สอบปมนักบิน”แอร์ไชนา”สูบบหรี่ทำเครื่องวูบ 7,000 เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334573

สอบปมนักบิน”แอร์ไชนา”สูบบหรี่ทำเครื่องวูบ 7,000 เมตร

แอร์ไชนา,ดิ่งวูบกลางอากาศ,สอบนักบิน,นักบินสูบบุหรี่

แอร์ไชนาและการบินพลเรือนจีน เปิดสอบสาเหตุเครื่องบินดิ่งวูบ 7,600 เมตรกลางอากาศ สื่อตีข่าวนักบินสูบบุหรี่

หนังสือพิมพ์ เซาท์ ไชนา มอร์นิง โพสต์ รายงานว่า เที่ยวบิน CA106 สายการบินแอร์ไชนา ที่กำลังพาผู้โดยสาร 153 คน ลูกเรือ 9 คน จากฮ่องกงไปเมืองต้าเหลียน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ดิ่งวูบกลางอากาศ 7,600 เมตร ในเวลาเพียง 10 นาที ทำให้หน้ากากออกซิเจนหย่อนตัวลงมาในห้องโดยสาร แต่ทำการบินต่อไปแทนลงจอดฉุกเฉินสนามบินใกล้ที่สุด

เวบไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flight Aware แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737 ดิ่งลง 4,300 เมตร ในเวลาเพียง 4 นาทีครึ่ง เหตุการณ์ชวนระทึกเกิดขึ้นหลังจากเครื่องบินทะยานขึ้นราวครึ่งชั่วโมง และผู้โดยสารได้รับแจ้งว่าเครื่องบินประสบปัญหาเแรงดันอากาศในห้องผู้โดยสารลด

ทันทีที่เครื่องบินลดระดับมาทรงตัวอยู่ที่ 3,048 เมตร ( หมื่นฟุต)  จึงเริ่มไต่ความสูงอีกครั้งหนึ่ง

แอร์ไชนา ระบุว่าหากผลการสอบสวนพบว่าลูกเรือละเมิดกฎระเบียบ บริษัทจะดำเนินการกับบุคคลที่ต้องรับผิดชอบอย่างเด็ดขาด

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า นักบิน 2 คนสูบบุหรี่ในห้องนักบิน และกดปุ่มระบบระบายอากาศผิด เป็นสาเหตุของการสูญเสียความดัน แฃะเมื่อความดันในห้องผู้โดยสารลด เครื่องบินจะต้องลดความสูงลงมาเพื่อความปลอดภัย

สอบปมนักบิน"แอร์ไชนา"สูบบหรี่ทำเครื่องวูบ 7,000 เมตร

เหตุระทึกขวัญกลางเวหา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เที่ยวบินถึงจุดหมายปลายทางและลงจอดโดยสวัสดิภาพ ในเมืองต้าเหลียน แต่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวง ระบุว่าการตัดสินใจไต่ความสูงและทำการบินต่อไป ถือว่าไม่ปกตินัก เนื่องจากหน้ากากออกซิเจนหย่อนลงมาแล้ว มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุความดันอากาศลดรอบใหม่ หลังจากใช้ปริมาณออกซิเจนจากหน้ากาก 1 ครั้ง 12-20 นาทีหมดแล้ว นักบินควรนำเครื่องบินลงจอดสนามบินใกล้ที่สุดแทน

เคยมีกรณีหนึ่งในปี 2543 เที่ยวบินของสายการบินอแลสกา แอร์ไลนส์ ประสบปัญหาความดันอากาศลด และหน้ากากออกซิเจนหย่อนลงมาแล้ว เครื่องบินจึงลดระดับลงมาที่หมื่นฟุต เมื่อแก้ปัญหาได้แล้ว นักบินทำการบินต่อโดยขึ้นแตะความสูง 41,000 ฟุต ต่อมา สำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ ลงโทษถอนใบอนุญาตนักบินทั้งสองคน โดยให้เหตุผลว่ากัปตันรู้ดี แต่กลับทำให้ผู้โดยสาร 88 คนและลูกเรือ 3 คน เผชิญความเสี่ยงอย่างไม่จำเป็น จากเหตุบาดเจ็บที่สมอง หรือเสียชีวิตกรณีเครื่องบินประสบปัญหาความดันอีกครั้ง

สวมฮิญาบก็เล่นได้ นร.หญิงมาเลเซียโชว์ลีลาฟุตบอลฟรีสไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334556

สวมฮิญาบก็เล่นได้ นร.หญิงมาเลเซียโชว์ลีลาฟุตบอลฟรีสไตล์

นรหญิงมาเลเซีย,ฟุตบอลฟรีสไตล์,โชว์ลีลา,มุสลิม

ลีลาการเล่นฟุตบอลฟรีสไตล์ ทำให้สาวน้อยมุสลิมมาเลเซียกลายเป็นจุดสนใจในประเทศที่กีฬาประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย

คูอีรุนนีซา เอ็นดัง วาฮูดี นักเรียนหญิงวัย 18 ปี โชว์ลีลาการเล่นฟุตบอลฟรีสไตล์ได้อย่างน่าทึ่ง ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในเมืองคลาง ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตร โดยที่ผ้าคลุมศีรษะของสตรีมุสลิม หรือ ฮิญาบไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย

สวมฮิญาบก็เล่นได้ นร.หญิงมาเลเซียโชว์ลีลาฟุตบอลฟรีสไตล์

ประชากรกว่า 60% จาก 32 ล้านคนในมาเลเซียเป็นมุสลิม สตรีจำนวนมากสวมฮิญาบและเสื้อผ้าหลวมๆ แต่คูอีรุนนีซา กล่าวว่า อิสลามไม่ได้ห้ามผู้หญิงเล่นกีฬา เธอเริ่มเล่นฟุตบอลฟรีสไตล์ในปี 2559 โดยเรียนและฝึกฝนเองจากการดูคลิปวิดีโอบนยูทูบ เธอมีอิสระจะเล่นอย่างไรก็ได้ตราบใดไม่ได้อวดเรือนร่าง และครอบครัวของเธอก็ให้การสนับสนุน

“การเป็นผู้หญิงไม่ใช่อุปสรรค คุณเล่นกีฬาได้” สาวน้อยคนนี้กล่าวและเสริมว่า  ฟุตบอลฟรีสไตล์เป็นผู้ชายเล่นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบัน ผู้หญิงในมาเลเซียก็เริ่มสนใจมากขึ้น

เธอใช้เวลา 4-5 วันต่อสัปดาห์ฝึกทรงตัว เตะและจักกลิ้ง โดยฝึกครั้งละ 3 ชม.

https://instagram.com/p/BlDTBgnlKH_/?utm_source=ig_embed

ลีลาการเล่นฟุตบอลฟรีสไตล์ขอเธอได้รับความสนใจจากผู้ชมออนไลน์มากขึ้นเรื่อย บัญชีอินตาสแกรมเวลานี้มีผู้ติดตามกว่า 7.2 หมื่นคน

ความฝันของคูอีรุนนีซา คือการได้พบกับไอดอล ลีซา ซีมูช นักฟุตบอลฟรีสไตล์วัยรุ่นชื่อดังชาวฝรั่งเศส

สวมฮิญาบก็เล่นได้ นร.หญิงมาเลเซียโชว์ลีลาฟุตบอลฟรีสไตล์

สวมฮิญาบก็เล่นได้ นร.หญิงมาเลเซียโชว์ลีลาฟุตบอลฟรีสไตล์

สวมฮิญาบก็เล่นได้ นร.หญิงมาเลเซียโชว์ลีลาฟุตบอลฟรีสไตล์

 

โซเชียลชมช่างภาพหล่อมาก!ชกเจ้าบ่าวหลังรู้อายุเจ้าสาว15 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334515

โซเชียลชมช่างภาพหล่อมาก!ชกเจ้าบ่าวหลังรู้อายุเจ้าสาว15 ปี

ช่างภาพตุรกี,เจ้าสาวเด็ก,เจ้าสาววัย15,ชกเจ้าบ่าว,ช่างภาพฮีโร่

ชาวสังคมออนไลน์ยกช่างภาพตุรกีเป็นฮีโร่ ถูกจ้างไปถ่ายรูปแต่งงาน พอรู้อายุเจ้าสาว 15 ปีเท่านั้นก็ไม่ทน

โอนูร์ อัลเบย์รัก ช่างภาพถ่ายรูปแต่งงาน ในจังหวัดมาลัตยา ทางตะวันออกของตุรกี  ได้รับว่าจ้างไปถ่ายรูปสำหรับงานวิวาห์งานหนึ่ง ที่อุทยานธรรมชาติ Turgut Özal  ในจังหวัดมาลัตยา เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม

แต่เมื่อไปถึงสถานที่  ได้เห็นว่าที่เจ้าสาวครั้งแรก  เธอยังดูเด็กมาก และมีอาการสั่นกลัว จึงถามเจ้าบ่าวว่าเจ้าสาวอายุเท่าไหร่ พอได้รับคำตอบว่า 15 ปี ช่างภาพรายนี้ก็โกรธมาก และเริ่มมีปากเสียงขณะพยายามขัดขวางการแต่งงาน เลยเถิดเป็นการลงไม้ลงมือ ช่างภาพชกเจ้าบ่าวจมูกหัก

อัลเบย์รัก โพสต์เฟซบุ๊กในเวลาต่อมาว่า เป็นความจริงตามที่สื่อรายงาน ว่าเขาชกเจ้าบ่าว และว่า การนำเด็กมาเป็นเจ้าสาวคือการละเมิดเด็ก ไม่มีพลังอำนาจใดในโลกมาบังคับให้เขาไปถ่ายรูปเด็กเป็นเจ้าสาวได้

Real News Line@RealNewsLine

Onur Albayrak, photographer admits beating up man who wanted to marry in Turkey’s east
He was declared a hero on social media following local media reports that he tried to stop a wedding after learning that the bride was a child.http://www.hurriyetdailynews.com/photographer-admits-beating-up-man-who-wanted-to-marry-child-in-turkeys-east-134354  via @HDNER

ช่างภาพรายนี้ระบุว่าไม่นึกเสียใจที่ทำลงไป ขณะที่การขัดขวางวิวาห์เจ้าสาวเด็กอายุเพียง 15 ปีของเขา ได้รับคำชื่นชมยกย่องจากชาวสังคมออนไลน์

กฎหมายตุรกี กำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับแต่งงานได้ที่ 18 ปีทั้งชายและหญิง แต่ข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟ ระบุว่าตุรกีมีอัตราการแต่งงานกับเจ้าสาวเด็กติดอันดับสูงสุดในยุโรป เด็กญิงราว 1 % ในตุรกีถูกจับแต่งงานก่อนอายุ 15 ปี และก่อนอายุ 18 ปี ราว 15%

Girls Not Brides กลุ่มรณรงค์ต่อต้านการนำเด็กมาแต่งงาน ระบุว่าสงครามซีเรียที่ก่อคลื่นผู้อพยพหลั่งไหลเข้าตุรกี กับประเทศเพื่อนบ้าน มีส่วนทำให้จำนวนเจ้าสาวเด็กเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ศาลเยอรมนีไฟเขียวแม่มีสิทธิเข้าเฟซบุ๊กลูกสาวที่ตายแล้วได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334509

ศาลเยอรมนีไฟเขียวแม่มีสิทธิเข้าเฟซบุ๊กลูกสาวที่ตายแล้วได้

เฟซบุ๊ก,มรดก,ทายาท,ศาลเยอรมัน

ศาลสูงเยอรมนีชี้ขาดให้แม่เข้าถึงบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กของลูกสาวที่เสียชีวิตได้ เป็นบรรทัดฐานต่อไปว่าข้อมูลในบัญชีเฟซบุ๊กมีสถานะอย่างไรหากเจ้าของตายไป

คดีนี้เป็นคดีที่คุณแม่ชาวเยอรมันคนหนึ่งต่อสู้กับเฟซบุ๊ก ยักษ์ใหญ่สังคมออนไลน์ ตามกระบวนการศาลมานานหลายปี หลังจากที่เธอสูญเสียบุตรสาววัย 15 ปีจากอุบัติเหตุรถไฟใต้ดินชนในปี 2555 เธอหวังว่าข้อมูลในบัญชีเฟซบุ๊ก จะช่วยให้เธอกระจ่างว่าการตายของลูกสาวเป็นอุบัติเหตุ หรือการฆ่าตัวตาย ซึ่งมีผลถึงการรับผิดชอบค่าชดเชยของคนขับรถไฟ

ในการต่อสู้คดี มารดาโต้ว่า เนื้อหาในบัญชีเฟซบุ๊กลูกสาว มีสถานะทางกฎหมายเหมือนกับไดอารี หรือจดหมายส่วนตัวที่ตกทอดเป็นมรดกถึงทายาทได้หลังเจ้าของเสียชีวิต

ศาลชั้นต้นในกรุงเบอร์ลินตัดสินเข้าข้างผู้ฟ้องว่า บัญชีเฟซบุ๊กของผู้ตายรวมถึงคอนแทกท์กับเพื่อน เข้าข่ายกฎหมายมรดก พ่อแม่ผู้เยาว์มีสิทธิรับรู้ได้ว่าลูกสาวสื่อสารกับใคร และเมื่อใด ไม่มีเหตุผลที่จะจัดเนื้อหาดิจิทัลแตกต่างกับจดหมายหรือหนังสือที่จะตกทอดถึงทายาทเช่นกัน

แต่ศาลอุทธรณ์ในกรุงเบอร์ลิน ตัดสินเมื่อปีที่แล้ว เข้าข้างเฟซบุ๊กที่ยกเหตุผลว่า ความเป็นส่วนตัวในการสื่อสารโทรคมนาคม ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเยอรมนีเช่นกัน กรณีนี้คุ้มครองทั้งบัญชีเฟซบุ๊กลูกสาว และบุคคลที่ติดต่อและโต้ตอบข้อความ

ก่อนที่ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนี ในเมืองคาร์ลสรูห์ ตัดสินวันนี้ว่า ข้อมูลการติดต่อเพื่อนในบัญชีเฟซบุ๊กของเด็กหญิง เป็นส่วนหนึ่งของมรดก จึงควรส่งต่อให้ทายาทได้ซึ่งในที่นี้คือมารดา ซึ่งจะทำให้เธอเข้าถึงการโพสต์ข้อความและข้อความส่วนตัวได้ทั้งหมด
ปัจจุบัน เฟซบุ๊กให้สองทางเลือกแก่ญาติ คือหนึ่งอนุญาตให้เปลี่ยนบัญชีเฟซบุ๊กเป็นเพจไว้อาลัย ชาวเฟซบุ๊กเข้าไปเขียนไว้อาลัยได้ แต่ไม่สามารถติดต่อทางกล่องข้อความ อีกทาง ให้ญาติร้องขอเฟซบุ๊กให้ลบบัญชี

หมอแฮร์ริสแถลงครั้งแรกขอบคุณทุกการสนับสนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334448

หมอแฮร์ริสแถลงครั้งแรกขอบคุณทุกการสนับสนุน

หมอแฮร์ริส

คุณหมอแฮร์ริสและเพื่อนที่เปลี่ยนแผนไปเที่ยวมาร่วมช่วยชีวิตทีมหมูป่า ออกแถลงการณ์ขอบคุณทุกฝ่ายส่งข้อความและกำลังใจ

นายแพทย์ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลียจากเมืองอะดีเลด และนักดำน้ำในถ้ำมากประสบการณ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในภารกิจท้าทายพาทีมหมูป่า 13 ชีวิตออกจากถ้ำ กล่าวขอบคุณทุกการสนับสนุน จนนำไปสู่การพาเด็กคนสุดท้ายออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนโดยสวัสดิภาพเมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา

หมอแฮร์ริสแถลงครั้งแรกขอบคุณทุกการสนับสนุน
ในการออกแถลงการณ์ครั้งแรกร่วมกับ ดร.เครก ชาลเลน เพื่อนนักดำน้ำและสัตวแพทย์ ที่มาร่วมภารกิจเดียวกัน ดร.แฮร์ริส กล่าวว่า พวกเรายินที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ ช่วยเหลือปฏิบัติการนานาชาตินำโดยรัฐบาลไทย ผลสำเร็จที่ออกมา เกือบจะเกินจากที่จินตนาการไว้จากที่มามีส่วนร่วมครั้งแรก

ผู้คนทั่วโลกเขียนข้อความยกย่องดร.แฮร์ริส ดำน้ำเข้าไปประเมินสุขภาพของเด็กและโค้ช ว่าพร้อมสำหรับการเดินทางหรือไม่และจัดยาระงับประสาทเหมาะสมเพื่อให้พวกเขาอยู่ในสภาพที่เอื้อต่อภารกิจ นายแพทย์วัย 53 ปี ยังได้รับข้อความให้กำลังใจล้นหลาม เมื่อทราบข่าวว่าบิดาของคุณหมอเสียชีวิตในวันเดียวกับที่ช่วยเด็กชุดสุดท้ายได้สำเร็จ

หมอแฮร์ริสแถลงครั้งแรกขอบคุณทุกการสนับสนุน

ดร.แฮร์ริส และดร.ชาลเลน ระบุในแถลงการณ์ว่า ทั้งสองขอส่งคำขอบคุณและการยกย่องอย่างที่สุดไปยังนักดำน้ำชาวอังกฤษแกนนำของภารกิจครั้งนี้ และนักดำน้ำสนับสนุนจากสหภาพยุโรป สหรัฐ จีนและออสเตรเลีย ซึ่งช่วยกันส่งต่อเด็กๆออกจากถ้ำเป็นทอดๆโดยสวัสดิภาพ ตลอดจนผู้มีส่วนร่วมอีกจำนวนมากจากกองทัพ และภาคประชาชนในหลากหลายบทบาท

“พวกเราเป็นเพียงส่วนเล็กๆจากคณะออสเตรเลีย ที่ประกอบด้วยบุคลากรจากกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงต่างประเทศ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างทรงคุณค่า”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอขอบคุณนักเตะและโค้ชที่เชื่อมั่นในตัวพวกเรา ขออวยพรให้ฟื้นตัวในเร็ววัน

 

หมอแฮร์ริสแถลงครั้งแรกขอบคุณทุกการสนับสนุน

เฮรัลด์ซัน รายงานว่า เครก ชาลเลน สัตวแพทย์เกษียณจากเพิร์ธ กำลังเก็บกระเป๋าไปเที่ยวที่นุลลาร์บอร์กับคู่หูดำน้ำ ริชาร์ด แฮร์ริส หรือ แฮร์รี เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว แต่เมื่อได้รับการร้องขอ ก็ตัดสินใจเปลี่ยนแผนทันที นำพาทั้งคู่มาที่ประเทศไทย ฮีทเทอร์ เอนดัลล์ เพื่อนของหมอชาลเลน เปิดเผยว่า เพื่อนของเขากังวลกับสถานการณ์นี้ และไปโดยที่ไม่คาดหวังในแง่บวกนัก เขาคิดว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะพาเด็กออกมาแบบปลอดภัยได้

คุณหมอออสซี่ยกเครดิตหมูป่าและหน่วยซีลคือฮีโร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334383

คุณหมอออสซี่ยกเครดิตหมูป่าและหน่วยซีลคือฮีโร่

คุณหมอออสซี่,ริชาร์ด แฮร์ริส,ฮีโร่,หมูป่า,หน่วยซีล

หมอริชาร์ด แฮร์ริส บอกไม่ใช่ฮีโร แต่ควรเป็นซีลไทยและตัวเด็กเอง

ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส นักสำรวจถ้ำใต้น้ำและวิสัญญีแพทย์จากเมืองอะดีเลด ผู้มีบทบาทสำคัญในภารกิจพาทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในฐานะผู้ประเมินความพร้อมร่างกายและตัดสินใจว่าควรลำเลียงเด็กคนไหนก่อนหลังเพื่อให้ภารกิจราบรื่น ไปจนถึงการเป็นนักดำน้ำคนท้ายๆที่ออกจากถ้ำหลวง

แต่ในการสนทนาผ่านสไกป์กับนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูล ของออสเตรเลีย เมื่อวานนี้ คุณหมอกลับยกคำว่าฮีโร่ให้กับทีมหมูป่าและหน่วยซีลของไทย

“ฮีโร่ตัวจริงในงานนี้คือเด็กๆและหน่วยซีลที่ดูแล พวกเขาเป็นเด็กและผู้ชายแกร่งที่สุดเท่าที่ผมมีโอกาสได้พบเจอ พวกเขารับผิดชอบขวัญกำลังใจของตัวเอง รับผิดชอบความปลอดภัยของตัวเอง หากพวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานะเช่นนั้นแล้ว เราคงทำอะไรไม่ได้ เครดิตอยู่ที่พวกเขาเหล่านั้น” 

คุณหมอแฮร์ริส เป็นหนึ่งในทีมออสเตรเลีย 20 ชีวิตที่เข้ามามีส่วนร่วมในปฏิบัติการช่วยชีวิตที่ยากจะเป็นไปได้ แต่หลังจากภารกิจประวัติศาสตร์โลกจบลงด้วยความสำเร็จไม่ได้นาน ได้รับข่าวร้ายบิดาถึงแก่กรรม จึงขอเวลาเป็นส่วนตัว

ทีมกู้ภัยจากออสเตรเลีย ยังรวมถึง เครก ชาเลน เพื่อนนักดำน้ำของดร.แฮร์ริส นักประดาน้ำจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย 6 คน  ซึ่งในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ พวกเขาสะท้อนความเห็นไปในทางเดียวกับดร.แฮร์ริส คือชื่นชมเด็กๆ

พล.ต.อเล็กซ์ รูบิน จากกองทัพออสเตรเลีย กล่าวว่า ผมคิดว่าเด็กที่ผ่านความลำบากในถ้ำขนาดนี้ คือฮีโรโดยตัวของพวกเขาเอง และหน่วยซีลของไทย พล.ต.รูบิน กล่าวว่า ขนาดและความเสี่ยงของปฏิบัติการครั้งนี้ ไม่เคยมีมาก่อน ทีมกู้ภัยต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ราว 20 ตัน ไม่ว่าจะเป็นถังออกซิเจน เครื่องสูบน้ำและอาหารเข้าไปในถ้ำ

ดร.แฮร์ริสตั้งใจไปใช้เวลาวันหยุดกับครอบครัว แต่เปลี่ยนใจไปทำงานเสี่ยงที่ถ้ำในเชียงรายแทนอย่างไม่ลังเล หลังได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางการไทย ตามคำร้องขอจากนักดำน้ำชาวอังกฤษว่าไม่มีใครเหมาะสมกับงานเท่ากับคุณหมอนักดำน้ำที่สั่งสมประสบการณ์มานาน 30 ปี

นายกรัฐมนตรีเทิร์นบูล ขอให้หมอแฮร์ริสเล่าว่าตรงไหนของถ้ำหลวงที่อันตรายที่สุด ได้รับคำตอบว่า ใต้น้ำช่วง 200 เมตรสุดท้าย ยากมากในการดำผ่าน การดำน้ำราว 2.5 กิโลเมตรจากท้ายถ้ำ ทัศนวิสัยเป็นศูนย์เพราะโคลนและดิน  ต้องอาศัยมือคลำนำทางไป และต้องปิดตาไปเกือบตลอด กระทบโขดหิน ขยับเคลื่อนตัวผ่านซอกโพรงเล็กๆ โดยที่แขนต้องพยุงเด็กชายตัวเล็กๆไปด้วย

ผู้นำออสเตรเลีย กล่าวขอบคุณดร.แฮร์ริสและทีมงานออสเตรเลียในไทย “พวกคุณคือแรงบันดาลใจของออสเตรเลีย ทำให้ออสเตรเลียภาคภูมิใจ”

สมาคมการแพทย์ออสเตรเลีย (เอเอ็มเอ) ทวิตว่าดร.แฮร์ริส เป็นหมอและมนุษย์มหัศจรรย์

ขณะนี้ มีเสียงเรียกร้องจากชาวสังคมออนไลน์ออสเตรเลีย ให้ดร.แฮร์ริส ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์และนักดำน้ำในถ้ำ ได้รับรางวัลบุคคลแห่งปี หรือ ออสเตรเลียน ออฟ เดอะ เยียร์ จากบทบาทในภารกิจกู้ภัยเหลือเชื่อ ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งทวิตว่า หมอแฮร์ริสคือจิตวิญญาณที่แท้จริงของประเทศนี้  บ้างว่า ไม่รู้จะบรรยายเป็นคำพูดได้อย่างไรถึงความภาคภูมิใจที่ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงการเป็นชาวออสเตรเลีย หลายครั้งที่เรายกย่องคนด้วยเหตุผลที่ไร้ความหมาย ถึงเวลาที่เราควรยอมรับฮีโร่ตัวจริงอย่าง ริชาร์ด แฮร์ริส

โหด!อดีตพยาบาลญี่ปุ่นรับปลิดชีวิตผู้ป่วยสูงอายุ 20 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334350

โหด!อดีตพยาบาลญี่ปุ่นรับปลิดชีวิตผู้ป่วยสูงอายุ 20 คน

พยาบาลญี่ปุ่น,ผู้ป่วยสูงอายุ,ปลิดชีวิต

สะเทือนขวัญ อดีตพยาบาลชาวญี่ปุ่นรับอาจสังหารคนไข้วัยชรา 20 ศพ

ตำรวจญี่ปุ่น ยืนยันว่า ได้ควบคุมตัว อายุมิ คุโบคิ อดีตพยาบาลวัย 31 ปี ไว้สอบสวนข้อหาฆาตกรรมผู้ป่วยชายวัย 88 ปีที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในเมืองโยโกฮามา ใกล้กรุงโตเกียว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก

ขณะสื่อญี่ปุ่น หนังสือพิมพ์ อาซาฮี รายงานว่า คุโบคิซึ่งเลิกเป็นพยาบาล นับจากสังหารผู้ป่วยรายนี้เมื่อปี 2559  สารภาพกับตำรวจว่า เธอผสมยาฆ่าเชื้อในน้ำเกลือให้กับผู้ป่วยสูงอายุร่วม 20 คนก่อนหมดชั่วโมงทำงาน ซึ่งก็หมายความว่าการกระทำของเธออาจคร่าชีวิตเหยื่อจำนวนเดียวกัน

ที่น่าตกใจคือ อดีตพยาบาลรายนี้ ไม่ได้มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกับผู้ป่วย แต่เป็นเพราะการฉีดสารแปลกปลอมในน้ำเกลือ ทำให้เธอควบคุมได้ว่าเมื่อใดที่คนไข้จะตาย  “ฉันไม่ชอบเห็นผู้ป่วยอาการทรุดหนักฉับพลัน ไม่อยากให้พวกเขามาตายในกะทำงาน เพราะการอธิบายเรื่องการตายของผู้ป่วยให้แก่ญาติๆฟัง เป็นภาระและยุุ่งยาก” 

โหด!อดีตพยาบาลญี่ปุ่นรับปลิดชีวิตผู้ป่วยสูงอายุ 20 คน 

คุโบคิถูกตำรวจจับกุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากพบร่องรอยสารเคมีบนเครื่องแบบ และเธอก็สารภาพ

รายงานระบุว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 48 คนที่โรงพยาบาลที่เกิดเหตุ ในช่วงเวลาเพียง 3 เดือน โดยมีอยู่วันหนึ่งที่เสียชีวิตรวดเดียว 5 คน ในเดือนสิงหาคม 2559 และ 4 คนในวันเดียวในเดือนถัดไป

ตำรวจยืนยันว่า ผู้ป่วยอย่างน้อย 4 ราย ตายจากสารต้องสงสัย แต่ยากจะหาสาเหตุชัดเจนในส่วนที่เหลือ เพราะศพถูกนำไปฌาปนกิจแล้ว ตอนแรก โรงพยาบาลไม่ได้เอะใจ เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในวัยชราแล้ว และอาการไม่ดีตั้งแต่รับรักษา ก่อนมีสัญญาณเตือนความผิดปกติ หลังพยาบาลคนหนึ่งพบฟองอากาศในถุงน้ำเกลือของผู้ป่วยวัย 88 ปีเมื่อกันยายน 2559 จนนำไปสู่การจับกุม

ตำรวจยังพบสารลดแรงตึงผิว ซึ่งเป็นสารเคมีใช้ในการผลิตน้ำยาซักผ้าและเครื่องสำอาง ในถุงน้ำเกลือ 50 ถุงที่ยังไม่ได้ใช้ในโรงพยาบาล ทั้งยังเป็นสารเคมีชนิดเดียวกับที่พบในศพผู้ป่วยอีก 2 รายวัย 78 กับ 89 ปี

เผยเครื่องสูบน้ำในถ้ำหลวงเสียหลังหมูป่าชุดสุดท้ายพ้นถ้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334315

เผยเครื่องสูบน้ำในถ้ำหลวงเสียหลังหมูป่าชุดสุดท้ายพ้นถ้ำ

เครื่องสูบน้ำ,เครื่องสูบน้ำเจ๊ง,หมูป่า,พ้นถ้ำ

รายละเอียดปลีกย่อยแรกๆที่สื่อต่างประเทศรายงานผ่านคำบอกเล่าของนักดำน้ำออสเตรเลีย

เวบไซต์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานอ้างคำบอกเล่าของนักดำน้ำออสเตรเลีย 3 คนว่า ปฏิบัติการช่วยพาทีมหมูป่าอะคาเดมีชุดสุดท้ายกับโค้ช ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อวานนี้ หวุดหวิดเผชิญสถานการณ์สุ่มเสี่ยง เนื่องจากเครื่องสูบน้ำเกิดเสียกะทันหัน หลังจากที่หมูป่าชุดสุดท้ายได้รับการช่วยเหลือออกไป

รายงานระบุว่า เครื่องสูบน้ำหลักเสียขณะที่นักดำน้ำกับกู้ภัย ยังอยู่ลึกเข้าไปในถ้ำราว 1.5 กิโลเมตร เพื่อเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น  นักดำน้ำออสเตรเลีย 3 คนซึ่งยังอยู่ที่โถงสาม ที่ตั้งของฐานปฏิบัติการของหน่วยซีล ได้ยินเสียงร้องโหวกเหวก และเห็นแสงจากไฟฉายคาดศีรษะวูบวาบพุ่งตรงออกมา ขณะคนทำงานรีบวิ่งหาที่แห้ง

คนงานราว 100 คนภายในถ้ำรุดไปที่ทางออก และพากันออกมาได้ราว 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น รวมถึงหน่วยซีล 4 คนสุดท้าย ที่อยู่ดูแลทีมหมูป่า 13 ชีวิตระหว่างรอการช่วยเหลือบนเนินนมสาว

นักดำน้ำออสเตรเลียสามคนซึ่งแบกอุปกรณ์ดำน้ำหนัก 46 กิโลกรัม เป็นส่วนหนึ่งในทีมถือวิทยุสื่อสาร ถังอากาศและอุปกรณ์ต่างๆเข้าไปในโถงสาม ไม่อาจเข้าไปได้ไกลกว่านั้นเพราะอุปกรณ์ติดตัวมีขนาดใหญ่เกินไป การเข้าไปลึกจากโถงสาม ต้องผ่านโพรงที่มีขนาดกว้างไม่ถึง 1 เมตร  ส่วนผู้เชี่ยวชาญดำน้ำในถ้ำและเด็กชาย สวมและติดอุปกรณ์เล็กกว่านั้น

พวกเขาเปรียบเทียบบางส่วนของเส้นทางภายในถ้ำ เหมือนกับการผ่านท่อโค้งงอรูปตัว S ในห้องน้ำ กล่าวคือมีแอ่งน้ำหลักๆ 3 จุด ระยะทางราว 10-20 เมตร นักดำน้ำจะอยู่ใต้น้ำ 10 เมตร จากนั้นเดินต่ออีกราว 100-200 เมตร แล้วดำน้ำอีกครั้ง

เปิดคลิปปล้นไร้อาวุธกวาดทรัพย์ 9 แสน! ร้านแอปเปิลสโตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334282

เปิดคลิปปล้นไร้อาวุธกวาดทรัพย์ 9 แสน! ร้านแอปเปิลสโตร์

แอปเปิลสโตร์,9 แสนบาท,ขโมย,ไม่กี่วินาที

ตำรวจสหรัฐในเมืองเฟรสโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สอบสวนเหตุชายกลุ่มหนึ่งสวมฮู้ดบุกเข้าไปชิงทรัพย์ในแอปเปิล สโตร์ แบบง่ายๆอาศัยความไว

กล้องวงจรปิดที่แอปเปิล สโตร์ ภายในห้างแฟชัน แฟร์มอลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย จับภาพนาทีที่ชาย 4 คน ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ขโมยสินค้าภายในร้านไปได้ถึง 26 รายการ รวมมูลค่า 27,000  ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.9 แสนบาท )

ขโมยกลุ่มนี้กวาดและกระชากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากโต๊ะตั้งแสดงสินค้าภายในร้านอย่างรวดเร็ว ขณะลูกค้าได้และพนักงานในแอปเปิล สโตร์ ได้แต่ยืนมอง

ตอนแรก ตำรวจได้รับแจ้งว่าเป็นเหตุปล้นชิงทรัพย์มีการใช้อาวุธ แต่ต่อมา พบว่าไม่มีการใช้อาวุธใดๆเลย พวกเขาแค่วิ่งตะลุยฝ่าลูกค้าแล้วกวาดเอาของไป พนักงานสอบสวนระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นการขโมยของมีค่าสูง จากมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เอาไป และกำลังตรวจสอบว่าเป็นอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเหตุชิงทรัพย์แบบเดียวกับที่เกิดในเมืองซาน หลุยศ์ โอบิสโป เมื่อเดือนที่แล้วหรือไม่

เปิดคลิปปล้นไร้อาวุธกวาดทรัพย์ 9 แสน! ร้านแอปเปิลสโตร์

 

เปิดคลิปปล้นไร้อาวุธกวาดทรัพย์ 9 แสน! ร้านแอปเปิลสโตร์


เศร้า!พ่อคุณหมอ”ริชาร์ด แฮร์ริส”ฮีโร่ช่วยหมูป่าถึงแก่กรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/334265

เศร้า!พ่อคุณหมอ”ริชาร์ด แฮร์ริส”ฮีโร่ช่วยหมูป่าถึงแก่กรรม

ริชาร์ด แฮร์ริส,ฮีโร่ช่วยหมูป่า,คุณพ่อถึงแก่กรรม

ร่วมแสดงความเสียใจกับคุณหมอ ริชาร์ด แฮร์ริส ผู้มีบทบาทสำคัญในการประเมินและตัดสินใจภารกิจกู้ภัยประวัติศาสตร์ที่ถ้ำหลวง

ในขณะที่น้ำตาแห่งความปลื้มปิติ ที่เด็กๆ และโค้ชทีมหมูป่า อะคาเดมี ได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวงฯ โดยปลอดภัยนั้น หนึ่งในวีรบุรุษที่มีบทบาทสำคัญในภารกิจอันสุดหินอย่าง ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย ก็ต้องได้รับข่าวร้ายว่า บิดาของเขาถึงแก่กรรมเมื่อคืนที่ผ่านมา

 เศร้า!พ่อคุณหมอ"ริชาร์ด แฮร์ริส"ฮีโร่ช่วยหมูป่าถึงแก่กรรม 

อ่านต่อ คุณหมอออสซี่ผู้ประเมินขั้นสุดท้ายก่อนเริ่มกู้ภัยสะท้านโลก

เลียม ค็อชแครน ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ ABCของออสเตรเลีย ทวีตแจ้งข่าวว่า จิม แฮร์ริส บิดาของ ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์และผู้เชี่ยวการดำน้ำวัย 53 ปี จากเมืองอะดีเลดของออสเตรเลีย ที่เป็นคนตรวจร่างกายและอนุญาตให้พา “13 หมูป่า” ออกจากถ้ำ ได้ถึงแก่กรรมเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งทาง ABC ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ แต่ครอบครัวของเขาได้ขอความเป็นส่วนตัว

 เศร้า!พ่อคุณหมอ"ริชาร์ด แฮร์ริส"ฮีโร่ช่วยหมูป่าถึงแก่กรรม 

( ภาพ กระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย ) 

ดร.จิม แฮร์ริส เป็นอดีตศัลยแพทย์หลอดเลือดที่มีชื่อเสียง เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของโรงพยาบาลควีน เอลิซาเบธ และหน่วยแพทย์กู้ชีพเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศยาน หรือ MedSTAR ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย

ดร.แอนดรูว์ เพียร์ซ ผู้อำนวยการ MedSTAR ยืนยันว่า ดร.แฮร์ริส หรือที่เพื่อนร่วมงานเรียกว่า “แฮร์รี” ต้องเผชิญกับสัปดาห์ที่สร้างความว้าวุ่นใจ ที่มีทั้งเข้มแข็งและเปราะบาง

เป็นเรื่องเศร้าอย่างยิ่ง ที่ขอยืนยันว่า บิดาของ ดร.แฮร์ริสได้ถึงแก่กรรมเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาไม่นานหลังจากปฏิบัติการกู้ภัยในถ้ำในประเทศไทย ประสบความสำเร็จ

ดร.เพียร์ซ  กล่าวด้วยว่า เขาได้พูดคุยกับ ดร.แฮร์ริสแล้ว และนี่เป็นเวลาแห่งความเศร้าของครอบครัวของเขา

ดร.แฮร์ริส ดำน้ำเข้าไปในถ้ำหลวงฯร่วมกับทีมแพทย์ไทย เพื่อไปตรวจสุขภาพของ 13 หมูป่า และเป็นคนให้ยาคลายเครียด เพื่อลดความตื่นตระหนก ในช่วงที่ต้องดำน้ำออกมาเป็นระยะทาง 1.7 ก.ม.

โดย โต๊ะต่างประเทศ เนชันทีวี