‘สุรเชษฐ์’ ลั่นบ้านเมืองไม่ยุติธรรม ไม่ควรมีพ่อไม่กี่คนสั่งยุบ ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573056

17 เม.ย. 2567

12:00 น.

'สุรเชษฐ์' ลั่นบ้านเมืองไม่ยุติธรรม ไม่ควรมีพ่อไม่กี่คนสั่งยุบ 'ก้าวไกล'

‘สุรเชษฐ์’ มองไม่ควรยุบก้าวไกล ลั่นบ้านเมืองไม่ยุติธรรม ไม่ควรมีพ่อไม่กี่คนสั่งยุบพรรค พร้อมเชื่อมีปรับครม.เศรฐา 2 ถามถึงผลงาน ‘สุริยะ’ มีอะไรใหม่ 20 บาทตลอดสายก็ทำแก้เก้อ

ความเคลื่อนไหวพรรคก้าวไกลหลังมีกระแสยุบพรรค นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า อย่างที่เป็นข่าวเป็นประเด็น ตนคิดว่าปากกาอยู่ที่เขา ตนในฐานะผู้แทนราษฎรก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในทุกวัน ตนและเพื่อน สส. ต้องทำให้ดีที่สุด ส่วนอะไรที่ควบคุมไม่ได้คงต้องให้พี่น้องประชาชนได้เห็น 

อนาคตถ้าเกิดยุบพรรคจริงๆ ก็คงจะให้การสนับสนุนพรรคที่พวกเราจะไปอยู่หรือพวกเราสนับสนุน แต่ในเชิงกฎหมายเราก็พยายามสู้อย่างเต็มที่ มองว่าไม่น่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะยุบพรรค

เมื่อถามถึงภายในพรรคพูดคุยกันว่าอย่างไรบ้าง นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในพรรคก็มีการแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ ส่วนเรื่องกฎหมายก็จะมีคนดู ต่างคนต่างทำหน้าที่ และทำทุกวันให้ดีที่สุดเต็มความสามารถของพวกเรา ยืนยัน สส.ในพรรค กำลังใจดีเยี่ยม ทุกคนเข้าใจในบริบทของการต่อสู้แบบพรรคก้าวไกลที่เราเอาพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง และเราก็คิดว่าน่าจะมีคนได้เห็น ได้สัมผัส ว่า เรามีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เรื่องของกำลังใจทุกคนยังมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในทุกๆวันที่เรายังอยู่

“บ้านเมืองมันไม่ยุติธรรม มันเป็นแบบนี้ แต่เราก็ยังทำทุกวันให้ดีที่สุด เรายังไม่อยากให้พรรคก้าวไกลโดนยุบ และเราก็เชื่อว่าถ้าตัดสินกันด้วยเหตุด้วยผลอะไรจริงๆ มันไม่ควรจะยุบพรรค ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน เหมือนเราจะคบกันเป็นเพื่อน ไม่ควรมีพ่อรู้ดีที่ไหนมาบอกว่าไม่ควรคบกัน ดังนั้น ไม่ควรจะถูกยุบพรรคค ถ้าอุดมการณ์ไม่ดี ประชาชนลดความนิยมต้องเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ใช่มีพ่อรู้ดีไม่กี่คนสั่งว่า ห้ามคน 14 ล้านคน มาคงกันเป็นเพื่อน มันไม่ควร ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

ส่วนกระแส “ปรับครม.” เศรษฐา 2 นายสุรเชษฐ์ ระบุว่า ได้ยินตามข่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง อย่างล่วงอภิปราย 152 พรรคก้าวไกลก็ตั้งคำถามกันในหลายๆเรื่องว่า จริงๆแล้ว อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ใครและทำเพื่อใครอยู่ 

ในฐานะที่ตนดูเรื่องคมนาคมของพรรคก้าวไกล มองว่า ควรมีการปรับโครงสร้างของกระทรวงคมนาคม แต่ด้วยระบบปัจจุบัน มีคลังแสงจากค่าประมูล ค่าจัดฮั้ว ต่างๆ อาจจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนนั้น นี่คือสิ่งที่เราเรียกร้องว่า คนที่มาดูแลคมนาคมไม่ควรหากินไปวันๆ แต่ต้องคิดแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒินายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

ส่วนการทำหน้าที่ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นั้น นายสุรเชษฐ์ ถามกลับว่า มีอะไรใหม่ๆมาหรือไม่ ที่เคยโฆษณา 20 บาทตลอดสาย ก็ไม่ใช่ แค่ 2 สาย คือ สายสีแดงและสายสีม่วง ซึ่งเคยทำมาแล้ว และไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ทำแก้เก้อ เพราะ 20 บาทตลอดสาย คือ ต้องทำทุกสายแบบเชื่อมโยงกัน เช่น ขึ้นสายสีเขียวต่อสายสีน้ำเงินเก็บแค่ 20 บาท แต่นายสุริยะ ได้กำหนดแล้วจะทำให้ได้ภายใน 2 ปี เราก็จะติดตามและตรวจสอบต่อไปว่าทำได้จริงหรือไม่ ตนเคยอภิปรายตอนนโยบายว่า ทำไม่ได้และไม่ควรทำ ขณะนี้ก็ยังยืนยันคำพูดเดิมทุกคำ 

โดยตัวชี้วัดจริงและสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม อยากให้ประชาชนจับตาดู เพราะกำลังอยู่ในช่วงเด้งกลับมาผ่านการพิจารณาจากศาล แต่มีส่วนต่างจากประมูล 2 ครั้ง ประมาณ 68,000 ล้านบาท จะปล่อยไปหรือไม่ ค่าผ่านทางจะเป็นอย่างไร หากจะดำเนินการ 20 บาทตลอดสายในสายสีส้มด้วย มองว่าเรื่องนี้ต้องลากกันใหม่และใช้ระยะเวลายาว

เมื่อถามว่า ความเหมาะสม ปรับครม.ในตำแหน่งรมว.คมนาคม นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับตนคิดว่า ผลงานไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันอย่างที่บอก เหตุผลในการปรับครม.จริงๆอาจจะไม่ได้วัดกันที่ผลงาน 

เมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลจะเห็นการปรับครม. เกิดขึ้นหรือไม่ นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล ฉะนั้นถ้าจะปรับก็คงไม่ใช่ชุดนี้ คงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้ไปก้าวก่ายยาก อีกทั้งพรรคก้าวไกลก็ไม่มีแผนที่จะไปร่วมรัฐบาลด้วย แต่เราจะตรวจสอบการทำหน้าที่ของทุกกระทรวง แต่ไม่ได้คิดถึงขั้นใครจะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหนเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้

อย่างไรก็ตามวันนี้นายสุรเชษฐ์มีการแถลงข่าวจี้ถามหาเหตุผลจากนายเศรษฐา ทวีสิน หลังปัดตกร่างกฎหมาย3ฉบับ ของก้าวไกลและภาคประชาชน 1 ในนั้นคือ พ.ร.บ.ถนน ซึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี และเป็นงบลงทุนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต้องตอบให้ได้ว่า ร่าง พ.ร.บ.เก่าดีอย่างไรหรือเป็นแค่ของพรรคก้าวไกลจึงปัดตก ซึ่งมองว่า พรรคยื่นตามกระบวนการนิติบัญญัติ รัฐบาลควรคิดวิธีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ใช่แค่ ปะผุปัญหาและหากินกับโครงการไปวัน ๆ เหมือนที่น่ายกฯ เคยประกาศไว้ว่า “เหนื่อยยากขนาดนี้ ผมไม่เอากระทรวงดี ๆ ไปให้พวกแม่งหรอก ” และอย่าเอากระทรวงคมนาคมไปเป็นคลังแสงให้พรรคการเมืองแต่ควรกระจายอำนาจอย่างเป็นธรรม และพรรคก้าวไกลพร้อมถกเถียงในรายละเอียดการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 

‘เศรษฐา’ เปิดทำเนียบต้อนรับนายกฯ นิวซีแลนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573050

17 เม.ย. 2567

11:21 น.

‘เศรษฐา’ เปิดทำเนียบต้อนรับนายกฯ นิวซีแลนด์

‘เศรษฐา’ เปิดทำเนียบต้อนรับนายกฯ นิวซีแลนด์ พร้อมยกระดับการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ พัฒนาเทคโนโลยี – ท่องเที่ยว ระหว่างสองประเทศ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง เปิดทำเนียบรัฐบาล พร้มพิธีต้อนรับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ที่เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยจะมีการพูดคุยกับคณะผู้บริหารฝ่ายไทย และตัวแทนภาคเอกชน บนเป้าหมาย ยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับนิวซีแลนด์ โดยปี 2569 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะครบรอบ 70 ปี

นายกรัฐมนตรี ไทย - นิวซีแลนด์นายกรัฐมนตรี ไทย – นิวซีแลนด์

นายกรัฐมนตรี บอกว่า ผมยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับท่านคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมด้วยคณะภาคเอกชนในวันนี้ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของนิวซีแลนด์ในการเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้ ขอบคุณที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยครับ 

วันนี้ ตั้งใจที่จะหารือแนวทางที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งหาแนวทางที่จะร่วมมือกันทางด้านเทคโนโลยีการเกษตรและการบินที่นิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญ รวมไปถึงการท่องเที่ยวที่อยากให้มีการท่องเที่ยวระหว่างกันเพิ่มขึ้นครับ

‘ไอติม’ ทวง กกต. ระเบียบเลือก สว. 2567 จะเสร็จกี่โมง ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573046

17 เม.ย. 2567

11:02 น.

‘ไอติม’ ทวง กกต. ระเบียบเลือก สว. 2567 จะเสร็จกี่โมง ?

‘ไอติม’ ทวง กกต. ระเบียบเลือก สว. 2567 จะเสร็จกี่โมง ? สว. ชุดปัจจุบันจะหมดวาระอีกไม่ถึงเดือน แต่ กกต. ยังไม่มีข้อมูลให้ผู้สมัครเตรียมตัว หากมีปัญหา สว.ชุด คสช. รักษาการอำนาจเต็ม ไม่มีกำหนด

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน โพสต์ข้อความทวงถาม กกต.ถึงความคืบหน้าในการจัดทำระเบียบ และประกาศเกี่ยวกับการเลือก สว. เพราะชุดปัจจุบันจะครบวาระอีกไม่ถึง 1 เดือนแล้ว และต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกอย่างเป็นทางการ หลังตัวแทนสำนักงาน กกต. ชี้แจงกรรมาธิการว่า ระเบียบและประกาศดังกล่าวจะแล้วเสร็จและเผยแพร่ก่อนเทศกาลสงกรานต์ 

โดยเฉพาะยังมีข้อสงสัยเรื่อง ประกาศเกี่ยวกับคุณสมบัติของ 20 กลุ่มอาชีพ – เช่น นิยามโดยละเอียดของแต่ละกลุ่มอาชีพที่ผู้สมัคร สว. ต้องเลือกในการสมัครรับคัดเลือก กับเรื่องระเบียบเกี่ยวกับการแนะนำตัวของผู้สมัคร – เช่น ผู้สมัครแนะนำตัว-รณรงค์อย่างไรได้บ้าง? ผู้สมัครประกาศจุดยืนหรือแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น จุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้หรือไม่ ประชาชนทั่วไปสามารถแนะนำตัว-รณรงค์ให้ผู้สมัครที่ตนสนับสนุนอย่างไรได้บ้าง?

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กกต. จะ 1. เร่งหาข้อสรุปและเผยแพร่ ระเบียบ/ประกาศ โดย “เร็ว” ที่สุด 2. ออกแบบกฎเกณฑ์และกติกาใน ระเบียบ/ประกาศ ให้ “เปิดกว้าง” ที่สุด เพื่อให้ – ผู้สมัครแต่ละคนได้แนะนำตนเองได้อย่างครอบคลุมที่สุด –  ผู้สมัคร (ซึ่งจะเป็นผู้มีสิทธิเลือก สว.) เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครคนอื่นได้อย่างรอบด้านที่สุดเพื่อประกอบการพิจารณา –  ประชาชน (แม้ไม่มีสิทธิเลือก สว. โดยตรง) มีส่วนร่วมในกระบวนการได้อย่างกว้างขวางที่สุด  ยิ่งกติกาดังกล่าวออกมา “ช้า” เท่าไหร่ และออกมาในลักษณะที่สร้าง “ข้อจำกัด” มากเท่าไหร่ ความไม่ชัดเจนที่ตามมา ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้กระบวนการที่มีความซับซ้อนอย่างมากอยู่แล้ว มีปัญหาในเชิงปฏิบัติมากขึ้นกว่าเดิม อาจกระทบต่อความเที่ยงตรงและเป็นธรรมของกระบวนการทั้งหมด

ข้อกังวลหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือหากกระบวนการคัดเลือก สว. มีปัญหาและนำไปสู่ข้อร้องเรียนจำนวนมาก จนทำให้ กกต. ไม่พร้อมจะยืนยันว่าการคัดเลือกดังกล่าว “เป็นไปโดยถูกต้อง สุจริต และเที่ยงธรรม” ทาง กกต. มีช่องในการที่จะยังไม่ประกาศผลการคัดเลือก สว. ชุดใหม่ ตามระเบียบว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ข้อ 154 ซึ่งจะทำให้ สว. 250 คน ชุดปัจจุบัน รักษาการต่อไปโดยไม่มีกำหนด โดยแม้จะไม่มีอำนาจตามบทเฉพาะกาลแล้ว แต่ก็จะมีอำนาจเทียบเท่ากับ สว. ชุดใหม่ที่กำลังถูกคัดเลือก เช่น อำนาจยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อำนาจรับรองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ-ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

กมธ.อุตสาหกรรม เรียก 6 หน่วยงาน ชี้แจงขนย้ายแคดเมียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573020

16 เม.ย. 2567

15:31 น.

กมธ.อุตสาหกรรม เรียก 6 หน่วยงาน ชี้แจงขนย้ายแคดเมียม

กมธ.อุตสาหกรรม เรียก 6 หน่วยงาน ชี้แจงการขนย้ายกากแคดเมียมพรุ่งนี้ ย้ำความปลอดภัยสูงสุด ฟันธงมีเจ้าหน้าที่รัฐรับผลประโยชน์ จี้หาตัวผู้ทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันที่ 17 เมษายนนี้ เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา กมธ.อุตสาหกรรมได้เชิญหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 6 หน่วยงานหลักที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดำเนินการกับกากแร่แคดเมียม มาประชุมที่สภาฯเพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการ โดยเฉพาะการขนย้ายกากแคดเมียม เนื่องจากประชาชนกังวลใจว่า จะขนย้ายอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด การประชุมในวันพรุ่งนี้จะมีแผนงานที่ชัดเจนออกมาแจ้งให้ประชาชนทราบว่า หน่วยงานต่างๆของรัฐจะดำเนินการอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ กมธ.ได้รับการร้องเรียนว่า กากแคดเมียมที่อายัดไว้ทำไมปล่อยทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ ไม่หาตู้คอนเทนเนอร์มาบรรจุกากแคดเมียม กมธ.มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าวจึงจะไปเร่งรัดให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนการขนย้ายจะเข้าไปดูรายละเอียดว่าขนย้ายอย่างไร โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่า ขนอย่างไรให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เพราะประชาชนเป็นห่วงมาก และขอบอกประชาชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วง กมธ.จะตรวจสอบการขนกากแคดเมียมของหน่วยงานภาครัฐอย่างเข้มข้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนมากที่สุด ตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทางจนถึงปลายทาง

นอกจากนี้ จะได้สอบถาม กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมมลพิษว่าได้ติดตามดำเนินการกรณีนี้ที่เป็นผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและสิ่งแวดล้อมว่าได้ดำเนินการไปถึงไหนและมีผลการดำเนินการเป็นอย่างไรแล้วบ้าง

สำหรับ การสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด กมธ.จะติดตามสอบถามกับบก.ปทส.ว่า สอบสวนถึงไหนแล้ว การขนย้ายกากแคดเมียมเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนการสอบสวนดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของ บก.ปทส. ในเบื้องต้นยืนยันได้ว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐรับผลประโยชน์ในเรื่องนี้แน่นอนจึงสามารถขนย้ายกากแร่อันตรายจากจังหวัดตากมาเก็บไว้ที่จังหวัดสมุทรสาครแล้วกระจายไปยังจุดต่างๆทั้งชลบุรีและกรุงเทพมหานครได้ ทาง กมธ.อุตสาหกรรมมีข้อมูลเชิงลึกแล้ว 

“ขอยืนยันว่า จะติดตามตรวจสอบเอาคนทำความผิดที่รับผลประโยชน์และทำผิดกฎหมายมาลงโทษให้ได้กมธ.จะไม่ยอมให้เอาชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นตัวประกัน จะติดตามหน่วยงานเกี่ยวข้องให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนสบายใจ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาไม่ได้เงียบ กมธ.ยังคงติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แล้วจะรายงานผลให้ประชาชนทราบเป็นระยะ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” นายอัครเดชกล่าว

‘เศรษฐา’ ยืนยัน ยังไม่ปรับ ครม. ขอตั้งใจทำงาน ดีกว่าวิ่งเต้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573019

16 เม.ย. 2567

15:14 น.

‘เศรษฐา’ ยืนยัน ยังไม่ปรับ ครม. ขอตั้งใจทำงาน ดีกว่าวิ่งเต้น

‘เศรษฐา’ ยืนยัน ยังไม่ปรับ ครม. หลังเริ่มมีข่าว โผครม. ชุดใหม่ ขอรัฐมนตรีอย่าหวั่นไหว ตั้งใจทำงานดีกว่าวิ่งเต้นหาคนนู้นคนนี้ พบ ‘ทักษิณ’ ไม่มีปรับ ครม.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ว่า ยังไม่มี ตนเองไม่ได้บอกว่ามีการปรับ พูดกันเอง แต่จะต้องมีการปรับในวันหนึ่ง  อย่าเพิ่งเลย ถ้าปรับเดี๋ยวก็ทราบกันเอง อย่าเพิ่งทำให้รัฐมนตรีที่มีชื่อออกมาหวั่นไหว มองว่าเร่งทำงานดีกว่า เพราะทุกวันมีค่า แทนที่จะต้องวิ่งเต้นมาหาท่านนั้นท่านนี้ 

เมื่อถามว่าจะต้องเคลียร์กับรัฐมนตรีที่อยู่ในโผหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เคลียร์ ตนเองไม่ได้เป็นคนเขียน ไม่เคลียร์อยู่แล้ว พูดมาตลอดในระยะหนึ่งเดือนที่มีข่าวปรับ ครม. ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคือการทำงาน การทำงานที่ถูกต้องดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล แต่ละกระทรวงก็มีนโยบายเรือธง ทุกท่านทราบอยู่แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลที่อยากจะปรับ ครม. ยังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรมา เขาทราบอยู่แล้ว เป็นสิทธิของเขา ถ้าอยากจะปรับ ตนเองคงไม่โทรไปถามว่าอยากปรับใครบ้าง เช่น พรรคพลังประชารัฐ ก็ยังมีเก้าอี้เหลืออยู่ 1 เก้าอี้ ซึ่งกระแสข่าวที่ระบุว่าตนเองจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ไม่ทราบ คงเป็นเพราะตนเองไปเยี่ยมทหาร และมีความสนิทส่วนตัวกับ ผบ.เหล่าทัพ ยกหูคุยกันได้ ถือว่าเป็นหน้าที่อยู่แล้ว ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีได้ขอให้ช่วยดูแลเรื่องชายแดน พื้นที่ทำกินของประชาชนก็ตอบสนองได้ดี

นายกรัฐมนตรี ทิ้งท้าย ตนเองคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดฯ หรืออธิบดีฯ ในกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว ทำไมถึงไม่บอกว่าตนเองจะไปควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บ้าง เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว ไม่มีนัยยะอะไร และยืนยันพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คุยปัญหาบ้านเมือง เช่น ข้าวโพด การเผาป่า ความสะอาดบ้านเมือง และสถานการณ์เมียนมา มารดน้ำนำพวงมาลัยมากราบตามประเพณีไทย ซึ่งนายทักษิณ ได้อวยพรให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นกำลังใจให้บริหารบ้านเมือง 

ส่วนที่รัฐมนตรีเดินทางเข้าพบกับนายทักษิณ ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายกรัฐมนตรี ย้อนถามกลับสื่อมวลชนว่า “ท่านต้องเป็นคนบอกผมว่าท่านมองอย่างไร ต้องถามมาตรงๆ ผมจะได้ตอบได้ รัฐมนตรีรู้จักกับนายทักษิณมานานกว่าตน และนายทักษิณก็เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทินรองนายกรัฐมนตรี และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้วรมว.สาธารณสุข นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ซึ่งตนคงไม่ต้องเอ่ยชื่อทุกคน เพราะรัฐมนตรีทุกคนรู้จัก นายทักษิณมานานกว่าตน และให้การเคารพกันมาอย่างยาวนาน และนายทักษิณเองก็อายุมากกว่ารัฐมนตรีทุกคนอยู่แล้ว จึงเป็นธรรมดาและตนก็ไม่ได้คิดอะไร และเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ หากพยายามจะบอกว่า นายทักษิณได้รับความนิยมชมชอบมากกว่าตนก็ไม่ติดอะไร และรับได้อยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไร ส่วนวันสงกรานต์ถือเป็นวันครอบครัว และจ.เชียงใหม่ ก็เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยว การรดน้ำดำหัวถือเป็นประเพณีพื้นฐานอยู่แล้ว และนายทักษิณก็เป็นคนที่คนในพรรคให้ความเคารพ

นายกรัฐมนตรี ทิ้งท้าย ตนเองคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดฯ หรืออธิบดีฯ ในกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว ทำไมถึงไม่บอกว่าตนเองจะไปควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บ้าง เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว ไม่มีนัยยะอะไร และยืนยันพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คุยปัญหาบ้านเมือง เช่น ข้าวโพด การเผาป่า ความสะอาดบ้านเมือง และสถานการณ์เมียนมา มารดน้ำนำพวงมาลัยมากราบตามประเพณีไทย ซึ่งนายทักษิณ ได้อวยพรให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นกำลังใจให้บริหารบ้านเมือง 

ส่วนที่รัฐมนตรีเดินทางเข้าพบกับนายทักษิณ ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายกรัฐมนตรี ย้อนถามกลับสื่อมวลชนว่า “ท่านต้องเป็นคนบอกผมว่าท่านมองอย่างไร ต้องถามมาตรงๆ ผมจะได้ตอบได้ รัฐมนตรีรู้จักกับนายทักษิณมานานกว่าตน และนายทักษิณก็เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทินรองนายกรัฐมนตรี และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้วรมว.สาธารณสุข นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ซึ่งตนคงไม่ต้องเอ่ยชื่อทุกคน เพราะรัฐมนตรีทุกคนรู้จัก นายทักษิณมานานกว่าตน และให้การเคารพกันมาอย่างยาวนาน และนายทักษิณเองก็อายุมากกว่ารัฐมนตรีทุกคนอยู่แล้ว จึงเป็นธรรมดาและตนก็ไม่ได้คิดอะไร และเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ หากพยายามจะบอกว่า นายทักษิณได้รับความนิยมชมชอบมากกว่าตนก็ไม่ติดอะไร และรับได้อยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไร ส่วนวันสงกรานต์ถือเป็นวันครอบครัว และจ.เชียงใหม่ ก็เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยว การรดน้ำดำหัวถือเป็นประเพณีพื้นฐานอยู่แล้ว และนายทักษิณก็เป็นคนที่คนในพรรคให้ความเคารพ

ผลสำรวจ ‘เงินดิจิทัลวอลเล็ต’ พบปชช.ส่วนใหญ่ต้องการ นโยบายควรไปต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573017

16 เม.ย. 2567

14:37 น.

ผลสำรวจ 'เงินดิจิทัลวอลเล็ต' พบปชช.ส่วนใหญ่ต้องการ นโยบายควรไปต่อ

ม.นอร์ทกรุงเทพ เผยผลสำรวจ นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต พบประชาชนมีความต้องการ 69.9% หวังแบ่งเบาภาระในครัวเรือน-กระตุ้นเศรษฐกิจ-ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

ผศ.ดร.สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าแผนกวิจัย สำนักวิจัย มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรณี “คิดอย่างไรกับเงินดิจิทัล 10,000 บาท” จำนวน 1,400 ราย ในช่วงวันที่ 12 – 14 เมษายน 2567 จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศพบว่า

ความเข้าใจนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 

อันดับ 1 ระดับค่อนข้างเข้าใจ 48%

อันดับ 2 ระดับไม่ค่อยเข้าใจ 28%

อันดับ 3 ระดับมาก 17% 

อันดับ 4 ไม่เข้าใจเลย 7.6% 

ความต้องการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ความต้องรวม 69.9% แบ่งเป็น ความต้องการในระดับมาก 38% ค่อนข้างต้องการ 31.9% ความไม่ต้องการรวม 30.1% แบ่งเป็น ไม่ค่อยต้องการ 18.4% และไม่ต้องการเลย 11.7%  

ความเหมาะสมในหลักเกณฑ์และมาตรการในแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 

อันดับ 1 ค่อนข้างเหมาะสม 40.9%

อันดับ 2 เหมาะสมมาก 18.1% 

อันดับ 3 ไม่เหมาะสม 14.7% 

และยังได้สำรวจว่านโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาทว่าควรดำเนินการต่อไปหรือไม่ พบว่า ควรดำเนินการต่อ 57.5% ควรดำเนินการต่อแต่ควรมีการปรับปรุงเงื่อนไข 31.9% และไม่ควรดำเนินการต่อ 10.6%

ประโยชน์เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ 

อันดับ 1 มีประโยชน์ค่อนข้างมาก 32.7%

อันดับ 2 มีประโยชน์ค่อนข้างน้อย 26.5% 

อันดับ 3 มีประโยชน์ในระดับมากที่สุด 22.4%

อันดับ 4 มีประโยชน์น้อยที่สุด 11.4% 

นอกจากนั้นยังได้สำรวจถึงเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทสามารถแบ่งเบาภาระในครัวเรือนมีความเห็นว่ามีประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ พบว่า มีประโยชน์ในระดับมากที่สุด 21.4% มีประโยชน์ค่อนข้างมาก 40.9% มีประโยชน์ค่อนข้างน้อย 29.1% และ มีประโยชน์น้อยที่สุด 8.6% 

เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มีประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ

อันดับ 1 มีประโยชน์ค่อนข้างมาก 39.5%

อันดับ 2 มีประโยชน์ค่อนข้างน้อย 31.9%

อันดับ 3 มีประโยชน์ในระดับมากที่สุด 17.7% 

อันดับ 4 มีประโยชน์น้อยที่สุด 10.9%

ผศ.ดร.สานิต ระบุว่า ยังได้สำรวจต่ออีกว่า หากได้รับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทจากรัฐบาลจะวางแผนใช้เงินเพื่อสิ่งใด พบว่าคนไทยต้องการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อของใช้ในชีวิตประจำวัน 50.4% สินค้าทั่วไป 25.7% ซื้ออาหารและเครื่องดื่ม 22.4% และอื่น ๆ 1.4%

ผลสำรวจ 'เงินดิจิทัลวอลเล็ต' พบปชช.ส่วนใหญ่ต้องการ นโยบายควรไปต่อ

‘ธนวัช’ ขอมหาดไทย เร่งจัดงบด่วน แก้วิกฤต ‘กระบี่ – เกาะพีพี’ ไม่มีน้ำใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573005

16 เม.ย. 2567

11:22 น.

‘ธนวัช’ ขอมหาดไทย เร่งจัดงบด่วน แก้วิกฤต ‘กระบี่ - เกาะพีพี’ ไม่มีน้ำใช้

7 ตำบล จ.กระบี่ จ่ายน้ำวันเว้นวัน ข่าวเกาะพีพี เหลือน้ำใช้วันสุดท้าย กระทบท่องเที่ยว ‘ธนวัช’ ขอมหาดไทยจัดงบเร่งด่วน แก้วิกฤตน้ำไม่พอใช้ ประชาชนเดือดร้อนหนัก ถึงเวลาแก้ปัญหาระยะยาว

นายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้ประกอบธุรกิจจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า วิกฤตน้ำจังหวัดกระบี่ยังคงเป็นปัญหาที่คลี่คลายไม่ได้ ล่าสุด การประปาฯ กระบี่ ได้ประกาศสลับพื้นที่จ่ายน้ำแบบวันเว้นวันในบางพื้นที่แล้ว โดยเริ่มจากวันพรุ่งนี้ คือ 17-22 เมษายน มี 7 ตำบลที่ได้รับผลกระทบคือ ต.ปากน้ำ ต.ไสไทย ต.กระบี่ใหญ่ ต.ทับปริก ต.กระบี่น้อย ต.อ่าวนาง และ ต.คลองประสงค์ สิ่งที่การประปาฯ ทำได้ก็เพียงแค่ประกาศและขออภัยในความไม่สะดวก แต่ความทุกข์ของชาวบ้านที่ไม่มีน้ำใช้ ไม่ใช่เรื่องที่ขออภัยแล้วจบกันไป แต่เป็นปัญหาที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว แทนการแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าแบบที่ทำกันมาทุกปี คือน้ำไม่มีก็ไปซื้อน้ำจากเอกชน ทำกันมาแบบนี้ตั้งแต่เริ่มเกิดน้ำแล้งครั้งแรกในปี 2554 จนถึงตอนนี้ 13 ปีแล้ว

จ.กระบี่ จ่ายน้ำวันเว้นวัน 7 ตำบลจ.กระบี่ จ่ายน้ำวันเว้นวัน 7 ตำบล

ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ วิกฤตน้ำเกาะพีพีที่เหลือน้ำดิบใช้ถึงเพียงแค่วันนี้ (16 เมษายน) เป็นข่าวที่สร้างผบกระทบต่อการท่องเที่ยวมาก ผู้บริหารท้องถิ่นไม่มีการอธิบายอย่างทันท่วงที ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า น้ำจะไม่พอใช้ในธุรกิจโรงแรม  ทั้งที่ความเป็นจริงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่จะมีการกักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในโรงแรมเพียงพออยู่แล้ว ผลกระทบเต็มๆ ที่เกิดขึ้นคือผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องใช้น้ำจากเอกชนที่มีเพียงเจ้าเดียว

ธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้ประกอบธุรกิจจังหวัดกระบี่ธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้ประกอบธุรกิจจังหวัดกระบี่

ขณะนี้ อบต.อ่าวนาง แก้ปัญหาด้วยการเป็นผู้ประสานงานซื้อน้ำจากเอกชนมาเติมในสระเพื่อสูบไปผลิตน้ำประปา ซึ่งเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทั้ง ๆ ที่สิบกว่าปีที่แล้วก็มีการระบุถึง การลงทุนผลิตน้ำอาร์โอ หรือการทำน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืด บนเกาะพีพี  ให้ความหวังประชาชนว่า อีกไม่นานผู้ประกอบการและชาวบ้านบนเกาะพีพีทั้งหมู่ที่ 7 บ้านเกาะพีพี หมู่ที่ 8 บ้านแหลมตง จะมีน้ำจืดไว้ใช้ในราคาที่ถูกลงกว่าการซื้อน้ำจากผู้ประกอบการที่นำมาขายให้ชาวบ้านจากจังหวัดภูเก็ต แต่ผ่านมา 13 ปีนับจากปี 2554  สิ่งที่พูดทั้งหมดยังไม่เกิดขึ้นจริง  ทั้ง ๆ ที่การบริหารงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้อำนาจยังเป็นเดิม ทั้งนายก อบจ.กระบี่ และนายก อบต.อ่าวนาง

นายธนวัช กล่าวด้วยว่า การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่ ได้ชี้แจงกับประชาชนเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ในรายการกระบี่ทีวีออนไลน์ว่า กำลังของบประมาณเร่งด่วนจากกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นต้นสังกัดของการประปาส่วนภูมิภาคงบประมาณ 12 ล้านบาท เพื่อดึงน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ของกรมชลประทาน ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อมาใช้ผลิตน้ำประปาก่อน แต่ในขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณดังกล่าว  จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทย เห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องชาวกระบี่ รีบจัดสรรงบประมาณมาดำเนินโครงการโดยด่วน ส่วนปัญหาน้ำในเกาะพีพี ทราบมาว่า การประปาฯ เริ่มมีการศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำน้ำประปาจืด ลอดใต้ทะเลสู่เกาะพีพี เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2566 ใช้งบประมาณราว 13 ล้านบาท ไม่ใช่การจัดงบของ อบต.อ่าวนาง สะท้อนว่าผู้บริหารไม่ได้ให้ความใส่ใจต่อปัญหาอย่างที่ควรจะเป็น 

“ถึงเวลาที่ ผู้บริหาร ต้องทำงานเชิงรุก มีการแก้ปัญหาที่ชัดเจน พวกท่านแก้ปัญหาเหมือนเดิมซ้ำ ๆ มา 13 ปี น้ำไม่มีก็ไปซื้อจากเอกชน ท่านไม่เบื่อ เพราะเอาง่ายเข้าว่า แต่ผมว่าประชาชนเริ่ม หมดหวัง ถ้าย่ำอยู่กับที่ ก็ถือว่า ชาวอ่าวนาง ชาวกระบี่เสียโอกาส เนื่องจากเกาะพีพี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด หากเกิดปัญหาน้ำไม่พอ ย่อมกระทบธุรกิจท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หล่อเลี้ยง จังหวัดกระบี่ ไม่เพียงแค่นั้น ยังกระทบถึง ความปลอดภัย ของชาวอ่าวนาง เพราะการที่น้ำไม่พอหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ อาจเกิดโศกนาฏกรรมอย่างที่คาดไม่ถึง แผนแก้ปัญหาน้ำทั้งจังหวัดต้องมีออกมาให้ชัดเจน ถ้าทำในระดับจังหวัดไม่ไหว นายก อบจ.กระบี่ ต้องประสานของบจากรัฐบาลที่มีนโยบายผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวอยู่แล้ว อย่าเอาแต่รอฟ้ารอฝน หวังฝนหลวงเติมน้ำ หวังฝนตกลดแล้ง เราบริหารจังหวัดแบบนี้ต่อไปไม่ได้ครับ” นายธนวัช กล่าว

นายกรัฐมนตรี รดน้ำดำหัว ‘ทักษิณ ชินวัตร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573000

16 เม.ย. 2567

10:40 น.

นายกรัฐมนตรี รดน้ำดำหัว ‘ทักษิณ ชินวัตร’

นายกรัฐมนตรี เข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า รดน้ำดำหัว ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ในโอกาสสงกรานต์​ ท่ามกลางกระแส​ ปรับครม.เศรษ​ฐา​ 2​

16 เม.ย. 2567 เวลา 09.48 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง มาบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยรถตู้ประจำตำแหน่ง Lexus สีบรอนซ์ ทะเบียน สร30 กรุงเทพมหานคร เมื่อเดินทางมาถึงนายกรัฐมนตรีได้ลดกระจกลง ยกมือไหว้เพื่อทักทายสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส สวมเสื้อโปโลสีขาว​ และสวมกางเกงยีน​ ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีรัฐบาลเศรษฐา 2​ 

เมื่อเข้าไปในบ้านพักนายเศรษฐาได้เข้าไปไหว้และรดน้ำดำหัว พร้อมมอบพวงมาลัย ให้แก่นายทักษิณ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส​ ในขณะที่นายทักษิณ​ ที่สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น​สีขาวลายสีฟ้าให้การต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส​ โดยได้รับไหว้และกล่าวขอบคุณนายเศรษฐา​ ก่อนที่จะได้พูดคุยเป็นการส่วนตัว โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงภาพที่เข้าพบนายทักษิณในทวิตเตอร์ส่วนตัวด้วย ระบุว่า มาสวัสดีปีใหม่ไทยท่านนายกฯทักษิณครับ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในบ้านจันทร์ส่องหล้า ของนาย​ทักษิณ​ ในช่วงเช้าได้มีแขกเดินทางเข้าพบและเดินทางออกไป​ ในเวลาประมาณ 09.40 น. ได้มีรถยนต์ Lexus สีขาวหมายเลขทะเบียน 5 กน 1159 กรุงเทพมหานคร​ และ​ รถตู้ Alphard สีขาวหมายเลขทะเบียน​ 3 กม​ 4165  กรุงเทพมหานคร​

‘เทพไท’ ดู ‘ทักษิณ – เศรษฐา’ ลงพื้นที่สงกรานต์ รู้เลยใครนายกฯ ตัวจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572976

15 เม.ย. 2567

16:16 น.

‘เทพไท’ ดู ‘ทักษิณ - เศรษฐา’ ลงพื้นที่สงกรานต์ รู้เลยใครนายกฯ ตัวจริง

‘เทพไท’ ดู ‘ทักษิณ – เศรษฐา’ ลงพื้นที่สงกรานต์ รู้เลยใครนายกฯ ตัวจริง คนนึงโดดเดี่ยวริมทะเล อีกคน สส. – รัฐมนตรี แห่เข้าหายกคณะ สงกรานต์นี้ ศูนย์รวมอำนาจอยู่เชียงใหม่ ไม่ใช่หัวหิน

15 เม.ย. 2567 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์  แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมือง ผ่านเฟซบุ๊ค เทพไท-คุยการเมือง ในหัวข้อ 3 ปรากฏการณ์ ที่ชี้ชัดยิ่งกว่าชัด ระหว่างทักษิณ-เศรษฐา ใครคือนายกฯตัวจริง ใครคือนายกฯหุ่นเชิด ใครคือซุปเปอร์นายกฯ

โดยนายเทพไท ระบุว่า เราพิจารณาจาก 3 ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปรากฎการณ์แรกเป็นบรรยากาศที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พักผ่อนและเล่นสงกรานต์กับประชาชนที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปฉลองสงกรานต์ที่ จ.เชียงใหม่ มีคนห้อมล้อมเต็มไปหมด มีรัฐมนตรียกคณะ สส.พรรคเพื่อไทยไปกันยกพรรค เห็นแล้วแตกต่างกันเลยว่านายเศรษฐาเป็นผู้โดดเดี่ยวที่น่าสงสาร ให้สัมภาษณ์ก็นั่งอยู่ชายทะเลคนเดียว โดยที่นายทักษิณมีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยไปกันเต็ม

ปรากฎการณ์ที่สองเป็นกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พูดกันหนาหูมากขึ้นในช่วงสงกรานต์ ที่นักข่าวไปถามนายเศรษฐา ก็ทำหน้าตางงๆ ยอมรับสภาพว่ากระแสนี้มีจริง ขณะที่นายทักษิณได้แสดงท่าทีเรื่องปรับ ครม. เห็นได้ชัดว่าศูนย์อำนาจอยู่ที่เชียงใหม่จริงๆ รัฐมนตรีที่จะหลุดจากตำแหน่งก็วิ่งไปหาคนที่อยากเป็นรัฐมนตรีก็ใกล้ชิดกับนายทักษิณหวังให้ผลักดัน จนมีแคนดิเดตรัฐมนตรีเต็มไปหมด ทำให้นายทักษิณกล่าวติดตลกว่า ครบองค์ประชุมแล้วประชุมครม.ดีไหม เห็นได้ชัดว่าอำนาจทางการเมือง นายกฯตัวจริงอยู่ที่ไหน

ปรากฎการณ์ที่สาม การกลับมาประเทศไทยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่นายทักษิณบอกชัดว่าสงกรานต์ปีหน้า นางสาวยิ่งลักษณ์จะมาด้วย แสดงว่าได้วางแผนให้นางสาวยิ่งลักษณ์กลับประเทศอย่างแน่นอน แต่เมื่อนักข่าวไปถามนายเศรษฐา ก็ตอบแบบยึดหลักการ พื้นๆ ว่าหากกลับมาจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องที่น่ายินดี

เห็นหรือไม่ว่าการที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะกลับประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่นายเศรษฐา แต่อยู่ที่นายทักษิณ เป็นคนวางเกมทั้งหมด รัฐบาลชุดนี้เป็นเพียงแค่ฝ่ายอำนวยการความสะดวกให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์และเป็นคำสั่งการของนายทักษิณที่ให้รัฐบาลชุดนี้ปฏิบัติตามเขา จากเหตุผล 3 ข้อนี้ มันชัดยิ่งกว่าชัดว่าใครคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง …หลังจากนี้จะเห็นปรากฏการณ์ชัดขึ้น ว่านายเศรษฐาคือนายกหุ่นเชิด”

‘พิธา’ จบทัวร์อีสาน อาจเป็นสงกรานต์ครั้งสุดท้าย ในฐานะ สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572973

15 เม.ย. 2567

15:48 น.

‘พิธา’ จบทัวร์อีสาน อาจเป็นสงกรานต์ครั้งสุดท้าย ในฐานะ สส.

อาจเป็นสงกรานต์ครั้งสุดท้ายของ ‘พิธา’ ในฐานะผู้แทนราษฎร เชื่อไม่เกินหนึ่งเดือน มีคำวินิจฉัยคดียื่นยุบพรรคก้าวไกล ถ้าไม่ยุบพรรค อีก 3 ปี จะกลับมาเป็นนายกฯ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมทำบุญรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุที่วัดกู่ประภาชัย ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นภารกิจสุดท้ายก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ มีประชาชนรับขวัญด้วยการผูกข้อมือ ผูกผ้าขาวม้ารอบเอว และคล้องพวงมาลัยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ในช่วงหนึ่ง นายพิธา ลุกขึ้นกล่าวกับประชาชนว่า ตลอด 3 วันที่ได้ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์และพบปะพี่น้องชาวอีสาน ทั้งที่จังหวัดหนองคาย อุดรธานี และขอนแก่น เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก แต่ต่อจากนี้เป็นต้นไปก็คงถึงเวลาที่ชีวิตทางการเมืองจะเข้าสู่ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม จากคดียุบพรรคก้าวไกลที่กำลังดำเนินอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสิทธิ์ในการเป็นผู้แทนราษฎร เชื่อว่าคำวินิจฉัยจะออกมาไม่เกิน 1 เดือนต่อจากนี้ และนี่อาจจะเป็นสงกรานต์ครั้งสุดท้ายในฐานะผู้แทนราษฎร

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ในวัฒนธรรมอีสาน การให้ขวัญและกำลังใจแก่กันและกันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตลอด 3 วันที่ผ่านมาตนขอขอบคุณพี่น้องชาวอีสานที่ร่วมให้ขวัญและกำลังใจตนและพรรคก้าวไกลอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งการผูกข้อมือ การผูกผ้ารอบเอว การคล้องพวงมาลัย พรที่พระให้ รวมถึงน้ำที่สาดเข้ามา ตนขอรับไว้เป็นกำลังใจทั้งหมด กำลังใจเหล่านี้เปรียบเสมือนลมใต้ปีกที่คอยพยุงตนและพรรคก้าวไกลให้สู้ต่อไปอย่างเข้มแข็งในสถานการณ์ที่ยากลำบากอีก 1 เดือนต่อจากนี้ และหวังว่าพวกเราจะชนะ เพื่อให้ครั้งต่อไปที่กลับมาหาพี่น้องประชาชน ตนจะยังกลับมาในฐานะพรรคก้าวไกลและผู้แทนราษฎรเช่นเดิม และถ้าเป็นไปได้ในอีก 3 ปีข้างหน้าก็อาจจะกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยด้วย