‘ปกรณ์วุฒิ’ ปัดข่าวตั้ง ‘พรรคก้าวใหม่’ สำรองรอยุบพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571614

26 มี.ค. 2567

12:25 น.

‘ปกรณ์วุฒิ’ ปัดข่าวตั้ง ‘พรรคก้าวใหม่’ สำรองรอยุบพรรค

‘ปกรณ์วุฒิ’ ปฏิเสธกระแสข่าว ‘ธนาธร’ เตรียมตั้ง ‘พรรคก้าวใหม่’ สำรองรอยุบพรรค ประชุมใหญ่เมษานี้ ยังไม่เปลี่ยน กก.บห. ยังไม่ตั้ง ‘พิธา’ กลับมานั่งหัวหน้าพรรค

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสข่าวกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ใช้ช่วงเวลาหนึ่งพูดคุยกับ สส.พรรค โดยประเมินเรื่องการยุบพรรคก้าวไกลว่าพรรคอาจจะถูกยุบแน่นอนว่า มีหลายข้อที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น กระแสข่าวตั้งพรรคสำรอง “พรรคก้าวใหม่” ยืนยันไม่ได้มีการพูดในที่ประชุม สส.อย่างแน่นอน แต่ยอมรับว่ามีการพูดเรื่องการเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะออกมาทางใดก็เตรียมพร้อมเต็มที่ โดยที่ประเมินไว้คือ ยุบพรรค กับไม่ยุบพรรค และในพรรคไม่ได้พูดคุยกันถึงความน่าจะเป็นว่าจะออกมาในทิศทางไหน เนื่องจากอำนาจไม่ได้อยู่ในมือ ซึ่งหากคำพิพากษาออกมาไม่ยุบพรรคก็ไม่ต้องทำมากเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป หรือหากกรณียุบพรรคก็ไม่ต้องทำมากยังคงเดินหน้าทำหน้าที่เหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่าง

“เพียงแต่ว่าเป็นการพูดคุยกันเพื่อให้เข้าใจดีว่า สส. ส่วนใหญ่เป็นสมัยแรก ที่อาจจะมีความกังวลไม่สบายใจ เลยต้องการปลุกใจในที่ประชุม สส. มากกว่า ไม่มีอะไรแค่บ้านหลังเดิมและเปลี่ยนป้ายชื่อ แค่นั้นไม่ได้คิดอะไรกันมาก” นายปกรณ์วุฒิกล่าว

ส่วนข้อมูลข่าวที่ระบุว่านายธนาธร กล่าวในที่ประชุมว่าหากมีการยุบพรรค ก็ขอให้ สส. ทุกคนไปพรรคใหม่พร้อมกันทั้งหมดนั้น นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่าเป็นคำพูดของนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นการปลุกกำลังใจ ด้วยอยากให้ทุกคนเดินไปด้วยกันและต่อสู้ไปด้วยกันในเส้นทางที่สู้มาด้วยกันตั้งแต่ต้น

สำหรับการประชุมสามัญประจำปีของพรรคก้าวไกลตามกฏหมายที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้ จะเป็นการประชุมปกติโดยยังไม่มีการปรับเปลี่ยน คณะกรรมการบริหารพรรค และเท่าที่ทราบในขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยว่าจะเสนอให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับมานั่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล เนื่องจากก่อนหน้านี้นายชัยธวัช ตุลาธน เคยให้สัมภาษณ์ไว้

ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อพบ สส. ในวันนี้ นายปกรณ์วุฒิ บอกว่า ก็เป็นสิทธิ์ของนายทักษิณที่จะเข้าไปพบใคร และเป็นสิทธิ์ของสังคมเช่นกันที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้บอกว่ามีอะไร ไม่ได้มองว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม มองแค่ว่าเป็นสิทธิ์ ในเมื่อเนื่องจากจะทำการแบบไหน ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่เมื่อทำแล้วสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร นายทักษิณก็คงทราบดีว่าต้องรับคำวิจารณ์นั้น

ศาลยกฟ้อง “ชวน” หมิ่นประมาท “ทักษิณ” ปม ไฟใต้ ปิดฉาก 12 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571610

26 มี.ค. 2567

12:13 น.

ศาลยกฟ้อง "ชวน" หมิ่นประมาท "ทักษิณ" ปม ไฟใต้ ปิดฉาก 12 ปี

ศาลยกฟ้อง “ชวน” คดี หมิ่นประมาท “ทักษิณ” ปิดฉาก มหากาพย์ 12 ปี ปม “ไฟใต้” ชี้ มีสิทธิวิจารณ์เหตุการณ์ ในฐานะ นักการเมือง-อดีตนายกฯ

( 26 มี.ค. 2567) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมิ่นประมาท หมายเลขดำ อ.1590/2565 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2555 โดยศาลพิจารณายกฟ้อง มีรายละเอียดดังนี้

โดยอัยการโจทก์ ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิด สรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2555 เวลากลางวัน นายชวน จำเลย หมิ่นประมาท นายทักษิณ ระหว่างการบรรยายในงานเปิดงานโรงเรียนการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีข้อความเป็นการใส่ความผู้เสียหายทำนองว่า

“รูปแบบการปกครองทุกอย่างต้องพัฒนาไปข้างหน้า แต่ต้องยอมรับว่า รูปแบบการปกครองของประเทศไทยให้โอกาสมาก บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งที่เราต้องทำ คนไทยมีศักยภาพ แต่เรามีจุดอ่อนที่นักการเมืองโกง ซึ่งมาจากธุรกิจการเมืองและอุปสรรคของประชาธิปไตย คือ การยึดอำนาจระบอบประชาธิปไตย อำนาจประชาธิปไตยจะใช้ผ่านองค์กร สถาบันทั้งนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และตุลาการ โดยมีการคานอำนาจซึ่งกันและกัน แต่เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาจึงเกิด องค์กรอิสระขึ้นมา เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) แต่เมื่อระบบทักษิณเกิดขึ้นก็ใช้วิธีการนอกกฎหมาย”   

สําหรับปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน เป็นเพราะนโยบายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศว่า จะแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ให้หมดภายใน 3 เดือนนั้น ทั้งที่ขณะนั้นไฟใต้มอดแล้ว ในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อนายทักษิณ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี กลับใช้คำว่า “โจรกระจอก” และมียกเลิกศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) หันมาใช้นโยบาย “ฆ่าหมดก็จบตรงนี้คือที่มาของการนองเลือดในปัจจุบันนี้…” 

โดยคำพูดต่างๆ ของนายชวน จำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษ จำเลยตามความผิดด้วย 

ซึ่งการรับฟังคำพิพากษาครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น นายชวน ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลยกฟ้อง ด้วยเหตุผลว่า เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ ในฐานะที่ตนเป็นนักการเมือง เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีสิทธิที่จะวิจารณ์เหตุการณ์ที่ได้ประสบมา 

เนื่องจากว่าในสำนวน มีการสืบพยานที่มาของคำพูด เช่น การฆ่าตัดตอน การฆ่าทิ้ง จัดการได้เดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด โดยมีอดีตรองแม่ทัพภาค 4 มาเบิกความให้ โดยเป็นคนเดียวที่อยู่ในการประชุมวันที่ 8 เม.ย. 2544 ที่นายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี และไปประชุมอันเกิดจากวันที่ 7 เม.ย. เกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ และวันที่ 8 เม.ย. คือวันที่ให้นโยบายว่า “คนร้ายมีไม่เกิน17-18 คน ที่เป็นหัวโจก จัดการเดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด” และนี่คือที่มาของปัญหาภาคใต้ ที่เกิดจากนโยบายดังกล่าวนี้ และได้มีการส่งตำรวจเข้าไปเก็บ เพราะในคำสั่งดังกล่าวดังกล่าวนั้นระบุว่า จัดการได้เดือนละ 10 คน สองเดือนก็หมด และเชื่อว่าตำรวจทำได้ ไม่พึ่งทหาร 

ซึ่งอดีตรองแม่ทัพภาค 4 มีการบันทึกถ้อยคำเอาไว้แล้ว ถือว่าเป็นอีกบุคคลที่กล้ามาเบิกความ และเป็นคนเดียวในวันดังกล่าวที่กล้าติงในทำนองที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งหากเชื่อภาคใต้เราคงไม่นองเลือดแบบทุกวันนี้ ผลจากวันนั้นคือที่มาของเหตุการณ์ 4 ม.ค. 2547 ที่เกิดเหตุการณ์ปล้นอาวุธปืนค่ายปิเหล็ง ได้ไปกว่า 400 กระบอก และที่ปล้นฆ่ายิงกันทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากปืนที่ปล้นไปในวันนั้น ซึ่งเป็นที่มาของเหตุร้ายจนมีคนที่เสียชีวิตกว่า 7,500 คน ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดพลาดของนโยบาย ซึ่งความจริงแล้วนายทักษิณ เคยยอมรับว่า เขาผิดพลาดในเรื่องนี้ ดังนั้น ศาลจึงเห็นว่า ตนในฐานะนักการเมือง และมีประสบการณ์เรื่องนี้เรื่องนี้ เพราะในสำนวนปรากฏว่า ตนได้ไปเห็นด้วยตนเอง และเรื่องนี้ได้สืบพยานทั้งหมด จึงมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้

เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรบ้าง เนื่องจากคดีนี้ยาวนาน นายชวน ระบุว่า สำคัญที่สุดคือความจริง คงไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟังความจริงจากผู้ที่มีส่วนร่วมประชุมในวันนั้น และเป็นคนเดียวที่กล้าติง คือรองแม่ทัพภาค 4 ซึ่งตนอยากให้จดจำบุคคลคนนี้เอาไว้ และขณะนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการรื้อคดีความก่อนที่จะหมดอายุนั้น ตนไม่อยากให้ขาดอายุความ เพราะคดีมีเรื่องแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะโดนตำหนิได้ จึงต้องการให้สืบพยานให้จบ เพื่อคดีจะได้จบ และยุติโดยศาลเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ 

‘สุริยะ’ รอรับ ‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทย บ่ายนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571604

26 มี.ค. 2567

11:04 น.

‘สุริยะ’ รอรับ ‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทย บ่ายนี้

‘สุริยะ’ รอรับ ‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทย บ่ายนี้ บอกเตรียมขอคำแนะนำการพัฒนากระทรวงคมนาคม ชี้ประสบการณ์ของอดีตนายกฯ คนรุ่นใหม่เรียนรู้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงคมนาคม กล่าวถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดจะเดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยในวันนี้ว่า ตนคงเข้าไปแน่นอน และก็ทราบข่าวว่าจะมี สส. จำนวนมากเข้าไปที่พรรค ซึ่งมากกว่าทุกๆ ครั้ง เพราะ สส. และอดีต สส.ของพรรคเพื่อไทย มีความรู้สึกอยากจะต้อนรับนายทักษิณด้วยความอบอุ่น เพราะท่านเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ความสำเร็จของพรรค และตนจากที่ได้เคยทำงานร่วมกับนายทักษิณมาตั้งแต่ 25 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นตนเป็นเลขาธิการพรรค และนายทักษิณเป็นหัวหน้าพรรค ก็ช่วยกันทำให้กระทรวงคมนาคมในยุคนั้นมีผลงานสำเร็จ โดยเฉพาะการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ที่สร้างสำเร็จตรงเวลา และได้รับการจัดอันดับเป็นสนามบินที่ดีอันดับต้นๆ ฉะนั้นตนคิดว่าถ้ามีโอกาสกระทรวงคมนาคมก็คงจะไปขอคำปรึกษา ว่าจะทำอย่างไรให้สนามบินสุวรรณภูมิกลับมาติดอันดับโลกให้ได้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในเรื่อง ระบบรางและการทำถนนที่ต้องพัฒนา 

ส่วนการที่นายทักษิณกลับมาจะทำให้พรรคเพื่อไทยยิ่งใหญ่เหมือนปี 2548 หรือไม่ นายสุริยะ เชื่อว่าสิ่งที่อดีตนายกฯ ทำสำเร็จแต่คนรุ่นใหม่อาจจะยังไม่รับรู้ ก็คือการแก้ไขปัญหาวิกฤติต้มยำกุ้ง ผลงานของท่านก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถจับต้องได้ ฉะนั้นประสบการณ์ของท่านก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่เราต้องเรียนรู้และนำมาใช้ 

ส่วนกรณีที่นายทักษิณเข้าพรรคเพื่อไทยวันนี้จะทำให้ สส. ของพรรคเพื่อไทยมีกำลังใจที่ดีขึ้นอยู่หรือไม่นายสุริยะยอมรับว่า”แน่นอน“

‘ธนาธร’ ไม่กังวล กกต. ส่งศาลรธน. ยุบ ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571601

26 มี.ค. 2567

10:27 น.

‘ธนาธร’ ไม่กังวล กกต. ส่งศาลรธน. ยุบ ‘ก้าวไกล’

ประธานคณะก้าวหน้า ไม่กังวล กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล รายละเอียดให้ไปถาม ‘ชัยธวัช – พิธา’ ดีกว่า เพราะไม่ได้ติดตามเรื่องนี้

นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้พิจารณาสั่งยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารว่า ให้ไปสัมภาษณ์นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ดีกว่า เนื่องจากตนไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ ไม่ทราบว่าเรื่องถึงไหนแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า ดู กกต. เร่งรัดรีบส่งเรื่องหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ตนไม่แม่นในเรื่องกระบวนการให้ถามนายชัยธวัช หรือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดีกว่า ส่วนมีความกังวลอะไรหรือไม่ นายธนาธรกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่มีความกังวล” 

‘ทวี’ ยัน ราชทัณฑ์-คุมประพฤติ ไร้อำนาจจำกัดการเคลื่อนไหว ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571598

26 มี.ค. 2567

10:14 น.

‘ทวี’ ยัน ราชทัณฑ์-คุมประพฤติ ไร้อำนาจจำกัดการเคลื่อนไหว ‘ทักษิณ’

‘ทวี’ ยัน ราชทัณฑ์-คุมประพฤติ ไร้อำนาจจำกัดการเคลื่อนไหว ‘ทักษิณ’ ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบ ไม่หนักใจถูกสังคมวิจารณ์ ยืนยันทำตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อพบ สส. ว่า มีแค่กรมคุมประพฤติให้มารายงานตัว ส่วนจะไปไหน พบใคร ในกฎกระทรวงไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมือง ส่วนความเคลื่อนไหวอย่างอื่นในเรื่องการคุมประพฤติ ก็จะมีข้อห้ามไปมั่วสุมกับยาเสพติด ห้ามไปเยี่ยมนักโทษด้วยกัน ถือเป็นการปฏิบัติตามปกติของประชาชน ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็มีสิทธิเสรีภาพทั้งหมด เป็นหน้าที่ของกรมคุมประพฤติที่เป็นผู้ดูแล

ส่วนกรณีนายทักษิณ มีการตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมนั้น พ.ต.อ.ทวี ชี้แจงว่า กระบวนการยุติธรรมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญบอกให้รัฐต้องปฏิบัติตาม และบังคับใช้กฎหมาย ถ้าเราทำนอกกฎหมายก็ถือว่าทำตามอำเภอใจ เพราะในกฎหมายจะมีกฎระเบียบ อย่างที่ตนพูด การถูกกฎหมายจะต้องมีการพัฒนากฎหมายในบางช่วงออกมาก่อน แต่สถานการณ์ปัจจุบันเกิดขึ้นใหม่ กฎหมายก็จะมีการพัฒนา และการแก้ไข อย่างเช่นกฎหมายราชทัณฑ์ ถ้าดูตามข้อเท็จจริง กฎหมายฉบับนี้เข้า สนช. ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งออกมาเป็นกฎหมายราชทัณฑ์ปี 2560 ซึ่งผู้ร่างก็เป็น สนช.ทั้งหมด ที่สำคัญกฎกระทรวง เป็นกฎหมายฉบับแรกที่เอากฎหมายลูกใส่ให้ สนช. ร่างด้วย ต่อมาภายหลัง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.ยุติธรรม ขณะนั้น ได้ออกกฎกระทรวง ซึ่งถ้าออกเป็นแพ็คเกจใหม่ จะส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานลำบาก จึงแยกออกเป็น การรักษาพยาบาล การไปที่คุมขังอื่น หรือ การพักโทษ ก็จะแบ่งเป็นตอน แต่ทั้งหมดนี้ถูกร่างโดย สนช.อยู่แล้ว

ส่วนความเป็นไปได้ ที่กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ จะเตือน นายทักษิณ ให้เคลื่อนไหวน้อยลง เพราะกระแสสังคมจับตาอยู่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราเคารพในความคิดเห็นที่หลากหลาย ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่กระทรวงยุติธรรมไม่มีหน้าที่ไปกำหนดในเรื่องส่วนตัว นอกจากดำเนินภารกิจตามหน้าที่ที่เรารับผิดชอบ 

ส่วนที่ผ่านมามีนักการเมืองได้รับการพักโทษ และเคลื่อนไหวในลักษณะนี้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คนพักโทษปีละเป็นหมื่น แต่อาจจะไม่มีสื่อมวลชนไปตามไปแบบนี้ แต่นายทักษิณก็ยังรายงานตัวตามปกติ เพราะจากรายงานเมื่อคืนที่เขาส่งมา นายทักษิณก็มารายงานตัวที่กรมคุมประพฤติ และปฏิบัติตามตามเงื่อนไขการพักโทษทุกอย่าง

ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ได้แน่นอนภายใน ต.ค. – ธ.ค. ปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571556

25 มี.ค. 2567

14:50 น.

ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ได้แน่นอนภายใน ต.ค. - ธ.ค. ปีนี้

รมช.กระทรวงการคลัง แถลงยืนยัน ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ถึงมือประชาชน ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ คณะกรรมการชุดใหญ่ เตรียมสรุปทั้งหมด 10 เม.ย. ก่อนส่ง ครม. เห็นชอบ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงความคืบหน้าโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการสอบถามข้อเท็จจริงดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ ไทม์ไลน์ค่อนข้างมีความชัดเจนมากขึ้น โดยคณะอนุกรรมการสอบถามข้อเท็จจริง ได้สอบถามความเห็นกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 ส่วนงาน ไม่ว่าจะเป็นภาควิชาการ ภาคประชาชน กลุ่มหอการค้า กลุ่มสภาอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงรายงานข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงการคลังจะรวบรวมและนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อหากลไกในการเดินหน้านโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตให้กับคณะกรรมการชุดใหญ่รับทราบวันที่ 27 มีนาคมนี้

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นก็จะมีการมอบหมายให้ส่วนงานแต่ละส่วนไปดำเนินการในรายละเอียด รวมถึงคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายที่ตนเองเป็นประธานด้วย และจะสรุปเพื่อนำส่งคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 10 เมษายน ซึ่งจะมีรายละเอียดมากขึ้นในวันนั้น และจะสรุปเรื่อง เงื่อนไขทั้งหมด ก่อนนำส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและเดินหน้าต่อไป

ราวไตรมาส 3 ปีนี้ จะมีการลงทะเบียนร้านค้าและลงทะเบียนประชาชน ซึ่งระบบค่อนข้างพร้อมแล้วในช่วงนั้น และในไตรมาส 4 ของปีนี้ ก่อนสิ้นปีแน่นอน จะมีการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ถึงมือประชาชนทุกคน ที่อยู่ในกรอบในเกณฑ์ที่เรากำหนดไว้ ส่วนรายละเอียดเงื่อนไขแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง กรอบเดิม 50 ล้านคนยังไม่มีการปรับ แต่เบื้องต้นยังสรุปอะไรก่อนที่มีมติของคณะกรรมการชุดใหญ่ยังไม่ได้” นายจุลพันธ์ กล่าว

รมช.กระทรวงการคลัง ย้ำว่า สถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ เสียงค่อนข้างตรงกันว่า ควรจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า ให้เกิดการเติบโตอย่างเหมาะสม ประเด็นที่ผู้คนสงสัยเรื่องของวิกฤตหรือไม่วิกฤตอะไรต่างๆ เราก็จะทำให้กลไกสามารถเดินหน้าได้เลย โดยที่ไม่ต้องมีปัจจัยต่างๆ เหล่านั้น

“สุวัจน์”ขอบคุณ“นายกฯ” ให้ความสำคัญในการพัฒนาโคราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571551

25 มี.ค. 2567

14:35 น.

“สุวัจน์”ขอบคุณ“นายกฯ” ให้ความสำคัญในการพัฒนาโคราช

“สุวัจน์”ขอบคุณ“นายกฯ”ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโคราช สนับสนุนแนวคิดผลักดันโคราชด้านคมนาคม ลงทุนและท่องเที่ยว มั่นใจโคราชมีศักยภาพพร้อม

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

วันที่ 25 มีนาคม 2567 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ได้กล่าวขอบคุณ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกหลายท่านที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้ (24 มีนาคม) 

โดยนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายสนับสนุนการพัฒนา และการแก้ไขปัญหาหลายๆ ด้าน และได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาโคราช ในด้านการคมนาคม การบิน การท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และการลงทุนต่างๆ

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ยืนยันถึงความพร้อมและของดีของเมืองโคราชที่มีอยู่ สามารถที่จะต่อยอดและเพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจ ด้านการลงทุน ด้านการท่องเที่ยว เพื่อการขยายตัวของ GDP ให้กับประเทศ 
 
ของดีในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ คือ โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา รถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ มาโคราช รถไฟทางคู่ ซึ่งมีการลงทุนนับแสนล้าน ถ้าเร่งรัดให้แล้วเสร็จและมีการลงทุนและขยายโครงการเพิ่มเติม จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ด้านการลงทุน และ การท่องเที่ยว ที่จะเกิดขึ้น 

ไม่ใช่เฉพาะที่โคราชเท่านั้น แต่จะขยายตัวไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานอีกมาก จะเป็นการใช้ทรัพยากรของชาติที่ลงทุนไปแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย 

จังหวัดนครราชสีมายังอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยพื้นฐานการเกษตร เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และ สินค้า GI ที่มีชื่อเสียง เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ มะขามเทศเพชรโนนไทย กาแฟดงมะไฟ ไวน์เขาใหญ่ ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้าส่งออก และสร้างประเทศไทยให้เป็นเมืองอาหารป้อนโลกได้  โดยใช้โคราชและอีสานเป็นแหล่งผลิต  

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า โคราชยังเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วย soft power ที่รัฐบาลมีนโยบายในการต่อยอดทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว มีภาษาโคราช เพลงโคราช ผ้าไหมโคราช อาหารโคราช มวยไทยโคราช   และโคราชยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่สูงมาก อำเภอปักธงชัยและวังน้ำเขียวมีอากาศที่ดีมีโอโซนสูง เหมาะสมที่จะเป็นเมืองสุขภาพ

นอกจากนั้น UNESCO ได้ให้การรับรองโคราชเป็นเมืองทริปเปิลคราวซิตี้ของ UNESCO คือ มีพื้นที่สงวนชีวะมณฑลที่ปักธงชัย มีพื้นที่ที่เป็นมรดกโลกที่เขาใหญ่ ปากช่อง และมีพื้นที่ล่าสุดที่ยูเนสโก ให้การรับรองเป็นอุทยานธรณีโลก ใน 5 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ และ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 

“สามารถสร้าง เส้นทาง Unesco route เชื่อมโยง 3 พื้นที่ดังกล่าวให้เป็นย่านท่องเที่ยว ย่าน UNESCO ของเมืองไทย จะเป็นการสนับสนุนแนวคิดและนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นวาระสำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศ”

สำหรับด้านการลงทุนนั้น แนวคิดของรัฐบาลในการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เกิดขึ้นในทุกภาคนั้น เป็นแนวคิดที่ดี จะเป็นการวางพื้นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศ ภาคอีสานมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่รัฐบาลได้วางไว้แล้ว คือ มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง 

ประกอบกับภูมิศาสตร์ของภาคอีสานที่มีความเป็นสากลเพราะอยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านในอินโดจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดการค้าและการลงทุนที่สำคัญมาก และวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในภาคอีสาน ความพร้อมด้านแรงงาน มีมหาวิทยาลัยกระจายอยู่ทั่วภาคอีสาน จะเป็นพื้นฐานที่สามารถนำไปสู่การสร้างระเบียงเศรษฐกิจใหม่ ให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศ คล้ายกับโครงการ EEC จะทำให้เกิดการจ้างงานการขยายตัวทางเศรษฐกิจและ GDP ให้กับประเทศไทยอย่างมากมาย

“ขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโคราชและภาคอีสาน และถ้ามีการประชุมครม.สัญจรเกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา เร็วๆ นี้ ก็คงจะได้เห็นแนวทางต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ก็จะก่อให้เกิดความมั่นใจต่อพี่น้องประชาชนในภาคอีสานและโคราช ถึงความสำเร็จของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การลงทุนและการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นายสุวัจน์ กล่าว

‘เศรษฐา’ ระดมทุน อัดฉีดแต้มละ 3 ล้าน บอลไทย – เกาหลี พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571544

25 มี.ค. 2567

13:49 น.

‘เศรษฐา’ ระดมทุน อัดฉีดแต้มละ 3 ล้าน บอลไทย - เกาหลี พรุ่งนี้

‘เศรษฐา’ ชวนดูบอลไทย – เกาหลี สนามราชมังฯ พรุ่งนี้ ระดมทุนสนับสนุนสมาคมฟุตบอล อัดฉีดทีมชาติไทยแต้มละ 3,000,000 บาท

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความลง Facebook ว่า

การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกระหว่างทีมชาติไทย และทีมชาติเกาหลีใต้ วันที่ 26 มีนาคม 2567 เวลา 19.30 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถานเป็นนัดที่มีความสำคัญมาก ๆ กับทีมชาติไทยเราครับ ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยไปชมและเชียร์ทีมชาติไทยร่วมกันที่สนามราชมังคลาฯ หรือเชียร์ผ่านทางการถ่ายทอดสดทางไทยรัฐ ทีวีครับ

ผมขอสนับสนุนสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในการระดมเงินจากแหล่งต่าง ๆ มาช่วยอัดฉีดนักเตะไทย แต้มละ 3 ล้านบาทครับ สู้ ๆ ครับทีมชาติไทย 🇹🇭

‘เศรษฐา’ ระดมทุน อัดฉีดแต้มละ 3 ล้าน บอลไทย - เกาหลี พรุ่งนี้

ศาลนัดตัดสินคดี ’ทักษิณ’ ฟ้องหมิ่น ’ชวน’ 26 มี.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571527

25 มี.ค. 2567

11:31 น.

ศาลนัดตัดสินคดี ’ทักษิณ’ ฟ้องหมิ่น ’ชวน’ 26 มี.ค.นี้

ศาลนัดตัดสินคดี ’ทักษิณ’ ฟ้องหมิ่น ’ชวน’ 26 มี.ค.นี้ กล่าวหา เเก้ปัญหาจังหวัดชายเเดนผิดพลาด ย้อนอดีตอัยการยื่นฟ้องก่อนหมดอายุความแค่ 3 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 มีนาคม เวลา 09.00น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ จากเหตุการณ์วันที่ 28 ตุลาคม 2555 เมื่อครั้งนายชวน หลีกภัย บรรยายในงานโรงเรียนการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ พูดถึงกระบวนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อครั้งนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เกิดความผิดพลาด จนทำให้นายทักษิณได้ครับความเสียหาย 

ต่อมานายทักษิณ ชินวัตร มอบอำนาจให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดี โดยพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร พิจารณาเเล้วส่งสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ ให้พนักงานอัยการวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ซึ่งคดีจะหมดอายุความ 28 ตุลาคม 2565

ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคม 2565  พนักงานอัยการนำตัวนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มายื่นฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ ก่อนจะหมดอายุความ 3 วัน โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ได้สืบพยานเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา และฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ก่อนที่จะนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 26 มีนาคม 2567 นี้เวลา 09.00 น.

‘ศาล รธน.’ ไม่รับคำร้องยุบ ‘เพื่อไทย’ หาเสียงแก้ ม.112 – ล้มล้างการปกครองฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571525

25 มี.ค. 2567

11:21 น.

‘ศาล รธน.’ ไม่รับคำร้องยุบ ‘เพื่อไทย’ หาเสียงแก้ ม.112 - ล้มล้างการปกครองฯ

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้องยุบพรรคเพื่อไทย หาเสียงแก้ ม.112 – ล้มล้างการปกครองฯ ชี้การกระทำของ ‘ชัยเกษม’ ไม่มีผลผูกพันกับพรรค

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการกระทำของพรรคเพื่อไทย ตามคำแถลงของนายชัยเกษม นิติสิริ เกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมีตราพรรคผู้ถูกร้องอยู่ด้วย มีลักษณะเป็นการสนับสนุนการกระทำ ที่อาจนำไปสู่การยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในลักษณะที่ไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรค 1 หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้อง ปรากฏว่านายชัยเกษม นิติสิริ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค และไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ถูกร้อง และไม่ปรากฏข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องมีความมุ่งหมายหรือการกระทำใดๆ ที่น่า จะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง จึงมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา

‘ศาล รธน.’ ไม่รับคำร้องยุบ ‘เพื่อไทย’ หาเสียงแก้ ม.112 - ล้มล้างการปกครองฯ