จี้ ซาอุฯ เลิกปิดล้อมก่อนเยเมน 7 ล้านอดตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301684

จี้ ซาอุฯ เลิกปิดล้อมก่อนเยเมน 7 ล้านอดตาย

โจมตี, สงคราม, อดอยาก, เสี่ยง, ซาอุดิอาระเบีย, สหประชาชาติ, เยเมน,  ข่าวต่างประเทศ

หากซาอุดีอาระเบียยังไม่เลิกปิดสนามบินและท่าเรือเปิดทางให้สามารถจัดส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เข้าไปให้ประชาชน เยเมนจะเผชิญกับภาวะอดอยากครั้งใหญ่สุดในโลก

               นายมาร์ค โลว์ค็อก รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการมนุษยธรรม เข้าบรรยายสรุปต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ถึงสถานการณ์ในเยเมน ที่ชาติอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบีย เข้าแทรกแซงทำสงครามกับกลุ่มกบฏฮูที ที่เชื่อว่ามีอิหร่านหนุนหลัง ตั้งแต่มีนาคม 2558 ว่า เยเมนจะเผชิญกับภาวะอดอยากครั้งใหญ่สุดในโลก และอย่างที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ หากซาอุดีอาระเบียยังไม่เลิกปิดสนามบินและท่าเรือ เปิดทางให้สามารถจัดส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เข้าไปให้ประชาชน

แนวร่วมอาหรับปิดล้อมชายแดนเยเมนทั้งทางบก ทางทะเล และอากาศ เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มกบฏฮูทีในเยเมน ยิงจรวดโจมตี แต่ถูกสกัดได้ใกล้กับสนามบินริยาด โดยอ้างว่า เพื่อป้องกันอิหร่านส่งอาวุธให้กลุ่มกบฏ แต่สหประชาชาติที่จัดเยเมนเป็นวิกฤติมนุษยธรรมเร่งด่วนที่สุดของโลก ไม่พอใจการตอบโต้เช่นนี้ เพราะสถานการณ์ในเยเมนสาหัสมากอยู่แล้ว

นายอันตูนิอู กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ โทรศัพท์พูดคุยกับนายอาเดล อัล จูเบียร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียในวันเดียวกัน และได้รับสัญญาณจากอีกฝ่ายว่า จะทบทวนเปิดจุดผ่านแดนเข้าเยเมน

ยูเอ็น ระบุว่า เวลานี้ชาวเยเมนราว 17 ล้านคน กำลังต้องการอาหาร และราว 7 ล้านคน เสี่ยงอดตายและอหิวาตกโรคที่คร่าชีวิตเหยื่อแล้วกว่า 2,000 คน

กาชาดสากล ระบุว่า กาชาดส่งยาป้องกันอหิวาต์ แต่ถูกกักไว้ที่ชายแดนทางเหนือของเยเมน ขณะนายโลว์ค็อก รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการมนุษยธรรม กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการเวลานี้คือลดการปิดล้อมทุกทาง ไม่ใช่ยกระดับขึ้นอีก โดยจะต้องเปิดทางให้เที่ยวบินเพื่อมนุษยธรรมเข้าไปทั้งที่กรุงซานอะ เมืองหลวงของเยเมน ที่กบฏฮูทีควบคุมอยู่ และเมืองเอเดน ที่รัฐบาลควบคุม ท่าเรือทุกแห่งจะต้องเปิดรับการจัดส่งเชื้อเพลิง อาหาร และเสบียงจำเป็นอื่นๆ ตลอดจนหลักประกันจากทุกฝ่ายว่าจะไม่มีการขัดขวางอีก

เยเมนเป็นประเทศอาหรับยากจนที่สุดในโลก และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหาร เชื้อเพลิง และเวชภัณฑ์เกือบทั้งหมด หน่วยงานสหประชาชาติและองค์กรบรรเทาทุกข์อื่น กล่าวว่า การปิดชายแดนยิ่งทำให้ราคาสินค้าหลายอย่างพุ่งทะยาน ยังไม่นับรวมกับสงคราม 3 ปี ที่คร่าชีวิตกว่า 8,670 คน ในจำนวนนี้ 60% เป็นพลเรือน บาดเจ็บอีก 49,960 คน จากถูกโจมตีทางอากาศและการรบบนพื้นดิน ทั้งยังทำลายระบบสาธารณสุข

สอบทุจริตประมูลสร้างอนุสรณ์ปราบโกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301659

สอบทุจริตประมูลสร้างอนุสรณ์ปราบโกง

ข่าวต่างประเทศ, ต้านโกง, ปราบโกง, อินโดนีเซีย, ทุจริต, ประมูล, ฮั้ว, ประชาชน, นักธุรกิจ, ข้าราชการ, อนุสาวรีย์, อนุสรณ์, คอร์รัปชั่น, เข็นครกขึ้นภูเขา

อนุสาวรีย์ที่สร้างเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงการปราบปรามทุจริต กลับมีเรื่องทุจริตตั้งแต่ตอนสร้าง

อัยการอินโดนีเซียในจังหวัดริอัว บนเกาะสุมาตรา สอบสวนกรณีทุจริตประมูลก่อสร้างสวนสาธารณะและอนุสาวรีย์ต่อต้านการทุจริต พบข้าราชการพลเรือนและนักธุรกิจ 18 คน ต้องสงสัยทำความผิด

พิธีเปิดสวนสาธารณะและอนุสาวรีย์ที่สร้างเป็นรูปเกลียวหางมังกรสีทองพันรอบกริช ในเมืองเปกันบารู มีขึ้นในวันต่อต้านการทุจริตสากลเมื่อปลายปี 2559 มุ่งหวังให้เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามกวาดล้างทุจริตของจังหวัด แต่เวลานี้ อัยการกลับสอบพบการฮั้วประมูลระหว่างข้าราชการ 13 คน กับนักธุรกิจ 5 คน ทำให้รัฐสูญเสีย 1,200 ล้านรูเปียะห์ (2.97 ล้านบาท) ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ถูกแจ้งข้อหาทุจริต ปลอมแปลงเอกสาร และละเมิดกฎหมายที่ห้ามข้าราชการมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการประมูล

การทุจริตกระทั่งการก่อสร้างอนุสรณ์ต้านโกงตอกย้ำว่าการถอนรากถอนโคนคอร์รัปชั่นในอินโดนีเซีย ยังเป็นงานเข็นครกขึ้นภูเขา

ดัชนีความโปร่งใสระหว่างประเทศเมื่อปีที่แล้ว อินโดนีเซียอยู่ในอันดับ 90 จาก 176 ดินแดนและประเทศ

“ทรัมป์-เมลาเนีย”เดินทางถึงจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301584

“ทรัมป์-เมลาเนีย”เดินทางถึงจีน

เมลาเนีย, สุภาพสตรีหมายเลข1, โดนัลด์ ทรัมป์

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐและสุภาพสตรีหมายเลข1 เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง ตามแผนเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 8 – 10 พ.ย.นี้

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง นครหลวงของจีน เมื่อช่วงบ่ายของวานนี้(8 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเริ่มต้นการเยี่ยมเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8 – 10 พ.ย. 2017 รวมระยะเวลา 3 วัน

รายงานระบุว่า นับเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกของทรัมป์ ตั้งแต่เขาก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และนับเป็นผู้นำประเทศคนแรกที่เยือนจีนหลังมีการจัดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน (ซีพีซี) ครั้งที่ 19

ขณะพำนักอยู่ที่กรุงปักกิ่ง นายทรัมป์จะได้พูดคุยหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และผู้นำคนอื่นๆ ของจีน โดยนายเจิ้ง เจ๋อกวง ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าวว่า นายสีและนายทรัมป์ จะหารือเชิงยุทธศาสตร์ในประเด็นสำคัญเพื่อสร้างฉันทามติ ขยับขยายความเข้าใจ ส่งเสริมสายสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ นายสีและนายทรัมป์ พบกันเป็นครั้งที่สาม หลังจากทั้งสองเคยพบกันในการประชุมครั้งแรกที่รีสอร์ทมาร์อาลาโก รัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ ในเดือน เม.ย. และการพบกันนอกรอบการประชุมสุดยอดจี 20 ที่เมืองฮัมบวร์กของเยอรมนี ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

สันตะปาปาวอนชาวคาทอลิกงดใช้มือถือ-ถ่ายรูปขณะร่วมมิสซา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301583

สันตะปาปาวอนชาวคาทอลิกงดใช้มือถือ-ถ่ายรูปขณะร่วมมิสซา

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

สันตะปาปาวอนชาวคาทอลิกงดใช้มือถือ-ถ่ายรูปขณะร่วมมิสซา

 

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงเตือนสติชาวคาทอลิก รวมทั้งนักบวชและบิชอป ซึ่งได้ทำการถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือขณะมีการทำพิธีมิสซาว่า พวกเขาควรให้ความสนใจต่อพระเจ้า มากกว่าสาระวนกับการถ่ายรูป

“บาทหลวงที่ประกอบพิธีมิสซากล่าวว่า ‘ให้เรายกชูจิดใจขึ้น’ ท่านไม่ได้กล่าวว่า ‘ให้เรายกชูมือถือขึ้นเพื่อถ่ายรูป’ ” โป๊ปฟรานซิสตรัสต่อสาธุชนจำนวนหลายหมื่นคนที่ได้ชุมนุมกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์

โป๊ปฟรานซิสยังตรัสว่า “การใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปในพิธีมิสซาเป็นสิ่งที่น่าเกลียดชังอย่างมาก ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจ เมื่อข้าพเจ้ากำลังทำมิสซาอยู่ และเห็นคนจำนวนมากชูมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ไม่เพียงแต่เฉพาะสาธุชนชาวคาทอลิก แต่ยังรวมถึงนักบวชและบิชอปด้วย”

ลาวคาด“สี จิ้นผิง”หนุนพัฒนาประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301582

ลาวคาด“สี จิ้นผิง”หนุนพัฒนาประเทศ

สี จิ้นผิง, จีน, ลาว, สปปลาว, ประธานาธิบดี

นายสุนทอน คันทะวง ผู้อำนวยการสำนักข่าวลาว กล่าวว่า การเดินทางเยือน สปป.ลาว ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาของทั้งสองประเทศ     

          ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนเวียดนาม และ สปป.ลาวระหว่างวันที่ 12-14 พ.ย. ตามคำเชิญของ นายเจิ่น ดั่ย กวาง ประธานาธิบดีเวียดนาม และนายบุนยัง วอละจิด ประธานประเทศลาว

“เรามองว่าการเดินทางเยือน สปป.ลาว ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญ และมีความหมายต่อความร่วมมือ และการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืนระหว่าง สปป.ลาวและจีน” นายสุนทอนกล่าว

นอกจากนี้ นายสุนทอน ยังระบุถึงความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่บริษัทจีนเพิ่มการลงทุนใน สปป.ลาว และบทบาทของจีนในการกระตุ้นเศรษฐกิจของ สปป.ลาว

ขณะเดียวกัน นายสุนทอน ยังคาดหวังว่านักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากขึ้นจะเดินทางมาเยือน สปป.ลาวในปีหน้า ขณะที่มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของ สปป.ลาวภายใต้สโลแกน “Visit Laos Year 2018”

(คลิป) เดือด !! เหวี่ยงอูฐถูกมัดขาตกรถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301555

(คลิป) เดือด !! เหวี่ยงอูฐถูกมัดขาตกรถ

คนรักสัตว์ทั้งรู้สึกโกรธแค้นและเศร้าใจหลังเห็นคลิปวิดีโอแสดงภาพทารุณอูฐอย่างโหดเหี้ยม

คลิปวิดีโอที่กำลังเป็นที่โจษจันในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อในโอมาน แสดงภาพอูฐตัวหนึ่งถูกมัดขาไว้อยู่หลังรถกระบะที่แล่นถอยหลังอยู่บนหาดทรายอย่างรวดเร็ว จู่ๆ รถเบรกกะทันหัน ส่งแรงเหวี่ยงทำให้อูฐลอยตกลงมาบนพื้นทราย ทั้งเร็วและแรงขนาดที่อูฐยกหัวหลบไม่ทันจนหัวกระแทกกับพื้นไปด้วย

ชาวสื่อสังคมออนไลน์คนหนึ่ง กล่าวว่า มองป้ายทะเบียนรถน่าจะเป็นป้ายโอมาน แต่มองไม่เห็นตัวเลขชัดๆ หากรู้ก็จะแจ้งความข้อหาทรมานสัตว์ และว่าเป็นการกระทำที่โหดร้าย คนควรเคารพสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะอูฐที่เป็นสัตว์พิเศษสำหรับชาวโอมาน

ด้าน นายเจสัน มาไท จากกลุ่ม ไทเกอร์ บาย เดอะ เทล ซึ่งเป็นกลุ่มช่วยเหลือสัตว์ถูกทิ้งในโอมาน กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะใช่อุบัติเหตุ แต่น่าจะเป็นเจตนา เพราะประตูท้ายกระบะไม่ได้ปิด และขาอูฐถูกมัดไว้ทำให้มันช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย น่าเศร้าใจมากที่เห็นคนทำเรื่องแบบนี้ได้ลงคอ

——————

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : Times of OmanVideo of camel cruelty goes viral in Oman, condemned by welfare groups)

คุก นศ.เวียดนาม 4 เดือน แฮ็กคอมพ์อาจารย์แก้เกรด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301540

คุก นศ.เวียดนาม 4 เดือน แฮ็กคอมพ์อาจารย์แก้เกรด

เซิร์ฟเวอร์, แล็ปท็อป, จำคุก, ทุน, เวียดนาม, มหาวิทยาลัย, คอมพิวเตอร์, แก้เกรด, คอมพ์, แฮ็ก, สิงคโปร์,  ข่าวต่างประเทศ

จำเลยวางแผนมาอย่างรอบคอบ โดยมีแรงจูงใจมาจากประโยชน์ส่วนตัว ไม่แสดงความสำนึกผิดและให้ความร่วมมือเท่าที่ควร

 

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ สเตรทส์ไทมส์ ของสิงคโปร์ รายงานว่า เจิ่น เก่อ เฮือง นักศึกษาชาวเวียดนามที่ได้ทุนศึกษาในมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ แมเนจเมนต์ (เอสเอ็มยู) ถูกตัดสินลงโทษจำคุก 4 เดือน จากความผิดเจาะบัญชีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ของอาจารย์ เพื่อแก้เกรดของตัวเองให้ดีขึ้น จาก D+ เป็น B และจาก B เป็น A- ทั้งยังไปแก้เกรดของนักศึกษาคนอื่นให้ต่ำลงอีกด้วย

รายงานระบุว่า นักศึกษาเวียดนามรายนี้ มักจะนั่งแถวที่สองจากด้านหน้า เพื่อให้มองเห็นเวลา ดร.ราชา กุมาร อาจารย์ของเขา พิมพ์รหัสอย่างช้าๆ จากนั้นก็พยายามคาดเดาและลองผิดลองถูกจนสามารถเข้าถึงบัญชีอาจารย์ได้

ดร.กุมาร อัปโหลดเกรดของนักศึกษาเข้าสู่ระบบอี-เลิร์น หรือระบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2559 แต่ขณะกำลังจะเผยแพร่ สังเกตเห็นว่าข้อมูลหลายตัวเปลี่ยนไปจากตอนที่อัปโหลด จึงได้แจ้งมหาวิทยาลัยและระงับการประกาศเกรดไว้ก่อน

ผลสอบสวนเป็นการภายในพบว่า เจิ่น นักศึกษาปี 1 อยู่เบื้องหลังการล็อกอินและพยายามล็อกอินเข้าบัญชีผู้ใช้ระบบอีเลิร์นของ ดร.กุมาร หลายครั้ง แต่เมื่อถูกเรียกตัวไปสอบถามในวันที่ 28 เมษายน เขาปฏิเสธ

ทางมหาวิทยาลัยให้โอกาสกลับไปทบทวนและอธิบายในวันถัดไป แต่เจ้าตัวส่งอีเมลในเย็นวันเดียวกันยืนยันความบริสุทธิ์และอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง และในวันรุ่งขึ้น เขาเดินทางไปยังร้านไอทีเพื่อให้ลบข้อมูลต่างๆ ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของตัวเอง ทางมหาวิทยาลัยจึงเข้าแจ้งความเอาผิดนักศึกษาทุนรายนี้ในวันที่ 4 พฤษภาคม

เจิ่น ถูกแจ้งข้อหา 39 ข้อหา และถูกตัดสินจำคุก 16 สัปดาห์ หลังยอมรับผิด 10 ข้อหาภายใต้กฎหมายความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์และการใช้ในทางที่ผิด กับเจตนาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ด้วยการทำให้หลักฐานการเข้าถึงระบบเซิร์ฟเวอร์ของเอสเอ็มยูถูกลบออกจากแล็ปท็อป

ทนายของเขาขอให้ศาลพิจารณาถึงว่า ลูกความทำลงไปด้วยความอับจนหนทาง หลังถูกเตือนว่าอาจสูญทุนการศึกษาหากเกรดไม่ถึง แต่อัยการขอให้ศาลลงโทษจำคุก 4 เดือน เพราะจำเลยวางแผนมาอย่างรอบคอบ โดยมีแรงจูงใจมาจากประโยชน์ส่วนตัว นอกจากนี้ ยังไม่แสดงความสำนึกผิดและให้ความร่วมมือเท่าที่ควร

‘ฮุนเซน’ ท้าพนันพรรคฝ่ายค้านโดนยุบแน่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301537

‘ฮุนเซน’ ท้าพนันพรรคฝ่ายค้านโดนยุบแน่

กฎหมาย, ซีเอ็นอาร์พี, บันได, นรก, ยุบพรรค, พรรคฝ่ายค้าน, ท้าพนัน, กัมพูชา, ฮุน เซน, ข่าวต่างประเทศ, คมชัดลึก

‘ฮุน เซน’ ท้าพนันอัตรา 1 ต่อ 100 มั่นใจพรรคฝ่ายค้านคู่ปรับโดนศาลสั่งยุบสัปดาห์หน้า

นายกรัฐมนตรีฮุน เซน แห่งกัมพูชา กล่าวต่อหน้าฝูงชนเมื่อวันพุธ (8 พ.ย.) ว่า พร้อมจะพนันในอัตราต่อรองที่ 1 ต่อ 100 ว่า พรรคสังเคราะห์ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) พรรคฝ่ายค้านหลัก จะถูกศาลสั่งยุบในสัปดาห์หน้า “มาพนันกันดีกว่า หากพรรคนี้ถูกยุบ ผมรับแค่หนึ่ง หากไม่ยุบ ผมจะจ่าย 100” พร้อมกันนี้ ผู้นำกัมพูชาที่อยู่ในอำนาจมานาน 32 ปี ยังเรียกร้องให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน เข้าร่วมกับพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของเขา ก่อนศาลมีคำพิพากษาในวันที่ 16 พฤศจิกายน โดยใช้คำพูดว่า “เราหยิบยื่นบันไดให้ หากไม่ปีนขึ้นมา ก็จะต้องลงนรก”

ซีเอ็นอาร์พี เป็นคู่ต่อกรรายเดียวของนายกฯ ฮุนเซน ในศึกเลือกตั้งปีหน้า หลังจากเคยกวาดที่นั่งได้อย่างเหนือคาดหมายในศึกเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 5 ปีก่อน โดยได้เสียงสนับสนุนจากชาวกัมพูชารุ่นใหม่ แต่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ซีเอ็นอาร์พีถูกตัดกำลังด้วยกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ และแกนนำพรรคคนหนึ่งถูกจำคุกอยู่ในข้อหาทรยศชาติ อีกคนลี้ภัยตัวเองในต่างประเทศ ส่วน ส.ส. กว่าครึ่งจาก 55 คน ก็พากันหลบหนีการกวาดล้างออกจากประเทศในช่วงที่ผ่านมา

เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลฮุน เซน ขอให้ศาลสูงสั่งยุบพรรคซีเอ็นอาร์พี ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายใหม่ที่ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แต่คดีนี้ถูกมองว่าเป็นการยึดอำนาจอย่างเปิดเผยของฮุน เซน

คำพิพากษาสั่งยุบพรรคที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าคงยากจะหลีกเลี่ยง น่าจะเป็นการตอกตะปูปิดฝาโลงพรรคซีเอ็นอาร์พี ขณะกลุ่มสิทธิมนุษยชน ระบุว่า การยุบพรรคซีเอ็นอาร์พี จะทำให้การเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า ไม่บริสุทธิ์และยุติธรรม

สตรีข้ามเพศมะกันคนแรกชนะเลือกตั้งส.ส.รัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301534

สตรีข้ามเพศมะกันคนแรกชนะเลือกตั้งส.ส.รัฐ

นั่งเก้าอี้, รัฐ, สส, คนแรก, อเมริกา, มะกัน, สตรีข้ามเพศ, เลือกตั้ง, สหรัฐฯ, ข่าวต่างประเทศ

สหรัฐฯ ได้ ส.ส.รัฐ เป็นสตรีข้ามเพศคนแรกในประวัติศาสตร์

แดนิกา โรม สร้างประวัติหน้าใหม่ในการเมืองอเมริกัน ด้วยการเป็นบุคคลข้ามเพศอย่างเปิดเผยคนแรก ที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติระดับรัฐ ที่รัฐเวอร์จิเนีย ในศึกเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน ทั้งยังเป็นชัยชนะจากการโค่น ส.ส.อนุรักษนิยมสุดขั้วพรรครีพับลิกัน 13 สมัยอย่าง รอเบิร์ต มาร์แชลล์ ผู้เคยประกาศว่า ตนเองเป็นหัวหน้าของพวกเกลียดกลัวชาวเกย์ และเป็นผู้ร่างกฎหมายบังคับให้บุคคลข้ามเพศต้องใช้ห้องน้ำตามเพศกำเนิดแต่ไม่สำเร็จ

ผลเลือกตั้งหลังการตรวจนับคะแนน 95% ปรากฏว่า โรม นักดนตรีและอดีตผู้สื่อข่าววัย 33 ปี จากพรรคเดโมแครต ชนะมาร์แชลล์ จากพรรครีพับลิกัน ที่ 55% ต่อ 45 %

กองทุนเกย์แอนด์เลสเบียนวิคทอรี ซึ่งเป็นคณะทำงานทางการเมืองที่มุ่งเพิ่มจำนวนชาวหลากหลายทางเพศเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลในทุกระดับ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ในคืนนี้ ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง เลือกชาวข้ามเพศที่ฉลาดและมองที่ผลลัพธ์ มากกว่าเลือกนักปลุกปั่นต่อต้านชาวหลากหลายทางเพศสร้างความแตกแยก และเป็นการส่งสารไปยัง ส.ส.ต่อต้านชาวข้ามเพศทั้งประเทศ

การเลือกตั้งในริชมอนด์ เขตทางเหนือของรัฐ เป็นหนึ่งในสนามเลือกตั้งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดทั้งในและต่างประเทศ ช่วงรณรงค์หาเสียง

สตรีข้ามเพศมะกันคนแรกชนะเลือกตั้งส.ส.รัฐ

ภาพ : เอเอฟพี

มาร์แชลล์ วัย 73 ปี ไม่ยอมใช้สรรพนามเพศหญิงเรียกคู่แข่ง ทั้งยังไม่ยอมโต้วิสัยทัศน์กับเธอด้วย ช่วงโค้งสุดท้าย รีพับลิกันออกโฆษณาโจมตีเพศสภาพของคู่แข่ง แต่กลายเป็นผลเสียกับผู้สมัครของพรรค

แดนิกา โรม ระดมทุนหาเสียงได้เกือบ 5 แสนดอลลาร์ มากกว่ามาร์แชลล์ 3 ต่อ 1 จำนวนมากมาจากกลุ่มเคลื่อนไหวและผู้สนับสนุนชาวหลากหลายทางเพศทั่วประเทศ

ก่อนหน้านี้ โรม ย้ำว่า เธอไม่ได้ลงมาเล่นการเมืองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชาวหลากหลายทางเพศ แต่มีเป้าหมายท้าชนกับปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ โดยใช้ความรู้ที่สั่งสมมาจากการทำข่าวเกือบ 10 ปี ให้แก่หนังสือพิมพ์เกนส์วิลล์ ไทมส์ นอกจากนี้ เธอมองว่า เพศสภาพและความไม่กลัวว่าตัวเองเป็นใครต่างหากที่เป็นจุดแข็ง ก่อนหน้านี้ แอนเทีย แกร์ริสัน เป็นบุคคลข้ามเพศอย่างเปิดเผยคนแรกที่ได้ที่นั่งในสภาระดับรัฐ หลังชนะเลือกตั้งในแมสซาชูเซตส์ แต่แกร์ริสันไม่ได้เปิดเผยว่าตนเป็นบุคคลข้ามเพศในช่วงหาเสียงเลือกตั้งในปี 2535

การเลือกตั้งที่จัดขึ้นเมื่อวันอังคาร ถือเป็นการเลือกตั้งระดับรัฐครั้งแรก ตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเหนือความคาดหมายเมื่อปีที่แล้ว และถูกมองว่าเป็นบททดสอบความนิยมของทรัมป์หลัง 1 ปีผ่านไป และสิ่งบ่งชี้ไปถึงการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภากลางสมัยในปีหน้า ซึ่งผลปรากฏว่า ผู้สมัครเดโมแครตคว้าชัยในสองสนามสำคัญ โดยเฉพาะที่รัฐเวอร์จิเนีย ที่อยู่ติดกับวอชิงตันและถูกใช้เป็นมาตรวัดการเมืองระดับชาติ ราล์ฟ นอร์ทัม รองผู้ว่าการรัฐ โค่น เอ็ด กิลเลสพี เป็นผู้ว่าการรัฐ และฟิล เมอร์ฟีย์ จากเดโมแครตชนะคู่แข่งรีพับลิกัน คิม กัวดักโน เป็นผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซี

สั่งแขวนคอ “ม่ายดำ” ฆ่าสามีหวังมรดก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301396

สั่งแขวนคอ “ม่ายดำ” ฆ่าสามีหวังมรดก

ลูกขุน, อุทธรณ์, ญี่ปุ่น, เหยื่อ, มรดก, เงินประกัน, เครื่องดิ่ม, ไซยาไนด์, ก่อ, อาชญากรรม, ไตร่ตรองไว้ก่อน, แขวนคอ, ประหารชีวิต, ข่าวต่างประเทศ, ม่ายดำ

ก่ออาชญากรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เหยื่อ 4 คน อายุ 71 – 79 ปี ถูกหลอกให้ดื่มเครื่องดื่มปนไซยาไนด์ หวังเงินประกันและมรดก เพื่อนำเงินไปใช้หนี้

               ศาลในเมืองเกียวโตของญี่ปุ่น มีคำตัดสินเมื่อวันอังคาร (6 พ.ย.) ลงโทษประหารชีวิต นางชิซาโกะ คาเคฮิ วัย 70 ปี ด้วยการแขวนคอ จากความผิดฆาตกรรมสามี และชายที่อยู่กินด้วยกัน 2 คน กับพยายามฆ่าคนรู้จักอีกหนึ่งคน ช่วงปี 2550 – 2556

ผู้พิพากษา กล่าวว่า แม้จำเลยมีประวัติเป็นโรคความจำเสื่อม แต่อยู่ในสภาพที่สามารถรับผิดและลงโทษประหารได้ต่ออาชญากรรมที่ก่อขึ้นจากความโลภ ทั้งพบว่าขณะก่อเหตุฆาตกรรมเหยื่อรายสุดท้ายเมื่อธันวาคม 2556 เธอไม่ได้ป่วยเป็นความจำเสื่อม

สั่งแขวนคอ “ม่ายดำ” ฆ่าสามีหวังมรดก

ภาพ : เอเอฟพี – ชิซาโกะ คาเคฮิ ปี 2557

อัยการ กล่าวว่า นางคาเคฮิก่ออาชญากรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงเตรียมเอกสารที่จำเป็นไว้พร้อม เหยื่อของเธอทั้ง 4 คน ซึ่งอายุ 71 – 79 ปี ถูกหลอกให้ดื่มเครื่องดื่มปนไซยาไนด์ โดยอ้างว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะเธอหวังเงินประกันและมรดก เพื่อนำเงินไปใช้หนี้

นางคาเคฮิ ที่ถูกตั้งฉายา “ม่ายดำ” มีความสัมพันธ์กับชายมากหน้าหลายตา ส่วนใหญ่เป็นชายชราหรือป่วย โดยใช้บริการบริษัทจัดหาคู่ แจ้งความประสงค์ว่าสนใจคนมีฐานะดีและไม่มีลูก มีรายงานว่า เธอได้เงินประกันและมรดกจากคนรักที่เธอปลิดชีวิต 1,000 ล้านเยน (290 ล้านบาท) ในช่วง 10 ปี แต่ทรัพย์สินส่วนใหญ่หมดไปกับขาดทุนเล่นหุ้นและค้าเงิน

สั่งแขวนคอ “ม่ายดำ” ฆ่าสามีหวังมรดก

ภาพ : เอเอฟพี – คนเข้าแถวเข้าฟังผลตัดสิน

คดีม่ายดำได้รับความสนใจอย่างมากในญี่ปุ่น ประชาชนกว่า 560 คน ต่อแถวรับตั๋วเข้าไปในห้องพิจารณาคดี 51 ที่นั่ง เพื่อเป็นสักขีพยานผลตัดสินการพิจารณาคดีที่ใช้เวลายาวนาน 135 วัน นับเป็นคดีใหญ่อันดับสองที่ใช้ระบบลูกขุน นับตั้งแต่ญี่ปุ่นนำระบบร่วมศาล-ลูกขุนมาใช้เมื่อปี 2552 แต่คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด และจะต้องยือเยื้อต่อไปอีก เนื่องจากทนายจำเลยยื่นอุทธรณ์ทันทีหลังฟังคำตัดสิน