การพบกันอีกครั้งของพยาบาลกับทารกคลอดก่อนกำหนด 28 ปีก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342407

การพบกันอีกครั้งของพยาบาลกับทารกคลอดก่อนกำหนด 28 ปีก่อน

พยาบาล,คลอดก่อนกำหนด,หมอ,พบกัน

โชคชะตาพาคุณหมอมาพบกับพยาบาลที่เคยดูแลใกล้ชิดครั้งเป็นทารกคลอดก่อนกำหนด 28 ปีก่อน ที่โรงพยาบาลเดียวกัน

  ( คมชัดลึกออนไลน์ 6 ก.ย.)  วิลมา หว่อง พยาบาลประจำโรงพยาบาลลูซิล แพคคอร์ ชิลเดรนส์ ฮอสพิทัล สแตนฟอร์ด ในเมืองปาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้พบปะโดยบังเอิญกับนายแพทย์ แบรนดอน เซมินาโทเร ที่กำลังฝึกเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยาเด็ก

ย้อนกลับไปเมื่อ 28 ปีก่อน ตอนที่หมอเซมินาโทเรถือกำเนิด เขามีน้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น ต้องอยู่ในห้องอภิบาลทารกแรกเกิด และใช้เครื่องช่วยหายใจนานกว่า 40 วัน โดยคนที่ดูแลอย่างดีก็คือพยาบาลหว่อง

เพจเฟซบุ๊คของโรงพยาบาล ได้นำเรื่องราวของทั้งคู่มาบอกเล่า พร้อมภาพถ่ายสมัยสาวๆของพยาบาลหว่อง อุ้มคุณหมอที่ยังเป็นทารกน้อยอยู่บนตัก กับภาพปัจจุบัน ที่ถ่ายด้วยกันภายในโรงพยาบาลในชุดทำงาน
“การพบกันโดยบังเอิญที่โรงพยาบาล Lucile Packard Children’s Hospital Stanford นำไปสู่การหวนคืนกลับมาพบกันอีกครั้งอย่างอบอุ่นระหว่างพยาบาลกับคนไข้ แบรนดอน หนึ่งในกุมารแพทย์ของเรา เกิดเมื่อ 28 ปีก่อน และอยู่ในห้องอภิบาลทารกแรกเกิด ขณะอายุเพียง 29 สัปดาห์  วิลมาเป็นพยาบาลเจ้าของไข้”

แม้ผ่านมาเกือบ 30 ปี แต่พยาบาลหว่องไม่เคยลืมทารกน้อยที่เธอเคยดูแล

ตามขั้นตอน แพทย์เรซิเดนท์ทุกคนจะต้องเช็คอินที่หน่วยพยาบาลก่อนเข้าตรวจทารกคลอดก่อนกำหนด ที่ห้องอภิบาลทารกแรกเกิด พยาบาลหว่องจึงได้พบกับหมอที่นั่น นามสกุลของเขาคุ้นๆสำหรับเธอ เมื่อสอบถามทราบว่า เขามาจากเมืองซานโฆเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย และบอกด้วยว่าเขาคือทารกคลอดก่อนกำหนดที่โรงพยาบาลนี้ เธอจึงสงสัย เพราะจำได้ว่าเคยดูแลทารกคนหนึ่งนามสกุลเดียวกัน แต่ในวันนี้ เขาห่างไกลมากกับทารกแรกเกิดตัวนิดเดียวในวันนั้น เขาสูง 172 ซ.ม. หนัก 61 ก.ก. แต่ยังมีสีหน้าและตาคงเดิม

สำหรับหมอเซมินาโทเร ถือว่าการได้พบกับพยาบาลหว่อง เป็นประสบการณ์เหลือเชื่อ เธอดูแลคนไข้อย่างเอาใจใส่ลึกซึ้งถึงขั้้นที่สามารถจดจำรายชื่อคนไข้คนหนึ่งในเวลาเกือบ 30 ปีต่อมาได้

ส่วนพยาบาลหว่อง เธอถือว่าการได้พบคุณหมอเป็นครั้งที่สอง เป็นรางวัลตอบแทนการทำงานของตัวเอง

เพื่อความดีงาม”ชาย-หญิง”ไม่ควรนั่งร่วมโต๊ะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342443

เพื่อความดีงาม”ชาย-หญิง”ไม่ควรนั่งร่วมโต๊ะ

อาเจะห์,ชายหญิง,นั่งร่วมโต๊ะ

ทางการท้องถิ่นแห่งหนึ่งในจังหวัดอาเจะห์ แนะห้ามชาย-หญิงนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน เพื่่อช่วยผู้หญิงอยู่ในกรอบอันดี

เขต บีรือเอน ในอาเจะห์ บนเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษและจังหวัดเดียวของอินโดนีเซียที่บังคับใช้กฎหมายอิสลาม ออกหนังสือเวียน ขอให้ร้านอาหารและร้านกาแฟ ไม่ให้ลูกค้าหญิง นั่งร่วมโต๊ะเดียวกับผู้ชาย เว้นแต่มีสามี หรือญาติผู้ชายนั่งอยู่ด้วย

หนังสือเวียนที่ออกมา เป็นเหมือนคู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิจให้ปฏิบัติตามกฎหมายชารีอะฮ์ ที่ห้ามหญิงชายยังไม่ได้แต่งงานแสดงความรักในที่สาธารณะ  และจูฟลีวัน หัวหน้าสำนักงานชารีอะฮ์ท้องถิ่น กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีผู้หญิง เพื่อให้พวกเธอรู้สึกสบายใจ ประพฤติดี และไม่กระทำสิ่งใดอันเป็นการละเมิดกฎหมายอิสลาม ไม่ใช่เพื่อกดขี่

 เพื่อความดีงาม"ชาย-หญิง"ไม่ควรนั่งร่วมโต๊ะ 

รายงานระบุว่า หนังสือฉบับนี้ลงนามโดยหัวหน้าเขตเมื่อ 5 สิงหาคม มีทั้งหมด 13 ข้อ รวมถึงการห้ามเพื่อนร่วมงานหญิง-ชาย นั่งรับประอาหารช่วงพักกลางวันร่วมโต๊ะ  และร้านอาหารกับร้านกาแฟ ไม่ควรรับลูกค้าหญิงที่มาตามลำพัง หรือไม่ได้มากับครอบครัวของตัวเองหลังเวลา 21.00 น

จูฟลีวัน กล่าวว่า ระเบียบนี้ออกมาครั้งแรกปลายปี 2559 และปรับแก้ 2 ครั้ง แม้มีคนถูกจับฐานฝ่าฝืนเป็นระยะ แต่ไม่เคยมีการลงโทษ เพราะถือเป็นคำแนะนำ ไม่ใช่กฎหมาย แต่ทางการมีแผนเสนอให้สภาท้องถิ่นยกระดับเป็นกฎหมาย มีบทลงโทษหากจำเป็น

 เพื่อความดีงาม"ชาย-หญิง"ไม่ควรนั่งร่วมโต๊ะ 

นักเคลื่อนไหวแสดงความวิตก เพราะหลายข้อในคู่มือนี้ มุ่งเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง และอาจทำให้บางคนตีความตามอำเภอใจ

เมืองต่างๆในอาเจะห์ขึ้นชื่อเรื่องการออกกฎบังคับใช้กับสตรี สามปีก่อน เมืองบันดาอาเจะห์ เมืองเอกของอาเจะห์ ห้ามผู้หญิงเข้าไปในร้านกาแฟ และสนามกีฬา หลังเวลา 23.00 น.  และในปี 2556 เมืองลกซูมาเว อีกเมืองในสุมาตราเหนือ สั่งผู้หญิงห้ามนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์  นายกเทศมนตรีกล่าวในเวลานั้นว่า การนั่งท่านั้นซ้อนกับผู้ชายที่เป็นคนขับ เป็นเรื่องไม่เหมาะสม

ตาย 9-หายกว่า 30 แผ่นดินไหวเกาะฮอกไกโด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342435

ตาย 9-หายกว่า 30 แผ่นดินไหวเกาะฮอกไกโด

ฮอกไกโด,แผ่นดินไหว,ดินถล่ม,ไฟดับ

      สรุปความคืบหน้าแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือของญี่ปุ่น

แผ่นดินไหว เกิดเมื่อเวลาประมาณ 3.00 น. ศูนย์กลางลึก  40 ก.ม.สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ระบุในตอนแรกว่าเป็นแผ่นดินไหว 6.7 ต่อมา ปรับขึ้นเป็น  7  สูงสุดตามมาตราวัดญี่ปุ่น ที่เมืองอะสึมะ พื้นที่ที่ดินจากภูเขาถล่มลงมาทับบ้านเรือนประชาชน และต่ำกว่า 6 ที่เมืองชิโตเสะ

ตาย 9-หายกว่า 30 แผ่นดินไหวเกาะฮอกไกโด

– มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน สูญหายหรือยังติดต่อไม่ได้ 33 คน ส่วนใหญ่อยู่ในอะสึมา ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว

-กองกำลังป้องกันตนเอง หรือกองทัพญี่ปุ่น ส่งทหาร 2.5 หมื่นนายกระจายช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามคำร้องของผู้ว่าการจังหวัดฮอกไกโด โดยเฉพาะการค้นหาผู้ที่ยังติดอยู่ในกองซากหักพัง ชาวบ้านคนหนึ่งบอกเอ็นเอชเคว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
-ประชาชน 2.95 ล้านครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ มากกว่าหลังแผ่นดินไหวใหญ่เมืองโกเบและพื้นที่โดยรอบในปี 2539 ที่มีครัวเรือนเจอปัญหาไฟดับ 2.6 ล้าน การกู้ไฟฟ้าจนกลับมาในภาวะปกติคาดว่าจะใช้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์

-โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โทมาริ ซึ่งปิดเดินเครื่องมาตั้งแต่หลังวิกฤติฟุกุชิมะ ต้องใช้ระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อรักษาอุณหภูมิในบ่อเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้ว แต่รัฐบาลยืนยันไม่มีรังสีรั่วไหล และเครื่องปั่นดีเซล มีเชื้อเพลิงมากพอในระยะ 7 วัน

ตาย 9-หายกว่า 30 แผ่นดินไหวเกาะฮอกไกโด

ทางการกำลังประเมินความเสียหาย แต่เบื้องต้น มีรายงานว่าอาคารบ้านเรือนทั่วจังหวัดเอียง เกิดรอยแยกบนถนน หรือบิดเบี้ยว

ตาย 9-หายกว่า 30 แผ่นดินไหวเกาะฮอกไกโด

ตาย 9-หายกว่า 30 แผ่นดินไหวเกาะฮอกไกโด

ตาย 9-หายกว่า 30 แผ่นดินไหวเกาะฮอกไกโด

ตาย 9-หายกว่า 30 แผ่นดินไหวเกาะฮอกไกโด

ตาย 9-หายกว่า 30 แผ่นดินไหวเกาะฮอกไกโด


ตำรวจสหรัฐสอบปริศนาพบศพ 2 สาวถูกแทง-คาดเป็นคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342358

ตำรวจสหรัฐสอบปริศนาพบศพ 2 สาวถูกแทง-คาดเป็นคนไทย

สองสาว,ถูกแทง,วอชิงตัน

ตำรวจนครซีแอตเติลของสหรัฐสอบเหตุพบศพผู้หญิงสองคนในอพาร์ตเมนต์ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สภาพศพมีร่องรอยการถูกแทง เพจคนไทยในอเมริกาแจ้งว่าเป็นนศ.ไทย

( 6 ก.ย.) ตำรวจเปิดเผยเมื่อคืนวานว่า เจ้าหน้าที่ที่ได้รับแจ้งเหตุ ไปถึงอพาร์ตเมนต์ มัลลอย สูง 8 ชั้นในย่านยูนิเวอร์ซิตี ฝั่งตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในนครซีแอตเติล เมื่อเวลา 9.30 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น หลังผู้จัดการอาคารเข้าตรวจห้องพักและพบผู้หญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในห้องพัก จึงแจ้งตำรวจ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบว่า ผู้หญิงสองคนเสียชีวิตแล้วภายในห้องพัก โดยเชื่อว่าทั้งคู่มีอายุ 20 ปีเศษ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ และพยายามระบุตัวผู้เสียชีวิตและสาเหตุการเสียชีวิตตำรวจ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีเบาะแสเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย แต่เชื่อว่า ไม่มีสัญญาณเป็นอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่

https://twitter.com/KnicelyKIRO7/status/1037035339850776576

แรกเริ่ม ตำรวจได้รับแจ้งว่าเป็นเหตุแทงกัน ตำรวจจึงแจ้งเตือนให้นักศึกษาหลีกเลี่ยงบริเวณที่เกิดเหตุ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ในเขต ยูนิเวอร์ซิตี นับจากปี 2551 มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นเพียง 5 รายเท่านั้น

รายละเอียดจากเหตุฆาตกรรมครั้งนี้ยังมีน้อยมาก ตำรวจไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหยื่อ เพราะยังอยู่ระหว่างชันสูตร และไม่มีผู้ต้องสงสัย  แต่สื่อไทยในอเมริกา SiamTownUS รายงานบนเพจเฟซบุ๊กว่า สองสาวที่พบเสียชีวิต เป็นคนไทย โดยผู้จัดการอพาร์มเมนต์โทรแจ้งตำรวจ น่าจะเป็นเพราะได้รับแจ้งจากเพื่อนของนักศึกษาไทยหลังขาดการติดต่อไปกว่า 72 ชั่วโมง กระนั้นต้องรอการยืนยันจากตำรวจอีกครั้ง

SiamTownUS ระบุว่าอพาร์ทเมนต์แห่งนี้ ตั้งอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ส่วนใหญ่ผู้พักอาศัยจะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

ด้านเพจเฟซบุ๊ก ชมรมคนไทยในซีแอตเทิล (รัฐวอชิงตัน) ก็แจ้งข่าวนี้พร้อมรูปของนักศึกษา และเขียนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต

ดับอีกราย!พ่อเมืองใน”บัญชีดำดูเตร์เต”ถูกยิงตายคาออฟฟิศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342355

ดับอีกราย!พ่อเมืองใน”บัญชีดำดูเตร์เต”ถูกยิงตายคาออฟฟิศ

พ่อเมืองฟิลิปปินส์,ดับอีกราย,บัญชีดำดูเตร์เต,ยิงดับ

มือปืนกระหน่ำยิงนายกเทศมนตรีฟิลิปปินส์เสียชีวิตเป็นคนที่ 11 ในยุคดูเตร์เต

นายมาเรียโน บลังโค นายกเทศมนตรีเมืองรอนดา จังหวัดเซบู ทางใต้ของฟิลิปปินส์ ถูกคนร้ายไม่ทราบฝ่ายบุกยิงเสียชีวิตที่ที่ทำการเทศบาล เมื่อเวลาราว 01.30 น.วันนี้

นับเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายล่าสุดที่ถูกสังหารเป็นระยะในช่วงไม่กี่เดือน โดยบางคนมีชื่ออยู่ในบัญชีพัวพันยาเสพติด ที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต มีคำสั่งให้จัดทำขึ้นตามนโยบายล้างบางยาเสพติด ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน จากน้ำมือตำรวจและมือปืนไม่ทราบฝ่าย

ตำรวจอ้างผู้เห็นเหตุการณ์ที่ระบุว่า คนร้าย 4 คนพร้อมอาวุธ ลงจากรถแวนสีขาว บุกเข้าไปในอาคารเทศบาล และได้ยินเสียงกราดยิง ขณะที่นายกเทศมนตรีกำลังใช้ห้องทำงานเป็นที่หลับนอน

สื่อฟิลิปปินส์ รายงานว่านับจากถูกขึ้นบัญชีนักการเมืองพัวพันค้ายาในปี 2559นายบลังโค วัย 58 ปี เคยให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกไม่ปลอดภัย  อาจถูกลอบสังหารสักวัน ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้ายา และเป็นเหตุให้เขาเปลี่ยนตารางเวลาประจำวัน รวมถึงการนอนในห้องทำงาน

การสังหารของเขามีขึ้นเกือบหนึ่งปี หลังจากคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ ถอดถอนอำนาจการควบคุมตำรวจในพื้นที่ เพราะข้อหาพัวพันการค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย และเป็นเหตุฆาตกรรมอีกรายไล่หลัง  เฟอร์ดินาน โบเต ฮาลิลี นายกเทศมนตรีเมืองเจเนอรัล ตีนีโอ ฮาลิลี ที่ถูกมือปืนซุ่มยิงระยะไกล ลอบสังหารเสียชีวิตกลางพิธีชักธงขึ้นเสา ในเมืองตานวน ทางใต้ของกรุงมะนิลา เมื่อเดือนกรกฎาคม

บลังโคและฮาลิลี เป็นนายกเทศมนตรีและรองนายกเทศมนตรีอย่างน้อย 6 คน ที่ถูกฆ่าตายในฟิลิปปินส์ นับจากเดือนพฤษภาคม ขณะที่ สื่อฟิลิปปินส์ rappler ระบุว่า บลังโคเป็นนายกเทศมนตรีคนที่ 11 ที่ถูกมือปืนสังหาร นับจากประธานาธิบดีดูเตร์เตขึ้นบริหารประเทศ

ก่อนหน้านี้ โยนาห์ จอห์น อุนกาบ หลานชายของบลังโค และรองนายกเทศมนตรี  ก็ถูกลอบยิงตายเช่นกัน ขณะเดินทางไปศาล

แม่หมกมุ่นมือถือลูกน้อยจมน้ำไม่รู้เรื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342293

แม่หมกมุ่นมือถือลูกน้อยจมน้ำไม่รู้เรื่อง

ลูกจมน้ำ,แม่เล่นมือถือ,ติดมือถือ,ลูกน้อยจมน้ำ

ใช้ผิดที่ผิดเวลา ทารกน้อยอาการโคม่าหลังจมสระว่ายน้ำขณะแม่เล่นมือถือ

(คมชัดลึกออนไลน์ 5 ก.ย.) คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นเหตุการณ์เศร้าสลดอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น  เด็กวัย 1 ขวบพยายามตะเกียกตะกายอยู่ในสระว่ายน้ำเด็กนานร่วมนาทีครึ่ง ระหว่างที่แม่เอาแต่เล่นโทรศัพท์มือถือ

เหตุเกิดเมื่อ 31 กรกฎาคม ที่สระว่ายน้ำ เป้ยเป้ย ลามู เขตฉางชาน เมืองฟุโจว มณฑกวางตุ้ง ทางตะวันออกของจีน

คลิปแสดงให้เห็นว่า มารดาของเด็กน้อยที่ทราบชื่อเพียงว่า นางอู๋ จับตาเด็กหญิงเสี่ยว อ้าย ลูกเล่นน้ำอยู่ก่อน จากนั้น หันมาดูแลเด็กอีกคน ก่อนหันไปใช้โทรศัพท์มือถือ จนไม่ได้สังเกตเห็นว่า เสี่ยว อ้าย พลิกหลุดจากห่วงยางจมลงไป ห่างจากแม่ไม่กี่ฟุต เด็กชายอีกคนในสระพยายามเข้าช่วยโดยหยิบห่วงยางมาใส่ให้ แต่ไม่สำเร็จ เด็กชายพยายามเตือนแม่ของเด็ก แต่เธอโบกมือเหมือนกับรำคาญ

ใช้เวลา 90 วินาที แม่จึงหันมาเห็นลูกสาวที่ฉลองวันเกิด 1 ขวบในวันเกิดเหตุ จมน้ำอยู่ จึงวิ่งไปรีบอุ้มขึ้นมา พยายามปฐมพยาบาลในเบื้องต้น และนำตัวส่งโรงพยาบาลมณฑลฝุเจียน

แพทย์กล่าวว่า เด็กตัวเขียวแล้วขณะถึงมือหมอ ไม่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นหรือเสียงหายใจแล้ว

เด็กหญิงเสี่ยว อ้าย ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและอยู่ในอาการโคมานับแต่นั้นมา

แม่หมกมุ่นมือถือลูกน้อยจมน้ำไม่รู้เรื่อง

แม่หมกมุ่นมือถือลูกน้อยจมน้ำไม่รู้เรื่อง

แม่หมกมุ่นมือถือลูกน้อยจมน้ำไม่รู้เรื่อง

 

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น”เชบี”อาละวาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342283

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น”เชบี”อาละวาด

เชบี,พายุไต้ฝุ่นเชบี,ญี่ปุ่น

ยอดเหยื่อพายุไต้ฝุ่นรุนแรงสุดใน 25 ปีเพิ่มเป็น 9 คน บาดเจ็บระนาว เร่งระบายคนตกค้างสนามบินครึ่งหมื่น

(คมชัดลึกออนไลน์ 5 ก.ย.) สำนักข่าว เอ็นเอชเค ของญี่ปุ่น รายงานว่า พายุไต้ฝุ่นเชบี คร่าชีวิตเหยื่อ 9 คน บาดเจ็บเล็กๆน้อยๆอีกกว่า 300  คน และทิ้งร่องรอยความเสียหายเป็นวงกว้าง หลังถล่มภาคตะวันตกของญี่ปุ่นเมื่อวานนี้  (คลิปข่าว) พังยับต่อหน้าต่อตา!! พิษไต้ฝุ่นเชบี

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด

( สะพานเชื่อมสนามบินคันไซกับแผ่นดินใหญ่ )  

สนามบินนานาชาติคันไซต้องปิดทำการ หลังกระแสลมแรงและคลื่นสูงซัดเรือบรรทุกนำมัน ชนสะพานเชื่อมสนามบินคันไซกับเมืองอิสุมิซาโนะ จังหวัดโอซากา มีผู้คนตกค้างราว 5,000 คน

เจ้าหน้าที่นำเรือเร็วที่ปกติให้บริการระหว่าง สนามบินคันไซ กับสนามบินโกเบ มาลำเลียงผู้โดยสารและคนอื่นๆในเช้าวันนี้ โดยเรือลำหนึ่งสามารถบรรทุกได้ราว 110 คนต่อเที่ยว อีกส่วนหนึ่ง อาจออกจากสนามบินโดยรถบัส โดยใช้ถนนส่วนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเรือชนสะพาน

ฤทธิ์เดชของเชบี ยังทำให้รันเวย์และชั้นใต้ดินอาคารผู้โดยสาร ถูกน้ำท่วมจากสตอร์มเซิร์จ สนามบินต้องปิดใช้รันเวย์ทั้งหมด เครื่องบินหลายลำจมน้ำระดับสูงถึงเครื่องยนต์

เชบี เป็นพายุไต้ฝุ่นลูกแรกที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยา จัดอยู่ในระดับแรงมาก นับจากปี 2536 ปีที่มีพายุไต้ฝุ่นอีกลูกพัดถล่มญี่ปุ่นทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหาย 48 คน

หลังจากพัดขึ้นฝั่งเมื่อช่วงเที่ยงถล่มทางตะวันตกของญี่ปุ่นด้วยความเร็วลม  216 ก.ม.ต่อชั่วโมง เมื่อเวลา 05.00 . พายุเชบีเคลื่อนตัวไปทางเหนือด้วยความเร็ว 85 ก.ม.ต่อชั่วโมง และมีความเร็วสูงสุด 108 ก.ม.ต่อชั่วโมง เจ้าหน้าที่เตือนว่า อิทธิพลของพายุยังทำให้มีฝนตกทางเหนือและทางตะวันออก กว่า 50 ม.ม.ต่อชั่วโมง ประชาชนยังต้องระวังลมแรง คลื่นลมแปรปรวน ดินถล่ม น้ำท่วมและน้ำในแม่น้ำเอ่อล้น.

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด

(ภาพ-คลิป) ญี่ปุ่นหลังพายุไต้ฝุ่น"เชบี"อาละวาด


มาแล้วกลิ่นใหม่เอาใจคอชาชัก ถุงยางอนามัยมาเลเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342238

มาแล้วกลิ่นใหม่เอาใจคอชาชัก ถุงยางอนามัยมาเลเซีย

ถุงยางอนามัยชาชัก,กลิ่นชาชัก,มาเลเซีย,ถุงยางอนามัยมาเลเซีย

แหวกแนวได้อีก ผู้ผลิตถุงยางอนามัยมาเลเซีย นำเสนอกลิ่นชาชัก เครื่องดื่มประจำชาติ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น

( คมชัดลึกออนไลน์ 4 ก.ย. 61)  ถุงยางอนามัย วัน คอนดอมส์ ( ONE Condoms )  ที่เคยเรียกเสียงฮือฮาเมื่อ 2 ปีก่อน ด้วยการผสมผสานกลิ่นอาหารจานหลักของชาวมาเลเซีย อย่างนาซิ เลอมักหรือ กลิ่นทุเรียน ผลไม้ยอดนิยม ลงไปในผลิตภัณฑ์

มาแล้วกลิ่นใหม่เอาใจคอชาชัก ถุงยางอนามัยมาเลเซีย

ล่าสุด ยังออกถุงยางอนามัยรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน โดยคงคอนเซปต์เดิม ใช้กลิ่นเครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง ชาชัก ( teh tarik ) ให้ลูกค้าได้ทดลองอีกประสบการณ์ใหม่

คาเร็กซ์ ( Karex) บริษัทมาเลเซีย ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่สุดในโลก เจ้าของยี่ห้อ วัน คอนดอมส์ กลายเป็นจุดสนใจอย่างมาก ในงานประชุมและนิทรรศการถุงมือยางนานาชาติที่กรุงกัวลาลัมเปอร์  แม้ว่ายังไม่เปิดขายอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีการนำตัวอย่างถุงยางชาชักมาจัดแสดงที่บู้ทบริษัท และมีผู้สนใจขอตัวอย่างกันแถวยาวเลยทีเดียว จนของหมดเกลี้ยง

มาแล้วกลิ่นใหม่เอาใจคอชาชัก ถุงยางอนามัยมาเลเซีย

( ภาพ One Condoms ) 

โฆษกบริษัท วัน คอนดอมส์ บอกกับเวบไซต์ World of Buzz ว่า ชาชัก เป็นเครื่องดื่มในตำนานที่ชาวมาเลเซียจะขาดไม่ได้ และไม่มีอะไรมาเทียบเคียง  “แนวคิดนี้ก็ง่ายๆ ชาชักเป็นเครื่องดื่มที่หลอมรวมชาวมาเลเซียเข้าด้วยกัน เวลานี้ จะทำหน้าที่นำชาวมาเลเซียมาใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเดิม คือในห้องนอน”

มาแล้วกลิ่นใหม่เอาใจคอชาชัก ถุงยางอนามัยมาเลเซีย

โก๊ะ เมียะ เกียต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ คาเร็กซ์ ผู้ผลิตถุงยางอนามัยวัน คอนดอมส์ ให้สัมภาษณ์ แชนแนล นิวส์ เอเชียเมื่อปีที่แล้วว่า การสรรหากลิ่นต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจบริษัท คือการเพิ่มเสน่ห์ และทำให้การใช้ถุงยางดีกว่าการมีเซ็กซ์แบบไม่ใช้ถุงยาง

ภรรยาแอบเปลี่ยนสเปิร์มสามีเป็นชายชู้ทำเด็กหลอดแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342210

ภรรยาแอบเปลี่ยนสเปิร์มสามีเป็นชายชู้ทำเด็กหลอดแก้ว

เปลี่ยนสเปิร์ม,สลับสเปิร์ม,ชายชู้,พ่อรัสเซีย

ชายรัสเซียฟ้องคลินิกเด็กหลอดแก้ว หลังเลี้ยงลูกชายด้วยความรักจนหนึ่งขวบก่อนภรรยาสารภาพแอบใช้อสุจิของชายชู้  ก่อนเลิกกัน

 ( คมชัดลึกออนไลน์ 4 ก.ย.) แมกซิม อน็อกคิน ชายชาวรัสเซียวัย 38 ปี พบความจริงสุดช็อกว่าลูกชายที่เลี้ยงดูอุ้มชูจน 1 ขวบ ไม่ใช่ลูกแท้ๆ เมื่อความสัมพันธ์กับภรรยา ยานา อน็อกคิน เริ่มคลอนแคลน มาถึงขั้นที่เธอยอมรับว่าแอบเปลี่ยนสเปิร์ม

               ยานา บอกคลินิกว่า เธออยากให้ชายคนที่เธอรักเป็นพ่อของลูกมากกว่า แต่ให้สามีจ่ายค่าทำเด็กหลอดแก้ว และปิดเป็นความลับจนเด็กอายุ 1 ขวบ

อน็อกคินฟ้องโรงพยาบาลคูลาคอฟ  ในกรุงมอสโก ที่ยอมเปลี่ยนสเปิร์มให้ตามคำขอของภรรยา และชนะคดีได้รับเงิน 1.95 แสนบาท เป็นค่าชดเชยความเสียหายทางการเงินและจิตใจ “ผมไว้ใจภรรยา ผมเชื่อเธอ 100% พอรู้ความจริง ผมช็อกมาก รู้สึกแย่ ไม่อยากเชื่อ”
               จากการสอบสวนและการพิจารณาคดีในศาล พบว่า สามีจ่ายค่าทำเด็กหลอดแก้ว และได้มอบสเปิร์มให้แก่คลินิก จึงเชื่อว่าตนเองเป็นของพ่อเด็ก  ตลอดขวบปีแรก อน็อกคินเลี้ยงและให้ความรักเด็กชายที่ตั้งชื่อว่า ทิโมฟีย์
ต่อมา ทั้งคู่แยกทางกัน และตอนที่เลิกกันนั้น อดีตภรรยาจึงบอกความจริงว่าทิโมฟีย์ไม่ใช่ลูกชายของเขา และผลตรวจดีเอ็นเอ ยืนยันว่าเขาไม่ใช่พ่อของเด็ก จึงตัดสินใจฟ้องโรงพยาบาลคูลาคอฟ
ทนายของเขากล่าวว่า โรงพยาบาลมีความผิดชอบต่อลูกความ  ไม่อาจทำตามความประสงค์ของภรรยาเพียงฝ่ายเดียว
ศาลพบว่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้การช่วยเหลือสตรีคนนี้สลับสเปิร์ม
ส่วนหมอหญิงที่รับทำเด็กหลอดแก้ว ไม่ขอแสดงความเห็น แต่เมื่อถูกถามว่าหากเป็นเช่นนี้ ผู้ชายจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นพ่อแท้จริง เธอหัวเราะและกล่าวว่า มีแต่แม่เท่านั้นที่รู้
อน็อกคิน กล่าวว่า ได้ยื่นฟ้องยานา ที่เวลานี้เป็นอดีตภรรยาด้วย ไม่ใช่เพื่อเงินแต่เพื่อความยุติธรรม “ผมต้องการให้สังคมได้รับรู้ เพื่อไม่ให้ผู้ชายคนอื่นถูกหลอก ถูกนอกใจเหมือนผมอีกในอนาคต”
ปัจจุบัน อน็อกคิน มีลูกชายอีกคนที่เกิดจากกระบวนการผสมเทียมเช่นกันกับคนรักใหม่ เขามีความสุขดี แต่ไม่เคยลืมเด็กชายตัวน้อยอีกคนที่เขาเคยเรียกว่าลูกชายมานานหนึ่งปี  ส่วนอดีตภรรยา ยานา อยู่กินกับคนรักของเธอ ที่เป็นพ่อแท้ๆของลูกชาย

ที่มา Daily Mail

(มีคลิป)ครูใหญ่ในจีนโดนเด้งจัดโพลแดนซ์ให้เด็กอนุบาลดู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/342176

(มีคลิป)ครูใหญ่ในจีนโดนเด้งจัดโพลแดนซ์ให้เด็กอนุบาลดู

โพล์แดนซ์,ครูใหญ่,รรอนุบาล,ไล่ออก

หวังสร้างบรรยากาศสดใสในพิธีเปิดภาคเรียน แต่โดนพ่อแม่บ่นกระหึ่มโซเชียล

โรงเรียนส่วนใหญ่ในจีน มักเริ่มวันเปิดภาคเรียนใหม่ด้วยพิธีการที่จะประกอบด้วยการแสดงและสุนทรพจน์ เช่นเดียวกับโรงเรียนอนุบาล ซินชาฮุย เมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ทางภาคใต้ของจีน

https://twitter.com/mstandaert/status/1036465874826219520

แต่พิธีที่จัดขึ้นในวันจันทร์กลายเป็นที่วิจารณ์อื้ออึง เพราะหนึ่งในการแสดงที่จัดมาให้เด็กอนุบาลได้ชมกันก็คือการเต้นกับเสา หรือ โพล์แดนซ์ บานปลายจนเป็นเหตุให้สำนักงานการศึกษาเขต มีคำสั่งปลด นางไล่ หรง ครูใหญ่

หลังจากมีผู้ปกครองเผยแพร่คลิปบนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นสาวนักเต้นโพลแดนซ์แสดงลีลาบนเวทีใกล้กับเสาธง เด็กนักเรียนข้างล่างเลียนแบบท่าเต้น ยักย้ายส่ายสะโพกตาม ขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองรู้สึกตกใจ และออกปากวิพากษ์วิจารณ์ขรมถึงความเหมาะสมที่จัดการแสดงลักษณะนี้ให้เด็กอนุบาลดู

https://twitter.com/mstandaert/status/1036466255828381696

ผู้ปกครองหลายคนสะท้อนความไม่พอใจอย่างมากบนสื่อสังคมออนไลน์ และขู่จะพาลูกไปลาออก หรือเรียกร้องให้ครูใหญ่ลาออก ผู้ปกครองคนหนึ่งเขียนว่า “โพลแดนซ์ในพิธีเปิดภาคเรียนเนี่ยนะ แล้วจะไว้ใจฝากลูกไว้กับพวกเขาได้อย่างไร จะพาลูกไปลาออกและขอเงินคืน” บางคนตำหนิครูใหญ่ว่าสิ้นคิด

ครูใหญ่ ส่งข้อความขอโทษไปยังพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ไม่ได้ตรวจสอบการแสดงให้ดีก่อนก่อน และให้เหตุผลว่า ที่จัดการแสดงชุดนี้มีเจตนาอยากสร้างบรรยากาศให้สดใสเท่านั้น

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หน่วยงานการศึกษาท้องถิ่นประกาศปลดครูใหญ่ และสอบสวนโรงเรียนซินชาฮุย พร้อมเตือนไปยังโรงเรียนอื่นในพื้นที่ขอให้ยึดมาตรฐานการศึกษาอย่างเคร่งครัด