“สุริยะ” สั่งปรับสูตรคำนวณ ลดค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569340

20 ก.พ. 2567

12:50 น.

“สุริยะ” สั่งปรับสูตรคำนวณ ลดค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ

“สุริยะ” บอก ตั๋วเครื่องบินแพง เพราะราคาน้ำมัน สั่งปรับสูตรคำนวณ ลดราคาทันเทศกาลสงกรานต์ กพท. เตรียมคุยผู้ประกอบการสายการบิน

20 ก.พ. 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีมีการโพสต์ในโซเชียลมีเดียถึงราคาตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ – ภูเก็ต มีราคาแพงมาก ว่า ได้ให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ดูแลเรื่องการกำหนดเพดานค่าโดยสารเครื่องบิน ซึ่งหลังจากตรวจสอบแล้วตั๋วเครื่องบินที่บอกว่ามีราคาเป็นหมื่น ไม่ใช่เพราะเป็นการเดินทางไป – กลับ แต่ถ้าเป็นสายการบินแบบ low cost ไม่น่าจะเกิน 5,000 บาท ต่อเที่ยวบิน แต่ก็ได้ให้ผู้อำนวยการ กพท. ไปดูการปรับสูตรเพื่อลดราคาตั๋วเครื่องบินลง เพราะสูตรเดิมมีค่าน้ำมันที่อยู่ในสูตรการคำนวณราคา แต่เดิมราคาน้ำมัน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตอนนี้น้ำมันถูกลงแล้ว จะต้องมีการปรับสูตร ทาง กพท.ก็จะชวนสายการบินต่างๆ มาพูดคุยกัน เพื่อหาทางลดภาระของผู้โดยสาร

ส่วนราคาที่เหมาะสมจะอยู่ที่เท่าไหร่ นายสุริยะกล่าวว่า มันคงจะต้องถูกกว่าเดิมแน่ แต่เท่าไหร่นั้นมันมีสูตรการคำนวณอยู่ และยืนยันว่าจะทันในช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ คือช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน

“ประเสริฐ” ยืนยัน นายกฯ มีคนเดียวคือ “เศรษฐา ทวีสิน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569335

20 ก.พ. 2567

11:56 น.

“ประเสริฐ” ยืนยัน นายกฯ มีคนเดียวคือ “เศรษฐา ทวีสิน”

“ประเสริฐ” ยืนยัน ตอนนี้นายกฯ มีคนเดียว คือ “เศรษฐา ทวีสิน” แต่หากมีโอกาส ก็จะเข้าไปกราบ “ทักษิณ” เพราะเคารพนับถือ ย้ำการพักโทษเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

20 ก.พ. 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกระแสวิจารณ์การพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการพักโทษครั้งนี้มีวิธีพิจารณาตามเกณฑ์อายุ และเรื่องนี้ไม่มีข้อสงสัยอะไร ส่วนที่มีผู้วิจารณ์ว่ามีนายกฯ 2 คน ก็เป็นความคิดที่คิดไปเอง นายกรัฐมนตรีมีแค่คนเดียว คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งขณะนี้ทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองอยู่

สำหรับข้อสังเกตว่านายทักษิณ ป่วยจริงหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เท่าที่เห็นตามข่าว ก็เห็นว่าป่วย มีการสวมเฝือกที่คอและแขน และปกติคนอายุมากกว่า 70 ปี มักมีโรคประจำตัว ทั้งโรคความดัน โรคหัวใจ และบางคนก็ต้องเข้ารับการรักษาตัว ถือเป็นเรื่องที่รับฟังได้

ส่วนจะเข้าไปเยี่ยมนายทักษิณที่บ้านพักหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้ นายทักษิณ พักโทษอยู่ที่บ้านพัก ควรให้เวลาอยู่กับครอบครัว หากมีเวลาและมีโอกาสที่ดีก็จะถือโอกาสเข้าไปกราบ เพราะว่าเคยทำงานร่วมกันมาตั้งแต่สมัครที่นายทักษิณเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และตนเป็นลูกพรรค สมัยเป็น ส.ส. สมัยแรก ก็ได้ทำงานร่วมกันด้วย และเห็นว่านายทักษิณเป็นผู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศได้หลายอย่าง จึงชื่นชมและเคารพนับถือ อีกทั้งประสบการณ์ของนายทักษิณที่ผ่านมา สามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้ ส่วนจะออกมาในบทบาทไหนไม่อาจทราบได้ ถ้ามองดูสมัยก่อนที่นายทักษิณลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ก็มีการแสดงความคิดเห็นที่เป็นห่วงประเทศ ผ่านรายการต่างๆ แสดงถึงความห่วงใยที่มีต่อประเทศไทย ตนคิดว่าความเห็นของนายทักษิณจะเป็นประโยชน์ ไม่ว่าหน่วยงานหรือบุคคลใดจะนำไปปฏิบัติตามก็สุดแล้วแต่

“พิชิต” ย้ำ พักโทษ “ทักษิณ” ไม่ได้ทำลายกระบวนการยุติธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569331

20 ก.พ. 2567

11:32 น.

"พิชิต" ย้ำ พักโทษ “ทักษิณ” ไม่ได้ทำลายกระบวนการยุติธรรม

“พิชิต” ย้ำ “ทักษิณ” ไม่ได้ทำลายกระบวนการยุติธรรม พักโทษได้ไม่จำเป็นต้องโคม่า อย่าเอาความรู้สึกมาวัด กังวลม็อบให้ข้อมูลมวลชนไม่ตรงข้อเท็จจริง แฉเมื่อวานมีอัยการทำผิด แอบถ่ายภาพทักษิณ

20 ก.พ. 2567 นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า อยากให้ทุกคนตั้งสติ การพักโทษเป็นอำนาจฝ่ายบริหาร ขณะนี้กระบวนการยุติธรรมจบลงแล้ว ตั้งแต่ศาลออกใบแดงแจ้งโทษ ตอนนี้เข้าสู่กระบวนการพักโทษ บริหารโทษ เป็นอำนาจของกระทรวงยุติธรรม ขอให้แยกตัวบุคคลออกจากองค์กร แต่หากมองการพักโทษไม่ถูกต้อง ก็ควรใช้เวทีสภาทั้งตั้งกระทู้ถาม เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไปตรวจสอบกันในสภาฯ ว่าเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม ดีกว่ามาเลือกที่รักมักที่ชัง และมีคติต่อกัน ส่วนตัวขอยืนยันว่า การพักโทษของนายทักษิณ ไม่ได้เป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรม

ส่วนคดีตามความผิดมาตรา 112 นายพิชิต กล่าวว่า ตอนนี้นายทักษิณได้เข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมแล้ว ในเวลาที่เหมาะสม แม้ไม่สะดวกต้องนั่งวีลแชร์ไปก็ไป เริ่มนับหนึ่งเข้าพบอัยการ เพราะเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร อย่านำ 2 เรื่องนี้มาปนกัน ตนในฐานะนักกฎหมาย รู้สึกไม่สบายใจ อยากให้สังคมตั้งหลัก ระหว่างการพักโทษกับการดำเนินคดีเก่าที่ค้างอยู่ ซึ่งนายทักษิณ ก็เข้าสู่กระบวนการอย่างไม่อิดออด และยืนยันนายทักษิณ ไม่ได้ถูกอายัดตัว เข้าพบอัยการสูงสุดเอง และได้รับการประกันตัว

ส่วนข้อสงสัยเรื่องอาการของนายทักษิณ ป่วยวิกฤตจริงหรือไม่ นายพิชิต กล่าวว่า ต้องยึดหลักเกณฑ์ของการพักโทษว่าป่วยระดับไหน ไม่จำเป็นจะต้องโคม่า แต่จะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเรื่องสุขภาพ เรื่องป่วยจริงหรือไม่จริง อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาวัด แต่ส่วนตัวไม่ทราบว่า คุณทักษิณ ป่วยเป็นอะไร และเมื่อทุกคนรู้ว่าเป็นผู้ป่วย ก็ไม่ควรไปตรวจสอบ ให้เป็นเรื่องของแพทย์ เมื่อวานตนก็ไม่สบายใจที่นายทักษิณไปมอบตัว แล้วมีอัยการท่านหนึ่งพยายามจะถ่ายรูป ขอให้เป็นไปตรวจสอบว่าเป็นใคร ซึ่งตนก็ไม่รู้วัตถุประสงค์ว่าถ่ายไปทำไม

เมื่อถามว่า ตามขั้นตอนไม่จำเป็นต้องถ่ายรูปใช่หรือไม่ นายพิชิต กล่าวว่า ไม่ควรถ่ายภาพเป็นอย่างยิ่ง แต่มีอัยการท่านหนึ่งพยายามทำ ตนไม่สบายใจ ท่านควรรู้ว่ามันผิดกฎหมาย ไม่ใช่ละเมิดสิทธิ์ ส่วนที่หลายคนสงสัยเรื่องการไม่ติดกำไล EM นายพิชิต กล่าวว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการพักโทษ

เมื่อถามว่า อยากให้เข้าสู่กระบวนการทางสภา เหตุใดหลายกรรมาธิการเชิญมา แต่ไม่ให้ข้อมูลเรื่องอาการป่วย และผู้มาชี้แจงอ้างว่า ผู้ป่วยไม่ยินยอมให้เปิดเผย นายพิชิต เชื่อว่า ในที่สุดแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด และรอให้ถึงวันนั้นประชาชน จะเป็นผู้ตัดสินใจเอง

“ถึงบอกให้เห็นใจ ดร.ทักษิณ เถอะครับ ท่านอายุ 70 กว่าแล้ว แล้วต้องเข้าสู่กระบวนการรับโทษ และกระบวนการยุติธรรมในคดีที่ค้างอยู่ ความรู้สึกของตน ในฐานะผู้ที่มีส่วนในการทำงาน ถือว่าท่านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ง่ายมาก  ต่างจากคนอื่น และต้องมาตัดสินใจในยามที่ท่านต้องอยู่กับครอบครัว เพราะฉะนั้นอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวเลยครับ ขอให้ยึดหลักเกณฑ์ การกล่าวหาว่าท่านทำลายกระบวนการยุติธรรม ต้องแยกเรื่อง มันสามารถตรวจสอบได้ว่าการพักโทษ คือการบริหารโทษ เพราะฉะนั้นบรรดานักโทษที่ได้รับการลดโทษ จำคุก 20 ปี 30 ปี ติดกันไม่เคยครบ คนเหล่านั้นก็ทำลายกระบวนการยุติธรรมหมดสิครับ”

นายพิชิต กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับนายทักษิณ แต่พูดไปตามหลักเกณฑ์ ส่วนการชุมนุมของกลุ่มทัพธรรม และ คปท. ข้างทำเนียบรัฐบาลถือเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่กังวลเรื่องการให้ข้อมูลกับมวลชน ซึ่งอาจไม่ตรงตามข้อเท็จจริง

วุฒิสภา ไม่เห็นชอบ “บิ๊กจ้าว” นั่ง กรรมการ ป.ป.ช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569299

19 ก.พ. 2567

16:50 น.

วุฒิสภา ไม่เห็นชอบ "บิ๊กจ้าว" นั่ง กรรมการ ป.ป.ช.

วุฒิสภา ไม่เห็นชอบ “บิ้กจ้าว” พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นั่ง กรรมการ ป.ป.ช. เหตุ มองว่าตำแหน่ง ผบ.ชน. ไม่เทียบเท่าอธิบดี ถือว่าขาดคุณสมบัติ

วุฒิสภา ลงมติลับ มีมติ 88 ต่อ 80 เสียง งดออกเสียง 30 เสียง ไม่เห็นชอบให้ “บิ๊กจ้าว” พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. แทน พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ อดีต กรรมการ ป.ป.ช. ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์

มีรายงานว่า ในการประชุมลับของวุฒิสภาเพื่อพิจารณาคุณสมบัติ มีประเด็นเรื่องคุณสมบัติของพลตำรวจโทธิติ โดย ส.ว.ส่วนหนึ่ง มองว่า ตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล” ไม่เทียบเท่าได้กับตำแหน่ง “อธิบดี” และจะต้องดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 5 ปีตามคุณสมบัติของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ แม้พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี และระเบียบคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เทียบเท่าอธิบดี กำหนดให้ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลสามารถเทียบเท่าอธิบดีได้ แต่ สว.ส่วนใหญ่ เห็นว่า กฎหมาย และระเบียบดังกล่าวใช้บังคับแค่สำนักงานตำรวจ หรือกองทัพเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงกรรมการองค์กรอิสระ

สำหรับการประชุมวุฒิสภาวันพรุ่งนี้ (20 ก.พ.) ยังคงพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. แทน นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อดีต กรรมการ ป.ป.ช. ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อคือ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ในฐานะอดีตรองประธานศาลฎีกา

ส.ว. เดินหน้าสอบ “ทักษิณ” ไม่ติดคุกจริง ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569285

19 ก.พ. 2567

14:35 น.

ส.ว. เดินหน้าสอบ “ทักษิณ” ไม่ติดคุกจริง ?

ส.ว. เดินหน้าตรวจสอบ “รมว.ยุติธรรม – กรมราชทัณฑ์ – รพ.ตำรวจ” เหตุสงสัย “ทักษิณ” ไม่เคยรับโทษจริง “สมชาย” หวั่นพาสังคมขัดแย้งมากขึ้น ย้ำแค่ได้พักโทษ ยังไม่พ้นโทษ ต้องปฏิบัติตามระเบียบเคร่งครัด “กิตติศักดิ์” ชี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ มีโทษแต่ไม่เคยจำคุก

19 ก.พ. 2567 มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งวุฒิสภา ต่อกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา  ย้ำว่า นายทักษิณอยู่ระหว่างการพักโทษตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์มาตรา 52 (7) แต่ไม่ใช่พ้นโทษ ยังเหลือโทษอีก 6 เดือน ยังเป็นนักโทษเด็ดขาด ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามระเบียบ ซึ่งสังคมตั้งคำถามอยู่แล้วถึงกระบวนการยุติธรรม ก็จะติดตามต่อไปว่าการพักโทษ มีกติกาเคร่งครัดอย่างไร

สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา

นายสมชาย บอกว่า เรื่องนี้อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้น ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายเดินหน้าตรวจสอบและตั้งสติให้ดี ให้ใช้กระบวนการทางกฎหมาย เช่น คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของนายทักษิณคงไม่มีปัญหาเพราะใช้ช่องทางทางกฎหมาย แต่ส่วนที่ต้องถูกตรวจสอบ คือฝ่ายปฏิบัติซึ่งมีองค์ประกอบคือฝ่ายบริหาร คนที่เกี่ยวข้องคือนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานผู้กำกับดูแลหน่วยราชการทั้งหมดจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ รวมถึงโรงพยาบาลตำรวจ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ปฏิเสธไม่ได้ และใครจะปรับปรุง ปรุงแต่ง แก้ไข บิดเบือน ถือว่ามีความผิด หลักฐานสำคัญคือเวชทะเบียน การแถลงของแพทย์ใหญ่ที่ทำมาโดยตลอด แถลงว่า เจ็บป่วยต่อเนื่องร้ายแรง

“ผมคิดว่าทุกคนทราบดีต้องเป็นโรคเอดส์ขั้นสุดท้าย มะเร็งขั้นที่ 4 ไตวายเรื้อรัง อันนั้นเรียกว่าร้ายแรง แต่เท่าที่คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาตรวจสอบมา ตามที่นายทักษิณได้ยื่นตั้งแต่เข้าประเทศไทย เป็นใบรับรองแพทย์จากสิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ความดันโลหิตสูง กระดูกเสื่อม เส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคปอด” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวต่อว่า  ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค และ กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ได้เชิญตัวแทนโรงพยาบาลตำตรวจและกรมราชทัณฑ์มา ก็ไม่ได้รับคำตอบ และขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ทำหน้าที่ตรวจสอบเหมือนหลายคดีที่ผ่านมา เพราะสังคมก็ตั้งข้อสงสัยว่าไม่ได้อยู่ในเรือนจำแม้แต่คืนเดียว เป็นการกระทำโดยชอบหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างอ้างว่าไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง เมื่อไม่ได้รับคำตอบ ป.ป.ช. ก็ต้องไปตรวจสอบจเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

กิตติศักดื์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภากิตติศักดื์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา

ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า “เหนื่อยใจ” พร้อมย้ำว่า นายทักษิณเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีหลายเรื่องที่ถูกบันทึกไว้ ในโลกนี้ เพราะฉะนั้นการทำดีทำชั่ว คนอื่นไม่รู้แต่ใจตัวเองต้องรู้ คือการตกนรกทั้งเป็น นายทักษิณจะต้องได้รับกรรมตรงนี้อยู่แล้ว

นายกิตติศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ถ้าจิตใจเป็นธรรมและเป็นกลางจริงๆ ตนและประชาชนทั่วไปดูก็รู้ว่านายทักษิณ ไม่ได้ป่วยจริง แต่การที่จะไปปรักปรำ ตรงนั้นกฎหมายบ้านเมือง บอกแล้วว่า นายทักษิณมาตามกฎหมายทุกอย่าง แต่นั่นหมายถึงว่าคนที่บอกว่ามาตามกฎหมายทุกอย่างจะต้องถูกตรวจสอบ แต่ที่ชัดๆคือกรมราชทัณฑ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะต้องถูกตรวจสอบ อย่างถึงที่สุด เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนติดตามอยู่ ว่ากรณีเช่นนี้ การทำผิดกฎหมายศาลตัดสินแล้ว ไม่ต้องจำคุกเลยแม้แต่วันเดียว อย่างนี้จะเป็นธรรมกับนักโทษในเรือนจำกว่า 200,000 คนหรือไม่ เพราะบางครั้งเขาไม่มีจะกินไปขโมยนมกระป๋องในห้าง ยังต้องถูกจำคุก แต่นี่นายทักษิณ มีคดีที่ศาลตัดสินแล้วว่า ทุจริต แล้วหนีไปต่างประเทศ 16-17 ปี แต่กลับมาไม่ต้องติดคุกเลยแม้แต่วันเดียว จึงขอถามประชาชนว่ากรณีของนายทักษิณถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกหรือไม่ และถ้านายทักษิณยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย อย่างนี้ ตนเป็นห่วงบ้านเมือง ว่าความขัดแย้งความรุนแรง ของประชาชนจะมากมายแค่ไหน ซึ่งเป็นห่วงจริงๆ

ส่วนจะถึงขั้นนองเลือดหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่าตนบอกไม่ได้ แต่การกระทบกระทั่งกันเริ่มแล้ว ดังนั้นตน กล่าวหาได้เลยว่านายทักษิณ เป็นตัวปัญหาที่สร้างความแตกแยกให้กับคนไทยทั้งประเทศ

ชาวไร่ยาสูบภาคเหนือ-อีสานร้องนายกฯ ‘บุหรี่’ เถื่อนระบาดหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569272

19 ก.พ. 2567

12:25 น.

ชาวไร่ยาสูบภาคเหนือ-อีสานร้องนายกฯ  'บุหรี่' เถื่อนระบาดหนัก

อุตสาหกรรมยาสูบวิกฤติหนัก บุหรี่เถื่อนระบาดภาคเหนือ-อีสาน ไม่ใช่แค่ภาคใต้ จี้รัฐเร่งปราบ หวั่นถูกลดโควต้าปลูก กระทบยอดขายที่ถูกกฎหมาย

ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบร้องนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมตรี หลังเจอบุหรี่เถื่อนระบาดหนักพื้นที่ภาคใต้ กรุงเทพและปริมณฑล กระทบยอดบุหรี่ถูกกฎหมายของการยาสูบฯ

นายกิตติทัศน์ ผาทอง ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนได้รับข่าวสารจากเครือข่ายชาวไร่ยาสูบในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะ เชียงราย และอุบลราชธานี ว่ามีการพบเห็นบุหรี่ยี่ห้อที่ไม่คุ้นตา ไม่มีแตมป์สรรพสามิต ไม่มีภาพคำเตือน วางขายอยู่ทั่วไปตามร้านค้าและตลาดนัด ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นไม่บ่อยนักแต่ปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้น อาจเป็นเพราะจังหวัดเหล่านี้มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เสี่ยงต่อการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย สร้างความหวั่นใจแก่ชาวไร่ยาสูบว่าบุหรี่เถื่อนได้แพร่กระจายเข้ามาในจังหวัดของตนแล้ว

เชื่อว่าตอนนี้อาจมีจำนวนมากกว่า 22.3% ตามที่การยาสูบฯ ระบุไว้ เพราะถูกพบมากขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย ไม่ใช่แค่ภาคใต้ กรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น ส่งผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบโดยตรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นอกจากนี้ยังมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากในฤดูกาลปลูกปัจจุบันกว่ากิโลกรัมละ 12.28 บาท ยังต้องหวั่นใจว่าบุหรี่เถื่อนจะรุกหนักในตลาดประเทศไทยจนอาจถูกลดโควตาปลูกยาสูบกระทบรายได้ชาวไร่ยาสูบกว่า 30,000 ครอบครัว ชาวไร่ยาสูบรับทราบถึงปัญหาบุหรี่เถื่อนมานาน แต่ทราบเพียงว่ากระจุกตัวอยู่ในภาคใต้ พื้นที่ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์รุนแรงขึ้นมากกว่าที่ผ่านมา

ด้านนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยถึงแนวทางของกรมศุลกากร เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่ หรือบุหรี่เถื่อน และบุหรี่ไฟฟ้าว่า จากการดำเนินนโยบายตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี รวมถึงข้อสั่งการของนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร ในระยะสั้น กรมฯ ได้ปรับรูปแบบการป้องกันและปราบปราม โดยจะเน้นไปที่การหาข่าวการกระทำความผิด เน้นการจับกุมรายใหญ่ เข้าตรวจค้นโกดังแหล่งเก็บบุหรี่เถื่อน หรือตรวจสอบการรับส่งพัสดุที่มีความน่าสงสัยมากขึ้น ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ จึงอยากร้องขอท่านนายกฯ รัฐบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามเช่น สรรพสามิต ศุลกากร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งทหารตามแนวชายแดน ให้เร่งปราบปรามร้านค้ารายย่อยในพื้นที่ภาคใต้เพราะบุหรี่ของการยาสูบฯ แทบจะขายไม่ได้เลยในภาคใต้เช่น พัทลุง สตูล สงขลา นครศรีธรรมราช ภูเก็ต และสืบสวนหาตัวการใหญ่เพื่อหยุดขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายข้ามชาติเหล่านี้ที่บั่นทอนความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรยาสูบอย่างเร่งด่วนที่สุด

อสส. สั่งสอบเพิ่มคดี 112 พร้อมให้ประกัน ‘ทักษิณ’ นัดฟังคำสั่ง 10 เม.ย.67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569265

19 ก.พ. 2567

11:15 น.

อสส. สั่งสอบเพิ่มคดี 112 พร้อมให้ประกัน 'ทักษิณ' นัดฟังคำสั่ง 10 เม.ย.67

‘อัยการสูงสุด’ สั่งสอบเพิ่ม ‘ทักษิณ’ คดี ม.112 หลังรายงานตัว และยื่นขอความเป็นธรรม ‘อัยการสูงสุด’ นัดฟังคำสั่ง 10 เม.ย. 2567 และอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวหลักทรัพย์ 5 แสนบาท เผย ‘ทักษิณ’ ป่วยจริง อาการขั้นวิกฤต เสียงไม่มี

19 ก.พ. 2567  นายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีอาญา 8 แถลงความคืบหน้า คดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112

โดยเมื่อเวลา 08.30 น. พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้รับผิดชอบในการสอบสวนคดี ได้นำตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหา ส่งให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา โดยมีนายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา และนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานอัยการพิเศษคดีอาญา 8  เป็นผู้รับตัวนายทักษิณ จากพนักงานสอบสวน 

นายทักษิณ ชินวัตร รายงานตัวต่ออัยการฯ หลังถูกข้อกล่าวหาคดี ม.112นายทักษิณ ชินวัตร รายงานตัวต่ออัยการฯ หลังถูกข้อกล่าวหาคดี ม.112

โดยคดีนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ผ่านพนักงานสอบสวน ในขณะเข้าแจ้งข้อหา ตามที่โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แถลงไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.พ 2567 ที่ผ่านมา 

ซึ่งนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด ได้พิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรม เห็นว่าคดีมีประเด็นให้สอบสวนเพิ่มเติม ที่ นายทักษิณ ร้องขอความเป็นธรรม อัยการสูงสุด จึงมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม และมอบหมายให้พนักงานสอบสวน สอบเพิ่มเติม 

ทั้งนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการปล่อยตัว จากกรมราชทัณฑ์ ในคดีอาญา เรื่องอื่นเนื่องจากได้รับการพักโทษ ซึ่ง พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ได้รับตัวนายทักษิณ ตามหนังสืออายัดตัว ลงวันที่ 28 ส.ค. 2566  และพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวชั่วคราว ในวันเดียวกัน 
 

อัยการสูงสุด สั่งสอบเพิ่มคดี ทักษิณ ชินวัตร ถูกข้อหา 112 อัยการสูงสุด สั่งสอบเพิ่มคดี ทักษิณ ชินวัตร ถูกข้อหา 112

ต่อมาวันนี้พนักงานสอบสวนได้นำตัว นายทักษิณ มาส่งให้พนักงานอัยการ แต่เนื่องจากการสอบสวนยังไม่สิ้นกระแสความเนื่องจากอัยการสูงสุดมีคำสั่งสอบสวนเพิ่มเติม อัยการจึงยังไม่อาจลงความเห็น และมีคำสั่งทางคดีได้ 

อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 8  ซึ่งอสส.ได้มอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินดี ได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายทักษิณ โดยมีหลักประกัน เป็นเงินสด  5 แสนบาท และนัดให้มาพบพนักงานอัยการ ในวันที่ 10  เม.ย. 2567  เวลา  09.00 น.  ณ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 สำนักงานอัยการสูงสุด 
 

ทั้งนี้ นายปรีชา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ยังเปิดเผยเพิ่มเติมจากการได้พูดคุยกับ นายทักษิณ ยอมรับว่า นายทักษิณ มีอาการป่วยจริง เข้าขั้นวิกฤติ พูดจาไม่ค่อยมีเสียง ร่างกายอ่อนแรง ลุกเดินไม่ไหว 

‘ทักษิณ’ นั่งวีลแชร์ รายงานตัวอัยการฯ คดี ม.112 แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569257

19 ก.พ. 2567

09:35 น.

'ทักษิณ' นั่งวีลแชร์ รายงานตัวอัยการฯ คดี ม.112 แล้ว

‘ทักษิณ ชินวัตร’ ออกจาก ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ เข้ารายงานตัว กับอัยการฯ ตามนัดฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง คดี112 เเละ พบกรมคุมประพฤติ นัดหมายกำหนดวันรายงานตัว

19 ก.พ. 2567 บรรยากาศที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซ.จรัญสนิทวงศ์ 69 เขตบางพลัด กทม. หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ และออกจากโรงพยาบาลตำรวจ กลับมาที่บ้านเป็นคืนแรก  โดยตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ ไม่มีความเคลื่อนไหวใด นอกจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพนายทักษิณ นั่งอยู่ริมสระน้ำ 
 

ภาพจาก ไอจี น.ส.แพธารทอง ชินวัตร ภาพจาก ไอจี น.ส.แพธารทอง ชินวัตร

ต่อมา เมื่อเวลา 07.04 น. ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร หรือ อุ๊งอิ๊ง ใช้รถส่วนตัว ซึ่งเป็นรถตู้เบนซ์ สีขาว เลขทะเบียน ขจ 995 กรุงเทพมหานคร ว ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้าทางประตูด้านหลัง ฝั่งซอยจรัญสนิทวงศ์ 71  โดยคาดว่า ภายในรถมีนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกจากพร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร  มุ่งหน้าไปยังสำนักงานอัยการฯ ถนนรัชดา เนื่องมีการนัดหมายให้นายทักษิณ มาฟังคำสั่ง ฟ้องหรือไม่ฟ้อง ในคดี ม.112  

รถตู้ของ น.ส.แพธารทอง ชินวัตร ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า เมื่อช่วงเช้า รถตู้ของ น.ส.แพธารทอง ชินวัตร ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า เมื่อช่วงเช้า

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 8.20 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฏตัวที่สํานักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก  โดยนั่งรถเข็นวีลแชร์ ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อมารายงานตัวในคดีที่ถูกกล่าวหาตามความผิดมาตรา 112  แล้ว 

นายทักษิณ ชินวัตร เข้ารายงานตัวกับอัยการฯ นายทักษิณ ชินวัตร เข้ารายงานตัวกับอัยการฯ

จากนั้น เวลา 08.45 น. หลังจากที่ นายทักษิณ เดินทางมารายงานตัวเพื่อรับทราบคำสั่ง ในคดีที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 โดยมีนายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีอาญา 8  นายทักษิณเดินทางออกจากสำนักงานอัยการสูงสุด โดยลงลิฟต์จากฝั่งข้างตึกสำนักงานอัยการสูงสุดขึ้นรถกลับออกไป

‘ทักษิณ’ ป่วยจริงไหม ‘ชัยธวัช’ อดสงสัยไม่ได้ พักโทษปุ๊บออก รพ.ทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569245

18 ก.พ. 2567

16:55 น.

'ทักษิณ' ป่วยจริงไหม 'ชัยธวัช' อดสงสัยไม่ได้ พักโทษปุ๊บออก รพ.ทันที

‘ชัยธวัช’ บอกอดสงสัยไม่ได้ ป่วยจริงหรือไม่ ‘ทักษิณ’ พักโทษปุ๊บ ออกจาก รพ.ทันที ชี้ อาจเรียก ‘นิติรัฐแบบอภิสิทธิ์ชน’ ได้ ย้ำจุดยืน “ก้าวไกล” ต้องอำนวยความยุติธรรมเท่ากันทุกคน มองเป็นสิทธินักการเมืองจ่อตบเท้าเข้ากราบ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ให้อยู่ในกรอบการพักโทษ

18 ก.พ. 2567 ที่ศูนย์ประสานงานพรรคก้าวไกล เขตบางแค นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษและกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าในวันนี้ ว่า  เราอยากจะสื่อสารแม้ว่าหลายคนจะเห็นว่า นายทักษิณ ในฐานะอดีตผู้นำทางการเมือง ถูกรัฐประหาร และมีการดำเนินคดีตามมาหลังจากนั้น และะมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม 

ดังนั้นสมควรได้รับความยุติธรรม แต่เราอยากจะบอกว่า แน่นอนใครก็ตามที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐประหารหรือถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ควรจะได้รับความยุติธรรม แต่เราไม่ควรใช้วิธีการที่ไปตอกย้ำกระบวนการยุติธรรมที่สองมาตรฐาน การปฏิบัติที่ไม่เสมอภาคเท่าเทียมกัน เราอาจจะเรียกว่าเป็นระบบนิติรัฐแบบอภิสิทธิ์ชน เพราะสุดท้ายก็ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ คนที่ควรจะได้รับการอำนวยความยุติธรรม ควรจะมีแค่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือควรจะเป็นคนทุกกลุ่ม ตนคิดว่าเป็นหลักการสำคัญที่พรรรคก้าวไกลให้ความสำคัญ

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล

เมื่อถามว่าวันนี้ที่นายทักษิณ กลับบ้านได้ แสดงว่า 180 วันที่ผ่านมา ตั้งข้อสงสัยได้หรือไม่ว่าไม่ป่วยจริง นายชัยธวัช กล่าวว่า เป็นประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัยแน่นอน ที่ผ่านมาในนายทักษิณอ้างว่า มีเหตุเรื่องสุขภาพ ต้องอยู่โรงพยาบาลนอกเรือนจำ แตกต่างจากผู้ต้องขังคนอื่น

ขณะเดียวกันที่ผ่านมาก็มีการเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งกระทบต่อผลประโยชน์สาธารณะ ความโปร่งใส ดังนั้นเรื่องนี้ทำให้สังคมอดสงสัยไม่ได้ เมื่อเข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ ก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ทันที เป็นการตอกย้ำการเลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่เสมอภาคเท่าเทียมกัน เราคิดว่ามันไม่ควรเกิดขึ้น สังคมคาดหวังว่า เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ จะทำให้สังคมเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบประชาธิปไตยที่ดีมากขึ้น มีการอำนวยความยุติธรรมให้กับคนมากขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ตอกย้ำปัญหาเดิมๆ ให้หนักหน่วงมากขึ้น 
 

เมื่อถามว่าประเมินคนที่มีความเห็นต่างจะทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ก็ไปเพิ่มความไม่พอใจ ความคับข้องใจ แทนที่จะคลี่คลายความขัดแย้ง ซึ่งตอนคิดว่าวิธีการที่ดีที่สุด คือการอำนวยความยุติธรรมให้ทุกคนแบบเสมอภาค

ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาล เช่น นายอนุชิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเข้าไปกราบนายทักษิณนั้น มองปรากฏการณ์นี้อย่างไร นายชัยธวัช ระบุว่า คนที่เคารพนับถือ รู้จักชอบพอนายทักษิณก็คงจะมีสิทธิ์ไปเข้าพบ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ซึ่งการพักโทษนั้น ต้องระมัดระวัง ต้องอยู่ในกรอบที่สังคมรับได้ ส่วนจะกระทบกับการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องดูในอนาคต

ส่วนกรณีที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า หากนายทักษิณออกมาจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีอีกคนหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า นี่เป็นสิ่งที่ตนเคยเตือนว่าถ้ารัฐบาลนี้บริหารจัดการไม่ดี แล้วเกิดสภาวะเสมือนนายกรัฐมนตรีมากกว่าหนึ่งคน เพราะมีหลายคนบอกว่าอาจจะมากกว่า 2 คน ก็จะไม่เป็นผลดีกับตัวนายกรัฐมนตรีเอง และอาจทำให้สถานการณ์ตรงนี้เพิ่มความกดดันให้กับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้

ส่วนกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าการคิดว่านายกรัฐมนตรี 2 คนเป็นการคิดมากเกินไปนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า หากไม่เกิดขึ้นก็ดี ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่สังคมคิดไปได้ 

เมื่อถามว่า การออกมาของนายทักษิณจะทำให้คะแนนนิยมของพรรคก้าวไกล ลดลงหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า คงเป็นคนละเรื่องกัน ความนิยมของพรรคก้าวไกล คงขึ้นอยู่กับการทำงานของพรรคเอง ว่าจะสามารถทำงานอย่างที่ประชาชนคาดหวังได้หรือไม่ 

เมื่อถามว่า ต่อจากนี้จะต้องจับตาอะไรบ้างหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า หลายส่วนคงอยากทราบความชัดเจน ความโปร่งใสในการพิจารณาเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆ ของนายทักษิณ ซึ่งสืบเนื่อง เนื่องมาจากเรื่องของสิทธิในการที่จะได้รับการรักษาตัว มาจนถึงเรื่องการพักโทษที่ว่าทำไมนายทักษิณจึงได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ แล้วการปฏิบัติหลังจากนี้จะเสมอภาคเท่าเทียมกันหรือไม่ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ที่จะต้องสร้างความกระจ่างให้ดี

นายชัยธวัช ยังกล่าวถึงทิศทางการเมืองหลังจากนี้ว่า โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลขณะนี้คือสังคมยังเฝ้ารอว่า มีรัฐบาลใหม่มาแล้วจะมีการผลักดันนโยบายสำคัญๆ สำเร็จหรือไม่ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลแล้วสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่อย่างไรไม่ว่าจะในทางการเมือง ในทางกระบวนการยุติธรรม ในทางเศรษฐกิจ สังคม ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่นายเศรษฐาและรัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่านายทักษิณจะได้รับการลงโทษออกมาหรือไม่ แต่นี่เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ 

ส่วนทางพรรคก้าวไกล จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องของนายทักษิณเลยหรือไม่นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า คงยังเร็วไปที่จะมีการตั้งคณะกรรมการอะไร แต่ตนคิดว่าพรรคฝ่ายค้านคงจะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ ที่ยังมีอีกหลายกลไกที่จะสามารถตรวจสอบได้ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งคณะกรรมการอะไร

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ IG ‘ทักษิณ’ นั่งริมสระน้ำในบ้านที่ไม่ได้กลับนาน 17 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569243

18 ก.พ. 2567

16:40 น.

'อุ๊งอิ๊ง' โพสต์ IG 'ทักษิณ' นั่งริมสระน้ำในบ้านที่ไม่ได้กลับนาน 17 ปี

‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร เคลื่อนไหวแล้ว หลังรับพ่อกลับจาก รพ.ตำรวจ โพสต์อินสตาแกรม ‘ทักษิณ ชินวัตร’ นั่งอยู่ริมสระน้ำ ในบ้านที่ไม่ได้กลับมานาน 17 ปี

18 ก.พ. 2567  ความคืบหน้าหลังจากที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการพักโทษ และออกจากโรงพยาบาลตำรวจกลับมาที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 โดยมี น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พิณทองทา บุตรสาวทั้ง 2 คน เดินทางไปรับเมื่อเวลา 06.09 น.และกลับมาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า ในเวลา 06.33 น. ที่ผ่านมา 

ล่าสุด น.ส. แพทองธาร หรือ อุ๊งอิ๊ง โพสต์ภาพนายทักษิณ ชินวัตร ผ่านอินสตาแกรม ส่วนตัว เป็นภาพ นายทักษิณ แต่งกายด้วยเสื้อเชิ๊ต กางเกงขาสั้น ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่เดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้  โดยมีเฝือกอ่อนที่คอ และเฝือกที่แขนข้างขวา นั่งอยู่ริมสระน้ำ ภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า 

โดยมีข้อความระบุว่า

“หลังไม่ได้เจออากาศและแดดข้างนอกมา  180 วัน และไม่ได้กลับบ้านหลังนี้มา 17 ปี … พ่อก็ออกมานั่งข้างนอกแบบนี้ นั่งอยู่สักพักเลย  #finallyhome 
 

อุ๊งอิ๊ง โพสต์ภาพทักษิณ ภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า อุ๊งอิ๊ง โพสต์ภาพทักษิณ ภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า