เจ้าบ่าวจูบลาเจ้าสาวมะเร็งคร่าชีวิตหลังแต่งงานวันเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338023

เจ้าบ่าวจูบลาเจ้าสาวมะเร็งคร่าชีวิตหลังแต่งงานวันเดียว

เจ้าสาวแต่งงานวันเดียว,มะเร็งคร่าชีวิต,เจ้าบ่าว

สื่อมาเลเซียรายงานเรื่องราวความรักทั้งเศร้าและซึ้งของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ที่แต่งงานได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง เจ้าสาวก็จากไปเพราะโรคะเร็ง

ฟาติน นูร์สเยาะห์ฮิราน ยูซูฟ หญิงสาวชาวมาเลเซียวัย 24 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งเนื้อเยื่อระยะที่ 4 ได้เข้าพิธีสมรสกับคนรักของเธอ อัสซาม เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา

แต่เช้าวันรุ่งขึ้น เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เพราะหายใจลำบาก และจากไปในที่สุด

 

เจ้าบ่าวจูบลาเจ้าสาวมะเร็งคร่าชีวิตหลังแต่งงานวันเดียว 

( ภาพวันหมั้น เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ) 

ชูคูร์ ยูซุฟ พี่ชายเจ้าสาววัย 30 ปี ซึ่งนำเรื่องราวของน้องสาวมาถ่ายทอดบนเฟซบุ๊ก โพสต์ว่า ฟาตินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังละหมาดเย็นวันศุกร์ น้องสาวทรมาน เขาพยายามให้กำลังใจขณะตนเองก็ร้องไห้ไปด้วย

ฟาตินเข้ารับการผ่าตัดสองครั้งและฉายแสงมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่มะเร็งลามทั่วร่างกาย

 

เจ้าบ่าวจูบลาเจ้าสาวมะเร็งคร่าชีวิตหลังแต่งงานวันเดียว 

อัสซามและฟาตินหมั้นเมื่อมิถุนายน 2560 การแต่งงานเป็นความประสงค์สุดท้ายของเธอ และครอบครัวทั้งสองฝ่ายก็เห็นพ้องให้จัดพิธีแต่งงานแม้อาการของฟาตินไม่สู้ดี “เราทราบซึ้งในความจริงใจของอัสซามและครอบครัว ที่ยอมรับคนป่วยไข้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพวกเขา” พี่ชายหญิงสาวกล่าว

 

เจ้าบ่าวจูบลาเจ้าสาวมะเร็งคร่าชีวิตหลังแต่งงานวันเดียว 

 

( พระเจ้ารักเธอมากกว่า เธอจากพวกเราไปรุ่งเช้าวันเสาร์ โดยมีแม่ พ่อ สามีของเธอ และผมอยู่รอบข้าง” ชูร์ ยูซุฟ เขียนบนเฟซบุ๊ก ) 

พิธีแต่งงานจัดขึ้นแบบเรียบง่าย มีสมาชิกในครอบครัว สักขีพยานและอิหม่าม เข้าร่วม

 

เจ้าบ่าวจูบลาเจ้าสาวมะเร็งคร่าชีวิตหลังแต่งงานวันเดียว 

พี่ชายเจ้าสาว กล่าวด้วยว่า พวกเราขอบคุณและโล่งอกที่ว่าทั้งสองได้เป็นสามีภรรยากัน แม้ในเวลาสั้นๆ และน้องสาวของเขาเป็นเจ้าสาวที่สวยมาก

ครอบครัวยอมรับการจากไปของฟาตินว่า เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า

ที่มา The Star

อเมริกันแอร์ไลนส์”ไล่นศ.จีนลงเครื่องปม”เชลโล”ใหญ่เกินไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/338009

อเมริกันแอร์ไลนส์”ไล่นศ.จีนลงเครื่องปม”เชลโล”ใหญ่เกินไป

อเมริกันแอร์ไลนส์,ไล่นศจีน,เชลโล,เชลโลใหญ่เกินไป

สายการบินอเมริกันตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนัก นักบินเชิญนักศึกษาดนตรีชาวจีนลงเครื่อง ทั้งที่เธอซื้อตั๋วเผื่อวางเชลโลไว้แล้ว

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา บนเที่ยวบิน 2457  สายการบิน “อเมริกัน แอร์ไลนส์” จากไมอามี ไปนครชิคาโก หญิงสาวชาวจีนซึ่งได้รับการเปิดเผยนามสกุล หู เดินทางกลับชิคาโกพร้อมกับเชลโล หลังไปร่วมเทศกาลดนตรี

                    เจ ถัง สามีของเธอเขียนบนเฟซบุ๊ก และทวิตถึงสื่อสหรัฐหลายสำนักว่า ภรรยาซึ่งเป็นนักศึกษาดนตรี มหาวิทยาลัย DePaul จากเซี่ยงไฮ้ ได้สอบถามข้อมูลไว้ล่วงหน้า และซื้อที่นั่งเสริมสำหรับเครื่องดนตรีราคา 3 หมื่นดอลลาร์ (เกือบ 1 ล้านบาท )ไว้แล้ว เธอเช็คอินที่สนามบินชิคาโก ผ่านการตรวจรักษาความปลอดภัย และขึ้นไปบนเครื่องบินเรียบร้อย โดยพนักงานต้อนรับ ยังได้นำสายคาดยาวพิเศษรัดเชลโลเพิ่มความแน่นหนา ระหว่างรอเครื่องบินทะยานขึ้นอีกด้วย  

 

อเมริกันแอร์ไลนส์"ไล่นศ.จีนลงเครื่องปม"เชลโล"ใหญ่เกินไป 

แต่ไม่กี่นาทีก่อนประตูทางขึ้นเครื่องจะปิดลง จู่ๆ  หญิงสาวได้รับแจ้งว่าเธอต้องลงจากเครื่อง เนื่องจากเครื่องบินลำนี้  “เล็กเกิน”กว่าที่จะพาเชลโลของเธอเดินทางโดยปลอดภัยได้ สร้างความประหลาดใจแก่เธออย่างมาก เพราะขาไป เธอโดยสารเที่ยวบินอเมริกันแอร์ไลนส์ จากชิคาโกไปไมอามี พร้อมกับเชลโลโดยไม่มีปัญหาอะไรเลย

 

อเมริกันแอร์ไลนส์"ไล่นศ.จีนลงเครื่องปม"เชลโล"ใหญ่เกินไป 

จากนั้นมีเรื่องแปลกเกิดขึ้นอีก ขณะที่เธอกำลังจะลงจากเครื่อง หีบใส่เชลโลของเธอกระแทกกับนักบิน และเขาอ้างทันทีว่า ทำให้เขามีเลือดออก หูจึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปของเขาไว้ นักบินคนนั้นกลับชูสองนิ้ว พร้อมพูดว่า “นี่ไงเหตุผลที่เราต้องให้เธอลงไป”

เมื่อลงจากเครื่องมาที่สนามบิน ตำรวจ 3 นายเข้ามารายล้อม ขณะที่เธอกำลังหาเที่ยวบินใหม่ พนักงานสายการบินแจ้งว่า เธอต้องซื้อตั๋วเฟิร์สคลาสหรือบิสเนส จึงจะเดินทางไปชิคาโกได้  เนื่องจากเป็นกฎของสำนักงานการบินสหรัฐ (เอฟเอเอ) แต่แท้จริงแล้ว เอฟเอเอมีกฎอยู่ว่า ผู้โดยสารได้รับอนุญาตให้นำเครื่องดนตรีขนาดใหญ่อย่างเชลโลขึ้นเครื่องได้ หากซื้อที่นั่งเพิ่ม น้ำหนักสัมภาระบนที่นั่งต้องไม่เกิน 165 ปอนด์ และขนาดต้องพอดีวางบนที่นั่งสำหรับเครื่องบินบางรุ่น  เอ็นบีซีไฟว์ ชิคาโก รายงานว่าเครื่องดนตรีของหู หนักไม่เกิน 10 ปอนด์

 

อเมริกันแอร์ไลนส์"ไล่นศ.จีนลงเครื่องปม"เชลโล"ใหญ่เกินไป 

สามีของเธอ แจ้งบนเฟซบุ๊กว่า สายการบินได้ขอโทษภรรยาของเขาแล้ว แต่เขาคิดว่าเหตุผลแท้จริงที่ทำให้ภรรยาถูกเชิญลง เพราะเที่ยวบินนั้นขายตั๋วเกินที่นั่ง เพราะเพื่อนของภรรยาที่เดินทางไปด้วยกันและยังอยู่บนเครื่องหลังจากนั้น บอกว่า หลังภรรยาลงมา ก็มีผู้โดยสาร 2 คนเข้าไปนั่งแทนที่นั่งของภรรยาและที่นั่งของเชลโล สามีมั่นใจว่าภรรยาไม่ได้ทำอะไรผิดกฎและการปฏิบัติของสายการบินทำให้ภรรยารู้สึกอับอาย

 

อเมริกันแอร์ไลนส์"ไล่นศ.จีนลงเครื่องปม"เชลโล"ใหญ่เกินไป 

อเมริกันแอร์ไลนส์ ขอโทษแล้ว พร้อมชี้แจงว่าเป็นการสื่อสารผิดพลาด เกี่ยวกับเชลโลที่ผู้โดยสารนำมาด้วยเป็นไปตามเงื่อนไขสำหรับใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 หรือไม่  สายการบินได้จัดเที่ยวบินใหม่ไปกับเครื่องบินโบอิ้ง 767 ให้เธอในเช้าวันรุ่งขึ้น พร้อมบริการอาหารและที่พักโรงแรมฟรีกับการที่ต้องอยู่ในไมอามีนานกว่าเดิม

หู ซึ่งร่ำไห้หลังเดินทางถึงสนามบินชิคาโก ว่าเธอรู้สึกหมดแรงจากปัญหาที่เกิดขึ้น และเกิดความเครียดหากเดินทางกับเครื่องดนตรีของเธออีกครั้ง “พวกเขาจะไล่ฉันลงอีกไหม ฉันกังวลมาก”

แม่”บินลาเด็น”พูดครั้งแรกลูกชายถูกล้างสมอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/337801

แม่”บินลาเด็น”พูดครั้งแรกลูกชายถูกล้างสมอง

แม่บินลาเด็น,พูดครั้งแรก,ล้างสมอง

ให้สัมภาษณ์สื่อครั้งแรก แม่บินลาเด็นบอกลูกชายเคยเป็นเด็กดี แต่ตกเป็นเหยื่อคลั่งลัทธิ

 

นางอาลีอา กาเนม มารดาของนายอุสมา บินลาเด็น อดีตผู้นำกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ได้ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก กับมาร์ติน ชูลอฟ จากหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ ที่คฤหาสน์ของครอบครัวในเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

โดยเธออธิบายว่า เหตุใดบินลาเด็นจึงกลายมาเป็นผู้นำเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาบงการก่อวินาศกรรมช็อกโลกโจมตีสหรัฐเมื่อกันยายน 2544

นางกาเนม ยืนยันว่า เด็กชายบินลาเด็นเป็นเด็กดี อยู่ในศีลในธรรม และรักแม่มาก กระทั่งได้พบกับคนบางคนที่ล้างสมองเขาตอนที่ลูกชายอายุ 20 ต้นๆ  ระหว่างเรียนเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคิง อับดุลลาซิส ในเมืองเจดดาห์ อาจกล่าวได้ว่า คนเหล่านั้นเป็นพวกคลั่งลัทธิก็ได้ เธอบอกลูกให้อยู่ห่างคนเหล่านั้น แต่บินลาเด็นไม่เคยบอกว่ากำลังทำอะไรอยู่   เมื่อเธอรู้ว่าลูกชายกลายเป็นนักรบญีฮาด เธอเสียใจและผิดหวังอย่างที่สุด

แต่พี่น้องร่วมสายโลหิตคนหนึ่งของบินลาเด็น กล่าวว่า ล่วงเลยมา 17 ปี นับตั้งแต่เหตุวินาศกรรม 9/11 เธอยังคงไม่ยอมรับ เพราะรักลูกมาก ปฏิเสธที่จะโทษว่าเป็นความผิดของลูก แต่เลือกโทษคนรอบตัวเขา แม่รู้จักแต่ด้านดีของลูกชาย แต่ไม่รู้จักอีกด้านเลย

ปีเตอร์ เบอร์เกน นักวิเคราะห์ความมั่นคงของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับบินลาเด็นและอัลกออิดะห์ 4 เล่ม เขียนถึงบทสัมภาษณ์ของแม่บินลาเด็น ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะทั้งสองใกล้ชิดกันมาก เรื่องราวบินลาเด็นแต่หนหลังยังเป็นที่รับรู้น้อย

นางกาเนม หย่าจากโมฮัมเหม็ด บิน ลาเด็น จากตระกูลร่ำรวยในซาอุดิอาระเบีย เมื่อตอนที่เด็กชายอุสมา  อายุ 3 ขวบ  พ่อของอุสมา บิน ลาเด็น มีลูก 53 คน กับภรรยา 20 คน เขาเสียชีวิตในเหตุเครื่องบินตกขณะอุสมาอายุ 10 ขวบ หลังแยกทางกัน นายโมฮัมเหม็ด อัล-อัสตาส สามีคนที่สองของแม่คือคนที่เลี้ยงดูเด็กชายอุสมา

นางกาเนมให้สัมภาษณ์ครั้งแรกได้ เพราะรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ภายใต้มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน พระราชทานอนุญาต เบอร์เกน ชี้ว่าเพราะซาอุฯต้องการแย้งว่าบินลาเด็นไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆจากทางการซาอุฯ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ญาติเหยื่อเหตุ 9/11 ฟ้องร้องรัฐบาลริยาดห์อยู่

 

                    แม่ของบินลาเด็น โทษคนนอก อาทิ อับดุลเลาะฮ์ อัสซาม ชาวปาเลสไตน์ ที่มักถูกยกเป็นบิดาแห่งญีฮาดโลก ว่าล้างสมองลูกชายของเธอ จนหันไปทำสงครามศาสนาตอนอายุ 20 ปี  บินลาเด็นไปร่วมรบในสงครามศักดิ์สิทธิในอัฟกานิสถาน เพื่อต่อต้านการยึดครองของสหภาพโซเวียตช่วงกลางคริสต์ทศวรรษที่ 1980

อัสซาม ซึ่งถูกลอบสังหารในปากีสถานเมื่อปี 2532 แต่ถึงจะเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่บินลาเด็น แต่บุคคลผู้นี้ไม่เคยพุ่งเป้าโจมตีสหรัฐ

มารดาของบินลาเด็น ยืนยันว่า เธอเป็นชาวอาลาวียะห์ จากซีเรีย นิกายอาลาวียะห์แยกย่อยจากอิสลามนิกายชีอะฮ์ ข้อมูลส่วนนี้ช่วยเติมเต็มปูมหลังของบินลาเด็นได้ด้านหนึ่งว่า เหตุใด อดีตผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายรายนี้ ไม่สนับสนุนหรือทำสงครามกับชีอะฮ์ เหมือนกับกลุ่มสุดโต่งสายสุหนี่ทั้งหลาย เช่น ไอเอส

นางกาเนม กล่าวว่า เมื่อรู้ว่าลูกชายถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลัง 9/11 เธอรู้สึกช็อก “เรารู้สึกละอายใจ เราทุกคนรู้ว่าจะต้องเจอผลตามมาอย่างน่ากลัว”

ทางการซาอุฯสอบปากคำคนในครอบครัวบินลาเด็น และพวกเขาไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ระยะหนึ่ง

นางกาเนม ติดต่อกับภรรยาม่าย 3 คนของบินลาเด็นเป็นประจำ ทั้งสามคนอยู่ในซาอุดีอาระเบีย หลังสหรัฐส่งหน่วยซีล ปฏบัติการปลิดชีพสามีของพวกเธอที่กบดานในเมืองอับบอตตาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อปี 2554

หลังสุดที่นางกาเนมได้พบกับลูกชาย คือตอนที่อยู่ในเมืองคันดาฮาร์ ทางใต้อัฟกานิสถานในปี 2542 หนึ่งปีหลังจากอัลกอดิดะห์โจมตีสถานทูต 2 แห่งในแอฟริกา คร่าชีวิตเหยื่อกว่า 200 คน

เบอร์เกน นักวิเคราะห์ซีเอ็นเอ็นระบุว่า เรื่องที่ไม่ได้อยู่ในบทสัมภาษณ์ของการ์เดียน คือมารดาของเขาเดินทางไปยังคันดาฮาร์ ตามคำขอของรัฐบาลซาอุฯ เพื่อพยายามโน้มน้าวให้ลูกชายวางมือจากก่อการร้าย เรื่องนี้มาจากคำบอกเล่าของ อาบู จันดัล หัวหน้าบอดีการ์ด ซึ่งเขาบอกด้วยว่าบินลาเด็นเคารพรักแม่อย่างสูง แต่บอกกับแม่ว่าไม่อาจยุติการต่อสู้ได้ เพราะเป็นหลักการที่เก็บไว้ในหัวใจ และสัญญากับพระเจ้าไว้ว่าจะไม่ล้มเลิก

ว่าที่นายกฯเพลย์บอยแห่งปากีสถาน”อิมรอน ข่าน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/337757

ว่าที่นายกฯเพลย์บอยแห่งปากีสถาน”อิมรอน ข่าน”

ปากีสถาน,อิมรอน ข่าน,เพลย์บอย

โดย ..บุุญญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

อิมรอน ข่าน วัย 65 ปี อดีตนักคริกเก็ตระดับตำนานของปากีสถานและอดีตเพลย์บอยลือชื่อที่ฝังชีวิตยามราตรีตามบาร์และไนต์คลับดังทั่วกรุงลอนดอน ก่อนจะผันตัวเองเป็นนักการเมืองกำลังจะสร้างตำนานหน้าใหม่ให้แก่ตัวเองในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ผู้กำลังจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 14 สิงหาคมนี้

ว่าที่นายกฯเพลย์บอยแห่งปากีสถาน"อิมรอน ข่าน"

 

ยังไม่ทันจะขึ้นมาสวมหัวโขนนายกฯ อย่างเป็นทางการ หลายคนอดแสดงความห่วงใยไม่ได้ว่า อิมรอน ข่าน จะอยู่ได้นานแค่ไหน หนึ่งนั้นเพราะนโยบายของพรรคปากีสถาน เตห์รีค อี อินซาฟ (พีทีไอ) ที่แปลว่า การเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรม ที่ข่านตั้งมากับมือ มักจะแกว่งไปมาตลอดเหมือนกับอารมณ์ของเขา

ที่สำคัญเจ้าตัวมีประวัติว่าสนับสนุนกองทัพให้เข้ามาแทรกแซงการเมืองในประเทศในหลายยุคหลายสมัยด้วยกัน การเลือกตั้งครั้งนี้กองทัพจึงตอบแทนด้วยการหนุนหลังพรรคพีทีไอเต็มตัว กระทั่งชนะเลือกตั้ง เป็นเหตุให้ถูกครหาว่าเป็นนายกฯ ที่ทหารลากตั้ง ที่สำคัญก็คือในประเทศนี้ ไม่เคยมีประวัติว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใดนั่งอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ ที่แล้วๆ มามักจะมีอันกระเด็นหลุดจากตำแหน่งก่อนครบวาระเสมอ

ว่าที่นายกฯเพลย์บอยแห่งปากีสถาน"อิมรอน ข่าน"

( รูปกับ เอลิซาเบท เฮอร์ลีย์ ปี 2549 ) 

 

เหนืออื่นใด หลายคนกำลังจับจ้องว่าเมื่อ อิมรอน ข่าน ขึ้นมาเป็นนายกฯ แล้วจะทำให้การเมืองยิ่งน้ำเน่ามากขึ้นจากความเป็นเพลย์บอยของตัวเองหรือไม่ นอกเหนือจากที่เคยฉาวโฉ่ในอดีตว่าเต็มไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่นแล้ว เพราะความที่หน้าตาดีแถมยังประสบความสำเร็จในฐานะนักคริตเกตชื่อดังตั้งแต่ยังเด็ก เจ้าตัวเคยเป็นข่าวฉาวมาแล้วทั้งทำให้ผู้หญิงท้องแล้วไม่รับทารกที่คลอดออกมาว่าเป็นลูก หรือผ่านการแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งมักจะจบลงด้วยการหย่าร้างทุกครั้ง ช้าบ้างเร็วบ้าง รายที่ 2 แต่งได้นานแค่ 10 เดือนเท่านั้น 

ส่วนรายที่ 3 อิมรอน ข่าน เพิ่งจะออกปากขอแต่งงาน แต่ฝ่ายหญิงยังไม่ยอมรับปาก

หนึ่งในผู้หญิงที่เคยมีข่าวว่า อิมรอน ข่าน พัวพันด้วย ก็คือเจ้าหญิงไดอานา แต่ภายหลังความจริงค่อยปรากฏว่าเขาเป็นแค่ตัวหลอก เพื่อปิดบังเรื่องที่เจ้าหญิงไดอานามีความสัมพันธ์กับญาติของเขาเอง

ครั้งหนึ่ง อิมรอน ข่าน เคยให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า ได้รับการขอร้องจากเจ้าหญิงไดอานา ผู้เป็นสหายสนิท ให้ช่วยเป็นพ่อสื่อระหว่างพระองค์กับศัลยแพทย์โรคหัวใจลูกครึ่งอังกฤษ-ปากีสถาน ซึ่งเป็นญาติของเขา นายแพทย์ผู้นั้นก็คือ นพ.ฮัสนัท ข่าน ซึ่งพระสหายหลายคนของเจ้าหญิงไดอานาเคยกระซิบว่าเป็น “รักแท้ของไดอานา” ทั้ง 2 คนได้ลักลอบคบหากันโดยเจ้าหญิงไดอานาทรงเรียก นพ.ฮัสนัท ข่าน ว่า “มิสเตอร์วันเดอร์ฟูล”

ต่อมา อิมรอน ข่าน ได้ทูลเชิญเจ้าหญิงไดอานาให้เสด็จเยือนปากีสถานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2539 และพระองค์ได้พบกับครอบครัวของฮัสนัทอย่างลับๆ ด้วย อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนที่อิมรอน ข่าน รู้เห็นเป็นใจด้วยก็จบลงในอีก 2 ปีต่อมาโดยไม่มีใครทราบชัดว่าใครเป็นคนบอกเลิกก่อน จากนั้นไม่นาน เจ้าหญิงไดอานาได้ทรงหันไปคบกับโดดี อัล ฟายเอ็ด ลูกชายของมหาเศรษฐี โมฮัมเหม็ด อัลฟาเอ็ด เจ้าของห้างแฮร์ร็อดในกรุงลอนดอน ก่อนจะสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุรถยนต์หลังจากนั้นแค่ 3 เดือน

ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของปากีสถานเติบโตมาจากครอบครัวร่ำรวยที่สืบเชื้อสายชนเผ่าปาทานที่อพยพมาจากอัฟกานิสถาน หลังจากเรียนจบระดับมัธยมจากโรงเรียนชั้นนำในประเทศ ได้เดินทางไปเรียนต่อที่คณะปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระหว่างนั้นเจ้าตัวยังคงเล่นคริกเก็ตเป็นประจำ กระทั่งเมื่อเดินทางกลับบ้านเกิดเมื่อปี 2519 ข่านได้เป็นนักกีฬาคริกเก็ตทีมชาติ และได้เป็นกัปตันทีมเมื่อปี 2525 อีก 10 ปีต่อมา อิมรอน ข่าน ก็พบกับความรุ่งโรจน์ที่สุดในชีวิตนักกีฬา เมื่อสามารถนำทีมชาติคริกเก็ตปากีสถานคว้าชัยชนะในการแข่งขันคริกเก็ตโลก

ว่าที่นายกฯเพลย์บอยแห่งปากีสถาน"อิมรอน ข่าน"

 

ช่วงที่อาชีพนักกีฬาคริกเก็ตรุ่งโรจน์ในอังกฤษระหว่างทศรรษ 2513-2523 และหลังจากแม่เสียชีวิต ข่านเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นหนุ่มสังคมและเพลย์บอยที่สิงสถิตตามบาร์และไนต์คลับที่ลอนดอนไม่เว้นแต่ละคืน แม้เจ้าตัวจะยังคงปากแข็งอ้างว่าไม่ชอบผับอังกฤษและไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็ไม่อาจสลัดภาพเพลย์บอยและไฮโซหนุ่มชื่อดังได้

ระหว่างนั้น อิมรอน ข่าน ได้คบหากับ ซิตา ไวท์ ธิดาของ กอร์ดอน ไวท์ ราชาอุตสาหกรรมชื่อดัง ทั้ง 2 คนมีความสัมพันธ์ยาวนาน 6 ปี กระทั่งข่านเห็นด้วยที่จะมีลูกด้วยกัน ซิตา ไวท์ ได้ตั้งครรภ์และคลอดลูกสาว 1 คน ชื่อ ไทเรียน เจด ไวท์ เมื่อปี 2535 แต่แล้วข่านกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมรับลูกคนนี้เนื่องจากเป็นลูกสาว เขาขอให้เธอไปทำแท้งด้วยซ้ำ ต่อมาผู้พิพากษาคนหนึ่งที่ลอสแองเจลิส ได้ตัดสินเมื่อปี 2540 ชี้ขาดว่าอิมรอน ข่าน เป็นพ่อของทาริกาน้อย แต่ข่านแถลงปฏิเสธ ต่อมาคณะกรรมการเลือกตั้งปากีสถานตัดสินเมื่อปี 2550 ว่าข่านไม่ได้เป็นพ่อของไทเรียน เจด ไวท์ เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันในข้อนี้

ระหว่างใช้ชีวิตเยี่ยงหนุ่มโสดผู้ไม่มีข้อผูกพันใดๆ ข่านมีความสัมพันธ์กับหญิงงามมากหน้าหลายตานับแทบไม่ถ้วน ซึ่งต่างหลงใหลในความหล่อและชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก กระทั่งได้สมญาว่าบุรุษเจ้าสำราญและเพลย์บอย ผู้เป็นขาประจำของไนต์คลับในลอนดอน

 

ว่าที่นายกฯเพลย์บอยแห่งปากีสถาน"อิมรอน ข่าน"

( เจมิมา โกลด์สมิธ )

ขณะมีอายุ 43 ปี อิมรอน ข่าน ตัดสินใจจบชีวิตโสดด้วยการแต่งงานกับ เจมิมา โกลด์สมิธ นักข่าวและโปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2538 โดยใช้เวลาแค่ 2 นาทีในพิธีแต่งงานแบบอูร์ดูที่ปารีส แต่อีก 1 เดือนให้หลัง ทั้ง 2 คนได้จัดพิธีแต่งงานอีกรอบที่อังกฤษ เจมิมา เป็นน้องสาวของแซก โกลด์สมิธ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงลอนดอนและส.ส.พรรคอนุรักษนิยม ได้เปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม ทั้ง 2 คนมีลูกชายด้วยกัน 2 คน ชื่อ สุไลมาน อิซะ และกาซิม

ผ่านไปหลายปี เริ่มมีข่าวลือหนาหูว่าชีวิตสมรสของทั้ง 2 คนเริ่มวิกฤติ แม้พรรคพีทีไอจะลงโฆษณาตามหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ปฏิเสธข่าวนี้ แต่ในที่สุดเมื่อกลางปี 2547 ก็มีการแถลงอย่างเป็นทางการว่าชีวิตสมรสนาน 9 ปีของทั้งสองคนได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่เจมิมาจะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ในปากีสถานได้

 

ว่าที่นายกฯเพลย์บอยแห่งปากีสถาน"อิมรอน ข่าน"

( เรฮาม ข่าน ) 

ต่อมา เมื่อต้นปี 2558 มีการแถลงข่าวว่า อิมรอน ข่าน แต่งงานใหม่กับเรฮาม ข่าน วัย 41 ปี นักข่าวสาวลูกครึ่งอังกฤษ-ปากีสถาน และอดีตผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศของสถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษ โดยพิธีจัดขึ้นอย่างง่ายๆเป็นการส่วนตัวที่บ้านของข่านที่อิสลามาบัด อย่างไรก็ดี เรแฮม ข่าน ได้เขียนในหนังสืออัตชีวประวัติของเธอว่า จริงๆ แล้วทั้งสองคนได้เข้าพิธีแต่งงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 แต่เพิ่งประกาศในต้นปี 2558

อิมรอน ข่าน เองได้แถลงข่าวที่กรุงอิสลามาบัดว่าแต่งงานกับเรแฮมจริง โดยได้ประกอบพิธีอย่างถูกต้องตามหลักศาสนา พร้อมกับยืนยันว่า การแต่งงานไม่ใช่อาชญากรรม ทุกคนสามารถแต่งงานได้ทุกเมื่อที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ
แต่แล้วชีวิตแต่งงานครั้งที่ 2 ก็ล่มอย่างรวดเร็วในเวลาแค่ 10 เดือนเท่านั้น เมื่อทั้ง 2 คนแสดงความจำนงในเดือนตุลาคมปีเดียวกันว่าจะหย่าโดยไม่บอกเหตุผลใดๆ

 

ว่าที่นายกฯเพลย์บอยแห่งปากีสถาน"อิมรอน ข่าน"

ตั้งแต่กลางปี 2559 ปลายปี 2560 และต้นปี 2561 มีรายงานเป็นระยะๆ ว่าข่านได้แต่งงานครั้งที่ 3 กับ บุษรา มานิกา ข่าน ที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณของเขา แต่ครอบครัวงของฝ่ายหญิงรวมทั้งพรรคพีทีไอต่างปฏิเสธข่าวนี้ พรรคพีทีไอยังได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสถานีโทรทัศน์ข่าวสถานีหนึ่งที่รายงานข่าวนี้ อย่างไรก็ ตาม

สำนักเลขาฯ พรรคแถลงเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2561 ว่า อิมรอน ข่าน ได้ขอแต่งงานกับมานิกา แต่เธอยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

การเมือง กีฬาและความรัก ของอิมรอน ข่าน คงจะเป็นที่กล่าวขวัญไปอีกนานตราบใดที่ชีวิตของเขาวนเวียนอยู่กับ 3 สิ่ง

แม่ใจเด็ดโยนลูกลงจากตึกไฟไหม้ให้คนช่วยก่อนสิ้นลม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/337743

แม่ใจเด็ดโยนลูกลงจากตึกไฟไหม้ให้คนช่วยก่อนสิ้นลม

ไฟไหม้,แม่ใจเด็ด,ช่วยลูก,ตึกไฟไหม้

คลิปที่กำลังเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์จีน แสดงเหตุการณ์สุดสะเทือนใจจากเหตุเพลิงไหม้อพาร์ทเมนต์หลังหนึ่ง ในเมืองซูชาง มณฑลเหอหนาน

เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ( 3 ส.ค.) แม่และลูกสาว วัย 3 ขวบกับลูกชายวัย  9 ขวบติดอยู่บนห้องชั้น 5 ในเมืองซูชาง มณฑลเหอหนาน หลังเกิดไฟไหม้

จากคลิปเห็นควันสีเทาพวยพุ่งจากห้องพัก และเริ่มแรก แม่ทิ้งผ้าปูที่นอนและผ้าห่มลงมาก่อน โดยที่เบื้องล่าง มีผู้ชายจำนวนหนึ่งรวมตัวกันอยู่พร้อมจะช่วยกัน

จากนั้น แม่จับลูกชายวัย 9 ขวบนั่งบนขอบหน้าต่าง ก่อนดันลูกร่วงลงมาจากชั้น 5 ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของฝูงชน

หลังมั่นใจว่าลูกชายปลอดภัยแน่ เธอหันไปช่วยลูกสาววัย 3 ขวบ พ้นอันตรายจากไฟไหม้ด้วยวิธีเดียวกัน โดยผู้คนเบื้องล่างตะโกนให้กำลังใจ เธอจึงปล่อยลูกสาวลงมาอีกคน

ภาพตัดไปที่พนักงานดับเพลิงรุดไปช่วยผู้เป็นแม่ ซึ่งเชื่อว่าหลังจากช่วยชีวิตลูกได้แล้ว เธอก็หมดสติไป

หน่วยกู้ชีพรีบนำตัวแม่ลูกส่งโรงพยาบาล แต่โชคร้าย ผู้เป็นแม่สิ้นใจจากสำลักควัน ส่วนลูกทั้งสองคน อาการทรงตัว

 

 แม่ใจเด็ดโยนลูกลงจากตึกไฟไหม้ให้คนช่วยก่อนสิ้นลม

 

 แม่ใจเด็ดโยนลูกลงจากตึกไฟไหม้ให้คนช่วยก่อนสิ้นลม

เสนอชื่อคนคุกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีบราซิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/337735

เสนอชื่อคนคุกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีบราซิล

บราซิล,คนคุก,เสนอชื่อ,ประธานาธิบดี

แรงดีไม่มีตก อดีตผู้นำขวัญใจคนยากบราซิลได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

เมื่อวานนี้ ( 4 ส.ค.) สามพรรคการเมืองหลักของบราซิล จัดประชุมใหญ่เพื่อประกาศชื่อตัวแทนพรรคลงชิงเก้าอี้ตำแหน่งประธานาธิบดีรอบแรก ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคม

จุดสนใจอยู่ที่ พรรคแรงงาน ที่จัดประชุมใหญ่ในเซาเปาโล มีมติเสนอชื่อ ลูอีส อีนาซีโอ ลูลา ดา ซิลวา  ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานาธิบดีสองสมัย เป็นตัวแทนพรรค  แม้ปัจจุบัน กำลังรับโทษจำคุก 12 ปีข้อหาทุจริต อยู่ที่เมืองคูริติบา ทางตอนใต้ของบราซิล

พรรคแดง ซึ่งเป็นพรรคซ้าย  เสนอชื่อ  มารีนา ซิลวา นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทน  ส่วนพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย เสนอชื่อ เกราลโด ออกมิน อดีตผู้ว่าการเซาเปาโล และนักการเมืองรุ่นเก๋า ลงชิงชัย

นายออกมิน วัย 65 ปี กล่าวปราศรัยหลังได้รับการเสนอชื่อ โทษพรรคแรงงาน ว่าทิ้งปัญหาหมักหมมในช่วงปกครองประเทศ 10 ปี จนส่งผลให้เศรษฐกิจระส่ำระสายในทุกวันนี้  ประชาชน 13 ล้านว่างงาน และคอรัปชั่นแพร่ระบาด

ถึงอย่างนั้น ผลหยั่งเสียงหลายครั้ง ยังคงยก ลูลา วัย 72 ปี เป็นตัวเก็ง มีคะแนนิยมสูงกว่าผู้สมัครอื่นทั้งหมดเกือบเท่าตัว

ในที่ประชุมใหญ่ มีการอ่านแถลงการณ์ของลูลา ด้วยเสียงกึกก้อง เนื้อหาเรียกร้องให้ผู้สนับสนุน ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยไม่ท้อถอย “พวกเขาต้องการยุบสิทธิของประชาชนในการเลือกประธานาธิบดี ต้องการสร้างประชาธิปไตยแบบไม่มีประชาชน เรามีความรับผิดชอบมหาศาลรออยู่”

ปัจจุบัน อดีตผู้นำบราซิล เขากำลังรอการพิจารณาจากศาลว่าจะสามารถลงสมัครเป็นประธานาธิบดีได้หรือไม่  ซึ่งลู่ทางของเขาก็ไม่ค่อยสดใสนัก เพราะกฏหมายระบุว่า ผู้ใดก็ตามที่แพ้อุทธรณ์ในคดีอาญา จะไม่สามารถลงสมัครได้

แต่พรรคของเขาพยายายามกดดันให้มีการปล่อยตัว โดยอ้างว่าลูลา ตกเป็นเหยื่อของการทำคดีที่มีการฉ้อโกง และประกาศว่าจะเอาตัวเขาออกมาเป็นประธานาธิบดี ลูลาเคยเป็นประธานาธิบดีบราซิล 2 สมัย ระหว่างปี 2546 – 2553 และเป็นผู้นำที่ประชาชนนิยมอย่างมาก

ผู้นำเวเนเซุเอลารอดถูกลอบสังหารด้วย”โดรนติดระเบิด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/337712

ผู้นำเวเนเซุเอลารอดถูกลอบสังหารด้วย”โดรนติดระเบิด”

ผู้นำเวเนซุเอลา,ลอบสังหาร,โดรนติดระเบิด,โดรนลอบสังหาร

รัฐบาลเวเนซุเอลาอ้างมีความพยายามลอบสังหารผู้นำขณะกล่าวสุนทรพจน์พิธีสวนสนาม ด้วยโดรนส่งระเบิด ทหารเจ็บ 7 คน

คลิปที่ 1

 

สถานีโทรทัศน์เวเนซุเอลา  แพร่ภาพนาทีที่ประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร มองขึ้นฟ้าอย่างงุนงน เมื่อเสียงดังเหมือนระเบิดดังขึ้น ขณะที่เขากำลังกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสวนสนามกองกำลังพิทักษ์ชาติ กลางกรุงการาคัส จากนั้น กล้องตัดไปที่ลานพิธี เห็นทหารในเครื่องแบบแตกแถวกระจายกันออกมา

คลิปที่ 2
อีกคลิปแสดงให้เห็นตอนที่บอดีการ์ดรุดคุ้มกันมาดูโร โดยใช้เกราะกันกระสุน

 

 

นายฆอร์เก โรดริเกซ รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารเวเนซุเอลา กล่าวว่า นี่คือความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร  ด้วยโดรนสองลำ ส่งระเบิดโจมตีใกล้โพเดียมประธานาธิบดี และอีกจุดในขบวนพาเหรด ประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้รับการคุ้มกันออกจากพิธีโดยไม่ได้รับอันตราย เวลานี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ทหารได้รับบาดเจ็บ 7 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

พิธีสวนสนามกลางเมืองหลวงจัดขึ้นเพื่อรำลึก 1 ปีสภาร่างรัฐธรรมนูญ องค์กรนิติบัญญัติที่ประกอบด้วยผู้ภักดีต่อมาดูโร
ผู้นำเวเนเซุเอลารอดถูกลอบสังหารด้วย"โดรนติดระเบิด"

 

 

ม.แพทย์ในโตเกียวโกงคะแนนสอบลดสัดส่วนนศ.หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/337529

ม.แพทย์ในโตเกียวโกงคะแนนสอบลดสัดส่วนนศ.หญิง

มแพทย์ในโตเกียว,มหาวิทยาลัยแพทยฺ์โตเกียว,โกงคะแนนสอบ,นศหญิง

รัฐมนตรีศึกษาญี่ปุ่นรอผลสอบสวนก่อนลงดาบม.แพทย์เอกชนโกงคะแนนกันผู้หญิงสอบเข้าได้มากเกินไป

นายโยชิมะสะ ฮายาชิ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาญี่ปุ่น แถลงวันนี้ว่า ได้ขอให้มหาวิทยาลัยการแพทย์โตเกียว (Tokyo Medical University)สอบสวนและส่งรายงานโดยเร็วที่สุด เกี่ยวกับข่าวอื้อฉาวแก้ผลคะแนนสอบเข้า  เพื่อลดสัดส่วนนักศึกษาหญิง

“เราจะรอรายงานก่อนพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่โดยหลัก การคัดเลือกผู้สอบเข้าแบบเลือกปฏิบัติทางเพศอย่างไม่เป็นธรรม  เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง”

ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีศึกษาญี่ปุ่น มีขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์โยมิอูริ  เป็นสื่อแรกที่รายงานเมื่อวานนี้ว่า มหาวิทยาลัยการแพทย์โตเกียว กดคะแนนผู้สมัครสอบหญิงมาตั้งแต่ปี 2554

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การทำเช่นนี้มาจากความเห็นพ้องกันว่า แพทย์หญิงมักลาออกจากงานเพื่อไปแต่งงานหรือเลี้ยงลูก ทำให้โรงพยาบาลขาดแคลนบุคลากร และหมอผู้ชายสนับสนุนงานของโรงพยาบาลมากกว่า

“นอกจากนี้ โดยทั่วไป ผู้สมัครหญิงก็มักทำคะแนนได้ดีกว่า เราจึงไม่สามารถเลี่ยงผู้หญิงสอบเข้าได้มากกว่าผู้ชายหากดำเนินการตามระบบปกติ”แหล่งข่าวกล่าว

รายงานระบุว่า ในปี 2553 ผู้สอบเข้าเป็นผู้หญิงราว 40%  แต่เมื่อหันไปใช้ระบบโกง สัดส่วนลดลงเหลือเพียง 30% และในปีนี้ก็ลดลงอีก

ผู้สมัครผู้หญิงที่เข้าสอบ มีสัดส่วน 39% และสอบเข้าได้เพียง 18% ในบรรดาผู้สอบเข้าได้ทั้งหมด

โยมิอูริ ระบุว่า เรื่องนี้ถูกเปิดโปง ระหว่างการสอบสวนคดีที่มหาวิทยาลัยถูกกล่าวหารับสินบนแลกรับลูกชายเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาเข้าเรียน

 ม.แพทย์ในโตเกียวโกงคะแนนสอบลดสัดส่วนนศ.หญิง 

( The Yomiuri Shimbun ) 

ข่าวนี้จุดกระแสไม่พอใจอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ชาวอาทิตย์อุทัย และแวดวงการแพทย์เอง

โยชิโกะ มาเอดะ ประธานหญิงแห่งสมาคมการแพทย์ญี่ปุ่น บอกสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า รับไม่ได้ที่นักเรียนหญิงมาถูกตัดโอกาสการศึกษา เพียงเพราะพวกเธอเป็นผู้หญิง และเธอจะไม่หลาดใจหาก    พบว่ามหาวิทยาลัยเอกชนอื่นมีพฤติกรรมตุกติกแบบเดียวกัน เนื่องจากสถาบันการศึกษาเอกชนไม่ต้องเปิดเผยคะแนนสอบ  กระบวนการคัดเลือกกระทำอยู่ในกล่องดำ ปลอดสายตาสาธารณชน

นับเป็นเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในยุคที่รัฐบาล ภายใต้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ มีนโยบายส่งเสริมสตรีออกมาทำงาน  เพื่อเป็นหนทางหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะงักงัน  ชดเชยประชากรสูงอายุและอัตราการเกิดต่ำ

ข้อมูลจากโกลแมน แซคส์ พบว่า สัดส่วนพนักงานหญิงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และหลายบริษัท อาทิ  ผู้ผลิตรถยนต์ นิสสัน จัดเวลาทำงานแบบยืดหยุ่น  ให้พ่อแม่ลาได้ และเปิดศูนย์ดูแลเด็ก เพื่อดึงดูดผู้หญิงทำงาน แต่บริษัทที่ยังแบ่งแยกเพศยังมีอยู่มากกว่า นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคอื่นสำหรับผู้หญิงทำงาน  เช่น บริการดูแลเด็กยังมีเพียงพอ เพราะหน้าที่นี้ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นของผู้หญิง อีกทั้งช่องว่างทางรายได้ก็ยังห่างกันอยู่ราว 25%

ลูกสาวเปิดสัมพันธ์สุดขมขื่นกับพ่อ”สตีฟ จ็อบส์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/337492

ลูกสาวเปิดสัมพันธ์สุดขมขื่นกับพ่อ”สตีฟ จ็อบส์”

สตีฟ จ็อบส์,ลูกสาว,เผยความสัมพันธ์,สุดขมขื่น

 “ลิซา เบรนแนน-จ็อบส์” เผยความสัมพันธ์สุดขมกับสตีฟ จ็อบส์ พ่อผู้ให้กำเนิด เผยทำร้ายความรู้สึกด้วยคำพูดแรงๆ ทั้งที่กำลังนอนป่วยใกล้ตายเพราะมะเร็ง

ลิซา เบรนแนน-จ็อบส์ วัย 40 ปี เผยเรื่องราวความสัมพันธ์สุดขมขื่นกับ “สตีฟ จ็อบส์” พ่อผู้ให้กำเนิดในหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ “Small Fry” ซึ่งหมายถึง “คนหรือสิ่งที่ไม่น่าสนใจ” ที่กำลังจะวางจำหน่ายวันที่ 4 กันยายนว่า เธอเกิดเมื่อปี 2521 หลังจากจ็อบส์ ในวัย 23 ปี มีความสัมพันธ์กับครีแซนน์ เบรนแนน แม่ของเธอนาน 5 ปี และสิ้นสุดลงเมื่อแม่ของเธอตั้งท้อง และพ่อผู้ร่ำรวยระดับอภิมหาเศรษฐีของเธอ เคยบอกเธอว่า จะไม่ได้อะไรเลย เมื่อตอนที่เธอเอ่ยปากขอรถพอร์ชที่เขาไม่ได้ใช้แล้ว เธอบอกว่า ไม่รู้ว่าหมายถึงแค่รถยนต์หรืออะไรที่ใหญ่กว่านั้น แต่น้ำเสียงของพ่อบาดลึกเข้าไปในอกของเธอ

ลูกสาวเปิดสัมพันธ์สุดขมขื่นกับพ่อ"สตีฟ จ็อบส์"

 

จ็อบส์ ซึ่งกลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะความสำเร็จของแอปเปิล ยังไม่ยอมรับด้วยว่า เขาตั้งชื่อ “ลิซา แม็คอินทอช คอมพิวเตอร์” ตามชื่อของลิซา ตอนที่เธอถาม แต่มายอมรับในอีกหลายปีต่อมา ส่วนครีแซนน์ก็เขียนถึงความสัมพันธ์อันขมขื่นระหว่างเธอกับจ็อบส์ว่า ความสำเร็จทำให้เขากลายเป็น “ปีศาจ”

แม้เข้าใกล้วาระสุดท้าย จ็อบส์ที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็ยังไม่วายกัดจิกลิซา ด้วยการบอกว่า สเปรย์น้ำแร่กลิ่นกุหลาบที่เธอใช้ กลิ่นเหมือนส้วม

ลูกสาว กล่าวว่า  สำหรับพ่อแล้ว การมีตัวตนของเธอ เป็นสิ่งที่น่าผิดหวังและเป็นแหล่งของความอัปยศ ในสายตาของเขา เธอคือรอยด่างบนเส้นทางไปสู่ความสำเร็จอันน่าทึ่ง และมันเข้ากันไม่ได้กับความยิ่งใหญ่และคุณงามความดีในแบบที่เขาอยากให้เป็น

ลิซาถูกตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ว่าเธอเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของจ็อบส์ แต่เขายังคงไม่ยอมรับ โดยอ้างว่า เป็นหมันและมีลูกยาก แต่กลับมีลูกกับภรรยาใหม่คือ ลอเรน พาวเวลล์ ถึง 3 คน จนกระทั่งมายอมรับและขอโทษลิซาเมื่อเธออายุ 9 ขวบ แต่ความเจ็บปวดอันเกิดจากพฤติกรรมของเขา ไม่เคยได้รับการเยียวยา ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกก็ขมขื่นมาโดยตลอด

ลิซาเคยคุยอวดเพื่อนที่โรงเรียนว่า เธอมีความลับ พ่อของเธอคือ สตีฟ จ็อบส์ และตั้งชื่อคอมพิวเตอร์แม็คอินทอช ตามชื่อของเธอ เขาอยู่แมนชั่นหรู ขับรถพอร์ช  และเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่มีรอยขีดข่วน  เธอได้แต่ฝันตามประสาเด็กว่า อยากเป็นลูกสาวที่รักและจ็อบส์เป็นพ่อที่ตามใจ หรือแกล้งทำเป็นพ่อลูกที่รักกันต่อหน้าคนอื่นก็ยังดี

เครดิต โต๊ะต่างประเทศ NationTV 

เกาหลีใต้เจออีก!ขายคลิปแอบถ่ายเรียวขา-ทรวดทรงวัยรุ่นหญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/337467

เกาหลีใต้เจออีก!ขายคลิปแอบถ่ายเรียวขา-ทรวดทรงวัยรุ่นหญิง

คลิปแอบถ่าย,เรียวขา,วัยรุ่นหญิง,เกาหลีใต้

จี้ตำรวจเกาหลีใต้สอบสวนอาชญากรรมทางเพศออนไลน์ พบซื้อขายแลกเปลี่ยนคลิปแอบถ่ายเรียวขาและทรวดทรงวัยรุ่นหญิง

วัยรุ่นหญิงเกาหลีใต้ที่อยู่ในเครื่องแบบโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งในเมืองซูวอน จ.คยองคี ถูกมือดีแอบถ่ายทำเป็นคลิปสั้นๆ เผยแพร่บนบัญชีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ Tumblr พร้อมข้อความบรรยายว่า คลิปตัวอย่างนักเรียนม.ปลาย ขาย หรือแลกกัน  สนใจส่งข้อความมาได้ 

คลิปสั้นตัวอย่างความยาว 7 วินาที แสดงภาพวัยรุ่นหญิงในร้านเครื่องสำอาง

ขณะอีกบัญชีผู้ใช้บนสื่อสังคมออนไลน์เดียวกันโพสต์คลิปสั้น แสดงภาพวัยรุ่นหญิงสวมชุดกระโปรงนักเรียนนั่งอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนเป็นร้านคาราโอเกะ พร้อมให้รายละเอียดไว้ว่า “แอบถ่าย แลกภาพนักเรียนในเครื่องแบบกันได้” นอกจากนี้ ยังมีคลิปแอบถ่ายอีกหลายคลิปที่แสดงให้เห็นเรียวขาเด็กหญิง และผู้ติดตามหลายคนโพสต์ส่งข้อความส่วนตัวขอดูคลิป

ผู้หญิงเกาหลีผวากล้องแอบถ่าย

เกาหลีใต้เจออีก!ขายคลิปแอบถ่ายเรียวขา-ทรวดทรงวัยรุ่นหญิง

ส่วนบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ชื่อแปลได้ว่า ทีมสอดส่องแอบถ่ายผู้เยาว์ผิดกฎหมาย แจ้งว่า พวกเขาพบคลิปแอบถ่ายนักเรียนมัธยมปลายในเมืองซูวอนอยู่บนเวบไซต์กูเกิล ทีมงานพบว่าคลิปเหล่านั้นถูกเผยแพร่และซื้อขายแลกเปลี่ยนมาตั้งแต่ปี 2557 เราเชื่อว่านี่เป็นอาชญากรรมทางเพศร้ายแรง  และจะแจ้งความตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สอบสวนต้นตอที่มาและคนที่ขายคลิป กับบล็อกโพสต์ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับคลิปแอบถ่าย