‘อนุทิน’ ชี้ ฝรั่งเตะหมอ โทษหนัก ไม่มีสิทธิ์ขอใบพกอาวุธปืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570464

08 มี.ค. 2567

12:14 น.

‘อนุทิน’ ชี้ ฝรั่งเตะหมอ โทษหนัก ไม่มีสิทธิ์ขอใบพกอาวุธปืน

‘อนุทิน’ ชี้ ฝรั่งเตะหมอ โทษหนัก ไม่มีสิทธิ์ขอใบพกอาวุธปืน ต้องเพิ่มข้อหา ส่งฝ่ายปกครองตรวจรุกที่ – เก็บค่าเข้าชายหาด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยเพิกถอนปืน 2 กระบอก ของนายอูร์บีสเฟร์ เดวิด ฝรั่งเตะหมอที่จังหวัดภูเก็ตว่า ชาวต่างชาติไม่มีสิทธิขอใบอนุญาตหรือพกพาอาวุธปืนอยู่แล้ว ผิดตั้งแต่แรกไม่ต้องเพิกถอนเลย ไม่มีสิทธิอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นการเพิ่มข้อหาเข้าไปอีก พฤติการณ์ที่ผ่านมาเป็นภัยสังคม มีโทษหนักอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีโทษพกพาอาวุธปืน เห็นว่าจะมีการขออุทธรณ์เพิกถอนวีซ่ามาที่กระทรวงมหาดไทย “ใครจะยกก็ยกไป แต่ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็แล้วกัน” ส่วนเรื่องการดำเนินคดีก็ดำเนินคดีไป แต่ใครที่พูดว่าระหว่างดำเนินคดีฟรีวีซ่า ตนก็ไม่รู้ว่ากฎเกณฑ์เป็นอย่างไร แต่ไม่มีเหตุไม่มีผล เพราะระหว่างการดำเนินคดีต้องถูกควบคุมตัว

ส่วนกรณีที่มีผู้บุกรุกพื้นที่หาดและเรียกเก็บค่าเข้าหาด โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ตอนนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทั้งส่วนกลางและปกครองจังหวัด กรมที่ดิน และเตรียมเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าพบเร่งด่วนหลังภารกิจที่ต่างประเทศ เพราะมีปัญหาเยอะ พร้อมย้ำว่าฝ่ายปกครองต้องลงพื้นที่ไปดูทุกจังหวัด

ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ล่าสุดยังคงมีข่าวลูกหนี้คิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะเคลียร์ปัญหาข้อมูลการเป็นหนี้นอกระบบไม่จบ นายอนุทิน บอกว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารรวดเร็ว ไปรับฟังข่าวสารในชั้นแรกก่อน ก็จะไม่ได้ข้อมูลเยอะ ยืนยันว่าเรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว

‘สุทิน’ แจง GBC ไทย – กัมพูชา กลางเดือนนี้ ไม่เกี่ยว ‘อุ๊งอิ๊ง’ พบ ‘ฮุนเซน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570462

08 มี.ค. 2567

11:56 น.

‘สุทิน’ แจง GBC ไทย - กัมพูชา กลางเดือนนี้ ไม่เกี่ยว ‘อุ๊งอิ๊ง’ พบ ‘ฮุนเซน’

‘สุทิน’ ชี้แจงการประชุม GBC ไทย – กัมพูชา กลางเดือนนี้ ไม่เกี่ยว ‘อุ๊งอิ๊ง’ พบ ‘ฮุนเซน’ ย้ำกระทรวงกลาโหม ไม่ล้ำเส้นพูดถึงสถานะเกาะกูด เป็นหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ กมธ.งบ ตีตกจัดซื้อเรือฟริเกต ก็จัดซื้อในแผนงบปีอื่น เรื่องเรือดำน้ำเตรียมได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC.)ไทย – กัมพูชา ระหว่างวันที่ 21 -22 มีนาคม ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พบสมเด็จฮุนเซน ประธานคณะองคมนตรีกัมพูชาว่า เป็นวาระปกติที่มีมาก่อนแล้ว มีการประชุมทุกปีไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น ส่วนที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เรียกร้องให้รมว.กระทรวงกลาโหม พูดให้ชัดเรื่องสถานะของเกาะกูดนั้น คิดว่า ทหารหรือ กระทรวงกลาโหม จะไปพูดชัดเลยไม่ได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่โดยตรง แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศ เพราะฉะนั้นการที่เราจะไปพูดออกหน้าหรือล้ำหน้าไปก็ไม่ถูก จึงต้องพูดตามบทหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมเท่านั้น

ส่วนกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 67 ตีตกคำอุทธรณ์ของกองทัพเรือ โครงการจัดซื้อเรือฟริเกต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัดส่วน สส.เพื่อไทย ว่า ทางกรรมาธิการฯ สะท้อนปัญหา และทวงถามนโยบายรัฐบาล ว่าถ้าจะให้ทั้งเรือฟริเกตและเรือดำน้ำในปีเดียวกัน งบประมาณกระทรวงกลาโหมจะโป่งพองขึ้น สวนทางกับนโยบายของรัฐบาลที่จะลดบุคลากรและงบประมาณลงหรือไม่ จึงต้องมีการปรับแผน แต่ยืนยันว่าโครงการจัดหาเรือฟริเกตยังคงเป็นไปตามแผน เพียงแต่ระยะเวลาต้องปรับเปลี่ยน อาจจะไม่ใช่ปีงบ 67 แต่ขยับไปเป็นปีงบประมาณอื่น เพราะขณะนี้เรื่องเรือดำน้ำก็อาจจะได้ข้อสรุป ซึ่งมีแนวโน้มจะต้องจัดงบซื้อเรือดำน้ำ จึงห่วงว่างบประมาณจะไม่พอ ต้องทำทีละอย่าง ซึ่งทางกรรมาธิการคุยกับรัฐบาลก็มีความเห็นเป็นเช่นนี้ โดยอาจจะจัดหาในปีงบ 68

ส่วนงบประมาณ 1,700 ล้านบาท ของกองทัพเรือ จะนำเข้างบกลางหรือคืนให้กองทัพเรือ นายสุทิน กล่าวว่า หากเป็นไปตามระบบ ก็ต้องนำเข้างบกลาง แต่ถ้างบก้อนนี้กองทัพเรืออยากได้เงินส่วนนั้นมาทำภารกิจอื่น เช่น การซ่อมบำรุงยุทธโธปกรณ์ ก็ต้องทำเรื่องขึ้นมา ให้ทันก่อน 26 มีนาคม ที่จะปรับปรุงงบประมาณรอบสุดท้าย และเชื่อว่าทางรัฐบาลจะพิจารณาให้กลับมาเป็นประโยชน์กับกองทัพเรือ

ส่วนความคืบหน้าการหาข้อสรุปโครงการเรือดำนั้น นายสุทิน กล่าวว่า น่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ เมื่อสรุปแล้วน่าจะต้องเป็นเรื่องที่ใช้จ่ายงบประมาณในการจัดหา เบื้องต้นแนวโน้มก็คือเรือดำน้ำ แต่จะเป็นที่ไหนอย่างไรต้องฟังคณะทำงาน ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ยกเลิกเรือดำน้ำจีนแล้วไปจัดหาจากชาติอื่น ต้องไปสอบถามคณะทำงาน แต่แนวทางที่จะเปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นเรือชนิดอื่น คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะจากการสอบถาม พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ที่ปรึกษารัฐมนตรีกลาโหม ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาโครงการเรือดำน้ำ ก็บอกว่าต้องเป็นเรือดำน้ำ ส่วนจะเป็นเรือที่ไหนอย่างไร กรรมการยังคุยกันไม่เสร็จ แต่คาดว่าไม่เกิน 1 เดือน

ส่วนเรื่องการจัดทำ OneMap มีความคืบหน้าไปตามลำดับ มีการประชุมนัดล่าสุดได้วิธีและนโยบายการทำงานแล้ว ก็จัดประชุมอีกครั้งเพื่อจะให้จบภายใน 2 เดือน ซึ่งตนก็จะเร่งให้ประชุมและจะแจ้งในที่ประชุมว่า ต่อไปนี้หากลงพื้นที่ก็จะให้ลงไปในลักษณะเป็นคณะ OneMap  จะไม่ให้ไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อความเข้าใจและความรวดเร็ว

‘แรงงานหญิง’ ขอเพิ่มสิทธิ วันลาคลอด – ขยายบริการยุติตั้งครรภ์ – ผ้าอนามัยฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570459

08 มี.ค. 2567

11:31 น.

‘แรงงานหญิง’ ขอเพิ่มสิทธิ วันลาคลอด – ขยายบริการยุติตั้งครรภ์ - ผ้าอนามัยฟรี

‘กลุ่มแรงงานหญิง’ ยื่นหนังสือ เนื่องในวันสตรีสากล ขอเพิ่มสิทธิ์ วันลาคลอด – ขยายบริการยุติการตั้งครรภ์ – ผ้าอนามัยฟรี จนท.สกัดไม่ให้ใกล้ทำเนียบ

กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง พร้อมเครือข่ายสตรี รวมตัวยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องคุ้มครองไม่ให้ผู้หญิง เด็ก บุคคลในครอบครัว และบุคคลหลากหลายทางเพศ ถูกกระทำรุนแรงหรือปฏิบัติไม่เป็นธรรม เนื่องในวันสตรีสากล ประกอบด้วย

1.ให้รัฐบาลต้องรับประกันสิทธิลาคลอด 180 วัน โดยได้รับค่าจ้างตลอดการลา และจัดวันหยุดให้คู่ชีวิตทุกเพศลาเพื่อเลี้ยงลูกได้อย่างน้อย 30 วัน รวมถึงจัดให้มีสวัสดิการแม่และเด็กอย่างเหมาะสมถ้วนหน้า

2.รัฐบาลและกระทรวงแรงงานต้องทำหน้าที่เป็น “หลักประกัน” สิทธิแรงงานของแรงงานหญิงและแรงงาน ทุกเพศ ด้วยการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

3.ยกเลิกนโยบาย กฎหมาย ธรรมเนียม ที่เลือกปฏิบัติต่อสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศ เช่น การตรวจครรภ์ก่อนเข้าทำงาน, การตีตราผู้ต้องการยุติการตั้งครรภ์เป็นคนบาปหรืออาชญากร, การตีตราผู้ขายบริการทางเพศ

4.รัฐบาลและนายจ้างต้องเพิ่มสิทธิลาเมื่อมีประจำเดือน อย่างน้อยเดือนละ 2 วัน และเพิ่มวันลารับบริการอนามัยเจริญพันธุ์ทุกประเภท เช่น การยุติการตั้งครรภ์ การคุมกำเนิด การตรวจครรภ์การฝากครรภ์ และการข้ามเพศ

5.รัฐบาลและนายจ้างต้องอุดหนุนงบประมาณการแจกจ่ายผ้าอนามัยฟรี ขยายบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและบริการอนามัยเจริญพันธุ์อื่นๆ และจัดให้มีห้องน้ำสาธารณะที่ถูก สุขลักษณะสำหรับแรงงานสตรี และแรงงานทุกเพศที่ทำงานบนท้องถนน

ทั้งนี้เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้การอยู่ การยุติความรุนแรงทางเพศ เพศสภาพ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายตามกับที่ขายตามหลักสิทธิพื้นฐานมนุษยชนโดยนางสาวติมาพร เจริญสุข ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานสตรี ระบุว่าก่อนหน้านี้พรบ.เรื่องลาคลอดถูกบรรจุเข้าไปในสภาแล้ว ให้กลุ่มแรงงานมีหวัง ซึ่งไม่หวังที่จะได้วันหยุดถึง 180 วัน แต่ขอให้เป็นจุดเริ่มต้น ที่ไม่ใช่แค่ 98 วัน เพราะไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูบุตร

ขณะที่นางสาวชนฐิตา ไกรศรีกุล ตัวแทนกลุ่มฯ บอกว่า เราตระหนักเรื่องคำจำกัดความที่กว้างขึ้นของคำว่าวันสตรี วันนี้จึงรวมถึงข้อเรียกร้องทั้งกลุ่มสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศไว้ด้วยกัน ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ถูกกันไว้ไม่ให้เข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากมีการประสานงานมาอย่างถูกต้อง ที่จริงแล้วข้อเรียกร้องในวันนี้เป็นสิทธิ์ที่กลุ่มแรงงานสตรีควรจะได้ แต่ท่าทีการรับมือของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

คปท. ชี้ ‘ทักษิณ’ ไปเชียงใหม่ ไม่ได้ป่วย ใช้ชีวิตได้ปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570454

08 มี.ค. 2567

11:12 น.

คปท. ชี้ ‘ทักษิณ’ ไปเชียงใหม่ ไม่ได้ป่วย ใช้ชีวิตได้ปกติ

แกนนำ คปท. ตั้งข้อสังเกต ‘ทักษิณ ชินวัตร’ กลับเชียงใหม่ได้ ขัด คกก.พักโทษ ระบุว่าป่วยจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มองกลับบ้านรอบนี้ หวังกระชับอำนาจคนเสื้อแดง

นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเตรียมเดินทางไปไหว้บรรพบุรุษที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า การเคลื่อนไหวนี้อาจจะขัดกับที่คณะกรรมการพักโทษ ระบุว่านายทักษิณป่วยจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สะท้อนให้เห็นว่านายทักษิณใช้ชีวิตปกติ เหมือนคนทั่วไป

แกนนำ คปท. บอกอีกว่า ต้องดูว่ากรมคุมประพฤติจะพิจารณาอย่างไรหลังจากนี้  เนื่องจากมีผลคาบเกี่ยวทางการเมือง เพราะมองว่าการเดินทางไปเชียงใหม่เพื่อไหว้บรรพบุรุษเป็นเพียงข้ออ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลก็ลงพื้นที่เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองในการเลือกตั้งท้องถิ่น จึงตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายทักษิณเดินทางไปครั้งนี้เพื่อกระชับอำนาจของมวลชนคนเสื้อแดง เพราะมวลชนมีการออกมาขานรับว่าจะออกมาต้อนรับนายทักษิณเป็นอย่างดี ซึ่งกรมคุมประพฤติต้องควบคุมเรื่องนี้ให้ดี

ส่วนการลงพื้นที่ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ตรงกับการเดินทางไปเชียงใหม่ของนายทักษิณนั้น มองว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐ เพราะนายทักษิณเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดทางการเมือง ของพรรคเพื่อไทย ตั้งใจลงไปเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ ทำให้มองว่าการพักโทษของนายทักษิณ เป็นการพักโทษที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองได้

ทั้งนี้ทาง  คปท. กำลังพิจารณาพิจารณายื่นอุทธรณ์ การพักโทษไปยังคณะกรรมการการพักโทษ โดยขอดูก่อนว่าการที่นายทักษิณเดินทางไปในวันที่ 14 มีนาคม จะมีลักษณะอย่างไร หากการเดินทางเป็นไปตามปกติโดยไม่มีผู้อนุบาล ถือว่าการพักโทษครั้งนี้มีปัญหาแน่นอน คปท. จะรวบรวมหลักฐานต่อไป และยืนยันว่าจะยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม  คปท. ยังคงปักหลัก บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ เนื่องจากมีการขออนุญาตถึงวันที่ 2 พฤษภาคม โดยมีการติดตั้งเครื่องปั่นไฟ ถังลิตรปริมาณ 1,000 ลิตรจำนวน5 ถัง พร้อมทั้ง โรงครัวเคลื่อนที่จากกองทัพธรรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม

‘สมศักดิ์’ แจงสภาฯ เดินหน้าคดีเดวิด DSI ตรวจปางช้าง ธุรกิจนอมินีหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570413

07 มี.ค. 2567

16:32 น.

‘สมศักดิ์’ แจงสภาฯ เดินหน้าคดีเดวิด DSI ตรวจปางช้าง ธุรกิจนอมินีหรือไม่

‘สมศักดิ์’ ชี้แจงกระทู้ถาม คืบหน้าคดีเดวิดถีบหมอ ดำเนินคดีตามกฎหมาย เพิกถอนวีซ่ารอส่งกลับประเทศ ตรวจพบวิลล่ารุกที่สาธารณะ DSI สอบปางช้าง ธุรกิจนอมินีหรือไม่

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามสดของนายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส.ภูเก็ต พรรคก้าวไกล กรณีนายเดวิด ชายชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่ทำร้ายร่างกายแพทย์หญิงธารดาว หรือ หมอปาย ที่ชายหาดยามู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ถึงการดำเนินคดีหลังการเพิกถอนวีซ่า รวมถึงการตรวจสอบรายได้ของมูลนิธิปางช้างและภาษีปางช้างย้อนหลัง การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์วิลล่าออกโดยชอบหรือเข้าข่ายการฟอกงิน

รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยเรื่องนี้ กรณีนี้คู่กรณียอมรับผิด ขอโทษผู้เสียหายแล้ว แต่ไม่เพียงพอ กรณีนี้เป็นตัวอย่างให้ชาวต่างชาติเห็นว่า หากทำตัวไม่เหมาะสม ก็จะถูกคนในประเทศช่วยกันตรวจสอบ ความคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกาย จะส่งเรื่องฟ้องได้วันนี้ (7 มี.ค.) ส่วนการเพิกถอนวีซ่า ปัจจุบันนายเดวิดมีสถานะผู้ต้องกัก เพื่อรอการส่งกลับประเทศ ส่วนเรื่องคดีความยังต้องดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย เรื่องระยะเวลาอยู่ในการพิจารณาของศาล

ส่วนการก่อสร้างพูลวิลล่า นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า เทศบาลป่าคลอกตรวจสอบพบว่า บันไดขั้นที่ 3 ของวิลล่ารุกล้ำที่สาธารณะ และได้ทำการรื้อถอนบันไดที่เกิดเหตุและแนวกันคลื่นออกทั้งหมดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ส่วนเอกสารสิทธิที่ดิน พบข้อมูลมีที่ดินงอกเกินมา 43 ไร่นั้น ทางจังหวัดกำลังตรวจสอบ และมีหน่วยงานอื่นจะไปช่วยตรวจสอบด้วย

สำหรับกิจการปางช้าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบพบว่า มีใบอนุญาตแต่จะเป็นธุรกิจนอมินีหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบต่อไป ส่วนการจัดตั้งมูลนิธิช้างนั้น กระทรวงมหาดไทยกำลังตรวจสอบการดำเนินการและบัญชีการใช้จ่าย รวมทั้งใบอนุญาตพกปืนของนายเดวิดด้วย โดยจะมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมผู้ตรวจการหลายกระทรวงดำเนินการตรวจสอบ หากพบธุรกิจนอมินีหรือความผิดใดๆ ยืนยันว่า จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายไม่มีละเว้น

‘ทักษิณ’ ไหว้ศาลหลักเมือง – กลับเชียงใหม่ 14 มี.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570403

07 มี.ค. 2567

15:18 น.

‘ทักษิณ’ ไหว้ศาลหลักเมือง - กลับเชียงใหม่ 14 มี.ค.นี้

‘ทักษิณ’ ไหว้ศาลหลักเมือง – กลับเชียงใหม่ 14 มี.ค.นี้ รวมญาติทำบุญอัฐิบรรพบุรุษ เดินทางกลับ กทม. 16 มี.ค.คาดบุคคลใกล้ชิดแห่เข้าพบ

มีรายงานล่าสุดว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ มีกำหนดจะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ โดยจะสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร แล้วเดินทางต่อไปจังหวัดเชียงใหม่ทันทีด้วยเครื่องบินส่วนตัว เข้าพักที่บ้านพักในสนามกอล์ฟ ซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จากนั้นในช่วงเย็นวันเดียวกัน บรรดาลูกๆ หลานๆ จะตามมาสมทบที่ จ.เชียงใหม่

ช่วงเช้า วันที่ 15 มี.ค. นายทักษิณและครอบครัวจะเดินทางไปทำบุญ เคารพสถูปบรรจุอัฐิบรรพบุรุษตระกูลชินวัตร ที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีกู่พ่อเลิศ ชินวัตร และนางยินดี ชินวัตร มารดา กู่พี่สาวและพี่ชาย พร้อมญาติผู้ใหญ่ในตระกูลชินวัตรที่ล่วงลับไปแล้ว ถือเป็นครั้งแรกในการเดินทางกลับบ้านเกิดของนายทักษิณ ที่ต้องลี้ภัยในต่างประเทศ และจะกลับมาพักผ่อนที่บ้านพักในสนามกอล์ฟ ซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ คาดว่าจะมีบรรดาญาติพี่น้องและบุคคลใกล้ชิดจะเข้าพบ โดยเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในวันที่ 16 มี.ค.

‘ธรรมนัส’ ตอบปม ส.ป.ก. ไม่จบแบบหล่อๆ ลงโทษเจ้าหน้าที่ – ไล่ตรวจสอบรีสอร์ท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570398

07 มี.ค. 2567

14:34 น.

‘ธรรมนัส’ ตอบปม ส.ป.ก. ไม่จบแบบหล่อๆ ลงโทษเจ้าหน้าที่ - ไล่ตรวจสอบรีสอร์ท

‘ธรรมนัส’ ตอบกระทู้ปม ส.ป.ก. ไม่จบแบบหล่อๆ ลงโทษเจ้าหน้าที่ – ไล่ตรวจสอบรีสอร์ท ใครทุจริตให้ ป.ป.ง. ยึดทรัพย์ เอาผิดทั้งอาญา – วินัย พื้นที่ไหนมีปัญหา ต้องเป็นป่า

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ มีการตั้งกระทู้ถามสดโดยนายอภิชาติ ศิริสุนทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หมุดที่ดิน ส.ป.ก. ทับซ้อนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งกรมแผนที่ทหาร ทำรายงานผลการตรวจสอบว่าพื้นที่ ส.ป.ก. อยู่นอกแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งรายงานฉบับนี้มีสถานะผูกพันตามกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นเพียงความเห็นเท่านั้น

ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า ปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก. ไม่ได้มีเฉพาะ จ.นครราชสีมา แต่เกิดขึ้นทั่วประเทศ เพราะหน่วยงานรัฐแต่ละหน่วย อ้างแผนที่และกฎหมายตัวเอง ไม่มีใครผิด ส่วนที่กรมแผนที่ทหารสรุปว่า พื้นที่ ส.ป.ก.ดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ยังไม่ถือว่ามีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย เป็นแค่ขั้นตอนให้ ส.ป.ก.และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ หยุดทะเลาะกัน แต่การจะให้เรื่องจบ จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำแผนที่ให้เป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวของประเทศ เป็นที่ยอมรับใช้กับทุกหน่วยงาน ที่เรียกว่า Onemap โดย รมว.กระทรวงกลาโหม เป็นกรรมการกลางทำแผนที่ ล่าสุดวันที่ 6 มี.ค. ทั้ง 2 หน่วยงานได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันว่า ประเด็นแนวเขตอุทยานเขาใหญ่ให้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 ต่อ 4,000 (Onemap) แล้วนำเข้า ครม. เมื่อได้ข้อยุติทั้ง 2 หน่วยงานค่อยมาเจรจากัน ระหว่างนี้ให้ต่างฝ่ายถอยคนละก้าว รอแผนที่ Onemap

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้สั่งเพิกถอน ส.ป.ก. 4-01 เขาใหญ่ที่ออกไป 5 ฉบับ ห้ามเข้าพื้นที่ส่วนนี้ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน ย้ายข้าราชการ ส.ป.ก. 6 นายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะได้ข้อมูลว่า อาจมีการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 โดยมิชอบ ให้ไปแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ ถ้าสาวถึงใครไม่มีจบแบบหล่อ เอาผิดทั้งอาญาและวินัย และจะให้ ปปง. เข้ามาร่วมยึดทรัพย์สินผู้เกี่ยวข้องคืนสู่แผ่นดิน ยืนยันส่วนตัวไม่เคยได้รับรายงานจาก ส.ป.ก.นครราชสีมา เรื่องถูกคัดค้านการปักหมุด ส.ป.ก. ในอุทยานเขาใหญ่ เพราะการปักหมุดเกิดก่อนเป็น รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เมื่อทราบเรื่องจึงสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ ถือว่ามีพิรุธ ไม่ได้นิ่งเฉย ช่วงที่เกิดประเด็นขึ้นมาอยู่ จ.บุรีรัมย์ รีบบินมายัง จ.นครราชสีมา แก้ปัญหา ไม่มีเจตนารังแกข้าราชการกระทรวงใด ไม่มีข้อพิพาทระหว่าง 2 กระทรวงตามที่เป็นข่าว ระหว่างนี้มอบให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ภาคสนามไปตรวจสอบ 1.7 ล้านครอบครัวของ ส.ป.ก.ที่จะได้รับการออกโฉนดเพื่อดูว่าเป็นเกษตรผู้ยากไร้ตัวจริง และสั่งการเป็นนโยบายชัดเจนว่า พื้นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงาน ห้ามจัดให้เกษตรกรทำกินเด็ดขาด ปัญหาเรื่องช้างยังแก้ไม่ได้ แต่ไปจัดที่ดินให้ประชาชนทำกินติดอุทยานเขาใหญ่ จิตสำนึกมีหรือไม่ว่า ไม่ควรทำ

ตามจิตสำนึกไม่ควรจัดที่ดินให้ ต้องลงโทษคนพวกนี้ คนจัญไรมีเยอะ ข้าราชการชั่วๆ ต้องถูกลงโทษ ในยุคผมต้องไม่มี ยุคผมไม่มีจบแบบหล่อๆ ไม่เขาก็เราต้องผิด เมื่อเราผิดต้องลงโทษทั้งวินัย อาญา ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง หนักกว่านั้นจะเอา ปปง.มาตรวจสอบเส้นทางการเงิน เจ้าของรีสอร์ตให้เตรียมตัวไว้เลยว่า สิ่งที่สร้างมาตลอดชีวิตจะเหลือศูนย์ ติดลบ หรือติดคุก ผมไม่เว้น ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมเป็นเจ้าสัวหรือไม่ จะเอาคืนเพราะเป็นที่ดินของรัฐ ต้องไปมอบให้เจ้าของประเทศคือประชาชนได้ใช้สิทธิทำกิน” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

เปิดงบ สังคายนา “ตึกไทยคู่ฟ้า” อัปเกรด สนามหญ้า ปูพรม เหยียบ 100 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570397

07 มี.ค. 2567

14:30 น.

เปิดงบ สังคายนา "ตึกไทยคู่ฟ้า" อัปเกรด สนามหญ้า ปูพรม เหยียบ 100 ล้าน

เปิดงบประมาณ “ตึกไทยคู่ฟ้า” ทำเนียบรัฐบาล อัปเกรด สนามหญ้า เทียบ สนามกอล์ฟ ปูพรม สุดหรู สังคายนา ระบบปลอดภัยไซเบอร์ พุ่ง 100 ล้าน

“ตึกไทยคู่ฟ้า” ทำเนียบรัฐบาล หรือที่เคยเรียกขานว่า “ตึกไกรสร” เรียกว่า เก่าแก่ ผ่านมือคณะรัฐมนตรี มาหลายยุคหลายสมัย ถึงครา สังคายนา ทั้งรื้อสนามหญ้า อัปเกรดเทียบสนามกอล์ฟ โละพรมเก่า ปูพรมขนแกะทอมือ ปรับรั้วหลังทรุดเอน รวมทั้งอัดเงินระบบปลอดภัยไซเบอร์ สกัดมือแฮกเกอร์ เปิดงบประมาณ มูลค่ารวมหลายล้านบาท

ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

  • เปิดงบสังคายนา “ตึกไทยคู่ฟ้า” ทำเนียบรัฐบาล

ภายหลังสำนักนายกรัฐมนตรี​ ประกาศสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรื่อง รายการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประเภทงบรายจ่าย หมวดงบลงทุน ที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2567  ลงไว้เมื่อวันที่​ 1 มีนาคม​ 2567  จำนวน 12 รายการ​ รวมวงเงิน​ 138 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณในการปรับปรุง “ตึกไทยคู่ฟ้า” ประกอบด้วย

1. จ้างเปลี่ยนกระจกหน้าต่างห้องทำงาน ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า วงเงิน 302,300 บาท ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ช่วงเวลาดำเนินการ ธันวาคม 2566

2. จ้างปรับปรุงสนามหญ้าบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า วงเงิน 498,352 บาท วิธีเฉพาะเจาะจง เดือนกุมภาพันธ์ 2567 

3. ซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ 3 รายการ วงเงิน 4,317,600 บาท ประกาศเชิญชวนทั่วไป มีนาคม 2567

4. ซื้อรถบรรทุก (ดีเซล) ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ำกว่า 2,900 ซีซี 1 คัน วงเงิน 1,160,000 บาท ประกาศเชิญชวนทั่วไป

5. จ้างพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพ เว็บไซต์รัฐบาลไทย (www.thaigov.go.th) จำนวน 1 งาน ราคา 5 ล้านบาท ประกาศเชิญชวนทั่วไป มีนาคม 2567 

6. จ้างทอพรมทอมือ เส้นใยขนแกะ 100 % พร้อมติดตั้ง 9 ผืน วงเงิน 10,557,200 บาท ประกาศเชิญชวนทั่วไป มีนาคม 2567

ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

7. จ้างพัฒนาระบบสำนักงานดิจิทัล (Digital Office) 1 ระบบ วงเงิน 11,739,200 บาท ประกาศเชิญชวนทั่วไป เมษายน 2567 

8. ซื้อระบบบริหารจัดการ DNS,DHCP และ IP Address Management พร้อมติดตั้ง 1 ระบบ วงเงิน 8,560,000 บาท ประกาศเชิญชวน เมษายน 2567

9. จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการผู้ใช้งานแบบรวมศูนย์ (Single Sign-on) 1 ระบบ วงเงิน 3,164,100 บาท ประกาศเชิญชวน เมษายน 2567 

10. ซื้อครุภัณฑ์ในการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) พร้อมติดตั้ง 1 ระบบ 58 ล้านบาท ประกาศเชิญชวนทั่วไป เมษายน 2567

11. จ้างติดตั้งระบบดูดอากาศตรวจจับควัน แบบระบุตำแหน่งได้ ของอาคารตึกไทยคู่ฟ้า 1 ระบบ วงเงิน 32,100,000 บาท ประกาศเชิญชวนทั่วไป เมษายน 2567 

12. จ้างปรับปรุงรั้วริมคลองหลังตึกไทยคู่ฟ้า 1 งาน วงเงิน 2,869,000 บาท ประกาศเชิญชวนทั่วไป เมษายน 2567 

  ทำเนียบรัฐบาลทำเนียบรัฐบาล

สำหรับการปรับปรุง​สนามหญ้าหน้า “ตึกไทยคู่ฟ้า”​ รวมไปถึงส่วนต่างๆ​ เป็นไปตามแผนงานปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์ภายในทำเนียบรัฐบาล​ เนื่องจากทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน​ เป็นหลุมเป็นบ่อ​ สนามหญ้าเสื่อมสภาพ​ และทำเนียบรัฐบาลถือเป็นสถานที่ไว้สำหรับรับแขกบ้านแขกเมืองต่างประเทศ รวมไปถึงรัฐพิธีต่างๆ จึงจำเป็นต้องปรับปรุง เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสมเกียรติ 

ซึ่งในรัฐบาลที่ผ่านมา ได้ซ่อมแซมสนามสนามหญ้าเพียงในส่วนที่เสียหาย แต่ไม่ได้รื้ออัดดิน และทำใหม่ โดยจะใช้หญ้าพันธุ์พาสพาลัม ที่นิยมปลูกในสนามกอล์ฟ เป็นพืชในตระกูลหญ้าที่ใช้แพร่หลายไปทั่วเอเชียแอฟริกาออสเตรเลีย และอเมริกา ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “หญ้าพาสพาลัม” เป็นหญ้าที่เจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศอบอุ่นจนถึงร้อน​ ทนต่อการเหยียบย่ำ ซึ่งแต่เดิมใช้หญ้าพันธุ์​นวลน้อย

ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างขนแกะทอมือ 100% ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง โดยสเปคเป็นไปตามของเดิม ที่ต้องมีการเปลี่ยน เนื่องจากเสื่อมตามสภาพอายุการใช้งาน โดยไม่ได้เป็นคำสั่งของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่เป็นไปตามแผนงานเดิมที่มีอยู่แล้ว

ส่วนรั้วบริเวณหลังตึกไทยคู่ฟ้า จำเป็นต้องมีการปรับปรุง เนื่องจากพื้นทรุด ทำให้รั้วเกิดการเอียง โดยงบประมาณทั้งหมด ได้มีการเสนอตามขั้นตอนและผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตึกไทยคู่ฟ้า ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2532 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

‘ชัยวัฒน์’ พร้อมจบปัญหา ส.ป.ก.เขาใหญ่ ทุกฝ่ายต้องรังวัดพื้นที่พร้อมกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570395

07 มี.ค. 2567

14:00 น.

‘ชัยวัฒน์’ พร้อมจบปัญหา ส.ป.ก.เขาใหญ่ ทุกฝ่ายต้องรังวัดพื้นที่พร้อมกัน

‘ชัยวัฒน์’ พร้อมจบปัญหา ส.ป.ก.เขาใหญ่ ทุกฝ่ายต้องรังวัดพื้นที่ หาข้อสรุปพร้อมกัน สวทช. เตรียมนัดลงพื้นที่สัปดาห์หน้า เสนอทำแผนที่แยกพื้นที่ใช้ประโยชน์ – พื้นที่อนุรักษ์ ง่ายกว่าให้ทุกหน่วยงานมารุมกันทำ Onemap เรื่องคดีความเดินหน้าตามกฎหมาย

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยกับคมชัดลึก ถึงความคืบหน้ากรณีหมุด ส.ป.ก.ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ว่า ที่น่าพอใจที่สุดคือการเสนอให้ทุกฝ่ายมารังวัดพื้นที่ใหม่ร่วมกัน ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง คณะ ก็เห็นด้วยแนวทางนี้ และกรมแผนที่ทหารก็ไม่น่ามีปัญหา รวมถึงทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่รองปลัดรวมถึงตนเอง และทุกคนที่เกี่ยวข้อง ก็จะลงไปพื้นที่พร้อมกันด้วย โดย สวทช. จะนัดลงพื้นที่พร้อมกันสัปดาห์หน้า หากทาง ส.ป.ก. ไม่มารอบนี้ ก็คงต้องให้สังคมชำแหละแล้ว เพราะการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ก็ไม่มา อ้างว่าเป็นวันสถาปนา ส.ป.ก. ทั้งที่เรื่องนี้เป็นประเด็นหลักของสังคม ส.ป.ก. ก็ควรส่งตัวแทนมา

“ที่น่าพอใจที่สุดคือ ผมร้องขอให้แผนที่ทหารที่คุยกันมา เรามาลงพื้นที่ไปวัดกันใหม่ได้หรือไม่ ไปกันใหม่ มีกรมแผนที่ทหาร มีอุทยาน มีกรมป่าไม้ มีพัฒนาที่ดิน มีส.ป.ก. มีฝ่ายปกครอง และหน่วยงานหลักๆ ที่เกี่ยวข้องไปร่วมกัน แล้วเอาช่างฝีมือมานั่งคุยกันว่าจะยึดโยงจากหมุดไหน เอาพระราชกฤษฎีกาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มาเทียบ คิดว่าหลักไหนชัวร์ที่สุดน่าเชื่อถือที่สุด เราเดินกันไปตามนั้น แล้วผมจะไม่งอแงเลยว่ามันจะเดินแบบนั้นได้หรือไม่ หรือจะเป็นแบบนี้ถูกหรือไม่ ไปทำร่วมกันอันนี้มันเป็นแฟร์ๆ เพราะว่าการทำงานเราต้องบูรณาการร่วมกัน จะได้สรุปกันเป็นก้อนเดียว เห็นว่าทาง สวทช. จะนัดลงพื้นที่สัปดาห์หน้า ถ้าลงได้เร็วได้คำตอบเร็วก็จะจบเร็ว” นายชัยวัฒน์ กล่าว

เมื่อได้ข้อสรุปที่ตรงกันแล้ว จะนำไปลงใน one Map หรือไม่ นายชัยวัฒน์ บอกว่า การทำ Onemap มันทับกันหลายส่วนหลายงาน ทางที่ดีที่สุดต้องแยกกันไปทำแผนที่เป็น 2 ส่วนคือ “แผนที่สำหรับพื้นที่ใช้ประโยชน์” โดยให้หน่วยงานที่จัดสรรพื้นที่ใช้ประโยชน์มาทำร่วมกัน และ “แผนที่สำหรับพื้นที่อนุรักษ์” ถ้าทำแบบแยกกันก่อน จะทำให้เกิด Onemap ได้ง่ายกว่าให้ทุกกรมทุกกระทรวงมารุมกันทำ

ส่วนเรื่องคดีที่โดนแจ้งความเรื่องถอนหมุด ส.ป.ก. และที่แจ้งความเอาผิดทาง ส.ป.ก. นายชัยวัฒน์ บอกว่า ให้เป็นไปตามกฎหมาย รอแผนที่ให้ชัด ถ้าไปรังวัดร่วมกัน ก็ต้องยอมรับตามนั้น เมื่อแผนที่ชัด ที่เหลือก็สู้ตามคดี

ชาวบ้าน แนวกันชนคอมมิวนิสต์ ร้องถูกยึดที่ดิน รัฐไม่ทำตามสัญญา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570386

07 มี.ค. 2567

12:34 น.

ชาวบ้าน แนวกันชนคอมมิวนิสต์ ร้องถูกยึดที่ดิน รัฐไม่ทำตามสัญญา

ตัวแทนประชาชน 4 ตำบล ใน อ.เขาค้อ ยื่นหนังสือถึงผู้นำฝ่ายค้าน ขอให้แก้ปัญหาที่ดินที่รัฐสัญญาว่าจะให้ ตั้งแต่ร่วมสู้กับคอมมิวนิสต์ แต่ถูกยึดคืนเป็นที่ป่าสงวน สุดท้ายทำเป็นที่ราชพัสดุ บังคับให้ประชาชนเช่าที่ตัวเอง

ตัวแทนประชาชน อำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เขายื่นหนังสือถึงนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และ กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , กมธ.การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ร้องเรียนกรณีพิพาทที่ดินทำกินระหว่างประชาชนและพื้นที่อ้างสิทธิ์ของกองทัพ

ตัวแทนชาวบ้านจาก 4 ตำบล ใน อ.เขาค้อ บอกว่า คนในพื้นที่มีบางส่วนได้รับใบจองหนังสือแสดงการครอบครองที่ดินชั่วคราว (น.ส.2 ก.) แต่มีบางส่วนยังไม่ได้ รับทำให้ประชาชนเดือดร้อน สมัยก่อนที่พื้นที่ยังมีผู้ก่อการร้าย พวกเราประชาชนเป็นอาสาสมัครทหารพราน และราษฎรทั้ง 4 ตำบลได้รับการจัดสรรที่ดิน ตามกฎหมายที่ดินแปลงใหญ่ทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2520 ถึง 2527 จนกระทั่งปี 2529 มีการประกาศรับที่ของประชาชนเป็นพื้นที่ป่าสงวน และมีการประกาศรับที่อีกครั้งในปี 2530

“ราษฎรขอยืนยันสิทธิ์การครอบครอง ประชาชนอยู่ก่อนการประกาศเป็นป่าสงวน หมู่บ้านทั้ง 35 หมู่บ้าน อยู่มาก่อนการประกาศเป็นป่าสงวน หรืออุทยานแห่งชาติ“ ตัวแทนประชาชน กล่าว

ตัวแทนประชาชน กล่าวว่า ที่ผ่านมา ได้ยื่นหนังสือ เรียกร้องให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย เพื่อขอให้ทบทวน ยกเลิก แก้ไข ประชาชนไม่ต้องการที่ราชพัสดุ หรือที่ดินของสำนัก (ส.ป.ก.) เพราะประชาชนได้สิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินอยู่แล้ว เราไม่ได้ทำผิด ภาครัฐต่างหากที่ทำผิดต่อประชาชน ประชาชนทำตามขั้นตอนทุกอย่าง เพื่ออยู่ทำมาหากินในพื้นที่ ขอให้ภาครัฐทำตามข้อกฎหมายในโครงการจัดสรรที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินด้วย เนื่องจากมีพระราชบัญญัติและกฤษฎีกาแนบท้ายกฎกระทรวงที่ยังไม่ถูกยกเลิก ซึ่งเราได้ทำหนังสือส่งรายงานถึงภาครัฐต่างๆ ออกไปแล้ว แต่ภาครัฐยังนิ่งเฉยอยู่ จึงขอให้ สส.นำเรื่องนี้เข้าสู่สภาฯ แทนประชาชนที่เดือดร้อน เราต้องการเอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จะได้เป็นหลักประกันในครอบครัว ให้ลูกหลาน ไม่ใช่ให้เรามาเช่าที่เราเอง ที่ราชพัสดุเราไม่ต้องการนะคะ

นายชัยธวัช อธิบายว่า ปัญหาเกิดในพื้นที่ซึ่งแต่เดิมมีการต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่างรัฐไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ฝ่ายความมั่นคงของไทยมีกลยุทธ์ ในการชักชวนให้พี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่ง ทั้งที่เป็นคนไทยและกลุ่มชาติพันธุ์เข้ามาร่วมกับกองทัพ เพื่อต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ในลักษณะของทหารพรานและเป็นแนวกันชน โดยให้สัญญากับประชาชนว่าจะจัดสรรที่ดินให้และมอบเอกสารสิทธิ์ เพื่อตั้งชุมชนให้มีความมั่นคงต่อไป หลังเสร็จภารกิจต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

เมื่อสงครามความขัดแย้งยุติลง ทางฝ่ายความมั่นคงหรือกองทัพ ซึ่งเคยขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้เพื่อจัดสรรให้กับประชาชน ก็ได้คืนที่ดินให้กับกรมป่าไม้ในภายหลัง ขณะที่ประชาชนก็ไม่ได้รับที่ดินจัดสรรตามที่สัญญาไว้ จนถึงทุกวันนี้ กระทั่งนโยบายของรัฐบาลที่สืบเนื่องมาจากชุดที่แล้ว ว่าประชาชนซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าจะต้องมาทำสัญญาเช่าที่ดินกับที่ราชพัสดุ ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ว่าเหตุใดต้องมาเช่าที่ดินของตัวเองที่กองทัพเคยสัญญาว่าจะจัดสรรให้เป็นการตอบแทน

“ตอนนี้พี่น้องประชาชนอยู่ฝ่ายเดียวกันหมดแล้ว คือได้รับผลกระทบจากการไม่ทำตามสัญญาของฝ่ายกองทัพและความมั่นคง ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านก็เห็นด้วยและมีความเข้าใจ จะทำงานร่วมกันกับกรรมาธิการการทหาร แล้วก็กรรมาธิการที่ดิน เพื่อผลักดันให้มีการแก้ปัญหาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ในฐานะฝ่ายค้าน” นายชัยธวัช กล่าวทิ้งท้าย