เพื่อน ‘ทักษิณ’ รอต้อนรับกลับเชียงใหม่ อยากให้วางมือทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570609

11 มี.ค. 2567

10:54 น.

เพื่อน 'ทักษิณ' รอต้อนรับกลับเชียงใหม่ อยากให้วางมือทางการเมือง

เพื่อน ‘ทักษิณ’ รอต้อนรับกลับเชียงใหม่ อยากให้วางมือทางการเมือง เพราะเป็นห่วงสุขภาพ เชื่อยังเป็นที่ปรึกษาให้พรรคเพื่อไทยแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศ

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ จะเดินทางมาบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14 – 16 มีนาคมนี้  โดยนางอรุณศรี หนึ่งในเพื่อนรุ่นพี่ของนายทักษิณ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่อดีตนายกรัฐมนตรีจะได้เดินทางกลับบ้านเกิด จะได้ร่วมมื้ออาหารที่เชียงใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ต้องเดินทางไปหาที่ต่างประเทศเพื่อพบป่ะพูดคุย ร่วมรับประทานอาหาร  โดยในวงอาหารอดีตนายกรัฐมนตรีจะไม่คุยเรื่องการเมือง จะคุยเรื่องสารทุกข์สุกดิบมากกว่า ทำให้บรรยากาศในโต๊ะอาหารมีแต่ความสุข รอยยิ้ม พร้อมสื่อสารภาษาเหนือ ภาษาบ้านเกิด โดยเมนูที่อดีตนายกรัฐมนตรีโปรดคือไข่เยี่ยวม้าและ อาหารจีน การกลับบ้านเกิดครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะเพื่อนๆ หลายคนคิดถึง และอยากจะให้วางมือทางการเมือง เพราะเป็นห่วงสุขภาพท่าน แต่เชื่ออดีตนายกรัฐมนตรี ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับพรรคเพื่อไทย เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจได้ กลับมารุ่งเรือง เหมือนดั่งสมัยท่าน ที่ประชาชนอยู่ดีกินดี

สำหรับกำหนดการ วันที่ 14 มี.ค.67 นี้ ช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.30 น. จะเดินทางไปสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ จากนั้นจะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ด้วยเครื่องบินส่วนตัว และเข้าพักที่บ้านพักในสนามกอล์ฟ ซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ ต.แม่สา อ.แม่ริม ขณะเดียวกันบุตรสาวของนายทักษิณ จะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสมทบกันที่ จ.เชียงใหม่ โดยตลอดวันที่ 14 มีนาคม 2567 นายทักษิณ ยังไม่มีภารกิจ และยังไม่มีรายงานว่าจะมีบุคคลสำคัญเข้าพบ

ช่วงเช้าวันที่ 15 มีนาคม 2567 นายทักษิณและครอบครัว จะเดินทางไปทำบุญและเคารพสถูปบรรจุอัฐิบรรพบุรุษตระกูลชินวัตร ที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง ซึ่งมีกู่พ่อเลิศ ชินวัตร และนางยินดี ชินวัตร มารดา กู่พี่สาว และพี่ชาย พร้อมญาติผู้ใหญ่ในตระกูลชินวัตร ที่ล่วงลับไปแล้ว และกลับมาพักผ่อนที่บ้านพักในสนามกอล์ฟ ซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยคาดว่าจะมีบรรดาญาติพี่น้อง และบุคคลใกล้ชิดเข้าพบ 

นายกฯ แจงปรับปรุงทำเนียบ 138 ลบ. ไม่ได้ทำแค่สนามหญ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570602

11 มี.ค. 2567

09:45 น.

นายกฯ แจงปรับปรุงทำเนียบ 138 ลบ. ไม่ได้ทำแค่สนามหญ้า

‘นายกฯ’ ชี้แจง งบ 138 ล้าน ไม่ได้ปรับปรุงแค่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า แต่ปรับปรุงทั้งระบบไอที – อัคคีภัย ระบบอื่นๆ เยอะไปหมด ทำถูกต้องตามกฎหมาย เงินทุกบาททุกสตางค์ใช้มีประสิทธิภาพ

เวลา 12.30น. วันที่ 10 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงการปรับปรุงสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้งบประมาณสูงถึง 138 ล้านบาท ว่า เอารูปสนามมาแล้วมาบอกว่า 138 ล้านบาท มันบิดเบือนนิดหน่อย มันไม่ใช่สนามอย่างเดียว มีหลายเรื่อง มีทั้งระบบไอที มีทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ระบบคอมพิวเตอร์ อะไรอีกหลายอย่าง มันถึงเวลาแล้ว เชื่อมั่นว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และกฎระเบียบข้อบังคับที่ถูกต้อง รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายบริหารได้ชี้แจงไปแล้ว

เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณเยอะงบประมาณอยู่ในกรอบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันเยอะเพราะคุณเอารูปสนามที่มีรถมาไถ่ แล้วบอก 138 ล้านบาท มันจึงดูเยอะ คุณต้องไปดูระบบข้างใน มีระบบไอที มีระบบป้องกันอัคคีภัย มีระบบอื่นๆอีกเยอะแยะเต็มไปหมด ไปดูรายละเอียดของมัน ยืนยันว่าเราพยายามทำให้ถูกต้องตามกฎระเบียบทุกอย่าง คำนึงถึงทุกบาททุกสตางค์ต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับบรรยากาศ​ทำเนียบรัฐบาลวันนี้ (11 มี.ค.)​ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าปูหญ้าพาสพาลัมใหม่เรียบร้อยแล้ว​ หลังจากที่สำนัก​เลขาธิการ​นายกรัฐมนตรี​ ใช้เวลาปรับปรุงช่วงที่​ นายเศรษ​ฐา​ ทวี​สิน​ นายก​รัฐมนตรี​และ​ รมว.​กระทรวง​การคลัง​ ปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศกว่า​ 10  วัน​

‘สามารถ’ ถาม กกต. ทำอะไรอยู่ ไม่ยื่น ‘ยุบพรรคก้าวไกล’ เตือนผิด ม.157

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570552

09 มี.ค. 2567

21:14 น.

'สามารถ' ถาม กกต. ทำอะไรอยู่ ไม่ยื่น 'ยุบพรรคก้าวไกล' เตือนผิด ม.157

‘สามารถ’ เผย กกต. ไม่ยื่น ‘ยุบพรรคก้าวไกล’ หวั่นกระทบ ‘พรรคเพื่อไทย’ หากศาล รธน.ตัดสินยุบพรรค เตือนผิด 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้มีประชาชนสอบถามเข้ามามาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่ยื่นยุบพรรคก้าวไกล กกต.ขู่ได้แต่นักการเมือง สส.สว.แต่ขู่ประชาชนไม่ได้ เพราะเขาไม่ลงเลือกตั้ง ฉะนั้นการพิจารณายุบพรรคก้าวไกล กกต.รออะไร ในเมื่อคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วว่า ถ้าเป็นพรรคการเมืองกระทำผิดล้มล้างการปกครอง จะต้องให้ กกต. ยื่นยุบพรรคไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หน้าที่ท่านมีแค่ยื่น ไม่ต้องตรวจสอบอะไรแล้ว ชาวบ้านสันนิษฐาน กกต. รักก้าวไกล เพราะปล่อยให้หาเสียงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จนได้ สส. ถล่มทลายแบบนี้ ถึงแม้มีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว กกต.ในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญทันทีอย่างไม่รอช้า 

“วันนี้ท่านดึงไว้เพื่ออะไร ดึงไว้จน สว.หมดอายุใช่หรือไม่ ท่านช่วยใครอยู่ ซึ่งวันนี้ก็มีคนไปยื่นยุบพรรคเพื่อไทย เนื่องจากในการหาเสียงการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 เช่นกัน กกต.กลัวว่าถ้ายื่นยุบพรรคก้าวไกล แล้วเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล มันจะกระเทือนมาที่พรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ ท่านจึงกลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบพรรคไปด้วย แล้ว กกต.ก็ไม่อยากรับเผือกร้อนก้อนนี้ เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล เขาก็จะเอามาเทียบเคียงกับพรรคเพื่อไทยด้วย“นายสามารถ กล่าว

นายสามารถ กล่าวยังต่อว่า กรณีพรรคไทยรักษาชาติ กกต. ใช้เวลาเพียง 6 วันในการยื่นยุบพรรค ทั้ง ๆ ที่เวลานั้นยังไม่มีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำ แต่ปัจจุบันคำพิพากษาศาลพรรคก้าวไกลลงราชกิจจานุเบกษาคนทั้งประเทศเห็นแล้ว จะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะมีคนยื่นไปที่ กกต.แล้วด้วย แต่ท่านบอกว่าจะต้องตั้งกรรมการไต่สวน ถามว่าไต่สวนหาอะไร คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร กกต.กำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อยู่ เตือนระวังชาวบ้านจะไปแจ้งความจับทั่วประเทศ
'สามารถ' ถาม กกต. ทำอะไรอยู่ ไม่ยื่น 'ยุบพรรคก้าวไกล' เตือนผิด ม.157

‘เศรษฐา – อุ๊งอิ๊ง‘ Soft Power ผ้าไทย เปิดพื้นที่ดีไซเนอร์ไทย สู่ปารีส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570549

09 มี.ค. 2567

17:39 น.

‘เศรษฐา - อุ๊งอิ๊ง‘ Soft Power ผ้าไทย เปิดพื้นที่ดีไซเนอร์ไทย สู่ปารีส

‘เศรษฐา – อุ๊งอิ๊ง‘ Soft Power ผ้าไทย เปิดพื้นที่ดีไซเนอร์ไทย สู่ปารีส คล้องผ้าขาวม้า สวมโค้ดผ้าฝ้ายย้อมคราม คุยห้างสรรพสินค้า เปิดพื้นที่นำสินค้ามาจำหน่าย

9 มี.ค. 2567 เวลา 10.40 น.ตามเวลาท้องถิ่น กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟพาวเวอร์ ติดตามบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยภายในห้างสรรพสินค้า Galéries Lafayette (กาเรอฮี ลาฟาแย็ต) และพูดคุยกับผู้บริหารของห้าง เพื่อเพื่อเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ของไทยได้นำสินค้ามาจำหน่ายภายในห้างได้

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีนำผ้าขาวม้าจากจังหวัดกาฬสินธุ์ สีม่วงสลับขาวดำลายตาราง มาทำเป็นผ้าพันคอ ชูซอฟพาวเวอร์ไทย ซึ่งนับเป็นผ้าพันคอผืนที่4 ที่นายกรัฐมนตรีใช้ในการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้ง

ขณะที่นางสาวแพทองธาร สวมเสื้อโค้ดผ้าไทยที่ทำจากผ้าฝ้ายย้อมคราม ของจังหวัดสกลนครสีฟ้าครามด้วย ซึ่งเป็นการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทยออกสู่สายตานานาชาติ

‘นายกฯ’ พบ 11 บริษัทชั้นนำฝรั่งเศส ลดอุปสรรคธุรกิจ เดินหน้าความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570539

09 มี.ค. 2567

13:41 น.

‘นายกฯ’ พบ 11 บริษัทชั้นนำฝรั่งเศส ลดอุปสรรคธุรกิจ เดินหน้าความยั่งยืน

‘นายกฯ’ แลกเปลี่ยนความเห็นกับ 11 บริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส ถึงการลดอุปสรรคทางธุรกิจ โดยมอบหมายให้ส่วนราชการเร่งแก้ไข และการเดินหน้าความยั่งยืนทางพลังงานสะอาด

9 มีนาคม 2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นกับบริษัทเอกชนชั้นนำระดับโลกของฝรั่งเศส จำนวน 11 รายเมื่อวานนี้ พบว่ามีปัญหาและโอกาสที่คล้ายคลึงกัน อยู่ 2 ประเด็น ได้แก่

1) ปัญหาที่เกิดจากกฎระเบียบของทางราชการที่ยุ่งยากล่าช้า ทำให้เกิดความอึดอัดและเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ : ซึ่งปัญหานี้นายกรัฐมนตรีได้กำหนดการดำเนินนโยบายเพื่อแก้ไขด้วยนโยบาย ease of doing business โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้คณะทำงานเตรียมการเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาร่วมประชุมเพื่อหารือให้เกิดการแก้ไขได้อย่างตรงจุด โดยเร็วที่สุด ทันทีที่กลับถึงเมืองไทย

2) ทุกบริษัทต่างก็มีเป้าหมายพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการคำนึงถึงความท้าทายด้านความยั่งยืน (Sustainability) ด้วยเป้าหมาย carbon net zero ซึ่งทำให้มีความต้องการด้านพลังงานสะอาด : ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาล ที่ได้วางแนวทางการพัฒนามุ่งเน้น clean/green energy มาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ไทยมีความพร้อม มีศักยภาพสูงที่สุดในอาเซียน เช่น การทำ Floating Solar Cells เหนือเขื่อนต่างๆทั่วประเทศ

“การที่ผมได้เข้าร่วมในการหารือทั้งหมด เห็นได้อย่างชัดเจนครับ ว่าด้วยท่าทีการตอบสนองที่ชัดเจนรวดเร็วมีวิสัยทัศน์ มองเห็นแนวทางการทำงานในอนาคต จากท่านนายกรัฐมนตรีในวงสนทนา ทำให้คู่เจรจาต่างล้วนเชื่อมั่น พึงพอใจ และเชื่อมั่นที่จะเพิ่มการลงทุนในไทยให้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้“ นายชัย กล่าว

‘ปชป.’ จับตา ‘ทักษิณ’ ไปเชียงใหม่ ระหว่างพักโทษ ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570532

09 มี.ค. 2567

12:05 น.

‘ปชป.’ จับตา ‘ทักษิณ’ ไปเชียงใหม่ ระหว่างพักโทษ ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่

‘ปชป.’ จับตา ‘ทักษิณ’ ไปเชียงใหม่ ระหว่างพักโทษ ถูกต้องตามระเบียบ – แสดงบทบาททางการเมืองระหว่างพักโทษ ได้หรือไม่ เตรียมตั้งประเด็นอภิปรายทั่วไป ถามใช้งบ 100 ล้าน ปรับปรุงทำภูมิทัศน์ทำเนียบ ไม่เหมาะสม

นายราเมศ รัตนะเชวง  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ จะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ว่า กรมคุมประพฤติและกรมราชทัณฑ์จะให้คำตอบได้ดีที่สุด ว่านายทักษิณจะเดินทางไปพื้นที่ต่างๆ เหมาะสม ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ตนไม่สามารถไปก้าวล่วงอำนาจขององค์กรต่างๆได้ แต่เชื่อว่าประชาชนจับตาเรื่องนี้อยู่  และจะดูว่ากระบวนการไม่ว่าจะเป็นกรมคุมประพฤติหรือกรมราชทัณฑ์ จะมีกระบวนการที่เอื้อประโยชน์ ให้กับใครหรือไม่อย่างไร

ส่วนที่คนเสื้อแดงเตรียมไปให้การต้อนรับ เป็นการปลุกระดมมวลชนหรือไม่ นายราเมศ บอกว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง กรมคุมประพฤติและกรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้พิจารณา ว่านายทักษิณจะสามารถปฏิบัติตนแบบนั้นในฐานะที่ยังเป็นนักโทษอยู่ได้หรือไม่ จะทำอะไรได้มากน้อยขนาดไหน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการพักโทษ หากทำอะไรไปโดยที่นอกเหนือ จากปกติที่ทำได้ก็ต้องมีคำตอบจากสองหน่วยงานนี้ และจะบอกว่ารัฐบาลไม่รู้เห็นไม่ได้ นายกรัฐมนตรีต้องรู้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องรู้ และการจากกระทำสิ่งใดขอให้คำนึงถึงหลักการของบ้านเหมือนบ้าน

ส่วนการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมข้อมูลการอภิปรายมาซักระยะหนึ่งแล้ว ยอมรับว่าพรรคมี สส. 25 คน จึงไม่อาจสามารถเข้า ชื่อยื่นญัตติเพียงพรรคเดียว และเห็นว่าการอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลมีหลายเรื่องที่ต้องตอบ รวมถึงกรณีการปรับปรุงภูมิทัศน์ในทำเนียบรัฐบาลโดยใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท มีความชอบธรรมและยอมรับการตรวจสอบได้หรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนเกิดความเดือดร้อน ฝ่ายค้านจึงต้องตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างญัตติโดยประสานกับพรรคก้าวไกล

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บอกด้วยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำให้ สส.ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ โดยมีนายนริศ ขำนุรักษ์และนายประมวล พงศ์ถาวราเดช ได้สนับสนุนข้อมูลการอภิปรายเชื่อมั่นว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาตรงไปตรง และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะจัดสรรเวลาที่จะมาฟังและตอบข้อซักถามของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ต้องการให้เหมือนกับกรณีที่รัฐมนตรีไม่ได้มาตอบกระทู้ถามสด ไม่อยากให้รัฐมนตรีละเลยการมาตอบคำถามซึ่งเป็นการทำหน้าที่ และเชื่อว่ารัฐบาลจะมีมารยาทว่าเมื่อการเมืองเข้าสู่เวลาตามรัฐธรรมนูญจะต้องให้ความร่วมมือเข้ามาชี้แจงก่อนที่จะหมดสมัยประชุม ซึ่งหากรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ได้

‘ธนกร’ หนุน กมธ.นิรโทษกรรม ย้ำ คดี ม.112 ไม่ใช่คดีการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570530

09 มี.ค. 2567

11:21 น.

'ธนกร' หนุน กมธ.นิรโทษกรรม ย้ำ คดี ม.112 ไม่ใช่คดีการเมือง

‘ธนกร’ หนุน กมธ.นิรโทษกรรม เริ่มกระบวนการสร้างความปรองดอง ย้ำต้องดูให้ละเอียด หลายเหตุการณ์ไม่ใช่ชุมนุมโดยสงบ คดี ม.112 ไม่เกี่ยวคดีการเมือง

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ได้ข้อยุติเริ่มนับเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยจะเชิญทุกฝ่ายที่มีคดีความจากการชุมนุม มาแสดงความคิดเห็น ว่า เห็นด้วยหากจะเริ่มนับ 1 ในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยเฉพาะความเห็นต่างทางการเมือง ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ  ซึ่งอาจต้องดูข้อกฎหมายเกี่ยวกับแต่ละคดีประกอบอย่างละเอียด เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดการชุมนุมทางการเมืองขึ้นไม่ได้ชุมนุมโดยสงบ มีการใช้อาวุธทำลายสิ่งของและสถานที่ราชการด้วย จึงต้องดูให้ละเอียดรอบคอบเพราะเป็นคดีอาญา การเชิญตัวแทนกลุ่มการเมืองฝ่ายต่างๆ มาร่วมประชุมแสดงความเห็นถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีทางการเมือง

นายธนกร ย้ำว่า ขอสนับสนุน กมธ.นิรโทษกรรมฯ ที่ยังไม่พิจารณาคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีหมิ่นประมาทอาฆาตมาตร้ายพระมหากษัตริย์ ไม่ควรเหมารวมกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ รวมกับความเห็นต่างทางการเมือง  และเชื่อว่า หากมีการรวมคนที่ทำผิดมาตรา 112 ให้รับการนิรโทษกรรม ตนเองและคนไทยทั้งชาติไม่มีใครยอมได้แน่นอน

“ขอให้กมธ.นิรโทษกรรมพิจารณาให้ดี ให้รอบคอบ ไม่ควรหยิบเอาคดีทำผิดหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ มาพิจารณารวมกับคดีการเมือง เพราะไม่เกี่ยวกัน  แม้ว่าจะมีบางพรรค พยายามชี้ให้เห็นว่าเป็นความเห็นต่างทางการเมืองก็ตาม ซึ่งความจริงแล้ว สถาบันฯอยู่เหนือการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกัน  เป็นการสร้างชุดข้อมูล สร้างความเข้าใจที่ผิดๆให้กับบางกลุ่มและประชาชน จึงจำเป็นที่ กมธ.นิรโทษกรรม จะต้องมีจุดยืนทางกฎหมาย หากมีการเหมารวมและยกโทษให้กับผู้กระทำความผิดมาตรา 112 เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศ ไม่มีใครยอมได้” นายธนกร ระบุ

‘เศรษฐา’ ดีใจ ราคายางขึ้น ทะลุ 80 บาท สูงในรอบ 3 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570489

08 มี.ค. 2567

17:32 น.

‘เศรษฐา’ ดีใจ ราคายางขึ้น ทะลุ 80 บาท สูงในรอบ 3 ปี

‘นายกฯ’ ดีใจ ราคายางสูงขึ้นในรอบ 3 ปีกว่า ทะลุ 80 บาท จากมาตรการสกัดกั้นยางเถื่อน ห่วงปัญหา PM 2.5 ภาคเหนือ เตรียมลงพื้นที่เชียงใหม่ 16 มี.ค.นี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงราคายางพาราในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเวลา 41 เดือนที่ผ่านมา ราคาส่งออกทะลุ 80 บาทต่อกิโลกรัมว่า ยางเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกยางพารามากกว่า 25 ล้านไร่ ในอดีตราคายางพารา 3-4 กิโล 100 บาท แต่เมื่อรัฐบาลเข้ามาทำงาน ประกาศเอาไว้ว่าจะเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร 3 เท่า ภายใน 4 ปี ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการกวดขันลักลอบนำเข้ายางเถื่อน ต้องขอบคุณกองทัพบก กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่ป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าอย่างเถื่อน หรือแม้กระทั่งบางครั้งอาจไม่ใช่เป็นการลักลอบนำเข้ายางเถื่อน แต่เป็นการขอผ่านเส้นทางของไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย

โดยส่วนตัวได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ประเทศออสเตรเลียแล้ว ซึ่งมาเลเซียเป็นประเทศนำเข้ายางพารามากถึง 80% เพราะมีโรงงานผลิตถุงมือยาง ซึ่งตนเองได้บอกกับนายกมาเลเซียว่าหากมีอะไรให้พูดคุยได้โดยตรง จะได้จัดส่งยางไปให้ ไม่จำเป็นต้องนำเข้าจากพม่าหรือลาวและผ่านประเทศไทย เพราะไม่แน่ชัดว่าจะไปถึงมาเลเซียจริงหรือไม่ หรือระหว่างทางสินค้าจะถูกกระจายในประเทศไทย ดังนั้นทางที่ดีไม่ต้องเอาเข้ามาในประเทศ หากมีอะไรให้ติดต่อผ่านกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้กำชับนายภูมิธรรม เวชชัยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ให้ติดต่อประเทศมาเลเซียโดยด่วน หากมีความต้องการใช้ยางสูงไทยพร้อมที่จะส่งให้ได้

นายกรัฐมนตรี เชื่อว่าราคายางจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลจะพยามดำเนินมาตรการให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นต่อไป เพราะมีเกษตรกรผู้ปลูกยางอยู่ทั้งในภาคใต้ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และส่วนตัวรู้สึกดีใจมากที่ราคายางปรับตัวสูงขึ้น ส่วนสำคัญเกิดจากหลายภาคส่วนที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนเป็นหูเป็นตา  รวมไปถึงส.ส.ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็ตาม ก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะในการเข้มงวดตรวจสอบนำเข้าสินค้าเถื่อนทั้งหมูเถื่อน เนื้อเถื่อน แพะเถื่อน ไม่ให้นำเข้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะสินค้าหลักที่ไทยสามารถผลิตได้เองจะ ไม่จำเป็นต้องเอาเข้ามาเพราะต้องดูแลเกษตรกรของไทยก่อน

นายกรัฐมนตรี ยังแสดงความเป็นห่วงปัญหาฝุ่น Pm 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ที่ติดอันดับ2 ของโลกว่า ได้กำชับและติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา โทรบอกทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง วันที่ 16 มีนาคมนี้ จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างนี้พยายามที่จะให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งหากดูจากแผนที่จุดความร้อนจะพบว่าฝุ่นส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน และเมื่อครั้งประชุมอาเซียนออสเตรเลียที่ผ่านมา ได้เจอกับนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ก็ได้บอกท่านไป ซึ่งสั่งการให้ นายจักรพงศ์ แสงมณี รมช.กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาพูดคุยในรายละเอียดมากยิ่งขึ้น และขอบคุณนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ออกมาตรการรับมือกับฝุ่นออกมา พร้อมลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นก่อน ซึ่ง ซึ่งสถานการณ์ในช่วงนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากเจอกับอากาศที่ร้อนจัด และ เป็นช่วงพีคของฝุ่นพอดี แต่รัฐบาลก็สู้ต่อ

‘เศรษฐา’ โพสต์ เสริมพลังสตรี – เด็กหญิง ขจัดความยากจน เท่าเทียมทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570473

08 มี.ค. 2567

14:25 น.

‘เศรษฐา’ โพสต์ เสริมพลังสตรี – เด็กหญิง ขจัดความยากจน เท่าเทียมทางเพศ

‘เศรษฐา’ โพสต์ เสริมพลังสตรี – เด็กหญิง ขจัดความยากจน เท่าเทียมทางเพศ เนื่องในวันสตรีสากล พร้อมผลักดันทุกมาตรการ ก้าวข้ามสังคมชายเป็นใหญ่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กเนื่องในวันสตรีสากลว่า

“เสริมพลังสตรีและเด็กหญิง ขจัดความยากจน สู่ความเท่าเทียมระหว่างเพศ บนพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น”

เนื่องในวันสตรีสากลผมขอแสดงความเคารพต่อประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้หญิงที่เริ่มต้นจากการเรียกร้องค่าแรงและชั่วโมงการทำงานที่เป็นธรรม มาสู่การเรียกร้องสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง จนมาถึงการเรียกร้องสิทธิในเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น เช่น สิทธิเหนือร่างกาย  สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ ไปถึงสิทธิในเรื่องการใช้คำนำหน้าชื่อ

สำหรับผม สิทธิสตรีคือสิทธิมนุษยชน ผมอยากให้เราก้าวข้ามและร่วมกันขจัดอคติทางเพศ มองเห็นทุกคนในฐานะมนุษย์มากกว่ามองเห็นความเป็นผู้หญิงหรือความเป็นผู้ชาย

ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลผมจะพยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันทุกมาตรการ และนโยบายเพื่อขจัดอคติทางเพศ ทั้งในมิติกฎหมายและมิติวัฒนธรรม เพราะนี่คืออุปสรรคของผู้หญิงและเด็กหญิงในการเข้าถึงโอกาสทั้งในเรื่องการศึกษา การประกอบอาชีพ ไปจนถึงการปกป้องตัวเองจากความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจอันเกิดจากคติของสังคมชายเป็นใหญ่ เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

ก้าวข้ามอคติทางเพศ เดินไปสู่สังคมที่เคารพในความเป็นมนุษย์ของกันและกัน บนฐานของครอบครัวที่อบอุ่น

ร่วมกัน empower ผู้หญิงและเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้หญิงด้วยกันครับ

#InspireInclusion #เพราะเรานั้นเท่ากัน #วันสตรีสากล

‘อุ๊งอิ๊ง’ ขึ้นเวที UNESCAP ขยายสิทธิ – บทบาทสตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570465

08 มี.ค. 2567

12:30 น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ ขึ้นเวที UNESCAP ขยายสิทธิ – บทบาทสตรี

‘อุ๊งอิ๊ง’ ขึ้นเวที UNESCAP ขยายสิทธิ – บทบาทสตรี ในสนามการเมือง เดินหน้านโยบายเพื่อลดอุปสรรคทางเพศ ขยายวันลาคลอด เข้าถึงผ้าอนามัย

8 มีนาคม 2567 เนื่องในวันสตรีสากล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมเวทีแสดงวิสัยทัศน์เนื่องในวันสตรีสากล ณ UNESCAP องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนผู้หญิงจากพรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย , น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

การปรากฎตัวบนเวที UNESCAP นี้ ถือเป็นการส่งเสียงจาก ‘ผู้นำหญิง’ ในสนามการเมือง นำทัพพรรคเพื่อไทยทั้งการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ปัจจุบันคือหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สถาบันการเมืองที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ของผู้ชาย

นางสาวแพทองธาร ยืนยันว่าผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ เรามีผู้นำหญิงมากมายทั้งในภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม แม้ผู้หญิงจะมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศและประเทศไทยเคยมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงมาแล้ว แต่การผลักดันผู้หญิงให้เข้ามามีส่วนร่วมในแวดวงการเมืองยังเป็นเรื่องสำคัญของประเทศไทย ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อัตราส่วนของ สส. หญิง มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากอดีต แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของสภาทั่วโลก โดยพรรคเพื่อไทยถือเป็นพรรคการเมืองที่มีสัดส่วนนักการเมืองผู้หญิงมากที่สุดในประเทศไทย

นางสาวแพทองธารย้ำว่า ที่ผ่านมาการทำงานของพรรคเพื่อไทยเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมทางการเมืองให้มากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนวิธีคิดที่สังคมมีต่อผู้หญิง (empowerment) ให้โอกาสผู้หญิง และผลักดันนโยบายเพื่อลดอุปสรรคทางเพศ และพรรคเพื่อไทยไม่ได้ผลักดันเพียงเพศใดเพศหนึ่ง แต่คำนึงถึงความสามารถ ความเป็นไปได้ และความพร้อมของบุคลากรเป็นหลัก โดยไม่ได้มีข้อจำกัดทางเพศ

นอกจากนี้ ยังพูดถึงแนวทางนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่พร้อมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงไทยไม่ว่าจะเป็น นโยบายฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก การส่งเสริมและพัฒนาการคุ้มครองสวัสดิภาพเพื่อปกป้องและเยียวยาเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว นโยบายหนึ่งครอบครัว หนึ่งศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ (One Family one Soft Power) และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และย้ำถึงประเด็นที่ยังต้องผลักดันเพื่อลดช่องว่างระหว่างเพศกันต่อไป ทั้งการขยายวันลาคลอด สิทธิ์ในการเข้าถึงผ้าอนามัย สวัสดิการเด็กแรกเกิด และประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องต่อสู้กับค่านิยมและมายาคติในสังคม โดยอาศัยเวลาและเชื่อมั่นจากประวัติศาตร์ที่ผ่านว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้

“พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล เราเชื่อว่า เศรษฐกิจที่ดีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ทำให้ทุกเพศทุกคนเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ จะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความเท่าเทียมในระยะยาวได้มากที่สุดค่ะ เพราะการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจเป็นอำนาจที่สำคัญที่สุด” นางสาวแพทองธารกล่าว