‘เศรษฐา’ เมินคนเหน็บ นายกฯ 3 คน ย้ำ ‘ทักษิณ’ ไม่เกี่ยวปรับ ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569695

26 ก.พ. 2567

11:33 น.

‘เศรษฐา’ เมินคนเหน็บ นายกฯ 3 คน ย้ำ ‘ทักษิณ’ ไม่เกี่ยวปรับ ครม.

‘เศรษฐา’ เมินคนเหน็บ นายกฯ 3 คน เดินหน้าลงพื้นที่ ทำหน้าที่นายกฯ ขออย่าถามปรับ ครม. ทุกคนกำลังทำงานอยู่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยว ‘ทักษิณ‘

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์มีนายกรัฐมนตรี 2 คน 3 คน ว่า การกล่าวถึง พูดถึง เป็นของแต่ละคนทั้งหมดขึ้นอยู่กับการกระทำ วันนี้บอกว่าไม่ใช่นายกฯ คนเดียว ก็ไม่ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของตน ยังทำงานทุกวันเหมือนเดิม ยังลงพื้นที่ทำงานทุกวันเหมือนเดิม ห้ามการเปลี่ยนแปลงและวิธีคิดของคนไม่ได้ ก็ทำงานต่อไปไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้โกรธ น้อยใจหรืออะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ตื่นเช้าไปทำงาน พรุ่งนี้ประชุม ครม. และลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับมาก็ลงพื้นที่ต่อ ที่จังหวัดศรีสะเกษและร้อยเอ็ด จากนั้นก็มีการประชุม ครม.ต่อในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม และวันจันทร์ที่ 4 มีนาคมก็จะเดินทางไปประชุมอาเซียนออสเตรเลีย ก่อนเดินทางต่อไปที่เยอรมันและฝรั่งเศส ก็ยังทำงาน ห้ามไม่ได้ 

แต่ต้องยอมรับว่านี่คือสังคมไทย นายทักษิณก็เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความนิยมชมชอบสูงสุดคนหนึ่ง ตนเองก็ชื่นชอบท่าน นโยบายท่านก็ดี ถ้าท่านอยากให้คำปรึกษาตนก็พร้อมรับ เช่นเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ เช่น นายอานันท์ ปัญญารชุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตนเพิ่งรับตำแหน่งได้ 6 เดือน ต้องรับฟังข้อมูล คำเสนอแนะของผู้ใหญ่ แต่กาลเวลาก็เปลี่ยนไป บางอย่างอาจทำได้ในสมัยก่อน แค่บางอย่างต้องเปลี่ยนแปลง หน้าที่ตนคือรับฟัง แล้วไปวิเคราะห์ว่าสามารถทำได้หรือไม่ 

ส่วนวาทกรรม นายกฯ 1, 2, 3, 4 มันไม่เกี่ยวหรอกครับ คุยเรื่องความดีกว่า ทุกๆ นายกฯ อยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ถึงแม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายเดียวกันก็ตามที ตอนนี้เป็นหน้าที่ผมในฐานะผู้บริหารสูงสุด นายกรัฐมนตรีต้องมีการกลั่นกรองข้อมูล ตรงไหนทำได้ก็ทำ” นายเศรษฐา กล่าว

ส่วนจะมีแผนที่จะเข้าพบเพื่อขอคำปรึกษากับนายทักษิณอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่อยู่ในแผน แต่ก็มีรัฐมนตรีบางคนเข้ามาถามว่าจะเข้าไปเยี่ยมได้หรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่าตามสบาย แล้วแต่ท่านเลย เป็นผู้บังคับบัญชาเก่าเป็นนายเก่า ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ บางท่านมีประวัติยาวนานกว่าผมเยอะ รู้จักกันมา 20-30 ปีแล้ว ไม่เจอกันมา 10 กว่าปี ตามธรรมเนียมคนไทยต้องไปเยี่ยมเยียนกันบ้าง ไม่ได้คิดอะไร 

เมื่อถามว่าวันที่เข้าพบนายทักษิณ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ได้พูดคุยเรื่อง ปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีก่อน ย้อนถามว่า “เรื่องอะไรนะครับ” พร้อมทำหน้านิ่งก่อนจะตอบว่า คำถามนี้ผมว่าไม่ควรจะถามนะ เพราะนายทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคณะรัฐมนตรี ผมก็ยืนยันตลอดเวลา พวกคุณก็ถามทุกวัน ถามทุกหนที่มีการถาม ผมก็บอกไปแล้ว คำตอบก็คือคำตอบเดิม จะพูดทำไมว่าปรับคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีก็พยายามทำงานอยู่ แต่เมื่อพูดไป บางคนก็อาจจะนอยด์ บางคนก็อาจจะไม่สบายใจ ผมเชื่อว่าวันนี้เราต้องเดินหน้าทำงานกันดีกว่า เมื่อถึงเวลาต้องปรับ พวกท่านก็ทราบกันเองว่าต้องปรับและผมก็เป็นคนทูลเกล้าฯ ถวายเอง

‘เท่าภิภพ’ ถาม ปชช. เห็นด้วยหรือไม่ ฉลากใหม่เหล้าเบียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569693

26 ก.พ. 2567

11:11 น.

‘เท่าภิภพ’ ถาม ปชช. เห็นด้วยหรือไม่ ฉลากใหม่เหล้าเบียร์

’เท่าภิภพ‘ เปิดภาพตัวอย่างฉลากเหล้าเบียร์แบบใหม่ ทำเหมือนบุหรี่ ถามประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ฉลากเบียร์น่ากลัว #SoftPower ไหม

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล โพสต์เฟสบุ๊กภาพตัวอย่างฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบใหม่ ที่มีภาพน่ากลัวพร้อมคำเตือนคล้ายกับที่ทำในซองบุหรี่ ที่เป็นไปตามที่ร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกรมควบคุมโรค เปิดรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตั้งแต่ 12-29 กุมภาพันธ์ 2567

โดยนายเท่าพิภพ โพสต์ข้อความว่า

[ ฉลากเบียร์น่ากลัว #SoftPower ไหม ]

ตัวอย่างฉลากที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์(ที่มีอำนาจออกกฎห้ามขายตามเวลา วัน และออนไลน์)พยายามออกข้อบังคับใช้ให้ติดบนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดทุกประเภท

ฉลากต้องใส่รูปน่ากลัว 30% ของพื้นที่ขวด ทาง สมาคมคราฟท์เบียร์ ลองทำตัวอย่างตามกฎหมายมาสภาพจะออกมาประมาณในภาพครับ

ตอนนี้ร่างข้อบังคับอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น

https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=MzMwMURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=

ถ้าผ่านแล้วหมอชลน่านเซ็นรับรองก็จะบังคับใช้ได้เลย

ทุกท่านคิดเห็นว่าไงครับ

#สุราก้าวหน้า #ก้าวไกล

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ภาพ 3 พี่น้องชินวัตร แฮชแท็ก #บ้านจันทร์ส่องหล้ามีพ่อแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569691

26 ก.พ. 2567

10:46 น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ภาพ 3 พี่น้องชินวัตร แฮชแท็ก #บ้านจันทร์ส่องหล้ามีพ่อแล้ว

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ภาพ 3 พี่น้องชินวัตร ติดแฮชแท็ก #บ้านจันทร์ส่องหล้ามีพ่อแล้ว หลังกินข้าวเย็นกับ ‘ทักษิณ’ คิดหรือเราจะมีลูกอีกคนดี

นางสาวแพรทองธาร  ชินวัตร  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  โพสต์ไอจีภาพสามพี่น้อง “โอ๊ค เอม อิ๊งค์” ระบุข้อความว่า “ทานข้าว ณ จันทร์ส่องหล้า เป็นอีกวันที่น่าจดจำของครอบครัวเรา คุณพ่อชวนมาทานข้าวกัน 5 คน (เขยสะใภ้หลานๆจองคิวอาทิตย์หน้าค่ะ😆) พ่อบอกว่า บรรยากาศเหมือนเดิมเลย โต๊ะทานข้าวก็ตัวเดิม แต่หันมาอีกที โตกันหมดแล้ว เนื้อหาที่คุยก็เป็นเรื่องเดียวกันแล้ว เข้าใจกันทุกๆอย่าง ทุกๆความรู้สึก ขอบคุณพ่อกับแม่ ที่เลี้ยงให้เรารักกัน (ซึ่งพ่อจะพูดเสมอว่ายกความดีเรื่องนี้ให้แม่☺️) ขอบคุณพี่ๆ ที่เป็นหลังแน่นๆให้กันเสมอ ขึ้นรถกลับ มีความคิดว่า ”เเอ๊ะ หรือเราจะมีลูกอีกคนดี🫣“ 555  เป็นมื้อค่ำที่แม้จะไม่ได้ทานด้วยเพราะกลัวแพร่เชื้อ😵‍💫 แต่ก็อิ่มใจไปในความรู้สึกที่ได้คุยกันมากจริงๆ ❤️💛🩷💚🧡💜🩵🤍 ดีใจจัง #บ้านจันทร์ส่องหล้ามีพ่อแล้ว 🥰”

‘นายกฯ’ เดินสาย 3 จ.ชายแดนใต้ 27 – 29 ก.พ.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569689

26 ก.พ. 2567

10:31 น.

‘นายกฯ’ เดินสาย 3 จ.ชายแดนใต้ 27 - 29 ก.พ.นี้

‘นายกฯ’ เดินสายส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.ชายแดนใต้ ‘เที่ยวใต้ สุดใจ’ 27 – 29 ก.พ นี้ เป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ มีของดีไม่แพ้ที่อื่น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีภารกิจเดินสายจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 27 ถึง 29 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เสริมสร้างความมั่นใจบรรยากาศในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ

1) วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ณ จังหวัดปัตตานี นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมตลาดวิถีชุมชนพื้นบ้านจังหวัดปัตตานี พบปะผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ณ มัสยิดกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองปัตตานี ได้แก่ บ้านขุนพิทักษ์รายา บ้านเลขที่ 5 กือดาจีนอ ตลาดวัฒนธรรมกือดาจีนอ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง (เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) พร้อมเยี่ยมชมมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้ามหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ประจำปี 2567 นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบปะคณะกรรมการอิสลามและคณะกรรมการมัสยิด และเยี่ยมชมมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อ.เมืองปัตตานี

2) วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ณ จังหวัดยะลา นายกรัฐมนตรีเดินทางเยี่ยมชมอุทยานการเรียนรู้ยะลา (TK Park) อ.เมืองยะลา และเยี่ยมชมกิจกรรมส่งเสริมสินค้า “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” และ “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” สู่ GI ไทย โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมพบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา อ.เบตง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะการเยี่ยมชมกิจกรรมภายในสวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง (สวนหมื่นบุปผา) อ.เบตง และติดตามผลการดำเนินงานของด่านศุลกากรเบตง ณ ด่านศุลกากรเบตง อ.เบตง รวมถึงเยี่ยมชมอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย และเยี่ยมชม Skywalk อัยเยอร์เวง อ.เบตง

3) วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ณ จังหวัดนราธิวาส นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมกิจกรรมภายในพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัล-กุรอาน และพบปะกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมหารือยกระดับการท่องเที่ยวและพัฒนาการท่องเที่ยวในสามจังหวัดชายแดนใต้ ณ ห้องประชุมพิพิธภัณฑ์ ต.ละหาร อ.ยี่งอ ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

“เป้าหมายของการลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้เกิดกิจกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจและความครึกครื้นภายในจังหวัด ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีอัธยาศัยและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี รวมทั้งมีทั้งศิลปะวัฒนธรรมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ ทั้งหมดนี้ผนวกรวมกันแล้วเชื่อว่าจังหวัดชายแดนใต้มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวไม่แพ้ที่อื่น” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

“ทักษิณ-พจมาน” นัดลูกทานข้าวเย็น ย้อนความหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569671

25 ก.พ. 2567

18:35 น.

“ทักษิณ-พจมาน” นัดลูกทานข้าวเย็น ย้อนความหลัง

“อุ๊งอิ๊ง” เผย “ทักษิณ – พจมาน” นัดลูกทานข้าวเย็น ย้อนความหลัง เผยอาการล่าสุด สภาพจิตใจดีขึ้น ยังไม่อยากให้ใครมาพบเยอะ กลัวพ่อติดไข้ ขอนักข่าวไม่ต้องเฝ้าตลอดเวลา มาเฉพาะวีไอพีเข้าเยี่ยมก็พอ

12 ก.พ. 2567 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามาที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็นกับนายทักษิณ และครอบครัว 

นางสาวแพทองธาร บอกว่า วันนี้เป็นการทานข้าวกับคนในครอบครัว ทั้งหมด 5 คน คือ พ่อ แม่ และลูก 3 คน ไม่มีเขย สะใภ้ และหลานๆ เป็นแนวคิดของพ่อที่อยากจะย้อนความทรงจำวัยเด็กที่เคยอยู่บ้านหลังนี้ ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวด้วย เป็นการทานข้าวกันเฉยๆ ภายในครอบครัว ไม่มีประเด็นการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น เพราะปกติพยายามจะทานข้าวกันสัปดาห์ละ 1 วันอยู่แล้ว หากวันอาทิตย์ไม่ได้ ก็จะเป็นวันธรรมดา ส่วนเมนูนั้น พ่อเป็นคนเป็นจัดเตรียม และมั่นใจว่าจะเป็นอาหารไทย

ส่วนอาการของนายทักษิณ นางสาวแพทองธาร บอกว่า คุณหมอแนะนำว่าอย่าพึ่งไปไหนให้พักน่าจะดีที่สุด แต่สิ่งที่ตนเองสังเกตุ หลังจากพ่อโทรไปหาคือ เสียงสดใส ที่อิ๊งไม่ได้ยินมานานจริงๆ เขาสดใสขึ้น และรู้สึกว่าเขาคงสบายใจขึ้น คนเป็นลูกก็ดีใจอยู่แล้วที่เขารู้สึกว่า จิตใจ ในใจเขาดูดีขึ้นเลย เพราะพ่อเป็นคนที่แอ็กทีฟมาก พออยู่ที่เดิมนานๆเขา suffer แน่นอน และพ่อได้ขี้นบันไดเป็นครั้งแรก เขาก็บอกว่าเจ็บขา แต่ก็พักและพยายามเพราะถูกจำกัดที่มานาน ก็อยู่ระหว่างปรับตัว แต่จิตใจดี

“อาคารทางร่างกายก็เริ่มดีขึ้นบ้าง แต่จิตใจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนกรณีโรคเอ็นเปื่อยยุ่ย นั้น เป็นโรคคนแก่ ซึ่งตนเองได้ถามพ่อตอนที่เอ็นหลุดแล้วหมอให้ผ่าตัด ซึ่งพ่อบอกว่าแค่คว้าหยิบของ เอื้อมเร็วๆเท่านั้น ไม่ได้มีการล้มใดๆ ซึ่งเป็นโรคคนแก่ ก็สงสารพ่อเพราะผ่าตัดนาน” นางสาวแพทองธาร กล่าว

ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง อยากเจอนายทักษิณ นางสาวแพทองธาร บอกว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนอะไรออกมา แต่คิดว่าพ่อคงอยากเจอแน่นอน สำหรับคนที่เคยสนับสนุนพ่อ ไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อแดง หรือใครก็ตาม ส่วนสัปดาห์หน้าจะเปิดให้ใครเข้าเยี่ยมมากขึ้นหรือไม่นั้น ก็ยังไม่ทราบคิวเช่นกัน ยอมรับว่า ส่วนตัวที่ยังไม่ได้เปิดบ้านให้ใครเข้าพบพ่อ เพราะแอบห่วงเรื่องการติดไข้ จึงอยากให้รอสักพักให้พ่อภูมิคุ้มกันดีๆก่อน เพราะหากติดมาจะได้ไม่ทรุดมาก ถ้าคนเยอะๆ อาจจะยังไม่ให้เจอก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายทักษิณมีแพลนจะทำอะไรเรื่องการเมืองบ้าง นางสาวแพทองธาร บอกว่า ยังไม่ได้พูดอะไรเรื่องการเมือง แต่ตนเองในฐานะพรรคเพื่อไทย อยากให้คุณพ่อได้เจอคนในพรรคบ้าง เป็นการเจอแบบในเรื่องทางจิตใจ เพราะทุกคนและคนในพรรคก็คิดถึง จึงอยากให้พ่อได้เจอ ส่วนจะเมื่อไรยังไม่ทราบ คงต้องรอก่อนเพราะยังไม่รีบ ส่วนจะเจอที่พรรคหรือให้ลูกพรรคมาหาที่บ้านนั้น ตนเองก็ไม่ติดให้พ่อเป็นคนเลือกที่พ่อสะดวก แต่ก็แนะนำว่าอยากให้เจอเพื่อให้กำลังใจกัน และเป็นกำลังใจให้รัฐบาล แต่ถ้าพ่ออยากไปพรรค ก็จะได้ไปดูว่าตนเองนั่งทำงานตรงไหนด้วย เพราะพ่อไม่ได้เห็นมานานแล้ว

ส่วนที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาพบเมื่อวานนี้ นางสาวแพทองธาร ระบุว่า ตนเองก็ไม่รู้ล่วงหน้า รู้ตอนที่มาแล้ว ก่อนหน้านี้ นายกฯ เคยบอกว่า ไว้มีโอกาวจะมาเยี่ยมแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเลย นักข่าวยังรู้ก่อน ส่วนแขกที่พ่ออยากเจอมากที่สุด มองว่า คงเป็นญาติๆ แต่ไม่แน่ใจว่าพ่อจะนัดอย่างไร เพราะไม่ได้เจอหลายคน  และวันนี้ที่ทานข้าวกัน คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ก็มาร่วมรับประทานอาหารด้วย

สำหรับกรณีมีการวิพากวิจารณ์ว่ามีนายกรัฐมนตรี 2 คน คือนายเศรษฐา และนายทักษิณ นางสาวแพทองธาร ถอนหายใจเสียงดัง พร้อมระบุว่า ตอนที่คุณเศรษฐาพึ่งขึ้นตำแหน่งแล้วอยู่กับอิ๊ง ก็บอกเป็นนายกฯ 2 คน อยู่กับพ่อก็บอกเป็นนายกฯ 2 คน ให้คุณเศรษฐาทำหน้าที่ของคุณเศรษฐาไปดีหรือไม่ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้วมั้ย

นักข่าวพูดขึ้นว่า ตอนนี้เป็น 3 คนแล้ว นางสาวแพทองธาร ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วตอบว่า อิ๊งเป็นแม่ที่ลูกเป็นไข้อยู่ เสาร์อาทิตย์นี้ก็อยู่โรงพยาบาลไม่ได้ไปไหน สดใสแล้วได้กลับมาบ้านนี้

นางสาวแพทองธาร ยังฝากแจ้งสื่อมวลชนด้วยว่า ไม่อยากให้มารอที่บ้าน เพราะหากจะมีวีไอพีมาเยี่ยมนักข่าวจะทราบก่อนอยู่แล้ว และหากมีวีไอพีมาค่อยมาดีกว่าหรือไม่ เพราะซอยค่อนข้างเล็ก มีชาวบ้านเดินทางไปมา อาจจะสร้างความลำบาก จึงอยากให้มาเฉพาะวันที่มีวีไอพีมาดีกว่า จะได้ไม่รบกวนกัน พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนที่มาเกาะติดเฝ้าทำข่าว ในสภาพอากาศที่ร้อน

หัวกระไดไม่แห้ง “เสื้อแดง” ไปบ้านจันทร์ส่องหล้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569664

25 ก.พ. 2567

16:49 น.

หัวกระไดไม่แห้ง “เสื้อแดง” ไปบ้านจันทร์ส่องหล้า

“เสื้อแดง” ชูป้าย Welcome Home ทักษิณ หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ตอกกลับแดงที่ปันใจให้ส้ม ไม่ภูมิใจในพรรคตัวเอง กลายเป็นซอมบี้ ตอกก้าวไกลมีหัวหน้าพรรค 3 คน

ช่วงบ่าย 25 ก.พ.2567 นายนิยม นพรัตน์ หรือเค สามถุยส์ แกนนำกลุ่ม the red fc พรรคเพื่อไทย ถือป้ายข้อความ “Welcome Home ยินดีต้อนรับนายกขวัญใจมหาชนคนเสื้อแดงกลับบ้าน” หน้าบ้านจันทร์​ส่องหล้า 

นายนิยม บอกว่า วันนี้มาให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร เพราะ 2-3 วันที่ผ่านมา เห็นบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นคนเสื้อแดง แต่จริงๆแล้ว เป็นฝูงซอมบี้ส้มมาคุ้มคลั่งตรงนี้  วันนี้จึงนำกำลังใจของคนเสื้อแดงแท้ๆ มาส่งมอบให้กับนายทักษิณ และเจตนาของคนเสื้อแดงต่อสู้มาตั้งแต่ต้น เพื่อเรียกร้องให้นายทักษิณกลับบ้าน เพราะถูกรัฐประหาร ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่พอกลับมาแล้วกลับมาบอกว่านายกทักษิณหักหลังประชาชน คนพวกกินส้มจนสมองเพี้ยน สติปัญญาไม่มี ตอนนี้กลายเป็นฝูงซอมบี้ไปแล้ว ตอนนี้หันไปเชียร์ส้มแล้วแต่กลับไม่ภูมิใจในพรรคของตัวเอง กลับมาอ้างว่าเป็นคนเพื่อไทยแต่ถูกทักษิณหักหลัง ต้องเผาเสื้อสีแดงทิ้ง

ทั้งนี้ มองว่า บทบาทของนายทักษิณ  อยู่ที่การตัดสินใจของนายทักษิณเอง เราไม่ก้าวล่วง แต่ใจจริงของคนเสื้อแดง อยากให้ท่านกลับมาช่วยหรือเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาล ให้ความเห็นเกี่ยวกับการบริหารประเทศ เพราะนายทักษิณ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ เห็นได้จากผลงานที่ผ่านมา

ส่วนการกลับมาของนายทักษิณ ทำให้ไทยมีนายกฯ 2 คน นายนิยม บอกว่า คงไม่ใช่เป็นนายก 2 คน แต่เป็นการใส่ความพรรคการเมืองตรงข้าม ซึ่งต้องบอกว่าเป็นกระแสไอโอของพรรคส้ม และอยากย้อนถามพรรคก้าวไกล ตอนนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน ก็ ไม่ใช่หัวหน้าตัวจริงแน่นอน แต่พรรคก้าวไกลมีถึง 3 คน 

“สุวัจน์” เปิดงานวิ่ง KU RUN 3 หารายได้สร้าง รพ.เกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569663

25 ก.พ. 2567

16:32 น.

“สุวัจน์” เปิดงานวิ่ง KU RUN 3 หารายได้สร้าง รพ.เกษตรฯ

“สุวัจน์” เปิดงาน เดิน-วิ่ง ม.เกษตร KU RUN 3 ชิงถ้วยพระราชทาน หารายได้สร้างโรงพยาบาลคณะแพทย์ศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

25 ก.พ. 2567 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะนิสิตเก่า KU33 ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการโครงการ KU RUN 3 เป็นประธานเปิดตัวนักวิ่ง KU RUN 3 การแข่งขันเดิน วิ่ง การกุศล ซีรี่ย์ 4 สนาม 4 “ชมพูพันธุ์ทิพย์ @กำแพงแสน” เดินวิ่ง การกุศล เพื่อสร้างโรงพยาบาล ม.เกษตรศาสตร์ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ณ  สนามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นสนามที่ 4 สนามสุดท้าย โดยมี นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล นายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ

ดร.ไกร ตั้งสง่า อุปนายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์, อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ม.เกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ KU RUN 3 พร้อมนักวิ่งนิสิตนักศึกษาศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจุบันถึง 2,000 คน

นายสุวัจน์ กล่าวว่าสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันจัดโครงการเดินวิ่งเพื่อการกุศล KU RUN ครั้งที่ 3 สนามที่ 4 วิทยาเขตกําแพงแสน หรือ “วิ่งชมพูพันทิพย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล การจัดการวิ่ง การเดินการกุศลในครั้งนี้ ถือว่ามีวัตถุประสงค์ที่สําคัญ คือ การสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะชาวเกษตร ซึ่งวันนี้เรามีถึงรุ่นที่ 83 ถือว่ามีอายุเก่าแก่มาก ศิษย์เก่านับแสนคนที่ได้ออกไปรับใช้ประเทศชาติและสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย

ดังนั้น วันนี้ ถือว่าเป็นการพบปะ สังสรรค์กัน ถือว่าได้รื้อฟื้นความหลัง และประโยชน์ที่เราได้มาเจอกันทําให้เกิดความรัก ความผูกพัน และจะเป็นพลังของชาวเกษตรที่จะทํางานรับใช้พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

สำหรับมหาวิทยาลัยในการเป็นครั้งแรกที่จะมีคณะแพทย์ มีโรงพยาบาล ถือว่าเป็นความก้าวหน้าทางด้านวิชาการ และกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นประโยชน์ในการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนชาวไทย แต่ว่างบประมาณที่ได้รับยังไม่เพียงพอ ถือว่าเป็นภาระหน้าที่ร่วมกันของชาวเกษตรทุกท่านที่จะได้ช่วยกันจัดกิจกรรมดีๆ แล้วนํารายได้ในการที่จะสร้างโรงพยาบาล และคณะแพทย์ให้ประสบความสําเร็จต่อไป รวมทั้งรายได้ส่วนหนึ่ง ทางสมาคมนิสิตเก่า และมหาวิทยาลัย ก็จะได้ใช้กิจกรรมด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์

“ผมต้องถือโอกาสนี้ ขอบคุณท่านอธิการ ท่านนายกสมาคม และคณะผู้บริหารที่ได้มีจิตมุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมดีๆ และอยากให้มีการจัด KU RUN เป็นประเพณีของชาวเกษตร เพราะว่าเราเป็นมหาลัยที่มีหลาย Campus แต่ละ Campus เราก็มีความสวยงามทุกแห่ง”นายสุวัจน์ กล่าว

“วิสุทธ์ ไชยณรุณ“ ปธ.วิปรัฐบาล” คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569662

25 ก.พ. 2567

16:12 น.

“วิสุทธ์ ไชยณรุณ“ ปธ.วิปรัฐบาล" คนใหม่

“วิสุทธ์ ไชยณรุณ“ นั่ง ปธ.วิปรัฐบาล คนใหม่ แทนอดิศร เพียงเกษ ลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ ยันไม่มีความขัดแย้ง ขอ สส. ให้ความสำคัญงานประชุม

นายวิสุทธ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยืนยันหลังนายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งเป็นประธานวิปรัฐบาล แทนนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ยื่นหนังสือลาออกจากประธานวิปรัฐบาลแล้ว คาดว่าวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ จะได้รับหนังสือแต่งตั้ง พร้อมทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาคอยช่วยนายอดิศรมาหลายเดือนแล้ว พร้อมยืนยันว่า ไม่มีปัญหาความขัดแย้งภายใน แต่เป็นเพราะนายอดิศร มีปัญหาสุขภาพ 

นายวิสุทธ์ กล่าวว่า กระบวนการทำงานของวิปรัฐบาลนั้น ไม่มีปัญหา แต่อยากฝากถึงประชาชนว่า ไม่ควรเชิญ สส.ไปงานในพื้นที่ช่วงวันพุธและวันพฤหัสบดี เนื่องจากเป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ สส. ได้ทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่ หรือหากเห็น สส.ไปในพื้นที่ช่วงวันพุธ หรือวันพฤหัส ก็อยากให้ฝากเตือน สส.ให้มาเข้าร่วมประชุม เพราะถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้แทนที่จะต้องเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณากฎหมายที่สำคัญ หากไม่ได้เข้าร่วมประชุมแล้วอยู่ในพื้นที่ อาจจะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก และถือเป็นการป้องกันการเช็คองค์ประชุม หรือทำสภาล่มได้  จึงขอให้ประชาชนเข้าใจด้วย

สำหรับผู้ที่จะมาเป็นกรรมการวิปรัฐบาล สัดส่วนพรรคเพื่อไทย แทนนายอดิศร คือ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

ปชช. ไม่เห็นด้วย อำนาจราชทัณฑ์ ลดโทษ – พักโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569648

25 ก.พ. 2567

12:54 น.

ปชช. ไม่เห็นด้วย อำนาจราชทัณฑ์ ลดโทษ - พักโทษ

เปิดผลสำรวจ “นิด้าโพล” ประชาชนไม่เห็นด้วย อำนาจราชทัณฑ์ ลดโทษพักโทษ ควรมีกรรมการคนนอกพิจารณาด้วย เชื่อ “ทักษิณ” มีบทบาทให้คำปรึกษาพรรคเพื่อไทย

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดผลสำรวจความเห็น เรื่อง “อำนาจราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ” จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,310 ตัวอย่าง โดยสอบถาม 3 ประเด็น

1. อำนาจของกรมราชทัณฑ์ในการพิจารณาลดโทษ หรือพักโทษให้กับนักโทษหลังจากศาลมีคำพิพากษา พบว่า

– ร้อยละ 40.00 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

– ร้อยละ 19.47 ระบุว่า เห็นด้วยมาก

– ร้อยละ 19.16 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย

– ร้อยละ 18.01 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย

– ร้อยละ 3.36 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

2. การพิจารณาลดโทษ หรือพักโทษของกรมราชทัณฑ์ ควรมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมเป็นกรรมการ พบว่า

– ร้อยละ 41.69 ระบุว่า เห็นด้วยมาก

– ร้อยละ 24.58 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย

– ร้อยละ 24.27 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

– ร้อยละ 8.70 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย

– ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 

3. สถานการณ์ทางการเมืองหลังนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษ พบว่า

– ร้อยละ 50.38 ระบุว่า นายทักษิณ จะมีบทบาทในการให้คำปรึกษากับพรรคเพื่อไทย

– ร้อยละ 28.93 ระบุว่า การชุมนุมต่อต้านนายทักษิณ จะไม่สามารถจุดติดเป็นการชุมนุมใหญ่ 

– ร้อยละ 26.72 ระบุว่า คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจะลดลงจากบทบาทที่มากขึ้นของนายทักษิณ 

– ร้อยละ 21.68 ระบุว่า การชุมนุมต่อต้านนายทักษิณ จะสามารถจุดติดเป็นการชุมนุมใหญ่ 

– ร้อยละ 19.69 ระบุว่า การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะเข้มข้นขึ้น 

– ร้อยละ 19.24 ระบุว่า เร็วๆ นี้จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี 

– ร้อยละ 17.63 ระบุว่า นายทักษิณ จะไม่ยุ่งกับการเมืองอีกแล้ว 

– ร้อยละ 17.02 ระบุว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 

– ร้อยละ 14.43 ระบุว่า ประเทศไทยจะดูเหมือนมี นายกรัฐมนตรี สองคน 

– ร้อยละ 12.21 ระบุว่า ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองยังคงอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล 

– ร้อยละ 11.15 ระบุว่า ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองจะย้ายไปอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า 

– ร้อยละ 11.07 ระบุว่า จะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จากนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นน.ส.แพทองธาร ชินวัตร 

– ร้อยละ 9.54 ระบุว่า คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจะสูงขึ้นจากบทบาทที่มากขึ้นของนายทักษิณ 

– ร้อยละ 6.11 ระบุว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะเป็นมิตรกันมากขึ้น 

– ร้อยละ 10.00 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

นิด้าโพล หัวข้อ “อำนาจราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ”นิด้าโพล หัวข้อ “อำนาจราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ”

“จ่าประสิทธิ์” อยากเจอทักษิณ แต่เข้าไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569646

25 ก.พ. 2567

12:43 น.

"จ่าประสิทธิ์" อยากเจอทักษิณ แต่เข้าไม่ได้

“จ่าประสิทธิ์” มาไกลจากศรีสะเกษ ถึงหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า แต่พบ ”ทักษิณ“ ไม่ได้ เหตุไม่ได้ประสานล่วงหน้า ขอสำนึกบุญคุณ อยากให้เป็นนายกฯ อีกครั้ง

25 ก.พ. 2567 จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาจากจังหวัดศรีสะเกษ มากดกริ่งหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ขอเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีการตอบรับ เพราะไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า

จ.ส.ต.ประสิทธิ์ บอกว่า วันนี้ตั้งใจ มาพบกับนายทักษิณ เพื่อให้กำลังใจ เพราะนายทักษิณเป็นคนที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทยและคนไทยมากมาย ประทับใจเรื่องนโยบายที่ทำให้ประชาชนคนบ้านนอกได้อยู่ดีกินดี ที่ผ่านมานายทักษิณ ก็ได้ให้ความเมตตากับตนเองมาตลอด แม้จะเคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ที่ผ่านมามีโอกาสได้เข้าไปพบหลายครั้งตั้งแต่อยู่ที่ดูไบ สิงคโปร์ และวันนี้นายทักษิณกลับมาที่ประเทศไทยแล้ว จึงถือโอกาสเข้ามาเยี่ยม เพื่อแสดงความสำนึกบุญคุณ รู้สึกชื่นชมและประทับใจ รักและเคารพท่านมาตลอด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้นายทักษิณมารับตำแหน่งไหน จ.ส.ต.ประสิทธิ์ บอกว่า “ตำแหน่งไหนก็ได้ที่ได้ประโยชน์กับประเทศไทย ถ้าเป็นนายกฯ ได้ยิ่งดี เพราะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ หรือเป็นที่ปรึกษาก็ได้ เพราะท่านอยู่ตรงไหนก็ได้ประโยชน์

ส่วนที่คนมองว่าประเทศไทยมีนายกฯ 2 คน นั่นเป็นเพียงความคิดของคนที่ไม่เห็นด้วย ตนอยากให้ความขัดแย้งจบลง อยากให้นายทักษิณกลับมาบริหารประเทศ เพราะประเทศบอบช้ำมามากแล้ว และการที่นายเศรษฐาเข้าพบกับนายทักษิณ ก็ไม่ได้เข้ามาพบนายทักษิณเพียงคนเดียว แต่ที่ผ่านมาก็มีการเดินสายพบทุกอดีตนายกฯ หลายคน จึงอยากให้ทุกคนเปิดใจกว้าง และมองเรื่องการพัฒนาประเทศ