อาฟเตอร์ช็อกแรงสุดเขย่า”ลอมบอก”ชาวบ้านผวาร่ำไห้กลางถนน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338414

อาฟเตอร์ช็อกแรงสุดเขย่า”ลอมบอก”ชาวบ้านผวาร่ำไห้กลางถนน

ลอมบอก,อาฟเตอร์ช็อก,ผวาหนัก,แผ่นดินไหวลอมบอก

อาฟเตอร์ช็อกเขย่าเกาะลอมบอกอีกระลอก อาคารบ้านเรือนพังเพิ่ม ยอดเหยื่อแผ่นดินไหวอินโดพุ่ง

สำนักธรณีวิทยาของสหรัฐ แจ้งว่า เกิดแรงสั่นสะเทือนวัดความรุนแรงได้ 5.9 แมกนิจูด โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลอมบอก ขณะที่สำนักงานธรณีวิทยาของอินโดนีเซีย วัดความรุนแรงได้ 6.2 แมกนิจูดและอยู่ลึก 12 ก.ม. ซึ่งเป็นอาฟเตอร์ช็อคของแผ่นดินไหว 6.9 เมื่อ 4 วันก่อน และรุนแรงที่สุดในบรรดาอาฟเตอร์ช็อก 355 ครั้งที่เขย่าแหล่งท่องเที่ยวดังของอินโดนีเซียมาตั้งแต่วันอาทิตย์

อาฟเตอร์ช็อกแรงสุดเขย่า"ลอมบอก"ชาวบ้านผวาร่ำไห้กลางถนน 

แรงสั่นสะเทือนครั้งล่าสุด ทำให้ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในศูนย์พักพิงชั่วคราวในเขตตันจุง กรีดร้องและร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว ขณะพากันวิ่งออกมาบนถนน รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บนถนนล้มระเนระนาด และอาคารบ้านเรือนที่พังทลายเพิ่ม

ผู้ใช้รถใช้ถนนตื่นตระหนกเช่นกัน หลายคนลงจากรถ วิ่งกันไปคนละทิศคนละทางกลางถนน

อาฟเตอร์ช็อกแรงสุดเขย่า"ลอมบอก"ชาวบ้านผวาร่ำไห้กลางถนน 

ล่าสุด รัฐมนตรีความมั่นคงอินโดนีเซีย วิรันโต แถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วขณะนี้ อยู่ที่ 319 คน บาดเจ็บ 1,400 คน และไร้ที่อยู่อาศัย 1.5 แสนคน

https://twitter.com/Sutopo_PN/status/1027430548799610880

 

ลอมบอกกำลังเสี่ยงเผชิญวิกฤติมนุษยธรรม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะแทบกลายเป็นเมืองร้าง บ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างนับหมื่นพังราบ ชาวบ้านต้องอาศัยอยู่ในเต้นท์กลางแจ้งตามท้องถนนหรือนาข้าว ต้องการน้ำสะอาด อาหารและยาอย่างเร่งด่วน มีรายงานว่า พื้นที่ชนบท 3 ใน 4 ทางเหนือของเกาะไม่มีไฟฟ้าใช้มาตั้งแต่วันอาทิตย์ และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยากเข้าถึง เพราะสะพานและถนนพังเสียหาย

ช็อก!คลิปโจ๋มะกันรุมสกรัมชายชราชาวซิกข์คาดปมเกลียดชัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338387

ช็อก!คลิปโจ๋มะกันรุมสกรัมชายชราชาวซิกข์คาดปมเกลียดชัง

ชาวซิกข์,วัยรุ่น

ชายชาวซิกข์ในแคลิฟอร์เนียถูกทำร้าย 2 คนในสัปดาห์เดียว คาดเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง

(คมชัดลึกออนไลน์-9 ส.ค.2561 ) ตำรวจสหรัฐในเมืองมานเทกา รัฐแคลิฟอร์เนีย จับกุมวัยรุ่น 2 คนวัย 18 ปีกับ 16 ปี จากเหตุทำร้ายร่างกาย นายซาฮิบ ซิงห์ นาถ ขณะเดินออกกำลังใกล้สวนสาธารณะเกรย์สโตน เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา

กล้องวงจรปิดจากบ้านใกล้เคียงบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ แสดงให้เห็นว่า ชายหนุ่มสองคนเดินเข้าหาชายชรา และเผชิญหน้ากัน ก่อนที่ชายคนหนึ่งเตะจนชายชราล้มลงไปกับพื้น แรงจนทำให้ผ้าโพกศีรษะหลุดกระเด็น เมื่อลุกขึ้นมาก็ได้พยายามสู้กลับ แต่ก็ถูกเตะล้มลงไปอีก ทั้งสองเหมือนเดินจากไป แต่ทันใดนั้น หนุ่มคนสวมฮู้ดเดินกลับมาเตะซ้ำ 3 ครั้ง และถ่มน้ำลายใส่

ตำรวจเชื่อว่า ชายหนุ่มหนึ่งในสองคนกวัดแกว่งปืนในอากาศด้วย  แต่เนื่องจากเหยื่อพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงไม่ทราบว่าทั้งสองต้องการอะไรจึงก่อเหตุทำร้าย

เมื่อคืนวันอังคาร ประชาชนหลายร้อยคนชุมนุมที่สวนสาธารณะเกรย์สโตน ห่างจากจุดเกิดเหตุชายชราวัย 71 ปี ถูกทำร้ายไม่กี่เมตร ผู้สนับสนุน ผู้นำชุมชนและเพื่อนบ้านของเหยื่อ ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมองว่าไม่ใช่การทำร้ายตัวบุคคล แต่เป็นการโจมตีชุมชม

แรนดี ลี เพื่อนบ้านที่พบชายชราหลังถูกทำร้ายในเช้าวันเกิดเหตุขณะเดินเล่นในสวนสาธารณะ กล่าวว่า เป็นเรื่องบ้อบอมากที่อันธพาลหนุ่มๆลงไม้ลงมือกับคนแก่แบบไม่มีเหตุผล

ช็อก!คลิปโจ๋มะกันรุมสกรัมชายชราชาวซิกข์คาดปมเกลียดชัง

รพินเดอร์ คาอูร์ ลูกสาวของเหยื่อ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น KOVR ว่าพ่อของเธอเป็นอัมพาตด้านซ้าย จากอาการป่วยเมื่อ 7 ปีก่อน และพูดไม่ค่อยได้ ขอบคุณพระเจ้าที่พ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก ชายคนหนึ่งที่ออกกำลังกายในตอนเช้ามาพบเข้า จึงพาส่งโรงพยาบาล

ช็อก!คลิปโจ๋มะกันรุมสกรัมชายชราชาวซิกข์คาดปมเกลียดชัง

นับเป็นเหตุโจมตีชาวซิกข์รายที่สอง ในแคลิฟอร์เนีย ราวสัปดาห์เดียว กลุ่มแนวร่วมซิกข์ จึงออกแถลงการณ์เตือนให้คนในชุมชนระมัดระวังตัว ครั้งก่อนเกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายสุรจิต ซิงห์ มาลฮี วัย 50 ปี ถูกทำร้ายขณะกำลังปิดป้ายข้อความทางการเมืองให้พรรครีพับลิกัน ในเขตสตานิสเลาส์ ห่างจากมานเทการาว 25 ไมล์ คนร้าย 2 คนตะโกนรุมทำร้าย ปาทรายใส่หน้าก่อนทุบศีรษะและไหล่ และตะโกนไล่ให้เขากลับไปประเทศตัวเอง นายสุรจิต กล่าวว่า ได้ผ้าโพกศีรษะช่วยไว้

ช็อก!คลิปโจ๋มะกันรุมสกรัมชายชราชาวซิกข์คาดปมเกลียดชัง

แต่ก่อนที่คนร้ายจะเดินหนีไป พวกเขาได้พ่นสีบนรถกระบะของเขา เป็นรูปสัญลักษณ์เชิดชูชนผิวขาว และข้อความว่า “กลับไปบ้านตัวเอง”

ทางการท้องถิ่นกำลังสอบสวนว่าอาจเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง เพราะเหตุผลเดียวที่บอกได้เวลานี้ ก็คือเหยื่อโพกผ้าคลุมศีรษะ และคิดว่าเขามาจากตะวันออกกลาง

แม่จีนอุ้มท้องแฝดในวัย 67 แม้แพทย์เตือนเสี่ยงถึงชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338362

แม่จีนอุ้มท้องแฝดในวัย 67 แม้แพทย์เตือนเสี่ยงถึงชีวิต

แม่วัย 67,ตั้งครรภ์ลูกแฝด,ทำแท้ง

สตรีชาวจีนวัย 67 ปีตั้งครรภ์ลูกแฝด แพทย์แนะนำควรทำแท้งเพราะเสี่ยงถึงชีวิต แต่ว่าที่คุณแม่ยืนกรานว่าไม่

(คมชัดลึกออนไลน์-9 ส.ค.2561 ) หนังสือพิมพ์ ปักกิ่ง นิวส์ รายงานเรื่องราวของสตรีชาวจีน ที่ได้รับการเปิดเผยนามสกุล “จาง”  ที่ยืนยันว่าต้องการจะอุ้มท้องลูกแฝดในวัย 67 ปีต่อไป เนื่องจากเคยสูญเสียลูกชายคนเดียว จากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อ 4 ปีก่อน

แพทย์เตือนว่า ความดันสูงและอายุของนางจาง ที่อาจจะกลายเป็นคุณแม่อายุมากที่สุดในโลกที่ให้กำเนิดบุตร ทำให้การตั้งครรภ์มีความเสี่ยงอย่างยิ่งทั้งต่อชีวิตของแม่และเด็ก และการตั้งครรภ์ลูกแฝดยิ่งเพิ่มอันตรายเข้าไปอีก
กระนั้น ว่าที่คุณแม่สูงวัย ยืนยันว่า เธอและสามีเฝ้ารอลูกอีกคนมานานมากแล้ว หลังจากลูกชายคนเดียวเสียชีวิตในวัย 34 ปี

ในช่วงที่ลูกชายของนางจางลืมตาดูโลกในปี 2523 นั้น จีนยังบังคับใช้นโยบายลูกคนเดียว เพิ่งยกเลิกเมื่อปี 2558

หลังสูญเสียบุตรชาย จางและสามีพยายามรับลูกบุญธรรม แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะอายุมากแล้ว หลายปีที่ผ่านมา เธอต้องใช้นอนหลับเพื่อให้หลับได้ และเคยฝันว่าได้อบรมสั่งสอนลูก แต่ไม่เคยเป็นจริง

เมื่อปีที่แล้ว สามีภรรยาตัดสินใจไปเข้าอบรมเกี่ยวกับเด็กหลอดแก้ว และพบโรงพยาบาลหนึ่งในไต้หวันที่ พร้อมจะดำเนินการให้เมื่อเดือนมิถุนายน มีค่าใช้จ่าย 2 แสนหยวน ( 9.7 แสนบาท )

หลังกลับจากไต้หวัน ได้เข้าตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลแม่และเด็ก เป่าเตา ในกรุงปักกิ่ง แต่โรงพยาบาลไม่สามารถรับดูแลครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงได้ จึงโอนย้ายไปที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยปักกิ่งที่สาม แต่นายแพทย์ หลี่ จื้อหลาน ที่โรงพยาบาลแห่งที่สอง ก็มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าเสี่ยงเกินไปที่จะคลอดลูก

นางจาง กล่าวว่า สัปดาห์ที่แล้ว หมออาวุโสอีกคนที่โรงพยาบาล แนะนำให้เธอยุติการตั้งครรภ์  แต่เธอปฏิเสธ
หลังออกจากโรงพยาบาล คณะกรรมการสาธารณสุขและวางแผนครอบครัวเขตปักกิ่ง ได้แจ้งไปยังโรงพยาบาลอื่นๆว่า ไม่ให้รักษาเธอโดยไม่ได้ประสานขอแนวทางจากคณะกรรมการก่อน

แม่จีนอุ้มท้องแฝดในวัย 67 แม้แพทย์เตือนเสี่ยงถึงชีวิต

คำแนะนำนี้ทำให้นางจาง รู้สึกเหมือนตนเองเป็นอาชญากรที่ ทางการตัองการตัว ทั้งที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไรเลย

“ตอนสูญเสียลูก ไม่มีใครสนใจใยดี แต่พอพบความหวังด้วยตนเอง พวกเขากลับมาขัดขวางอีก ไม่มีโรงพยาบาลไหนกล้าดูแลเธอ” นางจางตัดพ้อ และกล่าวด้วยว่า “การมีลูกเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน”  เธอไม่ใช่คนร่ำรวย แต่เตรียมการเลี้ยงดูลูกไว้อย่างดี เธอเชื่อว่าจะมีชีวิตอยู่ถึง 85 ปี นานพอที่จะเห็นลูกโตเป็นผู้ใหญ่  แต่หากไม่เป็นไปตามนั้น หลานชายวัย 40 ปีของเธอก็ช่วยเลี้ยงลูกของเธอได้

ผลอัลตราซาวนด์ที่โรงพยาบาลในปักกิ่งเมื่อ 23 กรกฎาคม แสดงให้เห็นว่า เธอตั้งครรภ์ลูกแฝดได้ 9 สัปดาห์

แพทย์คนหนึ่งบอก ปักกิ่งนิวส์ ว่า กฎหมายจีนไม่ได้กำหนดเพดานอายุสำหรับการตั้งครรภ์ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังร่างเสนอ

ที่ผ่านมา สตรีจีนอายุมากที่สุดที่กลายเป็นคุณแม่ คือนางเชง ไห่หลิน ให้กำเนิดลูกแฝดในวัย 62 ปี เมื่อปี 2553

เบลเยียมการุณยฆาตเด็กอายุน้อยสุด 9 ขวบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338244

เบลเยียมการุณยฆาตเด็กอายุน้อยสุด 9 ขวบ

เบลเยี่ยม,การุณยฆาต,9 ขวบ,อายุน้อยสุดในโลก

เด็กเบลเยี่ยม 9 ขวบที่ป่วยเนื้องอกในสมอง เป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดในโลกที่เข้ารับการุณยฆาต

คณะกรรมการกำกับดูแลการุณยฆาตของเบลเยี่ยม (ซีเอฟซีอีอี) ระบุในรายงานว่าช่วงปี 2559-2560 แพทย์เบลเยี่ยมฉีดยาช่วยผู้ป่วยเด็กพ้นความทุกข์ทรมานจากอาการป่วยร้ายแรง 3 คน รวมถึงผู้ป่วยอายุ 9 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมอง  กับ 11 ขวบ ที่ทรมานจากโรค ซิสติกไฟโบรซิส โรคทางพันธุกรรมรุนแรงที่เกิดจากความผิดปกติของยีน

ทั้งสองเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีรายแรกที่เข้ารับการุณยฆาต และถือว่าอายุน้อยที่สุดในโลกที่ขอความช่วยเหลือฆ่าตัวตาย  ส่วนคนที่ 3 เป็นวัยรุ่นอายุ 17 ปี ที่ทุกข์ทรมานอย่างหนักจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

รายงานฉบับนี้เผยแพร่เมื่อ 17 กรกฎาคม ระบุว่า มีผู้เข้ารับการการุณยฆาตหลายพันคน ช่วง 1 มกราคม 2559 – 31 ธันวาคม 2560 และแจ้งรวมๆว่า มีเด็กทั้ง 3 คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี กระทั่งล่าสุด วอชิงตันโพสต์ รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ ว่า มีเด็กวัย 9 ขวบ 11 ขวบ รวมอยู่ด้วย

ลุค พรูท หนึ่งในคณะกรรมการฯบอกวอชิงตันโพสต์ว่า เห็นความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจแสนสาหัส จนมั่นใจว่าเราทำสิ่งที่ถูกแล้ว

เบลเยียมการุณยฆาตเด็กอายุน้อยสุด 9 ขวบ 

สิทธิการตายในวัยเยาว์…ของหนูหรือของใคร

เบลเยี่ยมเป็นประเทศเดียวในโลกที่ มีกฎหมายอนุญาตให้ผู้เยาว์ ที่ป่วยระยะสุดท้าย และทุกข์ทรมานสุดจะทานทน เลือกจากไปอย่างสงบได้  หลังจากแก้กฎหมายการุณยฆาตไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุเมื่อปี 2557 ท่ามกลางการถกเถียงทั้งในและต่างประเทศ

ผู้เยาว์ที่อยู่ในเกณฑ์ จะต้องเขียนคำร้อง และเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองหลายด่าน รวมถึงจิตแพทย์ประเมินสภาพจิตใจ ให้มั่นใจว่าเด็กไม่ได้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของใคร และแพทย์ 3 คนจะต้องพิสูจน์ว่าผู้ร้องอยู่ในสถานการณ์หมดหวังทางการแพทย์  ไม่สามารถบรรเทาความทุกข์ทรมาน และอาการป่วยจะเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในอนาคตอันใกล้

จำนวนชาวเบลเยี่ยมที่เข้ารับการุณยฆาตทุกกลุ่มอายุ เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ในบรรดาผู้เข้ารับการุณยฆาต  4,337 คน ช่วงปี 2559-2560 ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็ง  แต่มี 710 คนส่วนใหญ่เป็นสูงอายุ ที่ขอลาโลกด้วยสาเหตุที่ไม่รุนแรงเท่าโรคหมดทางรักษา  เช่น ตาบอด หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่  และมี 77 คนขอตายเพราะทรมานทางจิตใจจนทนไม่ไหว

 

ช่วยหญิงอินโดฯพ้นหมอผีเฒ่า-ขังเป็นทาสกามารมณ์ 15 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338213

ช่วยหญิงอินโดฯพ้นหมอผีเฒ่า-ขังเป็นทาสกามารมณ์ 15 ปี

หมอผี,ทาสกามารมณ์,ขัง 15 ปี,ขังในถ้ำ,หมอผีเฒ่า

สื่ออินโดนีเซีย รายงานคดีแปลกประหลาดที่ผู้ต้องสงสัยเป็นหมอผี และเหยื่อเป็นหญิงสาวอายุ 28 ปี ถูกขังอยู่ในโพรงถ้ำสุลาเวสีตั้งแต่อายุ 13

จาการ์ตาโพสต์ รายงานว่า ตำรวจอินโดนีเซียช่วยสตรีคนหนึ่งที่ได้รับการเปิดเผยชื่อว่า “เอชเอส” ออกจากโพรงระหว่างก้อนหินขนาดใหญ่ ใกล้กับหมู่บ้านกาลุงปัง เขตโทลีโทลี จังหวัดสุลาเวสีกลาง หลังได้รับแจ้งว่าเธอถูกหมอผีประจำหมู่บ้านชื่อว่า จาโก วัย 83 ปี กักตัวและซุกซ่อนไว้มานานถึง 15 ปี

ครอบครัวของเธอตามหาจนเลิกหวังไปนานแล้วว่าจะพบมีชีวิต แต่หลังจากควบคุมตัวจาโกและสอบปากคำ จึงได้รู้ว่าเธอถูกขังไว้ในโพรงถ้ำ ซึ่งปากทางเข้ามีขนาดเพียง 1 คูณ 1.5 เมตร  จาโกให้การว่าซ่อนเอชเอสไว้เพื่อบูชาภูติผี แต่ผลสอบสวนเบื้องต้นพบว่า กักขังไว้เพื่อสนองกามารมณ์ ขณะเหยื่อเล่าว่า ประจำเดือนเธอไม่มาหลายครั้งและจาโกให้ยาขับเลือดเพื่อทำแท้ง

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาหมอผีชรา ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเยาวชน ที่ห้ามข่มขู่ บังคับหรือหลอกหลอกผู้เยาว์เพื่อล่วงประเวณี  มีโทษจำคุก 15 ปี  หลังสอบสวนเพิ่มเติมคาดว่าจะมีข้อหาตามมาอีก

ผู้ต้องสงสัยเป็นที่รู้จักดีในหมู่บ้าน เป็นหมอรักษาตามวิธีพื้นบ้าน และให้คำปรึกษาชาวบ้านที่มีปัญหาชีวิตสมรส ความรักหรือปัญหาทำมาค้าขาย  เวลารักษาโรคภัยไข้เจ็บ  เขามักแสดงท่าทางเหมือนกับมีวิญญาณเข้าสิง  ชาวบ้านจำนวนมากก็เชื่อ

ช่วยหญิงอินโดฯพ้นหมอผีเฒ่า-ขังเป็นทาสกามารมณ์ 15 ปี

จากคำบอกเล่าของชาวบ้านคนหนึ่ง ทราบว่า จาโกล่อลวง เอชเอส ตั้งแต่อายุ 13 ปี โดยสัญญาว่าจะให้เธอแต่งงานกับวิญญาณที่เป็นเพื่อนของเขา วิญญาณตนนี้คอยปกปักษ์รักษาโพรงถ้ำที่ให้เธอซ่อนตัวอยู่ทำให้เธอหลบหนีไม่ได้  เหยื่อดูเหมือนถูกล้างสมอง จนไม่กล้าหนีและหวาดกลัวพบหน้าคนอื่นๆ เพราะคิดว่าวิญญาณตนนั้นกำลังเฝ้ามองตนเองอยู่
ตอนที่เด็กหญิงหายตัวไปในปี 2546  จาโกบอกพ่อแม่เด็กว่าเห็นลูกสาวของพวกเขาไปหางานทำในจาการ์ตา และเพื่อให้สมจริง หมอผีรายนี้นำอาหารไปให้ทั้งสอง โดยสร้างเรื่องว่าเป็นน้ำพักน้ำแรงของลูกสาวที่ทำงานในจาการ์ตา เมื่อเวลาผ่านไป จาโกอ้างว่าไม่รู้ว่าเอชเอสอยู่แห่งหนตำบลใด และพ่อแม่ของเด็กก็ทำใจเลิกตามหา

มักดาเลนา สิโตรุส จากคณะกรรมการต่อต้านความรุนแรงต่อสตรี กล่าวว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายควรสอบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เนื่องจากผู้ต้องสงสัยเป็นคนที่ชาวบ้านเคารพนับถือ มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีเหยื่อเพิ่มอีก แต่หวาดกลัวไม่กล้าออกมาพูด

“บีเอ็มดับเบิลยู”จ่อเรียกคืนรถกว่า 3 แสนคัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338207

“บีเอ็มดับเบิลยู”จ่อเรียกคืนรถกว่า 3 แสนคัน

บีเอ็มดับเบิลยู,ไฟไหม้เครื่องยนต์,เกาหลีใต้,เรียกคืน,บีเอ็มดับเบิลยูเรียกคืน

สื่อเยอรมนีรายงานบีเอ็มดับเบิลยู เตรียมเรียกรถคืนกว่า 3 แสนแก้จุดบกพร่องทำเครื่องยนต์ไฟไหม้แบบในเกาหลีใต้

หนังสือพิมพ์ ฟรังฟัวร์เทอร์ อัลเกมายเนอ ในเยอรมนี รายงานว่า ผู้ผลิตรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู มีแผนเรียกคืนรถเครื่องยนต์ดีเซลจำนวน 323,700 คันในยุโรป เนื่องจากอันตรายจากเครื่องยนต์ติดไฟ แบบที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้

บริษัทเรียกคืนรถเพื่อซ่อมอุปกรณ์บกพร่องในระบบหมุนเวียนไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซล

ในจำนวนรถที่เรียกคืนทั้งหมด เป็นรถในเยอรมนีราว 96,300 คัน

ที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู เรียกคืนรถแล้วราว 1 แสนคันในเกาหลีใต้ จากปัญหาไฟลุกไหม้เครื่องยนต์ หลังรถบีเอ็มดับเบิลยู 27 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถซีดาน 520ดี เกิดไฟไหม้ช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม

ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน  ทางการเกาหลีใต้ เปิดสอบสวนว่า เหตุใดค่ายรถดังเยอรมนี จึงชะลอประกาศเรียกคืน

"บีเอ็มดับเบิลยู"จ่อเรียกคืนรถกว่า 3 แสนคัน 

คิม ฮโย จุน ประธาน BMW Korea ค้อมศีรษะขอโทษ 

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้บริหารบีเอ็มดับเบิลยูในเกาหลีใต้ เปิดแถลงข่าวขอโทษ และนายโยฮัน เอเบนบิชเลอร์ รองประธานฝ่ายคุณภาพของบีเอ็มดับเบิลยู ชี้แจงสาเหตุว่าเกิดจากการอุปกรณ์ระบายความร้อนของระบบหมุนเวียนไอเสีย (อีดีอาร์) รั่ว ทำให้เครื่องยนต์เกิดไฟไหม้ได้ หากขับด้วยความเร็วสูงเป็นระยะเวลานาน  และผู้ใช้รถในเกาหลีใต้ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เจอปัญหา เนื่องจากบริษัทใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เดียวกับรถที่ขายในยุโรป  แต่ยืนยันว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากโปรแกรม ซึ่งบริษัทกำลังสอบสวนว่าเหตุใดจึงพบปัญหาเครื่องยนต์กับรถที่ขายในเกาหลีใต้มากกว่าประเทศอื่น

ลาวหยุดสร้างเขื่อนใหม่-ตั้งมือปราบโกงสอบเขื่อนแตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338190

ลาวหยุดสร้างเขื่อนใหม่-ตั้งมือปราบโกงสอบเขื่อนแตก

เขื่อนลาว,หยุดสร้างเขื่อนใหม่,ลาว,เขื่อนแตก

คณะรัฐมนตรีลาวมีมติหยุดสร้างเขื่อนใหม่ ตั้ง “บุนทอง จิดมะนี” “มือปราบคอรัปชั่น”สอบหาสาเหตุ “เขื่อนแตก”

 

คณะรัฐมนตรีลาว ที่มีท่านทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  เปิดประชุมวาระพิเศษ เมื่อวันที่ 6-7 ส.ค.2561 ที่ผ่านมา เพื่อรับฟังรายงานของคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ไขภัยพิบัติระดับชาติ กรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ปล่อยน้ำมหาศาลท่วม 13 หมู่บ้าน ในเมืองสะหนามไช แขวงอัตตะปือ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 34 ราย และสูญหายอีก 97 คน

                                                จากนั้น คณะรัฐมนตรีลาวมีมติกำหนดมาตรการต่างๆในการแก้ปัญหา 9 ข้อ โดยความสนใจอยู่ที่ข้อ 4 และข้อ 6 ซึ่งสะท้อนว่า สปป.ลาว เริ่มตระหนักถึงผลกระทบการสร้างเขื่อนและยุทธศาสตร์ “หม้อไฟอาเซียน”
ลาวหยุดสร้างเขื่อนใหม่-ตั้งมือปราบโกงสอบเขื่อนแตก 
( ภาพ สำนักข่าวสาร “ปะเทดลาว” )

โดยข้อ 4. เป็นมติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน-สอบสวนชุดหนึ่ง มอบหมายให้ “ท่านบุนทอง จิดมะนี” รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะ สามารถรับความช่วยเหลือด้านเทคนิค การเงิน และข่าวสารจากต่างประเทศ มาช่วยพิสูจน์ด้านเทคนิค ค้นหาสาเหตุที่ทำให้เขื่อนแตก และยังสามารถเชิญตัวแทนของรัฐบาลของประเทศที่มีบริษัทผู้ประกอบการถือหุ้นในโครงการ มาให้คำปรึกษาหรือสังเกตการณ์ได้

ลาวหยุดสร้างเขื่อนใหม่-ตั้งมือปราบโกงสอบเขื่อนแตก 

( บุนทอง จิดมะนี รองนายกรัฐมนตรี )

ทั้งนี้ ดร.บุนทอง จิดมะนี รองนายกรัฐมนตรี, ประธานองค์การตรวจสอบรัฐบาล และสมาชิกกรมการเมือง ลำดับที่ 4 ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ถือได้ว่าเป็นมือปราบคอรัปชั่นและทำงานด้านการตรวจสอบให้กับพรรคฯ มาตลอด

ส่วนข้อ 6.ที่ประชุมตกลงตั้งคณะรับผิดชอบตรวจตราย้อนหลังทางด้านเทคนิคและคุณภาพ ในการก่อสร้างและพัฒนาเขื่อนต่างๆที่กำลังก่อสร้าง และก่อสร้างสำเร็จแล้วทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้ “กระทรวงพลังงานและบ่อแร่” เป็นเจ้าภาพสมทบกับ “กระทรวงโยธิการและขนส่ง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ,กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ หากตรวจพบสิ่งผิดปกติในการออกแบบ หรือในมาตรฐานการก่อสร้าง ก็ให้มีรายงานถึงรัฐบาลเป็นแต่ละกรณี เพื่อหามาตรการปรับปรุงแก้ไข

พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะให้ยุติการพิจารณาโครงการเขื่อนใหม่ไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว เพื่อศึกษาทบทวนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาเขื่อนไฟฟ้า ใน สปป.ลาว เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงในการดำเนินการต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ เป็นเรื่อง เป็นลาว 

ญี่ปุ่นตะลึงเจอปืน-ดาบ-กระสุนกว่า 3,000 รายการฝังใต้ร.ร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338137

ญี่ปุ่นตะลึงเจอปืน-ดาบ-กระสุนกว่า 3,000 รายการฝังใต้ร.ร.

ญี่ปุ่นเจอปืนดาบ,ฝังใต้รร

คนงานก่อสร้างขุดพบปืน-ดาบ-กระสุนจำนวนมากถูกฝังใต้ดินโรงเรียนประถม  คาดมาจากยุคสงครามโลกครั้งที่สอง

เจ้าหน้าที่เมืองนิชิโตเกียว ชานกรุงโตเกียวด้านตะวันตก เปิดเผยว่า พบปืน 1,400 กระบอก มีดดาบ 1,200 เล่ม ระเบิดสำหรับซ้อม 8 ลูก  กระสุนปืนและลุกกระสุนปืนใหญ่ 302  นัด ถูกฝังอยู่ใต้ดินสนามเด็กเล่น โรงเรียนประถมทานะชิ ลึกลงไปใต้ดิน 1-2 เมตร

คนงานขุดพบเมื่อเดือนกรกฎาคม ระหว่างก่อสร้างโกดัง แห่งใหม่ในโรงเรียน

อาวุธทั้งหมดอยู่ในสภาพขึ้นสนิมทั้งหมดและผุกร่อน ตำรวจและกองกำลังป้องกันตนเองได้เข้าตรวจสอบแล้ว ไม่พบความเสี่ยงว่าจะเกิดเหตุระเบิด และได้ทำการเคลื่อนย้ายอาวุธเหล่านั้น

ไม่แน่ชัดว่าเหตุใดและทำไมอาวุธเหล่านั้น  จึงถูกนำไปฝังไว้ใต้ดิน  แต่เชื่อว่าเป็นยุทโธปกรณ์ของกองทัพสมเด็จพระจักรพรรดิ์  ที่เลิกใช้หลังญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 2488

ญี่ปุ่นพบลูกระเบิด และอาวุธตกค้างเป็นครั้งคราว  ไม่เว้นในย่านชุมชน หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติมานานกว่า 70 ปี แต่แทบไม่เคยเจออาวุธที่ทหารสมเด็จพระจักรพรรดิ์เคยใช้  และพบจำนวนมากในคราวเดียวเช่นนี้มาก่อน
ญี่ปุ่นตะลึงเจอปืน-ดาบ-กระสุนกว่า 3,000 รายการฝังใต้ร.ร.

ญี่ปุ่นตะลึงเจอปืน-ดาบ-กระสุนกว่า 3,000 รายการฝังใต้ร.ร.

 

ญี่ปุ่นตะลึงเจอปืน-ดาบ-กระสุนกว่า 3,000 รายการฝังใต้ร.ร.

 

คดีสะเทือนขวัญ!คุก12ปีแม่ขายลูกชาย 9 ขวบบำเรอกามพวกใคร่เด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338110

คดีสะเทือนขวัญ!คุก12ปีแม่ขายลูกชาย 9 ขวบบำเรอกามพวกใคร่เด็ก

พวกใคร่เด็ก,บำเรอกาม,ลูกชาย 9 ขวบ,ขายลูกชายออนไลน์

ศาลเยอรมนีตัดสินจำคุกแม่ 12 ปีครึ่ง จากความผิดสุดช็อก นำลูกชายวัยเพียง 9 ขวบ ขายบริการทางเพศผ่านดาร์กเน็ต

ศาลเมืองชเตาเฟน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี มีคำพิพากษาลงโทษสตรีวัย 48 ปี จำคุก 12 ปีครึ่ง ฐานขายบริการทางเพศลูกชายของตัวเองวัย 9 ขวบ บนดาร์กเน็ต เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่โปรแกรมค้นหาข้อมูลไปไม่ถึง  ส่วนเพื่อนชายวัย 39 ปีของเธอ ถูกตัดสินจำคุก 12 ปี

ทั้งสอง ซึ่งได้รับการเอ่ยชื่อว่า เบอร์ริน ที และ คริสเตียน แอล เป็นผู้ต้องสงสัยรายสำคัญในเครือข่ายใคร่เด็ก ที่มีฐานในเมืองชเตาเฟน ใกล้กับเมืองฟรายบวร์ก ทั้งคู่รับสารภาพว่าไม่เพียงแต่นำเด็กชายมาขายบริการ แต่ยังล่วงละเมิดเองด้วย
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเบอร์ริน ทีและเพื่อนชาย เกือบ 60 กระทง รวมถึงบังคับค้าประเวณี คุกคามทางวาจา ล่วงละเมิด ทำให้อับอายขายหน้า กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืน และจำหน่ายสื่อลามกอนาจาร ทั้งสองยอมให้ชายชาวเยอรมันและต่างชาติราว 12 คนที่ติดต่อกันทางดาร์กเวบ ข่มขืนและละเมิดลูกชายของตัวเองได้ รวมเป็นเวลาถึง  2 ปี แลกกับเงินรวมหลายพันยูโร ตำรวจพบคลิปวิดีโอการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายถูกนำไปขายออนไลน์ บางคลิปแสดงให้เห็นเด็กชายถูกคลุมหน้าและมัดไว้

ตำรวจเยอรมันซึ่งระบุว่าเป็นคดีโหดร้ายที่สุดคดีหนึ่งเท่าที่เคยสอบสวนมา เปิดโปงเครือข่ายใคร่เด็กเมืองชเตาเฟนได้เมื่อกันยายน 2560 หลังได้รับแจ้งเบาะแส ต่อมา จับกุมผู้ต้องสงสัย 8 คน รวมถึงแม่และเพื่อนชาย ซึ่งรายหลังเคยต้องโทษความผิดฐานละเมิดเด็กมาก่อน

จนถึงขณะนี้ มีชาวเยอรมัน 3 คน ชาวสวิส 1 คน และสเปนอีก 1 คน ที่ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 8-10 ปี ฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย โดยรายหลังสุด เป็นชายชาวสเปนวัย 33 ปี ถูกตัดสินจำคุก 10 ปีเมื่อวานนี้ ฐานข่มขืน และทำร้ายร่างกายขณะทำสื่อลามกอนาจาร นอกจากนี้ศาลสั่งให้เขาจ่ายค่าชดเชยเหยื่อ 18,000 ยูโร

คดีสะเทือนขวัญ!คุก12ปีแม่ขายลูกชาย 9 ขวบบำเรอกามพวกใคร่เด็ก

ชเตฟาน บือร์เกลิน ผู้พิพากษา กล่าวว่า แรงจูงใจที่มารดาร่วมวงทำร้ายลูกชายของตัวเอง เพื่อเป็นหลักประกันว่าคนรักใหม่จะไม่ทิ้งเธอ ต่อมา ก็กลายเป็นผลประโยชน์ทางการเงิน เพราะทั้งคู่หาเงินได้หลายพันยูโรจากการให้เช่าเด็กชายแก่พวกใคร่เด็ก

รายละเอียดการล่วงละเมิดที่ถูกเปิดเผยระหว่างการพิจารณาคดีที่เริ่มเมื่อเดือนมิถุนายน ช็อกทั้งพนักงานสอบสวนและสังคมเยอรมนี ขณะเกิดคำถามว่าเหตุใดทางการจึงล้มเหลวในการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก  ผลสอบสวนเผยถึงความหละหลวมของศาลครอบครัวและเยาวชน ที่ส่งผลให้เด็กชายอยู่ใน อีกทั้งเมื่อทางโรงเรียนแจ้งเตือนว่าเด็กอาจถูกละเมิด สำนักงานสวัสดิภาพเยาวชนกลับมองว่าข้อหายังคลุมเครือ และไม่ได้ทำอะไร

ปัจจุบัน เด็กชายอายุ 10 ขวบ อาศัยอยู่กับครอบครัวอุปการะ ทนายของเขากล่าวว่า เด็กสบายดี

“เฟซบุ๊ก-ยูทูบ-แอปเปิล”แบนสื่อขวาจัดจุดเกลียดชัง”INFOWARS”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338076

“เฟซบุ๊ก-ยูทูบ-แอปเปิล”แบนสื่อขวาจัดจุดเกลียดชัง”INFOWARS”

Infowars,แบนสื่อขวาจัด,เฟซบุ๊ก,ทวิตเตอร์,แอปเปิล

ยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ต แอปเปิล เฟซบุ๊ก สปอติฟาย และยูทูบ พร้อมใจกันลบเนื้อหาสำนักข่าวขวาจัดและผู้ก่อตั้ง

อเล็กซ์ โจนส์ นักจัดรายการแนวคบคิดและผู้ก่อตั้งเวบไซต์ขวาจัด  InfoWars ถูกลบคอนเทนท์หรือเนื้อหาบนแพลทฟอร์มของ แอปเปิล (ไอจูน)  เฟซบุ๊ก สปอติฟาย และยูทูบ โดยความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากสื่อสังคมออนไลน์รายใหญ่โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์และยูทูบ ถูกกล่าวหามานานไม่ได้พยายามมากพอเพื่อสกัดกั้นการแพร่ข้อมูลผิดๆและความเกลียดชัง

เฟซบุ๊ก ปิดเพจของ InfoWars  เนื่องจากเชิดชูความรุนแรง ใช้ภาพแสดงความรุนแรง และใช้ภาษาลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ในบรรยายถึงชาวข้ามเพศ มุสลิม และผู้อพยพ ซึ่งถือเป็นการละเมิดนโยบายห้ามเฮท สปีช หรือแสดงความเห็นสร้างความเกลียดชัง

หลายวันก่อน เฟซบุ๊กถอดคลิปวิดีโอ 4 คลิปที่โจนส์โพสต์ เนื่องจากละเมิดนโยบายเฮทสปีช  รวมถึงคลิปหนึ่งที่เปรียบเทียบผู้ผลิตรายการโชว์เกี่ยวกับชายที่แต่งกายเป็นหญิงว่าเป็น “ซาตาน”

แต่โจนส์ตอบโต้ด้วยการโพสต์เพิ่มอีกบนเพจอื่น ทำให้เฟซบุ๊กตัดสินใจระงับเพจหลัก 4 เพจของเขา แต่ให้เหตุผลเรื่องการใช้ภาษารุนแรง ไม่ใช่เพราะทฤษฎีคบคิด

ด้าน Spotify แอพฟังเฟลง ก็ถอดพอดแคสต์ของโจนส์ออกบางตอน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฐานละเมิดกฎห้ามเฮท สปีช ต่อมา ก็สั่งห้ามรายการทั้งหมด ส่วนแอปเปิลถอดพอดแคสต์ของโจนส์ส่วนใหญ่ออกจากไอจูนเช่นกัน  และเวบไซต์ ยูทูบ ปิดช่องของโจนส์ ซึ่งมีผู้ติดตามราว 2.4 ล้านคน

Pinterest ก็ลบบัญชีของเวบไซต์  InfoWars เช่นกัน คงเหลือทวิตเตอร์ ที่ระบุว่า Infowars และบัญชีผู้ใช้ของโจนส์ยังไม่ได้ทำอะไรผิดกฎ

อเล็กซ์ โจนส์ โด่งดังจากการแพร่ทฤษฎีคบคิดหลายเรื่อง เช่น รัฐบาลสหรัฐอยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายหลายครั้ง รวมถึงแต่งเรื่องเหตุวินาศกรรมสลัดอากาศบังคับเครื่องบินถล่มตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์และกระทรวงกลาโหม เมื่อ 11 กันยายน 2544
นอกจากนี้ โจนส์กล่าวหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เหตุยิงกราดที่โรงเรียนประถมแซนดีฮุก รัฐคอนเน็คติคัต สังหารหมู่นักเรียน 20 ศพ และครูกับบุคลากรโรงเรียนอีก 6 คน เมื่อ 6 ปีก่อน เป็นเรื่องลวงโลก และพ่อแม่ของเหยื่อเหล่านั้น เป็นนักแสดง เพื่อดิสเครดิตกลุ่มลอบบี้ปืน  ข้อกล่าวหาของโจนส์ ทำให้พ่อแม่ของเด็กที่เศร้าโศกกับการสูญเสียลูกอยู่แล้ว ถูกก่อกวนรังควาญและถูกขู่ฆ่า

ครอบครัวของเหยื่อยื่นฟ้องนักจัดรายการแนวคบคิดวัย 44 ปีจากรัฐเท็กซัสรายนี้ กล่าวหาว่าเขาใช้ความเจ็บปวดของผู้อื่นขยายฐานผู้ชม แต่โจนส์ฟ้องกลับ

สำนักข่าว  VOA THAI รายงานว่า แม้คนจำนวนมากต่างมองว่าความคิดของโจนส์นั้นค่อนข้างหลุดโลก แต่เขาก็มีคนที่ติดตามมากมาย รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เอง เคยไปปรากฎตัวในการให้สัมภาษณ์กับ InfoWars เมื่อคราวที่กำลังลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และยังกล่าวชื่นชมนายอเล็กซ์ โจนส์ ว่า “มีกิตติศัพท์ระบือไกล” และตนจะไม่ทำให้นายโจนส์ต้องผิดหวังอีกด้วย