‘สมศักดิ์’ สั่งเขตตรวจราชการ เร่งรวบรวมโครงการน้ำ โยกงบพัฒนาด้านอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569641

25 ก.พ. 2567

11:16 น.

'สมศักดิ์' สั่งเขตตรวจราชการ เร่งรวบรวมโครงการน้ำ โยกงบพัฒนาด้านอื่น

‘สมศักดิ์’ สั่งเขตตรวจราชการ 12,17,18 เร่งรวบรวมโครงการน้ำเสนอของบจาก สทนช. โยกงบไปพัฒนาด้านอื่น เร่งผลักดันโคแสนล้านขจัดความยากจน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมและติดตามการปฏิบัติราชการในเขตตรวจราชการที่ 12 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เขตตรวจราชการที่ 17 ตาก พิษณุโลกเพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ และเขตตรวจราชการที่ 18 กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ตนมีอำนาจในการอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้แก่หน่วยงานของรัฐ โครงการต่างๆ เป็นเรื่องของอาชีพและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น  ถนน แหล่งน้ำ โดยทั้งสองสิ่งนี้ตนอยากทำให้มากที่สุด พร้อมมองว่าเรื่องน้ำ สามารถของบประมาณจาก สทนช.ได้ ซึ่งจะทำให้งบประมาณในส่วนนี้ สามารถนำไปพัฒนาด้านอื่นได้อีก ดังนั้นขอให้ผู้ตรวจราชการช่วยกันรวบรวมโครงการที่เกี่ยวกับน้ำทั้งหมด เพื่อผลักดันเข้าสู่เว็ปไทยวอเตอร์แพลน ให้ สทนช.พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป 

ส่วนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน นายสมศักดิ์ ระบุว่า ได้ผลักดันโครงการโคแสนล้าน ในแต่ละจังหวัดอย่างน้อยต้องมีประมาณ 5,000 ครอบครัว โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันพิจารณาว่า ครอบครัวไหนบ้างที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการเลี้ยงวัว

โดยจากการทำโครงการนำร่อง 4 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงขอให้ทางจังหวัดช่วยอบรมในเรื่องผสมเทียม จะได้มีสัตวบาลอาสา ซึ่งตนอยากให้มีตำบลละ 1 คน จะได้เพียงพอต่อการดูแลสมาชิกที่เลี้ยงวัว โดยกองทุนหมู่บ้านฯ มีสมาชิก 13 ล้านคน หากเริ่มต้นเลี้ยง 2 ตัว ผ่านไป 4 ปี จะมีรายได้รวมทั้งหมดถึง 5 แสนล้านบาท 
 

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนครอบครัวที่ยากจน ตนอยากให้มีการจัดอบรมการทำบัญชีครัวเรือน เพื่อจะได้รู้การใช้จ่ายและการอดออม รวมถึงการหารายได้เพิ่ม ตนจึงเสนอโครงการวัว เพื่อเป็นรายได้เสริม ส่วนเกษตรฯด้านอื่น ตนก็ยินดีที่จะส่งเสริมอาชีพให้ มั่นใจว่า หากเราไม่ทำในเรื่องของปศุสัตว์ ประชาชนจะไม่สามารถหลุดพ้น จากความยากจนได้ ตนจึงผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน

'สมศักดิ์' สั่งเขตตรวจราชการ เร่งรวบรวมโครงการน้ำ โยกงบพัฒนาด้านอื่น

เช็กด่วน กรมการจัดหางาน รับผู้ฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ปี 67 ยื่นออนไลน์ ฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569613

24 ก.พ. 2567

13:28 น.

เช็กด่วน กรมการจัดหางาน รับผู้ฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ปี 67 ยื่นออนไลน์ ฟรี

เช็คด่วน ! กรมการจัดหางาน รับสมัครผู้ฝึกงานผ่านองค์กร IM Japan ปี 67 ประเภทงานอุตสาหกรมการผลิตและอุตสาหกรรม 5 รอบ” ยื่นออนไลน์ ฟรี!

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2567 ครั้งที่ 4 ในตำแหน่งผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมก่อสร้าง ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 

กรมการจัดหารงาน ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าเมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี โดยผู้ผ่านการคัดเลือก เดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 19,000 บาท ค่าที่พัก ค่าน้ำ – ค่าไฟ ฟรี เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนด หรือประมาณ 41,000 บาทต่อเดือน ไม่รวมค่าทำงานล่วงเวลา

เมื่อฝึกครบตามกำหนด จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพ จำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 145,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย รวมรายได้จากการทำงานตลอด 3 ปี ประมาณ 1.6 ล้านบาท

โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และศึกษาวิธีการสมัคร คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ที่เมนูข่าวประกาศรับสมัคร หัวข้อ ประกาศคณะอนุกรรมการจัดส่งผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานประเทศญี่ปุ่น

นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการรับสมัครทำงานในครั้งนี้ เปิดรับทั้งสิ้น 5 รอบ

โดยรอบที่ 1 รับสมัครวันที่ 12 กุมภาพันธ์ – 9 มีนาคม 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 13 มีนาคม 2567

รอบที่ 2 รับสมัครวันที่ 10 – 31 มีนาคม 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 12 เมษายน 2567

รอบที่ 3 รับสมัครวันที่ 1 – 30 เมษายน 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 3 พฤษภาคม 2567

รอบที่ 4 รับสมัครวันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 7 มิถุนายน 2567

รอบที่ 5 รับสมัครวันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 5 กรกฎาคม 2567

คุณสมบัติเบื้องต้นเปิดรับเพศชาย อายุ 18 – 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)  ไม่จำกัดสาขาวิชา ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือเป็นผู้ต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้น

โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกฯ จะไปฝึกงานในประเภทอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ งานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ งานบำรุงรักษาเครื่องจักร งานหล่อหรือขึ้นรูปพลาสติก งานซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ งานแปรรูปอาหาร เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง อาทิ งานนั่งร้าน งานก่อสร้างแบบหล่อ งานก่อสร้างโครงเหล็ก งานทำระบบกันซึม งานเดินท่อ เป็นต้น 

ทั้งนี้ กรมการจัดหางานจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน doe.go.th/prd หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailand หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือ โทร.1506 กด 2

‘เศรษฐา’ นั่ง รถประจำตำแหน่ง คันใหม่ เข้า บ้านจันทร์ส่องหล้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569611

24 ก.พ. 2567

13:07 น.

'เศรษฐา' นั่ง รถประจำตำแหน่ง คันใหม่ เข้า บ้านจันทร์ส่องหล้า

‘เศรษฐา’ นั่ง Lexus รถประจำตำแหน่ง คันใหม่ เข้า บ้านจันทร์ส่องหล้า พบ ‘ทักษิณ’ ยิ้มแย้ม ทักทายสื่อ คนแห่ส่องเลขทะเบียนรถ

เมื่อเวลา 12.20 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งรถ All NEW Lexus LM 350h Executive 4-Seater สีเงิน Sonic Titanium หมายเลขทะเบียน “สร 30 กรุงเทพมหานคร” ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล กองยานพาหนะจัดหา และเพิ่งส่งมอบให้เมื่อช่วงเช้า เดินทางมายังบ้านจันทร์ส่องหล้า ที่เป็นบ้านพักของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ

รถประจำตำแหน่งนายกฯรถประจำตำแหน่งนายกฯ

โดยนายเศรษฐา ได้ลดกระจกลง ยกรับมือไหว้ทักทายสื่อมวลชน ที่ปักหลักติดตามสถานการณ์อยู่ที่บริเวณด้านหน้าบ้าน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางพลัด มาคอยดูแลตรวจสอบความเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ เวลา 11.47 น พบว่า มีรถ Mercedes Benz​ รุ่น​ s 580 e ป้ายแดง​ หมายเลขทะเบียน ร​ 3355 กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าภายในบ้านพักของนายทักษิณ​ ซึ่งเป็นคันเดียวกันกับที่ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน ประธานคณะองคมนตรีกัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ใช้ในเดินทางมาเมื่อวันก่อน​ ซึ่งมีรายงานว่าเป็นรถของคนภายในบ้าน

เศรษฐาเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าเศรษฐาเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า

รทสช. ไม่ยอม “รองอ๋อง” ทำผิดข้อบังคับ ตัดบทอภิปราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569558

23 ก.พ. 2567

14:40 น.

รทสช. ไม่ยอม “รองอ๋อง” ทำผิดข้อบังคับ ตัดบทอภิปราย

“รองโฆษก รทสช.” ซัด “รองอ๋อง” ตัดบท สส.รทสช. อภิปรายแก้ปัญหาสายไฟฟ้าลงดิน ไม่วางตัวเป็นกลาง ส่อขัดข้อบังคับการประชุม

23 ก.พ. 2567 นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงเหตุการณ์ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ กรณีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1  ตัดบทไม่ให้นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ อภิปรายลงรายละเอียด ระหว่างตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร ทั้งที่กำลังอภิปรายตามกรอบเวลา ถูกต้องตามข้อบังคับ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ถูกต้อง และไม่เคยมีประธานในที่ประชุมคนใดเคยทำมาก่อนในประวัติศาสตร์ การปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ส่อเข้าข่ายผิดข้อบังคับการประชุมข้อ 9 วรรค 1 ที่ระบุไว้ชัดว่าประธานฯ ต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่  แต่นายปดิพัทธ์กลับใช้อำนาจกลั่นแกล้งปิดปาก อ้างผู้อภิปรายพูดร่ายยาวซ้ำซาก

“เท่าที่เปิดเทปฟังการอภิปรายย้อนหลัง นายอัครเดชอภิปรายย้ำถึงการนำสายไฟสื่อสารลงใต้ดินประหยัดงบประมาณได้หลายสิบล้านพูดตัวเลข 70-80 ล้านบาทไม่กี่ครั้ง เพราะเป็นตัวเลขสำคัญชี้ให้ประชาชนเห็นถึงการประหยัดงบประมาณของรัฐได้จำนวนมาก ขณะนั้นผู้อภิปรายใช้เวลาไปยังไม่ถึง 10 นาที จากสิทธิอภิปรายเต็ม 15 นาที ถูกหลักเกณฑ์ทุกอย่าง แต่ไม่เข้าใจเหตุใดประธานที่ประชุมจึงใช้อำนาจตัดบทเช่นนี้” นายพงศ์พล กล่าว

“ศิริกัญญา” ชี้ เศรษฐกิจฟื้นช้า ต้องมีมาตรการอื่น ไม่ใช่รอแต่เงินดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569553

23 ก.พ. 2567

13:52 น.

“ศิริกัญญา” ชี้ เศรษฐกิจฟื้นช้า ต้องมีมาตรการอื่น ไม่ใช่รอแต่เงินดิจิทัล

ศิริกัญญา รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า รัฐบาลต้องใช้มาตรการอื่นๆ กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่จะรอแต่เงินดิจิทัล 10,000 บาท เตรียมข้อมูลอภิปรายไว้แล้ว ทันสมัยประชุมนี้แน่นอน

23 ก.พ. 2567 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความคืบหน้ารวบรวมข้อมูลเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยังคงรวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและประเด็นอื่นๆ เพื่อเตรียมพร้อมการอภิปรายของฝ่ายค้าน พร้อมหยิบยกตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่ควรจะเป็น คาดหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ในทันที ไม่ควรรอดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เท่านั้น แม้ว่ารัฐบาลจะยังใช้งบประมาณปี 2567 ไม่ทัน แต่ในฐานะกรรมาธิการยืนยันว่า พิจารณาอย่างเต็มที่ ขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จในชั้นกรรธิมาการ และสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3 ได้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ 2-3 สัปดาห์ พร้อมแนะให้รัฐบาลทำคนละครึ่ง หนุนท้องถิ่นนำงบออกมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ควรรอแต่ดิจิทัลวอลเล็ต

“ระหว่างที่งบงบประมาณยังไม่ออก ยังมีหลายเรื่องที่รัฐบาลสามารถใช้มาตรการทางการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น เงินสะสมขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีกว่า 1.8 แสนล้านบาท แน่นอนมีการปลดล็อคให้สามารถนำมาใช้ได้ง่ายขึ้นเพียง แค่ผ่านการอนุมัติในแต่ละสภาของแต่ละท้องถิ่น สามารถทำได้เลย เพียงแต่ยังไม่มีแรงจูงใจจากภาครัฐส่วนกลางที่จะให้ท้องถิ่นนำเงินออกมาใช้ เพื่อให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นหรือเศรษฐกิจฐานรากสามารถดำเนินต่อไปได้ระหว่างที่งบประมาณยังไม่ออก เราเสนอว่ารัฐบาลควรมีมาตรการ คล้ายๆ คนละครึ่ง หากท้องถิ่นนำเงินออกมาใช้ครึ่งนึงแล้วรัฐบาลสมทบอีกครึ่งหนึ่งเพื่อให้ 180,000 ล้านบาท ให้มากขึ้นเป็น 3 แสนล้าน โดยใช้งบกลางมีการอนุมัติงบไปก่อนกว่า 60,000 ล้านบาท“ นางสาวศิริกัญญากล่าว

รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันว่า สมัยประชุมนี้จะมีการอภิปรายของฝ่ายค้านแน่นอน อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและตัดสินใจว่าเป็นการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ เพื่อให้ข้อเสนอแนะกับทางรัฐบาลนำไปพิจารณาปรับใช้ด้วยชี้เห็นถึงปัญหา หรือจะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งใช้สิทธิ์อภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หรือ 152 แน่นอน และการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นประเด็นหนึ่งที่จะนำไปสู่การอภิปรายของฝ่ายค้านในครั้งนี้ด้วย

“เศรษฐา” ห่วง ย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ต้องพิจารณาให้ครบ ต้องไม่กระทบส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569551

23 ก.พ. 2567

13:32 น.

“เศรษฐา” ห่วง ย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ต้องพิจารณาให้ครบ ต้องไม่กระทบส่งออก

“นายกฯ “ ประชุมมอบนโยบาย กทม. ย้ำข้อเสนอย้ายท่าเรือคลองเตย ต้องพิจารณาทุกองค์ประกอบ ต้องไม่กระทบการส่งออก “ชัชชาติ” ยกตัวอย่างมหานครทั่วโลก ย้ายท่าเรือออกนอกเมืองหมด

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง เป็นประธานประชุมติดตามความก้าวหน้าการเร่งรัดการพัฒนากรุงเทพมหานคร ร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. และผู้บริหาร กทม.
 

โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอ กทม. ให้ย้ายท่าเรือคลองเตยว่า ต้องคำนึงถึงเรื่องการขนส่งที่เป็นฐานการส่งออก ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ต้องพิจารณาให้ครบทั้งองค์ประกอบ ทั้งการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง เฟส 2 และเฟส 3 หากโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ ต้องทำต่อเนื่องกันไป ต้องไม่ให้กระทบกับส่งออก

ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. บอกว่า การย้ายท่าเรือคลองเตย อยู่ในวาระเรื่องฝุ่นแห่งชาติตั้งแต่ปี 2562 และเป็นเรื่องที่ทบทวนว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่จากตัวอย่างมหานครต่างๆ ทั่วโลก มีการย้ายท่าเรือออกข้างนอกหมด ซึ่งช่วยควบคุมน้ำทะเลที่หนุนสูงได้อีกด้วย แต่เรื่องนี้คงต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบอีกครั้ง

“นายกฯ” สั่งเข้มด่านเมืองกาญจน์ – ระนอง สกัดยาเสพติด สินค้าเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569550

23 ก.พ. 2567

13:15 น.

“นายกฯ” สั่งเข้มด่านเมืองกาญจน์ – ระนอง สกัดยาเสพติด สินค้าเถื่อน

“นายกฯ” ชม ภาคเหนือ จัดการปัญหายาเสพติด-สินค้าเถื่อน ดีเยี่ยม เรียก ผบช.ภ. 7 กำชับพวกลักลอบเข้าทางเมืองกาญจน์ พูดตรงไปตรงมา “ยังทำงานไม่ดีพอ” สั่งทำงานเชิงรุกปิดช่องทางเข้าทุกเส้นทาง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงการเชิญ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7  หารือประเด็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดเมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ที่รัฐสภาว่า เมื่อสักครู่นี้ยังได้มีโอกาสพูดคุยกับพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกไปว่าพื้นที่ภาคเหนือเรามีการจัดการปัญหาภาพรวมได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้าเถื่อน เรื่องยาเสพติด หรือปัญหาการเผาที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ต่างๆ เหล่านี้ ภาคเหนือถือว่าทำได้ดีมาก ถือว่ามีการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงฝ่ายศุลกากรเองก็ดี

ขณะเดียวกันเมื่อทำได้ดีในพื้นที่ภาคเหนือ ผู้กระทำความผิดยังมีการลักลอบเข้ามาทางจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพบมีการกระทำความผิดกฎหมายเยอะ และพบว่าจุดความร้อนก็ไปอยู่ที่เมืองกาญจน์เยอะขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ไปมาก็เห็นชัดเจน  สินค้าเถื่อนก็เข้ามาที่เมืองกาญจน์ ยาเสพติดที่เมืองกาญจน์ก็มีเยอะ ต้องคุยอย่างตรงไปตรงมาว่า “ยังทำงานไม่ดีพอ” และตนก็ได้พูดคุยกับพลเอกเจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ท่านก็เข้าใจเร่งลงพื้นที่เข้มงวดกวดขันเรื่องนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า วันนี้ก็ได้พูดคุยกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านก็เข้าใจว่าจะลงไปบริหารจัดการปัญหาเอง แต่ถ้าไม่ดีขึ้น “ตนจะลงไปดูปัญหาเอง” เพราะถือว่าเป็นจุดยุทธศาตร์สำคัญเลยก็ว่าได้ เมื่อวานนี้ที่ไปรัฐสภาก็ได้เจอ สส.พื้นที่ ได้กำชับว่าให้เข้มงวดมากขึ้นด้วย ขอให้ลงพื้นที่มากขึ้น เพื่อถามไถ่ความทุกข์สุขของประชาชนว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และก็ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นธรรมกับหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกหรือไม่ เพราะเข้มงวดอีกทาง ผู้กระทำความผิดก็จะเข้ามาอีกทางหนึ่ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถูกต้องครับ เราต้องทำงานเชิงรุก ตอนนี้ได้สั่งการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดระนอง เพราะไม่ใช่ปิดทางกาญจน์ ก็ไปโผล่ที่ระนองอีก

“เศรษฐา” ย้ำ “คดีบิ๊กโจ๊ก – มินนี่” ไม่ไว้หน้า หากพบผิดกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569545

23 ก.พ. 2567

12:11 น.

“เศรษฐา” ย้ำ “คดีบิ๊กโจ๊ก - มินนี่” ไม่ไว้หน้า หากพบผิดกฎหมาย

“เศรษฐา“ ย้ำ “คดีบิ๊กโจ๊ก – มินนี่” ต้องเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ไว้หน้าใคร หากพบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทำผิดกฎหมาย ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้พื้นที่สื่อตอบโต้ ไม่เหมาะสม

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์​ หักพาล รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​ แถลงหลังถูกแจ้งกล่าวหาในมาตรา​ 157 และ​มาตรา​ 149 ในคดีเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์มินนี่ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นการเมือง​ แต่เป็นประเด็นการกระทำผิดกฎหมาย ที่ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด รัฐบาลนี้ยึดตามหลักการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องให้ความเป็นธรรมก่อนทั้งสองฝ่าย

ส่วนที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนพัวพันเรื่องที่ผิดกฎหมาย​ จะทำให้ความไว้วางใจของประชาชนลดน้อยลงหรือไม่​ นายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่า​ อยากพิสูจน์โดยเร็ว ยึดกฎหมายเป็นหลัก​ โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่ายที่ถูกกล่าวโทษด้วย เชื่อว่า​ทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว คงทราบว่าอะไรควรทำหรือไม่ และเมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำ ว่าการที่ผู้รักษากฎหมายทำผิดกฎหมาย​เสียเอง นายกรัฐมนตรี​ สวนกลับทันทีว่า อย่าเพิ่งพูดว่าเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย

ส่วนการออกมาใช้พื้นที่ตอบโต้ผ่านสื่อ เป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่​ นายกรัฐมนตรี​ ระบุว่า ก็ไม่อยากให้ทำ ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น​ ตนก็ไม่ไว้หน้าอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“ชัยชนะ” ทวงข้อมูลกรมราชทัณฑ์ แจงระเบียบ – งบ “ทักษิณ” นอน รพ.ตำรวจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569509

22 ก.พ. 2567

18:04 น.

“ชัยชนะ” ทวงข้อมูลกรมราชทัณฑ์ แจงระเบียบ - งบ “ทักษิณ” นอน รพ.ตำรวจ

ประธาน กมธ. ตำรวจฯ เดินหน้าทวงข้อมูลกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงระเบียบ – งบ “ทักษิณ” นอน รพ.ตำรวจ ดักคอเจ้าหน้าที่ ถ้าทำผิดกฎหมาย เจอวิบากกรรม

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ กล่าวถึงการตรวจสอบการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า คิดว่าเราคงไม่ตรวจสอบนายทักษิณ แต่จะต้องตรวจสอบกระบวนการ สิ่งที่กรมราชทัณฑ์ต้องตอบสังคมคือหลักการปฏิบัติผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วย เวลาเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล อยู่ภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ และต้องใช้เงิน สปสช. ในการจ่ายเงินค่ารักษา เพราะฉะนั้นกรมราชทัณฑ์ต้องตอบให้ได้ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ที่รักษาตัวโรงพยาบาลตำรวจก่อนหน้านี้ ใช้สิทธิ์อะไรถึงไม่ได้นอนห้องทั่วไปเหมือนกับคนอื่น นอนห้องชั้น 14 ใช้สิทธิ์ตรงไหน หากสามารถใช้เงินเกินสิทธิ์ สปสช. และสามารถใช้เงินของครอบครัวได้ ก็ต้องตอบให้ชัดเจนว่าใช้ระเบียบข้อไหน จะได้ชี้แจงกับญาตินักโทษทั่วประเทศ ว่าใครที่พอมีเงิน ญาติถูกขังอยู่ที่โรงพยาบาล ก็สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้เหมือนกัน

ส่วนจะมีการใช้อำนาจคณะกรรมาธิการเรียกตรวจบันทึกข้อมูลย้อนหลัง ว่านายทักษิณรับโทษในโรงพยาบาลตำรวจจริงหรือไม่ นายชัยชนะ บอกว่า เป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลตำรวจกับกรมราชทัณฑ์เป็นคนยืนยันกับสังคม แต่หน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ เราถามว่าค่ารักษาพยาบาลที่ใช้งบของสปสช. และมีระเบียบของกรมราชทัณฑ์รองรับ ใช้ระเบียบข้อใด แล้วการที่นายทักษิณเดินเข้าเรือนจำวันแรกได้กรอกใบ รท.101 หรือไม่ ทำไมถึงไม่ตัดผม ทำไมถึงไม่มีการกักตัว 7-10 วัน เป็นหน้าที่ที่กรมราชทัณฑ์ต้องตอบคณะกรรมาธิการฯ มาเป็นเอกสารให้ได้ ซึ่งตนเองได้ทวงถามเป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่กรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้ให้คำตอบ จึงส่งเสียงถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ต้องกล้าชี้แจงต่อสังคม

“วันนี้นายทักษิณได้รับอิสรภาพสู่อ้อมกอดความรักของครอบครัวแล้ว แต่บุคคลที่อยู่ในกระบวนการ เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าทำถูกต้องก็จบไม่ได้มีอะไรผิด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่กระทำอะไรที่ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อระเบียบ เชื่อผมเถอะครับ หลังจากนี้คุณจะเจอวิบากกรรมในชีวิต” นายชัยชนะ กล่าว

ส่วนความคืบหน้าต่อไปของคณะกรรมาธิการฯ นายชัยชนะ กล่าวว่า ได้ทวงถามเป็นหนังสือไปแล้วรอหนังสือตอบกลับจากกรมราชทัณฑ์อยู่ ถ้ากรมราชทัณฑ์ตอบเรื่องนี้ชัดเจน สังคมก็ไม่มีอะไรสงสัย ตนเองไม่ขอวิจารณ์อาการป่วย เพราะถือว่ามนุษย์ทุกคนป่วยกันได้ตลอดเวลา แต่สงสัยกระบวนการ ในเมื่อเราเรียกร้องว่าสังคมนี้ต้องมีความยุติธรรม สังคมต้องไม่มี 2 มาตรฐาน ถ้าเมื่อไหร่คนเรียกร้องใช้เรื่องนี้เสียเอง ผมคิดว่าสังคมก็จะลงโทษคนเหล่านี้พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร

ทดสอบ “หุ่นยนต์นำทาง” แก้ปัญหาเดินหลงทางใน “รัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569486

22 ก.พ. 2567

13:46 น.

ทดสอบ “หุ่นยนต์นำทาง” แก้ปัญหาเดินหลงทางใน “รัฐสภา

ทดสอบระบบ “หุ่นยนต์นำทาง” แก้ปัญหาคนเดินหลงทางในรัฐสภา หาห้องประชุมไม่เจอ สื่อ – สส. – ข้าราชการ ลองเรียกใช้ หวังผลทดสอบได้ใช้จริง

22 ก.พ. 2567 เจ้าหน้าที่ของ PTT Raise บริษัทลูกของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำหุ่นยนต์อัจฉริยะนำทางมาทดลองระบบ เพื่อใช้กับอาคารรัฐสภา แก้ไขปัญหาผู้มาติดต่อราชการหลงทาง เนื่องจากอาคารรัฐสภามีพื้นที่กว้าง ห้องประชุมจำนวนมาก ทำให้คนที่ไม่เคยมาไปห้องประชุมไม่ถูก โดยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง เป็นผู้ริเริ่มไอเดียใช้หุ่นยนต์นำทางอำนวยความสะดวกให้ผู้มาติดต่อราชการ ตามนโยบายรัฐสภายุคใหม่

เจ้าหน้าที่ที่มาทดสอบระบบ ระบุว่า ขั้นตอนการทำงาน เพียงแค่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปที่ห้องไหน กรอกข้อมูลลงไปที่หน้าจอของ หุ่นยนต์ เพียงเท่านี้หุ่นยนต์ก็จะนำทางไปยังที่หมาย เมื่อส่งถึงที่หมายแล้ว และหุ่นยนต์จะกลับมายังที่จุดเริ่มต้น เพื่อรอให้บริการคนต่อไป หรือหากเจอระหว่างทาง ก็สามารถเรียกใช้บริการได้ทันที

เจ้าหน้าที่ย้ำว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองระบบ ยังไม่มีการสั่งซื้อหุ่นยนต์ หากผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ หวังว่าทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะอนุมัติงบประมาณ เพื่อจัดซื้อมาใช้อำนวยความสะดวกให้กับผู้มาติดต่อราชการในอาคารรัฐสภา