตลอด แต่ในรัฐบาลยุค “เศรษฐา ทวีสิน” เขาได้นั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข จาก กระทรวง “เงิน” สู่ “ยา”

สันติ พร้อมพัฒน์สันติ พร้อมพัฒน์

“สันติ พร้อมพัฒน์” เกิดเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2495 ปัจจุบันอายุ 72 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง (2545) ระดับปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2547) และผ่านการอบรมหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ 11 (2549-2550) และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจอุตสาหกรรม วิทยาลัยบริหารและจัดการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

นอกจากนี้ ยังได้รับปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ในปี 2552

ส่วนเส้นทางความรัก เขาแต่งงานกับนางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ แต่แจ้ง ป.ป.ช. จดทะเบียนหย่าและสมรสหลายครั้ง และมีบุตรในสมรส 2 คน และนอกสมรส 3 คน ได้แก่ นายพานิช พร้อมพัฒน์ ,นางสาวนิชพรรณ พร้อมพัฒน์ ,นางสาวภาสวรรณ พร้อมพัฒน์ ,นายนครินทร์ พร้อมพัฒน์ (รับราชการ) ,นายพัฒนา พร้อมพัฒน์

สันติ พร้อมพัฒน์สันติ พร้อมพัฒน์

  • เส้นทางธุรกิจ

ก่อนจะโลดแล่นในสนามการเมือง “สันติ พร้อมพัฒน์” ทำธุรกิจ โดยเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท นวพัฒนาธานี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจประเภท พัฒนาที่ดิน อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร และชิ้นส่วนรถยนต์

สันติ พร้อมพัฒน์สันติ พร้อมพัฒน์

  • เส้นทางการเมือง

จากนั้น สันติ พร้อมพัฒน์ จึงได้หันเหเข้ามาทำงานการเมือง โดยการเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) ในปี 2537 และเป็นกรรมการบริหารพรรคความหวังใหม่ จากนั้น ได้สมัครเข้ารับเลือกตั้งและเป็น สส. เพชรบูรณ์ 2 สมัย คือ ในปี 2538 และ 2539 เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยแบบบัญชีรายชื่อ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ที่มา : วิกิพีเดีย, ฐานเศรษฐกิจ

สว. ทิ้งทวน ดูงานต่างประเทศ 81 ล้าน ก่อนหมดวาระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573198

19 เม.ย. 2567

11:11 น.

สว. ทิ้งทวน ดูงานต่างประเทศ 81 ล้าน ก่อนหมดวาระ

เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน สว. ชุดปัจจุบัน ที่ คสช. แต่งตั้งมา กำลังจะหมดวาระแล้ว แต่มีรายงานว่าคณะกรรมาธิการฯ หลายชุด จะไปดูงานต่างประเทศ ตรวจพบงบปี 67 จัดไว้ 81 ล้านบาท

สมาชิกวุฒิสภา 250 คน ที่ คสช. แต่งตั้ง กำลังจะหมดวาระวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ แต่มีรายงานการใช้งบประมาณของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อศึกษาดูงานตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567  จัดงบไปประชุมทวิภาคี และไปเยือนต่างประเทศของคณะกรรมาธิการฯ 81 ล้านบาท อาทิ

กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ ที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานกรรมาธิการฯ ไปเยือนคาซัคสถานและจอร์เจีย วันที่ 2 – 9 พ.ค.67

กมธ.การท่องเที่ยว ที่มีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นประธาน ไปเยือนโครเอเชีย มอนเตเนโกร บอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา วันที่ 14-23 พ.ค.67

กมธ.แรงงาน ที่มีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นประธาน และ กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม วุฒิสภา ที่มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นประธานกรรมาธิการฯ ไปเยือนนิวซีแลนด์ วันที่ 26 เม.ย.- 3 พ.ค.67

กมธ.การศึกษา ที่มีนายตวง อันทะไชย เป็นประธาน ไปเยือนเมืองกุ้ยหลิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 11 -16 พ.ค.67  และเดินทางเยือนสาธารณรัฐฟินแลนด์ ราชอาณาจักร สวีเดน และสาธารณรัฐเอสโตเนีย  27 พ.ค.- 3 มิ.ย.67  โดยรับเชิญจากกองทุน Robbo ให้ไปศึกษาดูงาน ด้านการศึกษา

กมธ.กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ กำลังพิจารณาไปประชุมทวิภาคี ที่สาธารณรัฐออสเตรีย สาธารณรัฐสโลวีเนีย และสาธารณรัฐโครเอเชีย

กมธ.ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำ และดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธาน ไปเยือนประเทศเยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ และสวีเดน วันที่ 19 – 30 เม.ย. 67 นี้

เบื้องต้น นายเสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะ สว.ชุดเดียวกันนี้ บอกว่า สว. บางคนปฏิเสธที่จะไป เช่นตนเอง , นายสถิต ลิ่มพงษ์พันธ์ , นายคำนูณ สิทธิสมาน ต้องระมัดระวังการใช้เงินแผ่นดิน สว.จะหมดวาระเดือนหน้านี้แล้ว จะไปดูอะไร ใครอยากไป ควรใช้เงินส่วนตัว เพื่อไม่เป็นขี้ปากชาวบ้าน ขณะที่ประธานรัฐสภา ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

‘สุทิน’ ยังประชุมสภากลาโหม กลางกระแสปรับ ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573193

19 เม.ย. 2567

10:49 น.

‘สุทิน’ ยังประชุมสภากลาโหม กลางกระแสปรับ ครม.

‘สุทิน’ ยังประชุมสภากลาโหม จับตาอาจเป็นการประชุมสภากลาโหมนัดสุดท้าย ท่ามกลางกระแสข่าวถูกปรับพ้น ครม. คาดการณ์นายกฯ นั่งควบเอง

นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 4/ 2567 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยมี พลเอก สนิทชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พลอากาศเอก พันธุ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้การต้อนรับ ขณะที่ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก และ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ไม่ได้ร่วมประชุม เนื่องจากติดภารกิจสำคัญ

โดยนายสุทิน ได้วางพานพุ่มถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ ก่อนเข้ารับฟังชี้แจงวาระประชุม ซึ่งนายสุทิน มีสีหน้าเรียบเฉย ยิ้มบางๆ

การประชุมในวันนี้ จึงถูกจับตามองว่า อาจจะเป็นนัดส่งท้ายของนายสุทินหรือไม่ หลังจากมีกระแสปรับคณะรัฐมนตรี และมีการคาดการณ์ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี อาจจะมานั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แทน

สำหรับวาระการประชุมสภากลาโหมในวันนี้ จะมีการหารือถึงการดูแลสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการดูแลความเรียบร้อยตามแนวชายแดน การสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย รวมไปถึงการดูแลผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก 

พร้อมทั้งติดตามการทำงานสนับสนุนรัฐบาลในเรื่องการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันข้ามแดน ซึ่งต้องใช้กลไก ของฝ่ายความมั่นคงร่วมประสานงานแก้ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน

’วันนอร์‘ เผย ไม่มีสัญญาณเปลี่ยนประธานสภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573190

19 เม.ย. 2567

10:32 น.

’วันนอร์‘ เผย ไม่มีสัญญาณเปลี่ยนประธานสภาฯ

’วันนอร์‘ เผย ไม่มีสัญญาณเปลี่ยนประธานสภาฯ ไม่เคยมีเปลี่ยนตัวกลางคัน ย้ำถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ จะเป็นฝ่ายไปเอง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรองรับการปรับคณะรัฐมนตรี โดยยืนยันว่า จนถึงขนาดนี้ ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ แต่ขอชี้แจงว่า การปรับคณะรัฐมนตรี กับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นคนละเรื่องกัน และไม่เกี่ยวกัน เพราะการปรับคณะรัฐมนตรี ก็เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นเรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องมีการเลือกกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามขั้นตอน และวาระการดำรงตำแหน่งของประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานฯ นั้น เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในข้อ 5 และ 6 ซึ่งชัดเจนอยู่แล้ว

ยืนยันว่า ในส่วนตัวนั้น ตนเองไม่ได้ติดยึดกับตำแหน่งใด ๆ หากได้ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ก็ต้องทำเต็มที่ แต่หากทำไม่ได้ ตนก็พร้อมที่จะไป พร้อมย้ำว่า ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ ที่เป็น 3 เสาหลักของประชาธิปไตย ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีความเป็นกลาง ไม่สามารถให้มีอำนาจใดเข้ามาแทรกแซงได้ จึงยืนยันว่า การปรับคณะรัฐมนตรี เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี แต่ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นไปตามข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ ซึ่งควรรักษาเกียรติ และระบอบประชาธิปไตยที่เป็นเสาหลักอันนี้ไว้อย่างมั่นคง

ส่วนไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องเปลี่ยนประธานสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่นั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ย้ำว่า ข้อบังคับ และประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมา ก็ไม่เคยมีการเปลี่ยนกลางคัน โดยได้ยกตัวอย่างสมัยที่ตนเอง เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก 1 ปี โดยหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ในอดีตลาออก และมีการเปลี่ยนรัฐบาล และเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่ประธานสภาฯ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง สามารถทำงานกับฝ่ายบริหารชุดใหม่ได้ ไม่มีปัญหา เพราะตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร มีความเป็นกลาง ไม่ใช่เครื่องมือของพรรคการเมืองใด

ส่วนมีการส่งสัญญาใด ๆ จากรัฐบาลมาแล้วหรือไม่นั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ยืนยันว่า ยังไม่มี และแม้จะส่งสัญญาณมา ก็เป็นสัญญาณที่รับไม่ได้ เพราะตอนนี้ ไม่มีเหตุใด ๆ ที่จะต้องออกจากตำแหน่ง ซึ่งหากตนเองปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ตนก็จะเป็นฝ่ายไปเอง เพราะตนยึดถือประโยชน์ของประชาชน ประโยชน์ของสภา และศักดิ์ศรีของประชาธิปไตย ที่จะต้องเป็นไปตามแนวทาง ไม่สามารถบิดเบี้ยวเพื่ออย่างใดอย่างหนึ่งได้

‘ภูมิธรรม’ ยืนยัน พรรคเพื่อไทย ไม่ยึดคืนตำแหน่งประธานสภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573188

19 เม.ย. 2567

10:12 น.

‘ภูมิธรรม’ ยืนยัน พรรคเพื่อไทย ไม่ยึดคืนตำแหน่งประธานสภาฯ

‘ภูมิธรรม’ ยืนยัน พรรคเพื่อไทย ไม่ยึดคืนตำแหน่งประธานสภาฯ อยากให้เรื่องนี้ยุติ อย่าไปจินตนาการ เป็นเรื่องของ สส.​ ชี้​ ‘วันนอร์​’ ทำหน้าที่สมเกียรติ เป็นกลาง​

นายภูมิธรรม​ เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงพาณิชย์​ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะยึดตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร​คืนว่า​ ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร​ สส.เลือกไปแล้ว​ ส่วนจะเปลี่ยนหรือไม่ ให้ สส.และสภาเป็นคนเปลี่ยน ไม่ใช่พรรคการเมืองหรือรัฐบาล และยังไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้องอะไรกับพรรคเพื่อไทย ยังไม่มีอะไร การทำงานที่ผ่านมา ประธานสภาฯทำหน้าที่ได้สมเกียรติ​ สมหน้าที่ และไม่เคยมีข้อขัดแย้งกัน ท่านปฏิบัติต่อ สส.ทุกคนเป็นอย่างดี พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นเจ้าของตั้งแต่ต้นจะไปยึดคืนอะไรไม่ได้ เพราะเป็นที่ประชุมสภาฯ สส.จะเป็นผู้ตัดสินเอง​ 

ส่วน สส.มีการมาพูดคุยกันในการประชุมพรรคหรือไม่ ว่าอยากได้ประธานสภาฯเป็นคนของพรรคเพื่อไทย เพื่อให้งานสภาพเป็นไปอย่างเรียบร้อย นายภูมิธรรม​ ยอมรับว่า​ มีการพูดคุยกันว่าจะช่วยกันทำให้สภาฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยด้วยหน้าที่ของ สส. แต่เรื่องที่จะไปเกี่ยวข้องกับประธานสภาฯ ไม่ใช่หน้าที่ของ สส.ที่จะมาคิดเปลี่ยนแปลง​ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยคิดจะไปเปลี่ยนประธานสภาฯ​ เนื่องจากท่านก็ทำหน้าที่ได้ดี

ส่วนที่มีกระแสข่าวมีชื่อของนายแพทย์ชลน่าน​ ศรีแก้ว​ รมว.กระทรวงสาธารณสุข และนายสุทิน​ คลังแสง​ รมว.กระทรวงกลาโหม อาจจะไปนั่งตำแหน่งประธานสภาฯ​ ทำให้นายภูมิธรรม ย้อนถามกลับสื่อมวลชนอย่างอารมณ์​ดีว่า​ คุณกำลังเปลี่ยนรัฐมนตรีหรือ​ สื่อมวลชนจึงถามกลับว่า ถ้ามีการปรับครม. อาจจะได้ไปทำงานที่สภาฯ​ ซึ่งนายภูมิธรรม จึงตอบกลับทันทีว่า

การทำงานสภาฯ​ สมมุติว่ามี​ ก็ยังไม่รู้นะ​ นี้ยังไม่รู้นะ​ เพราะไม่มีอะไรที่เกิดขึ้น ความหมายของการทำงานในสภาฯ ที่นายกรัฐมนตรีพูดถึง คือการให้ สส.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำหน้าที่คิดกฎหมาย เสนอกฎหมายแค่นี้​ อย่าจินตนาการ​ ไม่มี​ ไม่มี​

นายภูมิธรรม​ บอกว่า​ การทำหน้าที่ที่เข้มแข็งในสภาฯ ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องไปเป็นประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ งานในสภามีหลายเรื่องทั้งเรื่องกรรมาธิการ ทำให้เกิดความร่วมมือในองค์ประชุม งานด้านกฎหมาย อยากให้ทุกคนสบายใจว่าเรื่องนี้ไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย เราไม่ได้มีความคิดอะไรที่จะไปเปลี่ยนแปลง ที่เราดูแลอยู่ก็แค่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ​ เพราะตำแหน่ง ประธานสภาฯ มาจากการเลือก จากสส.ทุกคน​ พร้อมย้ำว่า​ ท่านก็ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง​ ในฐานะที่ดูแลสภาฯ​ ไม่โน้มเอียงมาพรรคการเมือง​ด้วยซ้ำ​ ดังนั้นถ้ามีข่าวอีกอยากให้เรื่องนี้ยุติ อย่าไปจินตนาการ สร้างความบั่นทอน ปั่นป่วนมากเกินไป

นายภูมิธรรม ยังแสดงความเสียใจกรณีนายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่เสียชีวิตเมื่อเวลา 03.28 น. ของวันที่ 19 เมษายนว่า ท่านเสียชีวิตกระทันหัน วันที่เกิดเหตุเป็นวันที่เราประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งวันนั้นท่านก็ยังแข็งแรงดีอยู่ และยังได้มาขอที่จะเข้ามาสวัสดีปีใหม่ตนในตอนเช้า แต่เมื่อท่านกลับไปที่บ้านก็ประสบเหตุมีปัญหาเรื่องอาการสโตรก และเส้นเลือดในสมองแตก สะเทือนใจชาวพาณิชย์ทุกคน เพราะท่านถือเป็นที่รักของชาวกระทรวงพาณิชย์ทุกคน ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวปลัดกระทรวงพาณิชย์

นายกฯ ยืนยัน สตช. ให้ความเป็นธรรม ‘บิ๊กโจ๊ก – บิ๊กต่อ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573184

19 เม.ย. 2567

09:53 น.

นายกฯ ยืนยัน สตช. ให้ความเป็นธรรม ‘บิ๊กโจ๊ก - บิ๊กต่อ’

นายกฯ มั่นใจ คดี ‘บิ๊กโจ๊ก – บิ๊กต่อ’ สตช. ให้ความเป็นธรรมทุกคน เตรียมดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล พปชร. เป็นเจ้าภาพ ขออย่าโยงปรับ ครม.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง เปิดเผยก่อนลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ถึงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอส่งตัว พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กลับเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเตรียมลงโทษทางวินัยว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ โดนย้ายมาทำเนียบรัฐบาล ระหว่างนั้นได้มีการตรวจสอบ โดย รักษาการ ผบ.ตร. มาถามและพูดคุยกันให้ส่งตัวกลับ เพื่อให้ตนเองรับทราบและดำเนินการต่อ 

ส่วนการโยกย้ายในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับผลของคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตรวจสอบก็ตรวจสอบไป มีอีกหลายเรื่องที่ยังต้องตรวจสอบ ซึ่งทางคณะกรรมการก็ยังต้องตรวจสอบกรณี พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ควบคู่ไปด้วย แต่กรณีดังกล่าวเป็นคนกรณีกัน ไม่อยากไปกดดันให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครไปก้าวก่ายหรือเร่งรัดอะไร มั่นใจในความสามารถและมืออาชีพของคณะกรรมการทั้ง 3 ท่าน เพราะเป็นเรื่องที่สังคมจับตาอยู่ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. บอกเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และการตรวจสอบภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความเป็นธรรมกับทุกท่าน

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการนัดรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลประจำเดือนว่า คิวถัดไปเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าวันไหน ขออย่าโยงเกี่ยวข้องกับเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างพรรคร่วม โดยครั้งแรกพรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพ และครั้งถัดมาเป็นพรรคภูมิใจไทย

และจากกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี มีแรงกระเพื่อมอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่า แรงกระเพื่อมคืออะไร แต่ก็มีการวิ่งเต้น การสอบถาม ก็บอกว่าวัคซีนที่ดีที่สุด คือการทำงานต่อไป  เรื่องที่ผมสนใจมากที่สุดคือผลงาน

ส่วนกรณีที่นายไชยา พรหมา รมช.กระทรวงเกษตรฯ อยากให้รักษากระทรวงเกษตรฯ ไว้ เนื่องจากฐานเสียงหลักของพรรคเพื่อไทยอยู่ภาคอีสาน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเลข 141 จาก 500 เสียง เราก็อยากได้หมด

‘ก้าวไกล’ ห่วงย้ายกากแคดเมียม อย่าให้กระทบประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573156

18 เม.ย. 2567

16:26 น.

‘ก้าวไกล’ ห่วงย้ายกากแคดเมียม อย่าให้กระทบประชาชน

สส.พรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกต 5 ข้อ ห่วงใยการย้ายกากแคดเมียมกลับ จ.ตาก ขอให้ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมมลพิษ หากไม่ปลอดภัย ชาวบ้านจะประท้วง

สส.พรรคก้าวไกล กลุ่มก้าวกรีน สัดส่วนสิ่งแวดล้อม นำโดย นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเพื่ออนาคต หรือ Think Forward Cente , นายคริษฐ์ ปานเนียม สส.ตาก , นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร , นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส0บัญชีรายชื่อ และนางสาวภัสริน รามวงศ์ สส. กทม. ร่วมกันแถลงข้อห่วงใยกรณีการขนย้ายกากแคดเมียม กลับไปยังจังหวัดตาก 

นายเดชรัต กล่าวว่าตนและพรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกต 5 ประเด็น คือ 1. ขณะนี้ยังไม่พบกากแคดเมียม ในส่วนที่เหลือที่ตามหาไม่พบ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะชี้แจงว่า น้ำหนักอาจหายไปเพราะความชื้น โดยกลุ่มเก้ากรีนตั้งข้อสันนิษฐานที่อาจเป็นไปได้ 2 ทางคือ ส่วนที่เหลือยังกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ เพียงแต่ยัง ตรวจไม่พบหรือ ถูกหลอมไปแล้วบางส่วนตามพื้นที่ต่างๆก่อนหน้านี้จึงขอให้เปิดเผยอย่างโปร่งใส

2. ขอให้รัฐบาลตรวจสอบสารปนเปื้อนทั้งในร่างกายและสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมพร้อมกับกำหนดมาตรการฟื้นฟูเยียวยาโดยไม่อ้างข้อติดขัดใดๆ ทั้งสิ้น และขอให้ประกาศพื้นที่ควบคุมมลพิษ

3. การขนส่งกากแคดเมียมไปยังจังหวัดตากนั้น จะต้องมีบุคคลที่สามหรือมีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบความพร้อมพื้นที่จัดเก็บ เนื่องจากก่อนหน้านี้การลักลอบขุดกากแคดเมียมส่งผลให้คอนกรีดฝังกลบ ได้รับความเสียจาก การขุดของรถแบคโฮ ส่งผลให้ประชาชนในจังหวัดตาก กังวลเรื่องความปลอดภัย จนต้องออกมาเรียกร้อง

4. หลังประเมิน เที่ยวรถในการขนส่งและปริมาณรถที่ขนได้ พบว่า ต้องขนมากกว่า 480 เที่ยว ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลานาน 1-2 เดือน และกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝน อาจทำให้มีการปนเปื้อนระหว่างขนส่งได้ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้มงวดโดยใช้รถที่ได้รับอนุญาตให้ขนส่งวัตถุอันตราย และมีมาตรการป้องกันกรณีเกิดอุบัติเหตุด้วย 

5. สรุปบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ เพื่อหาข้อผิดพลาดนำไปสู่มาตรการการแก้ไข โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ที่ต้องควบคุมอย่างชัดเจนและเปิดเผยต่อสาธารณะ 

ส่วนการนำกากแคดเมียมกลับไปยังจังหวัดตาก จะมีชาวบ้านในพื้นที่มาประท้วง สถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไรบ้างนั้น นายคริษฐ์ กล่าวว่า จากการที่ตนลงพื้นที่กับรองอธิบดีกระทรวงอุตสาหกรรม จู่ๆ ชาวบ้านในพื้นที่ก็พูดขึ้นมาว่าถ้าสภาพของบ่อกลบยังไม่เรียบร้อย ไม่มีความปลอดภัย ชาวบ้านก็อาจจะออกมาคัดค้าน แต่ถ้ากระบวนการทุกอย่างถูกต้อง มีความเชื่อมั่นก็พอจะเจรจากันได้ ตนมองว่า จังหวัดตากมีทรัพยากรมาก ที่ผ่านมามีผู้คนมาตักตวงผลประโยชน์ออกไป เราเข้าใจดีว่ามาจากจังหวัดตากและต้องนำกลับไป คนจังหวัดตากก็กังวลเช่นเดียวกับคนพื้นที่อื่น สิ่งนี้พอกลับมายอมรับได้ แต่กระบวนการต้องกระทบประชาชนน้อยที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้จะต้องอยู่กับพวกเขาไปจนตาย

เมื่อถามว่ากระบวนการในการเอาผิด จะมีใครได้รับโทษบ้าง นายเดชรัต กล่าวว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ใบอนุญาต ต้องไปตรวจสอบว่าใครผิดบ้าง ยืนยันว่าในพื้นที่มีกากโลหะหนักจากการทำเหมืองสังกะสีที่ได้กาดแคดเมียม ตอนทำ EIA ระบุว่า จะฝังเก็บถาวร แต่พอตอนย้ายออกไป ทำไมไม่แจ้งให้ทราบ ส่วนจะมีการยื่นเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายเดชรัตน์ ยืนยันว่าการใช้ช่องทางสภาฯ แน่นอน แต่ช่วงนี้ยังปิดสมัยประชุม เมื่อมีโอกาสก็จะเร่งดำเนินการในทุกช่องทาง 

ส่วนประเด็นที่เจ้าของโรงงานที่เก็บกากแคดเมียมเป็นของญาติ นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย หรือ สก.เนอส พรรคก้าวไกลได้มีการสอบถามไปที่ตัว สก.หรือไม่ นายเดชรัต ระบุว่า เราได้สอบถามแล้วตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุขึ้น ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมาย หลักฐานชัดเจน ไม่มีเรื่องอะไรต้องสงสัย 

เมื่อถามว่าสามารถใช้กฎหมาย EIA ดำเนินการเอาผิดได้เลยหรือไม่ นายเดชรัต กล่าวว่า ทำได้เลย ตนย้ำว่าเรื่องนี้มีหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรมให้การอนุญาตด้วย

กมธ.ความมั่นคง เสนอร่าง กม.เอาผิด พวกชอบเบี้ยว ชี้แจง กมธ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573133

18 เม.ย. 2567

13:34 น.

กมธ.ความมั่นคง เสนอร่าง กม.เอาผิด พวกชอบเบี้ยว ชี้แจง กมธ.

กมธ.ความมั่นคง เสนอร่าง กม.เอาผิด พวกชอบเบี้ยว ชี้แจง กมธ. ถ้าไม่มา มีความผิดทางวินัย – จริยธรรม ยืนยันว่าใช้กฎหมายเพื่อการกลั่นแกล้ง เพราะจะมีความผิดเช่นเดียวกัน

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 รับหนังสือจาก นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ พร้อมด้วย สส. ที่เข้าชื่อกันเสนอร่าง พ.ร.บ.การเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. ….

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ทางกรรมาธิกาศึกษาร่างที่จะเสนอ ต้องเน้นย้ำว่าเรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในทำนองเดียวกันอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และมีการวินิจฉัยกำหนดความผิดอาญาในบางมาตรา ว่าเป็นกฎหมายที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ยังมีปัญหาในการบังคับใช้ กรรมาธิการฯ จึงประสบปัญหาและอุปสรรคในการรวบรวมข้อมูลมาศึกษา และจะทำข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลได้ยาก

จึงได้นำเรื่องนี้หารือต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงที่ประชุมของประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ และพบว่าหลายท่านก็เจอปัญหาในลักษณะเดียวกัน เราจะได้มีการจัดทำร่างกฎหมายเพื่อปรับปรุงหลักการในการเรียกของคณะกรรมาธิการ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยหลักการคือ จากเดิมการเรียก หากผู้ชี้แจงไม่มาตามเรียก จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา เราจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงใน 2 ลักษณะ ในเชิงของรัฐมนตรี จะมีความผิดเรื่องประมวลจริยธรรม ซึ่งเราเห็นว่าน่าจะมีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ เราต้องได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลอยู่แล้ว ภายใต้มาตรา 129 ในส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐ และส่วนอื่นๆ ก็จะมีความผิดทางวินัย ในกรณีที่ไม่มาตามคำสั่งเรียก” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการคงไม่สามารถใช้พร่ำเพรื่อได้ เพราะในกรณีที่หากเป็นการสั่งเรียกเพื่อกลั่นแกล้ง ผู้ที่ใช้คำสั่งเรียกดังกล่าวก็จะมีความผิดเช่นเดียวกัน ดังนั้น ร่างกฎหมายนี้เป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้การทำหน้าที่ของกรรมาธิการออกมาดีที่สุด และเราคงจะไม่ใช้ทันที เพราะมาตรการของเราคือ ต้องมีการเชิญเป็นหลักก่อน หากไม่ได้รับความร่วมมือถึงจะใช้คำสั่งเรียกต่อไป

ส่วนจะมีโอกาสถูกตีความว่าร่างกฎหมายนี้เป็นร่างเกี่ยวกับการเงินหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า โดยกระบวนการเมื่อยื่นร่างกฎหมายไป ทางสภาฯ ต้องมีการวินิจฉัย หากตีความว่าเป็นร่างการเงินก็จะเข้าสู่ที่ประชุมของประธานคณะกรรมาธิการฯ ทั้ง 35 คณะ ซึ่งจะต้องพูดคุยกันว่าจะลงมติอย่างไร แต่เราพยายามทำให้ร่างกฎหมายนี้สามารถเข้าสู่การบรรจุวาระโดยเร็ว โดยไม่เชื่อว่าจะถูกตีความเป็นร่างการเงิน นอกจากนี้ นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ได้เคยเสนอร่างกฎหมายในทำนองเดียวกันไปก่อนหน้าแล้ว และไม่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นร่างการเงิน ทางเราจึงหวังว่ากระบวนการนี้จะเดินหน้าไปพร้อมกันได้ 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายครั้งนี้ ไม่ได้แบ่งว่าเป็น สส. ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล จึงบอกว่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีในการทำงานของสภาฯ ซึ่งเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่าย และหากร่างกฎหมายบรรจุแล้วก็จะนำไปหารือกับวิปทุกฝ่ายต่อไป

นายรังสิมันต์ ยังเล่าถึงประสบการณ์ที่เจอปัญหาในการทำงานของคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ว่า หลายเรื่องที่เราพิจารณาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องความมั่นคง ชายแดน บางครั้งเรายังมีช่องว่างระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายรัฐบาล เป็นช่องว่างที่เราพยายามจะแก้ไขอยู่ 

“ซึ่งการที่เราจะเชิญหน่วยงานต่างๆ มาให้ข้อมูล บางทีก็มีการมอบต่อๆ กัน บางทีเราเชิญรัฐมนตรี ก็มอบต่อๆ กันไป สุดท้ายไม่ได้เจ้าหน้าที่ที่ตัดสินใจในเชิงนโยบาย ซึ่งมันก็เสียประโยชน์ ต้องยอมรับว่ามีต้นทุนในการประชุม ถ้าเราไม่สามารถได้ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ สุดท้ายก็ไม่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายได้เลย ถ้าสื่อมวลชนจำได้ บางทีเราก็ต้องใช้พื้นที่มาแถลง เพื่อเร่งให้มาชี้แจง” 

ด้าน นายปดิพัทธ์ ย้ำถึงการบังคับใช้คำสั่งเรียกว่า ไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อ แต่เมื่อถึงจังหวะที่เราต้องการคำตอบ เช่น เรื่องการใช้อำนาจหน้าที่เกินของเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไร ปรากฏว่าไม่มา ทำให้กรรมาธิการฯ ประชุมฟรี เสียเวลา และทำให้ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้รับการแก้ไข และยังเป็นภาพที่สวยงามที่ได้เห็น สส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติด้วยกัน พร้อมให้กำลังใจกรรมาธิการความมั่นคงฯ ด้วย ซึ่งเมื่อกรรมาธิการฯ เจอปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการประชุมไปเรื่อยๆ

นายปดิพัทธ์ ชี้ว่า ร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยนายสฤษฏ์พงษ์ มีหลักการเหมือนกัน แต่รายละเอียดต่างกันเล็กน้อยในเรื่องตำแหน่งของรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่รัฐ ตนคิดว่าคงไม่มีการปัญหากับการเสนอประกบกัน ส่วนการวินิจฉัยว่าเป็นร่างการเงินหรือไม่ ก็จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ร่างการเงินแน่ๆ เพราะไม่ได้กระทบกับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบปี 68 วงเงิน 3.75 ลลบ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573129

18 เม.ย. 2567

12:47 น.

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบปี 68 วงเงิน 3.75 ลลบ.

นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุม ครม. เห็นชอบร่างงบปี 68 วงเงิน 3.75 ลลบ. สั่งมหาดไทย – กทม. ทำความสะอาดบ้านเมือง ก่อนวันเฉลิมฯ เตรียมลงพื้นที่ภูเก็ต พรุ่งนี้ ส่วนน้ำมันแพง กระทรวงพลังงานกำลังดูอยู่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ , มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการลงโทษสินค้าการเกษตรที่ยังมีการเผากันอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงต่างประเทศ พูดคุยและย้ำเรื่องนี้ , สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และ กทม. ดูแลความสะอาดบ้านเมือง ก่อนที่จะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 72 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 

มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านเสนอเรื่องโคแสนล้าน นำร่องให้ใช้ทดลองในบางจังหวัดก่อน และรายงานให้ครม. ทราบก่อนที่จะขยายตัวไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยกำหนดเงื่อนไขในการทำโครงการที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรเสนอคือให้ ธกส.เป็นผู้ให้กู้ กับสมาชิกกลับกองทุนโดยตรง และให้เกษตรกรเป็นผู้ซื้อแม่โคในตลาด หรือในพื้นที่ ไม่ใช่รัฐเป็นผู้แจก ซึ่งเป็นข้อเสนอของรัฐมนตรีบางคน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีสมศักดิ์ที่เป็นผู้รับผิดชอบก็ได้รับทราบและจะนำไปปฏิบัติต่อไป

ขณะที่การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตวันพรุ่งนี้ (19 เม.ย.) ที่นายกเทศมนตรีเตรียมเสนอรายงานยกฐานะภูเก็ตให้เป็นเขตปกครองพิเศษ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบรายงานมาแต่ก็จะรวบรวมความคิดเห็นทุกภาคส่วนอยู่ หากได้รับก็จะนำไปพิจารณาต่อไป ปัจจุบันทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับจังหวัดภูเก็ตค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นจังหวัดใหญ่ในแง่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ส่วนเรื่องราคาน้ำมันแพงขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพลังงาน กำลังพิจารณาอยู่

นายกฯ ยืนยัน ยังไม่มีคุยปรับ ครม. ไม่มีใครถามในที่ประชุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573128

18 เม.ย. 2567

12:36 น.

นายกฯ ยืนยัน ยังไม่มีคุยปรับ ครม. ไม่มีใครถามในที่ประชุม

นายกฯ ​ยืนยัน ยังไม่มีคุยปรับ ครม. ไม่มีใครถามในที่ประชุม ไม่รู้เรื่องยึดเก้าอี้ประธานสภาฯ คืนจากพรรคประชาชาติ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรีว่า ในที่ประชุมไม่มีใครถามอะไรเลยทุกคนก็ทำงานกันต่อเนื่อง อย่างที่ท่านเสนอข่าวไปว่าวัคซีนที่ดีที่สุดคือการทำงาน ตอนนี้ก็มุ่งมั่นทำงานอย่างเดียว

ส่วนโควต้าที่ว่างอยู่ของพรรคพลังประชารัฐนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เมื่อสักครู่ก็ได้พูดคุยกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ไม่เห็นว่าท่านจะพูดอะไรมา

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะขอเก้าอี้ประธานสภาฯ คืนจากพรรคประชาชาตินั้น ไม่ทราบเรื่องต้องไปถามหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะไปนั่งเป็นผู้นำสภาฯ นั้น ไม่ขอก้าวล่วง และไม่พูดอะไร เพราะจะกระทบกระเทือนกับคนที่อยู่ปัจจุบัน อย่าดีกว่าอันนี้ไม่ใช่เรื่องของผม

มีกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรีจะควบตำแหน่ง รมว.กระทรวงกลาโหมด้วยนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ในวินาทีนี้ยังเป็นรมว.กระทรวงการคลัง และนายกรัฐมนตรี ส่วนจะมีโอกาสหรือไม่ที่จะไปคุมกองทัพเอง มองว่า ทุกอย่างทุกมุมไม่มีโอกาส ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเวลามากกว่า และไม่ขอตอบคำถามเรื่อง Digital wallet เพราะมีความชัดเจนไปแล้วเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา