สุดสยอง !! รถพุ่งชนห้องเรียนทับเด็กตาย 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301390

สุดสยอง !! รถพุ่งชนห้องเรียนทับเด็กตาย 2

สุดสลด, สุดสยอง, โศกนาฏกรรม, ออสเตรเลีย, แม่, บาดเจ็บ, สาหัส, เสียชีวิต, ห้องเรียน, นักเรียน, เด็ก, รถชน, ข่าวต่างประเทศ

เกิดโศกนาฏกรรมสุดสลด เมื่อคุณแม่ที่เพิ่งส่งลูกเข้า ร.ร. ขับรถพุ่งชนห้องเรียนเป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิต 2 สาหัส 3 บาดเจ็บ 17 และครูอีก 1 คน บาดเจ็บเล็กน้อย

โศกนาฏกรรมที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้แต่ก็เกิดขึ้นแล้วที่โรงเรียนแบงก์เซีย โรด ในนครซิดนีย์ ประเทศออสตรเลีย สตรีวัย 52 ปี ขับรถชนทะลุผนังห้องเรียนที่เป็นไม้ หลังจากเริ่มการเรียนการสอนได้ไม่นาน เมื่อเช้าวันอังคาร (7 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ขณะเกิดเหตุ มีนักเรียนภายในห้อง 24 คน เป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน มีเด็ก 17 คน และครูอีก 1 คนบาดเจ็บเล็กน้อย

 

สุดสยอง !! รถพุ่งชนห้องเรียนทับเด็กตาย 2

ภาพ : 9news

 

สุดสยอง !! รถพุ่งชนห้องเรียนทับเด็กตาย 2

ภาพ : 9news

 

สุดสยอง !! รถพุ่งชนห้องเรียนทับเด็กตาย 2

ภาพ : 9news

 

มีรายงานว่าคนขับรถเพิ่งส่งลูกเข้าโรงเรียนก่อนเกิดเหตุ ตำรวจนำตัวเธอไปสอบปากคำและตรวจวัดแอลกอฮอล์กับยาเสพติด เบื้องต้น ถูกแจ้งข้อหาขับขี่อันตรายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต 2 กระทง และขับรถโดยประมาทอีก 1 กระทง ศาลอนุญาตให้ประกันตัวและนัดมาปรากฏตัวที่ศาลในวันที่ 29 พฤศจิกายน

 

สุดสยอง !! รถพุ่งชนห้องเรียนทับเด็กตาย 2

ภาพ : เอเอฟพี

 

สุดสยอง !! รถพุ่งชนห้องเรียนทับเด็กตาย 2

ภาพ : เอเอฟพี

เด็กเคราะห์ร้ายเป็นเด็กชายวัย 8 ขวบ สภาพที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยความโกลาหลและสะเทือนใจ เพื่อนบ้านคนหนึ่งเล่าว่า เขากับผู้ชายอีก 3 คน ช่วยกันยกรถเอสยูวีหนัก 2 ตัน เพื่อช่วยนำเด็กชายออกจากใต้ซากรถ แต่เด็กเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บ สภาพที่เกิดเหตุเวลานั้นย่ำแย่มาก เด็กร่ำไห้ระงม บางคนกรีดร้องหาพ่อแม่ ห้องเรียนเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังและมีเลือดเต็มไปหมด

หญิงมะกันตกงาน !! ชูนิ้วกลางใส่ “ทรัมป์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301381

หญิงมะกันตกงาน !! ชูนิ้วกลางใส่ “ทรัมป์”

ข่าวต่างประเทศ, โดนัล ทรัมป์, ปธน, หญิง, มะกัน, แม่เลี้ยงเดี่ยว, ตกงาน, ไล่ออก, ชูนิ้วกลาง, ลามก, อ้าง, ขัด, นโยบาย, บริษัท, ไวรัล, ทรัมป์

ภาพไวรัลชูนิ้วกลางใส่ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นเหตุ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวโดนไล่ออก

จูลี บริสค์แมน สตรีอเมริกันวัย 50 ปี ถูกบริษัทไล่ออกจากงาน ต้นเหตุมาจากภาพที่เธอชูนิ้วกลางให้แก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเห็นขบวนรถของผู้นำประเทศแล่นผ่าน ขณะที่เธอกำลังขี่จักรยานอยู่ริมถนนในรัฐเวอร์จิเนีย ใกล้กับคลับกอล์ฟ ทรัมป์ เนชันแนล ของทรัมป์ ริมฝั่งแม่น้ำโปโตแมค ห่างจากทำเนียบขาวไปทางตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร

คุณแม่ลูกสองวัย 50 ปี อาศัยอยู่ไม่ไกลนัก และออกไปขี่จักรยานเวลานั้นพอดี เธอบอกเว็บไซต์ข่าวฮัฟฟิงตันโพสต์ว่า ทรัมป์กำลังผ่านมาและรู้สึกอารมณ์ขึ้น เธอคิดว่าเขาคงไปสนามกอล์ฟอีกตามเคย

เบรนดัน สเมียลาวสกี ช่างภาพสายทำเนียบขาวของสำนักข่าวเอเอฟพีที่อยู่ในขบวนรถของทรัมป์ จับภาพของบริสค์แมนขณะแสดงกิริยานั้นไว้ได้ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม และกลายเป็นภาพไวรัลหรือภาพที่ส่งต่อกันในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

สเมียลาวสกี กล่าวว่า เขาถือกล้องไว้พร้อมถ่ายรูปตลอดเวลา เพราะไม่รู้ว่าอาจจะพบเห็นอะไร และไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า ลักษณะท่าทางของคนผ่านไปมาอย่างคว่ำนิ้วหัวแม่มือลง หรือชูนิ้วกลาง เป็นเรื่องปกติ ในกรณีนี้ ดูเหมือนว่า บริสค์แมนรู้ว่าใครอยู่ภายในขบวนรถ และเธอพยายามขี่จักรยานให้ทันขบวนรถกับพยายามแสดงกิริยานั้นหลายครั้ง

แม้ว่าภาพถ่ายนี้เห็นแต่ข้างหลังของสตรีที่ขี่จักรยาน แต่ใช้เวลาไม่นานก็เป็นที่รับรู้ว่า บุคคลในภาพที่ชาวเน็ตนำไปแชร์ว่อนและสื่อโทรทัศน์ก็เสนอข่าวเป็นใคร ขณะที่ตัวเธอเองยังใช้ภาพนี้เป็นภาพประจำตัวบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์อย่างภาคภูมิใจ

ไม่ทราบแน่ชัดว่าทรัมป์เห็นกิริยาหยาบคายนั้นหรือไม่ แต่เจ้านายของเธอที่ “อาคีมา แอลแอลซี” บริษัทรับเหมาก่อสร้าง และทำงานกับรัฐบาลและกองทัพสหรัฐ เห็นและไม่พอใจ โดยเพียงสามวันหลังจากเธอโพสต์ภาพนั้นบนเฟซบุ๊ก บริสค์แมนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ได้รับแจ้งว่าเธอถูกให้ออกจากงาน ผู้บริหารเห็นว่าภาพของเธอเป็นภาพลามกอนาจาร เข้าข่ายละเมิดนโยบายบริษัทว่าด้วยการใช้สื่อสังคมออนไลน์

แต่นางบริสค์แมน โต้ว่า ขณะนั้นอยู่นอกเวลางาน และเธอก็ไม่เคยพาดพิงถึงนายจ้างบนสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด นอกจากนี้เธอตั้งคำถามว่าเหตุใดเธอจึงถูกไล่ออกทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เคยมีเพื่อนร่วมงานผู้ชายโพสต์ข้อความละเมิดนโยบายแต่ลบออก และให้ทำงานต่อไปได้ เธอกล่าวด้วยว่า เหตุที่ทำเช่นนั้น เพราะรู้สึกโกรธกับสิ่งที่ประเทศชาติกำลังเป็นไปในเวลานี้ และนี่เป็นโอกาสที่จะพูดอะไรบางอย่าง และเธอไม่รู้สึกเสียใจที่ชูนิ้วกลาง

ขัดแย้งในครอบครัวต้นเหตุกราดยิงเทกซัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301303

ขัดแย้งในครอบครัวต้นเหตุกราดยิงเทกซัส

ควิน แพทริค เคลลีย์, มือปืน

จนท.สหรัฐเปิดเผยว่าเหตุคนร้ายกราดยิงสังหารหมู่27ศพที่โบสถ์คริสต์ในรัฐเทกซัสเมื่อวันอาทิตย์มีสาเหตุมาจากปัญหาขัดแย้งภายในครอบครัวไม่เกี่ยวกับปัญหาชนชาติหรือศาสนา

เหตุรุนแรงโดยฝีมือของนายเควิน แพทริค เคลลีย์ ชาวอเมริกันวัย 26 ปี อดีตทหารที่ถูกปลดจากกองทัพอากาศ บุกใช้ปืนไรเฟิลกราดยิงใส่โบสถ์เฟิร์สท์ แบพติส ในเมืองซัทเธอร์แลนด์สปริงส์ รัฐเทกซัส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในช่วงที่ประชาชนกำลังร่วมพิธีสวดมนต์ประจำสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย อายุระหว่าง 5 – 72 ปี และได้รับบาดเจ็บอีก 20 ราย โดยตัวผู้ก่อเหตุเสียชีวิตระหว่างการหลบหนี

ผลการชันสูตรศพนายเคลลีย์เบื้องต้น บ่งชี้ว่า นายเคลลีย์ยิงตัวตาย ก่อนที่รถยนต์ที่เขาขับหลบหนีจะเสียหลักชน และจากการตรวจสอบยังพบอีกว่า นายเคลลีย์ใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวโทรหาพ่อ บอกว่าเขาถูกยิงและคิดว่าคงไม่รอดชีวิต

ด้านนายฟรีแมน มาร์ติน ผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะรัฐเทกซัส เผยว่า คณะเจ้าหน้าที่สอบสวนสรุปว่า การสังหารหมู่ในครั้งนี้ไม่ได้มีมูลเหตุมาจากความเกลียดชังทางเชื้อชาติ หรือความเชื่อทางศาสนา แต่เป็นความขัดแย้งในครอบครัว โดยคนร้ายซึ่งเป็นชาวเมืองนิวโบรนเฟลส์ รัฐเทกซัส มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับแม่ของภรรยา ซึ่งมักจะเข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่โบสถ์ที่เกิดเหตุเป็นประจำ และก่อนลงมือก่อเหตุนายเคลลีย์ได้ส่งข้อความขู่แม่ยาย ผ่านทางโทรศัพท์มือถือด้วย

เผยโฉมหัวหน้าไอเอสคนใหม่ในภูมิภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301274

เผยโฉมหัวหน้าไอเอสคนใหม่ในภูมิภาค

น่ากลัว, ภัยคุกคาม, อามิน บาโค, ฟิลิปปินส์, ไอเอส, คนใหม่, ผู้นำ,  ข่าวต่างประเทศ

ฟิลิปปินส์เผยผู้นำคนใหม่ของกลุ่มไอเอสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประสบการณ์รบแบบกองโจรอย่างโชกโชน – เชี่ยวชาญประกอบระเบิด

 

โรนัลด์ เด ลา โรซา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ว่า นายอามิน บาโค ผู้ก่อการร้ายคนสำคัญบนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ กลายเป็นผู้นำคนใหม่ของกลุ่มไอเอสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แทนนายอิสนีลอน ฮาปีลอน วัย 51 ปี ที่ถูกสังหารเสียชีวิตหลังปฏิบัติการสู้รบยืดเยื้อ 5 เดือน ระหว่างทหารฟิลิปปินส์กับกลุ่มติดอาวุธในเมืองมาราวี ปิดฉากลง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ กล่าวว่า อามิน บาโค เป็นผู้ก่อการร้ายที่ช่ำชองมากที่สุดคนหนึ่งในฟิลิปปินส์ วางแผนโจมตีและฝึกรบให้สมาชิกในพื้นที่มานานหลายปี อดีตเคยเคลื่อนไหวอยู่กับกลุ่มก่อการร้ายเจมาอิสลามิยาห์ (เจไอ) มีฐานในมาเลเซีย และเคยผ่านการฝึกกับนายซุลคีฟลี บิน ฮีร์ หรือ มาร์วัน หนึ่งในผู้ก่อการร้ายที่โลกต้องการตัว ก่อนถูกตำรวจบุกจับและวิสามัญเมื่อสองปีก่อน ซึ่งในช่วงที่ตำรวจบุกจับนั้น บาโคพักอยู่ใกล้แหล่งกบดานของมาร์วัน ในเมืองมามาซาปาโน บนเกาะมินดาเนา แต่หนีรอดไปได้

ฝ่ายความมั่นคงฟิลิปปินส์เชื่อว่า บาโคร่วมโจมตีและยึดเมืองมาราวีเช่นกัน แต่ไม่แน่ใจได้หลบหนีออกไปแล้ว หรือยังเป็นแกนนำกลุ่มที่ยังหลงเหลือในเมืองอีกจำนวนหนึ่งหรือไม่

ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับบาโค ได้จากนายมูฮัมหมัด อิลฮาม ไซยาห์บุตร นักรบอินโดนีเซียที่ถูกจับตัวได้ในเมืองมาราวีเมื่อเดือนที่แล้ว

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง นายรอมเมล บันลอย กล่าวว่า บาโค เป็นภัยคุกคามน่ากลัวยิ่งกว่าฮาปีลอน หรือ มาห์มุด อาห์หมัด อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยมาเลเซีย เบอร์สองรองจากฮาปีลอน ที่หากไม่ถูกสังหารในเมืองมาราวีไปเสียก่อนก็อาจขึ้นมาเป็นผู้นำแทน โดยมาห์มุดถูกมองว่าเป็นผู้จัดหาจัดการและนักอุดมการณ์มากกว่าผู้บัญชาการในสนามรบ แต่บาโคมีประสบการณ์รบแบบกองโจรมาอย่างโชกโชน อีกทั้งยังเชี่ยวชาญประกอบระเบิด และถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิกหลายคน

ฉุน “ทรัมป์” เทพรวดอาหารปลาคาร์พ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301270

ฉุน “ทรัมป์” เทพรวดอาหารปลาคาร์พ

ข่าวต่างประเทศ, โดนัลด์ ทรัมป์, ปลาคาร์พ, ญี่ปุ่น, ให้อาหารปลา, ทวิตเตอร์, ทวีต, วิพากษ์วิจารณ์, ทรัมป์

ทรัมป์ถูกจับจ้องทุกฝีก้าวในญี่ปุ่น ภาพเทอาหารปลาคาร์พเป็นเหตุโดนวิจารณ์ แต่คลิปเผยแค่ทำตามเจ้าภาพอาเบะ

 

การเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ประเด็นหารือหลักกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เป็นเรื่องการค้าและการสกัดกั้นเกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่การแสดงออกของประธานาธิบดีจอมโผงผางในประเทศที่ได้ชื่อว่าสุภาพและอ่อนน้อม ก็เป็นที่จับตาเช่นกัน และก็มีเรื่องที่ถูกนำมาถกและล้อในสื่อสังคมออนไลน์จนได้ เมื่อมีภาพขณะเจ้าภาพนายกรัฐมนตรีอาเบะ สาธิตการให้อาหารปลาคาร์พ โดยใช้ช้อนตักโรยลงไปในบ่อให้ปลาคาร์พที่ว่ายมารอ แต่ทรัมป์ดูเหมือนหมดความอดทนกับวิธีการละเมียดละไม และเทอาหารจากกล่องไม้ลงไปในบ่อปลารวดเดียว ส่วนนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ยืนอยู่ด้านหลังทรัมป์ หัวเราะการกระทำของเจ้านาย

 

ฉุน “ทรัมป์” เทพรวดอาหารปลาคาร์พ

ภาพ : เอเอฟพี

ภาพนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่คนรักปลาทั้งหลาย จำนวนมากบ่นทางทวิตเตอร์ว่า ปลาคาร์พกินอาหารมากมายแบบนั้นรวดเดียวไม่ได้ ขณะข้อมูลจากเว็บไซต์ Aquascape ระบุว่า การให้อาหารมากเกินไปเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของคนเลี้ยงปลาคาร์พ โดยอาจทำให้ปลาป่วยหรือบาดเจ็บได้และทำให้น้ำเสีย ขณะผู้ใช้ทวิตเตอร์บางคนแรงกว่านั้น โดยทวีตว่าขนาดให้อาหารปลาอย่างถูกต้องทรัมป์ยังทำไม่ได้เลย บ้างก็ว่าหวังอย่างเดียวว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถควบคุมคลังแสงนิวเคลียร์ได้ดีกว่ากล่องอาหารปลา

 

แต่ภาพที่เห็นและเป็นต้นเหตุ เกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีอาเบะเทอาหารปลาลงไปก่อน แล้วทรัมป์จึงทำตาม

วอชิงตัน โพสต์ เผยผลสำรวจที่จัดทำร่วมกับเอบีซี นิวส์ พบว่า คะแนนนิยมของทรัมป์หลังชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเหนือความคาดหมายมานานหนึ่งปี อยู่ในระดับต่ำกว่าประธานาธิบดีคนใดในประวัติศาสตร์ นับจากมีการจัดทำผลสำรวจความนิยม 70 ปี โดยผลสำรวจพบว่ามีชาวอเมริกันเพียง 37% เท่านั้นที่พอใจผลงาน ขณะ 59% ไม่พอใจ และครึ่งหนึ่งของกลุ่มนี้ระบุว่าไม่พอใจอย่างมาก ผลสำรวจจัดทำขึ้นในขณะที่ทรัมป์เผชิญกับปัญหากฎหมายและการเมืองรุมเร้า จากการสอบสวนข้อหาทีมงานของเขาคบคิดรัสเซียช่วยเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว

———————-

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : Guardian NewsTrump and Abe dump fish food into precious koi pond)

 

คลิปแอบถ่ายเก๊เตือนสติคนเสพสื่อลามก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301235

คลิปแอบถ่ายเก๊เตือนสติคนเสพสื่อลามก

การซ่อนกล้องแอบถ่ายคลิปเป็นปัญหาใหญ่ในเกาหลีใต้ และนี่คือวิธีการหนึ่งในการรณรงค์กึ่งตักเตือนของตำรวจในปูซาน

               ตำรวจเกาหลีในเมืองปูซาน อัปโหลดคลิปวิดีโอที่ทำทีเป็นการแอบถ่ายผู้หญิงทำกิจกรรมส่วนตัว เพื่อใช้ส่งสารเตือนสติผู้ที่ชื่นชอบคลิปสื่อลามกผิดกฎหมายลักษณะนี้

ในคลิปแสดงให้เห็นเหมือนกับว่า ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ ถูกแอบถ่ายจากกล้องซุกซ่อนไว้บนเพดานโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อหันหน้ามาหากล้อง ปรากฏว่า เธอเป็นผี ก่อนขึ้่นข้อความบนจอว่า “การดูผู้หญิงถูกอัดคลิปจากกล้องแอบถ่าย คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่ผลักดันให้เธอฆ่าตัวตาย” กับอีกข้อความว่า “ตำรวจกำลังจับตาเว็บไซต์นี้อยู่”

ตำรวจปูซานอัปโหลดคลิปวิดีโอชุดนี้ขึ้นเว็บไซต์แชร์ไฟล์ที่มักใช้เป็นแหล่งปล่อยภาพ-คลิปลามกผิดกฎหมาย 23 เว็บไซต์ ช่วงวันที่ 17 – 30 ตุลาคม ผลปรากฏว่า มียอดดาวน์โหลด 2.6 หมื่นครั้ง และในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ดังกล่าว ตำรวจพบว่า จำนวนคลิปลามกแอบถ่าย ที่นำมาเผยแพร่บนเว็บไซต์เหล่านั้น ลดลง 11% ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากการได้ชมคลิปปลอมที่ตำรวจปูซานจัดทำขึ้นมา ภายใต้ชื่้อ “หยุด ดาวน์โหลดฆาตกรรม” มุ่งหมายให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตระหนักว่า การเผยแพร่และดาวน์โหลดคลิปวิดีโอแอบถ่าย เป็นอาชญากรรมร้ายแรง ที่จะผลักดันให้เหยื่อต้องเผชิญความเจ็บปวดทางจิตใจแสนสาหัส และอาจถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย

อ่านต่อ เหตุใด อาชญากรรมจากกล้องแอบถ่ายกิจกรรมส่วนตัวคุณผู้หญิงกลายเป็นปัญหาใหญ่ในเกาหลีใต้ที่ยังแก้ไม่ตก

———————-

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : 부산경찰[부산경찰] Stop Downloadkill 프로젝트)

“เมลาเนีย ทรัมป์”ทัวร์ย่านกินซ่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301200

“เมลาเนีย ทรัมป์”ทัวร์ย่านกินซ่า

งอากิเอะ อาเบะ, เมลาเนีย ทรัมป์

ภริยาของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นต้อนรับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ด้วยการพาไปย่านกินซ่า แหล่งรวมร้านค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ในกรุงโตเกียว

 

ทั้งนี้ นางอากิเอะ อาเบะ ภริยาของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ต้อนรับ นางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ร้านมิกิโมโต้ ผู้ผลิตไข่มุกอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น และทั้งสองได้รับฟังความเป็นมาและวิธีการเพาะเลี้ยงไข่มุก รวมทั้งถ่ายรูปกับผู้หญิงสองคนที่เป็นอามะ หรือ ผู้หญิงแห่งท้องทะเล ที่มีอาชีพนักดำน้ำเก็บหอยมุก อาชีพนี้เป็นอาชีพของผู้หญิงที่สืบทอดกันมานานกว่า 2,000 ปี

แต่เมลาเนีย ซึ่งเป็นอดีตนางแบบและมีแบรนด์เครื่องประดับตัวเอง ไม่ได้เลือกซื้ออะไรระหว่างการเดินชมร้านมิกิโมโต้ ขณะที่ชาวญี่ปุ่นหลายร้อยคนรวมตัวอยู่ด้านนอกร้านเพื่อบันทึกภาพของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งทั้งสองคนด้วยความตื่นเต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา

การเยือนย่านกินซ่าของสุภาพสตรีทั้งสองคนมีขึ้นระหว่างที่นายกรัฐมนตรีนายอาเบะพาประธานาธิบดีทรัมป์ ไปออกรอบกอล์ฟที่เมืองคาวาโงเอะ

เฮลิคอปเตอร์“เจ้าชายซาอุฯ”ตกคาดเสียชีวิตยกลำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301193

เฮลิคอปเตอร์“เจ้าชายซาอุฯ”ตกคาดเสียชีวิตยกลำ

มันซูร์ บิน มุกริน, ซาอุดีอาระเบีย, เฮลิคอปเตอร์, ฮตก

เฮลิคอปเตอร์ที่เจ้าชายมันซูร์ บิน มุกริน แห่งซาอุดิอาระเบียประทับ ประสบเหตุตกใกล้ชายแดนประเทศเยเมน คาดผู้โดยสารทั้งลำเสียชีวิต รวมถึงเจ้าชายมันซูร์ บิน มุกริน

 

สำนักข่าว “อัล-เอกบาริยา” ของซาอุดีอาระเบียรายงานข่าวการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายมันซูร์ บิน มุกริน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอาซีร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่รัฐบาล ที่ขึ้นเครื่องเฮลิคอปเตอร์เพื่อสำรวจพื้นที่ จนประสบเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ในพื้นที่ใกล้กับชายแดนประเทศเยเมน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดกี่ราย และยังไมสามารถระบุถึงสาเหตุการตกของเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวได้

เจ้าชายมันซูร์ บิน มุกริน ทรงเป็นพระโอรสของเจ้าชายมุกริน บิน อับดุลอาซิส อดีตมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากทางการซาอุดิอาระเบียตั้งคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตชุดใหม่ และปฏิบัติการ กวาดจับเจ้าชาย 11 พระองค์ และรัฐมนตรีอีกหลายสิบคน

สถานีโทรทัศน์ อัล อาราบิยา ของทางการซาอุดิอาระเบียรายงานเมื่อคืนวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเจ้าชาย อัล-วาลีด บิน ทาลัล นักลงทุนและมหาเศรษฐีพันล้านพร้อมทั้งเจ้าชายอีก 10 พระองค์ รัฐมนตรี 4 คนและอดีตรัฐมนตรีอีกหลายสิบคนในปฏิบัติการปราบปรามทุจริตครั้งใหญ่ ภายหลังสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บินอับดุลอะซิซ อัล ซาอุด ทรงออกพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้งคณะกรรมการปราบปรามคอร์รัปชันชุดใหม่ภายใต้การนำของเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน องค์มกุฏราชกุมารเมื่้อค่ำวันเสาร์

ข่าวการจับกุมเจ้าชายอัล-วาลีด ซึ่งคาดว่ามีมีทรัพย์สิน 18,700 ล้านดอลลาร์ สร้างความสั่นสะเทือนแก่ซาอุดิอาระเบียและศูนย์กลางการเงินรายใหญ่ในโลก เนื่องจากทรงเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทั้งในนิวส์ คอร์ป, ไทม์ วอร์เนอร์, ซิตี้กรุ๊ป ทวิตเตอร์ และแอปเปิ้ล

เบลเยียมปล่อยผู้นำกาตาลุญญา-อดีตรมว. 4 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301166

เบลเยียมปล่อยผู้นำกาตาลุญญา-อดีตรมว. 4 คน

พอล เบกการ์ด, ทนายความ, กาตาลุญญา

เบลเยียมสั่งปล่อยตัว ผู้นำแคว้นกาตาบุญญา และอดีตรัฐมนตรีอีก 4 คน โดยมีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

สำนักข่าวซินหัว รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสื่อเบลเยียมว่า ทางการเบลเยียมได้สั่งปล่อยตัวนายคาร์เลส ปุกเดมองต์ อดีตผู้นำแคว้นกาตาลุญญา และอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลของเขาอีก 4 คน ซึ่งได้เข้ามอบตัวต่อตำรวจเบลเยียมก่อนหน้านี้ โดยมีเงื่อนไขต่างๆ ที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

นายพอล เบกการ์ด ทนายความชาวเบลเยียมของนายปุกเดมองต์ กล่าวว่า นายปุกเดมองต์และพรรคพวกจะไม่สามารถเดินทางออกจากเบลเยียมได้หากไม่ได้รับการยินยอมจากทางการ และจะต้องอาศัยอยู่ในสถานที่ที่จัดไว้ให้เท่านั้น นอกจากนี้ทุกคนยังต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายของเบลเยียม หรือต้องมาเข้าร่วมในการพิจารณาคดีของศาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจตามกำหนดการ

ก่อนหน้านี้ ศาลสเปน ได้ออกหมายจับนายคาร์เลส ปุกเดมองต์ อดีตผู้นำแคว้นกาตาลุญญา และอดีตเจ้าหน้าที่ในคณะรัฐบาลของเขาจำนวน 4 คน พร้อมสั่งคุมขังอดีตเจ้าหน้าที่ในคณะรัฐบาลของแคว้นกาตาลุญญาจำนวน 8 คน ในข้อหากบฎ, ปลุกระดมฝูงชนให้ต่อต้านรัฐบาล และยักยอกเงินหลวง หลังจากที่เขาได้ประกาศให้แคว้นกาตาลุญญาแยกตัวเป็นเอกราชจากสเปนเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายปุกเดมองต์และพรรคพวกได้เดินทางถึงกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยนายปุกเดมองต์ เคยกล่าวว่า เขาไม่มีความตั้งใจที่จะขอลี้ภัยทางการเมืองต่อเบลเยียม และจะเดินทางกลับไปยังสเปนก็ต่อเมื่อทางการสเปนรับประกันว่าจะมีการดำเนินคดีอย่างยุติธรรม

“ทรัมป์”ให้คำมั่นร่วมมือ“อาเบะ”คลายวิกฤตคาบสมุทรเกาหลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/301163

“ทรัมป์”ให้คำมั่นร่วมมือ“อาเบะ”คลายวิกฤตคาบสมุทรเกาหลี

ชินโซ อาเบะ, ทรัมป์

“ทรัมป์” ให้คำมั่นพร้อมร่วมมือ “อาเบะ” แก้วิกฤตคาบสมุทรเกาหลี ในภารกิจเดินทางเยือนญี่ปุ่น

 

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันที่จะยกระดับความเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมแก้ไขวิกฤตคาบสมุทรเกาหลีในวันนี้ โดยทั้ง 2 ผู้นำหลีกเลี่ยงที่จะทำข้อตกลงทางการค้าใหม่ๆ เพิ่มเติมในระหว่างภารกิจเดินทางเยือนญี่ปุ่นของประธานาธิบดีสหรัฐ

นายอาเบะ คาดหวังที่จะให้ทรัมป์สนับสนุนจุดยืนของญี่ปุ่นที่ต้องการยกระดับการกดดันเกาหลีเหนือให้ถึงขีดสุด โดยไม่หวังพึ่งเพียงแค่การเจรจาทางการทูต เพื่อเป็นการกดดันให้เกาหลีเหนือยอมยุติโครงการทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ ได้เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อเปิดฉากภารกิจเดินทางเยือนประเทศในเอเชียอย่างเป็นทางการรวม 11 วัน ซึ่งถือเป็นกำหนดการเยือนเอเชียที่ยาวนานที่สุดในรอบ 25 ปีของประธานาธิบดีสหรัฐ

นอกจากนี้ นายทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เดินทางไปยังสนามกอล์ฟกาสุมิกาเซกิ คันทรี คลับ ที่จังหวัดไซทามะ ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว และได้ร่วมกันเซ็นชื่อลงบนหมวกสีขาวที่มีข้อความว่า “โดนัลด์ และ ชินโซ ทำให้ความเป็นพันธมิตรของสองประเทศยิ่งใหญ่ขึ้น” ก่อนจะออกรอบตีกอล์ฟร่วมกัน และพูดคุยกันเล็กน้อยในเรื่องของเกาหลีเหนือ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ระบุว่า การเจรจาระหว่าง ปธน.ทรัมป์ กับ นายกฯอาเบะ รวมทั้งผู้นำคนอื่นๆ ในช่วง 13 วันของการเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ด้วยการสนับสนุนให้เพิ่มแรงกดดันต่อกรุงเปียงยางผ่านวิธีทางการทูตและเศรษฐกิจ และเพื่อให้การรณรงค์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ผู้นำสหรัฐจะมุ่งเน้นไปที่การเจรจาแบบทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้ง ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ให้ร่วมกดดันเกาหลีเหนือ และใช้มาตรการลงโทษตามมติของสหประชาชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกาหลีเหนือมีทรัพยากรที่เพียงพอในการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์

ก่อนหน้าจะเดินทางถึงญี่ปุ่น ปธน.ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความว่า กำลังมุ่งหน้าไปยังเอเชียเพื่อเจรจาเรื่องต่างๆ โดยเขามีอำนาจในการต่อรองสูง เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐ ทั้งอัตราการว่างงานที่ลดลง และดัชนีหุ้นที่สูงขึ้นเป็นสถิติใหม่