ทะลุครึ่งร้อย!! ญี่ปุ่นเศร้ายอดเหยื่อฝนถล่มครั้งประวัติการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333824

ทะลุครึ่งร้อย!! ญี่ปุ่นเศร้ายอดเหยื่อฝนถล่มครั้งประวัติการณ์

ฝนตกหนัก,ยอดเหยื่อฝนตกหนักญี่ปุ่น,ฝนกระหน่ำ,ญี่ปุ่น,ฝนตกหนักประวัติการณ์

สูญเสียและเสียหายมหาศาลจากฝนกระหน่ำอย่างไม่เคยเจอมาก่อน มีผู้เสียชีวิตและสูญหายเวลานี้อยู่ที่ราว 100 คน

ทางการท้องถิ่นในหลายจังหวัดของญี่ปุ่น ที่ประสบภัยดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน จากฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ สรุปยอดผู้เสียชีวิตเมื่อเวลา 9.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่อย่างน้อย 52 คน ยังไม่รู้สึกตัว 6 คน และสูญหายอย่างน้อย 44 คน

BreakingLV@breakinglv

Plūdu laikā noticis sprādziens alumīnija rūpnīcā, kurš iznīcināja ne tikai pašu rūpnīcu, bet izpostījis tuvāk stāvošās mājas.
🎥 @asahi_photo

毎日新聞映像グループ

@eizo_desk

岡山県倉敷市真備町の小田川が決壊し、多数の家屋が水没。家屋に残された人たちの救助活動が続けられています(松)https://mainichi.jp/movie/video/?id=5806423026001 

ฮิโรชิมาเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักสุด มีผู้เสียชีวิต 23 คน สูญหาย 21 รองลงไปเป็นจังหวัดเอฮิเมะ เสียชีวิต 18 คน สูญหาย 7 คน ที่เหลือกระจายอยู่ในโอคะยะมะ เฮียวโงะ เกียวโต ชิกะ ฟุกุโอกะ และยามางูจิ

ทะลุครึ่งร้อย!! ญี่ปุ่นเศร้ายอดเหยื่อฝนถล่มครั้งประวัติการณ์

โยชิโนบุ คาสึอุระ เจ้าหน้าที่บริหารภัยพิบัติจังหวัดเอฮิเมะ กล่าวว่า ทางการยังพยายามรวบรวมข้อมูล คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ สั่งรัฐมนตรีดำเนินความพยายามเต็มกำลังแข่งกับเวลา เพื่อช่วยเหลือเหยื่อ ยอมรับว่า สถานการณ์ครั้งนี้ ร้ายแรงมาก

( น้ำท่วมฟุกุโอกะ ) 

ภาวะฝนตกหนักครั้งนี้ทำให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนราว 1,932,000 คน ออกจากบ้านเรือน ส่วนใหญ่ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อวันเสาร์ แต่สำนักข่าวเอ็นเอชเค ระบุว่าตัวเลขอพยพเพิ่มเป็นเกือบ 3.2 ล้านคน

ความพยายามกู้ภัยในพื้นที่ประสบภัย ทำด้วยความยากลำบาก ติดอุปสรรคจากแลนด์สไลด์ ฝนที่ยังตกอยู่และน้ำท่วมสูง จนประชาชนจำนวนมากต้องหนีน้ำขึ้นไปรอความช่วยเหลือบนหลังคาในหลายพื้นที่ในภูมิภาคโอคะยะมะ มีประชาชนทวิตขอความช่วยเหลือจำนวนมาก

“น้ำขึ้นถึงกลางชั้นสอง เด็กปีนขึ้นหลังคาไหว ตัวฉันเย็นมากเวลานี้ ขอความช่วยเหลือด่วน” สตรีคนหนึ่่งในเมืองคุระชิคิ จ.โอคะยะมะ โพสต์ภาพของเธอในห้องที่จมน้ำอยู่ครึ่งหนึ่ง

โยชิฮิเดะ ซูกะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่่น กล่าวว่า หลายพื้นที่เจอฝนตกหนักวัดปริมาณได้มากกว่า 1 เมตร ทหารจากกองกำลังป้องกันตนเอง ตำรวจและพนักงานดับเพลิงราว 4.8 หมื่นนาย กระจายออกสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัย

อิสึโนริ โอโนเดระ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น กล่าวว่า ได้สั่งทหารอีกราว 2.1 หมื่นคนเตรียมพร้อม ใช้ทุกวิถีทางไม่ว่าจะเป็นทางอากาศทางบกทางทะเลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ยกระดับเตือนภัยเป็นระดับสูงสุดในหลายพื้นที่ทางตะวันตก ขณะยกเลิกคำเตือนในภูมิภาคอื่น คาดว่าทางตะวันออกและตกของญี่ปุ่นจะยังมีฝนตกหนกต่อไปในวันนี้

กอท.สั่งสืบเบื้องลึกชายมาเลย์วิวาห์เด็กไทย 11 ขวบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333680

กอท.สั่งสืบเบื้องลึกชายมาเลย์วิวาห์เด็กไทย 11 ขวบ

กอท,ชายมาเลย์,11ขวบ,วิวาห์เด็กไทย 11 ขวบ,คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

คณะกรรมการกลางอิสลามสั่งสอบข้อเท็จจริงหนุ่มใหญ่มาเลเซียแต่งเด็กไทย 11 ขวบ จัดพิธีที่ไหน – ใครอนุญาต?

พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (กอท.) ให้ข้อมูล “คมชัดลึก” ว่า คดีของนาย เจ๊ะ อับดุล การิม ชายมาเลเซียวัย 41 ปีที่มาแต่งงานใน จ. .นราธิวาสกับเด็กหญิงชาวไทยวัย 11 ปี ให้ไปเป็นภรรยาคนที่ 3 จนถูกต่อต้านไปทั่วโลกนั้น ขณะนี้ทางคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทยทราบเรื่องแล้ว และได้สั่งให้มีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่ามีการแต่งงานแบบไม่ถูกต้องแบบนี้จริงหรือไม่ การแต่งงานจัดที่มัสยิดใดและใครเป็นผู้อนุญาตออกเอกสารแต่งงาน

จี้ตร.จับหนุ่มใหญ่มาเลเซียแต่งเจ้าสาวเด็กไทยวัย 11

ชายมาเลย์ใช้ช่องโหว่กฎหมาย 4 จ.แดนใต้ แต่งเด็กไทย11ขวบ

กสม.ชี้ให้เด็กแต่งงานทำลายอนาคต-สวนกระแสโลก

“เรื่องนี้ไม่น่าจะใช่การแต่งงานจริง อาจเป็นการแต่งงานแบบหลอกลวงมากกว่า เพราะตามขั้นตอนแล้วต้องมีคณะกรรมการกลางประจำจังหวัดและสถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา ให้การรับรองถึงจะจดทะเบียนสมรสได้ การแต่งงานกับเด็กที่อายุต่ำขนาด 11-12 ขวบ ไม่ใช่เรื่องปกติที่จะออกใบทะเบียนสมรสให้ง่าย ๆ หรือไปแต่งงานที่มัสยิดไหนก็ได้ ต้องดำเนินเรื่องผ่านระดับกรรมการจังหวัด มีหลายฝ่ายช่วยกันพิจารณา”

กอท.สั่งสืบเบื้องลึกชายมาเลย์วิวาห์เด็กไทย 11 ขวบ  

ส่วนกรณีที่เครือข่ายสิทธิเด็กและสตรีเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎระเบียบของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับสิทธิพิเศษตาม กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก  ที่ไม่ระบุอายุขั้นต่ำก่อนแต่งงานของเด็กผู้หญิงไว้ จนก่อให้เกิดปัญหาการแต่งงานกับเด็กก่อนวัยอันควรนั้น   พล.ต.ต.สุรินทร์ กล่าวอธิบายว่าทาง กอท. ได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้แล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างเสนอให้มีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสากล

ทั้งนี้ กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก หรือ “พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489”  เป็นกฎหมายพิเศษยกเว้นสำหรับ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กฎมายฉบับนี้ให้ความหมายของการสมรส หรือ “การนิกะห์” ว่าเป็นการผูกนิติสัมพันธ์ทางการสมรสระหว่างชายและหญิง เพื่อเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย เมื่อทำพิธีนิกะห์ในมัสยิดเรียบร้อยแล้วถือว่ามีผลตามกฎหมาย แต่หากคู่สมรสใดอยากไปจดทะเบียนที่อําเภอตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ได้

โดยเกณฑ์อายุของการนิกะห์หรือการสมรสนั้น กฎหมายอิสลามฯไม่ได้ระบุว่าให้ทำได้เมื่ออายุเท่าไร มีเพียงการใช้คำว่าเมื่อชายและหญิง  “บรรลุศาสนภาวะ” เช่น พ้นจากการเป็นผู้เยาว์หมายถึงอายุ 15 ปีบริบูรณ์  หรือ ผู้ชายมีน้ำกามเคลื่อนด้วยเหตุใดๆ ส่วนกรณีผู้หญิงหากมีประจําเดือนแล้ว ก็สามารถสมรสได้เช่นกัน

จากเกณฑ์การสมรสที่ไม่ระบุอายุขั้นต่ำฝ่ายหญิง เพียงแต่ขอให้มีประจำเดือนเท่านั้น กลายเป็นช่องโหว่ของกฎหมาย ทำให้เกิดปัญหาเด็กผู้หญิงใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกบังคับหรือล่อลวงให้แต่งงานโดยอ้างว่าไม่ผิดกฎหมายจำนวนมากจนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก

ทูตจีนเรียกร้องไทยค้นหารอบคอบ-เยียวยานักท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333674

ทูตจีนเรียกร้องไทยค้นหารอบคอบ-เยียวยานักท่องเที่ยว

จีน,สถานทูตจีน,นักท่องเที่ยว,เรือพลิกคว่ำ

เอกอัครราชทูตจีนเรียกร้องทางการไทย ค้นหาและช่วยเหลือชาวจีนประสบอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยวพลิกคว่ำที่จังหวัดภูเก็ตอย่างรอบคอบและเร่งด่วน

เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเทพ ( Chinese Embassy in Bangkok ) แจ้งว่า ฯพณฯ หลิ่ว เจี้ยน  เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจในประเทศจีน สายด่วนถึงดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีของไทย ในเช้าวันนี้ เรียกร้องให้ฝ่ายไทยเร่งดำเนินการปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือชาวจีนประสบอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยวพลิกคว่ำที่จังหวัดภูเก็ตอย่างรอบคอบ

เอกอัครราชทูตจีน กล่าวว่า รัฐบาลจีนให้ความสำคัญอย่างสูง กับอุบัติเหตุเรือพลิกคว่ำในจังหวัดภูเก็ต ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม  ขอให้ฝ่ายไทยเร่งทำงานแข่งกับเวลา และระดมกองกำลังทั้งหมดเพื่อค้นหาและกู้ภัยพลเมืองจีนที่สูญหายอย่างสุดความสามารถ รวมทั้งดูแลนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ได้รับความช่วยเหลือ รักษาเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ และดูแลครอบครัวผู้ประสบอุบติเหตุทั้งหมดเป็นอย่างดี

ทูตจีนเรียกร้องไทยค้นหารอบคอบ-เยียวยานักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ หวังว่าฝ่ายไทยจะเร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และแจ้งให้ฝ่ายจีนทราบถึงความคืบหน้าของการค้นหาและกู้ภัยอย่างทันท่วงที ขอให้รองนายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายจีนและร่วมกันจัดการเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างดี

ด้าน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างสูงกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลท้องถิ่นรีบดำเนินการค้นหาช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยและครอบครัวอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันให้ความร่วมมือและประสานงานกับฝ่ายจีนอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ยังได้สั่งการให้สถานทูตจีนและสถานกงสุลใหญ่จีนประจำจังหวัดสงขลา เร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยทุกหน่วยเพื่อระดมกำลังทั้งหมดในการดำเนินการค้นหาและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ฝ่ายจีนจะพยายามรักษาเยียวยาและปกป้องดูแลพลเมืองจีนที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

สถานทูตจีนเปิดสายด่วนฉุกเฉินเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชาวจีนและครอบครัวที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันก็ได้เรียกร้องให้ฝ่ายไทยรีบตรวจสอบสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุโดยเร็ว
ปัจจุบัน สถานทูตจีนได้เปิดสายด่วนฉุกเฉิน 0066-642351752 และ 0066-820367651

เสียหาย!แม่ชีสังกัดมูลนิธิแม่ชีเทเรซาแอบขายทารก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333654

เสียหาย!แม่ชีสังกัดมูลนิธิแม่ชีเทเรซาแอบขายทารก

แม่ชีเทเรซา,ทารก,ขายทารก,องค์กรการกุซล

แม่ชีกับลูกจ้างในบ้านพักฉุกเฉินองค์กรการกุศลแม่ชีเทเรซา ถูกตำรวจจับสงสัยขายทารกหาเงินเข้ากระเป๋า

ตำรวจอินเดียจับกุมแม่ชี 1 คนกับลูกจ้าง ในบ้านพักฉุกเฉินสำหรับสตรีท้องไม่พร้อม หรือตั้งครรภ์โดยไม่ได้แต่งงาน ที่อยู่ภายใต้การดูแลของคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of Charity  )องค์กรการกุศลอินเดียที่ก่อตั้งโดยแม่ชีเทเรซา ในเมืองรางจี เมืองหลวงรัฐฌารขัณฑ์  ทางตะวันออกของประเทศ  หลังต้องสงสัยขายทารก 5 คน

 เสียหาย!แม่ชีสังกัดมูลนิธิแม่ชีเทเรซาแอบขายทารก 

เรื่องอื้อฉาวช็อกสังคมอินเดียเกิดขึ้น หลังเจ้าหน้าที่สวัสดิการท้องถิ่นเข้าแจ้งความตำรวจว่ามีทารกแรกเกิดหายไปจากบ้านพักพิง  ตอนแรก ผู้ต้องสงสัยอ้างว่ามารดาเด็กมารับตัวไป แต่ต่อมา ตำรวจพบหลักฐานว่า ทั้งสองขายเด็กให้กับสามีภรรยาคู่หนึ่งจากรัฐอุตระประเทศ ซึ่งเป็นรัฐเพื่อนบ้าน ที่ราคาเกือบ 1,700 ดอลลาร์ ( 5.4 หมื่นบาท )

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาค้ามนุษย์ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี แต่อาจแจ้งข้อหาเพิ่มเติม เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ โรงพยาบาลที่ทำคลอดให้กับทารกก็จะถูกสอบสวนด้วย

 เสียหาย!แม่ชีสังกัดมูลนิธิแม่ชีเทเรซาแอบขายทารก 

กระบวนการรับเด็กเป็นลูกบุญธรรมอย่างถูกกฎหมายในอินเดีย ค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลา สามีภรรยาบางคนจึงหันพึ่งทางลัดที่ผิดกฎหมายแทน รวมถึงจ่ายใต้โต๊ะให้กับองค์กรการกุศลหรือโรงพยาบาล

คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม ซึ่งแม่ชีเทเรซา ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1950 ออกแถลงการณ์ระบุว่าองค์กรช็อก ผิดหวังและเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขัดกับหลักการทุกอย่างของเรา มูลนิธิจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทุกอย่างเพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอย

 เสียหาย!แม่ชีสังกัดมูลนิธิแม่ชีเทเรซาแอบขายทารก 

แม่ชีเทเรซา เกิดที่กรุงสโกเปีย ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงมาซิโดเนีย ได้รับการยกย่องเป็นนักบุญ หลังถึงแก่กรรมในปี 2540  ท่านเป็นสัญลักษณ์แห่งความโอบอ้อม แม่พระของผู้ยากไร้ แต่อีกด้านก็เป็นบุคคลที่มีทั้งคนเชิดชูและต่อต้าน เนื่องจากจุดยืนต่อต้านการคุมกำเนิดและทำแท้งทุกรูปแบบ ในการกล่าวสุนทรพจน์รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2532 แม่ชีเทเรซาระบุว่าการทำแท้งคือการฆาตกรรมโดยจากน้ำมือแม่

คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม มีแม่ชีกว่า 3,000 คนทั่วโลก บริหารบ้านพักฉุกเฉินช่วยเหลือคุณแม่ท้องไม่พร้อมทั่วประเทศ

กรรมติดจรวด!แก๊งล่านอแรดเจอสิงโตแอฟริกาขย้ำเหลือแต่ซาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333604

กรรมติดจรวด!แก๊งล่านอแรดเจอสิงโตแอฟริกาขย้ำเหลือแต่ซาก

สิงโต,แรด,พรานเถื่อน,ขย้ำ,นอแรด

สิงโตในเขตสงวนสัตว์ป่าแอฟริกาใต้ จัดการกับพรานเถื่อนแทบไม่เหลือซาก ก่อนลงมือฆ่าแรดเอานอ

เจ้าหน้าที่เขตสงวนสัตว์ป่าซีบูยา เมืองอีสเทิร์น เคป ประเทศแอฟริกาใต้ พบชิ้นส่วนศพชาย อย่างน้อย 3 ราย เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วันที่ 3 กรกฎาคม ในจุดที่อยู่ใกล้กับเขตสิงโตอยู่ เชื่อว่าเป็นพรานที่บุกรุกเข้าไปหวังล่าแรดเอานอ แต่ถูกสิงโตเจ้าป่าขย้ำเสียชีวิตเสียก่อน

กรรมติดจรวด!แก๊งล่านอแรดเจอสิงโตแอฟริกาขย้ำเหลือแต่ซาก

นิก ฟอกซ์ เจ้าของอุทยาน กล่าวว่าไม่แน่ใจว่าพรานเถื่อนถูกขย้ำตายทั้งหมดกี่คน เพราะพบชิ้นส่วนร่างกายน้อยมาก แขนขาไปคนละทาง กระโหลกศีรษะหนึ่งกระโหลก และกระดูกเชิงกราน 1 ชิ้น นอกนั้นแทบหาไม่เจอ  เจ้าหน้าที่อุทยานต้องยิงลูกดอกยาสลบใส่สิงโต เพื่อให้ทีมสอบสวนและหน่วยปราบปรามการล่าสัตว์ เข้าไปตรวจสอบพื้นที่เพื่อรวบรวมหลักฐานได้  เป็นไปได้ว่าอาจมีศพเพิ่มอยู่ในพุ่มไม้หนาทึบ เบื้องต้นระบุได้อย่างน้อย 3 รายเพราะพบรองเท้าสามคู่

ฟอกซ์ กล่าวว่า สิงโตคือผู้จับตาและผู้พิทักษ์ของเรา แม้รู้สึกเสียใจต่อความสูญเสียในชีวิต แต่พรานเหล่านั้นมาเพื่อฆ่าสัตว์ สิ่งที่เกิดเหตุเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนไปยังพรานเถื่อนทั้งหลายว่า พวกท่านจะไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป

ในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปืนยาวอาณุภาพแรงสูงเก็บเสียง เลื่อย ขวาน บ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขาจะมาฆ่าแรดและเลื่อยนอ

‘Gang’ of rhino poachers mauled to death by pride of lions after breaking into game reserve

At least three suspected rhino poachers have been killed by a pride of lions after they broke into a game reserve in South Africa.

foxnews.com

ชาวเน็ตที่ทราบข่าวนี้ไม่มีใครเห็นใจสงสาร เจมส์ วูดส์ ดารารุ่นใหญ่ชาวอเมริกันและนักอนุรักษ์คนหนึ่ง ทวิตว่า ธรรมชาติชนะเสมอ ขณะที่ เพียร์ซ มอร์แกน พิธีดังชาวอังกฤษ ระบุว่าหวังว่าสิงโตที่น่าสงสารจะไม่เป็นโรคอาหารไม่ย่อย

 

เขตสงวนสัตว์ซีบูยา เป็นแหล่งอาศัยของช้าง แรด กระบือ สิงคโปร์ และเสือดาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง เมื่อปี 2559 เคยเกิดเหตุพรานเถื่อนเข้าไปฆ่าแรด 3 ตัว เพื่อเอานอ

 

แขวนคอ”โอมชินริเกียว”7 คนรวมเจ้าลัทธิ”โชโก อาซาฮารา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333575

แขวนคอ”โอมชินริเกียว”7 คนรวมเจ้าลัทธิ”โชโก อาซาฮารา”

โอมชินริเกียว,ประหาร,แขวนคอ,โชโก อะซะฮะระ

ญี่ปุ่นประหารโอมชิริเกียวรวมเจ้าลัทธิ โจมตีสถานีรถไฟใต้ดินโตเกียวช็อกโลกด้วยแก๊สพิษซาริน เมื่อ 23 ปีก่อน

เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นยืนยันว่า นายโชโก อาซาฮารา ผู้นำลัทธิโลกาวินาศ”โอมชินริเกียว” พร้อมสาวกของเขา 6 คน ถูกประหารชีวิตแล้วในวันนี้ จากความผิดในเหตุการณ์โจมตีผู้คนในสถานีรถไฟใต้ดินโตเกียว ด้วยแก๊สพิษทำลายประสาทซาริน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน ล้มป่วยอีกกว่า 5,000 คน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม  2538

โชโก อาซาฮารา เป็นนักโทษแดนประหารมานานกว่า 10 ปี หลังถูกตัดสินมีความผิดในการโจมตีช็อกโลก ที่นำไปสู่การกวาดล้างกลุ่มคลั่งนิกายขนานใหญ่

แขวนคอ"โอมชินริเกียว"7 คนรวมเจ้าลัทธิ"โชโก อาซาฮารา"

 

การแขวนคอผู้นำลัทธิและสาวก 7 คน เป็นการประหารครั้งแรกที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยแก๊สพิษ ยังคงเหลือสมาชิกอีก 7 คนอยู่ในแดนประหาร ทั้งยังเป็นการประหารนักโทษพร้อมกันมากที่สุดในญี่ปุ่นนับจากปี 2454 ซึ่งเป็นปีที่มีการแขวนคอนักโทษ 11 คนรวด ในคดีลอบสังหารสมเด็จพระจักรพรรดิ์

อะสึชิ ซากะฮะระ ผู้กำกับภาพยนตร์ หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากการโจมตีที่สถานีรัปปองงิ ในกรุงโตเกียว กล่าวว่า เมื่อทราบข่าว เขารู้สึกว่าโลกสว่างไสวขึ้นเล็กน้อย “ผมรู้สึกเจ็บปวดมานานหลายปี เป็นไปไม่ได้ที่จะลืมเหตุการณ์ครั้งนั้น การประหารถือว่าจบสิ้นกันที”

แขวนคอ"โอมชินริเกียว"7 คนรวมเจ้าลัทธิ"โชโก อาซาฮารา"

การโจมตีในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ทำให้สถานการณ์ในมหานครโตเกียวในเช้าวันนั้นไม่ต่างจากสมรภูมิ  ผู้ได้รับบาดเจ็บโซซัดโซเซออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน กระเสือกกระสนหายใจ และน้ำตาไหล  บางคนทรุดลงไปคุกเข่า น้ำลายฟูมปาก เลือดออกจมูก

สาวกโอมชินริเกียวปล่อยแก๊สพิษในรูปของเหลวบนรถไฟใต้ดิน 5 จุดในรถไฟ 5 โบกี้ทั่วสถานี ซาคาเอะ อิโตะ หนึ่งในฝูงชนเคราะห์ร้าย เล่าว่า มีการเทของเหลวไว้บนพื้นรถไฟ สัญญาณแรกที่ได้รับคือกลิ่นคล้ายกับทินเนอร์ทาสี แต่ในเวลาไม่นาน ผู้โดยสารเริ่มไอกันไม่หยุด คนเริ่มมีอาการชักอยู่บนที่นั่ง ผู้ชายคนหนึ่งต้องยืนพิงเสาเอาไว้

ตำรวจถึงที่เกิดเหตุชุดแรก หลัง 8.00 น. จากนั้นสถานการณ์เข้าขั้นโกลาหล พนักงานรถไฟใต้ดินกรีดร้องขวัญเสีย และผู้โดยสารชักเกร็งอยู่บนพื้นรถไฟ ก่อนที่กองกำลังป้องกันตนเองในชุดป้องกันสารพิษ เข้าควบคุมสถานการณ์

กสม.ชี้ให้เด็กแต่งงานทำลายอนาคต-สวนกระแสโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333467

กสม.ชี้ให้เด็กแต่งงานทำลายอนาคต-สวนกระแสโลก

กสม,เด็ก11ขวบ,จับเด็กแต่งงาน,ตัดอนาคต

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จี้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ กรณีเด็ก 11 ขวบ ถูกจัดให้แต่งงานกับชายมาเลเซีย ชี้ทำร้ายเด็กตัดอนาคต

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกและห่วงใยต่อข่าวที่ปรากฏในสื่อมวลชน กรณีชายสัญชาติมาเลเซีย อายุ 41 ปี เดินทางมายังอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อแต่งงานกับเด็กหญิงชาวไทยวัย 11 ปี ในช่วงเทศกาลฮารีรายอที่ผ่านมา นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม

แถลงการณ์ระบุว่า การจัดให้เด็กแต่งงานก่อนวัยอันควร หรือผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ถือเป็นการตัดอนาคตของเด็กผู้หญิงในการได้รับการศึกษา ตลอดจนเป็นการปิดโอกาสในการพัฒนาความพร้อมด้านต่าง ๆ สู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นการขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 22 มาตรา 23 และมาตรา 26 ที่บัญญัติให้การปฏิบัติต่อเด็กต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ และผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองของตน

จี้ตร.จับหนุ่มใหญ่มาเลเซียแต่งเจ้าสาวเด็กไทยวัย 11

ชายมาเลย์ใช้ช่องโหว่กฎหมาย 4 จ.แดนใต้ แต่งเด็กไทย11ขวบ

 กสม.ชี้ให้เด็กแต่งงานทำลายอนาคต-สวนกระแสโลก

ซึ่งคณะกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) และอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) วินิจฉัยแล้วว่า การจัดให้เด็กแต่งงานก่อนวัยอันควรถือเป็นการกระทำก่ออันตรายให้แก่เด็ก และมีข้อเสนอแนะให้รัฐภาคีทั้งสองอนุสัญญา ออกกฎหมายห้ามจัดให้เด็กแต่งงานก่อนวัยอันควร รวมทั้งในการจัดทำรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศ (Universal Periodic Review) ครั้งล่าสุด คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council) มีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยออกกฎหมายห้ามจัดให้เด็กแต่งงานก่อนวัยอันควรทุกกรณี นอกจากนี้ การจัดให้เด็กแต่งงานก่อนวัยอันควรเพราะความยากจนถือเป็นการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก โดยเฉพาะชายสามีที่เป็นผู้ใหญ่ ย่อมถือว่าได้กระทำผิดต่อเด็กหลายกรณี

 กสม.ชี้ให้เด็กแต่งงานทำลายอนาคต-สวนกระแสโลก

กสม. จึงขอให้บุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องนำข้อห่วงกังวลดังกล่าวของ กสม.ไปพิจารณาประกอบการดำเนินการ เพื่อมิให้มีการจัดให้เด็กแต่งงานก่อนวัยอันควร และเห็นว่า ควรดำเนินการอนุวัติกฎหมายในประเทศให้สอดคล้องกับหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของเด็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งสังคมโลกมีเป้าหมายร่วมกันประการหนึ่งว่า จะต้องไม่มีการจัดให้เด็กแต่งงานก่อนวัยอันควรภายในปี 2573

 กสม.ชี้ให้เด็กแต่งงานทำลายอนาคต-สวนกระแสโลก

อีกด้านหนึ่ง ชาวมาเลเซียกว่า 1.3 หมื่นคน ได้ร่วมกันลงชื่อในคำร้องผ่านเวบไซต์ change.org เพื่อรณรงค์ให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายเพิ่มเกณฑ์อายุของเยาวชนแต่งงานได้เป็น 18 ปี เพื่อป้องกันการจับเด็กมาแต่งงาน ซึ่งเป็นกระแสต่อเนื่องจากกรณีที่ชายวัย 41 ปี แต่งงานกับเด็กหญิงชาวไทยวัย 11 ปี

“หวัง เจียน”เจ้าสัวหมื่นล้านตกกำแพงถ่ายรูปเสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333451

“หวัง เจียน”เจ้าสัวหมื่นล้านตกกำแพงถ่ายรูปเสียชีวิต

เจ้าสัวหมื่นล้าน,หวัง เจียน,ตกกำแพง,ถ่ายรูป

นักธุรกิจชาวจีนเสียชีวิตอย่างคาดไม่ถึง ตกกำแพงขณะถ่ายรูปที่หมู่บ้านในฝรั่งเศส

หวัง เจียน ผู้ร่วมก่อตั้ง เอชเอ็นเอ กรุ๊ป กลุ่มบริษัทชั้นนำของจีน เสียชีวิตอย่างกะทันหัน จากเหตุพลัดตกกำแพงขณะถ่ายรูป ระหว่างเดินทางไปติดต่อธุรกิจในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่จังหวัดโพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส พร้อมกับคนอื่นอีก 4 คนและมัคคุเทศก์

ตำรวจกล่าวว่า นายหวังปีนขึ้นไปบนกำแพงที่มองเห็นโบสถ์และถ่ายภาพทิวทัศน์ได้ แต่เกิดเสียหลัก พลัดตกลงมาจากความสูง 10-15 เมตรถึงแก่ความตายในเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น
หวังและเพื่อน เฉิน เฟิง ร่วมก่อตั้งสายการบินไห่หนาน แอร์ไลนส์ในปี 2536 ก่อนก่อตั้งเป็นกลุ่มบริษัท เอชเอ็นเอ ในอีก 7 ปีต่อมา ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่เข้าไปลงทุนในธุรกิจหลากหลายมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน อสังหาริมทรัพย์ และลอจิสติกส์  ปัจจุบัน ยังถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญในดอยช์ แบงค์ ของเยอรมนีและเครือโรงแรม ฮิลตัน ด้วย
การเข้าซื้อหรือกว้านซื้อกิจการทั่วโลกเพิ่งหยุดไปเมื่อปีที่แล้ว หลังจากรัฐบาลปักกิ่งเพิ่มความเข้มงวดคุมความเสี่ยงและหนี้สิน ควบคุมกลุ่มบริษัทเอกชนของจีนไม่ให้ลงทุนในต่างประเทศมากเกินไป ซึ่งต่อมาทำให้เอ็นเอชเอต้องขายสินทรัพย์ในต่างประเทศบางส่วนเพื่อลดหนี้สิน
เอชเอ็นเอ ติดอันดับ 107 บริษัทที่มีรายได้สูงสุด 500 อันดับแรกของโลก มีรายได้ราว 5.3 หมื่นบ้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการจัดอันดับเมื่อปีที่แล้ว ประเมินในขณะนั้นว่า นายหวังผู้ตาย มีทรัพย์สินกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์

 

Bill Bishop

@niubi

Wang Jian supposedly fell from here to his death?

Gerry Shih

@gerryshih

So much international intrigue and runaway speculation over…..this view. http://bit.ly/2IT1vdN 

View image on Twitter
การเสียชีวิตจากเหตุไม่คาดฝัน ตำรวจฝรั่งเศสไม่ติดใจว่ามีสาเหตุอื่น แต่จุดทฤษฎีคบคิด สะพัดในสื่อสังคมออนไลน์ บ้างตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการตายที่เกิดขึ้นราว 1 เดือนหลังจากเอ็ชเอชเอ เพิ่งต้องออกมาปฏิเสธข่าวลือการเสียชีวิตของ เฉิน เฟิง ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท

ในอดีต มีเจ้าสัวจีนหลายคนที่เสียชีวิตจากเหตุไม่คาดฝัน เช่น ในปี 2559 เหวิง เหมา อดีตประธานกลุ่ม กวน เชิง หยวน ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากนมยี่ห้อ กระต่ายขาว เสียชีวิตในสถานที่ท่องเที่ยวเหอหนาน จากก้อนหินหล่นใส่ เพราะลิงเตะลงมา

ในปี 2554 หนังสือพิมพ์ ไชนา เดลีย์ ตีพิมพ์บทความระบุว่า นับจากปี 2546 เป็นต้นมา มีเจ้าสัวในจีน 72 คน เสียชีวิตด้วยสาเหตุต่างๆที่ไม่ใช่ตามอายุขัย โดยในจำนวนนี้ 15 คนตายจากถูกฆาตกรรม 17 คนฆ่าตัวตาย ถูกประหาร 14 คนและอีก 19 คนเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บ

โลกฟุตบอลเอาใจช่วยทีมหมูป่าติดถ้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333452

โลกฟุตบอลเอาใจช่วยทีมหมูป่าติดถ้ำ

ต่างประเทศ,ฟีฟ่า,สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ,คริสเตียน ฟุคส์,โรนัลโด,บราซิล,เรอัล มาดริด,เลสเตอร์ ซิตี้,ทีมหมูป่า

“ฟีฟ่า” ยินดีพบเด็ก-ผู้ช่วยโค้ชทั้ง 13 คน หวังกู้ภัยนำออกจากถ้ำปลอดภัย “โรนัลโด – คริสเตียน ฟุคส์” ติดตามข่าว – อวยพรช่วยเหลือประสบความสำเร็จโดยเร็ว

เด็กๆ เหล่านี้ มีอายุระหว่าง 11 – 16 ปี และนับตั้งแต่เข้าไปติดอยู่ในถ้ำทางภาคเหนือของไทย พวกเขาก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั่วโลก จากความพยายามประสานขอความช่วยเหลือของทางการ นอกจากนี้ ในช่วงที่ทั้ง 13 คน เข้าไปในถ้ำและต้องติดอยู่ข้างในที่มืดมิด หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมปิดปากถ้ำ ก็เป็นช่วงที่การแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซีย เพิ่งจะดำเนินไปได้เพียงสัปดาห์กว่า และแม้ผลการแข่งขันจะเต็มไปด้วยสิ่งไม่คาดฝันและช็อกแฟนบอล แต่ชะตากรรมของทีมหมูป่า ก็ยังคงอยู่ในใจของผู้จัดการแข่งขันและนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่หลายคน

คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นเด็กๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่า อะคาเดมี และผู้ช่วยโค้ช ห่มฟอยล์เพื่อความอบอุ่นของร่างกาย และแม้ภาพจะมัวแต่ก็ยังพอมองออกว่า มีเด็ก 2 คน สวมเสื้อทีมเรอัล มาดริด กับเสื้อทีมชาติอังกฤษ ทำให้ทั้งนักเตะระดับโลกและฟีฟ่า ร่วมกันเรียกร้องให้พวกเขาเข้มแข็ง ในขณะรอคอยความช่วยเหลือ

โลกฟุตบอลเอาใจช่วยทีมหมูป่าติดถ้ำ

Football world urges boys in Thai cave to ‘be strong’ as they await rescue

โรนัลโด อดีตศูนย์หน้าผู้ยิ่งใหญ่ของบราซิลและเรอัล มาดริด กล่าวต่อผู้สื่อข่าวในงานแถลงข่าวของฟีฟาว่า “เป็นข่าวที่น่ากลัว และโลกของฟุตบอลก็ตั้งความหวังว่าจะมีใครสักคน สามารถหาทางนำเด็กๆ เหล่านี้ออกมาได้”

โรนัลโดพาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ในศึกฟุตบอลโลก 2002 และยังคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ หลังเป็นดาวซัลโวยิงไปถึง 8 ประตู

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า แถลงว่า “ได้มีการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับสถานการณ์ของเด็กๆ และยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รับข่าวว่า เด็ก 12 คน และผู้ช่วยโค้ชฟุตบอลของพวกเขา ถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่ หลังหายเข้าไปในถ้ำที่ถูกน้ำท่วมนาน 9 วัน .. เราหวังว่าจากความช่วยเหลือของทีมกู้ภัย เด็กๆ กับผู้ช่วยโค้ช จะถูกนำออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย เพื่อให้พวกเขาได้กลับไปอยู่กับครอบครัว”

โลกฟุตบอลเอาใจช่วยทีมหมูป่าติดถ้ำ

 

Football world urges boys in Thai cave to ‘be strong’ as they await rescue

คริสเตียน ฟุคส์ แบ็คซ้ายของ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ขอให้เด็กๆ เข้มแข็ง โดยบอกว่า “เรามีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับประเทศไทย ผมติดตามความพยายามช่วยเหลือนักเตะ 12 คน กับผู้ช่วยโค้ชอย่างใกล้ชิด” จากนั้น เขาได้อวยพรให้ความพยายามช่วยเหลือประสบความสำเร็จ

เป็นที่ทราบกันดีว่า เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ ลีก ของอังกฤษ เป็นของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของกลุ่มกิจการร้านค้าปลอดภาษี “คิง เพาเวอร์” ที่นิตยสารฟอร์บส ระบุว่า เขามีทรัพย์สินสุทธิ 4.9 พันล้านดอลลาร์ และนับตั้งแต่เขาซื้อสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ มาด้วยราคา 57 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2553 ทีมนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เมื่อปี 2559

กูรูชี้ช่วยเด็กติดถ้ำในไทยหินสุดๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333443

กูรูชี้ช่วยเด็กติดถ้ำในไทยหินสุดๆ

ต่างประเทศ,กูรู,ทีมหมูป่า,ช่วย,เสี่ยง,อันตราย,ถ้ำหลวง,ผู้เชี่ยวชาญ,สหรัฐฯ,ภารกิจ,หิน

ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ การช่วยเหลือเด็กๆ และผู้ช่วยโค้ชออกจากถ้ำหลวง เป็นภารกิจที่หินที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

               อันมาร์ มิร์ซา ผู้ประสานงานแห่งชาติของคณะกรรมการกู้ภัยถ้ำแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์กู้ภัยถ้ำมานานกว่า 30 ปี และเป็นบรรณาธิการของหนังสือเทคนิคกู้ภัยถ้ำของสหรัฐฯ (Manual of US Cave Rescue Techniques) รวมถึงสอนเทคนิคเวชกิจฉุกเฉิน (Emergency Medical Technician) ที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา ให้ความเห็นว่า การนำคนที่ติดอยู่ในถ้ำที่ถูกน้ำท่วม เป็นได้ทั้งหนึ่งในความท้าทายที่ง่ายที่สุด หรือ ยากที่สุด ขึ้นอยู่กับประเภทของถ้ำที่เข้าไปติดอยู่ แต่ความพยายามช่วยเด็ก 12 คน กับผู้ช่วยโค้ช ที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ของประเทศไทยนั้น เขามองว่า เป็นหนึ่งในงานที่ยากที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา แต่ก็ยังมีทางออกอยู่บ้างสำหรับภารกิจสุดหินนี้

มิร์ซา บอกว่า หลักการขั้นพื้นฐานในการช่วยคนที่ติดอยู่ในถ้ำท่ามกลางน้ำท่วม คือ รอ โดยพิจารณาจากการที่ผู้ประสบภัยรอดชีวิตและปลอดภัยอยู่แล้ว หรือการช่วยเหลือจะทำให้ทีมกู้ภัยได้รับอันตราย หรือผู้ประสบภัยไม่รอดแล้ว หรือไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้ทีมกู้ภัยต้องเข้าไปเสี่ยง

ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับถ้ำด้วยว่า ส่วนใหญ่เกิดในหินปูนที่มีน้ำใต้ดินไหลผ่านกัดเซาะมานานหลายพันปี และมีไม่กี่แห่งที่เป็นถ้ำน้ำแข็งหรือถ้ำลาวา แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกถ้ำที่เกิดน้ำท่วมอยู่ตลอดเวลา เช่น ในสหรัฐฯ ที่เมื่อเผชิญพายุแล้วมีการระบายออกในภายหลัง ต่างจากถ้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมื่อเผชิญฝนตกหนักในฤดูมรสุมก็จะเกิดน้ำท่วมขังต่อไปอีกหลายเดือน

มิร์ซา ยังพูดถึงปัจจัยที่ทีมกู้ภัยไม่สามารถรอได้ โดยนอกจากธรรมชาติแล้ว ยังมีแรงกดดันจากครอบครัวของผู้ประสบภัย จากทางการ และจากสื่อที่ปักหลักรอรายงานข่าวสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนอาจทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยตัดสินใจที่เสี่ยงอันตรายได้ ส่วนกรณีถ้ำหลวง การรออาจไม่ดีนัก เพราะน้ำอาจไม่ลดลงง่ายๆ

ส่วนการเตรียมนำพวกเขาออกมา วิธีการที่อันตรายที่สุด คือ การสอนดำน้ำให้พวกเขาเพื่อออกจากถ้ำท่ามกลางความมืด น้ำที่ขุ่น และช่องแคบๆ ยาวหลายร้อยเมตร ซึ่งขนาดนักดำน้ำยังต้องฝึกทักษะการดำน้ำในถ้ำหลายร้อยชั่วโมง เพราะมันอาจก่อให้เกิดภาวะ “panic” และหยุดหายใจ ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อตัวเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ที่พาออกมาด้วย

มิร์ซา ยังเห็นด้วยกับการหาช่องทางอื่นในการนำตัวผู้ประสบภัยออกจากถ้ำ ซึ่งยังสามารถนำอาหารเข้าไปให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ในนั้นได้นานเท่าที่จำเป็น ยกเว้นในกรณีพวกเขาจะเสี่ยงอันตรายจากระดับน้ำที่สูงขึ้น จึงค่อยใช้ทางเลือกที่เสี่ยงที่สุด คือ การนำตัวพวกเขาดำน้ำออกมา แต่ต้องไม่ลืมว่า โลกกำลังจับจ้อง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังอยู่ในภาวะที่เผชิญความหินที่สุด เพราะถ้าพลาด พวกเขาอาจต้องเผชิญกับคำตำหนิ เช่น “น่าจะทำอย่างนั้น” … “น่าจะทำอย่างนี้” …. และตัวเจ้าหน้าที่เองก็จะรู้สึกผิดไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้