‘เศรษฐา’ ไม่ติดขัดอะไร คนแห่รับ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570856

14 มี.ค. 2567

17:04 น.

‘เศรษฐา’ ไม่ติดขัดอะไร คนแห่รับ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่

‘เศรษฐา’ ไม่ติดขัดอะไร คนแห่รับ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ เข้าใจกลับบ้านเกิด ประชาชนคิดถึงเพราะนำความเจริญสู่ประเทศ เป็นเรื่องธรรมดาที่คนอยากไปต้อนรับ

นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ กล่าวถึงการเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ของนายทักษิณ​ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี​ ที่ประชาชนแห่ไปตอนรับ​ ว่า​ ผมมองเป็นธรรมดา​ ท่านเป็นนายกฯ มาตั้งกี่ปี​ ไม่ได้กลับบ้านมา 17 ปี เดี๋ยวผมพูดได้ทุกๆ เวทีว่าท่านเป็นนายกฯ ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดท่านหนึ่ง นำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญได้ และท่านเองได้เข้าสู่กระบวนการเรียบร้อยแล้ว และออกมาแล้ว ท่านก็อยากจะกลับบ้านเกิดท่าน ผมก็เข้าใจแค่นี้ อีกอย่างภารกิจของผมที่จะเดินทางไปเชียงใหม่ผมก็จัดมาก่อน​ ไม่ทราบว่าท่านจะลงพื้นที่ด้วย​ ผมเชื่อว่าเป็นธรรมดาเนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นบ้านเกิดของท่าน อดีตนายกรัฐมนตรีสมชาย​ วงศ์สวัสดิ์ ก็อยู่ที่นั่นด้วย เชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีของครอบครัว​ท่านที่จะสามารถใช้เวลาที่เสียไป​ 17 ปีอยู่กับครอบครัว​ และอยู่อย่างมีความสุขและยินดีที่ท่านได้กลับไปยืนบ้านเกิดเมืองนอน และยินดีที่ประชาชน อยากเจอท่าน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ของนายทักษิณจะเป็นการเพิ่มความนิยมในตัวพรรคเพื่อไทยหรือไม่นายกรัฐมนตรี​ ก​ล่าวว่า​  ไม่ทราบ แต่เชื่อว่ามีแฟนคลับของพรรคเพื่อไทยไปด้วย รวมถึงพรรคอื่นก็มีไปด้วยนะผมเห็นและท่านก็มีความผูกพันธ์​กับนักหารเมืองทุกพรรค​ ท่านเป็นคนมีนิสัยใจคอโอบอ้อมอารี เชื่อว่า หัวหน้าพรรคพวกพรรคที่ร่วมรัฐบาล ก็มีความปรารถนาดีกับท่านทุกคนก็อยากจะไปเยี่ยมเยียน​ หากถามผมผมว่าไม่มีอะไรเสียหาย ทุกๆ รอยยิ้ม ที่เกิดขึ้นในทุกอีเว้นท์​ ชื่อว่าเป็นอะไรที่ทำให้สังคมเราแข็งแกร่งมากขึ้น

ส่วนการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ทำให้คอการเมืองมองว่าเป็นการเดินการเมืองคู่ขนานกับนายกรัฐมนตรี ปูฐานเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา​ ระบุว่า อันนั้นก็คงเป็นนัยยะทางด้านการเมือง อย่างที่บอกตนไม่ได้ติดขัดอะไร ที่จะรับคำปรึกษา จากอดีตนายกรัฐมนตรีหลายท่าน ทั้งนายอนันต์​ ปัญญารชุน นายสมชาย​ วงศ์สวัสดิ์​ และนายทักษิณ เพราะแต่ละคนก็มีความรู้ความสามารถ การที่ใครจะอยู่พรรคอะไร รักใครชอบใคร ก็เป็นสิทธิ์และเป็นเรื่องของบุคคลนั้นๆไป แต่ตนมีหน้าที่บริหารบ้านเมือง ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตนก็ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ ถ้าใครมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะดีๆ ผมก็รับฟังตลอด

ส่วนจะมีโอกาสเห็นภาพรวม 3 นายกรัฐมนตรีที่จังหวัดเชียงใหม่หรือไม่ นายเศรษฐา​ กล่าวว่า ก็คิดว่าคงมีโอกาส แต่ยังไม่ได้นัดหมายอะไร ภารกิจอย่างแน่นเอียด พรุ่งนี้ตนก็มีภารกิจทั้งวันจะบินไปจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเย็น ก็แล้วแต่ไม่ได้นัดหมายเป็นกิจจะลักษณะ​ เชื่อว่าบรรยากาศวันนี้ จากการที่ดูในโซเชียลมีเดีย ก่อนลงมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ก็รู้สึกอบอุ่นดี แต่แน่นอน เสียงต่างๆ ก็คงมีคนเอ๊ะขึ้นมาบ้าง แต่ในความคิดของตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมีแต่รอยยิ้มในประเทศไทย เชื่อว่าเป็นนิมิตรหมายอันดี

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึง ข้าราชการที่เดินทางไปรับนายทักษิณ​ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเวลาราชการ ที่จะถูกซึ่งอาจเป็นเป้าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน​ ว่าตนคงไม่ไปลงรายละเอียดว่าการอภิปรายจะเป็นเรื่องอะไรบ้าง ตามที่เข้าใจคงจะเป็นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ตนก็พร้อมที่จะตอบ ส่วนที่ใครจะไปรับใคร อย่างที่ตนบอก ท่านจากประเทศไทยไป 17 ปี​ ท่านไม่ได้กลับบ้านเกิดมานานขนาดนี้​ เป็นอะไรที่เราต้องเข้าใจ ท่านเองเป็นนายกรัฐมนตรีมายาวนาน อย่างที่บอกมีพรรคพวกเพื่อนฝูงในวงการการเมือง ไปเยอะ เชื่อว่าทุกคนที่ไปไปด้วยความรักความปรารถนาดี เป็นเรื่องธรรมดาตนไม่ได้คิดอะไร ถ้าไม่เกี่ยวกับตนก็ให้ไปถามเจ้าตัวเช่นรัฐมนตรี พร้อมย้ำตนในฐานะนายกรัฐมนตรีก็ไม่ติดอะไร​ ส่วนข้าราชการใช้เวลาราชการไปต้อนรับ​ ก็ช่วยดูให้เหมาะสมด้วย ตนไม่แน่ใจว่าตารางของนายทักษิณไปที่ใดบ้าง เพราะตารางตนก็แน่นเอี๊ยดพออยู่แล้ว ก็ขอให้ดูให้เหมาะสม และถูกต้องเท่านั้นเอง

‘เศรษฐา’ ประกาศวาระแห่งชาติ 2568 Thailand Tourism Hub

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570849

14 มี.ค. 2567

16:07 น.

‘เศรษฐา’ ประกาศวาระแห่งชาติ 2568 Thailand Tourism Hub

‘นายกฯ เศรษฐา’ โพสข้อความลง X ประกาศผลักดันปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของไทย Tourism Hub เป็นวาระแห่งชาติ เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพ้นฐานรองรับ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความลง X ว่า

รัฐบาลจะประกาศวาระแห่งชาติ ในการผลักดันให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของไทย Tourism Hub ครับ

ซึ่งเราพร้อมผลักดันการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญไปควบคู่กัน เช่น สนามบิน รถไฟความเร็วสูง และโครงการ land bridge  และยกระดับศิลปะวัฒนธรรมไทย อาหารไทย รวมถึงวงการแฟชั่นไทยให้เป็นที่ยอมรับของโลก โดยร่วมมือกับสมาพันธ์ระดับโลกเช่น Federation Haute Couture, Michelin Guide ห้างระดับโลก เช่น Gallery Lafayette, Bon Marche ผ่านการใช้วัตถุดิบไทยที่มีคุณภาพ เช่น ผ้าคราม เตรียมพร้อมรับอีเว้นท์ระดับโลกที่จะมาจัดในประเทศไทย เช่น F1, Michelin World Food Expo, Paris Fashion Show หรือเข้าร่วมงานระดับโลก เช่น ITB และ MIPIM อย่างเต็มศักยภาพ สร้างโอกาสให้กับประเทศไทย และคนไทย

ขณะเดียวกันเราจะส่งเสริมให้นักธุรกิจรายใหม่ ทั้งขนาดกลาง และขนาดเล็ก รวมถึงนักออกแบบรุ่นใหม่ มีแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจของตนเอง และเห็นโอกาสในทางธุรกิจจากแบรนด์ระดับโลก นอกจากนั้น รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นว่า เราจะพยายาม matching talents ให้เข้ากับภาคอุตสาหกรรมระดับโลกในไทย สร้างแรงดึงดูดต่าง ๆ ทั้งมาตรการทางภาษี และการส่งเสริมด้านการทำงาน เพื่อเตรียมตัวรองรับกับอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาเปิดในไทย เช่น Semiconductors, Data Center, EV เพื่อให้นักศึกษาไทยในต่างประเทศกลับมาทำงานในประเทศไทยอย่างมีศักดิ์ศรี

ทั้งหมดนี้เกิดจากความมุ่งมั่น ตั้งใจ มาทำงานเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน จะชอบผม ไม่ชอบผมไม่เป็นไร แต่อย่าด้อยค่าศักยภาพของประเทศครับ

ศาลรับฟ้องคดี True ฟ้อง ‘พิรงรอง กสทช.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570836

14 มี.ค. 2567

14:34 น.

ศาลรับฟ้องคดี True ฟ้อง ‘พิรงรอง กสทช.’

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ รับฟ้องคดีที่บริษัท ทรู ฟ้อง ดร.พิรงรอง กรรมการ กสทช. สั่งออกหนังสือแจ้ง ผู้ถือใบอนุญาต มีเนื้อหาทำให้ True เสียหาย

14 มี.ค. 2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง รับฟ้องคดีที่บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE  ยื่นฟ้อง ศาสตราจารย์กิตติคุณ  ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์

โดยไต่สวนได้ความว่า โจทก์ (ทรู) เป็นผู้ประกอบกิจการ OTT (over the top) เป็นการให้บริการที่ กสทช.ยังไม่ได้มีประกาศ หรือออกกฎเกณฑ์ในการกำกับดู และจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่า การให้บริการของโจทก์ แม้จะถือว่าเป็นการให้บริการประเภท OTT ที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์

ทางไต่สวนมีเหตุให้เชื่อได้ว่า จำเลยเป็นผู้สั่งการให้รักษาการรองเลขาธิการ กสทช.ในขณะนั้น ออกหนังสือแจ้งไปยังผู้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ จำนวน 127 ราย มีข้อความว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการที่ยังไม่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ทำให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าใจว่าโจทก์เป็นผู้ทำผิดกฎหมาย

อาจส่งผลให้ผู้รับอนุญาตอาจระงับเนื้อหารายการต่าง ๆ ที่โจทก์ส่งไปออกอากาศ พฤติการณ์ของจำเลยส่อแสดงเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหายถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยชอบมิชอบ คดีโจทก์มีมูลจึงให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา

เดือน มี.ค. – เม.ย. ปฏิทินการเมือง คิวแน่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570826

14 มี.ค. 2567

12:52 น.

เดือน มี.ค. - เม.ย. ปฏิทินการเมือง คิวแน่น

เดือน มี.ค. – เม.ย. 2567 การเมืองคิวแน่น รบ. แถลงผลงาน 6 เดือน – เพื่อไทยพบฮุนเซน – พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 67 – 2 สภาฯ เปิดอภิปรายทั่วไป รบ.

15 มี.ค. 2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ ครม. แถลงผลงานครบรอบ 6 เดือน

16 มี.ค. 2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ดูปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เชียงใหม่ วันเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่เชียงใหม่ วันสุดท้าย

18 – 19 มี.ค. 2567 แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และกรรมการบริหารพรรค พบสมเด็จฮุนเซน ประธานคณะองคมนตรีกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา

20 – 22  มี.ค. 2567 สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท วาระ 2 – 3

25 มี.ค. 2567 วุฒิสภา อภิปรายทั่วไปรัฐบาล โดยไม่ลงมติ

26 มี.ค. 2567 วุฒิสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567

3 เม.ย. 2567 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท  ขึ้นทูลเกล้าฯ

3 – 4 เม.ย. 2567 สภาผู้แทนราษฎร อภิปรายทั่วไปรัฐบาล โดยไม่ลงมติ

9 เม.ย. 2567 ปิดสมัยประชุมรัฐสภา

‘ธรรมนัส’ อยู่เป็น รอรับ ‘ทักษิณ’ ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570819

14 มี.ค. 2567

11:29 น.

'ธรรมนัส' อยู่เป็น รอรับ 'ทักษิณ' ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์

‘ธรรมนัส’ อยู่เป็น รอรับ ‘ทักษิณ’ ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์ ‘เจ๊แดง – สมชาย’ เอารถไฟรับถึงที่ ‘บิ๊กโจ๊ก’ โผล่รอรับตั้งแต่หน้าสนามบิน ต้อนรับกลับเชียงใหม่บ้านเกิดในรอบ 17 ปี

14 มี.ค.2567 หลังจากสักการะศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ พร้อมด้วย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว , นายปิฎก สุขสวัสดิ์ บุตรเขย และน้องธิธาร หลานสาว นั่งเครื่องบินส่วนตัว เดินทางถึงจังหวัดเชียงใหม่ในเวลา 09:28 น. ถือเป็นการกลับบ้านเกิดครั้งแรกในรอบ 17 ปี

ทันทีที่นายทักษิณถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ นางสาวเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นำขบวนรถไปรับภายในรันเวย์ทันที และออกทางประตู1 เดินทางต่อไปอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ด้วยรถยนต์เลคซัสสีดำทะเบียน ขย 111 กรุงเทพมหานคร ระหว่างทางออกจากสนามบิน ลดกระจกลงพร้อมยกมือไหว้ทักทายคนที่มารอต้อนรับ โดยนายทักษิณยังคงสวมเฝือกคอ เหมือนตอนไปไหว้ศาลหลักเมือง โดยมีพลตำรวจเอก สุรเชษฐ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรอรับที่สนามบินเชียงใหม่ด้วย

ด้านหน้าอุทยานหลวงราชพฤกษ์ มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  , นายภูดิท อินสุวรรณ์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย มารอรับพร้อมนำพระพุทธบารมี มามอบให้เพื่อความสิริมงคลและเสริมบารมี รวมถึงมวลชนคนเสื้อแดงส่วนหนึ่งมารอต้อนรับ โดยนายทักษิณลงจากรถและทักทายสื่อมวลชนที่เคยติดตามทำข่าวเมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมสวมกอด ทักทายมวลชนที่มารอต้อนรับ

ช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวถามนายทักษิณว่า เชียงใหม่เป็นอย่างไรบ้าง นายทักษิณตอบสั้นๆ ว่า “เหมือนเดิม” จากนั้นเดินเข้ามาภายใน ที่ทำการอุทยาน โดยมีร้อยเอกธรรมนัสรอต้อนรับ ซึ่งร้อยเอกธรรมนัสได้แนะนำผู้บริหารกระทรวงเกษตร ซึ่งนายทักษิณได้ชื่นชมว่า ทำงานมีประสิทธิภาพ จากนั้นนายทักษิณพร้อมคณะ ขึ้นรถรางเพื่อเข้าชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยมีนางสาวแพรทองธารนั่งด้านขวาและลูกเขย และหลานนั่งด้านซ้าย โดยนายทักษิณมีสีหน้าที่ค่อนข้างสดใสและทักทายคนที่มารอต้อนรับตลอดเส้นทางด้วยความเป็นกันเอง ขณะเดียวกันก็มีพยาบาลเดินติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

ทักษิณ - แพทองธาร พาครอบครัว ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์ทักษิณ – แพทองธาร พาครอบครัว ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์

“ราชกิจจานุเบกษา” ประกาศ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อดีต “สส.” หลายสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570814

14 มี.ค. 2567

10:55 น.

"ราชกิจจานุเบกษา" ประกาศ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อดีต "สส." หลายสมัย

“ราชกิจจานุเบกษา” ประกาศ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด “ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย” อดีต สส. หลายสมัย หลังถูกยื่นฟ้อง ล้มละลาย

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.E26/2567 ศาลล้มละลายกลาง กองบังคับคดีล้มละลาย 2 กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม โดยสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต “สส.” หลายสมัย หลังถูกยื่นฟ้องล้มละลาย

โดยในประกาศระบุว่า ด้วย นายประจักษ์ รุจิรวณิช โจทย์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย และศาล ได้มีคำสั่งลงวันที่ 14 ก.พ. 2567 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ลูกหนี้เด็ดขาดตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 แล้ว

ดังนั้น นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และบุคคลผู้เป็นหนี้ลูกหนี้ หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง มีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามมาตรา 24/1 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483

ประกาศราชกิจจานุเบกษาประกาศราชกิจจานุเบกษา

ซึ่งผู้ใดมีหน้าที่ตามมาตรา 24/1 แล้วไม่ปฏิบัติตาม มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ตามมาตรา 173/1 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483

อนึ่ง เจ้าหนี้ ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ จะเป็นโจทก์หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ที่ฝ่ายคำคู่ความ สำนักงานเลขานุการกรม กรมบังคับคดี หรือสำนักงานบังคับคดี ซึ่งลูกหนี้มีภูมิลำเนาอยู่ ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันที่โฆษณาคำสั่งนี้

และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้กำหนดวันลงโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 13 มี.ค. 2567 

     ศิริศักดิ์ อ่อนละมัยศิริศักดิ์ อ่อนละมัย

สำหรับนายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย เข้าสู่วงการการเมือง ด้วยการเป็นสมาชิกสภาจังหวัด ในปี 2533 ก่อนที่จะได้เลือกตั้งเป็น สส. ครั้งแรก ในเดือน มี.ค. 2535 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับการเลือกตั้งติดต่อกันรวม 6 สมัย

ในปี 2564 ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ได้ขอลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปสนับสนุนนายชวลิต อาจหาญ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.ชุมพร ในการเลือกตั้ง สส.ชุมพร เขต 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง

‘ทักษิณ’ ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570804

14 มี.ค. 2567

07:12 น.

'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

‘ทักษิณ’ พร้อมอุ๊งอิ๊ง ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัด สักการะศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิดไหว้บรรพบุรุษในรอบหลายสืบปี

เมื่อเวลา 05.19 น. ที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง และนายปิฏก สุขสวัสดิ์ สามีของอุ๊งอิ๊ง เดินทางด้วยรถตู้เบนซ์สีดำ ทะเบียน ภษ 1414 มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวเอ็มเจ็ตไปยัง จ.เชียงใหม่ 

ทันทีที่เข้าไปภายในได้สักการะศาลหลักเมือง ตามขั้นตอน 5 ขั้นตอน โดยเริ่มจากจุดแรก คือ ไหว้หอพักพุทธรูป องค์หลักเมืองจำลอง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ซึ่งเป็นเทพารักษ์ คู่ศาลหลักเมือง และเข้าไปสักการะองค์หลักเมืองจริง ต่อด้วยไหว้หอเทพารักษ์ 5 กัน และเติมน้ำมันตะเกียง รวมเวลากว่า 26 นาที

'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

จากนั้นนายทักษิณได้เดินออกมา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่สื่อมวลชนได้ทักทายเรียกว่า “ท่านนายกฯทักษิณ” ก่อนที่นายทักษิณจะหันมามองสื่อมวลชนแล้วขึ้นรถออกไปทันที ในเวลา 05.45 น.

ระหว่างที่อยู่ในรถตู้ นายทักษิณได้นั่งฝั่งซ้ายด้านหลังของคนขับ โดยมีนางสาวแพรทองธาร นั่งด้านข้าง ขณะนั้นนายทักษิณได้มองออกมา แต่ไม่ได้หยุดทักทายสื่อมวลชน

ทั้งนี้วันนี้พบว่า นายทักษิณ แต่งกายด้วยเสื้อโปโลสีน้ำเงิน กางเกงขายาว สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องนั่งวีลแชร์ ซึ่งพบว่า มีการสวมเฝือกที่คอ แต่ที่แขน ไม่ได้ใส่เฝือก ซึ่งเป็นการปรากฎตัวครั้งที่ 2 นอกบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังเมื่อวานนี้ปรากฎตัวที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร แต่ไม่ได้ใส่เฝือกคอ

'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด
'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

สำหรับภารกิจที่ จ.เชียงใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มี.ค.

เช้า เดินทางถึงสนามบินเชียงใหม่ ไปดูที่หน้าพืชสวนโลก รับประทานอาหารเที่ยง ร้านช้างม่อยกาแฟ ไปดูคลองแม่ข่า- น้ำตกแม่สา ก่อนจะรับประทานอาหารเย็น ร้านเจี่ยท้งเฮง สาขาฟ้าย่าม เสร็จแล้วเข้าบ้านพัก

วันศุกร์ ที่ 15 มี.ค.

เดินทางไปกราบเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ รับประทานอาหารเที่ยง ร้านข้าวซอยเสมอใจไปสุสานที่ อ.แม่ออน ไปตลาควโรรส (กาดหลวง) ก่อนจะรับประทานอาหารเย็น งานเลี้ยงบ้านกรีนวัลเล่

วันเสาร์ ที่ 16 มี.ค.

รับประทานอาหารเช้า ร้านกาแฟ Oasis ไปไนท์ซาฟารี รับประทานอาหารเที่ยง ลำดีที่ขัวแดง เดินทางกลับ กทม.

'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด
'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

กลับเชียงใหม่ 14 – 16 มี.ค.นี้ ‘ทักษิณ’ ไปไหนบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570765

13 มี.ค. 2567

14:44 น.

กลับเชียงใหม่ 14 - 16 มี.ค.นี้ ‘ทักษิณ’ ไปไหนบ้าง

แม้อยู่ระหว่างพักโทษ เพราะมีอาการป่วย แต่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีกำหนดจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14 ถึง 16 มีนาคมนี้ มาดูกันว่าจะไปที่ไหนกันบ้าง

14 มีนาคม ช่วงเช้าประมาณ 7.30 น. สักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร จากนั้นขึ้นเครื่องบินส่วนตัวไปจังหวัดเชียงใหม่ และเข้าบ้านพักในสนามกอล์ฟ ซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ ต.แม่สา อ.แม่ริม ไปยังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ทานอาหารกลางวันที่ช้างม่อย ช่วงบ่ายไปคลองแม่ข่า น้ำตกแม่สา ทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารย่านฟ้าฮ่าม และกลับที่พัก
 

15 มีนาคม ช่วงเช้าไปกราบนมัสการเจ้าอาวาส วัดพระธาตุดอยสุเทพ ทานอาหารกลางวันที่ร้านข้าวซอยเสมอใจ ช่วงบ่ายเดินทางไปทำบุญและเคารพสถูปบรรจุอัฐิบรรพบุรุษตระกูลชินวัตร ที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง และทานอาหารเย็น ที่งานเลี้ยงบ้านพัก คาดว่าจะมีญาติพี่น้อง บุคคลใกล้ชิด เพื่อนร่วมรุ่น อดีต ส.ส. และแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าพบ

16 มีนาคม กำหนดการยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่ามีโอกาสพบกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มาภารกิจลงพื้นที่ดูปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในวันนั้นพอดี จนบางฝ่ายมองว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แล้วจึงนั่งเครื่องบินส่วนตัวกลับกรุงเทพมหานคร

กำหนดการแน่นตลอดทั้งวันขนาดนี้ คงหลีกเลี่ยงคำถามไม่ได้ว่าป่วยจริงหรือไม่ และคำถามถึงหลักเกณฑ์การจำกัดพื้นที่ระหว่างพักโทษ

‘สมชัย’ คาดการณ์ยุบก้าวไกล ไม่ต้องไต่สวนใหม่ – ตัดสิทธิ์สูงสุดตลอดชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570749

13 มี.ค. 2567

12:20 น.

‘สมชัย’ คาดการณ์ยุบก้าวไกล ไม่ต้องไต่สวนใหม่ - ตัดสิทธิ์สูงสุดตลอดชีวิต

‘อดีต กกต.’ โพสต์เฟสบุ๊ก คาดการณ์กรณี กกต. ส่งคำร้องยุบพรรคก้าวไกล เลวร้ายสุด ศาล รธน.อาจใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน ไม่ต้องไต่สวนใหม่ กก.บห.อาจถึงขั้นตัดสิทธิ์สมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต

รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กถึงกรณีเลวร้ายสุด (Worst case scenario) เมื่อ กกต. ส่งคำร้อง ยุบพรรคก้าวไกล

1. ศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะใช้เวลาในการวินิจฉัย ไม่เกิน 2 เดือน เนื่องจากแทบไม่ต้องไต่สวนใหม่  แต่อาจมีการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงเพิ่มเติมได้

2. คำร้องยุบพรรค เป็นการยุบจากกรณีพรรคการเมืองกระทำความผิด มาตรา 92(1) และ (2) ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง  กระทำการล้มล้างและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ฯ ซึ่งนอกจากยุบพรรคแล้ว กรรมการบริหารพรรคมีโทษถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตด้วย

3. กรรมการบริหารที่ถูกตัดสิทธิ คือ กรรมการบริหารตามข้อบังคับพรรคก้าวไกล ข้อ 20 ที่มีตำแหน่ง หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอื่น ๆ รวม 10 คน (ไม่มีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค) 

4. ส่วนกรณี 44 สส. ที่เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไข ม. 112 นั้นไม่เกี่ยวกับกรณียุบพรรค แต่เป็นการร้อง ปปช. กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234(1) ซึ่งหาก ปปช.ลงมติว่าผิด ต้องส่งศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย หากศาลประทับรับฟ้อง ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่  หากศาลว่าผิด มีโทษ ตามมาตรา 235 วรรคสาม  ให้พ้นจากตำแหน่ง สส. ตั้งแต่วันยุติปฏิบัติหน้าที่ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตและอาจจะพ่วงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้

5. ขั้นตอนในขั้น ปปช. ถึง จบศาลฎีกา น่าจะใช้เวลาอีก 1 ปี  และไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะอยู่พรรคใหม่ใด ถ้าผิดก็ถือว่าผิด ครับ

ภาพจากเฟสบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธิยากรภาพจากเฟสบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธิยากร

‘สามารถ’ ยอมถอย ยุติแจ้งความ กกต. หลังมีมติเอกฉันท์ยื่นยุบ ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570722

12 มี.ค. 2567

19:37 น.

'สามารถ' ยอมถอย ยุติแจ้งความ กกต. หลังมีมติเอกฉันท์ยื่นยุบ 'ก้าวไกล'

‘สามารถ’ เผย กกต. ทำหน้าที่แล้ว มีมติเอกฉันท์ยื่นยุบ ‘ก้าวไกล’ ยืนยันไม่แจ้งความละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ขอรอภายใน 30 วัน คาดพิจารณาเสร็จสิ้น

วันนี้สำนักงานคณะกรรมการ หรือ กกต. มีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “ยุบพรรคก้าวไกล” นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ขอขอบคุณประธาน กกต. และคณะกรรมการ กกต. ทุกคนที่มีมติเอกฉันท์ส่งเรื่องยุบพรรคก้าวไกล สิ่งที่ตนเคยระบุว่า จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ก็ถือว่า “ยุติ” เพราะท่านทำหน้าที่แล้ว วันนี้ท่านได้สร้างบรรทัดฐานและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งตนพยายามไม่ให้สังคมไทยเกิดหลายมาตรฐานมาโดยตลอด 

นายสามารถ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ กกต.ทำในวันนี้คือ การทำตามหน้าที่ เนื่องจาก กกต.ไม่ต้องแสวงหาข้อมูลใด ๆ แล้ว เพราะคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร กระบวนการได้มาซึ่ง สส.พรรคก้าวไกล เกิดจากนำการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 ไปหาเสียง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินชัดเจนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการล้มล้างการปกครอง จึงไม่มีทางที่ กกต.จะไม่ยื่นยุบพรรคก้าวไกล ยังว่า กกต. ได้ทำหน้าที่แล้วต่อไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ  คาดว่าจะใช้เวลาไม่น่าเกิน 30 วัน ในการพิจารณา เพราะเรื่องนี้ไม่ต้องสืบพยาน ไม่ต้องไต่สวน เนื่องจากองค์ประกอบครบถ้วนแล้ว 

“ผมไม่เคยมีปัญหาหรือบาดหมางอะไรกับ กกต. แต่แค่เราไม่อยากให้เกิดสงครามการเมือง ไม่อยากให้ประเทศไทยมีระบบยุติธรรมแบบหลายมาตรฐาน เราต้องมีมาตรฐานเดียว เนื่องจากเราเคยมีการวางไว้ในตอนยุบพรรคไทยรักษาชาติ ที่ใช้เวลาเพียง 6 วัน ซึ่งถ้าการยุบพรรคก้าวไกลจะใช้เวลานานกว่ามากมาย ก็จะเกิดความไม่ธรรมสังคม ประชาชน และประเทศชาติ เราไม่อยากเห็นบ้านเมืองต้องแตกแยก ฉะนั้นถ้ามีการกระทำผิดก็ต้องดำเนินดคีตามกฎหมายทันที” นายสามารถกล่าว