มาเลเซียเปิดรายงาน”เอ็มเอช370″ไม่ตัดปมมือที่สามมีเอี่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336893

มาเลเซียเปิดรายงาน”เอ็มเอช370″ไม่ตัดปมมือที่สามมีเอี่ยว

เอ็มเอช370,เปิดรายงาน,มือที่สาม

ญาติร่ำไห้ไร้ข้อมูลใหม่รายงานเอ็มเอช370 ไม่มีคำตอบทำไมสูญหาย แต่ไม่ตัดความเป็นไปได้”มือที่สาม”แทรกแซง

รัฐบาลมาเลเซียเปิดเผยรายงานฉบับเต็มความยาว 1,100 หน้า เกี่ยวกับการสูญหายของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์  ระหว่างเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้ากรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2557

แต่การสอบสวนตลอด 4 ปี ไม่พบหลักฐานสรุปได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ที่หายสาปสูญพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน  สร้างความผิดหวังและไม่พอใจอย่างมากแก่ญาติพี่น้องผู้โดยสารที่รอแถลงรายงานฉบับนี้มานาน เพราะไม่มีอะไรใหม่ในความคิดของพวกเขา  นอกจากนี้ ในห้องแถลงข่าวที่กระทรวงคมนาคมมาเลเซีย ยังไม่มีตัวแทนจากทีมค้นหาหรือจากกระทรวงคมนาคม มานั่งแถลงข่าวด้วยและตอบข้อซักถาม

หลายคนร่ำไห้ขณะออกจากห้องประชุม  และบางคนก็เดินออกขณะยังแถลงไม่เสร็จ กระนั้น รายงานเล่มหนาได้เผยความผิดพลาด ระเบียบปฏิบัติ คู่มือที่ไม่ได้รับการปฏิบัติตาม กับหลักฐานชี้ไปทางข้อสรุปที่ว่า เครื่องบินอยู่ในความควบคุมของคน และการออกนอกเส้นทางไปยังมหาสมุทรอินเดีย เป็นความจงใจ

ก๊อก ซู ชอน หัวหน้าทีมสอบสวนความปลอดภัยของเอ็มเอช 370 บอกผู้สื่อข่าวว่า ผลสอบสวนที่สามารถยืนยันได้ก็คือ เที่ยวบินเอ็มเอช370 หันหัวกลับ ที่ไม่ใช่เพราะเกิดเหตุขัดข้องในระบบกลไก และเป็นการวกกลับภายใต้การควบคุมของ “คน” ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติ แต่ทีมสอบสวนไม่สามารถบอกได้ว่าเหตุใดเครื่องบินจึงออกนอกเส้นทางการบิน และเหตุใดจึงสูญหายไป

ส่วนประวัตินักบินและนักบินผู้ช่วย  ทีมสอบสวนพอใจกับผลตรวจสอบปูมหลังด้าน สุขภาพจิตและการฝึกอบรม และไม่คิดว่าอาจเป็นการกระทำของนักบิน นอกจากนี้ จิตแพทย์สองคนในทีมสอบสวนที่รับผิดชอบตรวจสอบเสียงโต้ตอบของนักบินก็ไม่พบสัญญาณผิดปกติใดๆ ไม่มีความเครียดหรือตื่นเต้นในน้ำเสียง

แต่ทีมสอบสวนก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากการตัดสัญญาณการสื่อสาร และการออกนอกเส้นทางบิน เป็นการควบคุมโดยคน บ่งชี้ถึงการแทรกแซงอย่างผิดกฎหมายจากฝ่ายที่สาม ซึ่งคำถามต่างๆเหล่านี้ อาจหาคำตอบได้หากเจอซากเครื่องบิน รายงานฉบับนี้จึงไม่ใช่ฉบับสุดท้าย

ส่วนผู้โดยสารทั้งหมดที่มาจาก 15 ประเทศ ได้รับข้อมูลตรวจสอบประวัติส่งกลับจากประเทศของพวกเขาแล้ว ไม่พบความผิดปกติใดๆ

ทีมสอบสรุปว่า หอควบคุมการบินทั้งของกัวลาลัมเปอร์ และโฮจิมินห์ ไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่กำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การค้นหาและกู้ภัยล่าช้าไปด้วย

เกรซ นาทาน ซึ่งมารดาของเขาเป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนเที่ยวบินปริศนา และได้เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวในช่วงเช้า กล่าวว่า ผู้แถลงย้ำว่า รายงานฉบับนี้เป็นการสอบสวนประเด็นความปลอดภัย และทีมสอบสวนมีข้อจำกัดจากข้อมูลที่ได้รับ  ซึ่งเราหวังว่าความผิดพลาดเหล่านี้จะไม่เกิดซ้ำรอย ควรมีมาตรการป้องกันในอนาคต

วอยซ์ 370 กลุ่มตัวแทนญาติ ระบุว่ารายงานแจกแจงความผิดพลาดของศูนย์ควบคุมการบิน (เอทีซี) มาเลเซีย  มีความพยายามโทรศัพท์จากภาคพื้นดินไปยังเครื่องบินเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ห่างกัน  4-5 ชั่วโมง  แต่คำถามใหญ่คือเหตุใดจึงใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าทางการจะตื่นตัว และเหตุใดจึงค้นหาผิดจุดอยู่นานถึง 8 วัน

ลูกสาว-ภรรยาคนที่สองหนุ่มใหญ่มาเลย์แต่งเด็กไทย 11 ขวบเปิดใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336845

ลูกสาว-ภรรยาคนที่สองหนุ่มใหญ่มาเลย์แต่งเด็กไทย 11 ขวบเปิดใจ

หนุ่มใหญ่มาเลย์,เด็กไทยวัย 11

นิวยอร์กไทมส์ เจาะประเด็นร้อนการแต่งงานของพ่อลูก 6 ชาวมาเลเซียกับเด็กไทย 11 ขวบ กับข้อถกเถียงในมาเลเซีย

หนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทมส์ นำเสนอรายงานเจาะลึกเกี่ยวกับการแต่งงานของ เจ๊ะ อับดุล การิม เจ๊ะ อับดุล ฮาหมิด พ่อลูก 6 ชาวมาเลเซียวัย 41 ปี แต่งงานกับเด็กหญิงชาวไทยวัย 11 ปีเป็นภรรยาคนที่ 3 ด้วยการข้ามมาทำพิธีทางศาสนาที่มัสยิดในจังหวัดนราธิวาสของไทย สร้างความไม่พอใจแก่คนในสังคมมาเลเซียและเป็นประเด็นถกเถียงไม่จบ ถึงขนบอิสลามอนุรักษ์นิยมในสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่หลากหลายเชื้อชาติ

ส่วนหนึ่งของรายงานคือการสัมภาษณ์ ด.ญ.นอราซีลา ลูกสาววัย 14 ปี และภรรยาคนที่สองของหนุ่มใหญ่รายนี้

เด็กหญิง นอราซีลา กล่าวว่า เธอกับ “อายู” (ชื่อเรียกสั้นๆของเจ้าสาววัย 11 ปีเพื่อปกปิดตัวตน ) เป็นเพื่อนเล่นและเพื่อนสนิทกันมานาน นอนด้วยกัน เซลฟี่ คุยกันเรื่องหนุ่มๆตามประสาวัยรุ่น ก่อนที่ความเป็นเพื่อนจะถูกทำลายเมื่อปลายเดือนที่แล้ว เมื่อจู่ๆ อายูกลายเป็นภรรยาคนที่ 3 ของพ่อแบบลับๆ

“เพื่อนสนิทของฉัน ตอนนี้กลายเป็นแม่เลี้ยงแล้ว” นอราซีลากล่าวพร้อมเปิดเผยว่าเธอไม่เคยระแคะระคายมาก่อน

ด้าน นางสิติ นอร์ อาซิลา ภรรยาคนที่สอง ซึ่งเป็นคนที่โพสต์ภาพถ่ายของสามีแต่งงานกับภรรยาคนที่สาม เลยทำให้เรื่องนี้เป็นที่รับรู้กันทั่วโลก กล่าวว่า ก่อนหน้านั้น เธอกับภรรยาคนที่หนึ่งจับมือกัน บอกกับสามีให้เลือกระหว่างเราสองคนหรือเด็กหญิง ไม่อาจมีได้ทั้งสามคนได้

เธอยืนยันว่า สามีไม่เคยให้เงินเธอมากพอเลี้ยงดูลูก 4 คน รวมถึงคนหนึ่งมีโรคประจำตัว เธอทำขนมปังหาเลี้ยงตัวเอง “เขาขี้เหนียวมากกับเรา แต่กลับมีเงินมากพอไปแต่งงานกับอายู และพาเธอไปเที่ยว” นอกจากนี้ อายูยังเป็นภรรยาคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้นั่งรถสปอร์ตมาสดาของสามี เขาไม่เคยสนใจใยดีลูกๆ ไม่ชอบเด็กด้วยซ้ำ ก่อนแก้ไขใหม่ว่า เว้นเด็กไว้คนหนึ่ง นั่นคืออายู

ลูกสาว-ภรรยาคนที่สองหนุ่มใหญ่มาเลย์แต่งเด็กไทย 11 ขวบเปิดใจ

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลใหม่จากบทความของนิวยอร์กไทมส์ ที่ได้จากคำบอกเล่าของสมาชิกในครอบครัวว่า “อายู” ถูกพาไปตรวจพรหมจรรย์ที่โรงพยาบาลในเดือนนี้ แต่หลังจากนั้นในวันเดียวกัน ก็ไปอยู่กับสามี และอยู่กับเขามานับแต่นั้น ( แต่มารดาของเด็กบอกสื่อมาเลเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ลูกสาวยังอยู่กับครอบครัว )

ด้าน สามี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ผมรักเธอ และจะไม่แตะต้องภรรยาคนใหม่จนกว่าเธอจะอายุ 16 ปี

ส่วน อายู ส่งข้อความตอบว่า เธอรักสามี และใช้อีโมติคอนรูปหัวใจในการเอ่ยถึงสามีที่มีอายุมากกว่าเธอ 30 ปี

 

ระบบกฎหมายมาเลเซีย แบ่งออกเป็นสองส่วน ชาวมาเลเซียที่ไม่ใช่มุสลิม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนเชื้อสายจีนกับอินเดีย ยึดกฎหมายแพ่ง หากอายุไม่ถึง 18 ปีแต่งงานไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบเป็นพิเศษจากผู้มีอำนาจ

ส่วนชาวมาเลย์มุสลิมซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ต้องทำตามกฎหมายอิสลาม  ศาลชารีอะฮ์ต้องอนุมัติผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 16 ปีหากต้องการแต่งงาน และไม่มีอายุขั้นต่ำสำหรับแต่งงาน

ไซอิด นอร์ดิน อิหม่ามที่มัสยิด กัวลา เบติส ที่เจ๊ะ อับดุล การิม เข้าร่วม กล่าวว่า ตามหลักอิสลาม เด็กแต่งงานได้ตราบใดที่เจ้าสาวยินยอม พ่อแม่ไม่ขัดข้องและเด็กหญิงมีประจำเดือน พร้อมเสริมว่า เจ๊ะ การิม สามีของเด็กหญิง เป็นมุสลิมที่ดี เขามาละหมาดเป็นประจำ เป็นผู้ชายที่รับผิดชอบ

กระนั้น ในการแอบแต่งงานกับเจ้าสาวเด็กรุ่นลูก  พ่อลูก 6 ไม่ได้ทำตามขั้นตอน  ศาลชารีอะฮ์ในรัฐกลันตัน สั่งปรับคิดเป็นเงินไทย 8,800 บาท ฐานแต่งงานกับเด็กวัย 11 ในไทย โดยไม่ขออนุมัติก่อน

รัฐบาลผสมมาเลเซียชุดปัจจุบัน สัญญาไว้ตอนหาเสียงว่า หากชนะเลือกตั้ง จะออกกฎหมายห้ามนำเด็กมาแต่งงาน  แต่ขณะนี้กำลังถูกวิจารณ์หนักว่ายังทำไม่มากพอเพื่อปกป้องผู้เยาว์ โดยอ้างความอ่อนไหวเรื่องเสรีภาพทางศาสนา และเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา

ดร.วัน อาซีซะห์ วัน อิสมาอิล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสตรี ครอบครัวและพัฒนาชุมชน ซึ่งค้านการนำเด็กมาแต่งงาน แต่ก็ไม่ยังพูดเรื่องนี้มากนัก โดยให้เหตุผลว่า หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องยังสอบสวนอยู่ว่าเป็นคดีการเตรียมเด็กเพื่อทารุณกรรมทางเพศหรือไม่

ปีที่แล้ว มาเลเซียออกกฎหมายกำหนดความผิดฐานการเตรียมเด็กเพื่อทารุณกรรมทางเพศ ( child grooming ) ซึ่งในกรณีนี้ ลาติฟา โคยา ทนายความสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เด็กเป็นเหยื่ออย่างไม่ต้องสงสัย พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดเราจึงเฉไฉในการปกป้องเด็กคนหนึ่ง การไม่ขยับอย่างเร่งด่วนและจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้น่าผิดหวัง ในฐานะมุสลิม เธอรู้สึกโกรธกับความคิดที่ว่าเราไม่ควรปกป้องเด็กเพราะทึกทักกันเองว่านี่คือเรื่องของศาสนา

ลูกสาว-ภรรยาคนที่สองหนุ่มใหญ่มาเลย์แต่งเด็กไทย 11 ขวบเปิดใจ

แต่ความพยายามที่จะออกกฎหมายห้ามชาวมาเลเซียทุกศาสนา แต่งงานอายุต่ำกว่า 18 ปี ยังไม่สำเร็จ  ชาบูดิน ยาฮามยา ส.ส.ที่คัดค้าน เคยให้เหตุผลไว้สมัยเป็นรัฐบาลเมื่อปีที่แล้วว่า เด็กอายุ 9 ขวบก็แต่งงานได้แล้วหากมีประจำเดือน  ชาบูดิน ซึ่งเป็นอดีตผู้พิพากษาศาลชารีอะฮ์ กล่าวในสภาว่า ร่างกายของเด็ก 9 ขวบไม่ต่างจากวัย 18 ปี ดังนั้น ร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่อุปสรรคที่เด็กหญิงจะแต่งงาน

รายงานระบุว่า การแต่งงานกับเด็กจำนวนมากในมาเลเซีย เป็นการจับคู่อยู่กินที่ไม่ผ่านการรับรองทางกฎหมายจากศาลใด แต่ก็ไม่มีกระแสต่อต้านสามีภรรยาเหล่านั้น และบางครั้ง ศาลศาสนายอมรับการแต่งงานผู้เยาว์เพื่อตัดปัญหาการตั้งครรภ์นอกรสรส กับมีบางกรณีที่การแต่งงานของเด็กเกิดจากความยากจนของครอบครัวเจ้าสาว

ในกรณีของอายู ประเด็นนี้ค่อนข้างชัดเจน เด็กหญิงเป็นพลเมืองไทย พ่อพาครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองกัว มูซัง รัฐกลันตัน รับจ้างกรีดยาง เด็กเติบโตในบ้านซอมซ่อ ไม่มีน้ำประปาใช้ ตรงข้ามกับเจ๊ะ อับดุล การิม ที่อยู่ในบ้านหลังใหญ่โต มีรถมาสดา อาร์เอ็กซ์-8 จอดที่ด้านหน้า

นางนูไรนี เช นาวี ภรรยาคนแรก เป็นเจ้าของร้านอาหารและร้านขายของชำที่อยู่ติดกัน  ลูกจ้างคนหนึ่งในร้านของเธอก็คือ นางอามินะห์ ฮิตัม แม่ของเด็กหญิง และเพราะลูกสาวไม่ได้เข้าโรงเรียน เธอจึงติดสอยห้อยตามแม่ไปทำงานด้วย

กลันตัน เป็นหนึ่งในรัฐยากจนและอนุรักษ์นิยมมากที่สุดรัฐหนึ่งของมาเลเซีย พรรคแนวอิสลามนิยมที่ปกครองรัฐนี้มานานหลายสิบปี เรียกร้องให้ผู้หญิงมุสลิมสวมผ้าคลุมศีรษะในที่สาธารณะ และให้ใช้ภาษาอาหรับบนป้ายประกาศ

โมฮัมหมัด อามาร์ นิก อับดุลเลาะฮ์ รองมุขมนตรีรัฐกลันตัน และรองประธานพรรคมาเลเซียน อิสลามิก หรือพรรคปาส ย้ำว่าการนำเด็กแต่งงานไม่ผิดตามหลักอิสลาม ประเทศยังมีเรื่องเร่งด่วนกว่านี้ที่ต้องแก้ อาทิ พวกรักเพศเดียวกัน หรือแม่เลี้ยงเดี่ยว สังคมและรัฐบาลมาเลเซียควรใส่ใจเรื่องเหล่านี้มากกว่า

อีกด้าน ชาวมาเลเซียหัวเสรีนิยมตั้งคำถามว่า การให้เด็กแต่งงานได้ คือประเพณีอิสลามจริงหรือ หรือเป็นวัฒนธรรมเชิงพฤติกรรมคร่ำครึ ลาติฟา ทนายความสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เราไม่ควรใช้ความคลาดเคลื่อนทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศาสดามูฮัมหมัดมารองรับการแต่งงานเด็ก อย่างการอ้างว่า ภรรยาคนหนึ่งของท่าน เป็นเด็กอายุ 6 ขวบ ซึ่งที่จริงแล้ว อายุมากกว่านั้น

อ่านฉบับเต็มและดูรูปประกอบที่ https://www.nytimes.com/2018/07/29/world/asia/malaysia-child-marriage.html

เผยยอดติดค้างบนภูเขาไฟลอมบอกกว่าครึ่งพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336829

เผยยอดติดค้างบนภูเขาไฟลอมบอกกว่าครึ่งพัน

แผ่นดินไหว,ลอมบอก,ติดค้าง,ภูเขาไฟรินจานี

อินโดนีเซียแจ้งล่าสุดมีคนยังติดค้างบนภูเขาไฟรินจานีกว่า 500 คน รวมคนไทยจำนวนหนึ่ง

ยอดผู้เสียชีวิตแผ่นดินไหว 6.4 เขย่าเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเช้าวานนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 16 คน  บาดเจ็บอีกกว่า 100 อาคารบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก ทั้งจากแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งแรก และอาฟเตอร์ช็อกอีกกว่า 100 ระลอก

ขณะที่อีกด้าน เนื่องจากเกาะลอมบอก เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งในประเทศหมู่เกาะอินโดนีเซีย โดยเฉพาะภูเขาไฟรินจานี ในเช้าวันเกิดเหตุ จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากติดอยู่บริเวณนั้น รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงจาร์กาตา แจ้งความคืบหน้าเมื่อเวลา 20.00 น. ว่ารวบรวมรายชื่อคนไทยที่รอรับการช่วยเหลือ 239 คน

ล่าสุด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ รินจานี เปิดเผยวันนี้ว่า มีนักปีนเขาและไกด์รวม 560 คนติดค้างบนภูเขาไฟรินจานีหลังจากเกิดดินถล่ม  โดย 500 คนติดอยู่ในบริเวณ เซการา อะนากัน และอีก 60 คนติดอยู่ที่บาตู เคเปอร์ ทางการอินโดนีเซียส่งทีมกู้ภัยเดินเท้า และเฮลิคอปเตอร์ ขึ้นช่วยเหลือ

ทั้งนี้ แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวทำให้ก้อนหินและดินร่วงถล่มบนทางลาดภูเขา เกิดปัญหาบนเส้นทางขาลง

ภูเขาไฟลูกนี้สูงจากระดับน้ำทะเล 3,726 เมตร ยอดเขาสูงเป็นอันดับสองในอินโดนีเซีย เป็นแหล่งชมความงามทัศนียภาพยอดนิยม

ระอุ!สังคมโลกเดือดดาลบริษัทเรือสำราญฆ่าหมีขาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336821

ระอุ!สังคมโลกเดือดดาลบริษัทเรือสำราญฆ่าหมีขาว

หมีขาวขั้วโลก,บริษัทเรือสำราญ,เรือสำราญเยอรมนี

บริษัทเรือสำราญเยอรมนี ตกเป็นเป้าโกรธแค้น พนักงานยิงดับหมีขาวขั้วโลกในนอรเวย์

ฮาปาก-ลอยด์ ครูซ บริษัทให้บริการเรือสำราญของเยอรมนี ออกแถลงการณ์ชี้แจงที่มาของรูปหมีขาวขั้วโลกนอนตายบนชายหาด ว่าเรือสำราญ เอ็มเอส เบรเมน ซึ่งมีผู้โดยสาร 155 คน เข้าเทียบท่าบนเกาะสปิตเบอร์เกน เกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสวาลบาร์ด ของนอรเวย์เมื่อวันเสาร์

หมีขาวขั้วโลกตัวหนึ่งเข้าทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ลงไปสำรวจพื้นที่ เพื่อให้ความมั่นใจผู้โดยสารว่าไม่มีหมีขาวขั้วโลกในบริเวณนั้นก่อนที่ผู้โดยสารลงมา แต่พวกเขาไม่สังเกตเห็น กระทั่งหมีตัวหนึ่งทำร้ายรปภ. 1 ใน 4 คน

หลังพยายามขับไล่แต่ไม่เป็นผล รปภ.อีกคนจึงต้องยิง เพื่อปกป้องชีวิตรปภ.ที่ตกอยู่ในอันตราย

พนักงานรักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ แต่ไม่อันตรายถึงชีวิต ได้รับการนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
บริษัทระบุว่า เสียใจอย่างยิ่งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่ในโลกออนไลน์เต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์ดุเดือด

ระอุ!สังคมโลกเดือดดาลบริษัทเรือสำราญฆ่าหมีขาว 

ริคกี เจอไวส์ นักแสดงแนวตลกชาวอังกฤษ ทวิตประชดว่า ไปสัมผัสหมีขั้วโลกในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด และหากใกล้ชิดมากเกินไปก็ฆ่ามัน ปัญญาอ่อน!

ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งเข้าไปประณามบนเพจเฟซบุ๊กบริษัท ว่า น่าไม่อาย และเรียกร้องให้ผู้คนบอยคอต ส่วนผู้ช้ทวิตเตอร์โดยมาก รู้สึกเศร้าใจและโกรธแค้น หลายคนระบุว่า เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เลย เข้าใจว่าบางครั้งต้องฆ่าแต่นี่มันอยู่ในแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของมัน หรือคนเราไม่ควรไปวุ่นวายบ้านของหมีขาวตั้งแต่แรก

เจฟฟ์ คอร์วิน นักอนุรักษ์สัตว์ป่า บอก ซีเอ็นเอ็นว่า หมีขั้วโลกทุกชีวิตมีความสำคัญเพราะปัจจุบัน เหลืออยู่บนโลกเพียง 2.5 หมื่นตัว นี่เป็นโศกนาฏกรรมอย่างแท้จริง “เวลาที่คุณอยู่ในระบบนิเวศน์นี้ในฐานะนักท่องเที่ยว ในฐานะนักสำรวจหรือนักวิทยาศาสตร์ คุณมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ตัวเองปลอดภัย และไม่ก้าวก่ายพฤติกรรมสัตว์ป่าของหมีขั้วโลก

กู้ภัยเร่งช่วยนักท่องเที่ยวหลังดินไหวแต่ยังเข้าไม่ถึงทุกจุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336773

กู้ภัยเร่งช่วยนักท่องเที่ยวหลังดินไหวแต่ยังเข้าไม่ถึงทุกจุด

ลอมบอก,คนไทย,อินโดนีเซีย,แผ่นดินไหว

สถานทูตไทยแจ้งความคืบหน้าความพยายามช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่ติดค้างบริเวณภูเขาไฟบนเกาะลอมบอก

สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงอินโดนีเซีย โพสต์แจ้งบนเฟซบุ๊ก ว่า ขณะนี้ ยังคงรวบรวมรายชื่อคนไทยที่ติดอยู่ในบริเวณภูเขาไฟรินจานี (Mount Rinjani) ที่เกาะลอมบอก  หลังจากแผ่นดินไหว 6.4 เมื่อเช้านี้ โดยถึงเวลา 17.30 น. รวบรวมรายชื่อ 180 คน ส่วนใหญ่เดินทางเป็นกลุ่มและมีไกด์ชาวอินโดนีเซียนำไป

กู้ภัยเร่งช่วยนักท่องเที่ยวหลังดินไหวแต่ยังเข้าไม่ถึงทุกจุด

คนไทยจำนวนมากติดค้างใกล้ภูเขาหลังแผ่นดินไหวอินโดนีเซีย

สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองเดนปาซาร์ (บาหลี) ติดต่อกับกลุ่มคนไทยอยู่โดยตลอด และได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ของอินโดนีเซีย กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย และหน่วยงานกู้ภัยของทหารอินโดนีเซีย เพื่อหาทางให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่

ล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพี้นที่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในพื้นที่ 4 จุด ได้แก่ บายัน เขตลอมบอกเหนือ (  Bayan -North Lombok) เซมบาลัน  (  Sembalun)  ซามเบเลีย ( Sambelia  ) บรางเรีย เขตลอมบอกตะวันออก (   Brang Rea -East lombok) และกำลังให้ความช่วยเหลือในจุดอื่นต่อไป แต่ยังมีบางจุดที่ยังไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้

กระทรวงท่องเที่ยวอินโดนีเซียได้ออกประกาศเตือนให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามแนวทางของรัฐบาลอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ท่าอากาศยานลอมบอกยังเปิดให้บริการตามปกติ

หมายเลขฉุกเฉินของสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองเดนปาซาร์ +62 813 37316669 และหมายเลขฉุกเฉินของสถานทูตฯ +62 811 186253 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และลงทะเบียนรายชื่อออนไลน์ ได้ที่ (https://goo.gl/forms/fWfrWhWb9ZlU1AjG3)

รอดปาฏิหาริย์ทารกหลุดจากครรภ์หลังแม่รถคว่ำเสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336766

รอดปาฏิหาริย์ทารกหลุดจากครรภ์หลังแม่รถคว่ำเสียชีวิต

ทารก,รอดปาฏิหาริย์,ทารกรอดปาฏิหาริย์,หลุดจากครรภ์มารดา

อุบัติเหตุรถบรรทุกคว่ำสยอง แต่ทารกดวงแข็ง แม่รถคว่ำหลุดจากครรภ์ลอยหวือไปตกพื้นหญ้า

รถบรรทุกกระดานไม้อัดประสบอุบัติเหตุเสียหลัก พลิกคว่ำบนถนนสายหลัก บีอาร์-116 ใกล้กับเมือง คาจาตี  ระหว่างเซาเปาโล กับ คูริติบา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว

แรงกระแทกทำให้สตรีตั้งครรภ์ 38 สัปดาห์ซึ่งนั่งมาด้วย กระเด็นออกมานอกรถ และถูกกองไม้อัดรถที่บรรทุกมาหล่นทับเสียชีวิต

แต่ที่ทำให้หน่วยแพทย์ต้องช็อกไปตามๆกันก็คือ เสียงร้องของทารก ที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตร

เอลตัน เฟร์นานโด บาร์โบซา หน่วยแพทย์ที่รุดถึงจุดเกิดเหตุคนแรก บอกสื่อท้องถิ่นว่าเขาได้รับแจ้งเหตุว่า เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำร้ายแรง มีผู้เสียชีวิต 1 คน เมื่อไปถึง พบคนขับรถบรรทุกบาดเจ็บอยู่ และมองเห็นศพที่อยู่ใต้กองไม้อัด ขณะนั้นเองที่ได้ยินเสียงทารกร้อง เขาประหลาดใจมากเพราะไม่ทราบมีเหยื่ออีกราย

พอรู้เป็นทารก จึงเรียกเรียกรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลทันที

บาร์โบซา กล่าวว่า คาดว่าแรงกระแทกมหาศาล ทำให้ท้องของมารดาปริแยก และทารกหลุดออกมา นอกจากรอดชีวิตอย่างเหลือเชื่อแล้ว ทารกเพศหญิงที่ลืมตาดูโลกพร้อมกับกำพร้าแม่ในเวลาเดียวกัน แข็งแรงสมบูรณ์  ปราศจากรอยขีดข่วน เว้นสายสะดือที่ขาดวิ่นเพราะแรงกระแทก  จากสภาพที่เกิดเหตุ ต้องบอกว่าเป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริงที่เด็กรอดมาได้

เวลานี้ ทารกอยู่ในความดูแลของแพทย์

บาร์โบซา กล่าวว่า รู้สึกสะเทือนใจที่มารดาของเด็กเสียชีวิต แต่ท่ามกลางโศกนาฏกรรม เราช่วยชีวิตทารกไว้ได้ เขาคิดว่าน่าจะเป็นครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุแบบนี้ในประวัติศาสตร์มอเตอร์เวย์บราซิล

ด้าน ซาลางเก บาตีสตา พยาบาลโรงพยาบาลปารีเกรา-อาคู กล่าวว่า ทีมแพทย์และพยาบาลตั้งชื่อทารกดวงแข็งหนัก 3 ก.ก. รายนี้ ว่า จีโอวานนา แปลว่า ได้รับการคุ้มครองจากพระเจ้า เธอเป็นเด็กที่นิ่งทีเดียว ไม่ค่อยร้อง บางทีก็ยิ้มหากเล่นด้วย

ส่วนคนขับรถบรรทุกมรณะ  เข้ารับการปฐมพยาบาลและออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา เขาบอกกู้ภัยว่า ไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ แค่รับเธอติดรถมาเท่านั้น ทางการกำลังพยายามตรวจสอบว่าเธอเป็นใครมาจากไหน เพราะไม่มีเอกสารประจำตัว และรอจากการติดต่อจากญาติ หากไม่มีใครติดต่อไป ทางการจะฝังศพสตรีนิรนาม ส่วนทารกจะส่งให้กับสถานสงคราะห์เด็กกำพร้า หาพ่อแม่บุญธรรมต่อไป

 รอดปาฏิหาริย์ทารกหลุดจากครรภ์หลังแม่รถคว่ำเสียชีวิต 

( Arteris via MetroUK ) 

 รอดปาฏิหาริย์ทารกหลุดจากครรภ์หลังแม่รถคว่ำเสียชีวิต 
( Arteris via MetroUK ) 
 รอดปาฏิหาริย์ทารกหลุดจากครรภ์หลังแม่รถคว่ำเสียชีวิต 
( Arteris via MetroUK ) 

คนไทยจำนวนมากติดค้างใกล้ภูเขาหลังแผ่นดินไหวอินโดนีเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336752

คนไทยจำนวนมากติดค้างใกล้ภูเขาหลังแผ่นดินไหวอินโดนีเซีย

แผ่นดินไหวลอมบอก,อินโดนีเซีย,ติดค้าง,ภูเขารินจานี

มีนักท่องเที่ยวไทยติดค้างบนเส้นทางเดินป่าภูเขาบนเกาะลอมบอก สถานทูตเร่งประสานความช่วยเหลือ

สถานทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ตามที่เมื่อช่วงเช้าของวันนี้  ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ บนเกาะลอมบอก (Lombok) ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนอย่างน้อย 10 ราย

อินโดนีเซียเศร้าดินไหวเขย่าเกาะลอมบอกสังเวย 10 ศพ

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ขอให้นักท่องเที่ยวชาวไทยในพื้นที่ใช้ความระมัดระวัง โดยตรวจสอบและติดตามข่าวสารจากทางการอินโดนีเซียอย่างสม่ำเสมอ พร้อมให้เบอร์ติดต่อหมายเลขฉุกเฉินของสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองเดนปาซาร์ ‭+62 813 37316669‬ และหมายเลขฉุกเฉินของสถานทูตฯ +62 811 186253 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ปรากฎว่ามีคนไทยทั้งที่ติดค้างอยู่บนเส้นทางเดินป่าและทะเลสาบด้านล่างภูเขาไฟรินจานี แหล่งท่องเที่ยวดังบนเกาะลอมบอก และญาติพี่น้องในไทย เข้าไปแจ้งขอความช่วยเหลือจำนวนมาก

สำหรับผู้ประสบภัยหรือครอบครัว สามารถเข้าไปกรอกชื่อและรายละเอียดได้ ตามลิงค์นี้เพื่อที่ทางสถานทูตจะเร่งประสานช่วยเหลือต่อไป

มีผู้ใช้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์หลายคน โพสต์บอกเล่าประสบการณ์

p ᴀ p ʜ ᴀ s ᴡ.@paphasw

ลอมบอก, อินโดนีเซีย แผ่นดินไหวแต่นี่เกือบไม่ไหว ตลอดทางที่หนีลงมาจากรินจานีเห็นรอยแผ่นดินแยก ได้ยินเสียงหินถล่มเรื่อยๆ ทั้งที่เมื่อคืนฟ้าเปิดทั้งดาวทั้งจันทร์สวยมาก เมื่อเช้าเองก็อากาศดีมาก ไม่มีสัญญาณเตือนเลยจริงๆ 😭😭😭😭

อินโดนีเซียเศร้าดินไหวเขย่าเกาะลอมบอกสังเวย 14 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336720

อินโดนีเซียเศร้าดินไหวเขย่าเกาะลอมบอกสังเวย 14 ศพ

เกาะลอมบอก,อินโดนีเซีย,แผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวเขย่าเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมอินโดนีเซีย เสียชีวิตแล้ว 10 คน เจ็บเพียบ

สุโทโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติอินโดนีเซีย แถลงว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14คน บาดเจ็บอีกราว 40 บ้านเรือนเสียหายหลายสิบหลัง จากแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ช่วงเช้าวันนี้

อินโดนีเซียเศร้าดินไหวเขย่าเกาะลอมบอกสังเวย 14 ศพ 

แรงสั่นสะเทือนรุนแรง 2 ระลอก และอาฟเตอร์ช็อกกว่า 60 ครั้ง โดยมีสองครั้งที่เป็นแผ่นดินไหวเกินระดับ 5 ทำให้คนแตกตื่นวิ่งออกจากบ้านและโรงแรม เจ้าหน้าที่หวั่นว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอาจเพิ่มขึ้นอีก เพราะยังรวบรวมข้อมูลไม่ครบถ้วน

ในบรรดาผู้เสียชีวิต มีสตรีมาเลเซียวัย 30 ปี 1 คน ประชาชนในเมืองลอมบอกตะวันออกและมาตาราม รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง 10 นาที พากันวิ่งออกไปรวมตัวกันบนที่โล่ง เช่น สนามฟุตบอล

View image on TwitterView image on TwitterView image on TwitterView image on Twitter

Sutopo Purwo Nugroho@Sutopo_PN

Dampak gempa 6.4 SR di 28 km barat laut Lombok Timur kedalaman 10 km pada 29/7/2018 pukul 05.47 WIB, beberapa bangunan dan rumah mengalami kerusakan di Sambelia Lombok Timur. BPBD masih melakukan pendataan.

แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ไกลออกไป 100 กิโลเมตร ถึงเกาะบาหลี เกาะตากอากาศก้องโลกอีกแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย

ทางการเร่งประเมินความเสียหายและสิ่งปลูกสร้าง  และปิดเส้นทางเดินเขารินจารี เพราะดินเลื่อน

ซุลคิฟลี ชาวเมืองล็อกบ็อกเหนือ ซึ่งใกล้กับจุดศูนย์กลาง กล่าวว่า แผ่นดินไหวแรงมาก ทุกคนในบ้านตกใจกันมาก รีบวิ่งออกไปนอกบ้าน ไปเจอกับเพื่อนบ้านในละแวกที่วิ่งออกมาทุกคน ทันใดนั้น ไฟก็ดับ

อินโดนีเซียเศร้าดินไหวเขย่าเกาะลอมบอกสังเวย 14 ศพ 

เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยว แขก 30 คนลงมารวมตัวในลอบบีโรงแรม คาตามารัน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ที่หาดเซงกิกิ ราวครึ่งชั่วโมง ก่อนกลับขึ้นไปบนห้อง หลังได้รับการยืนยันว่าไม่มีประกาศเตือนสึนามิ

อินโดนีเซียเศร้าดินไหวเขย่าเกาะลอมบอกสังเวย 14 ศพ 

สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ แจ้งว่า แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย มีศูนย์กลางห่างราว 50 กิโลเมตรจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมาตาราม เมืองเอกของลอมบอก ซึ่งไกลจากเมืองท่องเที่ยวหลักทางใต้และตะวันตกของเกาะ

(คลิป)กล้องวงจรปิดบันทึกความดีเด็กน้อยหลังพบกระเป๋าเงินตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336710

(คลิป)กล้องวงจรปิดบันทึกความดีเด็กน้อยหลังพบกระเป๋าเงินตก

แก๊งจักรยาน,เด็กอเมริกัน,คืนกระเป๋าสตางค์

เด็กอเมริกันกลุ่มหนึ่งกำลังขี่จักรยานเล่น พบกระเป๋าสตางค์มีเงิน 700 ดอลลลาร์ แต่แทนเลือกเก็บไว้ พวกเขาตัดสินใจคืนแบบไม่ลังเล

เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นในเมืองออโรรา รัฐโคโลราโด เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดหน้าประตูบ้านของผู้ใช้เฟซบุ๊ก เจมี คาร์ลตัน  บันทึกภาพเด็ก 3 คน นำกระเป๋าสตางค์มาส่งคืน หลังจากพบตกอยู่ใกล้กับรถยนต์จอดหน้าบ้าน ระหว่างที่พวกเขากำลังขี่จักรยานเล่นอยู่

ภายในกระเป๋าสตางค์ มีเงินอยู่ 700 ดอลลาร์สหรัฐ (2.3 หมื่นบาท) เป็นของเด็กชายไนเจล เดรก ลูกชายของคาร์ลตัน

หลังจากพ่อเห็นคลิป จึงนำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อประกาศหาตัวพวกเขา แล้วก็กลายเป็นคลิปไวรัล

คาร์ตัน โพสต์ชื่นชมว่าเด็กเหล่านี้ช่างน่าทึ่ง ช่วยให้เราเชื่อศรัทธาในมนุษย์อีกครั้ง เขาอยากพบ อยากขอบคุณ และลูกชายของเขาอยากตอบแทนที่ได้กระเป๋าสตางค์คืน  พ่อแม่ของเด็กเหล่านั้น จะต้องภาคภูมิใจ ต่อมา คาร์ตันกล่าวว่าได้คุยกับพ่อแม่ของเด็กแล้ว พวกเขาวิเศษมาก

สื่อสหรัฐ เผยชื่อเด็ก ได้แก่ เด็กชายแอชลีย์  เด็กหญิงเฮย์ลี เวนเคอ อายุ 13 ปี กับน้องชาย เรแกน วัย 6 ขวบ   เด็กหญิงกล่าวว่า เธอรู้แค่ว่าหากเห็นอะไรที่คนทำตกหรือลืมไว้ ก็ให้นำไปส่งคืนและทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอ

ทั้งสามกำลังขี่จักรยานกลับบ้าน หลังจากไปเที่ยวเล่นในสวนสาธารณะ สังเกตเห็นอะไรตกอยู่บนพื้นหน้าบ้าน จึงเดินไปที่ประตูบ้านและกดกริ่งแบบไม่ลังเล  แต่ไม่มีคนอยู่  จึงทิ้งข้อความอธิบายสั้นๆไว้

 

(มีคลิป) ใจสลาย!แม่วาฬเพชฌฆาตอาลัยลูกตายพยุงซากดำผุดดำว่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/336695

(มีคลิป) ใจสลาย!แม่วาฬเพชฌฆาตอาลัยลูกตายพยุงซากดำผุดดำว่าย

วาฬออร์กา,แม่วาฬ

ลูกวาฬเพชฌฆาตตายหลังลืมตาดูโลกไม่นาน แม่วาฬดันซากลูกว่ายน้ำหลายวัน

วาฬเพชฌฆาตที่ได้รับการตั้งชื่อจากศูนย์วิจัยวาฬ ประเทศแคนาดา “J35” ออกลูกใน พูเก็ตซาวด์  นอกชายฝั่งเมืองแวนคูเวอร์ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 50 ก.ม.ทางตะวันตกของแคนาดา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม

แต่โชคร้ายอีกครั้งเมื่อวาฬออร์กาตัวแรกที่เกิดในรอบ 3 ปี รอดได้ไม่นาน เพียงครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น นักวิจัยเห็นแม่วาฬเริ่มดันซากลูกน้อยขึ้นมาบนผิวน้ำ เมื่อซากลูกจมลงไป แม่ก็ใช้หน้าผากดันขึ้นมาใหม่ให้อยู่เหนือน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเช่นนี้อยู่นานกว่า 3 วัน

แม่วาฬออร์กาและลูก เป็นสายพันธุ์ทั่วไปทางใต้  ( southemn resident ) ที่จะอพยพไป พูเก็ต ซาวน์ ในฤดูใบไม้ผลิถึงใบไม้ร่วงทุกปี

การตายของลูกวาฬออร์กาล่าสุด ตอกย้ำสถานการณ์น่าวิตกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้ ที่กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ หลังจากไม่พบเห็นลูกวาฬเกิดใหม่และเติบโตได้ในรอบ 3 ปี

นักวิจัยไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ลูกวาฬมีอัตราตายตั้งแต่เกิดถึง 75% ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา แต่คาดว่าสาเหตุจากปลาแซลมอนชีนุก ซึ่งเป็นอาหารหลักของมัน มีอัตราเกิดตกต่ำ และอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยอย่างมลพิษที่กระทบโภชนาการของแม่วาฬ

เคน บัลคอมบ์ ศูนย์วิจัยวาฬ ซึ่งทำสำมะโนประชากรวาฬออร์กาให้กับรัฐบาลสหรัฐและแคนาดา อธิบายว่า เป็นพิธีกรรมของ วาฬเพชฌฆาต ที่จะพาสมาชิกที่ตายเดินทางยาวนานนับสัปดาห์ พวกมันรู้ว่าลูกวาฬตายแล้ว น่าจะเป็นพิธีกรรมหรือความเศร้าโศกของแม่ ที่ไม่อยากปล่อยลูกไปง่ายๆ J35 น่าจะสูญเสียลูกอย่างน้อย 2 ตัวแล้ว นับจากครั้งแรกเมื่อ 8 ปีก่อน

ชาวบ้านบนเกาะซาน ฆวน ในน่านน้ำสหรัฐนอกเกาะแวนคูเวอร์ กล่าวว่า เขาเห็นวาฬออร์กาเพศเมียราว 6 ตัว ชุมนุมกันในอ่าวโดยเรียงตัวกันเป็นวงแคบๆใกล้ชิดติดกันอยู่บนผิวน้ำ นานเกือบ 2 ชั่วโมงหลังจากที่ลูกวาฬตาย