’ธรรมนัส‘ ไม่ได้ข่าว ถูกปรับออก ครม. มีแต่ข่าวลือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569759

27 ก.พ. 2567

12:25 น.

’ธรรมนัส‘ ไม่ได้ข่าว ถูกปรับออก ครม. มีแต่ข่าวลือ

‘ธรรมนัส’ เผย ไม่ได้ข่าวมีชื่อถูกปรับออก ครม. ย้ำ ”ใครจะรู้ดีเท่าพี่ มีแต่ข่าวลือ แต่ข่าวจริงอยู่ที่นี่“ ระบุการปรับตำแหน่ง เป็นเรื่องของนายกฯ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการปรับ ครม. ว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี

ส่วนที่มีกระแสข่าวในกระทรวงเกษตรฯ ว่าอาจถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ก็แล้วแต่ท่านนายกฯ ผมไม่ได้ข่าว” พร้อมหันมาพูดกับสื่อมวลชนว่า “การข่าวดีนะ” สื่อมวลชนจึงตอบกลับว่า “มีทีวีบางช่องออกข่าว”

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส จึงตอบกลับว่า “ใครจะรู้ดีเท่าพี่ มีแต่ข่าวลือ แต่ข่าวจริงอยู่ที่นี่”

‘หมอเหวง’ บุก ‘เพื่อไทย’ ทวงตั้ง คกก. รื้อคดีเมษา 53

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569755

27 ก.พ. 2567

12:08 น.

‘หมอเหวง’ บุก ‘เพื่อไทย’ ทวงตั้ง คกก. รื้อคดีเมษา 53

’หมอเหวง‘ บุก ‘เพื่อไทย’ ทวงตั้ง คกก. รื้อคดีเมษา 53 เอาตัวคนผิดมาลงโทษ ได้จะได้ใจ ปชช. บอกนายกฯ ต้องกล้าเหมือน ‘ป๋าเปรม‘

27 ก.พ. 2567 นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช. 53) พร้อมญาติผู้สูญเสีย ยื่นหนังสือถึงพรรคเพื่อไทย ทวงคืนสัญญารื้อฟื้นคดีที่ถูกแช่แข็งตั้งแต่ปี 2553 โดยมี นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้รับหนังสือ

นพ.เหวง กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่เอาใจใส่ในการทวงคืนความยุติธรรมให้วีรชนประชาธิปไตยในเดือนเมษายน 2553 เราเคยยื่นข้อเรียกร้อง 8 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. 2566 แต่สำหรับข้อเรียกร้องเร่งด่วน ได้แก่ 

1. ขอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐหรือพลเรือน หรือประชาชน หรือครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อติดตามทวงถามเรื่องเกี่ยวกับการเสียชีวิตเมื่อเม.ย. 2553 ว่าจะต้องดำเนินการให้ครบทุกศพ เพราะตอนนี้ขาดอีก 62 ศพ 

2. แก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคที่จะนำเอาคนฆ่าและคนสั่งฆ่ามารับผิดทางกฎหมาย นำทหารที่ทำผิดอาญาต่อพลเรือนมาขึ้นศาลพลเรือน รวมถึงนักการเมืองที่ทำผิดอาญาต่อพลเรือนด้วย 

3. ต้องการให้รับรองแก่อำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศเฉพาะกรณี เม.ย. 2553 เกี่ยวข้องเฉพาะศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสถาบัน

นพ.เหวง กล่าวต่อว่า เรามาที่พรรคเพื่อไทยด้วยความปรารถนาดี เชื่อว่าหากพรรคเพื่อไทยสนับสนุน ตอบรับ และจริงใจในการผลักดันด้วยการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน มีนักสิทธิมนุษยชน มีนักการเมืองทุกพรรค นักวิชาการ ญาติผู้เสียหายมาร่วมกันตรวจสอบ เพราะการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น ไม่เพียงพอ เพราะต้องรวมถึงการเสนอแก้กฎมายด้วย และเอาฆาตกรผู้สั่งฆ่ามาลงโทษ พรรคเพื่อไทยจะชนะใจคนที่รักประชาธิปไตยทั้งประเทศอย่างล้นหลาม

ส่วนที่มีการเคยเสนอให้นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีเหมือนสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เคยออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/23 นพ.เหวง บอกว่า ในสมัย พล.อ.เปรมให้อภัยกรณีที่หนักกว่าปี 2553 ด้วยซ้ำ เพราะในปี 2523 มีการจับอาวุธมาฆ่าทหารเลย แต่ก็ยังสามารถดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ และทำให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง จึงขอให้นายกรัฐมนตรี มีความกล้าหาญ เช่นเดียวกันกับ พล.อ.เปรม โดยการตั้งคณะกรรมการทวงคืนความยุติธรรม จึงขอให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล้าๆ หน่อย อย่าได้หวั่นวิตก 

นายชูศักดิ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้เพิกเฉยและยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อย่างการเสนอแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. ให้ประชาชนผู้เสียหาย สามารถดำเนินคดีเองได้ กรณีที่ ป.ป.ช. ตีตก แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะมีคนท้วงติงมา ซึ่งหลังจากนี้ จะนำข้อเรียกร้อง ไปแจ้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และรัฐบาล เพื่อพิจารณาและดำเนินการต่อไป 

นพ.เหวง เปิดเผยว่า เวลา 09.30 น. วันที่ 29 ก.พ. 2567 แกนนำ คปช. 53 และญาติวีรชน จะไปยื่นข้อเรียกกับพรรคก้าวไกล โดยมี นายชัยธวัช ตุลาธน สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นตัวแทนรับเรื่อง

‘สุทิน’ เผย พื้นที่ทับซ้อน ไทย – กัมพูชา รอ กต. – JBC เจรจา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569752

27 ก.พ. 2567

11:45 น.

‘สุทิน’ เผย พื้นที่ทับซ้อน ไทย - กัมพูชา รอ กต. - JBC เจรจา

‘สุทิน’ เผย พื้นที่ทับซ้อน ไทย – กัมพูชา รอ กต. – JBC เจรจา ยังไม่มีความเห็นเรื่องเกาะกูด ย้ำต้องเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย อย่าให้เป็นเรื่องทะเลาะกัน

นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงคืบหน้าการเจรจาผลประโยชน์พื้นทับซ้อนไทย – กัมพูชา ว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่ง กต.จบอย่างไร กระทรวงกลาโหมก็รักษาแนวเขตนั้นให้ กระทรวงกลาโหมไม่ใช่เป็นฝ่ายไปเจรจา ส่วนที่กระทรวงกลาโหมอยู่ในคณะกรรมการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ส่วนนั้นจะมีบางเรื่องที่คิดว่ามีเรื่องความมั่นคงเข้าไปด้วย อาจจะต้องนำความเห็นของกระทรวงกลาโหมไปร่วมด้วย ส่วนเรื่องเกาะกูดยังไม่มี

ส่วนข้อกังวลว่านายทักษิณจะไปเจรจาเรื่องนี้ จนทำให้ไทยเสียเปรียบหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า  เชื่อว่าไม่มี ทุกคนอยู่ในที่แจ้งหมด และท่านก็ระมัดระวังอยู่ ส่วนปัญหาเรื่องเกาะกูด เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีวาระซ้อนเร้น และน่าจะออกมาดี ทุกคนทำด้วยสุจริตใจ เพราะสังคมดูอยู่แล้ว  ส่วนจะเอาพื้นที่เกาะกูดไปเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชา อันนี้ต้องถามทางกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับความคืบหน้าการพูดคุย มันหยุดไปพักนึง ตอนนี้อาจจะเริ่มคุยกัน เพราะตอนนั้นเป็นคนละรัฐบาล บรรยากาศการพูดคุยของแต่ละรัฐบาลไม่เหมือนกัน และเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

เมื่อถามว่า การที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน ประธานองคมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เดินทางมาเยี่ยมนายทักษิณ คิดว่าคุยกันเรื่องนี้หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่พูดเรื่องนี้หรอก และในช่วงที่สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เยือนไทย ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดในเรื่องนี้ เพียงแต่คุยว่าเรื่องนี้จะต้องคุยให้เกิดประโยชน์ของทั้งสองประเทศ และระมัดระวังอย่าให้เป็นเรื่องที่ต้องทะเลาะกัน ก็เท่านั้น

‘เศรษฐา’ สรุป MOU ไม่เอาที่ดินกันชนทำ สปก. รับฟังความเห็น ค้านย้ายอุเทนถวาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569745

27 ก.พ. 2567

11:17 น.

‘เศรษฐา’ สรุป MOU ไม่เอาที่ดินกันชนทำ สปก. รับฟังความเห็น ค้านย้ายอุเทนถวาย

‘เศรษฐา’ เผย กรมแผนที่ทหาร สำรวจที่ดินพิพาทเข้าใหญ่เสร็จแล้ว สรุป MOU ไม่เอาที่ดินกันชนทำ สปก. ค้านย้ายอุเทนถวาย ต้องรับฟังความเห็นทุกฝ่าย ยึดหลักกฎหมาย

27 ก.พ. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดิน สปก. ทับที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมแผนที่ทหารสำรวจได้เร็วกว่าที่คาด จากเดิมคาด 3 สัปดาห์ แต่ตอนนี้เสร็จแล้ว ตอนนี้ได้ข้อสรุปว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะยึดหลักการ ไม่มีการนำที่ดินตามแนวเขตกันชนและพื้นที่คาบเกี่ยว มาแบ่งเป็นที่ สปก. และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่ดังกล่าว ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกป่าด้วย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเลขาธิการ สปก. ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานอื่นที่ๆ ข้องกับที่ดินรัฐทุกประเภท จะจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อเข้าสำรวจและหาข้อยุติในพื้นที่ที่ยังมีข้อพิพาทระหว่างหน่วยงาน

ส่วนกรณีศิษย์เก่าและนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวายออกมาเรียกร้องไม่เห็นด้วยกับการย้ายที่ตั้งสถาบัน นายกรัฐมนตรี บอกว่า ก็ต้องรับฟังทุกความคิดเห็น มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว ส่วนแนวปฏิบัติจะต้องเป็นไปตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่ว่าการที่ได้รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญ

‘สุทิน’ ตอกกลับ ‘ก้าวไกล’ ศึกษาการกู้เรือก่อน แล้วค่อยพูด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569737

27 ก.พ. 2567

10:50 น.

‘สุทิน’ ตอกกลับ ‘ก้าวไกล’ ศึกษาการกู้เรือก่อน แล้วค่อยพูด

‘สุทิน’ ตอกกลับ ‘ก้าวไกล’ ศึกษาการกู้เรือก่อน แล้วค่อยพูด ยกทั้งลำขึ้นไม่ไม่ได้ ต้องทยอยกู้ มีข้อตกลงต้องให้ สหรัฐฯ ดำเนินการ

นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงพรรคก้าวไกลที่ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการกู้เรือหลวงสุโขทัย ที่ไม่กู้ขึ้นมาทั้งลำและล้มประมูลการกู้เรือก่อนหน้านี้ว่า เคยตอบคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ว่าของเดิมเราจะกู้เอง แต่ทางสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ขายเรือให้กับกองทัพเรือ มีข้อตกลงว่าไม่อยากให้ชาติอื่นเข้าถึงเทคโนโลยีของเขา มีข้อตกลงอยู่ว่าหากเรือมีปัญหา เขาจะเป็นฝ่ายเดินทางมาซ่อมเอง รวมถึงการกู้เรือ ส่วนวิธีการกู้เรือ คนพูดจะต้องเข้าใจเรื่องเทคนิค เดิมคิดว่าจะยกขึ้นมาทั้งลำ แต่เสี่ยงเรือหัก จึงอยากให้ไปศึกษาวิธีการกู้เรือแล้วค่อยออกมาพูด ทางสหรัฐฯ มีการพูดคุยเรื่องนี้กับวิศวกรอย่างละเอียด การกู้ที่ดีที่สุดคือการทยอยกู้ ส่งทีมนักประดำน้ำลงไปสำรวจและถ่ายภาพขึ้นมาทั้งหมด เพื่อเก็บหลักฐาน รวมถึงการสำรวจกำลังพลอีก 5 นายที่สูญหาย หากพบจะนำขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องเทคโนโลยีของเขาเอง

“เขายังบอกอีกว่าการกู้เรือด้วยการยกมาทั้งลำในหลายประเทศเคยทำมาแล้วหัก ยิ่งจะทำให้เสียหลักฐาน ส่วนการล้มประมูลนั้น การกู้เรือก่อนหน้านี้เกิดเหตุจากเราไม่สามารถฝืนข้อตกลงของสหรัฐฯได้ รวมทั้งเป็นการประหยัดงบประมาณ และทางสหรัฐฯก็ออกงบประมาณบางส่วนมากู้ ส่วนเราสมทบไปจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มาก กองทัพเรือยืนยันว่าประหยัดงบของรัฐบาลและราชการ ฉะนั้น ดูแล้วมีแต่ประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ”นายสุทิน กล่าว

ส่วนเรื่องอำพรางซ่อนเร้น เรือจมอยู่ใต้ทะเล 1 ปี 2 เดือน หลักฐานต่างๆ อาจจะถูกทำลาย นายสุทิน กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่มีเจตนานั้น เพราะว่าเท่าที่ทราบเขาก็ดำเนินการสอบสวนกันอยู่ และจะต้องมีการลงโทษ ส่วนเรื่องหลักฐานเป็นเรื่องที่เราซีเรียส ได้กำชับไปทางสหรัฐฯ ว่าจะกู้วิธีไหนก็แล้วแต่ แต่เรื่องหลักฐานทางคดีต้องไม่ทำให้เสีย ซึ่งเขายืนยัน

สำหรับคำสั่งการที่ทำให้ผู้การเรือสละเรือช้า นายสุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สอบสวนกันอยู่ ไม่เกี่ยวกับซากเรือ สามารถสอบสวนโดยสถานการณ์ และพยานแวดล้อมได้ ล่าสุด พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ระบุว่าเรื่องคดีไม่มีการยุติหรือปิดไปกับการกู้เรือ เพราะฉะนั้นจะต้องมีคนที่จะต้องรับผิด 

‘สมศักดิ์’ ชวนร่วมโครงการ ‘โคแสนล้าน’ ยืนยันสร้างรายได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569717

26 ก.พ. 2567

19:39 น.

'สมศักดิ์' ชวนร่วมโครงการ 'โคแสนล้าน' ยืนยันสร้างรายได้จริง

‘สมศักดิ์’ พากองทุนหมู่บ้าน จ.บึงกาฬ ลงพื้นที่ศึกษาโครงการนำร่องเลี้ยงวัว จ.สุโขทัย ชวนเกษตรกรเข้าร่วม สร้างอาชีพ ปลดหนี้

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย นายนิพนธ์ คนขยัน สส.บึงกาฬ พรรคเพื่อไทย พบปะคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน จากอำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย และอำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ จำนวน 20 กองทุน 

นายสมศักดิ์ ระบุว่า หลังจากที่ได้นำร่องโครงการให้เกษตรกรยืมเงิน 400 ครอบครัว ครอบครัวละ 50,000 บาท เพื่อซื้อแม่พันธ์ุวัว 2 ตัวต่อครอบครัว โดยเกษตรกร เป็นผู้ไปหาซื้อเอง ซึ่งโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี 

'สมศักดิ์' ชวนร่วมโครงการ 'โคแสนล้าน' ยืนยันสร้างรายได้จริง

โครงการนำร่องเลี้ยงวัวในจังหวัดสุโขทัย ตนได้ขับเคลื่อนมาแล้วหลายโครงการ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2562 ได้จับมือกับเอกชน นำร่องเลี้ยง 200 ครอบครัว จำนวนโค 400 ตัว ซึ่งปัจจุบันมีลูกโคแล้ว 461 ตัว โดยมีตัวอย่างชาวสุโขทัยที่ได้รับโค เป็นรายแรกๆ จากเริ่มต้น 2 ตัว ผ่านมา 4 ปี มีโครวมแล้วถึง 10 ตัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การเลี้ยงวัว สามารถเป็นอาชีพเสริมให้กับประชาชน และสามารถทำให้พี่น้องประชาชน มีเงินใช้หนี้ได้

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า การนำสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ลงพื้นที่จริง เพื่อให้ศึกษาและดูสิ่งแวดล้อมจริงในการเลี้ยงว่า การเลี้ยงโคนำร่องนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องมีพื้นที่มาก ใช้วิธีการเลี้ยงแบบธรรมชาติ จนประสบความสำเร็จ ซึ่งถือว่ากองทุนหมู่บ้าน จากจังหวัดบึงกาฬนั้น ได้ประโยชน์ในการลงพื้นที่จริงเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เห็นภาพจริงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังได้พาลงไปศึกษา การปลูกหญ้าเนเปียร์ เพื่อเลี้ยงวัว เพราะหญ้าตรงนี้ จะเป็นการใช้พื้นที่ดินเปล่าให้เกิดประโยชน์ รวมถึงยังเป็นการลดต้นทุนในการซื้อหญ้า หรือ ฟาง 

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การสนับสนุนเลี้ยงวัว ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาล ต้องการผลักดันให้เกษตรกร มีรายได้เสริมนอกจากการปลูกข้าว หรือ พืชเกษตรต่างๆ ซึ่งเวลานี้ ตนในฐานะกำกับดูแลกองทุนหมู่บ้าน กำลังเร่งให้ความรู้ความเข้าใจ ต่อพี่น้องประชาชน ในเรื่องการทำโครงการโคแสนล้าน ที่จะกระจายไปยังทั่วประเทศ โดยเวลานี้ ความคืบหน้าของโครงการ กำลังเร่งทำความเข้าใจ กับธนาคาร รวมถึงกระทรวงการคลัง ที่ต้องเตรียมชดเชยดอกเบี้ยให้กับพี่น้องประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งคาดว่าอีกไม่นาน จะมีความชัดเจน โดยโครงการโคแสนล้านนั้น ไม่ได้ให้เพียงการกู้เงินไปซื้อวัว แต่เรายังมีการพัฒนาการอบรมในเรื่องของสัตวบาลตำบลอีกด้วย

ดังนั้นหากคิดอะไรไม่ออก อยากให้เข้าร่วมโครงการ เพราะการมีวัว 2 ตัว เราสามารถขยายพันธุ์จนมีเป็นฝูงได้ ใครสนใจ สามารถติดต่อมาศึกษาดูงานที่จังหวัดสุโขทัยได้ ตนพร้อมจะสนับสนุนและประสานให้ทุกท่านได้ลงมาดูจากหน้างานจริงๆว่า เป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

'สมศักดิ์' ชวนร่วมโครงการ 'โคแสนล้าน' ยืนยันสร้างรายได้จริง
'สมศักดิ์' ชวนร่วมโครงการ 'โคแสนล้าน' ยืนยันสร้างรายได้จริง

นิราศเรือหลวงสุโขทัย ‘ก้าวไกล’ ซัด เตะถ่วง กู้เรือช้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569711

26 ก.พ. 2567

15:29 น.

นิราศเรือหลวงสุโขทัย ‘ก้าวไกล’ ซัด เตะถ่วง กู้เรือช้า

‘ก้าวไกล’ แถลงนิราศเรือหลวงสุโขทัย จากเรือรบสู่ปะการังเทียม ซัด ทร. เตะถ่วง-ตั้งใจล้มกู้เรือ อ้างจัดซื้อจัดจ้างเอกสารไม่ครบ จะอ้างไม่มีงบไม่ได้ จ่อชงเรื่องเข้า กมธ.การทหาร สัปดาห์นี้

นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. แถลงในหัวข้อ “นิราศเรือหลวงสุโขทัย จากเรือรบสู่ปะการังเทียม” ตั้งข้อสังเกตถึงการกู้เรือหลวงสุโขทัย โดยไล่เรียงเหตุการณ์ว่า ปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์เรือสุโขทัยอับปางลง พร้อมกำลังพล 106 นาย จากการไปร่วมงานเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพร องค์บิดาของกองทัพเรือไทย วันนั้นเรือหลวงสุโขทัยวิทยุแจ้งว่าเครื่องยนต์มีปัญหาใช้งานไม่ได้ 1 เครื่อง จนกระทั่งควบคุมเรือไม่ได้ เริ่มเอียง 60-70 องศา เป็นเวลากว่า 8 ชั่วโมงที่เรือรบพบปัญหา จนกระทั่งลงไปนอนจมอยู่กับปะการัง สูญเสียกำลังพลมากกว่า 20 นาย ยังคงสูญหายอยู่อีก 5 นาย เรือรบอันทรงเกียรติมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทหายไปกับท้องทะเล 

ก่อนหน้านี้ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยอภิปรายถึงประเด็นการล่มของเรือหลวงสุโขทัยไว้ โดยสรุปใจความปัญหาได้ 3 ประเด็น คือ 1. สภาพอากาศ รายงานกองทัพเรือรายงานว่าคลื่มลมสูงประมาณ 2.5 เมตร ต่างจากรายงานของเอกชน ที่ระบุไว้ว่าคลื่นจะสูงถึง 6 เมตร 2. สภาพความพร้อมของเรือ เนื่องจากเรือหลวงสุโขทัย มีการของบประมาณในการซ่อมบำรุงมาโดยตลอด แต่ก็ยังคงมีปัญหาอยู่หลายจุด และ 3. เป็นความผิดพลาดของการสั่งการ เพราะเมื่อดูจากแผนที่แล้ว จุดที่เรือหลวงสุโขทัยล่ม จะใกล้กับท่าเรือบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ทำไมถึงได้ยังคงสั่งการให้เรือฝืนสังขาร แหวกพายุกลับไปสัตหีบ จนนำมาสู่การอัปปางในที่สุด ซึ่งปัญหาสำคัญของเรือหลวงสุโขทัย คงหนีไม่พ้นเรื่องการซ่อมบำรุงเรือที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น เรื่องการซ่อมบำรุงแผ่นเหล็กที่ถูกกร่อนจนบางต่ำกว่ามาตรฐาน  ซึ่งรวมๆแล้วเรือหลวงสุโขทัยมีคิวรอการซ่อมอยู่ถึง 19 รายการ เชื่อได้ว่าเรือนั้นไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปีแล้วที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา ลงนามตั้งกรรมการสอบสวนกันในวันที่ 26 ธ.ค. 2565 จากนั้นประมาณวันที่ 11 ม.ค. 2565 กองทัพเรือเปิดให้บริษัทยื่นซองประมูลโครงการกู้เรือหลวงสุโขทัยเป็นครั้งแรก เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบ คาดว่าจะเริ่มกู้เรือกันได้ในเดือน เม.ย. ปี 2566 เป็นอย่างช้า โดยระหว่างนี้มีการตั้งข้อสังเกตจากนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ว่ามีการล็อคสเป็กในการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ ทำให้นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ต้องออกมาขอสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

จากนั้นช่วงวันที่ 21 ก.ย. 2566 จู่ๆ กองทัพเรือก็เริ่มต้นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าเอกสารไม่ครบ ค้านสายตาคนรอบข้างมาก เพราะสามารถส่งภายหลังได้ จนกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ต้องขอเชิญกองทัพเรือเข้ามาชี้แจง เพราะการขาดเอกสารที่ไม่ใช่ใจความสำคัญนั้นสามารถยื่นตามทีหลังมาได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งกระบวนการให้ต้องเสียเวลา พอตรวจสอบการทำข้อกำหนดและขอบเขตการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) พบว่าเป็นอะไรที่ค้านสายตา เพราะเป็นการจ้างกู้และลำเลียงเรือหลวงสุโขทัยที่อับปางไปที่สัตหีบ จ.ชลบุรี ปรับแต่งสภาวะตัวเหลือให้มีความปลอดภัยลอยลำได้ด้วยตัวเอง

“เขาก็บอกว่าให้บริษัทที่จะมากู้เรือ ให้กู้เรือขึ้นมาในใกล้เคียงกับตัวรีพอร์ต เพื่อให้ชัวร์ว่าหลักฐานจำไม่ผิดแปลกอะไร สิ่งที่น่าสนใจผมจะขอไฮไลท์เรื่องการปรับแต่งสภาวะเรือให้ลอยลำได้ด้วยตัวเอง นึกภาพออกหรือไม่ครับ ล่ม เพราะน้ำเข้าเรือ แต่บอกให้กู้เรือขึ้นมา บอกให้ปรับแต่งสภาวะให้เรือลอยลำได้ด้วยตัวเอง มันจะไม่เป็นการยุ่งกับหลักฐานได้อย่างไรครับ” นายชยพล กล่าว

นายชยพล ยังกล่าวว่ามีเอกสารจาก JUSMAGTHAI  ซึ่งหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลการใช้งานยุทโธปกรณ์ของสหรัฐอเมริกาภายในประเทศไทย 2 ฉบับ มีเนื้อหาคือการทวงถามรายงานข้อเท็จจริงในกรณีเรือหลวงสุโขทัยอัปปาง และการเตือนว่าตามสัญญาการใช้ยุทโธปกรณ์จากสหรัฐอเมริกา ก่อนจะให้บุคคลที่สามมายุ่งกับยุทโธปกรณ์ของสหรัฐได้ ต้องได้รับคำยินยอมจากรัฐบาลของสหรัฐก่อน

พร้อมย้ำว่า JUSMAG ก็ได้ส่งหนังสือมาแจ้งกองทัพเรือไทย ให้ทำตามข้อตกลงการใช้อาวุธ โดยส่งหนังสือมาครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2566 โดยระบุว่าให้ส่งรายงานโดยระบุข้อมูลคือ วันที่เกิดเหตุ ข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขข้อผิดพลาดโดยกองทัพเรือ และข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ซึ่งทางอเมริกาก็รอกองทัพเรือไทยมาเกือบปี ถึงส่งจดหมายทวงถามอีกฉบับในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 โดยมีเนื้อหาย้ำตามเดิม แสดงว่าที่ผ่านมาตลอด 1 ปี กองทัพเรือ นอกจากจะประวิงเวลา เตะถ่วงเรื่องของการกู้เรือแล้ว ก็ยังคงช้าเรื่องของการสรุปข้อเท็จจริงที่ควรต้องชี้แจงให้กับประชาชนและกับประเทศคู่ค้าด้วย

นายชยพล ระบุว่า ที่ผ่านมาตลอด 1 ปี กองทัพเรือไทยไม่ได้สื่อสารกับกองทัพอเมริกาเท่าที่ควร จนต้องออกจดหมายเตือน เพื่อย้ำให้ชัดอีกครั้ง ส่อเจตนาเหมือนจงใจวางกับดักให้ตัวเองต้องสะดุด เพื่อผลัดวันต่อ ไม่ให้กู้เรือได้สักที หากไม่ได้เปิดข้อมูลเอกสารตรงนี้ กองทัพเรือไทยก็คงเดินหน้าประมูลราคาต่อ เพื่อรอล้ม ที่ผ่านมา ผบ.ทร. ไม่มีการระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐจะร่วมการกู้เรือครั้งนี้ หรือจะยังคงมีการกู้เรืออยู่หรือไม่

ตนย้ำว่า การกู้เรือ เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุการล่มของเรือหลวงสุโขไทย เป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญ ที่ต้องมีเท่านั้น ถึงจะสามารถเปิดรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดให้กับประชาชนได้ ตนไม่เข้าใจ เมื่อมิตรประเทศอย่างสหรัฐได้มาถึงที่แล้ว ทำไมให้ช่วยไม่สุดทาง ทำไมถึงจบแค่การปลดอาวุธ แต่ไม่กู้จิ๊กซอว์นี้ขึ้นมา ตอนนี้ท่าทีของกองทัพเรือเอง ไม่มีความชัดเจนเลยว่าจะยังกู้อยู่หรือไม่ ขัดกับคำพูดตลอด 1 ปีที่ผ่านมาที่ขอให้ทุกคนอดใจรอไม่นาน จะกู้เรือขึ้นมาอย่างแน่นอน 

นายชยพล ยังกล่าวว่า จากกรณีเรือดำน้ำจีนที่ชอบพูดกันนักว่าต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ทางการฑูต จะแก้สัญญาหรือต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติมากไม่ได้ แต่ทำไมพอเป็นเรื่องเรือหลวงสุโขทัยกลับต้องให้มีจดหมายทวงเป็นปีๆ ถึงจะยอมเปิดทางให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าไม่เปิดข้อมูลเอกสารการทวงถามจาก JUSMAGTHAI และเอกสารข้อตกลงการใช้ยุทโธปกรณ์ของอเมริกา ก็คงยังรำวงกับการตั้งโครงการประมูลกู้เรือทั้งที่รู้ว่าขัดข้อตกลง ส่งผลต่อความสัมพันธ์ด้านการทหารโดยตรง แต่ก็ไม่เห็นจะทำท่าทีเกรงอกเกรงใจใดๆ

ส่วนจะมีโอกาสเรียกกองทัพเรือเข้ามาชี้แจงเรื่องนี้ในกรรมาธิการหรือไม่ นายชยพล กล่าวว่า เรื่องนี้ยังเพิ่งเริ่ม อาจจะต้องมีการสื่อสารไปถึงกองทัพเรือให้ออกมาชี้แจงถึงความตั้งใจจริงในการกู้เรือว่าจะกู้หรือไม่ คาดว่าอาจจะมีการยกขึ้นพูดคุยในชั้นกรรมาธิการในสัปดาห์นี้

พร้อมย้ำว่า กองทัพเรือไม่สามารถอ้างได้ว่าติดขัดเรื่องงบประมาณ เพราะมีการของบประมาณไปแล้ว ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จะบอกว่าไม่พอก็เป็นเรื่องที่ตลก ตอนแรกจะจ้างบริษัทภายนอก 100% มีการประเมินแล้วว่าใช้เงินประมาณ 2,000 ล้านบาท 

‘ศุภมาส’ บอกอุเทนถวาย เราฝั่งเดียวกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569732

27 ก.พ. 2567

10:10 น.

‘ศุภมาส’ บอกอุเทนถวาย เราฝั่งเดียวกัน

‘ศุภมาส’ บอกอุเทนถวาย เราฝั่งเดียวกัน หลังรวมตัวยื่น อว.-จุฬาฯ-ทำเนียบ-สภา ค้านย้ายออกจากพื้นที่ เชื่อเหตุการณ์ไม่บานปลาย

27 ก.พ.2567 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงเครือข่ายศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย นัดรวมตัวกัน 3,000 คน บุกทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการย้ายออกจากพื้นที่กับนายกรัฐมนตรีว่า ส่วนของทำเนียบฯ ก็เป็นเรื่องของทำเนียบฯ แต่กระทรวง อว.เตรียมความพร้อมดูแลผู้ที่มายื่นหนังสือ ไม่แน่ใจว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งเคยรับน้องๆ กลุ่มนี้มาแล้วหลายครั้ง เมื่อมีกำหนดการได้ประชุมกับตัวแทนศิษย์เก่า 2-3 ครั้ง ทุกคนถือว่าต่างทำหน้าที่ที่ต้องทำ ไม่มีใครอยากให้เกิดความรุนแรง 

“ผู้ยื่นหนังสือเองก็ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง ทุกคนก็จะกลัวเรื่องมีผู้ไม่หวังดี บุคคลที่ 3 มือที่ 3 เขาก็ทำเอกสารมาเพื่อขอใช้เครื่องขยายเสียง ซึ่งเราก็อนุญาตไป เพราะถือว่าทุกคนอยู่บนประชาธิปไตย แล้วเขาก็บอกว่าจะทำเป็นสัญลักษณ์มา เพื่อบอกว่าพวกเขาจริงๆ นอกเหนือจากนี้ก็ไม่ใช่กลุ่มของเขา ซึ่งได้นัดแนะว่าจะมีใครเขามาบ้าง ยื่นตรงไหน และอยากให้ตัวรัฐมนตรีรับเอง ซึ่งดิฉันจะไปรับเอง” นางสาวศุภมาส กล่าว

ส่วนกังวลหรือไม่ที่สถานการณ์บานปลายถึงการนัดรวมตัวแล้ว รัฐมนตรี อว. ยืนยันว่า จริงๆ เขาไม่ได้มาครั้งแรก เดือนที่แล้วก็มา 300 คน เราก็จัดเก้าอี้เครื่องดื่มอาหารกลางวันให้น้องๆ ทุกคน ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คิดว่าวันนี้เหตุการณ์ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่วันนี้เราไม่ได้เลี้ยงข้าวเพราะไม่แน่ใจว่าคนเยอะแค่ไหน แต่ว่าเราได้เตรียมเครื่องดื่มไว้ให้น้องๆทุกคน

ส่วนที่ อว. ออกมาทำหนังสือสั่งข้าราชการเวิร์คฟอร์มโฮม เพื่อป้องกันเหตุไม่พึ่งประสงค์ ลดการเผชิญหน้า หลายฝ่ายจึงตั้งคำถามว่าปิดกระทรวงหนีนั้น นางสาวศุภมาส ยืนยันว่าไม่ใช่การหนี แต่เราไม่แน่ใจว่า มีกลุ่มมือที่ 3 หรือผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อเหตุหรือไม่ สมมติเฉยๆ เกิดมีใครปีนรั้วเข้ามา ซึ่งไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุม ก็จะยิ่งวุ่นวาย ต้องป้องกันไว้ก่อนไม่ให้กลายเป็นการสร้างสถานการณ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ประชุมกับกระทรวง และกลุ่มผู้ยื่นหนังสื่อหลายครั้ง คิดว่าทุกคนก็มาดี ทางน้องๆ ที่มายื่นหนังสือจริงๆ ก็คือกลุ่มที่ต้องทำบทบาทหน้าที่ของเขา ส่วนกระทรวงก็มีหน้าที่รับหนังสือ และตำรวจก็มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งกระทรวงมีกล้องวงจรปิด มีสัญญาณอะเลิทไปที่ห้องวอร์รูม และคิดว่าวันนี้น่าจะผ่านไปอย่างเรียบร้อย 

นางสาวศุภมาส ระบุว่า เมื่อรับหนังสือมาแล้วต้องดูอีกทีว่าสุดท้ายข้อเรียกร้องมีอะไรบ้าง และส่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง คงไม่ใช่แค่คณะกรรมการเพื่อพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) ที่เราได้ตั้งไว้ อาจจะต้องมาเพิ่มเติมตั้งกรรมการชุดใหม่เพิ่มคนเข้ามา เพื่อให้กรณีพิพาทเกิดข้อยุติ และมีความสบายใจที่สุด 

มทร.ตะวันออก อุเทนถวาย อยู่ในสังกัดกระทรวง อว. เพราะฉะนั้นเขากับกระทรวงอยู่ฝั่งเดียวกัน เราไม่ได้เป็นม็อบที่เผชิญหน้ากันเหมือนม็อบอื่นๆ อันนี้ทางกระทรวงไม่ได้เรียกว่าม็อบ ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยในสังกัด มายื่นหนังสือถึงเจ้ากระทรวง เรามีหน้าที่ที่จะต้องดูแลในมิติทางสังคม เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายแบบสบายใจ มีความสุข ไม่มีข้อขัดแย้ง ไม่มีเหตุความรุนแรง เป็นชนวนเกิดขึ้น และพยายามให้เป็นไปด้วยความละมุนละมอมที่สุด และเราได้พูดกับฝั่งอุเทนเสมอว่า เราฝั่งเดียวกันนะคะ เพียงแต่ว่าเราต้องทำตามกฎหมายที่ออกมา” 

ส่วนรู้สึกอย่างไร อย่างที่ที่เจ้ากระทรวงถูกนำมาเป็นคู่ขัดแย้ง เพราะจบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาวศุภมาส ระบุว่า พยายามบอกและคิดว่าทางอุเทนถวายก็เข้าใจ เพราะทุกครั้งที่ประชุมก็ถือว่าก็ย้ำว่า เราเป็นฝั่งเดียวกัน เพียงแต่มหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่อุเทนถวายที่เดียวที่มายื่นหนังสือ ก็มีอีกหลายมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาและมายื่นหนังสือ และปัญหานี้ก็ไม่ได้ขีดเส้น เพราะไม่ใช่ อว.กระทรวงเดียวแต่ต้องอาศัยองคาพยพอื่นมาร่วมกันแก้ปัญหาให้ความขัดแย้งและข้อพิพาทคลี่คลายมีทางออกที่ทุกคนพอใจ ซึ่งเจ้าของพื้นที่ได้พูดคุยกับอุเทนถวายหลายครั้งแล้วก็ต้องให้พูดคุยกันไป แต่ของเราคือในรูปแบบของคณะกรรมการเพื่อให้ปัญหานี้คลี่คลายโดยเร็ว

นายกฯ สั่งแก้ปัญหา ถ.พระราม 2 ก่อนสงกรานต์ ลงโทษผู้รับเหมาทิ้งงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569698

26 ก.พ. 2567

12:30 น.

นายกฯ สั่งแก้ปัญหา ถ.พระราม 2 ก่อนสงกรานต์ ลงโทษผู้รับเหมาทิ้งงาน

นายกฯ สั่ง เร่งแก้ปัญหา ถ.พระราม 2 ก่อนสงกรานต์นี้ กำกับมาตรการจัดซื้อจัดจ้างเข้มงวด ลงโทษผู้รับเหมาทิ้งงาน

นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กว่า โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต้องได้รับการควบคุมการก่อสร้างอย่างเข้มงวด ได้มาตรฐานและรวดเร็ว โดยระบุว่ารัฐบาลได้ติดตามและเร่งรัดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ล่าช้า   ซึ่งสร้างปัญหาให้กับผู้สัญจรไปมา และนักท่องเที่ยว   ทำให้ผู้ประกอบการสองฝั่งถนนเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ รวมไปถึงก่อให้เกิดมลภาวะ กระทบต่อสุขภาพพี่น้องประชาชน 

ถนนพระราม 2  ที่ก่อสร้างล่าช้า   ซึ่งกลายเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวหัวหินกันน้อยลงนั้น    ทางกระทรวงคมนาคมแจ้งว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อให้สามารถเดินทางได้สะดวกขึ้นก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ตนจะติดตามการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งจะกำกับดูแลมาตรการการจัดซื้อจัดจ้างให้เข้มงวด   โดยเฉพาะมาตรการลงโทษผู้รับเหมาที่ทิ้งงาน

นายกฯ สั่งแก้ปัญหา ถ.พระราม 2 ก่อนสงกรานต์ ลงโทษผู้รับเหมาทิ้งงาน

เตือนประชาชน ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง AOC 1441

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569697

26 ก.พ. 2567

12:13 น.

เตือนประชาชน ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง AOC 1441

‘รองโฆษกรัฐบาล’ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพแอบอ้างเป็น AOC 1441 หลอกลวงสูญเสียเงิน หากมีปัญหาติดต่อเว็บไซต์ทางการเท่านั้น

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงกล ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ แอบอ้างใช้ชื่อ AOC 1441 ในการสร้าง Page Facebook หรือ Line Official ปลอมเพื่อหลอกลวงประชาชน

นายคารม กล่าวว่า AOC 1441 เป็นศูนย์ One Stop Service จัดตั้งโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อแก้ปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์สำหรับประชาชน มีการจัดตั้ง War-room เพื่อดำเนินการด้านคดีให้กับประชาชนแบบเร่งด่วน ปัจจุบัน ศูนย์ AOC 1441 มีช่องทางติดต่อเดียวเท่านั้น คือสายด่วน 1441 โดยสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มี Page Facebook หรือ Line Official เป็นช่องทางการติดต่อแต่อย่างใด

“ศูนย์ AOC มีเป้าหมายการจัดตั้งเพื่อระงับหรืออายัด บัญชีของคนร้ายให้แก่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกได้ทันทีใน 1 ชั่วโมง ติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายทุกขั้นตอนได้ทันที  รวมถึงเร่งการติดตามการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจับกุม ดำเนินคดี และการขยายผลคดี หากประชาชนท่านใดตกเป็นเหยื่อโจรออนไลน์ สามารถแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ (เฉพาะคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) ที่เว็บไซต์นี้เท่านั้น http://www.thaipoliceonline.go.th  หรือต้องการความช่วยเหลือ ขอคำปรึกษา ได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง” นายคารม กล่าว