‘รมว.กลาโหม’ ไม่ซื้อเรือฟริเกต เพราะ ‘พรรคก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572284

04 เม.ย. 2567

14:03 น.

‘รมว.กลาโหม’ ไม่ซื้อเรือฟริเกต เพราะ ‘พรรคก้าวไกล’

รมว.กลาโหม เผย ไม่ตัดสินใจซื้อเรือฟริเกต เพราะพรรคก้าวไกล ตอกกลับ ปีหน้าซื้อ 2 ลำ อย่ามาว่าละกัน เตรียมลดนายพล 3,600 นาย หายกว่าครึ่งภายในปี 2571 ย้ำยกเลิกเกณฑ์ทหาร ต้องทำโดยธรรมชาติ เพิ่มคนสมัครใจ

หลังจาก สส.พรรคก้าวไกล เรียงหน้ากันอภิปรายการบริหารงานกระทรวงกลาโหม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการจัดซื้อเรือฟริเกต การจัดการกำลังพล ความคืบหน้าคดีเรือหลวงสุโขทัยล่ม และการยกเลิกเกณฑ์ทหาร นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงทุกประเด็น โดยกรณีไม่มีการจัดซื้อเรือฟริเกตในงบประมาณปี 2567 ก็เพราะกังวลว่าฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกล จะอภิปรายว่าทำไมเอางบมาจัดซื้ออาวุธ ทำไมไม่เอางบไปทำอย่างอื่น แต่กลายเป็นว่าแทงหวยผิด พรรคก้าวไกลดันเชียร์ให้ซื้อเรือฟริเกต ถ้าปีหน้าผมให้กองทัพเรือซื้อ 2 ลำ ก็อย่ามาว่ากัน เรื่องเรือฟริเกต เราคิดอยู่บนพื้นฐานที่เคารพต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติฝ่ายค้าน ส่วนที่มีการกล่าวหาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง มีเงินทอน เป็นเรื่องที่เกิดมานาน รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เพิ่งจะมีการจัดซื้อจัดจ้างเป็นทางการ ก็คืองบปี 2567 ก็จะดูให้ดีที่สุด
 

กรณีเรือหลวงสุโขทัยล่ม ที่กล่าวหาว่าไม่มีการลงโทษ ไม่ทำอะไร ปล่อยให้ปาหี่ ตอนนี้อยู่ระหว่างให้คณะกรรมการสอบสวนทำงานยังไม่จบ ซึ่งคณะกรรมการจะสรุปวันที่ 9 เมษายนนี้ ใครผิดใครถูก ใครจะรับโทษ ถ้ายังไม่กระจ่าง ก็ตั้งคณะกรรมการจากภายนอกมาสอบซ้ำได้ ต้องเอาคนผิดมาลงโทษ ไม่มีแพะเด็ดขาด

สำหรับการปฏิรูปกองทัพ นายวิโรจน์เองก็ยอมรับว่า ทางกองทัพเองก็มีการปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว พร้อมถามกับว่า ต้องการจะปฏิรูปหรือปฏิวัติกองทัพฉับพลัน โดยไม่ต้องมีส่วนร่วม ซึ่งตนเองเลือกที่จะปฏิรูป ตอนนี้มีตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบาย ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขึ้นมา 6 ชุด

1. คณะทำงานขับเคลื่อนการปรับปรุงโครงสร้างการจัดส่วนราชการของ นขต.กห. และเหล่าทัพ

2. คณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการตรวจเลือกทหารกองประจำการและการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร

3. คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนิน ด้านสวัสดิการของกำลังพล

4. คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

5. คณะทำงานขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ที่ดินในความครอบครองของกระทรวงกลาโหม

6. คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

7. คณะทำงานขับเคลื่อนแก้ไขร่างกฎหมายความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมในรัฐสภา

8. คณะกรรมการศึกษาแนวทางที่เหมาะสมโครงการจัดหาเรือดำน้ำระยะที่ 1

คณะทำงานเหล่านี้มีการรายงานและสรุปเสร็จแล้ว ถ้าผลไม่พอใจ ก็ให้ชุดภายนอกทำ ซึ่งเท่าที่ดูคือแต่ละชุดก็สรุปมาดี โดยเฉพาะการปรับลดกำลังพล โครงสร้างกองทัพพร้อมปรับตัวเอง ระยะสั้นปีนี้ถึงปี 2571 สรุปมาเสร็จ สืบเนื่องรัฐบาลชุดก่อนลดจำนวนนักเรียนนายร้อยให้น้อยลง ชุดทำงานปัจจุบันปรับใหม่ ปิดอัตราสำหรับบางตำแหน่งที่เกษียณอายุ หน่วยงานไหนมีภารกิจใกล้เคียงกันควบเป็นหน่วยเดียวกัน และยุบหน่วยที่หมดความจำเป็น สำหรับนายพล มี 2 ประเภท 1. นายพลที่มีกำลังหลัก มีตำแหน่งมีหน้าที่ และ 2. นายพลที่ไม่มีกำลังหรือไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหลัก เป็นประเภทผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษา ไม่มีภารกิจชัดเจน โดยภายในปี 2571 นายพลประเภทผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหลัก จะลดจาก 700 กว่าคน เหลือครึ่งหนึ่ง และนายพลที่มีกำลังหลักจาก 2,900 คน จะเหลือ 1,300 คน โดยเข้าโครงการเออรี่รีไทร์ และยุบรวมโครงสร้างที่ไม่จำเป็น
 

ส่วนการตรวจเลือกทหาร ที่ยังไม่สามารถทำให้เป็นทหารสมัครใจโดยสมบูรณ์ เพราะต้องใช้วิธีธรรมชาติ ประเทศอื่นบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้บังคับผู้ชายทุกคนเป็นทหาร หรือประเทศแถบตะวันออกกลางทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เป็นทหาร และอีกหลายประเทศกลับมาเกณฑ์ทหาร ซึ่งการให้เด็กพัฒนาทักษะสร้างรายได้ สร้าง GDP ให้ประเทศเป็นเรื่องดี แต่ต้องปลูกฝั่งเรื่องความมั่นคงด้วย จะต้องให้สมดุล ไม่บังคับให้เป็นทหารกันหมด อย่างน้อยการเป็นทหาร 2 ปี ต้องเกิดการพัฒนาทักษะความรู้ ให้เรียนต่อฝึกอาชีพได้เลย ทางกระทรวงเซ็น MOU กับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษาฯ มหาวิทยาลัยเอกชน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เซ็น MOU กับบริษัทยักษ์ใหญ่ เพื่อรับเด็กทหารเกณฑ์เข้าทำงาน การสมัครทหารทางออนไลน์ปีนี้เยอะกว่าทุกปี ส่วนการตรวจเลือกก็ถึงวันที่ 12 เมษายนนี้ ขอให้รอดู ถ้าไม่เข้าเป้า ก็ทำปีต่อๆ ไป ถ้าอีก 3 ปี สมัครใจเป็นทหาร 100% ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ

ส่วนเรื่องที่ดินกระทรวงกลาโหมและกองทัพ ย้ำว่าไม่มีนโยบายออกโฉนด ออกเอกสารสิทธิ์ให้ชาวบ้าน ไม่ใช่หน้าที่กระทรวงกลาโหม ทำได้เพียงการเอาที่ดินทหารไปให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ ตอนนี้ให้กองทัพไปคัดพื้นที่มา ว่าพื้นที่ไหนไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์น้อย ถ้าชาวบ้านแจ้งความประสงค์ขอพิสูจน์สิทธิ ถ้าพิสูจน์เสร็จแล้วเป็นของชาวบ้าน ก็เอาไปให้กรมที่ดินออกเอกสารสิทธิ์ แต่ถ้าเป็นของราชการ ก็ต้องไปสู่วิธีการให้เช่า ตอนนี้ลดลงเหลือไร่ละ 20 บาท ให้ประโยชน์กับประชาชน ส่วนธุรกิจกองทัพและสวัสดิการกองทัพ ตอนนี้จัดระบบใหม่ทั้งหมด สนามมวย สนามกอล์ฟ ปั๊มน้ำมัน บ่อน้ำมัน จัดระบบใหม่หมด แบ่งเป็น 2 ประเภท 1. สวัสดิการเชิงธุรกิจ 2. สวัสดิการภายในกองทัพ ถ้าเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจต้องทำแบบธุรกิจ ส่งรายได้ภาษีให้รัฐ เสียภาษี เสียค่าเช่า ให้กรมธนารักษ์ กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร ถ้าเป็นสวัสดิการภายในกองทัพ ก็ไม่ต้องส่ง ก็เป็นการจัดการอีกแบบหนึ่ง มันมีหลักเกณฑ์ ต่อไปมั่วไม่ได้ ส่วนกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือสัตหีบ เดิมเป็นไฟฟ้าที่ใช้ภายในกองทัพเพื่อความมั่นคง แล้วพัฒนาเป็นเชิงธุรกิจให้ชาวบ้านใช้ ในที่สุดกองทัพเรือก็ตัดสินใจคืนให้ กฟผ. ไปทำเลย เอาไว้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ไม่ต้องวิตกวันนี้กองทัพพร้อมที่จะคืนหลายเรื่องให้กับสังคม เปิดกว้างให้ตรวจสอบจัดระบบจัดระเบียบ

ประเทศต้องมีกองทัพ เป็นองค์กรที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง จะเกลียดหรืออคติอะไรก็แล้วแต่ ผมก็เคยมีความคิดว่ากองทัพมีปัญหาอยู่หลายเรื่อง แต่สุดท้ายก็ต้องคิดว่า กองทัพยังต้องมีอยู่กับเรา เราจะต้องแก้ไขด้วยกัน ให้เป็นกองทัพที่มีคุณภาพ ถ้าผมทำไม่ดี ไม่เป็นอย่างที่ว่า ก็แนะนำมา

พรรคประชาชาติ สวมชุดบูดายอ เข้าประชุมสภาฯ สิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572281

04 เม.ย. 2567

13:04 น.

พรรคประชาชาติ สวมชุดบูดายอ เข้าประชุมสภาฯ สิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด

พรรคประชาชาติ สวมชุดบูดายอ เข้าประชุมสภาฯ สิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด ให้เกียรติชาวมุสลิมช่วง 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ในวันอีฎิ้ลฟิตริ

4 เม.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 32 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) ในญัตติการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 วันสุดท้าย สส.พรรคประชาชาติสวมชุดบูดายอ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าชุดมลายู  เพื่อถือเป็นการให้เกียรติต่อพี่น้องชาวมุสลิมช่วง 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนในวันอีฎิ้ลฟิตริ หรือที่เรียกว่าวันอีด โดยจะเป็นวันสิ้นสุดช่วงเทศกาลถือศีลอด เดือนรอมฎอนที่มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม และจะสิ้นสุดในวันที่ 10 เมษายนที่จะถึงนี้ โดยบรรยากาศในห้องประชุมมีสส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล รวมถึงนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าไปทักทายพูดคุยและให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพด้ว

‘วิโรจน์’ ปูด มีคนในรัฐบาล จ้องตบทรัพย์ งบเรือฟริเกต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572279

04 เม.ย. 2567

12:17 น.

‘วิโรจน์’ ปูด มีคนในรัฐบาล จ้องตบทรัพย์ งบเรือฟริเกต

‘วิโรจน์’ ปูด มีคนในรัฐบาล จ้องตบทรัพย์ งบเรือฟริเกต แต่กองทัพเรือไม่ยอม เลยถูกตัดงบจัดซื้อจาก 1,600 ล้าน เหลือ 850 ล้าน ที่ดินรกร้างของกองทัพมีเยอะเกิน จัดการไม่โปร่งใส

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายทั่วไปรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ถึงนโยบายการปฏิรูปกองทัพของรัฐบาล โดยย้ำว่า การปฏิรูปกองทัพ จะทำให้กองทัพมีความโปร่งใส ประชาชนมีความเชื่อใจในภารกิจทหาร และการปฏิรูปกองทัพ ไม่ใช่การทำลายกองทัพ หรือด้อยค่ากองทัพ ตามที่นายสุทินให้สัมภาษณ์ แต่เป็นการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ กับประชาชนดีขึ้น หากไม่ดำเนินการจริงจัง ทุกการกระทำของกองทัพประชาชนจะตั้งแง่คิดทางลบ หากกองทัพฝืนดำเนินการ ฝืนซื้ออาวุธ โดยไม่สนใจเสียงประชาชน ก็จะทำให้ภาพลักษณ์กองทัพตกต่ำลง และมีกลุ่มก้อนการเมือง ฉวยอคติประชาชนไปตบทรัพย์งบประมาณของกองทัพ พร้อมเปิดเผยว่า ตนมีสายข่าวในกองทัพเรือ ถึงการจัดซื้อเรือฟริเกต วงเงิน 1,700 ล้าน มีคนของรัฐบาล พยายามต่อสายจะคุยกับกองทัพเรือด้วย แต่กองทัพฯ ปฏิเสธ และยอมถูกตัดงบเหลือ 850 ล้าน แต่สุดท้ายกองทัพเรือกลับถูกตัดงบประมาณดังกล่าว แม้กองทัพเรือจะขออุทธรณ์ กรรมาธิการงบประมาณ ก็ยังตัดงบประมาณ

นายวิโรจน์ ยังระบุว่า ในอีก 2 ปี เรือฟลิเกตไทยต้องจะต้องปลดระวางลงอีก 1 ลำ ทำให้เหลือเรือฟลิเกตไทยเพียง 3 ลำ อาจทำให้ไม่เพียงพอ ทั้งที่มีความจำเป็น เพราะจะต้องคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางเรือ คุ้มกันเรือน้ำมัน และเรือสินค้า รวมถึงลาดตระเวนแท่นขุดเจาะน้ำมัน พร้อมยังย้ำว่า การจัดซื้อเรือฟริเกตลำนี้ จะเป็นการต่อเรือรบขนาดใหญ่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีอุตสาหกรรมต่อเรือในประเทศ เกิดการจ้างงาน และซื้อวัสดุในประเทศมหาศาล ดังนั้น การตัดงบประมาณครั้งนี้ จึงเป็นการตัดโอกาสประเทศ และอาจจะต้องรอถึงปี 2569 กองทัพเรือ ถึงจะสามารถของบประมาณใหม่ได้

นายวิโรจน์ ยังได้เปิดคลิปงานสัมมนาทิศทางอุตสาหกรรมเพื่อความมั่นคง ที่นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุขอให้สภากลาโหม จัดซื้อยุทโธปกรณ์ในประเทศ หรือหากซื้อไม่ได้ ก็ขอให้มีเงื่อนไขในการซื้อชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ด้วยว่า นายสุทิน เป็นรัฐมนตรีกลาโหม มีอำนาจสั่งการ แต่กลับขอกองทัพ จึงทำให้รู้สึกสิ้นหวัง และยืนยันได้ว่า หากนายสุทิน เป็นรัฐมนตรีอยู่ จะทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มีแต่ความมืดมน

นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึงการลดจำนวนนายพล ที่รัฐบาลหลอกประชาชน ที่ประกาศในปี 2570 จะลดจำนวนนายพลลงร้อยละ 50 ซึ่งเป็นนายพลที่ไม่มีหน้าที่ที่ชัดเจน โดยตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนนายพลที่ไม่มีความจำเป็นควรเป็นศูนย์ พร้อมเห็นว่า นายสุทิน ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ เพราะจำนวนนายพล จะลดลงอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านโรงเรียนเตรียมทหาร รับจำนวนนักเรียนเตรียมทหารลดลง 150 คน ตั้งแต่รุ่นผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดปัจจุบัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงถือเป็นการตบตาประชาชน ฉกฉวยโอกาสการลดจำนวนนักเรียนเตรียมทหารที่รับเข้าน้อยลงมาอ้างผลงาน เช่นเดียวกับโครงการเออรี่ รีไทร์ ที่ดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และงบประมาณบุคลากรของกองทัพ ก็ไม่ได้ลดลง

ส่วนที่ดินราชพัสดุ 12 ล้านไร่ของกองทัพนั้น นายวิโรจน์ ระบุว่า กองทัพบกครอบครอง ถึง 4,500,000 ไร่, กองทัพอากาศ-กองทัพเรือ รวมกัน 1,750,000 ไร่ รวมถึงยังมีที่ดินรกร้าง ทั้งที่เกษตรกรยังขาดแคลนที่ดินทำกิน แต่ที่ดินกองทัพบางส่วนถูกนำไปใช้ทำสวัสดิการธุรกิจ ทั้งสนามกอล์ฟ สถานพักตากอาหาศ และสนามมวย โดยขาดความโปร่งใส ไม่ชี้แจงการจ่ายค่าเช่าให้กับกรมธนารักษ์ และมีการทำบัญชีถูกต้องหรือไม่ และที่ผ่านมา รายงานกำไรเพียงเล็กน้อยทุกเหล่าทัพ เพียง 70 ล้านเท่านั้น พร้อมเห็นว่า รัฐบาล ควรนำที่ดินที่เกินจำเป็นของกองทัพ คืนแก่รัฐบาล เพื่อนำไปแบ่งสรรให้ท้องถิ่น สร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็น เพื่อให้เกิดความเจริญ และเศรษฐกิจชุมชน

นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพ ที่เหตุใดไม่ซื้ออาวุธ กับผู้ประกอบการในประเทศ ที่มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง มีอะไหล่สำรอง และมีวิศวกรซ่อมแซม แต่กลับจัดซื้อกับโบรคเกอร์ ที่อ้างเป็น SMEs และใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ล็อบบี้ เคลียร์เงินทอน ยกเว้นภาษี และนำอาวุธจากต่างประเทศ มาขายให้กับกองทัพ เมื่อชำรุดก็ต้องรออะไหล่นาน หรือปิดบริษัททิ้ง

นายวิโรจน์ ยังเห็นว่า นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลในการบริหารกองทัพ ไม่ได้มีนโยบายใดใหม่ แต่เป็นนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี จึงขอถามนายสุทิน กล้ามองหน้ากองทัพเรือ ที่ยึดหลัก และรายละเอียด เพื่อให้เกิดการอุตสาหกรรมการต่อเรือในประเทศไทยหรือไม่ และขอให้นายสุทิน หยุดเล่นละครการพัฒนาร่วมกัน เพราะละครเช่นนี้ จะไม่สามารถหวังได้คะแนนเลือกตั้งได้อีกแล้ว เพราะประชาชนกินข้าว ไม่ได้กินช็อกมินต์

นายกฯ บอก แกงไตปลา อาจเผ็ดมาก แต่ส่วนตัวชอบมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572273

04 เม.ย. 2567

11:30 น.

นายกฯ บอก แกงไตปลา อาจเผ็ดมาก แต่ส่วนตัวชอบมาก

นายกฯ บอก แกงไตปลาอาจเผ็ดมาก เว็บไซด์ต่างชาติคงไม่คุ้น เลยให้เป็นเมนูยอดแย่ แต่ลิ้นใครลิ้นมัน ส่วนตัวชอบมาก ถ้าไม่เผ็ด ก็ไม่ใช่แกงไตปลา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึง กรณีเว็บไซต์ TasteAtlas จัดอันดับความนิยมด้านอาหารทั่วโลก จัดอันดับเมนู ‘แกงไตปลา’ ของไทย เป็นอันดับที่ 1 เมนูอาหารยอดแย่ที่สุดในโลกว่า ไม่ทราบ แล้วแต่ลิ้นใครลิ้นมัน เขาก็มีสิทธิจะวิจารณ์หรืออะไรได้ และก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่า จริงๆ แล้วก็มีอาหารไทยหลายชนิดที่ติดอันดับท็อปเทนของโลก เชื่อว่าแกงไตปลาอาจจะมีรสชาติเผ็ด มีความเข้มข้น โดยส่วนตัวชอบมาก

อาหารไทยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นมัสมั่นไก่ ขนมครก ต้มยำกุ้ง ผัดไท และกะเพรา ก็เป็นที่ชื่นชอบ แต่เราต้องยอมรับว่า การวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นสิทธิของเขาเหมือนกัน รสชาติของแกงไตปลา ก็อาจจะแรงเกินไปสักนิด เขาอาจจะไม่ค่อยคุ้นชิน เพราะว่าแกงไตปลาทำไม่เผ็ดก็ไม่ใช่แกงไตปลา แต่ตนเชื่อว่า รัฐบาลนี้และคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ มีการส่งเสริมเรื่องอาหารอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทั้งนี้เราก็ต้องยอมรับว่าบางอย่างก็คงไม่ถูกปากเขา

ปิดตำนาน “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีต ผบ.ทอ. – รสช. สิริอายุ 91 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572269

04 เม.ย. 2567

11:20 น.

ปิดตำนาน "บิ๊กเต้" พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีต ผบ.ทอ. - รสช. สิริอายุ 91 ปี

อาลัย “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ – อดีต รสช. ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคชรา สิริอายุ 91 ปี

นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสีย หลังได้รับรายงานว่า พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล หรือ บิ๊กเต้ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย. 2567 เวลา 22.51 น. สิริอายุ 91 ปี

สำหรับ พล.อ.อ.เกษตร โรจนะนิล หรือ บิ๊กเต้ เกิดวันที่ 27 ส.ค. 2476 อดีต ผบ.ทอ. และ อดีต ผบ.สส. นายเรืออากาศรุ่นที่ 1 สำเร็จหลักสูตรโรงเรียนการบินรุ่นที่ 25, หลักสูตร โรงเรียนนายทหารชั้นผู้บังคับฝูงรุ่นที่ 18 , หลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศรุ่นที่ 15

เมื่อเรียนจบ พล.อ.อ.เกษตร ได้เข้ารับราชการทหารครั้งแรกในปี 2501 ขณะอายุ 25 ปี สังกัดทหารอากาศ ยศนาวาอากาศเอก ก็ได้เลื่อนเป็นเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ

บิ๊กเต้บิ๊กเต้

18 ปีต่อมา บิ๊กเต้ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา หลังการรัฐประหาร ปี 2520 จึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ก้าวเข้ามาสู่เส้นทางการเมือง อันเนื่องมาจากผลของเหตุการณ์รัฐประหาร 6 ตุลาคม

สมัยเป็น ผบ.ทอ. มีบทบาทอย่างสูงในกองทัพ และทางการเมือง เป็นแกนนำคณะนายทหาร รสช. ร่วมกับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผบ.ทบ. ยึดอำนาจ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เมื่อ 23 ก.พ. 2534

ทั้งนี้ ครอบครัวเตรียมจัดบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กทม. 

‘เศรษฐา’ รักษาสัญญา อีก 1 เก้าอี้ รมต. ยังเป็นของ พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572272

04 เม.ย. 2567

11:17 น.

‘เศรษฐา’ รักษาสัญญา อีก 1 เก้าอี้ รมต. ยังเป็นของ พปชร.

‘เศรษฐา’ รักษาสัญญา อีก 1 เก้าอี้รัฐมนตรี ที่ว่างอยู่ ยังเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ หากพร้อมก็เสนอชื่อมาได้ รักษาการ ผบ.ตร. เตรียมเข้าพบที่สภาฯ วันนี้

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้องวินิจฉัยคุณสมบัติ นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ กรณี 4 องค์กรให้คำแนะนำกับนายกรัฐมนตรี คัดค้านการตั้งนายไผ่ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ตำแหน่งนี้ว่างอยู่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง บอกว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียดเลย วันนี้จะอยู่ที่สภาถึงค่ำ ก็อาจจะเจอกับหลายๆ ท่านในพรรคพลังประชารัฐ ก็คงจะได้คุยกัน เพราะย้ายที่ทำงานจากทำเนียบรัฐบาลมาที่สภาฯ

พรรคพลังประชารัฐไม่ต้องขอโควต้า เพราะเป็นโควต้าเดิมของพรรคอยู่แล้ว ถ้าหากรายชื่อนั้นมีการตรวจสอบถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และถูกต้องตามกฏหมาย ฉะนั้นก็เป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐชัดเจน พร้อมย้ำว่าไม่มี เดดไลน์ ให้กับพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นสิทธิ เนื่องจากเราอยู่ด้วยกันต้องเคารพกัน ฉะนั้นเมื่อไหร่ที่พรรคพลังประชารัฐพร้อมและคิดว่ามีบุคคลที่เหมาะสม หากเสนอมาก็ยินดีอยู่แล้ว

ส่วนวันนี้จะได้พบกับ นายตำรวจของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาจจะมีการเรียกรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมา แต่ไม่แน่ใจว่าผู้บังคับการตำรวจ สอท. มาด้วยหรือไม่ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ทาง พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้เดินทางถึงอาคารรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเปิดเผยว่า เข้ามาประชุมกับนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้ามาชี้แจงเรื่องอะไร

‘จุรินทร์’ ชี้ ไอโม่ง ปล่อยข่าว ปชป. ขอร่วมรัฐบาล ไม่มีที่มาที่ไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572268

04 เม.ย. 2567

10:56 น.

‘จุรินทร์’ ชี้ ไอโม่ง ปล่อยข่าว ปชป. ขอร่วมรัฐบาล ไม่มีที่มาที่ไป

‘จุรินทร์’ ชี้ ไอโม่ง ปล่อยข่าว ปชป. ขอร่วมรัฐบาล ไม่มีที่มาที่ไป คำพูดนายกฯ เทียบฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ ไม่เหมาะสม ทำตัวนายกฯ เอง เสียภาพพจน์ รำคาญเสียงวิจารณ์ฝ่ายค้าน

จากกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง เปรียบพรรคการเมืองหนึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่โลกงง บางวันเป็นฝ่ายค้าน บางวันจะไปขอร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ว่าเสียงที่มีอยู่ขณะนี้ เพียงพอแล้วในการเป็นรัฐบาลแค่นั้น ขอให้จำคำพูดตัวเองไว้ด้วย และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ทำให้ตนเสียสมาธิ เกี่ยวกับการจะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะการทำงานเป็นคำตอบอยู่แล้ว ส่วนมองว่าเป็นการวางยาก่อนการอภิปรายหรือไม่ ไม่ขอวิจารณ์ แต่มองว่าข่าวนี้เหมือนไอ้โม่ง ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน อย่างไร

ผู้สื่อข่าวเลยถามย้ำ ที่บอกให้นายกรัฐมนตรีจำคำพูดของตัวเองหมายความว่าอย่างไร หรือสุดท้ายต้องอาศัยเสียงประชาธิปัตย์ในอนาคตหรือไม่ นายจุรินทร์ บอกว่า ไม่ขออธิบายต่อ เพราะถือว่าวันนี้ได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีแล้ว

สำหรับการอภิปรายทั่วไปเมื่อวานนี้ ถือว่าฝ่ายค้านถูกพรรคทำหน้าที่ได้ดี ทุกคนตั้งใจทำหน้าที่และมีผู้แทนใหม่หลายคนที่อภิปรายในครั้งนี้ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีตอบโต้ว่าผู้อภิปรายเป็นแมลงหวี่ สะท้อนจิตใต้สำนึกของรัฐบาลเทวดา ซึ่งถ้าตนเป็นนายกรัฐมนตรี จะไม่เทียบกับแมลงหวี่ เพราะไม่เป็นผลบวกกับตนเอง เพราะแปลว่า รำคาญเสียงสะท้อนการทำงานของรัฐบาล

‘เศรษฐา’ ซัดฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นแมลงหวี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572235

03 เม.ย. 2567

18:07 น.

‘เศรษฐา’ ซัดฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นแมลงหวี่

‘เศรษฐา’ ซัดฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นแมลงหวี่ จ้องเล่นการเมือง ท้างัดหลักฐานหากมีคอรัปชั่น รอดูสึนามิเงินลงทุนเพิ่มขึ้นมหาศาล ไม่ได้เป็น รมต.โลกเซ็ง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง ชี้แจงการอภิปรายทั่วไปรัฐบาลถึงการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ทุกครั้งที่ออกไปต่างประเทศเพื่อเปิดโอกาส และสร้างการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ มั่นใจว่าผลจะตามมา ไม่มีหรอกที่นายกฯ จะบินไปเหมือนกับแมลงวัน ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเห็นฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ ที่จ้องจะเล่นแต่การเมือง ทั้งที่รัฐบาลเองก็พยายามเดินหน้าที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์ประชาชน ส่วนเรื่องทุจริตคอร์รัปชันมั่นใจว่าเราไม่มี แต่หากมีก็นำข้อมูลหลักฐานมา ยินดีที่จะให้ความกระจ่าง และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

สัปดาห์ที่แล้วตนได้มอบหมายให้ผู้แทนการค้าไทยกับเลขาธิการบีโอไอชี้แจงผลสำเร็จอย่างชัดเจน โดยการติดตามงานหลังจากนี้ ท่านทูต และคณะทำงานของแต่ละประเทศที่ตนได้ไปเยี่ยมเยียนมาจะติดตามงานให้ และมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องการดึงดูดการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เราจะเอาเม็ดเงินเขาเข้ามาอย่างเดียว รัฐบาลยังเห็นความสำคัญของการเพิ่มทักษะแรงงาน และการฝึกอบรมบัณฑิตจบใหม่หรือวิศวกรของเราที่ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับอุตสาหกรรมที่มีผลกำไรสูง อุตสาหกรรมไฮเทคดีๆ ต้องมีการใส่เข้าไปในข้อตกลงในการที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศของเราด้วย เพื่อให้ประชาชนของเราได้รับการอบรมหรือการฝึกงานที่เหมาะสม ทำให้สามารถก้าวสู่โลกที่มีรายได้สูงขึ้น และกำไรสูงขึ้น

ส่วนที่บอกว่ายังไม่เห็นมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดจริงๆ หากท่านทำงานจะรู้ว่าถ้าจะลงทุนระดับหลักแสนล้านต้องใช้เวลา ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าสัญญาณที่เราเห็นเป็นบวกๆ  เรามีตัวเลขที่ชัดเจนตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่ง และได้เดินทางไปโปรโมทต่างประเทศ จนมีประเทศที่แสดงความจำนงมาลงทุนในประเทศไทย ทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มมากขึ้น 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชัดเจนพิสูจน์ได้ และตัวเลขการลงทุน 558,000 ล้านบาท ที่ท่านสงสัยก็เป็นตัวเลขที่มีแผนเข้ามาแล้ว ยืนยันว่าเป็นตัวเลขจริง และยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังพูดคุยถึงตัวเลขที่จริงไม่ใช่ตัวเลขที่จับต้องไม่ได้

ขอให้ท่านอดใจผมเชื่อว่าอีก 2 ปีข้างหน้าเราจะเห็นเงินลงทุนเข้ามาในประเทศไทยอย่างมหาศาล ผมขอใช้คำว่า สึนามิแห่งการลงทุน ตรงนี้ขอให้ท่านมั่นใจ เพราะผมก็มั่นใจ

การกระตุ้นเศรษฐกิจเรามาถูกทางแล้ว ท่านอาจจะไม่คุ้นเคยในการทำธุรกิจที่ออกไปเชื้อเชิญใครมาลงทุนในประเทศ เราต้องให้เขารู้ก่อนว่าเรามีศักยภาพอย่างไรบ้าง  เรามีความพร้อมในทุกมิติ และมีสิ่งดีๆที่ซ่อนอยู่ สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือจุดยืนการต่างประเทศของเราที่มีความเป็นกลาง ทำให้หลายประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อินเดีย ไต้หวัน มีความสบายใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ตรงนี้ตนมั่นใจ ถ้าหากท่านไม่เชื่อตนก็ขอให้ท่านเชื่อในศักยภาพของประเทศ

ส่วนที่ท่านบอกว่า รมว.คลัง เป็นรมว.ที่โลกเซ็ง ตนเป็นเจ้ากระทรวง ดังนั้น ที่ท่านบอกก็ไม่จริง เพราะว่าการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของตน มั่นใจว่าตนจะเป็นรมว.คลัง ที่แก้จนให้กับประชาชน

ผมขอฝากไว้ว่าท่านอย่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำให้โลกงง วันหนึ่งก็จะเป็นฝ่ายค้าน อีกวันก็มีข่าวว่าจะขอเข้าร่วมรัฐบาล ผมกลัวพี่น้องประชาชนจะงงมากกว่า

ส่วนราคายางที่ปรับขึ้นไม่ใช่เรื่องของอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะรัฐบาลนี้มีการทำงานอย่างบูรณาการร่วมกันกับทุกฝ่าย ก็ขอขอบคุณผู้บัญชาการทหารบก รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และกรมศุลกากรด้วย ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าจะทำทุกอย่างต่อไป และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ยืนยันนี่คือตัวจริงที่เป็นรัฐบาลเพื่อประชาชน

รัฐบาลเพื่อใคร ? เพื่อประชาชน หรือนักโทษเทวดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572234

03 เม.ย. 2567

17:51 น.

รัฐบาลเพื่อใคร ? เพื่อประชาชน หรือนักโทษเทวดา

อภิปรายทั่วไป รัฐบาลเพื่อใคร ? คาดว่าจะมีการพาดพิงกรณีพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ โดยเฉพาะฝั่งพรรคก้าวไกล แต่กลายเป็นว่า รุ่นใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ จัดหนักนักโทษเทวดา ฝ่ายรัฐบาล รมว.กระทรวงยุติธรรม ลุกขึ้นตอบเอง รัฐบาลชุดที่แล้ว เอาทักษิณขึ้น รพ.ตำรวจ ชั้น 14

ตอนแรกคาดการณ์ว่า ประเด็นพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี และวิกฤตกระบวนการยุติธรรม จะเป็นประเด็นหลักที่พรรคก้าวไกลจะอภิปรายรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน

แต่กลายเป็นว่า ไฮไลท์ไปอยู่ที่การอภิปรายระหว่างนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

นายจุรินทร์ อภิปรายยกพฤติกรรมของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นั่งรถประจำตำแหน่งสโลว์ซบถึงบ้าน แถมออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่า ยินดีเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีมาเข้าพบได้ เกิดปัญหาสังคมเข้าใจผิดว่านายกฯ ไม่ได้มีคนเดียว แต่ยังมีนายกฯ ใหญ่ – นายกฯ เล็ก ที่ต้องพูด เกิดอำนาจซ้อนอำนาจ สร้างนักโทษพันธุ์ใหม่ แม้แต่เทวดายังยอมให้ใช้ชื่อ มีทั้ง คุกทิพย์ ปลอกคอทิพย์ เลี้ยงหลานทิพย์ สำนึกทิพย์ พร้อมตั้งคำถามถึงนายกฯ ว่า จะปล่อยให้ใช้โมเดลคุกทิพย์อีกในอนาคตหรือไม่ และระเบียบใหม่ที่กระทรวงยุติธรรมจะเอาออกมาใช้ ให้มีนักโทษถูกคุมขังที่บ้านได้ จะรวมนักโทษคดีทุจริต รวมนักโทษคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยหรือไม่

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรมพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม

รมว.กระทรวงยุติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับโดยตรง ยืนยันต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ที่ใช้ปัจจุบัน ออกในยุคสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รมว.กระทรวงยุติธรรม และนายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจอะไรใน พ.ร.บ.นี้  การอนุญาตให้นายทักษิณไปรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ก็เกิดขึ้นในช่วงรักษาการรัฐบาลชุดที่แล้ว และที่บอกว่าคุกทิพย์ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ บอกชัดว่า นักโทษที่ป่วยต้องให้เข้ารับการรักษาตามความเห็นของแพทย์ ตามมาตรา 55 พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ รมว.กระทรวงยุติธรรม หรือกรมราชทัณฑ์ไม่เกี่ยวข้อง

ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกลชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นอกจากนายจุรินทร์ และ พ.ต.อ.ทวี แล้ว การอภิปรายของคนอื่นๆ ส่วนใหญ่อภิปรายเกี่ยวเนื่องกับนโยบายที่รัฐบาลเคยแถลงต่อรัฐสภา ไม่ค่อยอภิปรายพาดพิงกรณี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ โดยตรง จะมีใกล้เคียงก็คือนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกว่า ท่านไม่ต้องพูดว่า “ถ้าไม่ชอบกัน ก็ต่างคนต่างอยู่” ซึ่งเป็นประโยคที่นายทักษิณ ระหว่างอยู่จังหวัดเชียงใหม่

‘ชัยธวัช’ เตรียมแถลงต่อสาธารณะ พร้อมสู้คดียุบพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572217

03 เม.ย. 2567

15:11 น.

‘ชัยธวัช’ เตรียมแถลงต่อสาธารณะ พร้อมสู้คดียุบพรรค

หัวหน้าพรรคก้าวไกล เตรียมข้อมูลสู้คดียุบพรรค พร้อมแถลงต่อสาธารณะเร็วๆ นี้ พร้อมโต้แย้งข้อกฎหมาย อย่าเพิ่งด่วนสรุปผลคดี

ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน ในฐานะหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญให้เวลา 15 วัน เพื่อยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา อย่างน้อยก็เป็นกระบวนการตามปกติที่ เริ่มต้นหลังจากที่ศาลรับคำร้องและก็เปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งเตรียมคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา มาก่อนหน้านี้แล้วพอสมควร เมื่อได้รับเรื่องอย่างเป็นทางการจากศาลแล้ว ฝ่ายกฎหมายและแกนนำพรรคที่เกี่ยวข้อง ก็จะทำเอกสารให้ดีที่สุด หากดูจากระยะเวลาแล้วก็คงเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ไม่นาน โดยจะถือโอกาสนี้ ในระยะใกล้เคียงกันแถลงต่อสู้คดีต่อสาธารณะด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียว

รายละเอียดต่างๆ ขอให้รอฟังคำแถลงต่อการชี้แจงต่อสาธารณะทีเดียว ซึ่งจะเป็นทั้งเรื่องข้อกฎหมาย พี่จะมาต่อสู้กัน พร้อม ยืนยันว่าการรับเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ไม่กระทบต่อการทำหน้าที่อภิปรายในสภา ทุกอย่างยังคงเดินหน้า หลังจากอภิปราย ม.152 แล้วเสร็จ จะมีประชุมใหญ่ สามัญประจำปีของพรรคก้าวไกลในวันเสาร์( 6 เม.ย.) ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะถือเป็นโอกาสในการพูดคุยกับสมาชิกพรรคและ สส.

ส่วนเหตุการณ์นี้จะทำให้สมาชิกพรรคไขว้เขวหรือไม่ นายชัยธวัช ยืนยันว่า มันนิ่งแล้ว เราคุยกันมาหลายครั้งแล้ว ตอนนี้เดินหน้าสู้คดี ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าคดีนี้จะเป็นอย่างไร จะเห็นว่ายังมีข้อโต้แย้งในทางกฎหมายอยู่ แปลว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตาม ม.49 วินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเป็นการล้มล้างการปกครอง แปลให้ยุติการกระทำนั้น แม้ว่าจะมีการสั่งไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า เมื่อมีการร้องให้ยุบพรรคตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.92 จะต้องดำเนินการตัดสินว่า ข้อเท็จจริงเพียงพอแล้วจะถูกยุบพรรค เนื่องจากมีแง่มุมทางกฎหมาย และข้อเท็จจริงที่ยังต้องต่อสู้กันอยู่ ซึ่งตนมองว่าศาลมีดุลยพินิจ ที่จะพิจารณาได้