“ภูมิธรรม” สวน ก้าวไกล ตั้ง 9 คณะอนุฯงบ 67 แบบใหม่ เหตุพิจารณาล่าช้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568298

02 ก.พ. 2567

“ภูมิธรรม” สวน ก้าวไกล ตั้ง 9 คณะอนุฯงบ 67 แบบใหม่ เหตุพิจารณาล่าช้า

“ภูมิธรรม” สวน ก้าวไกล ตั้ง 9 คณะอนุฯงบ 67 แบบใหม่ ยันไม่ได้ป้องงบกระทรวง หวังพิจารณาได้เร็วขึ้น ขออย่ากังวล สุดท้ายที่ประชุมชุดใหญ่ชี้ขาดตัดงบฯ พร้อมมอบนโยบายให้ทำงานเป็นหนึ่งเดียว-ปรับลดโครงการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์-เคร่งครัด ม.144

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ที่มีนายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน กมธ. เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2567 ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ในกมธ. งบประมาณปี 67 จำนวน 9 คณะ ประกอบด้วย

นายภูมิธรรม เวชชยชัย นายภูมิธรรม เวชชยชัย

1.คณะอนุฯด้านการบริหาร อาทิ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นต้น

2.คณะอนุฯด้านเศรษฐกิจ 1 อาทิ น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.ศนิวาร บัวบาน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์

3.คณะอนุฯด้านเศรษฐกิจ 2 อาทิ นายสุรเกียรติ เทียนทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นต้น

“ภูมิธรรม” สวน ก้าวไกล ตั้ง 9 คณะอนุฯงบ 67 แบบใหม่ เหตุพิจารณาล่าช้า

4.คณะอนุฯด้านมั่นคง อาทิ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายรังสิกร ทิมาตฤกะ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายทวี สุระบาล สส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐ นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง สส.ชลบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.ยะลา พรรคประชาชาติ นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคก้าวไกล นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย เป็นต้น

5.คณะอนุฯด้านสังคม อาทิ นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย นายโกศล ปัทมะ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย นายอนุรัตน์ ตันบรรจง สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีตสส.นครปฐม พรรคก้าวไกล นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น

6.คณะอนุฯด้านการปกครอง อาทิ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย นายคอซีย์ มามุ สส.ปัตตานี พรรคพลังประชารัฐ นายชลธานี เชื้อน้อย สส.ลำปาง พรรคก้าวไกล น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นต้น

7.คณะอนุฯด้านทรัพยากรบุคคล อาทิ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล นายอิสรพงษ์ มากอำไพ อดีตสส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์

8.คณะอนุฯด้านแผนงานบูรณาการ อาทิ นายศักดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย นายจักรัตน์ พั้วช่วย สส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น

9.คณะอนุฯข้อสังเกต อาทิ นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย สส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นต้น

ภายหลังที่ประชุมมีมติตั้ง 9 คณะอนุฯ ในกมธ.งบฯ ปี 67 แล้วเสร็จ ปรากฎว่าน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวในที่ประชุมกมธ.ฯ ว่า การตั้งคณะอนุฯ ทั้ง 9 คณะ ยกเว้นคณะอนุกรรมาธิการข้อสังเกต จะพบว่าเป็นการตั้งคณะอนุกรรมาธิการที่มีลักษณะแบ่งตามหน่วยงานที่พรรคร่วมรัฐบาลดูแล ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่การตั้งคณะอนุฯ จะแบ่งตามรายการงบประมาณที่ต้องการให้ตรวจสอบ เช่น รายการงบประมาณสำหรับการฝึกอบรม คุรุภัณฑ์ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกรอบการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการฯตามที่ที่ประชุมได้มีมติในครั้งนี้ อาจจะกระทบต่อความเป็นอิสระต่อการทำงานของคณะอนุฯหรือไม่

ทำให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธาน กมธ.ชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากการพิจารณางบประมาณของปี 2567 มีความล่าช้ามาเป็นเวลานาน จึงคิดว่าการปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการฯจะสามารถทำให้การพิจารณางบประมาณทำได้รวดเร็วมากขึ้น

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567  กล่าวว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ 9 คณะ มีอนุชุดละ 10 คน ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมี กรรมาธิการจากชุดใหญ่เข้าไปนั่งในคณะชุดละ 2 คน และวันนี้หลังจากที่ประชุมนัดแรกได้เชิญคณะอนุเข้าประชุมร่วมกับคณะใหญ่เพื่อมอบในการปฎิบัติหน้าที่ ขอบคุณความร่วมมือของคณะอนุกรรมมาธิการ และขอให้ยึดแนวทางการทำหน้าที่พิจารณา ดังต่อไปนี้

1.ขอให้ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่ใช่มองเป็นพรรคการเมืองหรือฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แนะรับฟังทุกความเห็นและร่วมมือกันเป็นอย่างดี ไม่ต้องการใช้วิธียกมือโหวต แต่ต้องการให้คุยกันเกิดข้อสรุป

2.ขอให้ตั้งคำถามกระทรวงหน่วยงานให้มีความสั้นกระชับ ตรงประเด็นได้ใจความ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานต่างมีภารกิจ และการขอข้อมูลควรอยู่ภายใต้การให้เกียรติและเคารพกัน แล้วทุกฝ่ายก็ต้องตอบสนองเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการวางงบประมาณ

3.กรรมาธิการจะพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว 

4. การปรับลดงบประมาณ หลายโครงการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลง 

5. เคร่งครัดในการพิจารณางบประมาณภายใต้กรอบกฎหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 เชื่อว่าความร่วมมือกันจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งท้ายที่สุดในการพิจารณาตัดสินใจตัดงบประมาณอยู่ที่คณะกรรมาธิการชุดใหญ่

พร้อมชี้แจงว่าคณะกรรมาธิการใช้วิธีการใหม่ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ในการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมาใช้เป็นการแบ่งตามภาพรวม มีข้อดีได้เห็นภาพรวม แต่ยอมรับมีปัญหาว่า หน่วยราชการทั้งหมดจะต้องทำงานหนักมาก จึงใช้วิธีการตั้งคณะอนุตามมาตรา หรือตามกระทรวง ซึ่งการพิจารณาแต่ละกระทรวงหนึ่งอาจจะใช้เวลา 1-2 วัน ซึ่งหากทำแล้วเห็นว่าแบบเก่าดีกว่าก็จะกลับไปใช้แบบเก่า หากแนวทางใหม่ดีกว่าก็จะเป็นวิธีทำงานใหม่

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงข้อสังเกตุการตั้งคณะอนุฯ ว่าจะเป็นการใช้รูปแบบเพื่อปกป้องงบของกระทรวงตัวเองหรือไม่ ว่าท้ายที่สุดคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ และมาจากตัวแทนทุกพรรคการเมือง จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ

“อย่ากังวลเกินไป คิดว่าวันนี้เชิญบุคคลภายนอกเข้ามา หรือรับตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองส่งมา ล้วนแต่เป็นการทำให้รวดเร็วคล่องตัวมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าตั้งไจทำอะไรที่เป็นประโยชน์แบบนี้อยู่ตรงไหนก็ทำได้ เจตนาแบบนี้สามารถแฝงไปได้ทั้งนั้น วันนี้เราเปิดเผยต่อสาธารณะ และเปิดเผยต่อหน้าคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งเป็นตัวแทนพี่มาจากทุกพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร” นายภูมิธรรมกล่าว

“ภูมิธรรม” สวน ก้าวไกล ตั้ง 9 คณะอนุฯงบ 67 แบบใหม่ เหตุพิจารณาล่าช้า

ทั้งนี้ยืนยันจะพิจารณางบประมาณภายในกรอบเวลา 105 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 17 วัน โดยตั้งใจจะทำให้แล้วเสร็จก่อนกรอบเวลากำหนดอย่างน้อย 15 วัน เมื่อทำกฎหมายได้เร็วที่สุดก็จะมีงบประมาณไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้เร็ว แม้มีความเห็นต่าง ที่เป็นความเห็นอิสระของแต่ละคน แต่สุดท้ายก็ต้องที่ประชุมใหญ่พิจารณา

‘เศรษฐา’ อาการดีขึ้น เข้าลุยงานทันที บอกพ้นระยะติดเชื้อแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568265

02 ก.พ. 2567

'เศรษฐา' อาการดีขึ้น เข้าลุยงานทันที บอกพ้นระยะติดเชื้อแล้ว

นายกรัฐมนตรี ‘เศรษฐา’ อาการดีขึ้น เข้าลุยงานทำเนียบรัฐบาลทันที บอกพ้นระยะติดเชื้อแล้ว แต่เสียงยังแหบแห้ง ขออย่าดราม่า คณะอนุฯ ซอฟพาวเวอร์ด้านแฟชั่น ลาออก

‘เศรษฐา’ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 9.00 น. หลังจากอาการป่วยดีขึ้น โดยทันทีที่รถเลี้ยวเข้ารั้วทำเนียบรัฐบาล ผ่านหน้ารังนกกระจอกของสื่อมวลชน นายกรัฐมนตรี ได้ลงจากรถมายืนให้สัมภาษณ์ โดยบอกว่า ตอนนี้พ้นระยะติดเชื้อแล้ว แต่ขอใส่ หน้ากากอนามัย ไว้ก่อน เจอวันนี้จึงขอกลับมาทำงานปกติอันนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าจำเสียงของ นายกรัฐมนตรี แหบแห้ง แต่ดีขึ้นกว่า 2 วันก่อน

ส่วนวันพรุ่งนี้มีกำหนดเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา อย่างเป็นทางการ รู้สึกสบายมาก ไม่มีปัญหา วันนี้ 9.30 น. ก็มีผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ พาผู้บริหารจากธนาคารจีนเข้าพบ และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าพบ โดยมาคุยเรื่อง การท่องเที่ยว ยืนยันไม่ต้องห่วง สบายมาก

ทั้งนี้ เมื่อวานตนได้สั่งการหลายเรื่อง ส่วนวันนี้เป็นห่วงเรื่อง ฝุ่น PM2.5 ที่มาจากประเทศกัมพูชา ซึ่งจากโทรศัพท์หา พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อีกครั้ง โดยถ้าดูจากแผนที่ความร้อนของประเทศไทยมีน้อยมาก แต่จะมีมากในฝั่ง กัมพูชา และมีลมพัดจากฝั่งตะวันออกมาตะวันตก นอกจากนี้จะกำชับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในสัปดาห์หน้าเพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น ซึ่งระบบตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ต้องไม่ล่ม เพราะเมื่อคืนนี้ก็ลงไปอีกรอบ แต่ว่าแก้ได้เร็ว ก็ต้องดูว่าระบบเป็นอย่างไร

นายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี

ส่วนกรณีที่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการซอฟพาวเวอร์แห่งชาติ ได้ลาออกยกคณะ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี ได้รายงานความคืบหน้าเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ตามอ่านจากทวิตเตอร์ของคุณหมอ ก็ไม่มีอะไร ขอร้องว่าอย่าไปดราม่า และจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นใหม่ในช่วงสัปดาห์หน้า ไม่มีอะไร แล้วเราจะหาคนที่เหมาะสมเข้ามา ซึ่งพวกเขามาทำงานก็ไม่ได้เงินเดือน

ทั้งนี้ตนไม่ทราบรายละเอียดมาก แต่คาดว่าถ้าภาระงานหนักมากเกินไปก็คงไม่ไหว และกลัวกระทบคณะกรรมการชุดใหญ่จะเสียหาย ก็เป็นไปตามที่ นพ.สุรพงษ์ ได้ชี้แจง แต่ยืนยันว่าขับเคลื่อนเต็มที่ โดยเมื่อวานนี้คณะอนุกรรมการด้านกีฬาได้ไปพูดคุยกับกองทัพเรื่องมวยไทย เช่นเรื่อง กางเกงมวยไทย ก็เห็นหลายคนใส่เป็นแฟชั่น อย่างศิลปินชื่อดังจากต่างประเทศ แต่รู้สึกว่าภาษาบนกางเกงมวยเป็นภาษากัมพูชา ซึ่งเราต้องพยายามขยายเรื่องนี้ให้เยอะขึ้น

นายกรัฐมนตรี ยังพูดทิ้งท้ายว่าวันนี้เป็นที่น่าเสียดายเพราะมีกำหนดการเตะฟุตบอลกับคณะทูตต่างประเทศ แต่ก็จะไปร่วมงานในช่วงเย็น

นายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568253

01 ก.พ. 2567

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

ก้าวไกล เจ้าภาพ จัดเลี้ยงมื้อค่ำ “ดินเนอร์กระชับมิตร” อย่างชื่นมั่น แกนนำฝ่ายค้านแถลง เตรียมจัดกิจกรรม ฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค ประเดิมที่ จ.อุดรธานี “พิธา” ยืนยัน พรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่แซ่บนัวถึงพริกถึงขิงแน่ เฉลิมชัย มั่นใจมีเอกภาพ

เมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ. 2567 ที่ร้านเส่ย ย่านสามเสน  กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลในฐานะผู้นำฝ่ายค้านได้นัดทานมื้อค่ำ หรือ ดินเนอร์กระชับมิตร กับพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 5 พรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเป็นธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคใหม่ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในพรรคร่วมซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกัน

ดินเนอร์กระชับมิตรพรรคร่วมฝ่ายค้าน ดินเนอร์กระชับมิตรพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ในส่วนของพรรคก้าวไกล นำโดย นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ก้าวไกลและผู้นำฝ่ายค้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรค นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคเดินทางมาด้วยตัวเอง พร้อมกับรองหัวหน้าพรรค 4 คน ทั้งนายประมวล พงศ์ถาวราเดช นายนริศ ขำนุรักษ์ นายชัยชนะ เดชเดโช และดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวพรรค นายอุดมเดช รัตนเสถียร รองหัวหน้าพรรค นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ
ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ
ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

โดยบรรดาแกนนำของแต่ละพรรคทอยเดินทางมาถึง นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เดินทางมาถึงในเวลาประมาณ 18.56 น.โดยเมื่อถึงร้านได้เดินเข้าไปทักทายนายสุชัชวีร์ ที่กำลังร่วมโต๊ะอยู่กับสื่อมวลชน พร้อมหยิบกากหมูคั่วพริกขึ้นมาชิม 1 ชิ้น นายสุชัชวีร์ได้ถามนายชัยธวัชว่าทำไมถึงเลือกร้านนี้ นายชัยธวัชจึงบอกว่า “ผมไม่ได้เป็นคนเลือก แต่คุณทิมมาบ่อย ผมไม่ได้มาบ่อย แต่ที่นี่อาหารอร่อย และใกล้สภา”

ดร.เอ้ และต๋อม ชัยธวัช

ผู้สื่อข่าวแซวนายชัยธวัชว่าแคบหมูที่ชิมอร่อยหรือไม่ นายชัยธวัช จึงบอกว่า “อร่อยมาก แต่อ้วน แต่เป็นไขมันที่ดี”

เมื่อถามถึงกรณี ที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการเลือกร้านอาหารว่าในวันที่มีการนัดหมายจัดตั้งรัฐบาลเลือกร้านอาหารหรูรู้แต่วันนี้เลือกร้านนี้เพราะเหตุใด นายชัยธวัชตอบสั้นๆว่า “ใกล้สภาครับ อย่าคิดมาก” พร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน

จากนั้นนายชัยธวัช ได้ออกไปต้อนรับนาย กัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม โดยนายกัณวีร์ได้กล่าวถึงผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับนโยบายหาเสียงของพรรคก้าวไกล ว่าไม่ขอก้าวล่วงศาล แต่ก็คงต้องต่อสู้กันต่อไป ซึ่งตนก็ให้กำลังใจพรรคก้าวไกลตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อถามว่าเป็นเพื่อนแท้กับพรรคก้าวไกลใช่หรือไม่ นายกัณวีร์ตอบสั้นๆว่า “อยู่ด้วยกันตั้งแต่วันแรก”

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

จากนั้นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.พรรคก้าวไกลได้เดินทางมาถึงที่ร้าน พร้อมบอกเหตุผลที่เลือกร้านนี้ว่า เคยมากินเมื่อสมัยประชุมที่แล้ว จำได้ว่าไม่ไกลกับสภา

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

เมื่อถามว่าชอบเมนูไหนของร้าน นายพิธา ถามกลับว่ามีเมนูต้มเค็มหรือไม่ ผู้สื่อข่าวจึงแนะนำว่าเมนูขึ้นชื่อร้านคือต้มยำปลาทูและแก้มปลาทูทอด นายพิธาจึงตอบรับว่า “ใช่” ก่อนที่นายชัยธวัช จะพูดเสริมขึ้นมาว่านายพิธาชอบต้มส้ม ก่อนทั้งคู่จะมองหน้ากัน

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าเมนูต้มส้ม มีความหมายหรือไม่ นายชัยธวัช ไม่ได้ตอบเพียงยิ้มเขิลๆ

นายพิธายังบอกอีกว่าตอนแรกจะไปอีกร้าน ชื่อร้าน “บ้านใน” ที่ได้มิชลิน แต่ร้านอยู่ระหว่างปิดปรับปรุง

เมื่อถามว่าใครเป็นเจ้าภาพ นายพิธาชี้ไปที่นายชัยธวัช ซึ่งนายชัยธวัชก็ตอบรับ

โดยนายพิธา เปิดเผยว่า เป็นคนเลือกร้านนี้เอง เนื่องจากมากินตั้งแต่สมัยเด็ก และในสมัยประชุมที่แล้วมากิน และอยู่ไม่ไกลจากสภา อาหารอร่อยหลายอย่างโดยเฉพาะเมนูต้มยำปลาทู และแก้มปลาทูทอด นายชัยธวัชจึงแปลว่า เมนูที่พิธาชอบมากที่สุดคือต้มส้ม ทำให้นายพิธา ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอาหาร

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ ก็มุ่งหน้ามาที่ร้านเส่ยร่วมรับประทานอาหารด้วย โดยมีนายพิธามารอต้อนรับคุณหญิงหน่อย พร้อมทักทายว่า “สบายดีนะครับ ดีใจที่วันนี้มาร่วมทานอาหารด้วยกัน”

จากนั้นนายเฉลิมชัย ก็ได้เดินทางมาถึงแล้วเข้าร่วมโต๊ะรับประทานอาหารอย่างเป็นกันเอง

สำหรับบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปด้วยความชื่นมื่น เป็นกันเองยิ้มแย้มแจ่มใส แต่บางคนก็ยังมีท่าทีเคอะเขินกันอยู่บ้าง ส่วนเมนูอาหารส่วนใหญ่เป็นเมนูดังของร้าน ทั้งต้มยำปลาทู ปลาทูทอด ตับทอดกระเทียม แกงจืดฟองเต้าหู้ กระหล่ำปลีผัดน้ำปลา เขียวหวานลูกชิ้นปลากรายผัดแห้ง กากหมูคั่วพริกเกลือ และหอยตลับผัดฉ่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการดินเนอร์กันของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ก็มีประชาชนที่ทราบข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านมารับประทานอาหารกันที่นี่ก็มารอดูนายพิธา ที่บริเวณหน้าร้าน

ฝ่านค้านสัญจร 4 ภาค ประเดิมจ.อุดรธานี

ภายหลังการรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายชัยชนะ เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการมากระชับความสัมพันธ์ วางแผนว่าจะทำอะไรในช่วงปิดสมัยการประชุม สภาผู้แทนราษฎร โดยจะมีการจัดกิจกรรมฝ่ายค้านสัญจรไป ให้ครบทั้ง 4 ภาค โดยเริ่มต้นที่ภาคอีสาน จังหวัดอุดรธานี ส่วนภาคใต้ยังไม่ได้กำหนดจังหวัด ซึ่งหลังจากนี้จะมีการนัดรับประทานอาหารร่วมกันเดือนละหนึ่งครั้ง ซึ่งครั้งต่อไปพรรคประชาธิปัตย์เป็นเจ้าภาพ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยสถานที่

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

สำหรับในการพูดคุยเรื่องการทำงาน พูดคุยกันทุกวัน มีความสุขดี ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจขณะนี้แต่ละพรรคต่าง คนต่างเก็บข้อมูล ทั้งนี้ ในการหารือเป็นการพูดคุยแบบสบายเน้นปัญหาในพื้นที่มากกว่า

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราชแทนตำแหน่งที่ว่าง พรรคก้าวไกลจะหลีกทางให้พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องสำคัญ

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

ด้านนายชัยชนะ ย้ำว่า ความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมฝ่ายค้านดีอยู่แล้ว เห็นได้จากการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ตลอด พร้อมบอกว่ารุ่นนี้ไม่มีเขิน

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

ขณะที่นายวิโรจน์ ระบุว่า ถ้าไม่มีไมค์ นายชัยชนะกับตนจะทำตัวสบายกว่านี้ พร้อมหัวเราะแล้วบอกว่า พอมีใหม่มาจอดแล้วดูเป็นทางการ แต่จริงๆคุยกันมาตลอด ซึ่งตนก็ยอมรับนับถือตัวนายชัยชนะ ตนมีความสนิทถึงขั้นซี้กันอยู่แล้ว การทำงานจึงไม่มีปัญหา ไร้รอยต่อ

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

ปชป.ให้กำลังใจก้าวไกลแต่ไม่ก้าวล่วงศาล

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ให้กำลังใจพรรคก้าวไกลอย่างไรหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย นายชัยชนะกล่าวว่า ส่วนเราเป็นกำลังใจให้กันอยู่แล้วส่วนอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เป็นเรื่องของอนาคต วันนี้ต้องเป็นกำลังใจทำงานให้มีความสุข ไม่มีรอยต่อ

สำหรับจุดยืนสองพรรคที่แตกต่างกันนั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า ต้องเคารพจุดยืนของแต่ละพรรค แต่จุดร่วมคือการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ปกป้องงบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน ซึ่งแต่ละพรรคเมื่อนำนโยบายออกมากาง ก็เหมือนและต่างกันบ้าง แต่ถ้ามาใส่ใจในเรื่องที่เป็นจุดด่างอย่างเดียว ควรมาโฟกัสในจุดร่วมที่ทำงานเพื่อประชาชน ทั้งนี้ ถ้าเป็นนโยบายเหมือนกันคงไม่มีพรรคการเมืองหลายพรรค พร้อมย้ำฝ่ายค้านเป้าหมายคือการตรวจสอบรัฐบาล ต้องถามว่ารัฐบาลทำงานมาจะเกือบปีแล้ว มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง

ส่วนประเด็นในการพูดคุยวันนี้ มีเรื่องเงินดิจิทัล วอลเล็ต แลนด์บริจน์ นายชัยชนะ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้มีการพูดคุยกันทุกวันอยู่แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีมีการผลัดวันประกันพรุ่ง ในแต่ละวัน ซึ่งวันนี้เป็นการคุยกันแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้นำเรื่องงานหนักมาคุยกัน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์นายชัยชนะและนายวิโรจน์ ยังได้กอดคอโชว์สื่อ พร้อมโชว์มินิฮาร์ท เพื่อแสดงออกถึงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด

“พิธา”ยัน พรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่แซ่บนัวถึงพริกถึงขิง

ภายหลัง “ดินเนอร์กระชับมิตร” ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายชัยธวัช ตุลานนท์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและผู้นำฝ่ายค้าน และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงข่าวกับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

โดยนายชัยธวัช กล่าวว่า การนัดทานข้าวกันวันนี้ได้นัดกันมาเป็นเดือนแล้ว ทางหัวหน้าพรรคและแกนนำทุกพรรควันนี้ได้ให้กำลังใจกับพรรคก้าวไกลด้วยและยังได้หารือกันในการที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เดือนกุมภาพันธ์นี้ จะเริ่มมีการเปิดเวทีพบปะกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและยังมีอีกหลายประเด็นที่เราไม่จำเป็นต้องรอให้ปิดสมัยประชุมเหมือนที่ผ่านๆมาถึงต้องมีเวทีฝ่ายค้านพบประชาชน ถือว่าโอกาสนี้เชื่อมความสัมพันธ์กันด้วย เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายพรรคก็เพิ่งจะเริ่มทำงานร่วมกัน ได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองกันทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

เฉลิมชัย มั่นใจฝ่ายค้านมีเอกภาพ

ด้านนายเฉลิมชัย มั่นใจว่าฝ่ายค้านมีเอกภาพและเป้าหมายการทำงานของเราวันนี้ก็พูดตั้งแต่วันที่ประชุมวันแรกว่าดูที่สาระการทำงานโดยเอาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก แล้วหลังจากนี้คงทำงานร่วมกันและมีกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งการกินข้าวร่วมกันถือเป็นปกติของสังคมไทยบางเรื่องไม่จำเป็นต้องจบในห้องประชุมจบที่โต๊ะกินข้าวก็ได้แล้ว

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

ส่วนที่มีการดื่มแอลกอฮอล์กันในโต๊ะอาหาร นายชัยธวัช กล่าวว่าถือว่าเป็นฟิวเพราะในสภาไม่สามารถดื่มได้ ถือว่าเป็นฟิว

เมื่อถามว่าในพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีใครจะไปไหนแล้วใช่หรือไม่ เนื่องจากมีงูเห่าอยู่ในพรรคไทยสร้างไทย นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ก็ต้องรอดูกันไป อยากให้ช่วยกันจับตาดู

ด้วยความเป็นนักการเมืองด้วยกันก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกันอยู่แล้ว และการที่เราทำงานร่วมกันในฐานะฝ่ายค้านและเราต้องทำงานร่วมกันอีกหลายอย่างซึ่งเราคิดว่าทำให้ความสัมพันธ์ของระหว่างพรรคการเมืองทุกพรรคที่เรามีซึ่งเราต้องยอมรับว่ามีคุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้ใหญ่ คุณหญิงก็จะเชื่อมและใช้ประสบการณ์คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าทำงานให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวกล่าวขอโทษที่ทำให้ประชาชนผิดหวัง กรณีที่คนที่หักหลังเป็นงูเห่า ว่าเราก็เคยเจอแบบนี้มา ประชาชนก็ผิดหวัง หัวใจคนเราบังคับไม่ได้ ความสำนึกรับผิดชอบของประชาชน เราก็บังคับไม่ได้ แต่ประชาชนจะรู้ดี ว่าคำพูดของคนคำมั่นสัญญาของคนมีความสำคัญ

ก้าวไกล เจ้าภาพ “ดินเนอร์กระชับมิตร” จ่อจัดฝ่ายค้านสัญจร 4 ภาค เริ่ม จ.อุดรฯ

พิธา ชวนชิม ต้มยำปลาทู ทั้งแซ่บทั้งนัว

สำหรับนายพิธา กล่าวว่าตนในฐานะคนที่เลือกร้านนี้ ของอร่อยของที่นี่คือต้มยำปลาทู ทั้งแซ่บทั้งนัว จึงหวังว่าการทำงานของฝ่ายค้านทั้งแซ่บทั้งนัว แน่นอนว่าการทำอาหารให้ออกมาอร่อย 1 จาน 1 ต้องมีวัตถุดิบหลายอย่าง ถึงจะออกมาทั้งแซ่บทั้งนัวการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีความแซ่บความนัวก็มาจากประสบการณ์ของนักการเมืองรุ่นเก่าและนักการเมืองรุ่นใหม่ผสมผสานกันอย่างเหมาะเจาะ และขอให้พี่น้องประชาชนไว้ใจได้ว่าพรรคฝ่ายค้านไม่ออมมือแน่นอนถึงจะมีความแตกต่างหลากหลายก็มีเอกภาพและเป็นรสชาติที่รับรองว่าถึงพริกถึงขิงแน่นอน

ภายหลังการแถลงข่าวพรรคร่วมฝ่ายค้านได้จับมือแสดงความสามัคคีและความเป็นเอกภาพร่วมกัน จากนั้นนายพิธาได้ทำท่ามินิฮาร์ท ซึ่งนายชัยธวัชทักว่า “ท่านี้ไม่ได้ ท่านี้ไม่ได้” นายพิธาจึงตอบกลับไปว่า“ทำไมล่ะ เป็นไออุ่นที่คุ้นเคย” จากนั้นจึงเปลี่ยนไปทำท่าหัวใจโดยใช้มือไขว้กัน

นักข่าวจึงแซวว่าคิดถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเลย นายพิธา จึงกล่าวว่า “ไม่มีไม่มี และขออย่าแซว”

นักข่าวจึงถามต่อว่าแล้วคิดถึงใครนายพิธา จึงตอบกลับว่า “คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว”

“แบงค์ ศุภณัฐ” ของขึ้น ท้าเพจดัง แน่จริงขุดข้อมูล “หนีทหาร” อย่าแค่ราคาคุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568254

01 ก.พ. 2567

"แบงค์ ศุภณัฐ" ของขึ้น ท้าเพจดัง แน่จริงขุดข้อมูล "หนีทหาร" อย่าแค่ราคาคุย

“แบงค์ ศุภณัฐ” สส.ก้าวไกล ของขึ้น ท้าเพจดัง โพสต์ให้ชัดว่า”หนีทหาร” อย่าดีแต่ตั้งคำถาม จะได้ฟ้องถูกคน ยืนยัน เข้าเกณฑ์ทหาร 3 เม.ย. 56 ทำถูกต้องตามกระบวนการ แน่จริงขุดข้อมูลต่อ อย่าแค่ราคาคุย

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2567 ที่อาคารรัฐสภา “แบงค์ ศุภณัฐ” มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกรณีที่เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไรออกมาแซะเรื่องการเกณฑ์ทหาร โดยนำรูปออกมาโชว์ว่า “หนีทหาร” และถูกตัดสินโทษจำคุก รอลงอาญา ว่า ถ้ามั่นใจ พูดมาให้ชัด ว่า “ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ไม่ได้เกณฑ์ทหารแน่นอน ไม่ได้รับเกณฑ์ทหารจนอายุถึงทุกวันนี้ ถ้าคุณกล้าพูดคุณพูดเลย”

แบงค์ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล

ส่วนที่ไปลงรูปตัวเองในเพจสุดท้ายก็เป็นการยืมมือประชาชน ตั้งคำถามเฉยๆ แต่ถ้าคุณกล้าพูดคุณพูดออกมาเลยครับ ยืนยัน ตนได้ผ่านกระบวนการเกณฑ์ทหารเรียบร้อย วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556 ได้เข้าไปเกณฑ์ทหารในค่าย มีเอกสารครบ และวันนั้นหากจำไม่ผิดพล.อ.อ.​สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงไปตรวจด้วย และตนก็อยู่ตรงนั้น เพราะตอนนั้นเป็นรัฐบาลสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แบงค์ ศุภณัฐ ยังถามกลับว่า ถ้าเขาอยากจะเห็นสูติบัตรของตน จำเป็นจะต้องเอามาโชว์หรือไม่ หรือ ถ้าวันนี้บอกว่าผมกับคุณแม่ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน ต้องตรวจ DNA หรือไม่ ซึ่งไม่ว่าใครจะถามอะไรก็แล้วแต่หากเป็นประโยชน์ต่อประชาชนตนยินดีตอบ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไร นี่คือข้อที่ 1 

ส่วนข้อที่ 2 สิ่งที่คุณกำลังพูดอยู่ คุณต้องเอาหลักฐานมา มิเช่นนั้นก็ตั้งคำถามได้เป็นร้อยเรื่อง ถ้าคุณมั่นใจว่าใช่คุณพูดออกมาเลยอย่าตั้งเป็นประโยคคำถาม ขอให้พูดเป็นประโยคบอกเล่า เป็นการกล่าวหาไปเลย ตนจะได้ฟ้องถูกตัว แต่ทุกวันนี้คุณตั้งคำถามและหลอกให้ประชาชนที่ไม่รู้กฎหมายเข้ามาแสดงความคิดเห็น ปัญหาคือประชาชนเกิดความเสี่ยง แต่ตัวคนตั้งเรื่องไม่เสี่ยง

“ขอให้พูดเลยว่า “ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ อายุ 32 ปีไม่เคยผ่านการเกณฑ์ทหาร คุณกล้าพูดหรือไม่ ถ้าคุณหาหมายศาลได้ คุณก็หาเอกสารต่อได้ ง่ายจะตาย หากทหารอยากเปิดเผยข้อมูลผมก็ยินดี ขณะเดียวกันผมก็จะได้เริ่มของ สส. คนอื่น ยัน ครม.” นายศุภณัฐกล่าว

ส่วนเรื่องนี้ จะเป็นการขุดข้อมูลการเกณฑ์ทหารของ สส. ทุกคนมาเปิดเผยเลยใช่หรือไม่ แบงค์ ศุภณัฐ กล่าวว่า ถ้าทหารยินดีเปิด ตนก็จะถามข้อมูลของ สส.ทั้งหมด เอาประวัติของทุกคนขึ้นไปในระบบคลาวด์ และต่อไปการเกณฑ์ทหารตนแนะนำ ให้ถ่ายรูปทุกคนบรรจุลงไปในระบบ การขายใบ สด.43 ข้างนอก ที่เป็นธุรกิจจะได้จบลง

ส่วนที่เพจดังกล่าวจงใจที่จะทำลายชื่อเสียงใช่หรือไม่ ตนไม่ได้มองขนาดนั้น แต่พูดตรงๆคือมันเป็นเพจไอโอ ต้องหาคอนเทนต์​หาเพจสื่อ ไม่งั้นก็จะอยู่ไม่ได้ คุณไปดูได้เลย สส.ตัวเล็กไม่มีแสงก็ไม่โจมตี แต่สำหรับตน ตนมั่นใจผ่านกระบวนการเรียบร้อย ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

เมื่อถามว่าจับได้ใบดำใช่หรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า “ผมผ่านกระบวนการเรียบร้อย ไม่ขอตอบคำถามต่อ เขาเก่งนี่ก็ไปหาต่อได้ จะได้รู้ว่าทักษะของเพจไอโอมีความสามารถแค่ไหน หรือที่ผ่านมาก็มีแค่ราคาคุย”

เมื่อถามว่า นี่โกรธหรือเปล่า แบงค์ ศุภณัฐ ปฏิเสธว่าไม่ได้โกรธ แต่แค่รีบเดินมาประชุม..แล้วเหนื่อย

‘สมศักดิ์’ เตรียมแฉขบวนการ ‘วัวเถื่อน’ ทำราคาตกต่ำ-นำเข้าเชื้อโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568250

01 ก.พ. 2567

'สมศักดิ์' เตรียมแฉขบวนการ 'วัวเถื่อน' ทำราคาตกต่ำ-นำเข้าเชื้อโรค

‘สมศักดิ์’ ตอบกระทู้สภาปัญหาราคาวัวตกต่ำ เตรียมส่งรายชื่อ ‘วัวเถื่อน’ ให้กระทรวงเกษตรฯ เชื่อ ‘โคล้านตัว’ ช่วยได้

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2567 เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการกระชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม วาระเพื่อพิจารณากระทู้ถามสด โดย น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้เกษตรกรมีปัญหาราคาวัวตกต่ำที่เป็นปัญหาร้ายแรงของประชาชน เพราะวัวคือตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ของประชาชน เวลาเขาอยากได้เงินก็เอาวัวไปขาย ทุกครั้งที่ตนเดินทางไปที่ตลาดนัดโคกระบือทางภาคอีสาน เพื่อดูและให้กำลังใจ พบว่าราคาวัววันนี้ตกต่ำมาก จากเดิมตัวละ 50,000 เหลือแค่ 10,000 – 30,000 บาทเท่านั้น

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

พี่น้องประชาชนเริ่มหมดความหวังในการเลี้ยงวัวเพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง แต่วันนี้ตนเริ่มมีความหวัง กับโครงการวัวแสนล้าน ที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการ จะเป็นโครงการที่เป็นความหวังกับประชาชน อยากทราบว่าเมื่อไรโครงการนี้จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ตนคิดว่าควรจะต่อยอดการพัฒนาสายพันธุ์ที่จะทำให้ราคาวัวดีขึ้น และขอฝากปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหากโครงการนี้สำเร็จ วัวจะมากขึ้น โรคปากเท้าเปื่อยขอให้รัฐบาลเตรียมรับมือเอาไว้ด้วย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ว่า โครงการวัวแสนล้าน ของกองทุนหมู่บ้านดำเนินการ จัดหาหรือนำโคมาเลี้ยงนั้น จะไม่มีปัญหาในเรื่องที่จะเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน เพราะจะให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านได้กู้เงิน มาจาก ธกส. 50,000 บาท เพื่อนำไปซื้อวัวเอง ครอบครัวหนึ่งก็จะเลี้ยง 2 ตัว ซื้อเอง เลือกเองว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่ชอบอย่างไร หากโครงการนี้เกิดขึ้นการจัดหาหรือการซื้อวัวของเกษตรกรพร้อมๆกัน ราคาวัวที่ตกต่ำก็จะขึ้น และอีกส่วนคือ ตนได้ให้ สำนักงาน ป.ย.ป. ร่างกฎหมายการส่งเสริมปศุสัตว์ คือการพัฒนาพันธุ์การแข่งขัน สร้างกติกา สนามแข่งให้ได้มาตรฐาน รวมถึง พ.ร.บ.การพนัน ที่ปรับให้มีความทันสมัยขึ้น หากเรามีกฎหมายแข่งขัน เหมือนในยุโรปที่มีการเลี้ยงม้าแข่งตัวที่ได้แชมป์ราคาสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ เราอาจจะได้เห็นวัวบ้านเราราคาตัวละ 10-20 ล้านบาทได้ โดยร่างกฎหมายนี้คาดว่าจะเสร็จช่วง เม.ย.-พ.ค. 

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาวัวราคาตกต่ำขณะนี้เพราะ วัวเถื่อนวัวเข้ามา เนื้อแช่แข็งและเป็นตัวมีชีวิต โดยสถิติการเลี้ยงวัวในประเทศ มีผู้เลี้ยงประมาณ 1.4 ล้านคน มีวัว 9 ล้านกว่าตัว ซึ่งการบริโภคในประเทศปีละ 97 เปอร์เซ็นต์ แล้วเป็นไปได้อย่างไรที่มีวัวส่งออกตามชายแดน 2-3 แสนตัว เป็นขายแบบไม่ขออนุญาต แล้วส่วนเกนนั้นมากจากไหน ตนก็ได้ไปสืบหาข้อมูลทราบว่า มีวัวที่นำเข้าตามชายแดน มีหลายพื้นที่ มีวัวแช่แข็งและมีหมูแช่แข็งเข้ามาด้วย มีอยู่หลายพื้นที่ ในมือตนมีรายชื่อแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้ นายไชยา พรหมารมช.เกษตรฯ ได้นำไปดำเนินการปราบปรามวัวเถื่อนตรงนี้ และตนจะไปหารือกับนายกภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ที่กำกับดูแลเรื่องกลไกตลาดและการนำเข้า ส่งออกด้วย ซึ่งปัญหาวัวเถื่อนนอกจากทำให้ราคาวัวในประเทศตกต่ำแล้ว ยังนำโรคเข้ามาด้วย หากเราบล็อกให้อยู่โรคก็จะไม่เข้ามา ต้องฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

2 พรรคใหญ่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” จับมือยื่นแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568237

01 ก.พ. 2567

2 พรรคใหญ่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” จับมือยื่นแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

2 พรรคการเมืองใหญ่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” จับมือยื่นแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ หวังแก้ปมเสียงข้างมาก 2 ชั้น เพิ่มความยืดหยุ่น กกต. จัดทำประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้งได้ มั่นใจแม้ต่างฝ่าย แต่ร่วมผลักดันเพื่อประโยชน์

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2567 ที่อาคารรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร วันมูหะมัดนอร์ มะทา รับยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประชามติ 2 ฉบับ คือฉบับจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ และอีกฉบับจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่พรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอ

2 พรรคใหญ่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” จับมือยื่นแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

โดยประธานสภาฯ ระบุว่า จะนำร่างทั้ง 2 ฉบับนี้ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุมต่อไป ซึ่งน่าจะเสร็จโดยเร็ว เพราะเรามีเวลาในสมัยประชุมอีกไม่มาก ประมาณ 2 เดือน 10 กว่าวันเท่านั้น

ด้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล  สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย 129 คน ร่วมกันลงชื่อ เพื่อขอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประจำมติปี 2564 เนื่องจากกฎหมายฉบับปัจจุบันกำหนดให้การออกเสียงประชามติ เป็นเสียงข้างมาก 2 ชั้น 

โดยชั้นที่ 1 คือผู้มาใช้สิทธิ์ต้องเป็นเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด และชั้นที่ 2 คือผู้ที่มาออกเสียง ต้องเป็นเสียงข้างมากของผู้ใช้สิทธิ์ จึงสุ่มเสี่ยงกรณีหากประชาชนไม่ออกมาใช้สิทธิ์ หรือไม่ประสงค์ใช้สิทธิ์ จะทำให้การออกเสียงประชามติเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต

“สมาชิกของพรรคเพื่อไทยจึงเห็นพ้องต้องกันว่าสมควรแก้กฎหมาย โดยให้ใช้เสียงเข้ามาตามหลักทั่วไป เพียงกำหนดเงื่อนไขของพรรคเพื่อไทยให้เป็นเสียงข้างมากควรจะเกินเสียงของผู้ไม่ประสงค์จะใช้สิทธิ์ออกเสียง เพื่อความถูกต้องชอบธรรม”นายชูศักดิ์ กล่าว

นายชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ยังมีอีก 3 ประเด็นที่ควรแก้ไปพร้อมกัน คือเห็นว่าการออกเสียงลงคะแนน ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ราว 3,000 ล้านบาท จึงคิดว่าหากการออกเสียงประจำมติใกล้เคียงกับวันเลือกตั้งทั่วไปหรือวันเลือกตั้งท้องถิ่น จึงน่าจะจัดไปพร้อมกันในวันเดียวได้ เพื่อประหยัดงบประมาณ และประชาชนก็ไม่ต้องออกมาหลายครั้ง ส่วนอีกประเด็นคือ เห็นว่าควรใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาวิธีการออกเสียงลงมติ นอกจากการไปกาบัตร เช่น การส่งไปรษณีย์ หรือออนไลน์

ทั้งนี้ ยังเห็นว่า การออกเสียงประชามติควรมีการรณรงค์ จึงควรเขียนไว้ให้ชัดในกฎหมายว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำเป็นต้องทำ รวมถึงเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาแสดงความคิดเห็นได้โดยเสมอภาค จะทำให้การออกเสียงประชามติได้รับการรับรู้รับทราบของประชาชน

ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า อยากให้ประชาชนมองว่าการแก้ไขกฎหมายประชามติในครั้งนี้คือการปรับปรุงกฎหมายให้มีความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประจำมติหัวข้อใดก็ตาม ซึ่งฉบับของภาคก้าวไกลประกอบไปด้วยการแก้ไขใน 3 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 คือ ทำให้กติกามีความเป็นธรรมมากขึ้น เนื่องจากข้อกังวลของ หลักการเสียงข้างมาก 2 ชั้น เราเข้าใจว่าผู้ออกกติกานี้ตั้งใจให้ประชามติมีผลต่อประชาชนจำนวนมาก แต่มีความเสี่ยงเปิดช่องให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่ถูกถาม ใช้วิธีการนอนอยู่บ้าน ไม่ออกมาใช้สิทธิ์เพื่อคว่ำประชามติ ถึงก็เปลี่ยนกติกาให้เป็นเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 1 ชั้น คือ ให้เสียงประชาชนผู้เห็นชอบมีเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์

ประเด็นที่ 2 คือ ปลดล็อคให้ กกต. สามารถจัดประชามติในวันเดียวกันกับการเลือกตั้งอื่นๆได้อย่างสะดวกมากขึ้น เพื่อประหยัดงบประมาณ และยังเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับพรรคเพื่อไทย และทำให้ กกต. ยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพื่อป้องกันไม่ให้คณะรัฐมนตรีใช้เป็นข้ออ้างในการเลื่อนวันทำประชามติออกไป

ประเด็นที่ 3 คือทำให้ประชามติมีความทันสมัยมากขึ้น ให้ประชาชนออกเสียงประชามติผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เพราะปัจจุบันการเข้าชื่อต้องพิมพ์เอกสารออกมาแล้วลงชื่อเท่านั้น ไม่สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ พรรคเก้าไกลจึงต้องการประกันสิทธิ์ของประชาชนให้สามารถเข้าชื่อทางออนไลน์ได้

ขณะที่อีก 2 ประเด็นเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทย เราเห็นด้วยในหลักการอยู่แล้ว จะดูรายละเอียดในตัวร่างเพิ่มเติมว่าจะปรับปรุงให้รัดกุมยิ่งกว่าฉบับปัจจุบันได้อย่างไร ทั้งนี้ ทั้ง 2 พรรคได้ประสานงานกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เพราะทั้งสองฝ่ายก็เห็นความจำเป็นในการนำเสนอการแก้ไขประชามติในทิศทางและค่อนข้างสอดคล้องกัน หวังว่าการแถลงข่าวครั้งนี้จะเป็นทั้งตัวอย่างและนิมิตหมายที่ดี

“แม้ว่าทั้งสองพรรคอาจจะอยู่กันคนละฝั่งในระบบรัฐสภา แต่ก็พร้อมร่วมมือกันในประเด็นที่เห็นด้วยส่วนประเด็นที่เห็นต่างก็พร้อมแข่งขันกันเต็มที่ เพราะเป็นแนวทางที่ท้ายสุดประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว

ส่วนความเห็นของ สว. ต่อร่างกฎหมายที่เสนอไปนั้น พริษฐ์ ระบุว่า หากร่างแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นกฎหมายปฏิรูป ก็จะต้องเข้าสู่การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี สว. ร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งคิดว่าปัญหาเสียงข้างมาก 2 ชั้น ไม่ใช่ประเด็นใหม่สำหรับสมาชิกรัฐสภา ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับ กกต. นั้น ก็ได้เคยเชิญหน่วยงานเข้าหารือแล้ว

พิษล้มล้าง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ไม่หยุดย้ายร่างสร้าง ‘พรรคใหม่’ ฆ่าไม่ตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568211

01 ก.พ. 2567

พิษล้มล้าง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ไม่หยุดย้ายร่างสร้าง ‘พรรคใหม่’ ฆ่าไม่ตาย

ไม่หยุดยั้ง พิธา-ก้าวไกล ฝ่าคมดาบสองดาบสาม ยุบพรรค พ่วงฟันจริยธรรมตัดสิทธิการเมือง เตรียมย้ายร่าง สู่พรรคสีส้มเวอร์ชั่น 3

ผลคดีล้มล้าง พิธา-ก้าวไกล ฝ่าคมดาบสองดาบสาม ยุบพรรค พ่วงฟันจริยธรรมตัดสิทธิการเมือง เตรียมย้ายร่าง สู่พรรคสีส้มเวอร์ชั่น 3


แกนนำก้าวไกล ยืนยันไม่ได้เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน กังวลคำวินิจฉัย 31 ม.ค.นี้ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในสังคมไทย


เป็นไปตามความคาดหมาย ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ ซึ่งร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเสนอแก้ไข ม.112 ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และพรรคก้าวไกล เป็นการใช้สิทธิ์เสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ ได้เดินทางไปยังสำนักงาน กกต. เพื่อไปยื่นคำร้องต่อประธาน กกต. และ กกต.เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการกับพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2567
 

นั่นหมายความว่า กระบวนการยุบพรรคก้าวไกล อันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีล้มล้างการปกครองฯ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว


คาดว่า ขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้งจาก กกต. ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ คงใช้เวลา 2-3 เดือน และกว่าศาลจะได้อ่านคำวินิจ ฉัยก็คงเป็นช่วงปลายปี 2567


ส่วนคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง ที่เกี่ยวข้องกับ 44 สส.พรรคก้าวไกล เป็นคดีที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการส่งต่อไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คงต้องใช้เวลา 2-3 ปี

ปฏิกิริยาก้าวไกล
เย็นวันที่ 31 ม.ค. 2566 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครองฯเสร็จสิ้นลง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ได้ร่วมกันแถลงข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


สรุปใจความได้ว่า การเสนอแก้ไข ม.112 ของพรรคก้าวไกล ไม่ได้มีเจตนาเพื่อเซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือแยกสถาบันพระมหากษัตริย์ ออกจากชาติแต่อย่างใด


แกนนำพรรคก้าวไกล ยังมีความกังวลอยู่ 2 ประเด็นคือ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเมืองไทยในระยะยาว
 

คำวินิจฉัยดังกล่าว อาจก่อให้เกิดปัญหาทางดุลยภาพระหว่างประชาธิปไตย และสถาบันพระมหากษัตริย์ ในระบอบการเมืองไทยในอนาคต 


อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรคก้าวไกล ขอศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการต่อสู้คดียุบพรรค และคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง


ล่าสุด เช้าวันที่ 1 ม.ค.นี้ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ไปพูดคุยในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ยืนยันว่า พิธาและก้าวไกลยังไม่จบ ทุกคนยังรู้สึกเบิกบานและไม่เครียด 


หัวหน้าชัยธวัช เชื่อว่า พิธาเป็นแคนดิเดตนายกฯที่ดีที่สุด พวกเราจะโฟกัสการทำงาน จับมือกันให้แน่น บรรยากาศดีกว่าตอนยุบพรรคอนาคตใหม่เสียอีก

ฆ่าไม่ตาย
ในวิกฤตย่อมมีโอกาส พรรคก้าวไกลได้ใช้จังหวะที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเสนอแก้ไข ม.112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เปิดรับบริจาคและรับสมาชิกพรรคทันที 


แอดมินเพจพรรคก้าวไกล – Move Forward Party โพสต์ว่า ส้มหยุด อะไรก็ฉุดไม่อยู่..เราขอเชิญชวนท่านสมาชิกเก่าที่บัตรหมดอายุ หรือใครที่ยังไม่เคยสมัครสมาชิกก้าวไกล สมัครเลยวันนี้ เพื่อรับบัตรสมาชิกลาย super limited ลายส้มหยุด 

พิษล้มล้าง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ไม่หยุดย้ายร่างสร้าง ‘พรรคใหม่’ ฆ่าไม่ตาย


ก่อนหน้านั้น เพจพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ว่า หากท่านมีความฝันเดียว กับเรา เดินต่อไปด้วยกัน สนับสนุนพรรคก้าวไกล เพื่อยืนยันว่านี่คือพรรคที่ประชาชนไทยต้องการ..บริจาคเงินให้ก้าวไกลผ่านการตัดบัตรเครดิต ทั้งแบบรายครั้ง และรายเดือน ที่นี่


แกนนำพรรคก้าวไกล ต่างแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือน ก.พ.2563 ไม่สามารถหยุดยั้งกลุ่มคนที่มีความเชื่อและอุดมการณ์เดียวกันให้เลิกล้มการเดินทางไปสู่เป้าหมายสังคมไทยใหม่ได้


สิ้นพรรคอนาคตใหม่ก็เกิดพรรคก้าวไกล จากการเลือกตั้งปี 2562 อนาคตใหม่ ได้ สส. 81 ที่นั่ง และการเลือกตั้งปี 2566 ก้าวไกล ได้ สส.151 ที่นั่ง


กูรูการเมืองประเมินว่า พรรคก้าวไกลอาจกำลังเตรียมการย้ายร่างไปอยู่พรรคใหม่ เพราะมีคนที่จดทะเบียนตั้งพรรคกับ กกต.ไว้มากมาย


คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 31 ม.ค.นี้ มิอาจหยุดยั้งพรรคก้าวไกล และมีแนวโน้มจะเติบโตกว่าการเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566 

“เรืองไกร” จ่อยื่น กกต.ร้องยุบ “พรรคก้าวไกล” ตัดสิทธิ์ ลงเลือกตั้ง สส. 10 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568189

31 ม.ค. 2567

“เรืองไกร” จ่อยื่น กกต.ร้องยุบ “พรรคก้าวไกล” ตัดสิทธิ์ ลงเลือกตั้ง สส. 10 ปี

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิก พปชร.ยัน พรุ่งนี้ ไปกกต.ยื่นร้องยุบ “พรรคก้าวไกล” ตัดสิทธิ์ลงเลือกตั้ง สส.10 ปี มีความผิด ล้มล้างการปกครองหรือไม่ ชี้ คำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ มีผลผูกพันทุกองค์กร แม้ก้าวไกลในอนาคต จะไม่ได้กระทำการเกี่ยวกับ ม.112 แล้วก็ตาม

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2567 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้(1 ก.พ.2567) เวลา 10.00 น. ตนจะเดินทางไป คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อยื่นยื่นเรื่องว่า พรรคก้าวไกลมีความผิดในมาตรา 91 (1) ว่า พรรคก้าวไกลล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่ โทษคือขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางด้านการเมือง 10 ปี

โดยจะนำข่าวของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีคำวินิจฉัยในวันนี้(31ม.ค.2567) ไปยื่นประกอบ ซึ่งตนเคยยื่นไปที่สำนักงาน กกต. และ ป.ป.ช.ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ถูกตีกลับคำร้อง โดยกกต.บอกว่าไม่เข้าเงื่อนไข ไม่สามารถดำเนินการได้

แต่ครั้งนี้มั่นใจว่า ครั้งนี้วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีความผูกพันอย่างแน่นอน และทางด้านกกต. จะต้องมีการรับคำร้อง เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยต่อไป ซึ่งแม้ว่าพรรคก้าวไกลในอนาคตจะไม่ได้กระทำการเกี่ยวกับ มาตรา 112 แต่คำวินิจฉัยในวันนี้ จะผูกพันว่า มีความผิดตามมาตรา 91 (1) หรือไม่

แต่ล่าสุด คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ระบุชัดเจนว่าการแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข จึงถือว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เรื่องการกระทำล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่กกต.จะต้องรับเรื่องไปพิจารณายุบพรรคก้าวไกล 

“ผมจะขอให้กกต.รีบดำเนินการไต่สวนเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน เพราะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีใครสั่งให้ผมมาขยายผลยุบพรรคก้าวไกลต่อ”นายเรืองไกร กล่าวยืนยัน

กลุ่มศปปส.เฮ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟันก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างฯ ป้องม.112 สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568184

31 ม.ค. 2567

กลุ่มศปปส.เฮ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟันก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างฯ ป้องม.112 สำเร็จ

ด้อมส้มเศร้า ผิดหวังคำวินิจฉัย “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟันพรรคก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ขณะที่ กลุ่มศปปส.ฮึ่ม ขู่แจ้งความคนจ้องแก้ ม.112-นิรโทษกรรม ประกาศ ดีใจปกป้องสถาบันสำเร็จ

เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2567 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีกลุ่มมวลชนมารอติดตามรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และพรรคก้าวไกลดำเนินการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ หรือไม่

มวลชนมาให้กำลังใจ นายพิธา และพรรคก้าวไกลมวลชนมาให้กำลังใจ นายพิธา และพรรคก้าวไกล

โดยมวลชนบางส่วนมานั่งรอ ได้เขียนป้ายข้อความสนับสนุนการดำเนินการของพรรคก้าวไกล รวมถึงนายทวี ไกรคุปต์ บิดาน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาติดตามฟังคำวินิจฉัยด้วยเช่นกัน พร้อมกับชูป้ายข้อความ และสนับสนุนแนวคิดของพรรคก้าวไกลด้วยเช่นเดียวกัน 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศาล ได้ขอความร่วมมือให้กลุ่มมวลชนออกจากพื้นที่ เนื่องจาก เป็นพื้นที่อำนาจศาล แต่ว่ามวลชนไม่ยินยอม ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะต้องเชิญตัวออกจากพื้นที่

กลุ่มศปปส.เฮ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟันก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างฯ ป้องม.112 สำเร็จ

ขณะเดียวกัน ยังมีมวลชนกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส. มาติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น กลุ่มมวลชน ที่สนับสนุนการดำเนินการของพรรคก้าวไกล ได้แสดงความรู้สึกผิดหวังเสียใจต่อคำวินิจฉัยของศาล และขอให้พรรคก้าวไกลสู้ต่อไป

นายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่ม ศปปส.นายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่ม ศปปส.

ส่วนมวลชน กลุ่มศปปส. ที่นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่ม ศปปส. กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยมั่นใจว่า “คนไทยทั้งประเทศรู้สึกดีใจ พร้อมกับพวกผมที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่เสียแรงเปล่าที่ได้ดำเนินกิจกรรมมา ผมขอส่งข้อความถึงคนไทยทั่วประเทศว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ยังคงอยู่กับคนไทย และกฎหมาย มาตรา 112 จะปกป้องคุ้มครองพระมหากษัตริย์ของพวกเรา”

แกนนำกลุ่ม ศปปส.ดีใจหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ฟันพรรคก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เหตุเสนอแก้ ม.112แกนนำกลุ่ม ศปปส.ดีใจหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ฟันพรรคก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เหตุเสนอแก้ ม.112

นายอานนท์ ระบุ อีกว่า ส่วนผู้ใดต้องการแก้ไขกฏหมาย มาตรา 112 หรือเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ในความผิดดังกล่าว กลุ่ม ศปปส. ก็จะเคลื่อนไหวตอบโต้ ด้วยการแจ้งความดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

เปิดชื่อ 44 สส. ยื่นแก้ ม.112 ชนวนสำคัญ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ฟัน “พิธา-ก้าวไกล”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568179

31 ม.ค. 2567

เปิดชื่อ 44 สส. ยื่นแก้ ม.112 ชนวนสำคัญ "ศาลรัฐธรรมนูญ" ฟัน "พิธา-ก้าวไกล"

เปิดชื่อ 44 สส.ก้าวไกล เข้าชื่อแก้ไข ม.112 ชนวนสำคัญ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มติเอกฉันท์ 9 : 0 ชี้ ‘พิธา-พรรคส้ม’ ล้มล้างการปกครอง สั่งยุติการกระทำทันที

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9:0 ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง จากนโยบายหาเสียงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยศาลมีคำสั่งให้ยุติการกระทำดังกล่าวนั้น ต่อมาพรรคก้าวไกล โดยนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเพื่อเซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือแยกสถาบันพระมาหากษัตร์ย์ ออกจากชาติแต่อย่างใด นั้น

สาระสำคัญตอนหนึ่ง ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือ พฤติการณ์ของนายพิธา ร่วมกับ สส.ก้าวไกล รวม 44 คน ที่เข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ .. พ.ศ. …. แก้ไขความผิดฐานหมิ่นประมาท ยื่นต่อประธานสภาฯ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปปี 2566 โดยในร่างแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว มีการแก้ไขมาตรา 112 ด้วย

เปิดชื่อ 44 สส.ก้าวไกล ยื่นแก้ ม.112

รายงานข่าวแจ้งว่า รายชื่อ สส.ก้าวไกล จำนวน 44 คนที่ร่วมลงชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  นั้น เป็น สส.จากการเลือกตั้งปี 2562 ได้แก่

1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

2.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

3.นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

4.น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี

5.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ

6.นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ

7.น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

8.พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

9.นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

10.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.

11.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.

12.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ

13.นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก

14.นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ

15.นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

16.นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

17.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ

18.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม.

19.น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

20.น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม

21.นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

22.นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

23.นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม.

24.นายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร

25.นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา

26.นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี

27.นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

27.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

29.นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

30.นายองค์การ ชัยบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

31.พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

32.นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

33.นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด

34.นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ

35.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

36.น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ

37.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

38.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิส.ส.บัญชีรายชื่อ

39.นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

40.นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

41.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุลส.ส.บัญชีรายชื่อ

42.นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ

43.นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ

44.นายสุรวาท ทองบุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ