“แสวง” เผย กกต. ส่งหลักฐาน คดียุบพรรคก้าวไกล เพิ่ม เมินครหาเป็นศรีธนญชัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576989

15 มิ.ย. 2567

11:49 น.

"แสวง" เผย กกต. ส่งหลักฐาน คดียุบพรรคก้าวไกล เพิ่ม เมินครหาเป็นศรีธนญชัย

“แสวง” เผย กกต. ส่งพยานหลักฐานเพิ่ม คดี ยุบพรรคก้าวไกลแล้ว ยันไร้ใบสั่ง เมิน “ชัยธวัช” กล่าวหาเป็นศรีธนญชัย ยอมรับกกต.ต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่น

ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ฯนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญให้ กกต. ส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมกรณียุบพรรคก้าวไกลว่า กกต. ได้ส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา 

ส่วนจะเป็นพยานบุคคลหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า คำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญเพียงพอแล้ว  กกต.จึงได้ส่งเอกสารเพิ่มบางอย่างที่เป็นข้อกฎหมาย 
 

ส่วนนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ออกมาให้ความเห็นว่า กกต. ตีความเป็นศรีธนญชัย นั้น นายแสวง ไม่ขอแสดงขอความเห็น ขอให้รอฟังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

ส่วนการที่คู่กรณีออกมาแสดงความเห็นว่า กกต. ไม่มีอำนาจ หรือ ลุแก่อำนาจจะทำให้ขาดความเชื่อมั่นต่อ กกต.หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เรารู้ว่าต้องทำอะไร ทำผิดทำเกินทำน้อยคงไม่ได้ ทุกเรื่องมีการกระทำมีข้อเท็จจริง คนที่ได้รับผลดีผลร้าย สิ่งนี้เกิดจากกฎหมายกำหนดไว้ก่อนว่า ลักษณะเช่นไรที่เป็นความผิด เมื่อมีข้อเท็จจริง กกต. ก็ดำเนินการไปตามข้อเท็จจริง ท่านไม่ได้รับผลร้าย หรือผลดีจากการตัดสินของ กกต. ท่านได้รับผลร้าย จากข้อเท็จจริงที่ท่านทำ 

“ เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร ส่วนความเชื่อมั่นผมว่าเราก็ทำตามกฏหมาย ประชาชนจะสงสัยก็เป็นจุดที่ทำให้เรา ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นเป็นหน้าที่ เราก็ทำอย่างดีที่สุดเท่าที่กฎหมายให้เราทำ ”นายแสวงกล่าว

ขณะเดียวกันนายแสวงยืนยัน  ว่าตั้งแต่ตนมารับตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ไม่มีใบสั่ง หรือคำชี้นำ จาก กกต. หรือจากข้างนอก

นายกฯ ลั่น! ไม่คิดใช้วิธีพิสดารหนีคดี ยันไม่ชิงลาออก-ยุบสภา ก่อนศาลตัดสิน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576946

14 มิ.ย. 2567

17:10 น.

นายกฯ ลั่น! ไม่คิดใช้วิธีพิสดารหนีคดี ยันไม่ชิงลาออก-ยุบสภา ก่อนศาลตัดสิน

นายกฯ ลั่น! ไม่คิดใช้วิธีพิสดารหนีคดี ยันไม่ชิงลาออก-ยุบสภา ก่อนศาลตัดสินแน่ ย้ำ ทำงานกับ พปชร. ได้ ไร้ปัญหา ไม่เคยพาดพิง “บิ๊กป้อม” ให้เกียรติเสมอ

14 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญให้คู่กรณียื่นบัญชีรายชื่อพยานหลักฐานในคดี 40 สว. ร้องวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี ว่า ได้มีการส่งรายชื่อพยานเพิ่มเติม แต่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญก่อนแล้วจึงจะตอบ เกรงว่าจะเป็นการก้าวล่วง

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าแสดงว่าขอให้มีการไต่สวนเพิ่มเติมใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เราส่งพยานเพิ่มเติม แล้วแต่ท่านจะไต่สวนหรือไม่ไต่สวน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

เมื่อถามว่าตอนนี้เกิดกระแสข่าวว่า จะมีการยุบสภาและนายกรัฐมนตรีจะชิงลาออกก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีนี้ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินและไม่เคยคิดด้วยครับ ยืนยันว่าไม่เคยคิดจะยุบสภา ทุกอย่างให้เดินหน้าไปตามกระบวนการ และจะไม่มีการใช้วิธีพิสดารในการหนี อย่างที่ตนบอกเรามาในฝ่ายบริหาร หากฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายนิติบัญญัติมีข้อข้องใจ หน้าที่ตนก็ต้องเสนอ และน้อมรับในคำตัดสิน

เมื่อถามว่าสถานะของท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนเป็นกันชนระหว่างขั้วอนุรักษ์นิยม และขั้วก้าวไกล ทำให้ลำบากใจหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตำแหน่งนี้ก็ลำบากทุกเรื่อง แต่เราเอาปัญหาของประชาชนเป็นหลัก อย่าไปมองเรื่องความขัดแย้งว่าตนเป็นกันชน หรือเป็นตัวช่วย หรืออะไรเลยดีกว่า ถ้ามีปัญหาก็ต้องตอบกันไป หากมีข้อคิดเห็นไม่ตรงกันก็พยายามชี้แจง

เมื่อถามว่าวันนี้ได้พบกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือว่าพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย เป็นหนึ่งเดียวกัน นายกฯ บอกว่า ตนก็คุยกับ พล.ต.อ.พัชรวาท ดี ท่านยังคงเป็นห่วงว่าทำงานหนักเกินไป และตนก็ไม่ได้เป็นคนพาดพิงถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ด้วย

ก่อนจะหันไปหา พล.ต.อ.พัชรวาท และกล่าวว่า ตนก็ให้เกียรติท่านในฐานะที่ท่านเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก เคยเจอกันหนเดียวในงานตนก็สวัสดี ไม่มีเรื่องอื่น ไม่มีอะไรเลยครับ ยืนยันได้

“บิ๊กศาล” สั่งสอบกรณี “หมอวรงค์” โพสต์อ้าง “ถุงขนม 2 พันล้าน”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576940

14 มิ.ย. 2567

16:21 น.

“บิ๊กศาล” สั่งสอบกรณี “หมอวรงค์” โพสต์อ้าง "ถุงขนม 2 พันล้าน"

ผู้บริหารศาลยุติธรรม สั่งตรวจสอบกรณี “หมอวรงค์” โพสต์อ้างถึง ถุงขนม 2 พันล้าน กลายเป็นถุงขนมภาค 2 ขอเคลียร์ 2 คดีใหญ่

14 มิ.ย.2567 กรณีที่ หมอวรงค์ หรือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถึงขบวนการ ถุงขนม 2 พันล้าน เป็นถุงขนมภาค 2 เพื่อให้ ทำสำนวนอ่อน เคลียร์คดี ใหญ่ 2 คดี ที่จะเกิดขึ้นในประเทศสารขัณฑ์ โดยมีเนื้อหาระบุว่า “จะมีการให้บริษัทคาสิโน เตรียมเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเชื่อมโยงคดีใหญ่คดีหนึ่ง โดยให้มีการทำสำนวนอ่อนๆของอัยการ เพื่อชงให้ศาลตบง่ายๆ ในการให้ประกัน”

โพสต์ของ หมอวรงค์ ระบุด้วยว่า “รวมถึงคดีแต่งตั้งทนายความถุงขนม มาเป็นเสนาบดีด้วย เเละเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีระดับอธิบดีของหน่วยงานตุลาการ เดินทางไปฮ่องกงเพื่อภารกิจนี้ โดยได้รับการประสานงานจากอดีตประมุขใหญ่ของตุลาการ และอดีตอัยการใหญ่

โดยมีรายงานข่าวจาก ศาลยุติธรรม ว่า ทางผู้บริหาร ศาลยุติธรรม ทราบเรื่องที่มีบุคคลโพสต์เรื่องดังกล่าวเเล้ว อยู่ระหว่างสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายกฯ ยังไม่เห็นผลสอบปมขัดแย้ง “บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก” คาดสัปดาห์ชัดเจน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576927

14 มิ.ย. 2567

14:53 น.

นายกฯ ยังไม่เห็นผลสอบปมขัดแย้ง "บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก" คาดสัปดาห์ชัดเจน

นายกฯ ยังไม่เห็นผลสอบปมขัดแย้ง “บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก” คาดสัปดาห์ชัดเจน เผย รักษาการ ผบ.ตร. เข้าพบ ไม่ได้คุยเรื่องเรือน้ำมันหาย ด้าน “บิ๊กต่าย” ปัดตอบ “เสี่ย จ.” เอี่ยว รอผลชัดเจนก่อน

14 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าผลการสอบสวนกรณีความขัดแย้งของ 2 บิ๊กตำรวจ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า เข้าใจว่าจะออกมาในวันพุธที่จะถึงนี้ (19 มิ.ย.) โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ จะมีการแถลงข่าว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานมาถึงนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เข้าพบเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้รายงานเรื่องเรือขนน้ำมันเถื่อนที่หายไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เปล่าครับ ไม่ได้รายงาน มาพบปะธรรมดา ท่านเอาแกงเหลืองมาให้ทาน ตนก็บอกว่าอร่อยเผ็ดไปหน่อยแต่อร่อยครับ

นายกฯ ยังไม่เห็นผลสอบปมขัดแย้ง \"บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก\" คาดสัปดาห์ชัดเจน

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่า วันนี้ไม่ได้มีการรายงานเรื่องเรือน้ำมันเถื่อนที่หายไป ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการ บช.ก. และยังไม่ได้มีการฟันธงว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเรือมีขนาดใหญ่หากไม่ได้รับการเปิดทางจากเจ้าหน้าที่ เป็นเรื่องยากที่เรือจะหายไป พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการเร่งรัดอยู่

เมื่อถามว่าได้มีการรายงานนายกรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามกรณีนี้หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ไม่มีอะไร แค่ขึ้นไปตึกไทยฯ เพื่อสวัสดีนายกรัฐมนตรี เฉยๆ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่รับไม่ได้เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลหน่วยงานต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และขณะนี้ผู้บัญชาการตำรวจกรมสอบสวนกลาง กำลังดำเนินการจริงจัง หากใครเกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนใดๆ ที่ร่วมกระทำผิด ก็ต้องดำเนินการทางวินัยและอาญา แต่ขอให้รอความชัดเจน

เมื่อถามว่า “เสี่ย จ.” ที่มีรายงานว่าเป็นเจ้าของเรือ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เรือขนน้ำมันเถื่อนหายนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขอให้รอผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวนก่อน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร.

“บิ๊กป้อม” เงียบไม่ตอบทุกคำถาม ปม “ทักษิณ” พาดพิง “คนบ้านป่า”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576913

14 มิ.ย. 2567

12:27 น.

"บิ๊กป้อม" เงียบไม่ตอบทุกคำถาม ปม “ทักษิณ” พาดพิง "คนบ้านป่า"

“บิ๊กป้อม” เงียบไม่ตอบทุกคำถาม ปม “ทักษิณ” พาดพิง “คนบ้านป่า” วุ่นวายอยู่เบื้องหลัง สว. ล้ม “นายกรัฐมนตรี เศรษฐา



พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาเป็นประธานในพิธีลงนามประชุมเตรียมความพร้อมซีเกมส์ครั้งที่ 33พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาเป็นประธานในพิธีลงนามประชุมเตรียมความพร้อมซีเกมส์ครั้งที่ 33

 

จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวพาดพิงถึง “คนบ้านป่า”  เป็นผู้สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง 
 

14 มิ.ย.2567  พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาเป็นประธานในพิธีลงนามประชุมเตรียมความพร้อมซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2568 ที่ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย บ้านอัมพวัน เทเวศร์

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

โดยภายหลังเสร็จสิ้นงาน พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบทุกคำถาม โดยเฉพาะกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คนบ้านในป่าที่วุ่นวาย อยู่เบื้องหลัง สว. ล้มนายกฯ ซึ่งถูกเชื่อมโยงว่าหมายถึงพลเอกประวิตร ทั้งนี้ พลเอก ประวิตร พยายามเดินขึ้นรถ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วออกไปทันที   
 
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยกับ เนชั่นทีวี หลังถูกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พาดพิงคนบ้านป่า เป็นผู้สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง ว่า

“ไปถามคนพูดสิ ฉันไม่ได้ไปเจอใครเลย คนในป่าไหนล่ะ”

นายกฯ ปลื้ม “ข้าวเหนียวมะม่วง” คว้าอันดับ 2 พุดดิ้งข้าวที่ดีที่สุดในโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576885

13 มิ.ย. 2567

20:40 น.

นายกฯ ปลื้ม "ข้าวเหนียวมะม่วง" คว้าอันดับ 2 พุดดิ้งข้าวที่ดีที่สุดในโลก

นายกฯ ปลื้ม “ข้าวเหนียวมะม่วง” – “มะม่วงน้ำปลาหวาน” ติดโผเมนูมะม่วง ดีที่สุดในโลก ย้ำ รัฐบาลพร้อมผลักดันวัฒนธรรมด้านอาหารของไทย

13 มิ.ย. 2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นและผลักดันวัฒนธรรมอาหารของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ชื่นชมผลการจัดอันดับ 26 เมนูมะม่วงที่ดีที่สุดในโลก (26 Best Rated Dishes with Mango) จาก TasteAtlas เว็บไซต์ชั้นนำ ที่จัดให้เมนูข้าวเหนียวมะม่วงของไทยอยู่ในอันดับ 2 แสดงถึงความนิยม และความชื่นชอบต่ออาหารไทยที่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า TasteAtlas เว็บไซต์ที่รวบรวมสูตรอาหาร การจัดอันดับอาหารในประเภทต่างๆ และรีวิวจากนักวิจารณ์อาหารทั่วโลก ได้ทำการจัดอันดับในประเภท 26 เมนูมะม่วงที่ดีที่สุดในโลก (26 Best Rated Dished with Mango) ซึ่งผลของการจัดอันดับ เมนูมะม่วงของไทย ติดอันดับถึง 5 เมนู

โดยใน 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 2. ข้าวเหนียวมะม่วง เมนูข้าวพุดดิ้งแบบดั้งเดิม ที่กินกับมะม่วงสุกฝาน เป็นเมนูของหวานที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการกินปิดท้ายมื้ออาหาร

อันดับที่ 10. มะม่วงน้ำปลาหวานไทย ทำจากมะม่วงมันของไทย ที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ฉ่ำน้ำ และเนื้อกรอบ กินกับน้ำปลาหวาน น้ำจิ้มที่มีรสชาติหวานเค็มและมีความเหนียว ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะฤดูร้อน

ข้าวเหนียวมะม่วง เครดิตภาพ : TasteAtlasข้าวเหนียวมะม่วง เครดิตภาพ : TasteAtlas

นอกจากนี้ยังมีเมนูมะม่วงของไทย อีก 3 ชนิดที่ติดอันดับอื่นๆ ได้แก่ อันดับที่ 11. ตำมะม่วง เมนูสลัดแบบดั้งเดิมของไทย ที่ผสมผสานระหว่าง มะม่วงเขียว กุ้งแห้ง หอมแดง พริก ถั่วลิสง น้ำปลา น้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำตาล และ ผักชี ผสมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเมนูสุดพิเศษ

อันดับที่ 16. น้ำปลาหวาน เมนูน้ำจิ้มที่นิยมกินกับผลไม้หลากหลายชนิด ทำมาจากน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ หอมแดง พริก กะปิ และ กุ้งแห้ง

อันดับที่ 23. มะม่วงดอง เมนูผลไม้ดองของไทย ที่ทำมาจาก มะม่วงเปรี้ยวฝาน เกลือ น้ำตาล น้ำส้มสายชู ไวน์ข้าว ไวน์หวาน นำมาทำการหมักดองจนมีรสชาติ

“นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นในอาหารและขนมของไทยซึ่งล้วนมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จากความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบในประเทศ ความพิถีพิถันในการตระเตรียมอาหารแต่ละเมนู และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำการประชาสัมพันธ์อาหารไทย นำเสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power ด้านอาหารมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเมนูที่ได้รับความนิยม และเมนูใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการรับรู้อย่างกว้างขวางถึงวัฒนธรรมอาหารของไทย ในระดับโลก” นายชัย กล่าว

ขอบคุณภาพจาก : TasteAtlas

“ชัยธวัช” เตือน กกต. อย่าตีความกฎหมายแบบ “ศรีธนญชัย”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576878

13 มิ.ย. 2567

19:01 น.

"ชัยธวัช" เตือน กกต. อย่าตีความกฎหมายแบบ "ศรีธนญชัย"

ยุบพรรคการเมือง ไม่ใช่เล่นขายของ “ชัยธวัช” เตือน กกต. อย่าตีความกฎหมายแบบ “ศรีธนญชัย” อุบตอบจะดำเนินคดีกลับ รอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน

13 มิ.ย. 2567 ที่ อาคารรัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่นายปกรณ์ มหรรณพ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวชี้แจงการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้มีการสั่งยุบพรรคก้าวไกล ว่า ตนเข้าใจว่า กกต. กำลังจะบอกว่า การยุบพรรคการเมืองนั้น มี 2 ช่องทาง คือ

1. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 ซึ่งก็เป็นเรื่องของ กกต. ที่หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ก็สามารถยื่นได้เลย โดยที่ไม่ต้องมีกระบวนการสอบสวน สามารถใช้ดุลยพินิจได้ตามอำเภอใจ ที่จะยื่นคำร้อง

2. มาตรา 93 ซึ่งเป็นเรื่องของนายทะเบียน ไม่ได้เกี่ยวกับ กกต. หากมีความปรากฏว่า พรรคการเมืองกระทำผิดถึงขั้นยุบพรรค ก็ให้ไปสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงตามระเบียบที่ออกไว้ 

นายชัยธวัช กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ กกต. กำลังสื่อสาร ซึ่งตนมองว่าเป็นปัญหา เพราะกระบวนการที่จะยื่นยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่องใหญ่ ต้องมีกระบวนการรวบรวมข้อเท็จจริงสืบสวนสอบสวนเป็นเบื้องต้นอยู่แล้ว “การอ่านกฎหมาย อย่าไปตีความแบบศรีธนญชัย กฎหมายเขียนลำดับไว้อย่างชัดเจน”

นายชัยธวัช ยืนยันว่า กกต.เอง เป็นคนบอกพรรคการเมืองมาโดยตลอด อย่างที่ตนได้อ้างเอกสารของ กกต. ในการอบรมพรรคการเมือง เขาไม่ได้บอกว่า การยุบพรรคตามมาตรา 92 ต้องดำเนินการตามมาตรา 93 ซึ่งตามระเบียบมีช่องทางเดียวเท่านั้น กกต. ไม่เคยอธิบายตรงไหนมาก่อนเลยว่า นอกจากช่องทางนี้แล้ว วันดีคืนดี กกต. เห็นว่าตัวเองมีหลักฐาน ก็สามารถยื่นคำร้องได้เลย โดยไม่มีกระบวนการสืบสวนสอบสวน เป็นไปได้หรือไม่

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกลนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล

“เจ้าหน้าที่ตำรวจเจอคนขโมยของทำผิดซึ่งหน้า ยังต้องจับกุมไปดำเนินคดี เข้าสู่กระบวนการสอบสวนส่งอัยการ นี่ยุบพรรคการเมือง ไม่ใช่เล่นขายของ กกต.ยืนยันว่าทำได้ เพราะในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติได้ทำแบบนี้มาแล้ว ซึ่งคือไม่ได้ผ่านกระบวนการรวบรวมข้อเท็จจริงตามมาตรา 93 และไม่ได้วินิจฉัยว่ากระบวนการคำร้องของ กกต. ชอบหรือไม่” นายชัยธวัช กล่าว

ขณะนั้น กกต. ยังไม่เคยมีการออกระเบียบสำหรับการยุบพรรคการเมืองโดยเฉพาะมาก่อน เลยอาจจะพอถูไถกันไปได้ เพราะคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเรื่องกระบวนการคำร้องชอบหรือไม่ เกิดขึ้นหลังจากนั้น ซึ่งคือคดียุบพรรคอนาคตใหม่ โดยในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้วางหลักการยุบพรรคตามมาตรา 92 ต้องทำประกอบกับมาตรา 93 และระเบียบของ กกต.

เพียงแต่ ณ ขณะนั้น ระเบียบเก่าไม่ได้บังคับให้ กกต. รวบรวมข้อเท็จจริง และแจ้งให้กับพรรคผู้ถูกร้องทราบก่อน เพื่อให้มีการต่อสู้ชั้นต้นของ กกต.ก่อน แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ระเบียบที่ใช้ให้ไปใช้อีกระเบียบหนึ่งในการไต่สวนสอบสวนคดีอาญา โดยอนุโลม กกต. ให้ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบทุกข้อ มองว่า กกต. ชี้แจงแบบนี้ก็ไม่เป็นไร คงเป็นประเด็นที่ต้องไปต่อสู้กันในศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนกรณีที่ กกต. ยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับลงวันที่ 31 ม.ค. 2567 ได้ระบุชัดเจนว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้ กกต.ไม่อาจจะทำอย่างอื่นได้นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า คนละเรื่อง นั่นคือเรื่องของพยานหลักฐาน การมีพยานหลักฐานที่ กกต.เชื่อแล้วว่าเพียงพอ ไม่ได้หมายความว่า กกต.ไม่จำเป็นต้องทำกระบวนการรวบรวมหลักฐานตามที่กฎหมายกำหนด อย่าสับสนระหว่าง กกต. เห็นว่า พยานหลักฐานมีน้ำหนักหรือไม่

“ที่ กกต. อ้างว่าคำวินิจฉัยที่แล้วผูกพัน ผมอยากถามว่า อะไรผูกพัน คำวินิจฉัยตามมาตรา 49 ในคำวินิจฉัย 3/2567 ผูกพันใคร นี่คือการวินิจฉัยสั่งการให้การกระทำ คือสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล เลิกการกระทำสองการกระทำ คือเลิกแสดงความคิดเห็นและรณรงค์ให้ยกเลิก 112 และห้ามไม่ให้มีการแก้ไข 112 ด้วยกระบวนการนิติบัญญัติโดยมิชอบ นี่คือผลของคำวินิจฉัยที่ผูกพัน ซึ่งผูกพันกับคนที่ถูกร้อง” นายชัยธวัช กล่าว

ส่วนหากพิสูจน์ทราบว่า กกต. ยื่นคำร้องโดยมิชอบด้วยกฎหมายจริง จะมีการดำเนินคดีกับ กกต. อย่างไร นายชัยธวัช กล่าวว่า อย่าพึ่งพูดไป รอให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาก่อน

“พิธา” โต้ปม กกต. แถลงยื่น “ยุบพรรค” ชอบด้วย กม. ไม่ควรเทียบยุบ “ไทยรักษาชาติ”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576874

13 มิ.ย. 2567

18:52 น.

“พิธา” โต้ปม กกต. แถลงยื่น “ยุบพรรค” ชอบด้วย กม. ไม่ควรเทียบยุบ “ไทยรักษาชาติ”

“พิธา” เผย ยื่น “ยุบพรรคก้าวไกล” ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แนะต้องมี 2 องค์กรขึ้นไปร่วมตรวจสอบ ไม่ใช่แค่ กกต. ชี้ไม่ควรใช้มาตรการเดียวยุบ “ไทยรักษาชาติ”

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กโต้กลับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ที่ตั้งโต๊ะแถลงข่าวยืนยันยื่นศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย “ยุบพรรคก้าวไกล” เป็นไปตามมามมาตรา 92 (1) (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 

” ผมขอกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าววันนี้ยืนยันว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล ได้ดำเนินการตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 จึงไม่มีเหตุต้องไต่สวน ซึ่งทำเช่นเดียวกับกรณีพรรคไทยรักษาชาติ 

ผมขอไล่เรียงเหตุผลเป็น 3 ข้อแบบนี้ครับ

(1) กกต. จะนำคดีไทยรักษาชาติมาอ้างไม่ได้ เพราะคดีนั้น ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยประเด็นกระบวนการการยื่นคำร้องเป็นประเด็นแห่งคดีแต่อย่างใด ดังนั้น ในคดีดังกล่าว จึงไม่อาจเป็นบรรทัดฐานได้ แตกต่างจากคดียุบพรรคอนาคตใหม่ (กู้เงิน) ที่ศาลได้วินิจฉัยความเกี่ยวเนื่องของมาตรา 92 และมาตรา 93 เป็นประเด็นแห่งคดีไว้ 

(2) ในขณะเดียวกัน คำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ วางหลักว่ากระบวนการตามมาตรา 93 เกี่ยวเนื่องกับการเสนอคำร้องตามมาตรา 92 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพียงแต่ขณะนั้นใช้ระเบียบ กกต. ว่าด้วยพรรคการเมือง ปี 2560 ซึ่งกำหนดเรื่องกระบวนการเสนอคำร้องตามมาตรา 92 ให้นำระเบียบสืบสวนไต่สวนมาใช้บังคับโดยอนุโลม 

โดยระเบียบสืบสวนไต่สวนดังกล่าว เป็นระเบียบที่ใช้ในการดำเนินคดีอาญา ซึ่งกำหนดให้ กกต. แจ้งข้อกล่าวหาก่อน แต่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า การนำมาใช้โดยอนุโลม คือไม่ต้องนำทุกข้อมาใช้บังคับแก่กรณี ดังนั้น กกต. จึงไม่แจ้งข้อหาก่อน ย่อมถูกต้องแล้ว 

แต่ปัจจุบัน ระเบียบ กกต. ว่าด้วยพรรคการเมืองปี 60 ถูกยกเลิกไปแล้ว และมีการออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมืองปี 2566 ออกมาใช้บังคับกับกรณีการยื่นคำร้องตามมาตรา 92 และมาตรา 93 ดังนั้น การเสนอคำร้องตามมาตรา 92 จึงต้องดำเนินการตามระเบียบปี 66 อย่างเคร่งครัด 

(3) ตามมาตรา 93 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า “ในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 92 คณะกรรมการจะยื่นคำร้องเอง หรือจะมอบหมายให้นายทะเบียนเป็นผู้ยื่นคำร้องและดำเนินคดีแทน“ ก็เป็นการเท้าความถึงมาตรา 92 อยู่นั่นเอง ถ้าบอกว่ามาตรา 93 ไม่เกี่ยวกับมาตรา 92 แล้วตามวรรคสองของมาตรา 93 จะอ้างอิงมาตรา 92 ทำไม? 

ดังนั้น มาตรา 92 กับ มาตรา 93 ต้องใช้ประกอบกัน แยกเป็นเอกเทศไม่ได้ 

ผมและพรรคก้าวไกลเห็นว่าหลักการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ คือไม่ควรล้นเกิน แต่ต้องยึดหลักการมีส่วนร่วมและการถ่วงดุลกัน ดังที่เห็นในรัฐธรรมนูญไทยไม่ว่าฉบับ 2540, 2550 หรือ 2560 

การยื่นคำร้องยุบพรรค ระบบกฎหมายกำหนดให้เป็นการแสดงเจตนาของ “องค์กรร่วม” เสมอมา เพื่อให้กระบวนการมีการกลั่นกรองและถ่วงดุลตั้งแต่ 2 องค์กรขึ้นไป ก่อนการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรค

นายพิธาโพสต์ข้อความ

นายพิธาโพสต์ข้อความ

นายกฯ คุยทีมกฎหมาย หลัง “ศาล รธน.” ให้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่ม คดี 40 สว. ร้องถอดถอน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576847

13 มิ.ย. 2567

15:24 น.

นายกฯ คุยทีมกฎหมาย หลัง "ศาล รธน." ให้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่ม คดี 40 สว. ร้องถอดถอน

นายกฯ คุยทีมกฎหมายบ่ายนี้ หลังศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่ม คดี 40 สว. ร้องถอดถอน ขอไม่ตอบรายละเอียด

13 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายก​รัฐมนตรี​ เปิดเผยถึงกรณีที่ศาล​รัฐธรรมนูญ ​ให้คู่กรณียื่นบัญชีรายชื่อพยานหลักฐานในคดี 40 สว. ร้องวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 17 มิ.ย. นี้ เพื่อเป็นข้อมูลให้ศาลประกอบการพิจารณา ว่า บ่ายวันนี้จะมีการประชุมกับทีมกฎหมาย สคล. สำนักงานกฤษฎีกา และบุคคลที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยกัน จึงขอปรึกษาหารือก่อน โดยต้องพิจารณาว่า จะส่งใครเป็นพยานบ้าง

เมื่อถามว่า จะเปิดรายละเอียดที่ศาลให้ชี้แจงเพิ่มเติมได้หรือไม่ นายเศรษฐา​ กล่าวว่า ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ให้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญดีกว่า ไม่อยากใช้พื้นที่สื่อมวลชนให้ข่าว

เมื่อถามว่าได้เตรียมพยานบุคคลไว้พร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็เป็นไปตามข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่าก่อนจะถึงวันที่ 18 มิ.ย. นี้ มีอะไรจะพูดหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควรมาพูดในที่สาธารณะ เป็นเรื่องที่เราพูดกันไปแล้ว ส่วนข้อมูลที่สาธารณชนควรรับทราบ ก็รับทราบอยู่แล้ว ในส่วนตัวมีหน้าที่ชี้แจงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ขอมา ตรงนี้ก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ตนก็มั่นใจว่าจะส่งข้อมูลตามที่ศาลรัฐธรรมนูญขอมาได้

เมื่อถามว่าจะส่งข้อมูลภายในวันที่ 17 มิ.ย. หรือจะส่งก่อน นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่แน่ใจขอประชุมวันนี้ก่อน เมื่อเสร็จแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะดีเลย์ แต่ต้องทำให้สุขุมรอบคอบรัดกุม

เมื่อถามว่าจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดการไต่สวนหรือไม่ นายเศรษฐา​ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรเลย เดี๋ยววันนี้จะมีการประชุมกัน ตนจึงยังตอบไม่ได้

นายกฯ รับไม่ได้เก็บค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์ สั่ง รมว.กลาโหม เร่งตรวจสอบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576845

13 มิ.ย. 2567

15:11 น.

นายกฯ รับไม่ได้เก็บค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์ สั่ง รมว.กลาโหม เร่งตรวจสอบ

นายกฯ รับไม่ได้เก็บค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์ คนละ 500 บาท เป็นเรื่องไม่สมควรเกิดขึ้น สั่ง รมว.กลาโหม เร่งตรวจสอบ

13 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี ทหารเกณฑ์สังกัดกองทัพภาคที่ 2 ถูกหักเงินเดือนค่าสาธารณูปโภคอย่างเช่น ค่าดูดส้วม คนละ 500 บาท ว่า ได้เห็นข่าวในทวิตเตอร์ (X) ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะให้มีการตรวจสอบเพราะเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่สมควรเกิดขึ้น และยอมรับไม่ได้

เมื่อถามถึงเงินเดือนของทหารเกณฑ์ที่ถูกหักไปจำนวนมากจะกำชับทางกองทัพในเรื่องนี้อย่างไร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนเชื่อว่าเขารู้หน้าที่อยู่แล้ว ว่าอะไรควรไม่ควร