‘เศรษฐา’ ยินดี ‘ทักษิณ’ พักโทษกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า วอนอย่าดราม่า นายกฯ 2 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569236

18 ก.พ. 2567

12:45 น.

'เศรษฐา' ยินดี 'ทักษิณ' พักโทษกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า วอนอย่าดราม่า นายกฯ 2 คน

‘เศรษฐา’ ยินดี ‘ทักษิณ’ กลับ ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ หลังได้รับการ พักโทษ เผยยังไม่มีกำหนดเข้าพบ เพื่อขอคำแนะนำ วอนอย่าดราม่านายกฯสองคน ย้ำไทยมีนายกฯคนเดียว

18 ก.พ. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวระหว่างลงพื้นที่ จ.สกลนคร ถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าเมื่อเช้านี้ หลังได้รับการพักโทษ  ว่ารู้สึกยินดีด้วย ส่วนที่จะมีการเข้าพบนายทักษิณ เพื่อขอคำแนะนำอะไรหรือไม่นั้น ว่าขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการเพราะท่านก็เพิ่งออกจาก รพ.ตำรวจ เมื่อเช้านี้จากนี้ท่านคงไม่ได้สนใจเรื่องการเมือง ก็คงอยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัว และก็รักษาตัวต่อไปให้ดี หลังจากนั้นก็ค่อยว่ากัน 

นายเศรษฐา ยังบอกอีกว่า ยังไม่ได้โทรไปแสดงความยินดีกับ น.ส.แพทองธาร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะยังไม่มีเวลา วันนี้ลงพื้นที่ 7 หมาย แต่ว่าเชื่อว่าใจถึงใจอยู่แล้ว ก็ส่งความปรารถนาดี และก็เป็นเวลาส่วนตัวของกับครอบครัว เราสนิทกันอยู่แล้วเรื่องพวกนี้ไม่จำเป็น ต้องโทร  แต่ว่าถ้าเกิดมีโอกาสก็จะโทร หรือเข้าไปแสดงความยินดีด้วย ตนเชื่อว่าเวลาอันมีค่านี้ ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ก็ต้องใช้เวลานี้ให้เหมาะสม และก็คุ้มค่าที่สุด

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

สำหรับผู้ที่เห็นต่างซึ่งออกมาเคลื่อนไหว และมองว่าศูนย์บริหารงานหลังจากนี้จะเปลี่ยนจากทำเนียบรัฐบาล ไปเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้านั้น ตนมองว่าเรื่องความเห็นต่างเป็นธรรมดาในสังคมไทยอยู่แล้ว ตนก็น้อมรับเรื่องความเห็นต่าง เราก็ต้องพูดคุยกันด้วยภาษาที่เหมาะสม และยึดมั่นในหลักการ วันนี้ตนเชื่อว่า อย่างเช่นนายอนุทินเอง ก็อยู่ที่นี่เราอยู่คนละพรรค ก็คงมีเห็นต่างกันบ้าง แต่โดยรวมเราก็เห็นตรงกัน เพราะบ้านเมืองต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ บ้านเมืองเราก็บอบช้ำกันมาเยอะ วันนี้เราก็มาร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติ 

เมื่อตอนที่ตนได้รับการแต่งตั้งก็ได้เข้าไปพบ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อฟังคำแนะนำ และเวลาเจอในงานต่างๆก็มีการพบปะพูดคุยกัน ก็ขอคำแนะนำอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าถ้าเกิดท่านอดีตนายกทักษิณพร้อม จะให้คำแนะนำ ตนเชื่อว่าไม่มีใครในรัฐบาลนี้ไม่อยากจะ รับคำแนะนำจากท่าน นายอนุทิน เองก็เคยทำงานร่วมกับอดีตนายกทักษิณมาก่อนก็รู้อยู่แล้วว่าท่านมีความปรารถนาดี ประสบการณ์ที่ท่านสะสมมาระหว่างอยู่เมืองนอก และก็เข้ามาสู่กระบวนการทางกฏหมาย ซึ่งต้องเน้นย้ำว่าถูกต้อง ตรงนี้ก็อย่างมาดราม่ากันเลย ว่ามีนายกกี่คน  รัฐธรรมนูญไทยก็ระบุอยู่แล้วว่ามีนายกคนเดียว ก็มีคนเดียวก็คือผมนี่แหละ 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ได้รับคำแนะนำจาก พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีว่า “ท่านบอกว่า ที่ทำอยู่ก็ดีอยู่แล้วแต่ต้องอดทนต่อไป เพราะอย่างที่ท่านเตือนแรงตั้งแต่ตอนแรกที่ตนเข้ามารับตำแหน่ง เรื่องธุรกิจกับเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินไม่เหมือนกัน  เพราะธุรกิจมีอำนาจเบ็ดเสร็จแต่ราชการต้องขึ้นกับหลายหน่วยงาน

ยืนยันว่าตนไม่ได้เคลมหมดว่ารู้หมดทุกอย่าง  หากคำแนะนำอะไรที่เหมาะสมและเตือนกันด้วยความปรารถนาดี  ตนก็พร้อมน้อมรับจากทุกท่านไม่ใช่จากทุกคนไม่ใช่เพียงอดีตนายกฯอย่างเดียว เพราะเพิ่งเข้าการเมืองได้ 5-6 เดือน ซึ่งก็ได้รับคำเตือนตลอด  

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ได้รับการพักโทษทำให้มีการมองว่าสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้จะมีความเปลี่ยนแปลง ว่าก็คอยดูต่อไปเพราะการเมืองเปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ตนไม่แน่ใจว่าที่บอกว่าเปลี่ยนไปนั้นจะดีขึ้นหรือเลวลง  แต่ตนมองว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลเองก็มี 314 เสียง เราทำงานร่วมกัน แม้จะมีบางข้อที่เห็นไม่ตรงกันแต่ก็พูดจากันด้วยดี และพยามแก้ปัญหาด้วยความตั้งใจจริง เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวคือการนำพาประเทศไปให้ได้

“ถ้าการพักโทษ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยอยู่บนความชอบธรรมของกฎหมาย ที่ท่านได้กลับมารับโทษเรียบร้อยแล้ว และผ่านขั้นตอนทางกฎหมายเรียบร้อย และออกมาพักตัวที่บ้านแล้ว ผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทย ประชาชน 66 ล้านคน ก็ยินดีถ้าเกิดการเมืองไทยดีขึ้น ก็เป็นหน้ามี่ของเราที่ทำให้มันดีขึ้น” นายเศรษฐากล่าว

เมื่อถามถึงยังมีอดีตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทยที่ยังอยู่ต่างประเทศ หากจะกลับมาเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของท่านตนไม่มีความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น หากกลับเข้ามาตามกระบวนการกฎหมายและทุกอย่างถูกต้องก็เป็นเรื่องน่ายินดี

ส่วนกลุ่ม คปท.อาจจะไปปักหลักชุมนุมที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้านั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็อยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปให้ได้ซึ่งขณะนี้บ้านเมืองสงบสุขอยู่แล้ว แต่ปัญหาใหญ่ขนาดนี้คือเรื่องเศรษฐกิจ จึงอยากให้โฟกัสเรื่องนี้มากกว่า ส่วนการแสดงทางจุดยืนขอให้อยู่บนกรอบของกฎหมาย โดยรัฐบาลก็มีหน้าที่ดำเนินการตามกฏหมาย อย่าให้เกินเลย

เมื่อถามว่าจะมีการขอคำแนะนำนายทักษิณหรือไม่ เพราะรัฐบาลก็มุ่งนโยบายเรื่องเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้มีแค่อดีตนายกฯทักษิณ แต่ทุกคนเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วว่าอดีตนายกฯทักษิณ เป็นบุคคลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วย และก็ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีอีกหลายคนที่มีความชำนาญในหลายๆเรื่อง ซึ่งรัฐบาลรวมถึงตนก็มีสิทธิ์ที่จะไปขอคำแนะนำกับบุคคลเหล่านี้  แต่ยืนยันว่าจุดมุ่งหมายที่ทุกคนมีคือให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้

‘วันชัย’ ทำนาย ‘ทักษิณ’ ผู้มีอำนาจตัวจริงกลับมาแล้ว จับตา ปรับ ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569232

18 ก.พ. 2567

11:05 น.

'วันชัย' ทำนาย 'ทักษิณ' ผู้มีอำนาจตัวจริงกลับมาแล้ว จับตา ปรับ ครม.

โหร ‘วันชัย’ ทำนายการเมือง ‘ทักษิณ’ ผู้มีอำนาจตัวจริงกลับมาแล้ว หลังเดินทางกลับ ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ พร้อม จับตาอาจปรับ ครม.

‘วันชัย’ โพสต์ข้อความผ่านทางเพจ ทนายวันชัย สอนศิริ ภายหลังที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ และเดินทางกลับ ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยบอกว่า ผู้มีอำนาจตัวจริงได้กลับมาแล้ว ความนิยมจะหวนคืนอีกครั้ง พร้อมให้จับตารัฐบาลเศรษฐาปรับคณะรัฐมนตรี 

ระยะนี้ดาวจันทร์กับดวงเมืองและผู้มีอำนาจทางการเมืองมีความสัมพันธ์และสำคัญมาก เพราะตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 16 ก.พ. 2567 ดาวจันทร์ย้ายจากราศีเมษเข้าสู่ราศีพฤษภในตำแหน่ง มหาอุจจ์ อันหมายถึงมหาเสน่ห์ที่จะเกิดขึ้นกับปวงชน อำนาจวาสนาและบารมีจะแน่นปึ้ก พลังแห่งความยิ่งใหญ่จากจันทร์ดับที่อับแสงจะกลายเป็นจันทร์ส่องหล้าที่สว่างไสว รัฐบาลและผู้มีอำนาจจะสร้างผลงานให้ปรากฏดับข้อขัดแย้งและความติดขัดทั้งมวลให้กระจ่างแจ้ง ทั้งในสภาและนอกสภาจะปลอดโปร่งโล่งไสว

‘ทักษิณ ชินวัตร’ ผู้มีอำนาจตัวจริงเสียงจริงออกมาแล้ว ระยะเวลาแห่งความเป็นรัฐบาลกับที่อยู่ในเรือนจำเท่ากัน เห็นปัญหาต่างๆ มากมาย แต่ก็คงมีข้อจำกัดทำให้ขยับกับอำนาจไม่เต็มที่ วันนี้เมื่อจันทร์ส่องหล้าแล้ว คงจะทำให้การบริหารจัดการทางการเมืองและการทำงานของคุณเศรษฐาและคณะรัฐมนตรีให้มีพลังที่เป็นเอกภาพ มีการขับเคลื่อนผลงานออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นที่นิยมชมชอบของประชาชนได้ เพราะคุณทักษิณคือศูนย์รวมแห่งอำนาจตัวจริง 

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

‘เศรษฐา’ แม้จะแสดงบทบาทมาแล้ว 6 เดือน ใครก็รู้ว่าไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริง พลังขับเคลื่อนจึงยังไปไม่เต็มสูบ วันนี้เวลานี้ถ้าปล่อยให้เหมือน 6 เดือนที่ผ่านมา เพื่อไทยและรัฐบาลก็จะหมดมนต์ขลัง หมดพลังแห่งความนิยมชมชอบ แต่วันนี้ดาวจันทร์เป็น มหาอุจจ์ ทั้งมหาอุจจ์ตัวจริงก็ออกมาแล้ว ทั้งเสน่ห์ ทั้งความนิยมชมชอบ บริวารว่านเครือจะมาดำรงคงไว้ซึ่งความยิ่งใหญ่ในอดีตอีกครั้ง ที่ออกจากเรือนจำในช่วงเช้าของวันที่ 18 ก.พ. เป็นฤกษ์แห่งจันทร์เสน่ห์ จันทร์มหาอุจจ์ มุ่งไปสู่จันทร์ส่องหล้า ทางการเมืองอาจปรับ ครม. อาจปรับเปลี่ยนกระทรวงหรือวิธีการทำงาน อันจะทำให้เศรษฐกิจและสังคมกลับมาเฟื่องฟูเข้มแข็งก็ด้วยจันทร์มหาอุจจ์นี่แหละ

แม้จันทร์จะส่องหล้า…ถ้ามากราบหลวงพ่อสัมฤทธิ์ประสิทธิโชค วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน ยิ่งจะเพิ่มมนต์ขลังมนต์เสน่ห์ มหาอุจจ์ มหานิยมที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลนาน…

แกนนำ ‘คปท.’ มั่นใจ ‘ทักษิณ’ ไม่ป่วยหนัก และออกจากรพ.ทันทีหลังได้พักโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569231

18 ก.พ. 2567

09:30 น.

แกนนำ 'คปท.' มั่นใจ 'ทักษิณ' ไม่ป่วยหนัก  และออกจากรพ.ทันทีหลังได้พักโทษ

แกนนำ คปท. มั่นใจ ‘ทักษิณ’ ไม่ได้ป่วยหนัก หลังเห็นภาพ และออกจากรพ.ทันทีเมื่อได้พักโทษ เตรียมเร่งรัด ป.ป.ช. ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้าราชการสมคบคิดช่วยเหลือหรือไม่

18 ก.พ. 2567 นายพิชิต ไชยมงคล หนึ่งในแกนนำ กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูประเทศไทย หรือ คปท. ซึ่งนำมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินทางมาที่ด้านหน้า โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อติดตามและสังเกตการณ์การปล่อยตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการพักโทษ ตั้งแต่เวลา 23.30 น. และเดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจ และกลับถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า จึงทยอยกันเดินทางไปปักหลักชุมนุมที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ  โดยผู้ชุมนุม ไม่ได้เห็นขบวนรถของนายทักษิณ เนื่องจากปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณประตูทางออกด้านถนนพระรามที่ 1 แต่ขบวนรถ ออกทางประตูฝั่งถนนอังรีดูนังต์

นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท.นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท.

นายพิชิต ระบุว่า เหตุการณ์วันนี้สะท้อนว่านายทักษิณ ไม่ได้ป่วยหนักตามที่กล้าวอ้าง โดยหลังจากนี้ทางกลุ่ม คปท.จะไปยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อเร่งให้ป.ป.ช.ดำเนินการตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพราะหลักฐานชิ้นนี้จะเป็นการเร่งรัดการไต่สวน เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และแพทย์ ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตลอด 180 วันหรือไม่ ซึ่งชัดเจนว่าว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกัน
 

ส่วนที่ทำให้มั่นใจว่าไม่ได้ป่วยหนักนั้น มองว่า ถ้าป่วยหนักคงไม่ได้ออกเดินทางทันทีหลังได้รับการพักโทษ และหากต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการรักษาคงไม่ได้หายป่วยกระทันหันแบบนี้ ป่วยกระทันหันได้ แต่หายป่วยกระทันหันไม่ได้  ซึ่งการออกจากโรงพยาบาลก็สะท้อนว่า เป็นการเล่นละครตบตาสังคม

แกนนำ คปท. มั่นใจ นายทักษิณ ชินวัตร ไมได้ป่วยหนัก แกนนำ คปท. มั่นใจ นายทักษิณ ชินวัตร ไมได้ป่วยหนัก

ทั้งนี้ ทางกลุ่ม คปท. ได้เห็นภาพของนายทักษิณจากสื่อมวลชน ซึ่งเท่าที่ดูแล้ว ก็มองว่า อาการปกติดี ไม่มีสายให้น้ำเกลือ หรือสายออกซิเจน ดูแล้วร่างกายของนายทักษิณ ก็แข็งแรงดี  และทางกลุ่ม คปท.จะยังปักหลักชุมนุมต่อไปจนกว่าจะมีความชัดเจนจาก ป.ป.ช. รวมถึงจะติดตามการดำเนินคดี ม. 112 ที่นายทักษิณ ตกเป็นผู้ต้องหาด้วย

และหลังจากนี้ก็จะไปติดตามกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพิ่มเติมด้วย เพราะวันนี้ไม่มีการอายัดตัวนายทักษิณ ก็จะต้องไปสอบถามเพิ่มเติมถึงความชัดเจนในเรื่องนี้ด้วย รวมถึงจะไปสอบถามกองทัพบก ว่าจะมีจุดยืนต่อเรื่องนี้อย่างไร เพราะเป็นผู้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในการดำเนินคดี
 

นอกจากนี้ นายพิชิต ยังกล่าวอีกว่า ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้เจอนายทักษิณ แต่ก็ถือว่าเป็นการมาแสดงพลังของประชาชนเพื่อแสดงให้เห็นว้าทางกลุ่มคัดค้าน และไม่เห็นด้วยกับการพักโทษของนายทักษิณแล้ว

เปิดเงื่อนไขพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ห้ามทำอะไรบ้างหลังถูกปล่อยตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569227

18 ก.พ. 2567

08:26 น.

เปิดเงื่อนไขพักโทษ 'ทักษิณ ชินวัตร' ห้ามทำอะไรบ้างหลังถูกปล่อยตัว

เปิดเงื่อนไขพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ห้ามทำอะไรบ้างหลังถูกปล่อยตัวจากโรงพยาบาลตำรวจ หากฝ่าฝืนถูกส่งเข้าเรือนจำทันที

18 ก.พ.2567 หลังจากที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการ พักโทษ ซึ่งเดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 06.09 น. โดยมี น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวทั้ง 2 คน ของนายทักษิณ เดินทางไปรับและนั่งมาบนรถตู้ สีดำ ทะเบียน ภษ 1414 กทม. โดยมีรถนำขบวนและปิดท้าย มาตลอดเส้นทาง

พักโทษปล่อยตัว พักโทษปล่อยตัว

เวลา 06.33 น. ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ถึงบ้านพักจันทร์ส่องหล้า ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69  สู่อิสระภาพในรอบ 17 ปี ท่ามกลางตำรวจระดับสูงคุมเข้มความปลอดภัย เจ้าตัวเปิดโฉมหน้าชัดๆ ใส่เฝือกอ่อนที่คอ สวมเสื้อเชิ้ตเขียว น้ำเงิน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุ สีเขียว และ สีน้ำเงินเข้ม เป็นสีมงคลของวันอาทิตย์

ทั้งนี้การ พักโทษ ของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’  จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติ 8 ข้อ โดยระหว่างนี้จะมีเจ้าหน้าที่คุมประพฤติหรืออาสาสมัครคุมประพฤติไปเยี่ยม ที่บ้านของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัว หากทำผิดเงื่อนไข จะถูกควบคุมตัวมาขังไว้ที่เรือนจำดังเดิม และมีการลงโทษทางวินัย

1.ผู้ได้รับการพักโทษ จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ

2.ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต

3.ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพย์ติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก

4.ต้องประกอบอาชีพโดยสุจริต

5.ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา

6.ห้ามพกพาอาวุธ

7.ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ

8.ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือ หัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน

สำหรับข้อกังวลที่อดีต นายกฯ อาจจะถูกอาญัติตัว จากอัยการ ในคดี ความผิด มาตรา 112 ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาอายัติตัว เพราะนับว่ากระบวนการเเจ้งข้อกล่าวหานั้นจบไปเเล้ว

ส่วนกลุ่มผู้คัดค้านการพักโทษ ของกลุ่มเห็นต่าง คปปส. ที่ระบุว่าจะเดินทางมาบ้านจันทร์ส่องหล้า ทางตำรวจสน.บางพลัด ได้ขอความร่วมมือ เเละ จัดสถานที่ไว้ด้านหน้าปากซอยจรัญสนิทวงศ์69 ห่างจากบ้านจันทร์ส่องหล้ากว่า 1 กิโลมเมตร

‘ทักษิณ’ ออกจาก รพ.ตำรวจ ถึงบ้านจันทร์ส่องหล้าแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569226

18 ก.พ. 2567

08:10 น.

'ทักษิณ' ออกจาก รพ.ตำรวจ ถึงบ้านจันทร์ส่องหล้าแล้ว

‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี กลับถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า แล้ว หลังได้รับการพักโทษ ขณะ อุ๊งอิ๊ง แชร์สตอรี่ กลับถึงบ้านแล้ว

18 ก.พ.2567  บรรยากาศบริเวณหน้าบ้าน จันทร์ส่องหล้า ย่านจรัญสนิทวงศ์ 69  ขบวนรถที่เดินทางไปรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการพักโทษ ซึ่งเดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 06.09 น. โดยมี น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวทั้ง 2 คน ของนายทักษิณ เดินทางไปรับและนั่งมาบนรถตู้ สีดำ ทะเบียน ภษ 1414 กทม. โดยมีรถนำขบวนและปิดท้าย มาตลอดเส้นทาง

รถตู้ของนายทักษิณ ชินวัตร มาถึงหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ในเวลา 06.33 น.รถตู้ของนายทักษิณ ชินวัตร มาถึงหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ในเวลา 06.33 น.

จากนั้นขบวนรถของนายทักษิณ เดินทางมาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า ในเวลา 06.33 น. ซึ่งที่บริเวณหน้าบ้านมีป้ายผ้า ที่เขียนข้อความต้อนรับนายทักษิณ กลับบ้าน ซึ่งมีฝีมือของหลานๆ ของนายทักษิณ และมีคนเสื้อแดง จำนวนหนึ่งเดินทางมารอรับนายทักษิณ กลับบ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาเกาะติดอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านเช่นเดียวกัน 

รถตู้ของนายทักษิณ ชินวัตร เลี้ยวเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า รถตู้ของนายทักษิณ ชินวัตร เลี้ยวเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า

ทั้งนี้รถตู้ของนายทักษิณ ซึ่งเลี้ยวเข้าบ้านโดยมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัย และหลังจากที่ปิดประตูแล้วปรากฎว่ามีคนในบ้านจันทร์จันทร์ส่องหล้า ออกมาปลดป้ายต้อนรับนายทักษิณ ซึ่งติดอยู่ที่ประตูบ้าน และเก็บเข้าบ้านโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
 

คนในบ้านจันทร์ส่องหล้าปลดป้ายต้อนรับที่ติดหน้าประตูเก็บเข้าบ้าน คนในบ้านจันทร์ส่องหล้าปลดป้ายต้อนรับที่ติดหน้าประตูเก็บเข้าบ้าน

ขณะที่ อินสตาแกรมของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มีการแชร์สตอรี่ เป็นของ นายทักษิณ ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตลายสีเขียว-น้ำเงิน สวมกางเกงขาสั้น สวมเฝือกอ่อนที่คอสีเนื้อ และเฝือกสีดำขวาแขน  

อุ๊งอิ๊ง แชร์สตอรี่ ในไอจี เผยให้เห็นภาพนายทักษิณ อุ๊งอิ๊ง แชร์สตอรี่ ในไอจี เผยให้เห็นภาพนายทักษิณ

ด้านนางประนอม พูลทวี หรือป้าอึ่ง คนเสื้อแดงที่เดินทางมารับนายทักษิณ เปิดกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองเปรียบนายทักษิณเหมือนพ่อ ที่บ้านจะมีรูปของนายทักษิณ ติดไว้ และถึงแม้จะเดินทางมารอรับนายทักษิณ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด แต่ไม่ได้เห็นตัวนายทักษิณเห็นเพียงรถตู้เท่านั้น แค่เห็นรถก็รู้สึกจะร้องไห้ เพราะเฝ้ารอการกลับมาของนายทักษิณ รักท่าน  ไม่รู้จะพูดอย่างไร บอกได้คำเดียวว่ารักท่าน  

'ทักษิณ' ออกจาก รพ.ตำรวจ ถึงบ้านจันทร์ส่องหล้าแล้ว

นางประนอม หรือ ป้าอึ่ง คนเสื้อแดง ที่มารับนายทักษิณ ที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้านางประนอม หรือ ป้าอึ่ง คนเสื้อแดง ที่มารับนายทักษิณ ที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า

นางประนอม ยังฝากถึงนายทักษิณ อีกว่า ไม่ต้องทำงานแล้ว งานใช้หัวสมองอย่างเดียวก็พอ เป็นห่วงที่นายทักษิณป่วย เพราะอายุ 70 กว่าปีแล้ว ซึ่งอาการป่วยป่วยเป็นเรื่องปกติของคนสูงอายุ ขอให้สุขภาพแข็งแรงอยู่กับหลานทั้ง 7 คนไปอีก 20-30 ปี 

เปิดภาพ ครอบครัว ‘ชินวัตร’ รับตัว ‘ทักษิณ’ กลับ จันทร์ส่องหล้า หลังได้พักโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569220

18 ก.พ. 2567

07:00 น.

เปิดภาพ ครอบครัว 'ชินวัตร' รับตัว 'ทักษิณ' กลับ จันทร์ส่องหล้า หลังได้พักโทษ

ครอบครัว ‘ชินวัตร’ รับตัว ‘ทักษิณ’ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ย่านจรัญสนิทวงศ์ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ท่ามกลางสื่อมวลชนที่ปักหลักรออย่างต่อเนื่องเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในช่วง 180 วัน หลังเข้ารับการการรักษาตัว ที่ รพ.ตำรวจ

18 ก.พ. 2567 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ซึ่งได้รับการอนุมัติการ พักโทษ จากนักโทษจำนวน 930 คน  เนื่องจากเข้าเกณฑ์เจ็บป่วยร้ายแรง และมีอายุ 70 ปีขึ้นไป โดยการ พักโทษ นายทักษิณ เป็นไปตามเกณฑ์เพราะต้องโทษมาแล้ว 1 ใน 3 คือ 6 เดือน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 18 ก.พ.67 นี้

 

รถตู้สีดำ ที่นายทักษิณ นั่งออกจาก รพ.ตำรวจรถตู้สีดำ ที่นายทักษิณ นั่งออกจาก รพ.ตำรวจ

และเมื่อถึงกำหนดเวลา 06.09 น. ขบวนรถของนายทักษิณและครอบครัวชินวัตร เดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจทันที โดยนายทักษิณ ชินวัตรและ น.ส.แพทองธาร บุตรสาว ซึ่งเดินทางมารับ นายทักษิณ  บิดา ได้นั่งประกบคู่กันบนรถตู้สีดำ

ในขบวนมีรถตู้ของ น.ส.แพรทองธาร นำขบวน และรถฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำเงินเข้ม ปิดท้ายขบวนคอยคุ้มกัน ขับออกไปทางฝั่งถนนอังรีดูนังต์ เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักจันทร์ส่องหล้า ย่านจรัญสนิทวงศ์ กรุงเทพฯ

รถตู้ของ น.ส.แพทองธาร นำขบวนรถตู้ของ นายทักษิณ ออกจาก รพ.ตำรวจรถตู้ของ น.ส.แพทองธาร นำขบวนรถตู้ของ นายทักษิณ ออกจาก รพ.ตำรวจ

โดยนายทักษิณ  สวมเสื้อเชิ้ตสีเขียว พร้อมสวมเฝือกอ่อนที่คอสีเนื้อ และเฝือกสีดำขวาแขน นั่งรถเบนซ์สีดำ ทะเบียน ภษ 1414 ออกจากอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา รพ.ตำรวจ พร้อม น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดย นายทักษิณ นั่งฝั่งซ้าย และ น.ส.แพทองธาร นั่งฝั่งขวา และมี น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นั่งมาด้านหลัง 

สำหรับเสื้อที่นายทักษิณสวมใส่ สีเขียว และสีน้ำเงินเข้ม อยู่ด้วย ซึ่งผู้เชียวชาญ ระบุ สีเขียว และ สีน้ำเงินเข้ม เป็นสีมงคลของวันอาทิตย์

นายทักษิณ ชินวัตร นั่งรถตู้ สีดำ เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ พร้อมลูกสาวทั้ง 2 คน นายทักษิณ ชินวัตร นั่งรถตู้ สีดำ เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ พร้อมลูกสาวทั้ง 2 คน

ทั้งนี้ ที่บริเวณหน้า โรงพยาบาลตำรวจ มีสื่อมวลชนจำนวนมากปักหลักเฝ้าติดตามการกลับบ้านของนายนายทักษัณ ตลอดทั้งคืน เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 180 วัน ที่นายทักษิณได้ออกจากโรงพยาบาลหลังเข้ารับการรักษาตัว โดยไม่ได้กลับเข้าไปภายในเรือนจำ แล้วเป็นการปรากฏตัวนายทักษิณครั้งแรกต่อสื่อมวลชน 

นายทักษิณ ชินวัตร นั่งรถตู้ สีดำ เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ พร้อมลูกสาวทั้ง 2 คน นายทักษิณ ชินวัตร นั่งรถตู้ สีดำ เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ พร้อมลูกสาวทั้ง 2 คน

โดยมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้จัดกำลังสับเปลี่ยนเวรยามคงเข้มในพื้นที่ เฝ้าระวังความปลอดภัยตรวจรถเข้าออกทุกคัน และเฝ้าระวังกลุ่มมวลชนจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือคปท. ที่มาปักหลักเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอดทั้งคืน
 

รถตู้ ของนายทักษิณ เลี้ยวเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า รถตู้ ของนายทักษิณ เลี้ยวเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า

คนไทย ร้อยละ 76.9 หนุน “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เป็น สส.คนกล้า อภิปรายปกป้องสถาบัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569209

17 ก.พ. 2567

17:10 น.

คนไทย ร้อยละ 76.9 หนุน “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เป็น สส.คนกล้า อภิปรายปกป้องสถาบัน

ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ พบคนไทย ร้อยละ76.9 หนุน “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เป็น สส.คนกล้าแสดงจุดยืน อภิปรายปกป้องสถาบัน เชื่อมีเครือข่ายในสภา ชักใยกลุ่มทะลุวัง ขณะที่ร้อยละ 95.7 ระบุ มีความสุขดีที่เห็นคนไทย เป็นหนึ่งเดียวกัน แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง สส.คนกล้า ในสภาอันทรงเกียรติ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไป ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวน 1,135 ตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติ 

ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์  2567 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.9 ระบุต้องมีพรรคการเมืองที่มีคนแบบ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กล้าแสดงจุดยืนชัดเจน จงรักภักดี ปกป้องเทิดทูน สถาบันหลักของชาติ

รองลงมาคือร้อยละ 75.0 เชื่อว่ามี เครือข่าย สส. ในสภา สนับสนุน กลุ่มเด็กเยาวชน คนสามนิ้ว กลุ่มทะลุวัง และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.1 เช่นกัน สนับสนุน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.พรรคภูมิใจไทย อภิปรายปกป้องสถาบันฯ

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.7 ระบุ มีความสุขดีที่เห็นคนไทย เป็นหนึ่งเดียวกัน แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ ในขณะที่ ร้อยละ 4.3 มีความสุขน้อยถึงไม่มีความสุขเลย

ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.5 ขอให้คนไทยมีสติ ไม่ตกเป็นเครื่องมือ ทำคนในชาติแตกแยก ในขณะที่ร้อยละ 12.5 ไม่ขออะไร

ผลสำรวจ สส.คนกล้า ยกให้ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยผลสำรวจ สส.คนกล้า ยกให้ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย

‘มาดามเดียร์’ ฉายภาพทิศทาง การเมือง-ประชาธิปไตยไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569196

17 ก.พ. 2567

12:44 น.

‘มาดามเดียร์’ ฉายภาพทิศทาง การเมือง-ประชาธิปไตยไทย

‘มาดามเดียร์’ ฉายภาพทิศทางการเมืองและประชาธิปไตยไทย สร้างพื้นที่และเสรีภาพให้ประชาชน ก้าวข้ามระบบอุปถัมภ์

น.ส.วทันยา บุนนาค  ร่วมสัมมนาวิชาการด้านการเมือง การบริหารและกฎหมาย "The JOURNEY OF DEMOCRACY-การเดินทางของประชาธิปไตยไทย " น.ส.วทันยา บุนนาค ร่วมสัมมนาวิชาการด้านการเมือง การบริหารและกฎหมาย “The JOURNEY OF DEMOCRACY-การเดินทางของประชาธิปไตยไทย “

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ เวลา 17.00 น. ที่คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา น.ส.วทันยา บุนนาค อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมสัมมนาวิชาการด้านการเมือง การบริหารและกฎหมาย “The JOURNEY OF DEMOCRACY-การเดินทางของประชาธิปไตยไทย ” จัดโดยคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

โดยช่วงหนึ่ง น.ส.วทันยา ชวนตั้งคำถามเกี่ยวกับการเมืองที่อยากเห็นต่อไป ว่า แท้จริงแล้วการเมืองหมายความว่าอะไร มีนักปรัชญาพยายามนิยามคำว่าการเมืองไว้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เมื่อศึกษาพบว่า นิยามหนึ่งของการเมือง คือ จะพูดถึงเรื่องของอำนาจ แล้วนำอำนาจไปใช้ในการไปจัดสรรประโยชน์เพื่อประชาชน หรือความเป็นจริงก็มีนักการเมืองบางคนที่ใช้อำนาจนั้นเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง นี่จึงเป็นที่มาของระบอบประชาธิปไตย เพราะกติการะบอบประชาธิปไตยเป็นกติกาที่ทำให้คนที่มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายอยู่ร่วมกันในสังคม แต่เป็นกติกาที่จะมากำหนดร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันและเป็นที่ยอมรับของสังคม แล้วเราช่วยกันจะพัฒนาประชาธิปไตยอย่างไรให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า ประชาธิปไตยของเราจะพัฒนาเข้มแข็งได้มากยิ่งขึ้น สิ่งที่สำคัญส่วนหนึ่งคือบทบาทในการสร้างบรรยากาศเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง  ตั้งแต่การกำหนดเจตนารมณ์การเมืองร่วมกันไปในอนาคต หรือบทบาทประชาชนที่จะเข้ามาเป็นคนตรวจสอบถ่วงดุลคนที่ใช้อำนาจต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความรัดกุม ถูกต้อง และตรงกับเจตนารมณ์ประชาชนมากที่สุด

“สิ่งที่สำคัญมากๆถ้าเราอยากจะเห็นการเมืองไทย และระบอบประชาธิปไตยของประเทศเราพัฒนาเติบโตไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างพื้นที่ให้กับประชาชนที่เขาจะมีเสรีภาพและเข้ามามีส่วนร่วมกับการเมืองให้ได้มากที่สุด” น.ส.วทันยา กล่าว

น.ส.วทันยา ยังกล่าวต่อถึง ระบบอุปถัมภ์ของไทย ว่า จากผลการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา พบว่าระบบอุปถัมภ์ หรือบ้านใหญ่การเมืองท้องถิ่นได้เสื่อมสลายอำนาจไปในหลายจังหวัด ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีกับประเทศไทยที่จะพัฒนาการเมืองไปในอนาคต แต่สิ่งที่อยากจะเชิญชวนคือเราจะช่วยทำให้การเมืองไทยทั้งระบบสามารถก้าวข้ามระบบอุปถัมภ์ได้อย่างไร เพราะการที่เรายังมีระบบอุปถัมภ์ ระบบบ้านใหญ่อยู่ มันเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ในประเทศไทย และเมื่อการเมืองเริ่มต้นเข้าด้วยระบบอุปถัมภ์ก็อาจจะนำไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย การทุจริตคอรัปชั่น และอาจจะนำไปสู่เงื่อนไขการรัฐประหารภาพที่เราไม่อยากเห็น ดังนั้นสิ่งที่ตนอยากเห็นการเมืองที่ก้าวข้ามระบบอุปถัมภ์และเป็นพื้นที่กว้างเปิดโอกาสให้กับทุกคนที่มีความสนใจการเมือง มีความรู้ ความสามารถ เข้ามานำเสนอตัวเองให้ประชาชนได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ไอจีสตอรี่ หลานๆช่วยกันเขียนการ์ด รับ ‘ตาทักษิณ’ กลับบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569190

17 ก.พ. 2567

10:22 น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ไอจีสตอรี่ หลานๆช่วยกันเขียนการ์ด รับ 'ตาทักษิณ' กลับบ้าน

‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร โพสต์ไอจีสตอรี่ หลานๆช่วยกันวาดภาพระบายสี เขียนการ์ด รับ ‘ตาทักษิณ’ กลับบ้าน Welcome home grandpa

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.67 อุ๊งอิ๊ง – แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ไอจีสตอรี่ หลานๆ ช่วยกันเขียนการ์ด “Welcome home grandpa” , “We‘ve been waitting for this for so so” รอต้อนรับคุณตา คือ นายทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านอีกครั้ง

โดยมีรายงานว่า นายทักษิณ อาจออกจากโรงพยาบาลตำรวจ กลับบ้านหลังเที่ยงคืนวันนี้

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ดีใจผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” ผ่านสภาฯ ส่งต่อ ครม.พิจารณา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569172

16 ก.พ. 2567

15:52 น.

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ดีใจผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” ผ่านสภาฯ ส่งต่อ ครม.พิจารณา

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษก กมธ.แลนด์บริดจ์ ดีใจ ผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” เมกะโปรเจค ผ่านสภาฯ เรียบร้อยแล้ว ส่งต่อ ครม.พิจารณา หวังเปลี่ยนประเทศไทยสู่ผู้เล่นใหญ่การขนส่งของภูมิภาค

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย และอันดามัน หรือ โครงการแลนด์บริดจ์ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นด้วย 267 เสียง จากทั้งหมด 415 เสียง รับรองรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ โครงการแลนด์บริดจ์ของ กมธ.แล้ว

กมธ.แลนด์บริดจ์กมธ.แลนด์บริดจ์

 ซึ่งในการอภิปรายที่เกิดขึ้นวานนี้(15 ก.พ. 67) ผู้ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.ได้เข้ามาชี้แจงข้อซักถามต่อสมาชิกทั้งในส่วนที่ได้เคยชี้แจงไปแล้วในการประชุมของ กมธ.แลนด์บริดจ์ในหลายครั้งที่ผ่านมา และในการอภิปรายที่เกิดขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

จากนี้ไปเป็นขั้นตอนที่จะส่งผลการศึกษาของ กมธ.แลนด์บริดจ์ ให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษก กมธ.แลนด์บริดจ์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษก กมธ.แลนด์บริดจ์

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า ในฐานะ กมธ.แลนด์บริดจ์ เห็นว่าโครงการนี้ ถือเป็นการนับหนึ่งของเมกะโปรเจค หรือการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยการริเริ่มของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ดึงศักยภาพของประเทศไทย ให้กลับมาเด่นชัดขึ้นในแผนที่โลกอีกครั้ง 

แม้ที่ผ่านมา กมธ.แลนด์บริดจ์ จะต้องพบเจออุปสรรคระหว่างทางไปบ้าง ทั้งในเรื่องของการศึกษาภาพใหญ่ของโครงการที่มองภาพไม่ตรงกัน มองคนละมุม หรือโฟกัสไม่ตรงจุด หรือการลาออกของกรรมาธิการ แต่ กมธ.ไม่เคยท้อถอย เพราะเชื่อว่าหากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยกลายเป็นผู้เล่นใหญ่ของการขนส่งในภูมิภาคเอเชีย

4 สส.ก้าวไกล ลาออก กมธ.แลนด์บริดจ์
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 4 สส.พรรคก้าวไกล ได้ลาออกจาก  กมธ.แลนด์บริดจ์

โดย 4 สส.ก้าวไกลประกอบด้วย

  1. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
  2. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
  3. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร เขต 9 พรรคก้าวไกล 
  4. รศ.สมพงษ์ ศิริโสภณศิลป์