ข้าหลวงสิทธิฯเตือนทิ้งทวนยูเอ็นเสี่ยงพังถ้าไม่เปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/340101

ข้าหลวงสิทธิฯเตือนทิ้งทวนยูเอ็นเสี่ยงพังถ้าไม่เปลี่ยน

ยูเอ็น,ล่มสลาย,ข้าหลวงใหญ่สิทธิ,ยูเอ็นล่มสลาย,5 ชาติสมาชิก

ยูเอ็นอาจล่มสลาย หากคณะมนตรีความมั่นคงไม่ปรับสมดุล ระบบให้อำนาจ 5 ชาติสมาชิกมีสิทธิวีโต

เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่กำลังจะหมดวาระสิ้นเดือนนี้ กล่าวเตือนว่า มีความเห็นภายในยูเอ็นว่า 5 ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง มีอำนาจในกิจการต่างๆขององค์กรโลกแห่งนี้มากเกินไป

สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษจีน และรัสเซีย มีสิทธิยับยั้ง หรือ วีโต มติในหลายเรื่อง เช่น ความอยุติธรรมในสงครามซีเรียกลางเมืองที่ยืดเยื้อ 7 ปีครึ่ง หรือการใช้กำลังต่อชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอล

“เมื่อใดพวกเขาร่วมมือกัน งานเดินหน้า เมื่อใดไม่จับมือกัน ทุกอย่างก็ติดขัด และองค์กรในภาพรวมก็ไร้ความสำคัญในการหาทางออกความขัดแย้งอย่างที่เห็น” นายเซอิด กล่าวและเสริมว่า สมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคง สร้างสิ่งกีดขวางและภาวะอัมพาตด้วยการใช้สิทธิวีโต  สหราชอาณาจักรกับฝรั่งเศส อาจจะใช้สิทธิ์น้อยกว่า ขณะที่สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ใช้บ่อยครั้ง แต่สถานการณ์เช่นนี้จะต้องเปลี่ยน  ไม่เช่นนั้น ท้ายที่สุด สหประชาชาติอาจล่มสลายบนความสูญเสียอย่างมหาศาลของประชาคมโลก

ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นคนปัจจุบัน  ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์จอร์แดน ได้รับเสียงชื่นชมจากนักรณรงค์สิทธิฯในความตรงไปตรงมา แต่ก็จุดความไม่พอใจให้แก่ประเทศทรงอิทธิพลของโลก อย่างสหรัฐอเมริกา รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มักวิจารณ์นายเซอิด ว่าอคติกับรัฐบาลอิสราเอล  แต่นายเซอิด กล่าวว่า หน้าที่ของเขาไม่ใช่การผูกมิตรกับรัฐบาล เมื่อใดคิดว่าจำเป็นต้องแสดงความเห็น ก็จะพูดออกมา

นายเซอิด กล่าวก่อนหน้านี้ว่าไม่ได้สมัครอยู่ในตำแหน่งต่ออีก 4 ปีเพราะไม่คิดว่าสหรัฐ จีน และรัสเซีย จะให้การสนับสนุน
หลังหมดวาระ  31 สิงหาคม นางมิเชล บาชาเลต อดีตประธานาธิบดีหญิงชิลี จะมารับตำแหน่งแทน

เอฟบีไอตั้งรางวัลไขคดีหนุ่มจีนถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ 65 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/340078

เอฟบีไอตั้งรางวัลไขคดีหนุ่มจีนถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ 65 ล้าน

อุ้มชาวจีน,ลักพาตัวหนุ่มจีนในสหรัฐ,เรียกค่าไถ่65ล้าน,เอฟบีไอตั้งรางวัล

หนุ่มจีนถูกคนร้ายอุ้มลักพาตัวเรียกค่าไถ่ 2 ล้านเหรียญ เอฟบีไอมืดแปดด้านตั้งรางวัลคลี่คลายคดี

( คมชัดลึกออนไลน์ 21 ส.ค.) สำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ตั้งรางวัลผู้ให้เบาะแสที่จะช่วยคลี่คลายคดีลักพาตัว ลั่วเฉิน เลี่ยว หรือ โทนี่ ชายสัญชาติจีนวัย 28 ปี ที่ซานตา แกเบรียล นครลอสแองเจลิส เมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน

โทนี เลี่ยว ซึ่งอาศัยในเมืองซานตา แอนนา ถูกคนร้ายลักพาตัวไป เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 16 กรกฎาคม จากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ห่างจากถนนเวสต์ แวลลีย์ ราว 100 ช่วงตึก

ผู้เห็นเหตุการณ์บอกเอฟบีไอว่า เห็นคนร้ายชายรูปพรรณสัณฐานเหมือนชาวจีน 3 คน ใช้รถแวน ที่น่าจะเป็นรถโตโยตาเซียนนา สีดำ กับ เอสยูวีสีดำ เป็นพาหนะ ต่อมา ผู้ต้องสงสัยติดต่อไปยังครอบครัวของเหยื่อในประเทศจีน เรียกค่าไถ่ 2 ล้านดอลลาร์ ( 65 ล้านบาท ) แต่ยังไม่มีการจ่าย

เอฟบีไอตั้งรางวัลไขคดีหนุ่มจีนถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ 65 ล้าน

เอฟบีไอกับครอบครัว จัดแถลงข่าวร่วมกัน เพื่อขอความช่วยเหลือจากประชาชน โดยครอบครัวตั้งรางวัลแก่ผู้ให้เบาะแส 1.5 แสนดอลลาร์ ส่วนเอฟบีไอ ตั้งรางวัล 2.5 หมื่นดอลลาร์ ( 8 แสนบาท)  พร้อมกับเผยภาพสเก็ตช์หนึ่งในผู้ต้องสงสัยชื่อ เดวิด อายุ 35-40 ปี สูง 180 ซ.ม. พูดภาษาจีน

โทนี เลี่ยว ทำงานที่บริษัทตัวแทนขายรถหรู “คอสตา เมซา” โฆษกเอฟบีไอกล่าวว่า การลักพาตัวอาจเกี่ยวข้องกับการผิดใจข้อตกลงธุรกิจ และว่าเหยื่อมักทำงานกับคนที่มีชื่อเสียงไม่ดีนัก หรืออาจจะถูกลวงไปยังจุดเกิดเหตุก็เป็นได้

เอฟบีไอไม่พบหลักฐานว่า โทนีเดินทางออกจากสหรัฐ แต่ก็ไม่ทราบว่าเขาอยู่ที่ไหน ขณะที่ เดวิด เป็นผู้ต้องสงสัยคนเดียวที่มีพยานพบเห็นและให้รายละเอียดได้

ร.ร.อนุบาลจัดชุดไอเอสให้เด็กเดินพาเหรดวันชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/340068

  ร.ร.อนุบาลจัดชุดไอเอสให้เด็กเดินพาเหรดวันชาติ

เด็กอนุบาล,ชุดไอเอส,อินโดนีเซีย

สังคมออนไลน์อินโดนีเซียเดือดโรงเรียนอนุบาลให้เด็กสวมชุดแนวไอเอสเดินพาเหรดในวันชาติ

(คมชัดลึกออนไลน์ 21 ส.ค.) โรงเรียนอนุบาล คาร์ติกา ที่ตั้งอยู่ในค่ายทหารเมืองโปรโบลิงโก จ.สุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย ต้องออกมาขออภัย หลังจากภาพเด็กนักเรียนตัวน้อยๆ 15 คนร่วมขบวนพาเหรดในวันชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในชุดคลุมสีดำและนิกอบ หรือ ผ้าปิดหน้า พร้อมกับถือปืนไรเฟิลทำจากกระดาษแข็ง

หลังภาพและคลิปแพร่ออกไป ก็เป็นประเด็นวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลายคนวิจารณ์ว่า ชุดลักษณะนี้ส่งเสริมความรุนแรง เพราะเป็นลักษณะชุดของกลุ่มไอเอส

แต่ครูใหญ่โรงเรียน กล่าวว่า ปืนยาวกระดาษและชุดคลุมทั้งตัว ไม่ได้มุ่งหมายส่งเสริมความรุนแรงแก่นักเรียน แต่ใช้เป็นส่วนประกอบเนื่องจากเป็นของที่มีอยู่แล้ว เพื่อช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองประหยัด นอกจากนี้ ยังอ้างว่าชุดเหล่านี้เคยใช้ในการจัดงานแบบเดียวกันมาก่อน เพื่อสอนนักเรียนเรื่องความเชื่อและความศรัทธาในพระศาสดามูฮัมหมัด

แต่คำอธิบายของครูใหญ่ ยิ่งจุดความไม่พอใจขึ้นอีก ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งกล่าวว่าไม่มีใครถือปืนไรเฟิลในยุคสมัยของศาสดา ครูคนนี้ว่างเปล่าเรื่องประวัติศาสตร์ หรือแค่พยายามแถ” อีกคนระบุว่า นี่คือการปลูกเมล็ดพันธุ์ไอเอสตั้งแต่ยังเล็ก”

ด้าน นายบัมบัง โซสัตโย ประธานสภาอินโดนีเซีย ตำหนิการกระทำของโรงเรียน และขอให้ครูและพ่อแม่ผู้ปกครองปกป้องเด็กพ้นจากความคิดไม่ถูกต้อง

ผู้จัดงานพาเหรด กล่าวว่า รู้สึกอับอายอย่างมากที่ไม่ได้สังเกตเห็นชุดก่อน พร้อมกับขอโทษที่ปล่อยให้ชุดไม่เหมาะสมมาอยู่ในงานเชิงวัฒนธรรม

จ่อคุก-เนรเทศ!หนุ่มไอทีอินเดียลวนลามผู้โดยสารหลับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/339844

จ่อคุก-เนรเทศ!หนุ่มไอทีอินเดียลวนลามผู้โดยสารหลับ

หนุ่มไอทีอินเดีย,หนุ่มอินเดีย,ลวนลามผู้โดยสารหลับ,จ่อคุก

หนุ่มไอทีอินเดียจ่อหมดอนาคตในสหรัฐ ถูกตัดสินมีความผิดลวนลามเพื่อนร่วมทางนั่งข้างขณะหลับอยู่ ทั้งที่ภรรยาก็นั่งอยู่ด้วย

(คมชัดลึกออนไลน์ 19 ส.ค. 2561 ) คณะลูกขุนในดีทรอยท์ ตัดสินให้นายประภู รามมูที ชาวอินเดียวัย 35 ปี มีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศผู้โดยสารหญิงขณะหลับอยู่ข้างๆ บนเที่ยวบินสายการบิน สปิริต แอร์ไลนส์ และนัดตัดสินลงโทษในวันที่ 12 ธันวาคมนี้

คำตัดสินมีขึ้นจากเหตุการณ์เมื่อ 7 เดือนก่อน หนุ่มอินเดียรายนี้ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทไอที ถือวีซ่าทำงาน พำนักในเมืองโรเชสเตอร์ฮิลส์ มานานสองปี โดยสารเที่ยวบินจาก ลาสเวกัส ไปดีทรอยท์ เมื่อ 3 มกราคม  โดยเขานั่งกลาง ภรรยานั่งติดทางเดิน ส่วนเหยื่อซึ่งเป็นสตรีวัย 22 ปีนั่งติดหน้าต่าง

เหยื่อบอกพนักงานสอบสวนว่า  เธอหลับ เมื่อตื่นมาอีกทีพบว่า นิ้วมือเพื่อนร่วมทางอยู่ในกางเกงของเธอ เสื้อเชิร์ตถูกปลดกระดุม ชายที่ก่อเหตุหยุดการกระทำเมื่อเธอลืมตา จากนั้น เธอแจ้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ช่วยย้ายที่นั่งให้กับเธอ

จ่อคุก-เนรเทศ!หนุ่มไอทีอินเดียลวนลามผู้โดยสารหลับ

ในตอนแรก นายประภู ซึ่งถูกจับทันทีหลังเครื่องบินลงจอดที่สนามบินเวน เคาน์ตี โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว อ้างว่าเขากินยาและหลับลึก ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากรู้จากภรรยาว่าผู้หญิงข้างๆล้มตัวนอนบนเข่าของเขา

แต่ต่อมา เขายอมรับกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอว่า เขาอาจจะปลดตะขอเสื้อชั้นในของสตรี และจับหน้าอกของเธอ นอกจากนี้ นายประภูยังยอมรับว่า รูดซิปกางเกงของเหยื่อบางส่วนและพยายามสอดนิ้วเข้าไป แต่ไม่สำเร็จ ขณะอัยการแสดงหลักฐานว่า เขาใช้นิ้วรุกล้ำเหยื่อ ส่วนยาที่อ้างว่ากินแล้วหลับลึก จริงๆเป็นไทลินอล ยาแก้ปวดธรรมดา

สำนักงานสืบสวนกลาง ที่สอบสวนคดีอาชญากรรมบนเครื่องบิน ระบุว่าเหตุล่วงละเมิดทางเพศบนเครื่องบิน เพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เฉพาะปีที่แล้ว มีการแจ้งเหตุล่วงละเมิดทางเพศ 63 ครั้ง เพิ่มจาก 38 ครั้งในปี 2557 แต่อาจมีหลายกรณีที่เหยื่อไม่ได้แจ้งเหตุ หรือใช้เวลากว่าจะแจ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่แนะนำว่าควรกดปุ่มแจ้งลูกเรือทันที
การพิจารณาคดีนี้ใช้เวลา 5 วัน และลูกขุนใช้เวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง ก่อนลงความเห็นให้จำเลยมีความผิดจริง อัยการ แมททิว ชไนเดอร์ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยเมื่อเดินทางโดยเครื่องบิน เราจะไม่อดทนต่อพฤติกรรมฉกฉวยเอาเปรียบเหยื่อขณะอยู่ในสถานะเปราะบาง อัยการยินดีที่คณะลูกขุนเห็นด้วย ขณะเดียวกันก็ขอชื่นชมเหยื่อที่กล้าหาญ
ความผิดของเขามีโทษจำคุก เมื่อรับโทษแล้วจะถูกเนรเทศ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเขาจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

พ่อฟิลิปปินส์ส่งลูกสาวเข้าพิธีแต่งงานก่อนสิ้นลม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/339767

พ่อฟิลิปปินส์ส่งลูกสาวเข้าพิธีแต่งงานก่อนสิ้นลม

เจ้าสาว,ลูกสาว,พ่อพาลูกสาวเข้าโบสถ์,แต่งงาน

พ่อเดินส่งตัวเจ้าสาว เป็นธรรมเนียมในพิธีแต่งงาน แต่หลายครั้งมักกลายเป็นห้วงเวลาสุดพิเศษ และทราบซึ้งระหว่างพ่อลูกผูกพันในวันที่มาถึงจุดเปลี่ยนในชีวิต

 (คมชัดลึกออนไลน์ 19 ส.ค 2561 ) แต่พ่อคนหนึ่งในฟิลิปปินส์ ได้นำมาความหมายใหม่มาสู่ประเพณีแต่งงานในขั้นตอนนี้แบบต้องจดจำไปอีกนาน เมื่อเขาทำหน้าที่พาลูกสาวคนสุดท้องไปส่งเจ้าบ่าวในสภาพผู้ป่วยติดเตียง

ภาพของพ่อกับเจ้าสาวในโบสถ์โดยฝีมือช่างภาพแต่งงาน Law Tapalla Photography ถูกโพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พร้อมคำบรรยายสั้นๆว่า  “A Father’s Love” หรือความรักของพ่อ กลายเป็นภาพไวรัล

ชาร์ลอต เกย์ บิลลาริน เจ้าสาว เกี่ยวนิ้วกับพ่อ ที่แม้ดูอ่อนเพลียอยู่บนเตียงเข็นโรงพยาบาล แต่สายตามองไปที่ลูกสาวเต็มไปด้วยความรัก ส่วนแม่อยู่ด้านซ้าย

เธอให้สัมภาษณ์กับ Coconuts Manila ว่า เปโดร วิลลาริน พ่อวัย 65 ปี เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย

เจ้าสาวกล่าวว่า เดิม พ่อจะนั่งเก้าอี้รถเข็นพาเจ้าสาวเดิน แต่ในวันพิธี พ่อเหนื่อยมาก จึงต้องเปลี่ยนแผนและเดินทางไปที่งานโดยรถพยาบาล

พาราด็อกซ์ ฟิล์มส์ ซึ่งถ่ายทำวิดีโอการแต่งงาน ได้แชร์คลิปวิดีโอ โดยส่วนแรกเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับพ่อเจ้าสาวเพื่อยืนยันว่า พิธีวิวาห์ครั้งนี้ เป็นเรื่องของพ่อ พอๆกับคู่บ่าวสาว

วิลลาริน ยอมรับว่า งานแต่งงานของเธอ ไม่ได้สุขอย่างที่ควรจะเป็นนัก เพราะอาการป่วยของบิดา

เดิม งานแต่งจะจัดในเดือนธันวาคม แต่เลื่อนเร็วขึ้นเป็นเดือนสิงหาคม เพราะอาการพ่อไม่สู้ดี นอกจากความเครียดจากการเตรียมงานแต่งในเวลาเพียงหนึ่งเดือนแล้ว เธอยังเข้า-ออกโรงพยาบาลเพื่อดูแลพ่อ กระนั้น เธอมีความสุขมากในวันสำคัญ และเป็นการเตรียมการที่คุ้มค่า

“ดังที่ฉันพูดอยู่เสมอว่างานแต่งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเองกับมาคู (สามี) แต่ส่วนใหญ่เลยคือเพื่อพ่อ ที่รออโอกาสนี้มานาน และที่สุด ทุกอย่างก็ลุล่วง ความฝันของพ่อที่จะพาฉันไปยังแท่นพิธี เป็นจริงได้ด้วยพระเมตตาของพระเจ้า” วิลลารินโพสต์เฟซบุ๊ก

ดูเหมือนพ่อของเจ้าสาวรู้ดีว่า เขามีอีกหนึ่งภารกิจเหลืออยู่ก่อนลมหายใจสุดท้ายเพราะหลังจากงานแต่งของลูกสาวไม่กี่วัน วิลลาริน ได้แจ้งข่าวการจากไปของพ่อบนเฟซบุ๊กเมื่อ 14 สิงหาคม

พ่อฟิลิปปินส์ส่งลูกสาวเข้าพิธีแต่งงานก่อนสิ้นลม 

( ภาพ Law Tapalla Photography via The Star )

พ่อฟิลิปปินส์ส่งลูกสาวเข้าพิธีแต่งงานก่อนสิ้นลม 

( ภาพ Law Tapalla Photography via The Star )

พ่อฟิลิปปินส์ส่งลูกสาวเข้าพิธีแต่งงานก่อนสิ้นลม 

( ภาพ Law Tapalla Photography via The Star )

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1849684221764630&type=3

 

ร้านอาหารไม่รับลูกค้า”เด็ก”เพื่อความสงบช่วงดินเนอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/339798

ร้านอาหารไม่รับลูกค้า”เด็ก”เพื่อความสงบช่วงดินเนอร์

ร้านอาหารในเยอรมนี,ไม่รับลูกค้าเด็ก,ความสงบของลูกค้า

ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเยอรมนีตัดสินใจงดรับลูกค้าเด็กช่วงดินเนอร์ เพื่อรับประกันความสงบสุขแก่ลูกค้า

 (คมชัดลึกออนไลน์ 19 ส.ค.61 )  “โอมาส์ คือเชอ” (Omas Küche ) หรือครัวคุณยาย ร้านอาหารเยอรมนี บนเกาะรือเกน ทะเลบอลติก กำลังจุดประเด็นถกเถียงอย่างหนัก หลังจากเจ้าของตัดสินใจเด็ดขาดห้ามลูกค้าอายุต่ำกว่า 14 ปี ใช้บริการช่วงค่ำ

รูดอล์ฟ มาร์เคิล เจ้าของร้าน กล่าวว่า นโยบายนี้คิดมานาน เพราะมาถึงจุดที่ออกปากว่า ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ และเพื่อนำเสนอสิ่งที่เขาเรียกว่า โอเอซิสแห่งความสงบ ให้แก่ลูกค้า

มาร์เคิล กล่าวว่า ความหงุดหงิดจากเด็กไม่อยู่สุขก่อความรำคาญแก่ลูกค้าคนอื่นในร้าน เพิ่มมากขึ้นทุกที เช่น ดึงผ้าปูโต๊ะ และปาแก้วไวน์ ขณะพ่อแม่ได้แต่มองเฉย “พ่อแม่รับรู้ด้วยการยิ้ม กินต่อไป และไม่สนใจอะไรเลย”

จุดเปลี่ยนมาถึง เมื่อมีเด็กบางคนพังข้าวของ ภาพถ่ายโบราณที่ตั้งไว้ในร้านเสียหาย

เจ้าของร้าน อ้างว่า การตัดสินใจห้ามเด็กต่ำกว่า 14 ปี เข้าไปใช้บริการหลังเวลา 17.00 น. ไม่ได้พุ่งเป้าที่ตัวเด็ก แต่เป็นพ่อแม่ที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของลูกได้

นโยบายของร้านอาหาร โอมาส์ คือเชอ จุดประเด็นถกเถียงในสื่อหลักและออนไลน์ในเยอรมนีถึงความเหมาะสม แต่เจ้าของร้านกล่าวว่า ลูกค้าจำนวนมากเห็นด้วย เพราะนโยบายนี้คือการหยิบยื่น “โอเอซิสความสงบ” ให้กับลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการร้านของเขา

สำนักข่าว ดอยช์เวลเลอ อ้างลาร์ ชวาร์ซ ประธานสมาคมโรงแรมและร้านอาหารรัฐ เมคเคลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น   ที่เมืองรือเกนตั้งอยู่ กล่าวว่า ปัจจุบัน มีบริษัทนำเที่ยวและโรงแรมที่ดึงดูดลูกค้าใหม่ ด้วยการนำเสนอบริการเฉพาะแบบปลอดเด็ก เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  และการตัดสินใจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เด็กเข้า เป็นอิสระของภาคธุรกิจ แต่ชวาร์ซ เสริมว่า ตัวเขาไม่ชอบใจเท่าใดนัก เพราะรัฐนี้เรามุ่งหมายเป็นมิตรกับเด็ก

พบเพื่อพรากตลอดกาล..งานรวมญาติเศร้าที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/339739

พบเพื่อพรากตลอดกาล..งานรวมญาติเศร้าที่สุดในโลก

รวมญาติ,รวมญาติเกาหลี,พบเพื่อพราก

การรวมญาติครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี ระหว่างญาติพี่น้องชาวเกาหลีที่ต้องแยกจากกันเพราะสงคราม สำหรับคุณยาย คิม คย็อง คยู คือการเรียกความทรงจำขมขื่น

   “ฉันรู้สึกโชคดีมากและมีความสุขมากที่ได้พบพี่ชายยังมีชีวิตอยู่ แต่การได้เจอเขาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังพรากจากกันหลายสิบปี มันทรมานมากจริงๆ มันสั้นเกินไปและใจสลายเกินไป” คุณยายคิม คย็อง คยู เล่าความรู้สึกหลังไปเจอพี่ชายจากเกาหลีเหนือครั้งแรก ในงานรวมญาติเมื่อปี 2557

พบเพื่อพรากตลอดกาล..งานรวมญาติเศร้าที่สุดในโลก

หญิงชราวัย 83 ปี เป็นหนึ่งในชาวเกาหลีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ที่ผ่านประสบการณ์ครอบครัวแตกกระสานซ่านเซ็นจากสงครามช่วงปี 2493-2496 ที่ลงเอยด้วยการแยกคาบสมุทรเกาหลีเป็นสองฝ่าย

ชาวเกาหลีจำนวนมากเสียชีวิตไปโดยไม่มีโอกาสได้เจอบุคคลอันเป็นที่รักในเกาหลีเหนืออีกเลย ด้วยอุดมการณ์การเมืองแตกต่างกันสุดขั้ว ความเป็นศัตรูที่เลยไปถึงตัดขาดการติดต่อสื่อสารระหว่างพลเรือน

ข้อมูลกระทรวงรวมชาติเกาหลีระบุว่า ช่วงปี 2531 ถึงกรกฎาคม 2561 มีชาวเกาหลีใต้ 132,603 คน ลงทะเบียนไว้กับรัฐบาล จำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 75,741 คน ส่วนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ 57,000 คน ที่รอความหวังพบญาติพี่น้องในเกาหลีเหนือ 62% คือผู้มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป

พบเพื่อพรากตลอดกาล..งานรวมญาติเศร้าที่สุดในโลก

รัฐบาลคัดเลือกจากผู้ยื่นคำร้อง 500 คนผ่านจับสลาก ก่อนคัดออกเหลือเป็นรายชื่อสุดท้าย โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย อาทิ อายุ และผ่านการตรวจสอบว่าญาติพี่น้องในฝั่งเกาหลีเหนือยังมีชีวิตอยู่ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจึงถูกมองว่าเป็นผู้ที่โชคดีมาก กระนั้น งานรวมญาติจัดตามแบบแผนเคร่งครัด และให้เวลาไม่มาก

การพบปะกันแต่ละครั้ง ชาวเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ จะถูกจัดให้พักแยกกันในโรงแรม 2 แห่ง และให้พบกันเฉพาะมื้ออาหาร 2 ครั้ง กับอีกครั้งหนึ่งให้เวลา 2 ชั่วโมง รวมแล้วเวลาที่ได้ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบราว 6 ชั่วโมงเท่านั้น  แต่มีข่าวล่าสุดว่า ทางการจะให้เวลาสองฝ่ายมากกว่าเดิม

เวลาที่ล่วงเลยกับสังขารที่ร่วงโรย การพูดคุยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับหลายคน พ่อแม่หรือญาติพี่น้องวัยชรา หูตาฝ้าฟาง ตะโกนด้วยน้ำตานองหน้า “จำได้ไหม” นี่ฉันเองนะ บางคนแทบจะถอดใจเลิกพยายามสื่อสารกันอย่างขมขื่น

คุณยายคิม เล่าบรรยากาศงานรวมญาติ 4 ปีก่อน ว่าเธอเห็นเกาหลีเหนือหลายคนพูดสรรเสริญ “นายพลผู้ยิ่งใหญ่” และคนเกาหลีใต้ร้องเพลงสรรเสริญพระเยซู ขณะหน้าตาของอีกฝ่ายดูอึดอัด นอกจากนี้ เธอเห็นสตรีเกาหลีใต้คนหนึ่งเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำ ตีอกชกตัว พูดพึมพำซ้ำไปซ้ำว่า “ไม่น่ามาเลย” สตรีคนนั้นดูเหมือนจะช็อกและเสียใจมาก ที่เห็นญาติเกาหลีเหนือของเธอ ซูบผอมและยากจน

คิม ฮุย-ยอง พี่ชายวัย 88 ปีของเธอเวลานั้น ร่างกายเป็นอัมพาตหนึ่งข้าง น้องสาวอย่างเธอมีเรื่องมากมายอยากถาม และอีกมากที่อยากจะเล่า แต่ต้องเลือกใช้คำแบบระวังและพูดเฉพาะเรื่องจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เธอห่วงความปลอดภัยของพี่ชาย เพราะไม่รู้ว่าใครจะเจอปัญหาอะไร เมื่อไหร่และอย่างไรบ้างในเกาหลีเหนือ

ในปี 2485 คุณยายคิม อายุ 6 ขวบ ส่วน ฮุย-ยอง ลูกชายคนโตสุดในพี่น้อง 6 คน อายุ 17 ปี ออกจากบ้านเกิดในยองจู เมืองชนบททางใต้เพื่อไปหางานทำทางเหนือของคาบสมุทรเกาหลีที่ร่ำรวยทรัพยากร และเจริญกว่าทางใต้ที่เป็นเมืองเกษตร ในที่สุด พี่ชายได้งานทำในโรงงานแห่งหนึ่ง ที่ปัจจุบัน คือเมืองฮุงนัม ของเกาหลีเหนือ ก่อนสงครามปะทุ

“พี่ชายของฉัน เป็นคนฉลาดหลักแหลมที่สุดในบรรดาพี่น้อง 6 คน การสูญเสียเขาคือการสูญเสียแสงสว่างในครอบครัว”

คุณยายคิม ซึ่งไปงานรวมญาติ 3 ปีก่อนกับน้องสาว 2 คนที่ยังไม่เกิดตอนพี่ชายไปหางานทำ กล่าวว่า พ่อแม่ของเธอ คิดถึงลูกชายคนนี้ตลอดชีวิต แม่มักตื่นกลางดึกเพื่อฟังเสียงรถไฟสถานีใกล้ๆ หวังว่าลูกชายอาจนั่งรถไฟสักขบวนหนึ่งกลับมาบ้าน แต่ในที่สุด ทั้งสองคน และน้องชายของเธออีก 2 คนจากไปโดยไม่ได้พบเจอกับเขา

พบเพื่อพรากตลอดกาล..งานรวมญาติเศร้าที่สุดในโลก

 “พวกเขาตายไปทีละคน ส่งต่อความฝันพบเจอพี่ชายคนโตไว้กับคนต่อไป แล้วก็ถึงคราวของฉัน ที่ได้เห็นความฝันของครอบครัวกลายเป็นจริง”

สองพี่น้องร่ำไห้กล่าวคำอำลา แต่พี่ชายกล่าวกับเธอว่า “อาจมีสักวันที่เราจะพบกันอีก มาร่ำลากันแบบไม่ร้องไห้กันเถอะ”

กลับบ้านที่ยองจู คุณยายคิมไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ เพื่อสวดภาวนาให้พี่ชายของเธอยังมีชีวิตอยู่และสุขภาพแข็งแรง และขอให้สองเกาหลีรวมกันเป็นหนึ่งเดียว” แม้ลึกๆ ยอมรับว่า จะไม่มีโอกาสนั้นอีก

  “เวลานี้ เขาคงจากไปแล้ว แต่อย่างน้อย ฉันได้เจอเขาแล้วครั้งหนึ่ง แม้แค่ 6 ชั่วโมง ฉันรู้สึกว่าโชคดีแล้ว”

 

ที่มา AFP 

สตรีอินเดียไม่ยอมอพยพหนีน้ำท่วมโดยไม่มีสุนัข 25 ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/339776

สตรีอินเดียไม่ยอมอพยพหนีน้ำท่วมโดยไม่มีสุนัข 25 ตัว

สตรีอินเดีย,สุนัข 25 ตัว,อพยพ,น้ำท่วม,เกรละ

น้ำท่วมบ้านทั้งหลังในรัฐเกรละ แต่เจ้าของบ้านทำใจไม่ได้ที่จะทิ้งสุนัข 25 ตัวไว้ตามยถากรรม

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครอินเดีย พบสตรีในบ้านหลังหนึ่ง ที่เขตทริสซูร์ หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 100 ปีในรัฐเกรละ คร่าชีวิตเหยื่อแล้วอย่างน้อย 324 คน

แต่สตรีผู้นี้ไม่ยอมอพยพออกจากบ้าน เว้นแต่สุนัขของเธอที่มีทั้งหมด 25 ตัว ส่วนใหญ่เป็นสุนัขจรจัด หรือเจ้าของทอดทิ้ง จะได้รับการช่วยเหลือไปพร้อมกัน แต่หน่วยกู้ภัยไม่สามารถอพยพสุนัขทั้งหมดได้ เธอจึงติดต่อไปที่องค์กรสวัสดิภาพสัตว์

แซลลี วาร์มา จากองค์กร ฮิวแมน โซไซตี อินเตอร์เนชันแนล เปิดเผยว่า  ตอนที่ทีมงานไปถึงบ้านหลังนั้น น้ำท่วมบ้านทั้งหลังแล้ว และสุนัขทั้งหมดพากันขึ้นไปเกาะกลุ่มอยู่บนเตียงนอน

ขณะนี้ นางสุนิทา สามีของเธอ และสุนัข อยู่ในศูนย์พักพิงพิเศษ เพราะค่ายบรรเทาทุกข์ที่ตั้งขึ้นมารองรับผู้ประสบภัย ไม่อนุญาตให้สัตว์อยู่ด้วย

วาร์มากล่าวว่า เธอเริ่มระดมทุนให้กับนางสุนิทาและสัตว์เลี้ยงกว่า 20 ชีวิต เพื่อสร้างคอกไว้ที่บ้านของเธอหลังจากน้ำลดแล้ว

สตรีอินเดียไม่ยอมอพยพหนีน้ำท่วมโดยไม่มีสุนัข 25 ตัว 

สตรีอินเดียไม่ยอมอพยพหนีน้ำท่วมโดยไม่มีสุนัข 25 ตัว 

สตรีอินเดียไม่ยอมอพยพหนีน้ำท่วมโดยไม่มีสุนัข 25 ตัว 

สตรีอินเดียไม่ยอมอพยพหนีน้ำท่วมโดยไม่มีสุนัข 25 ตัว 

สตรีอินเดียไม่ยอมอพยพหนีน้ำท่วมโดยไม่มีสุนัข 25 ตัว 


คนร้ายพยายามฉกตัวเด็กหญิงกลางวันแสกๆในไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/339610

คนร้ายพยายามฉกตัวเด็กหญิงกลางวันแสกๆในไต้หวัน

ฉกตัวเด็กหญิง,ไต้หวัน,พยายามฉกตัว,กลางวันแสกๆ

ไม่น่าเชื่อเหตุเกิดกลางกรุง  คนร้ายเข้าฉุดกระชากลูกสาวขณะกลับจากโรงเรียนแม่สู้สุดใจ

เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 8 สิงหาคม แสดงนาทีสุดช็อกสำหรับคนเป็นแม่และชาวไต้หวัน เมื่อแม่ลูกคู่หนึ่งกำลังเดินกลับบ้านหลังเลิกเรียน ผ่านหน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่งในกรุงไทเป

ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าร้าน จู่ๆก็หันไปพยายามฉกตัวเด็กหญิงวัย 7 ขวบโดยดึงเป้สะพายหลังและอุ้มเด็กจนตัวลอย ขณะที่แม่ของเด็กร้องขอความช่วยเหลือและจับตัวลูกสาวไว้ไม่ยอมปล่อยเช่นกัน

คนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์กับพนักงานในร้านกาแฟเข้าช่วยเหลือ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมง่ายๆ กระทั่งชายคนหนึ่งขู่ใช้สเปรย์พริกไทย จึงยอมล่าถอย

ผู้ต้องสงสัยหันไปเก็บกระเป๋าของตัวเอง และเตรียมเดินไปในทางเดียวกับสองแม่ลูก ชาย 4 คนได้เข้าขวางไว้ ก่อนโทรแจ้งตำรวจ และถ่ายคลิป

ผู้ต้องสงสัยที่ได้รับการเปิดเผยนามสกุลว่า โชว อายุ 33 ปี ถูกตำรวจจับกุมที่ร้านสะดวกซื้อห่างจากจุดเกิดเหตุราว 100 เมตร แต่ประชาชนไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่กลับปล่อยตัว โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้ถูกจับขณะก่อเหตุ

โชว เป็นไลฟ์การ์ด ที่สระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง  บอกตำรวจว่า เขาจำผิดว่า แม่ลูกคู่นี้เป็นเพื่อน แต่ก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมต้องแย่งเด็กและแม่เด็กพยายามต่อสู้ ขณะนายจ้างของเขากล่าวว่า ชายคนนี้เพิ่งเข้าไปทำงานได้เพียงสัปดาห์เดียว และให้ลาออกแล้ว

คนร้ายพยายามฉกตัวเด็กหญิงกลางวันแสกๆในไต้หวัน  

คนร้ายพยายามฉกตัวเด็กหญิงกลางวันแสกๆในไต้หวัน  

คนร้ายพยายามฉกตัวเด็กหญิงกลางวันแสกๆในไต้หวัน  

คนร้ายพยายามฉกตัวเด็กหญิงกลางวันแสกๆในไต้หวัน  

 

ไฟเขียว”ยิงได้เมื่อเห็น”คนเผาไร่แผ้วถางที่ดินในจ.ริอัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/339602

ไฟเขียว”ยิงได้เมื่อเห็น”คนเผาไร่แผ้วถางที่ดินในจ.ริอัว

ไฟป่า,ริอัว,ยิงได้,ยิงได้เมื่อเห็น

ควันไฟป่าและไฟป่าพรุปกคลุมหลายพื้นที่ หวั่นกระทบช่วงอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์

สำนักข่าวอันตารา อ้างพล.จัตวา ซอนนี อาเพรียนโต ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจดับไฟป่าริอัว ว่าไฟป่าในจังหวัดริอัว 99% เกิดจากการกระทำโดยเจตนาของคนไร้ความรับผิดชอบ และได้มอบนโยบายให้ทหารยิง “คนวางเพลิง” ได้ในจังหวัดริอัว

คำสั่งมีขึ้นในวันเดียวกับที่สำนักงานธรณีฟิสิกส์ ภูมิอากาศศาสตร์และอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซียเผยว่าดาวเทียมตรวจจับ hot spot หรือจุดที่คาดว่าเกิดไฟป่า 121 จุดในจังหวัดริอัว เมื่อเช้าวานนี้ พุ่งพรวดจาก 22 จุดในบ่ายของวันก่อนหน้า

กองทัพอินโดนีเซียเคยออกคำสั่งแบบเดียวกันมาก่อนแล้ว รวมถึงที่เมืองจัมบี  สุมาตรากลางเมื่อปีก่อน เพื่อป้องปรามผู้กระทำ

การแผ้วถางที่ดินด้วยการจุดไฟเผาในริอัว กำลังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จะจัดขึ้นในเมืองปาเลมบัง จังหวัดสุมาตราใต้ ตั้งแต่ 18 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน และประธานาธิบดีโจโก วิโดโด  กำชับทุกฝ่ายพยายามควบคุมการเผาไร่ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กระทบกับเอเชียนเกมส์

พลจัตวาซอนนี กล่าวว่า ได้หารือนโยบายยิงเมื่อเห็น กับพล.ต.อ.นันดัง หัวหน้าตำรวจริอัว เมื่อวานนี้ โดยจะให้ทหารประจำอยู่ทุกเขตที่มีที่ตั้งทางทหารในริอัว เพื่อบังคับใช้คำสั่งนี้

ทางการท้องถิ่นขอร้องชาวบ้านอย่าแผ้วถางไร่ด้วยการเผา  แต่ไม่สำเร็จ วิธีการนี้ยังใช้กันแพร่หลาย มีผู้ก่อเหตุจับกุมหลายคน และมีอย่างน้อย 3 รายที่ใกล้จะขึ้นศาล

ไฟเขียว"ยิงได้เมื่อเห็น"คนเผาไร่แผ้วถางที่ดินในจ.ริอัว  

จาการ์ตา โพสต์ รายงานวานนี้ว่า  ควันไฟป่าปกคลุมหลายพื้นที่ รวมถึงเมืองเปกันบารู เมืองหลวงของจังหวัดริอัว