‘ปชป.’ เปิดตัว 100 ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ‘เลือกตั้ง66’ พร้อมลบคำ ‘ปรามาส’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545908

31 มี.ค. 2566

'ปชป.' เปิดตัว 100 ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ 'เลือกตั้ง66' พร้อมลบคำ 'ปรามาส'

‘ปชป.’ เปิดตัว 100 ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ด้าน ‘จุรินทร์’ ชวนทัพหน้าถือยางลบตระเวนลบคำ ‘ปรามาส’ ย้ำคุณสมบัติทุกคนเพียบพร้อม มีอดีตรมต.ถึง 15 คน

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค , นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชุมเตรียมความพร้อมผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน พร้อมเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาให้ข้อมูลถึงกฎกติกาในวันที่จะเปิดรับสมัคร 4 เมษายนนี้ 

จากนั้นนายจุรินทร์นำ สส.แบบบัญชีรายชื่อที่ผ่านการรับรอง 100 คน สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมเพื่อความเป็นสิริมงคล และกล่าวย้ำ ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบกกต. โดยเคร่งครัดทุกประการ  

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นำทัพสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นำทัพสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม

ที่สำคัญใครปรามาสเราไว้ ขอให้ทัพหน้าประชาธิปัตย์ 100 คนนี้ ถือยางลบแท่งใหญ่ตระเวนไปทั่วประเทศลบคำปรามาส และนำพรรคไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้ง วันนี้พรรคพร้อม ทั้งคน นโยบาย จุดยืนทางการเมือง ประสบการณ์ ผลงาน และสิ่งที่ประเทศโหยหาต้องการ คือ ความสื่อสัตย์ สุจริต  

สำหรับการจัดทัพหาเสียงมี 3 ทัพ คือ ทัพหัวหน้าพรรค , ทัพเลขาธิการพรรค , ทัพอดีตหัวหน้าพรรค(นายบัญญัติ บรรทัดฐาน) ที่จะเป็นกำลังสำคัญหาเสียงเลือกตั้ง 

ส่วนรองหัวหน้าพรรคแต่ละพื้นที่ ก็จะเป็นกำลังสำคัญในการบริหารจัดการร่วมกันกับศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ของพรรค และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ จะร่วมลงไปรณรงค์ในพื้นที่ทุกจังหวัดและทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องจะมาช่วยกันลงคะแนนสนับสนุนพรรคต่อไป 

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ตนจะนำผู้สมัครไปด้วยตัวเอง ทั้งแบบเขต สส.กทม. 33 เขต ในวันที่ 3 เม.ย. และแบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 4 เม.ย. ยืนยันผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อครั้งนี้ ไม่แพ้พรรคการเมืองอื่น ทุกคนมีคุณภาพ มีศักยภาพ ที่พร้อมจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าไปรับใช้ประชาชนทุกคนทั่วประเทศ อย่างน้อยที่สุด ได้แยกแยะคุณสมบัติของสส.บัญชีรายชื่อ อย่างน้อยเป็น

– หัวหน้าพรรคและอดีตหัวหน้าพรรค 3 คน เช่น ตน นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ,

-อดีตรัฐมนตรีมาแล้วถึง 15 คน

-อดีต สส. 29 คน ,

– จบการศึกษา ป.โท ป.เอก รวม 75 คน

– เป็นสตรีรวมกันถึง 17 คน 

โดยพรรคประชาธิปัตย์พร้อมพาพรรคและประเทศเข้าสู่การเมืองยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับทุกคนทุกเพศทุกวัยอย่างเท่าเทียมกัน มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น เศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อมและโลกยุคใหม่ นักกฎหมาย นักธุรกิจ นักวิชาการ สื่อสารมวลชน แม้แต่ผู้พิการก็มาร่วมอุดมการณ์ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อด้วย นี่คือความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นทัพหน้าอีกทัพหนึ่ง ขอให้ทุกคนทำหน้าที่เต็มกำลังความสามารถ และช่วยกันรณรงค์หาเสียงเต็มกำลัง นำชัยชนะมาสู่พรรคประชาธิปัตย์ต่อไปในการเลือกตั้งครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ ตั๊น จิตภัสร์ ไม่ได้เดิตทางร่วมงานเปิดตัวด้วย เนื่องจากยังอยู่ระหว่างพักระกษาตัวจากอุบัติเหตุอยู่ 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สส.แบบบัญรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์สส.แบบบัญรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์'ปชป.' เปิดตัว 100 ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ 'เลือกตั้ง66' พร้อมลบคำ 'ปรามาส'

‘อัศวเหม’ สายป่านโยงใย 2 พรรคใหญ่ เครือข่ายการเมือง ‘ปากน้ำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545909

31 มี.ค. 2566

'อัศวเหม' สายป่านโยงใย 2 พรรคใหญ่ เครือข่ายการเมือง 'ปากน้ำ'

แม้ ชนม์สวัสดิ์ ‘อัศวเหม’ ผู้วายชนม์ จะไม่ทันเห็นผล โครงข่ายการกลับมาใหม่ทางการเมือง แต่บ้านใหญ่ ‘ปากน้ำ’ ผูกสายป่านไว้กับ 2 พรรครัฐบาลแล้ว

การเสียชีวิตของ ชนม์สวัสดิ์ เป็นรายที่สองของตระกูลอัศวเหม ที่จากไปด้วยอาการวูบ โดยเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2558 พูนผล อัศวเหม พี่ชาย ได้จากไป จากภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะที่ชนม์สวัสด์ วูบ จากภาวะฮีทสโตรก

ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครคาดคิดว่า ตระกูลอัศวเหม จะกลับมายิ่งใหญ่ในทางการเมืองอีกครั้ง หลังพ่ายยับให้กับพรรคไทยรักไทย ในปี 2544

กลุ่มการเมืองของวัฒนา อัศวเหม ในสนามปากน้ำ สอบตกยกจังหวัด พื้นที่การเมืองของ อัศวเหม ถูกบีบให้เหลือแค่ เทศบาลนครสมุทรปราการ แต่วันนี้ ลูกหลานของวัฒนา จะกลับมายึดครองสนามเลือกตั้งสมุทรปราการ ทั้งท้องถิ่น และระดับชาติแต่การเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรปราการปี 2554

ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ขยับจากเวทีนายกเล็กปากน้ำ ก้าวเข้าสู่เวที อบจ. กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ได้เก้าอี้ ส.อบจ. 30 ที่นั่ง นับเป็นบันไดขั้นแรกในการกลับมาทวงแชมป์ สส.ปากน้ำ และได้รับรางวัลตอบแทน ช่วงโค้งสุดท้าย ของรัฐบาลลุงตู่ ด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯของ สุนทร ปานแสงทอง ตัวแทนกลุ่มที่มี สส.ในสังกัดถึง 6 ที่นั่ง

ปัจจุบันคนในตระกูล อัศวเหม ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ ประกอบด้วย อัครวัฒน์ อัศวเหม หลานชายของวัฒนา อัศวเหม อดีต สส.สมุทรปราการ เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เป็นแม่ทัพปากน้ำของพลังประชารัฐ ที่มี อดีต สส. ในกลุ่ม 6 คน  

ประภาพร อัศวเหม ภรรยาของพูลผล อัศวเหม (พี่ชายชนม์สวัสดิ์) นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ  นันทิดา แก้วบัวสาย ภรรยาของชนม์สวัสดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ สมัยแรก

พิม อัศวเหม ลูกสาวของประภาพร สมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ เขต อ.พระสมุทรเจดีย์  ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวของชนม์สวัสดิ์-นันทิดา เลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ ล่าสุดมีรายชื่อ เป็นผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในลำดับที่ 14  ซึ่งอนุทินระบุว่าเป็นลูกสาวหัวหน้าพรรค หรือว่าที่ลูกสะใภ้ เพราะเป็นคนรักของเป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายของอนุทิน   

ตระกูลอัศวเหม แตกสาแหรกการเมืองระดับประเทศออกเป็นสองสาย คือกลุ่มอดีต สส. เก่า นำโดยอัครวัฒน์ อัศวเหมซึ่งมีศักดิ์ เป็นพี่ชายของ ชนม์สวัสดิ์ และเป็นลุงของ ชนม์ทิดา  พาอดีต สส. แบบเบ่งเขต พาเหรดไปเปิดตัวอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ

 ขณะที่ ชนม์ทิดา กำลังจะเป็นดองกับตระกูลชาญวีรกูล มีรายชื่อเป็นว่าที่ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่ออยู่ในกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทั้งสองพรรค จับมือกันตั้งรัฐบาล ก่อนการเลือกตั้งแล้ว 

‘เพื่อไทย’ ถูกยื่น ‘ยุบพรรค’ อีก จากการปราศรัย ที่นครปฐม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545906

31 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' ถูกยื่น 'ยุบพรรค' อีก จากการปราศรัย ที่นครปฐม

ผู้ศรัทธา พล.อ.ประยุทธ์ ยื่น กกต. ให้ ‘ยุบพรรค’ ‘เพื่อไทย’ อีกหนึ่งคดี จากกรณีปราศรัยให้ร้าย ในระหว่างลงพื้นที่หาเสียงนครปฐม

นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้สนับสนุนและศรัทธาในตัวพลเอกประยุทธ์ นำคลิปและถอดเนื้อหาการปราศรัยของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 66 ที่จังหวัดนครปฐม

ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค

การกระทำของนายณัฐวุฒิ มีการกล่าวหาแบบรื่นเริงร้องเพลงบนเวที ข้อความว่า “ลุงตู่ ลุงตู่อยู่ไหน ลุงตู่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ในวงจรอุบาทว์” “ เลือกลุงตู่เลือกลุงตู่ ไม่เชื่อเลือกดู จะชิบหายตลอดชาติ“ ซึ่งเป็นการใส่ร้าย โกหก ทำให้เกิดคะแนนเสียแก่ผู้สมัครผู้หนึ่งผู้ใด

ซึ่งปรากฏตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและบทกำหนดโทษตามมาตรา 158 และมาตรา 159 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 20 21 และ 22 ที่มีผลใช้บังคับเนื่องจากมีการยุบสภา ประกาศวันเลือกตั้งใหม่แล้ว

เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ดังนั้นจึงเห็นว่าการกระทำของนายณัฐวุฒิ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยปล่อยให้ปราศรัยบนเวทีมาโดยตลอดและทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งสส.

ทั้งนี้หากกรรมการบริหารพรรคเห็นด้วย กับที่นายณัฐวุฒิปราศรัยเท่ากับ ยินยอมพร้อมใจให้ดำเนินการ ซึ่งสามารถนำไปสู่กระบวนการพิจารณาถึงขั้นยุบพรรคการเมืองตามกฏหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองได้

อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร ยื่นเรื่องร้องเรียนครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เพราะเห็นว่าพลเอกประยุทธ์เป็นคนดีซื่อสัตย์สุจริตและมีผลงาน เช่นเดียวกับที่เคยยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการที่บุกบ้านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์

‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ ตำนาน ‘เจ้าพ่อปากน้ำ’ นักการเมืองและนักธุรกิจชื่อดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545896

31 มี.ค. 2566

'เอ๋ ชนม์สวัสดิ์' ตำนาน 'เจ้าพ่อปากน้ำ' นักการเมืองและนักธุรกิจชื่อดัง

เปิดเส้นทาง ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ ตำนาน ‘เจ้าพ่อปากน้ำ’ นักการเมืองและนักธุรกิจชื่อดัง ก่อนเสียชีวิตลงด้วยภาวะฮีทสโตรก

ข่าวการเสียชีวิตของ ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และนักธุรกิจชื่อดัง ได้สร้างความเสียใจให้แก่คนในหลายวงการ ทั้งวงการธุรกิจ วงการการเมือง รวมไปถึงเพื่อนสนิทในวงการบันเทิง ซึ่งได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยตั้งแต่ทราบข่าว

‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ ได้ถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลบุรีรัมย์ อย่างเร่งด่วนเมื่อช่วงบ่าย วันที่ 30 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ด้วยภาวะ ฮีทสโตรก หรือ โรคลมแดด เนื่องจากอยู่ในอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ขณะซ้อมแข่งรถยนต์ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ จนได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตลงแล้วเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2511 เป็นบุตรของ นายวัฒนา อัศวเหม กับ นางจันทร์แรม อัศวเหม มีพี่ชาย 2 คน คือ นายพิบูลย์ อัศวเหม และ นายพูลผล อัศวเหม เขาจบปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ สมรสครั้งแรกกับ นันทิดา แก้วบัวสาย นักร้องชาวไทย แต่เขาก็ยังมีข่าวความสัมพันธ์กับนักแสดงหญิงหลายคน และต่อมาเมื่อหย่าขาดจากนันทิดาแล้ว ก็ได้สมรสอีกครั้งกับ ‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ แต่ก็ยังปรากฏภาพความสัมพันธ์ในครอบครัวของชนม์สวัสดิ์ นันทิดา และบุตรสาว รวมทั้งในปี 2563 เขายังสนับสนุนให้ นันทิดา แก้วบัวสาย ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ อีกด้วย

ในปี 2564 นายต่อศักดิ์ อัศวเหม ลูกพี่ลูกน้อง​ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25

เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหมเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม

นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองชาวไทย ซึ่งเคยได้รับเลือกตั้งให้เป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ในชุดของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และเป็นบุตรชายของ นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง

‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ เป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านธุรกิจการเกษตร และด้านน้ำมันเชื้อเพลิง เคยดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ แต่ต่อมาถูกสั่งปลดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2558

งานทางการเมืองสนามใหญ่ เขาเคยเป็นกรรมการบริหารพรรคมหาชน เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2550 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาได้เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ในปี 2551 และในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 เขาให้การสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ

ในปี 2542 เขาเคยถูกจำคุกในคดีทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ ซึ่งศาลฎีกาตัดสินเมื่อ 4 สิงหาคม 2558 ต่อมาเขาได้รับการพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 8 (3) ของพระราชทานอภัยโทษพระราชกฤษฎีพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งได้ลดวันต้องโทษ 1 ใน 4 ของโทษที่เหลือ เมื่อ 7 กันยายน 2559

สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ น้องเพลง ชนม์ธิดา อัศวเหม บุตรสาวของ ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ ผู้เป็นทายาทที่จะสานต่อทางการเมืองของบิดา ได้มีรายชื่อเป็นว่าที่ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในลำดับต้นๆ ของพรรคภูมิใจไทยด้วย

เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหมเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม

ด่วน ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ เสียชีวิตแล้ว หลังหมดสติจากภาวะฮีทสโตรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545893

31 มี.ค. 2566

ด่วน 'เอ๋ ชนม์สวัสดิ์' เสียชีวิตแล้ว หลังหมดสติจากภาวะฮีทสโตรก

ด่วน ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ เสียชีวิตแล้ว เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์ หมดสติจากภาวะฮีทสโตรก เพื่อนโพสต์แสดงความอาลัย

ความคืบหน้ากรณีที่ ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และนักธุรกิจชื่อดัง ได้ถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลบุรีรัมย์ อย่างเร่งด่วนเมื่อช่วงบ่าย วันที่ 30 มีนาคม 66 ที่ผ่านมา ด้วยภาวะ ฮีทสโตรก หรือ โรคลมแดด เนื่องจากอยู่ในอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ขณะซ้อมแข่งรถยนต์ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ล่าสุดได้รับการยืนยันจาก นายสุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 30 มีนาคม 66 นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้บินด่วนมาจากกรุงเทพได้เดินทางเข้าเยี่ยม ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ ที่ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อบันทึกภาพขณะเยี่ยม โดย นายอนุทิน ได้อยู่ที่ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จนถึงเวลา 00.30 น. ก่อนจะเดินทางกลับ  

ซึ่งภายหลังที่มีการยืนยันว่า ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ เสียชีวิตแล้ว ได้มีเพื่อนสนิทและคนในวงการได้โพสต์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของ นายชนม์สวัสดิ์ ด้วย

โดยมีกำหนดการ เคลื่อนร่างจากบุรีรัมย์กลับมาบำเพ็ญกุศลที่ จ.สมุทรปราการ เวลา 9.00 น. วันนี้

‘พรรคพลังประชารัฐ’ เปิดรายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส. 400 เขต เช็กเลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545880

30 มี.ค. 2566

'พรรคพลังประชารัฐ' เปิดรายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส. 400 เขต เช็กเลย

ตัวท็อป ‘พรรคพลังประชารัฐ’ พาเหรด ลงสนามแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ ลงพื้นที่จ.พะเยา ‘ไผ่ ลิกค์’ ลงสนาม จ.กำแพงเพชร เช็กเลย รายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส. 400 เขต ทั่วประเทศ

นับถอยหลังใกล้วันรับสมัครเลือกตั้ง2566 บรรดาพรรคการเมืองทยอยเปิดตัวนักการเมือง ทั้งแบบเขต และแบบปาร์ตี้ลิสต์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2566 “พรรคพลังประชารัฐ”  ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมแกนนำพรรค ได้แถลงเปิดตัวผู้สมัครสส. 400 เขต ทั่วประเทศ

รายชื่อว่าที่ผู้สมัครสส. 400 เขต ประกอบด้วย

ภาคกลาง (ภาค 1) จำนวน 42 คน

จ.สมุทรปราการ ​ประกอบด้วย 1. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม 2.ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร 3.น.ส.ภริม พูลเจริญ 4.นายวรพร อัศวเหม 5.นายจาตุรนต์ นกขมิ้น 6.นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ 7.นายต่อศักดิ์ อัศวเหม 8.นายกรุง ศรีวิไล

จ.นนทบุรี ประกอบด้วย 9.น.ส.สมบูรณ์วรรณ ตรีสิทธุ์ไชย 10.น.ส.จิรวรรณ เรี่ยวแรง 11.นายสมพงษ์ รัตนพรสุวรรณ 12.นายทองใบ เสริฐสอน 13.นายพลวัตร บรรดาศักดิ์ 14.นายสามารถ เจริญนนทสิทธิ์ 15. นายทศพล เพ็งส้ม 16.นายวิเชียร เจริญนนทสิทธิ์

จ.ปทุมธานี ประกอบด้วย 17.นายเสวก ประเสริฐสุข 18.นายนพดล ลัดดาแย้ม 19.นายปรีชา ชื่นชนกพิบูล 20.นายยุทธวัฒน์ หาญเกียรติกล้า 21.นายวิรัช พยุงวงษ์ 22.ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง 23.น.ส.กฤษณา วงศ์คำ จ.สิงห์บุรี ประกอบด้วย 24.นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 

จ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย 25.นายบุญเชิด ศิริยศ 26.นายธนพล บุญเจริญกิจ 27.นายชณทัต ปัทะมะภูวดล 28.นายพิตพิพรรธน์ พรรณธนะ 29.นายภูมินทร์ มงคลกาย

จ.สระบุรี ประกอบด้วย 30.น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย 31.นายกฤษดา อินทร์พาเพียร 32.ดร.เกณิกา อุ่นจิตร์ 33.นายองอาจ วงษ์ประยูร

จ.ลพบุรี ประกอบด้วย 34.พ.อ.สุชาติ คัดสูงเนิน 35.นายไสว วงษ์ศรี 36.ร.ต.ธนกร กระต่ายจันทร์ 37. นายณฐพงศ์ นรสิงห์ 38.นายสนั่น พรหมสุข

จ.อ่างทอง ประกอบด้วย 39.นายโชคชัย ทองศักดิ์ 40.น.ส.สุกัญญา ขำวงษ์ และ จ.ชัยนาท ประกอบด้วย 41.นายธนบดี คุ้มชนะ 42.นายปัญญา ไทยรัตนกุล

ว่าที่ผู้สมัครสส.เขต พรรคพลังประชารัฐว่าที่ผู้สมัครสส.เขต พรรคพลังประชารัฐ

ว่าที่ผู้สมัครสส.เขต พรรคพลังประชารัฐว่าที่ผู้สมัครสส.เขต พรรคพลังประชารัฐ

ภาคตะวันออก (ภาค 2) จำนวน 31 คน

จ.ชลบุรี ประกอบด้วย 43.นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา 44.ร.อ.ดร.จองชัย วงศ์ทรายทอง 45.นายเพิ่มพงศ์ วงศ์ทรายทอง 46.นายประมวล เอมเปีย 47.นายยศพนต์ สุธรรม 48.น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ 49.นายบรรจบ รุ่งโรจน์ 50.นายโอฬาร์ ปัญญปิติพัฒน์ 51.นายนิพนธ์ แจ่มจำรัส 52.นายสะถิระ เผือกประพันธุ์


จ.ฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย 53. ดร.รัฐสภา นพเกตุ 54.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร 55.นายสายันห์ นิลาช 56. พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ 

จ.ปราจีนบุรี ประกอบด้วย 57.นายนุกูลกิจ พากเพียรศิลป์ 58.นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ 59.นายสุรเดช สิทธิเดชกุลถาวร

จ.ระยอง ประกอบด้วย 60.นายดนัย วิริยะสหกิจ 61.น.ส.นฤมล พงษ์ประเทศ 62.นายพายัพ ผ่องใส 63.นายกรี ไพรสี 64.น.ส.วรฎาศิริ ศิริคช

จ.จันทบุรี ประกอบด้วย 65.นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ 66.นายธนกร โฉมเฉลา 67.นายชรัตน์ เนรัญชร จ.ตราด ประกอบด้วย 68.นายกิตติธัช ไชยอรรถ

จ.นครนายก ประกอบด้วย 69.นางสาวนิดา ขนายงาม 70.นางสาวชลธิชา ขนายงาม 


จ.สระแก้ว ประกอบด้วย 71.นางขวัญเรือน เทียนทอง 72.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง 73.นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์

ภาคอีสานตอนล่าง (ภาค 3) จำนวน 66 คน

จ.นครราชสีมา ประกอบด้วย 74. นายเกษม ศุภรานนท์ 75.นายประพิศ นวมโคกสูง 76. นายวีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน 77.นายสุธรรม พรสันเทียะ 78.ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ 79.นางอรทัย พลวิเศษ 80.นางทัศนียา รัตนเศรษฐ 81.ดร.อรัชมน รัตนเศรษฐ 82.นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ 83.นายณัฐพล ชวนกระโทก 84.พ.ต.อ.ปริวัฒน์ นาคำ 85.ดร.กาญจนา เปรมภิรักษา 86.นายสุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล 87.นายวิรัตน์ วาริชอลังการ 88.นายพจน์ เจริญสันเทียะ 89.นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ

จ.สุรินทร์ ประกอบด้วย 90.นายอนุรัตน์ ศรีสุรินทร์ 91.นายมานพ แสงดำ 92.นายเจ้าจอม เตียวเจริญโสภา 93.นายอิทธิพล กำลังหาญ 94.นายกวิน เตียวเจริญโสภา 95.นายอำนวย แท่นดี 96.นายพิเชษฐ์ สุทธิศิริวัฒนะ97.น.ส.ณชณฆ์ ตรงใจ 

จ.ศรีสะเกษ ประกอบด้วย 98.นายธนินท์ธร ศรีขาว 99.นายพงษ์ศักดิ์ อริยะสุนทรกุล 100.นายสุรณัฐ แนบเนียม 101.นายเกียรติศักดิ์ ธรรมบุตร 102.นายธีรปภัสร์ พงษ์วันกิตติคุณ 103 นายอภิชาติ เกียรติสาร 104.ดร.อภิชา ระยับศรี 105.นายธนกฤช จิริวิภากร 106.นายฤทธา นันทพันธ์

จ.บุรีรัมย์ ประกอบด้วย 107.นายเจษฎากร เขียนนิลศิริ 108.นายนภดล อังคสุภณ 109.นายอิทธิศักดิ์ ปาทาน110.นายสุเทพ ใสงาม 111.นายสมคิด สินไธสง 112.นายบรรจง ศรีหาบุญทัน 113.นายบำเหน็จ ทิพย์อักษร114.นายประกิจ พลเดช 115.นายปกรณ์ ทรงประโคน 116.นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย 

จ.อุบลราชธานี ประกอบด้วย 117.น.ส.สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ 118.นายโกวิทย์ ธรรมานุชิต 119.ดร.จำลอง พรมสวัสดิ์ 120.นายนาวิน ลาธุลี 121.นายเข็มทอง แก้วเนตร 122.นายธนบูรณ์ชัย อร่ามเรือง 123.นางสาววิยดา พรหมทอง 124.นายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์ 125.นายนิวัฒน์ จำปาทอง 126.นายศุภโชค ฐานเจริญ 127.นายยิ่ง ภูผา

จ.ยโสธร ประกอบด้วย 128.นายธวัชชัย นิจพาณิชย์ 129.นายมนตรี เอราวรรณ์ 130.นายสฤษดิ์ ประดับศรี จ.อำนาจเจริญ ประกอบด้วย 131.นายวิชัย บุญเสริฐ 132.นางจันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี จ.ชัยภูมิ ประกอบด้วย 133.นางจิตราภรณ์ กล้าแท้ 134.นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ 135.นายสนั่น เตชโสภณ 136.น.ส.กาญจนา จังหวะ 137.นายสุขสันต์ ชื่นจิตร 138.นายพีระพล ติ้วสุวรรณ 139.นายอัครแสนคีรี โล่วีระ

ภาคอีสานตอนบน (ภาค 4) จำนวน 67 คน

จ.ขอนแก่น ประกอบด้วย 140 .นายอัษฎางค์ แสวงการ 141.นายพัฒนา นุศรีอัน 142.นายปัญญา ศรีปัญญา 143.นายณรงค์เลิศ สุรพล 144.นายสมใจ ชาญจระเข้ 145.นายสำราญ ศรีภา 146.นายสมศักดิ์ คุณเงิน 147.นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์ 148.นายพิพัฒน์พงศ์ พรหมนอก 149.นายบัลลังก์ อรรณนพพร 150.นายสมรักษ์ คำสิงห์ 

จ.อุดรธานี ประกอบด้วย 151.นายโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์ 152.นายชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง 153.น.ส.ชุติมา โชติธนาจินดา 154.นายอฤเดช แพงอะมะ 155.นายสุระศักดิ์ แสงตา 156.นายวิฑูรย์ นามคุณ 157.นายมนตรี พึ่มชัย 158.นายสุภีรภัทร ภูมิภักดิ์ 159.นายชัชวาลย์ ลือคำหาญ 160.นายอัมพร เทศศรีเมือง

จ.กาฬสินธุ์ ประกอบด้วย 161.น.ส.พาวิไล พิมพะสาลี 162.นายวรากรณ์ ภูอาภรณ์ 163.นายจำลอง ภูนวนทา 164.นายสิทธิศักดิ์ พัฒนชัย 165.นายชานุวัฒน์ วรามิตร 166.นายสุรพงษ์ พลซื่อ 

จ.ร้อยเอ็ด ประกอบด้วย 167.นายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล 168.นายเอกรัฐ พลซื่อ 169.นางรัชนี พลซื่อ 170.น.ส.กัญจน์พร วงศ์เวไนย 171.นายภาณุวัฒน์ ศิริ 172.นายเฉลิมศักดิ์ แสนปาง 173.นายศราวุธ ศรีนนท์ 174.นายใหม่ เสาวงค์

จ.หนองคาย ประกอบด้วย 175.นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ 176.นายศักดิ์ บึงลี 177.นายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ

จ.สกลนคร ประกอบด้วย 178.นายอภิวัฒน์ มีชัย 179.นายกฤษณะ พุฒซ้อน 180.นายทนงศิลป์ วจีสิงห์ 181.นายสุรจิต สัตถาผล 182.นายชัยมงคล ไชยรบ 183.นายเชิดชัย สิงห์มหันต์ 184.นายพจนาถ ธานะราช 

จ.มหาสารคาม ประกอบด้วย 185.นายทองหล่อ พลโคตร 186.นายสุชาติ ศรีสังข์ 187.นายประสาทพร สีกงพลี 188.นายสมเกียรติ กะตะศิลา 189.นายโกศล คาดพันโน 190.ส.อ. วิทน โชติเมืองปัก 

จ.เลย ประกอบด้วย 191.นายจรูญ พานิช 192.นายชูศักดิ์ บัวระภาสิริ 193.นายสันติภาพ เชื้อบุญมี 194.นายสุภาพ พุทธทองศรี

จ.นครพนม ประกอบด้วย 195.นายสรวิศิษฏ์ เสมอพิทักษ์ 196.น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ 197.นางมารวย อุดมเลิศปรีชา 198.นางวิทยาพร หาญทองชัย 

จ.มุกดาหาร ประกอบด้วย 199.นายวิริยะ ทองผา 200.นายวิทยา บุตรดีวงค์ 

จ.หนองบัวลำภู ประกอบด้วย 201.นางศรัณยา สุวรรณพรหม 202 .พ.ต.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม 203.น.ส.ประภาลักษณ์ สิทธิ
 

จ.บึงกาฬ ประกอบด้วย 204.นายวิทยา เสนจันทร์ฒิไชย 205.นายอนุสรณ์ แกหลิ่ง 206.นางฌาณิการ์ เมืองแทน

ภาคเหนือตอนบน (ภาค 5) จำนวน 34 คน

จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย 207.นายพจนารถ ศรียารัณย 208.นางศรีพรรณ เขียวทอง 209.นายพรชัย อรรถปรียางกูร 210.น.ส.มนสิชา ภัคดิเมธี 211.นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ 212.นางรัตนประภา ดิศวัฒน์ 213. นายบดินทร์ กินาวงษ์ 214.น.ส.กุสุมา บัวพันธ์ 215.นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ 216.นายนรพล ตันติมนตรี 

จ.เชียงราย ประกอบด้วย 217.นายศรัณพัฒน์ ศรีสวัสดิ์ 218.นางวันดี ราชชมภู 219.พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด 220.นายเกียรติศักดิ์ อุดขา 221 นายพันธัช ภูผาพันธกานต์ 222.นายระพิน เตมียะ 223.นายบุญเกิด ร่องแก้ว

จ.ลำปาง ประกอบด้วย 224.นางระพีพรรณ โพธิ์ทอง 225.นายจินดา วงศ์สวัสดิ์ 226.นายดาชัย เอกปฐพี 227. นายสมเกียรติ ตันตระกูล

จ.แม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย 228.นายปกรณ์ จีนาคำ 229.นายจำลอง ศรีสวัสดิ์ 

จ.แพร่ ประกอบด้วย 230 น.ส.อาทิตยา อินนะไชย 231.นายสุรสิทธิ์ เพชรปิตุพงษ์ 232. นางปอรวัลย์ มุดเจริญ

จ.น่าน ประกอบด้วย 233.นายสักก์สีห์ พลสันติกุล 234.นายสกล เนตรใสวรกุล 235.นายฉัตรชัย จิตตรง 

จ.พะเยา ประกอบด้วย 236.ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า 237.นายอนุรัตน์ ตันบรรจง 238.นายจีรเดช ศรีวิราช

จ.ลำพูน ประกอบด้วย 239.นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ 240.พล.ต.ต.กริช กิติลือ

ภาคเหนือตอนล่าง (ภาค 6 )จำนวน 36 คน

จ.พิษณุโลก ประกอบด้วย 241.นายอดุลวิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์ 242.นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ 243.นายหัสนัยน์ สอนสิทธิ์ 244.นายอัศวิน นิลเต่า 245.นายเอกพงษ์ กุลเจริญ 

จ.นครสวรรค์ ประกอบด้วย 246.นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ 247.นายนัยศาลิน ถนอมมิตรวัฒนา 248.นางสาวสุภัสสร คล้ายแจ้ง 249.นางจิตรา หมีทอง 250.นายพรวิศิษฐ์ เเจ่มใส 251.นายธนรัชต์ วิเชียรรัตน์ 

จ.เพชรบูรณ์ ประกอบด้วย 252.น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ 253.นายจักรัตน์ พั้วช่วย 254.นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ 255.นายวรโชติ สุคนธ์ขจร 256.นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ 257.นายอัคร ทองใจสด

จ.กำแพงเพชร ประกอบด้วย 258.นายไผ่ ลิกค์ 259.นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ 260.นายอนันต์ ผลอำนวย 261 .นายปริญญา ฤกษ์หร่าย

จ.พิจิตร ประกอบด้วย 262.นายพรชัย อินทร์สุข 263.นางณริยา บุญเสรฐ 264.นายเอกวิชญ์ เรืองมาลัย 

จ.ตาก ประกอบด้วย 265.นายประสงค์ นามเสถียร 266.นายชิงชัย ก่อประภากิจ 267. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข

จ.อุตรดิตถ์ ประกอบด้วย 268.นายเรวัติ คล้ายสมบูรณ์ 269.นายอัฑฒ์ เชื้อมีศรี 270.นายสุขโกศล โกศลธรรมสกุล

จ.อุทัยธานี ประกอบด้วย 271.นายประมวล เรืองศรี 272.นายไพฑูรย์ พุ่มสงวน 

จ.สุโขทัย ประกอบด้วย 273. น.ส.เบญจมาศ ไก่แก้ว 274.นายวิโรจน์ มากมูล 275.นายอารยะ ชุมดวงเขต 276.นายจเร บุญกำเนิด

ภาคตะวันตก (ภาค7) จำนวน 31 คน

จ.นครปฐม ประกอบด้วย 282.นายมารุต บุญมี 277.นายรัฐกร เจนกิจณรงค์ 278.นายศิรวริศ สวนแก้ว 279.นายณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม 280.นายจักรพงษ์ ทิมมณี 281.นายมนตรี บุญประคอง 

จ.กาญจนบุรี ประกอบด้วย 283.นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ 284.นายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ 285.นายกมลสันติ กลั่นบุศย์ 286.นางลำยอง ยิ้มใหญ่หลวง 287.นายประเทศ บุญยงค์

จ.สุพรรณบุรี ประกอบด้วย 288.นายศุภกิจ กลิ่นหอม 289.นายอุดม เพชรน้อย 290.นายธานินท์ โลห์ประเสริฐ 291.นายยุทธนา โพธสุธน 292.นายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ 

จ.ราชบุรี ประกอบด้วย 293.นายกฤษณะ พลอยชุม 294.นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา 295.นายจตุพร กมลพันธุ์ทิพย์ 296.นายวรวัฒน์ น้อยโสภา 297.นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์

จ.เพชรบุรี ประกอบด้วย 298.นายอรรถพล นุชนิยม 299.พล.อ.ท.ดร.ชนนนาถ​ เทพลิบ 300.นายทัตณัชพงษ์ เติมวรรธนภัทร์ 

จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย 301.นายณภัทร ​ ชุ่มจิตตรี 302.นายพิษณุ กล้าขาย 303.นายสมพงศ์ ทั่งศรี 

จ.สมุทรสาคร ประกอบด้วย 304.นายวัฒนา แตงมณี 305.น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ 306.น.ส.ปัญฑารีย์ มั่งมี

จ.สมุทรสงคราม ประกอบด้วย 307.นายนพพล ธนิกุล

ภาคใต้ตอนบน (ภาค 8) จำนวน 29 คน

จ.สุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย 308.นายณัฐวรันธร ทองคำ 309.นายสุริญญา ยืนนาน 310.นายประเทือง มีแต้ม 311.นายจิรวรรณ สารสิทธิ์ 312.นายธนโชติ ติณพันธุ์ 313.นายสุชาติ อินทรมณี 314.นายมนู วณิชชานนท์ 

จ.นครศรีธรรมราช ประกอบด้วย 315.รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ 316.นางสุภาพ ขุนศรี 317.นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง 318.นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ 319.นายสุชาติ จิตรติศักดิ์ 320.นายสุธรรม จริตงาม 321.นายคมเดช มัชฌิมวงศ์ 322.นายสุนทร รักษ์รงค์ 323.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ 324.นายชุ้น ณัฐเดช กังสุกุล 

จ.กระบี่ ประกอบด้วย 325.ดร.ศิวกรณ์ เอ่งฉ้วน 326.นายสรวิศทชากร เลขานุกิจ 327.นายอนันต์ เขียวสด

จ.ภูเก็ต ประกอบด้วย 328.นายจิรายุส ทรงยศ 329.นายสุทา ประทีป ณ ถลาง 330.นายนัทธี ถิ่นสาคู

จ.ชุมพร ประกอบด้วย 331.นายสุรชัย แดงละอุ่น 332.นายสมมิตร ทองเหลือ 333.นายธีระศักดิ์ ปางวิรุฬห์รักข์ จ.พังงา ประกอบด้วย 334.นายกานต์ เพชรบูรณ์ 335.นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์

จ.ระนอง ประกอบด้วย 336.นายพงศกร พรหมสุวรรณ

ภาคใต้ตอนล่าง (ภาค 9) จำนวน 31 คน

จ.สงขลา ประกอบด้วย 337.นายภวัต นิตย์โชติ 338.นายอดิสัณห์ ชัยวิวัฒน์พงศ์ 339.นายอาทิตย์ สุวิทย์ 340. นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว 341.นายญาณพง เพชรบูรณ์ 342.นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ 343.นายธเนศ ล่องนาวา 344.นายธีรพงศ์ ดนสวี 345.นายล่องหิ้น ทิพย์แก้ว 

จ.สตูล ประกอบด้วย 346.พ.ต.ท.สุริยา บาราสัน 347. นายทินกร ทองใสเกลี้ยง 

จ.ตรัง ประกอบด้วย 348.นายกิตติพงศ์ ผลประยูร 349.นายทวี สุระบาล 350.พ.ต.ท.นัทธพงศ์ ใจสมุทร 351.พล.ต.ต.บรรลือ ชูเวทย์

จ.พัทลุง ประกอบ 352.นายเอกภัทร ภัทร์รัศมี 353.ดร.พลกฤษณ์ คล้ายวิตภัทร 354.ดร.วัฒนา เรืองแก้ว 

จ.ปัตตานี 355 .นายอรุณ เบญจลักษณ์ 356.นายคอซีย์ มามุ 357. นายรุสดี สารอเอง 358.นายบูรฮันธ์ สะเม๊าะ359.นายอันวาร์ สาและ

จ.ยะลา ประกอบด้วย 360.นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ 361.นายกอเซ็ง แซมะซู 362. นายกามิน มุซิ 

จ.นราธิวาส ประกอบด้วย 363.นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ 264.นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ 365.นายรำรี มามะ 366.นายอามีร ซาริคาน 367.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ

กรุงเทพมหานคร (ภาค 10) จำนวน 33 คน

กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 368.นายสฤษดิ์ ไพรทอง 369.นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ 370.นางสาวชญาภา ปรีดาพากย์ 371.นายภูวกร ปรางภรพิทักษ์ 372.นายกานต์ กิตติอำพน 373.นายรชฎ พิสิษฐบรรกร 374.ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช 375.นายรังสรรค์ กียปัจจ์ 376.นายอนันตชาติ บัวสุวรรณ 377.ภญ.สุชาดา เวสารัชตระกูล 378.น.อ.บัญชาพล อรัณยะนาค 379.ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น 380.นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ 381.นางนฤมล รัตนาภิบาล 382.น.ส.ณิรินทร์ เงินยวง 383.นายกิติภูมิ นีละไพจิตร 384.นายศิริพงษ์ รัสมี 385.นายพีระพงษ์ รัสมี 386.นางนาถยา แดงบุหงา 387.นายบุญรุ่ง เต๋งจงดี 388.นางสาวแพรว กิจสุวรรณ 389.นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ 390.นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ 391.นายศันสนะ สุริยะโยธิน 392.นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา 393.นายอนุชา กวางทอง 394.นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล 395.นายมานพ มารุ่งเรือง 396.นายเอกชัย ผ่องจิตร์ 397.นายสิทธิโชค คล้อยแสง 398.น.ต.นิธิ บุญยรัตกลิน 399.นางสาวบุณณดา สุปิยพันธุ์ 400.นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล

'พรรคพลังประชารัฐ' เปิดรายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส. 400 เขต เช็กเลย
'พรรคพลังประชารัฐ' เปิดรายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส. 400 เขต เช็กเลย
'พรรคพลังประชารัฐ' เปิดรายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส. 400 เขต เช็กเลย

ว่าที่ผู้สมัครสส.เขต พรรคพลังประชารัฐว่าที่ผู้สมัครสส.เขต พรรคพลังประชารัฐ

พลเอกประวิตร ทักทายว่าที่ผู้สมัครสส.เขต พรรคพลังประชารัฐพลเอกประวิตร ทักทายว่าที่ผู้สมัครสส.เขต พรรคพลังประชารัฐ

'พรรคพลังประชารัฐ' เปิดรายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส. 400 เขต เช็กเลย

ที่มาข้อมูล: พรรคพลังประชารัฐ

‘อ.ธีรยุทธ’ ชี้เลือกตั้งปี 66 ยุติธรรมที่สุด เตือน สว. อย่ายุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545879

30 มี.ค. 2566

'อ.ธีรยุทธ' ชี้เลือกตั้งปี 66 ยุติธรรมที่สุด เตือน สว. อย่ายุ่ง

‘อ.ธีรยุทธ’ ชี้เลือกตั้งที่จะถึง ยุติธรรมมากที่สุด แนะสว. ใช้อำนาจตามหน้าที่เฉพาะกิจ เตือนเข้ามายุ่ง อาจเกิดความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ศ.ธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวถึงการเลือกตั้ง66ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า อยากให้มองเป็นเรื่องปกติ เป็นสถานการณ์สามัญทั่วไป ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะคิดว่าเป็นการแข่งขันที่แฟร์และยุติธรรมมากที่สุดครั้งหนึ่ง ทุกพรรคมีเวลาเตรียมตัวสามารถสรรหาบุคคลเต็มที่ ฝ่ายทหารตัดสินใจลงมาเลือกตั้งแล้ว เป็นการเลือกตั้งปกติที่สุดเท่าที่เคยมีและยังไม่เห็นความรุนแรงเกิดขึ้น 

ศ.ธีรยุทธ เตือนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ไม่ควรแสดงบทบาทใดๆ ต้องตระหนักว่าเมื่อรับคัดเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่แล้ว คนย่อมคาดหวัง หมายความว่า ต้องทำบทบาทและหน้าที่ของ สว. ตามเหตุและผลที่ควรจะเป็น ดังนั้นเมื่อจะเลือกตั้งอย่างยุติธรรมแล้ว ไม่จำเป็นต้องยุ่ง เพราะสว.เป็นองค์กรเฉพาะกิจเท่านั้น เวลาเกิดปัญหา เช่น เกิดสงคราม หรือเสียงก่ำกึ่งตกลงกันไม่ได้ ก็เป็นหน้าที่สว. 

“หากเลือกตั้งแฟร์ๆ ไม่ควรยุ่ง หากเข้ามายุ่งจะนำไปสู่ปัญหา คาดการณ์ว่าจะเกิดความขัดแย้ง ลุกลามและปัญหาจะเป็นลูกโซ่ ซึ่งจะเลวร้ายกว่าการที่คิดจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี” ศ.ธีรยุทธกล่าว

จัดใหญ่ ‘พปชร.’ เปิดตัวผู้สมัครสส. คนแน่น บางกอก อารีนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545878

30 มี.ค. 2566

จัดใหญ่ ‘พปชร.’ เปิดตัวผู้สมัครสส. คนแน่น บางกอก อารีนา

คึกคัก ‘พปชร.’ จัดใหญ่ จัดเต็ม เปิดตัว 492 ผู้สมัครสส. คนแน่น บางกอก อารีนา ดารานักแสดงเพียบ ‘ประวิตร’ ดัน นโยบาย 3 เร่งด่วน 8 เร่งรัด ก้าวข้ามความขัดแย้ง พร้อมประสานทุกฝ่ายเพื่อความสงบสุขของชาติ

ที่บางกอก อารีนา เขตหนองจอก กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.เขต 400 คน ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ 92 คน รวม 492 คน และเปิดนโยบายพรรค นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง
 

ขณะที่บรรยากาศมีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่หลายพันคน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีกระบองลม เชียร์พรรคพลังประชารัฐ นอกจากนี้ ยังมีแฟนคลับแต่งคอสเพลย์อนิเมะ รวมถึงเกล้าศิลปินดารา มาร่วมงานคับคั่ง

อาทิ กิ๊ก ดนัย จารุจินดา, โก้ บีมิ๊กซ์, ป๊อก โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว, นิรุติ สาวสุชาติ, กลุ่มนางงาม นายแบบ อินฟลูเอนเซอร์จากหลากหลายอาชีพ, กลุ่ม LGBTQ, กลุ่มนักกีฬาอีสปอร์ต มาร่วมรับฟังนโยบายของพรรค พปชร.ด้วย

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ว่าที่ผู้สมัครสส. ลงทะเบียนและรับคู่มือชี้แจงขั้นตอนการเตรียมเอกสมัคร และข้อห้ามในการหาเสียง ขณะที่บรรยากาศในงานได้มีการเปิดวิดีทัศน์การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร ในการปราศรัยช่วยว่าที่ผู้สมัครของพรรค

พล.อ.ประวิตร เมื่อเดินทางมาถึงงาน พร้อมกับกล่าวกับผู้สมัครสส.และประชาชนว่า ขอบคุณที่ให้การต้อนรับ ขอให้ทุกคนโชคดีจากการเลือกตั้ง2566 ก่อนที่เราจะทำอะไรต่อไป ตนอยากให้ดูว่าทีมเศรษฐกิจของ พปชร. ได้ทำอะไรให้กับประชาชน เราเตรียมไว้หากเราเป็นรัฐบาล เราจะทำตามที่เราได้หาเสียงไว้กับประชาชน

 ดารา นักแสดง ศิลปิน ขนทัพร่วมงานเปิดตัวผู้สมัครสส. พรรคพลังประชารัฐอย่างคึกคักดารา นักแสดง ศิลปิน ขนทัพร่วมงานเปิดตัวผู้สมัครสส. พรรคพลังประชารัฐอย่างคึกคัก

จัดใหญ่ ‘พปชร.’ เปิดตัวผู้สมัครสส. คนแน่น บางกอก อารีนา

จากนั้นได้มีการเปิดวิดีทัศน์นโยบายพปชร. ด้วย “นโยบาย 3 เร่งด่วน 8 เร่งรัด”

3 นโยบายเร่งด่วน ได้แก่

  1. แก้หนี้ประชาชน ผู้ประกอบการให้เบ็ดเสร็จ เติมทุนด้วยวิธีใหม่ ควบคู่สร้างโอกาสใหม่ โดยทำทันที
  2. ดูแลสวัสดิการ เสริมทักษะ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  3. การยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย

8 นโยบายเร่งรัด พปชร.

8 นโยบายเร่งรัด พปชร.เตรียมวางรากฐานเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน หากได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ได้แก่ 

1.ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมภาคการเกษตร วิสาหกิจชุมชนเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว 

2.ยกเครื่องภาคอุตสาหกรรมเดิม สู่เศรษฐกิจใหม่ในอุตสาหกรรม S-curve เพื่อขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจ BCG 

3.เร่งพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ ทั้งอีอีซี และขยายพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ 

4. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทุกระบบทั้งถนน ราง น้ำ และอากาศ รวมถึงพัฒนาโครงเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่การต่อยอดพร้อมเพย์ และเป๋าตังค์ ให้คนไทยเข้าสู่ Digital Economy อย่างแท้จริง 

5. พัฒนาทรัพยากรมนุษย์รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งระดับปวช. ปวส. ให้เรียนฟรีมีงานทำ พัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมแหล่งงาน เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียน ส่วนแรงงานเดิมจะส่งเสริมเข้าโปรแกรมเพิ่มทักษะให้สอดรับกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่

6.ปฏิรูประบบราชการ แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อส่งเสริมให้เกิดเอสเอ็มอีที่มีความเข้มแข็ง 

7.ปฏิรูประบบงบประมาณ กระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น สู่การพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เพื่อเข้าสู่งบประมาณสมดุลในระยะยาว เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนพื้นที่ได้อย่างตรงจุด

8.ต่อต้านคอร์รัปชั่นเต็มรูปแบบ สร้างระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มโทษนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชันเป็นสองเท่า รวมถึงใช้เงินดิจิทัล มีเทคโนโลยีบล็อคเชนที่จะนำมาใช้ในโครงการประมูลภาครัฐขนาดใหญ่ มีกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท

จากนั้นได้มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขต และสส.แบบบัญชีรายชื่อ รวม 492 คน

สส.แบบบัญชีรายชื่อ พปชร. 

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต ส.ส.พะเยา 

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค 

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะแกนนำพรรค 

่นายอภิชัย เตชะอุบล กรรมการบริหารพรรค 

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรครับผิดชอบ และกทม. 

นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค รับผิดชอบ

ฯลฯ

แกนนำ พปชร.แกนนำ พปชร.

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน สบายดีนะ วันนี้ตนรู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ว่าที่ผู้สมัครสส.ทั่วประเทศทั้ง 400 เขต และว่าที่ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ทั้ง 92 คนของพรรคพลังประชารัฐที่อยู่บนเวทีนี้ ขอยืนยันกับพี่น้องทุกท่านว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้พรรคพลังประชารัฐพร้อมแล้วที่จะ เข้ามารับใช้ประชาชนทุกคน ตนอยากจะสื่อสารให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทราบว่าคนไทยทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่น้องร่วมชาติที่มีสายเลือดเดียวกัน ที่ผ่านมาประเทศของเราพัฒนาได้ยากเพราะความขัดแย้งและแตกแยก ตนจึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมใจกันก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยความรักความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

“ผมพร้อมที่จะประสานประโยชน์กับทุกฝ่ายพร้อม ที่จะนำความรักความสามัคคีมาสู่ประเทศชาติของเราคนไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป คนไทยทุกคนต้องรักกันสามัคคีกัน เป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างความสงบสุขความเจริญรุ่งเรืองให้กับ ประเทศชาติและประชาชนของเรา เมื่อเราก้าวข้ามความขัดแย้งได้เราก็จะมีพลังที่จะก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน จะก้าวทั้งความขัดแย้งและความยากจน”พล.อ.ประวิตร กล่าว

คนแน่นบางกอกอารีนาคนแน่นบางกอกอารีนา

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พี่น้องครับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของท่านทั้งหลายที่จะให้พรรคใดมาบริหารประเทศ พรรคพลังประชารัฐได้นำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากมายดังที่ได้รับชมในวีดิทัศน์ไป เมื่อสักครู่นี้แล้ว ทีมเศรษฐกิจของเราคิดไว้มากกมาย การเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าเราได้คะแนนมาเป็นที่หนึ่งจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ทันที ขับเคลื่อนนโยบายที่ทำไว้ ทั้งนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาท ต่อเดือน ลดราคาน้ำมัน ลดราคาแก๊สและ ลดค่าไฟฟ้า การดูแลคนไทยทุกช่วงวัย ทั้งเบี้ยประชาชน ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไปมารดาที่ตั้งท้องตั้งแต่เดือนที่ 5 จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจนถึงวันคลอดและดูแล ทารกหลังคลอด จนถึง 6 ขวบ 

คนแน่นบางกอกอารีนา หนองจอก กทม.คนแน่นบางกอกอารีนา หนองจอก กทม.

พัฒนาแหล่งน้ำไม่มีแล้ง

นโยบายในเรื่องน้ำเราต้องไม่มีแล้ง โดยจะพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบชลประทานแก้ปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรส่งเสริม ตนยืนยันว่ามีเราจะไม่มีแล้งอีกต่อไป ส่งเสริมสิทธิที่ดินทำกิน มีเราต้องมีที่ดินทำกิน ถ้ามีที่ทำกินไม่มีจน จะก้าวข้ามความยากจนได้ เราจะแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างงาน สร้างรายได้ยกระดับ การศึกษา เศรษฐกิจฐานรากภาคอุตสาหกรรม การคมนาคมและนโยบายอื่นๆ อีกมากมาย

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รวมถึงการแก้ปัญหายาเสพติด ทั้งการป้องกันปราบปรามและบำบัดฟื้นฟูอย่างจริงจังเราจะปราบปรามผู้มีอิทธิพล อาชญากรรมข้ามชาติการฉ้อโกงออนไลน์ แชร์ลูกโซ่ และหนี้นอกระบบ เราจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราคือครอบครัวเดียวกัน เราจะรักสามัคคีกันเป็นหนึ่งเดียว

“พี่น้องครับขอให้เชื่อมั่นผม เชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัครฯ ทั้ง 492 คน ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ผมขอประกาศกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าพวกเราทำได้ และพร้อมแล้วที่จะรับใช้ประชาชนพี่น้องครับวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 นี้โปรดกาบัตรเลือกพลังประชารัฐ ทั้ง 2 ใบ เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน”พล.อ.ประวิตร กล่าว

จัดใหญ่ ‘พปชร.’ เปิดตัวผู้สมัครสส. คนแน่น บางกอก อารีนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเปิดตัวผู้สมัคร พปชร. ทั้งสส.เขต และสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ได้รับความสนใจแฟนคลับพรรคพลังประชารัฐ ที่มาจากหลากอาชีพ ทำให้คนแน่นบางกอกอารีนา

‘เฉลิมชัย’ โพสต์เดือด “ใครที่ตีจากอย่างไร้สำนึก หักหลัง อย่าได้กลับมาอีก”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545866

30 มี.ค. 2566

'เฉลิมชัย' โพสต์เดือด “ใครที่ตีจากอย่างไร้สำนึก หักหลัง อย่าได้กลับมาอีก”

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาปชป. โพสต์เดือดถึงใครไม่อาจทราบได้ บอกในตอนท้ายแค่ว่า “ใครที่ตีจากอย่างไร้สำนึก หักหลังพี่น้อง ผมไม่ต้อนรับ คนหักหลังพวกพ้อง”

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กด้วยข้อความดุเดือด ถึงใครไม่อาจทราบได้ เพราะไม่มีการระบุชื่อใดใดในการโพสต์ครั้งนี้ โดยมีข้อความทิ้งแทบเจ็บแสบว่า “ใครที่ตีจากอย่างไร้สำนึก หักหลังพี่น้อง ก็ขอให้ไปได้ดี… และอย่าได้กลับมาอีก ผมไม่ต้อนรับ “คนหักหลังพวกพ้อง


โดยข้อความของนายเฉลิมชัยระบุว่า คนบ้านนอกอย่างผม คบใครไม่เคยเผื่อเลือก มีแต่ความ “จริงใจ” ใครทำอะไร? ใครเข้ามาเพื่ออะไร? ผมมองออก… ไม่ได้โง่

กับพี่ กับน้อง กับเพื่อน ผมมีแต่ความจริงใจ ถ้าจะด่าหรือตำหนิ ผมพูดตรงๆ ไม่ฝากใครไปบอก และไม่พูดออกอากาศ เพราะทุกคนผิดได้

พี่ๆ น้องๆ พรรคพวกกัน ถ้าชัดเจนต่อกัน จริงใจให้กัน ไม่จ้องแทงหลัง มีความจริงใจต่อกัน ผมเต็มที่กลับเสมอ


พี่น้องในพรรค พี่น้องในกระทรวง หรือพี่น้องรอบข้างที่ทำงานด้วยกัน มีนิสัย และบุคคลิกต่างกันออกไป แต่ทุกคนที่ทำงานกับผม ล้วน “จริงใจ” “จริงจัง” และ “ซื่อตรง” ต่อกัน และนี้คือความโชคดีของผม

ทีมงานที่ทำงานด้วยกัน ล้วนเป็นพี่น้อง… เป็นครอบครัว…ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาประเทศ เพื่อดูแลพี่น้องคนไทย

'เฉลิมชัย' โพสต์เดือด “ใครที่ตีจากอย่างไร้สำนึก หักหลัง อย่าได้กลับมาอีก”


ใครที่อยู่ข้างผม ขอให้วางใจว่า ผมพร้อม “ซัพพอร์ต” เสมอถ้าสิ่งที่ทำเป็นประโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ

ใครที่ตีจากอย่างไร้สำนึก หักหลังพี่น้อง ก็ขอให้ไปได้ดี… และอย่าได้กลับมาอีก ผมไม่ต้อนรับ “คนหักหลังพวกพ้อง” ไม่มีใครอยากคบคนแบบนี้

#คำไหนคำนั้น #จริงใจจริงจัง #ให้เกียรติกัน #ทำงานเป็นทีม #กัดติดงานสูง #พร้อมรับฟัง #กล้าเปลี่ยนแปลง

นักวิชาการ ชี้ นายกฯ ต้องมาจาก สส. เท่านั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545865

30 มี.ค. 2566

นักวิชาการ ชี้  นายกฯ ต้องมาจาก สส. เท่านั้น

นักวิชาการ วิเคราะห์ ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่มีประเทศไหนทำ เพื่อไทย แจง เป็นสมาชิกพรรค ยึดโยงประชาชน ด้าน รวมไทยสร้างชาติ ระบุ ไม่มีความจำเป็น เพราะมีผลงาน

เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่คอการเมืองให้ความสนใจ เกี่ยวกับเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ไม่ลง สส.บัญชีรายชื่อ รวมทั้งประเด็นของ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่ต่างก็ไม่ลงสส.บัญชีรายชื่อ ต่างฝ่ายต่างอ้างข้อกฎหมายที่ทำได้ 

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยในประเด็น แคนดิเดตนายกฯ ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยในประเด็น แคนดิเดตนายกฯ ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์
รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยในประเด็น แคนดิเดตนายกฯ ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์  เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น

รศ.ดร.พิชาย นัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  หรือนิด้ารศ.ดร.พิชาย นัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  หรือนิด้า
รศ.ดร.พิชาย นัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  หรือนิด้า กล่าววิเคราะห์ประเด็นนี้ว่า  ไม่แปลกใจที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงบัญชีรายชื่อ เพราะไม่อิงกับการเมือง แล้วรวมไทยสร้างชาติจะได้บัญชีรายชื่อถึง 25 เสียงหรือไม่ แล้วถ้าได้บัญชีรายชื่อก็ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน ไปนั่งเป็นสส.ธรรมดาๆคนหนึ่ง การไม่ลงเป็นบัญชีรายชื่อจึงเป็นการแก้ไขทางออก และเป็นการถอยจากการเมืองได้ง่ายกว่า จึงเป็นการสร้างความยืดหยุ่นทางการเมืองหลังเลือกตั้ง

และสะท้อนความรู้สึกไม่มั่นใจทางการเมือง เพราะกระแสทางเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่โดดเด่น โอกาสที่จะได้สส.อาจจะประมาณ 12-13 คน สส.แบ่งเขต ก็จะมาจากกลุ่มบ้านใหญ่ แต่ก็มีไม่มาก ขนาดสุชาติ ชมกลิ่น ยังไม่ลงแบ่งเขต ขยับมาสส.บัญชีรายชื่อ ด้วยสถานการณ์ที่หากลงเขต 1ชลบุรี สถานการณ์อาจจะเปลี่ยน 

คนที่มีทัศนคติยกได้ วางได้ มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ปรับเปลี่ยนได้ทุกตำแหน่ง ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ต่างออกไป จากการที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดหลายตำแหน่ง การจะอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าคงจะไม่ได้ และการไม่ลงสส.บัญชีรายชื่อ หากเกิดเหตุมไม่คาดฝันกับพรรคก็ยังมีทางถอยที่ดีกว่า ส่วนเพื่อไทย รัฐธรรมนูญบอกว่าเปิดช่องให้สามารถทำได้ที่ไม่ต้องลงสส.บัญชีรายชื่อ และอาจจะมองไปถึงเรื่องการไม่ต้องการมีภาระผูกพัน และตัวนายเศรษฐา ทวีสิน ไม่ดี้สไตส์เป็นสส.แต่เป็นรูปลักษณ์นักบริหาร

ถ้าเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านคงไม่มีตำแหน่งอะไร แต่ถ้าเป็นรัฐบาล ไม่ได้เป็นนายกฯ ก็คงอยู่ในตำแหน่งอื่นๆ หรือรอการเลือกตั้งครั้งต่อไป ส่วนน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องอยู่กับพรรคแน่ 


ถ้ายอมรับวิธีนายกรัฐมนตรีไม่ต้องเป็นสส. ก็เท่ากับรับสิ่งสืบทอดจากเผด็จการ  เพื่อไทยต่อต้าน ไม่มีประเทศไหนที่นากฯไม่ได้เป็นสส. แต่กลไกของการเมืองไทย สร้างรูปแบบให้เปิดทางกับคนนอกเป็นนายกฯ ซึ่งมองว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังมีความกล้าหาญมากกว่าที่ลงสส.บัญชีรายชื่อ แม้สถานการณ์ยังไม่แน่นอน แต่ยังสามารถ


การไปนำวิธีการของเผด็จการมาใช้ เพื่อไทย อาจจะถูกตั้งคำถาม และอาจจะทำให้คะแนนนิยมลดลง ซึ่งต่างจากก้าวไกล ที่ชัดเจนในหลักการนายกฯต้องมาจากสส. รวมทั้งจะกระทบภาพลักษณ์ของเพื่อไทยได้ เหมือนการกลืนน้ำลายตัวเอง 


การที่นายกรัฐมนตรีมาจากสส. เป็นการยืนยันว่าบุคคลนั้น เชื่อมั่นและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และการที่จะบอกว่าประชาชนไม่สนใจ แต่ในความเป็นจริงประชาชนให้ความสนใจในการที่นายกฯมาจากสส.

รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญฯ พรรคเพื่อไทยรศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญฯ พรรคเพื่อไทย

รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญฯ พรรคเพื่อไทย บอกว่า การที่ใครจะลงหรือไม่ลงสส.บัญชีรายชื่อ ส่วนแรกเป็นเรื่องของนโยบายของพรรค และเป็นที่เจตนาของบุคคลนั้นๆ ไม่สามารถไปบังคับได้เป็นความสมัครใจด้วยส่วนหนึ่ง และในรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามไว้ว่าจะต้องลงสส.บัญชีรายชื่อ เมื่อกฎหมายเป็นแบบนี้และการจะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นรัฐบาลครั้งหน้า ก็จะต้องมี สสร. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะไม่มีการแก้รายมาตรา และไม่บังคับให้ลงหรือไม่ลงสส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้น พรรคเพื่อไทย ก็ขอให้อย่างน้อยต้องเป็นสมาชิกพรรค ไม่ใช่เป็นใครลอยมาเพื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อไทยจึงสามารถยึดโยงได้สำหรับแคนดิเดตนายกฯในนามพรรค และเป็นการยึดโยงกับประชาชน ถ้าประชาชนเห็นชอบ เลือกเข้ามากับแคนดิเดตนายกฯของพรรค 
ต่อการพูดของนายชวน หลีกภัย ต่อการไม่เป็นสส.บัญชีรายชื่อ แล้วมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ จะมีปัญหาในการคุมเสียงสส. รศ.ชูศักดิ์ บอกว่า ของเราอย่างน้อยที่สุด เรายึดโยงด้วยความเป็นสมาชิกพรรค อย่างน้อยหัวหน้าพรรคก็ลงสส.เขต และมียังมีเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ประเด็นในเรื่องที่ไม่ลงสส.บัญชีรายชื่อ ก็ไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ยังเป็นเรื่องที่ห่างไกลในการพูดถึงประเด็นนี้ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมีการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็อาจจะมีตำแหน่งทางการเมืองอื่น ก็ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินอยู่ดี 

ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ ประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติดร.ธนกร วังบุญคงชนะ ประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติ

ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ ประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ของพล.อ.ประยุทธ์มีความแตกต่าง ของพรรคเพื่อไทย นายกฯต้องมาจากสส. มาวันนี้เปลี่ยนแล้วว่า นายกฯไม่ต้งอมาจากสส. เพื่อไทยต้องทำการอธิบาย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงสส.ไม่ได้มีผลกระทบ การที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ก็มีความใกล้ชิดกับประชาชนอยู่แล้ว เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ครั้งนี้ถือว่าลงการเมืองเต็มที่ ซึ่งที่ทำงานมาก็ใกล้ชิดประชาชน มีผลงานให้เห็นอยู่แล้ว ในเรื่องกลัวแพ้คงไม่ใช่ประเด็น เพราะถ้ากลัวคงไม่ลงเลือกตั้ง เรื่องนี้เป็นมุมมองของแต่ละคน อยู่ตรงไหนทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ก็อยู่ตรงนั้น ไม่ได้จำเป็นจะต้องลง สส. และพรรคต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เป็นคนนำการปราศรัยในการหาเสียง ส่วนการลงหรือไม่ลงสส.บัญชีรายชื่อ ไม่ใช่ประเด็น และไม่ได้กังวลในการคุมเสียงในสภา ถ้ารวมไทยสร้างชาติได้เป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาล