“สู้ๆ อย่าท้อ” หัวหน้าคนงานเหมืองชิลีมาเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333398

“สู้ๆ อย่าท้อ” หัวหน้าคนงานเหมืองชิลีมาเอง

ต่างประเทศ,คนงานเหมือง,อดีต,ชิลี,ปลุกขวัญ,กำลังใจ,ทีมหมูป่า,อย่ายอมแพ้,ร่วมชะตากรรม,ติดใต้ดิน

อดีตคนงานเหมืองชิลีผู้เคยทำหน้าที่ปลุกขวัญกำลังใจเพื่อนร่วมชะตากรรมติดใต้ดิน 69 วัน บอกทีมหมูป่า “อย่ายอมแพ้”

               8 ปีที่แล้ว มารีโอ เซปูลเบดา เป็นหนึ่งในคนงานเหมืองชิลี 33 คน ที่ติดอยู่ใต้ดินลึกนานถึง 69 วัน ที่เหมืองทองคำและทองแดง ทะเลทรายอาตากามา ทางเหนือของชิลี ก่อนได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาได้ท่ามกลางการเอาใจช่วยจากคนทั้งโลก

ในวันนี้ เซปูลเบดา หรือที่รู้จักในชื่อ ซูเปอร์ มารีโอ จากการที่เขาเป็นคนที่คอยช่วยปลุกกำลังใจเพื่อนร่วมชะตากรรมในครั้งนั้นไม่ให้หมดหวัง ได้ส่งใจและข้อความมาให้กับ ทีมหมูป่า 13 ชีวิต ผ่านคลิปความยาว 40 วินาที เป็นข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลัง ว่า “Mucha fuerza!” ที่แปลได้ว่า อย่ายอมแพ้ หรือเข้มแข็งเข้าไว้

นอกจากนี้ เซปูลเบดา ยังเปิดเผยถึงความรู้สึกว่า อินมากกับเหตุการณ์นี้ ถึงกับพยายามระดมทุนเพื่อที่จะเดินทางมาประเทศไทยด้วยตนเอง และช่วยกู้ภัยหากว่าสามารถช่วยได้ “ผมจะไปดูว่าอะไรบ้างที่ทำได้ ผมโทรหาคนในรัฐบาลบางคนเพื่อพยายามหางบอีกทางหนึ่ง ผมคิดว่าสำคัญมากที่เราควรไปอยู่ที่นั่นในฐานะประเทศหลังจากที่คนงานเหมืองอย่างเราเคยผ่านประสบการณ์มา” ซูเปอร์ มารีโอ บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีระหว่างไปเยือนเม็กซิโก ซิตี

“ผมอยากจะไป ผมคิดว่าการให้กำลังใจครอบครัวสำคัญยิ่งยวด ไปกอดพวกเขา พูดให้กำลังใจสำคัญมาก”

ภารกิจยากแสนเข็ญในความพยายามช่วยนักฟุตบอลและโค้ชทีมนี้ออกจากถ้ำที่ถูกน้ำท่วม ที่นานาชาติกำลังสำรวจหาหนทางดีที่สุด แต่ไม่มีวิธีการไหนที่ง่ายเลย ซึ่งก็เหมือนกับวิบากกรรมเหมืองชิลีถล่มเมื่อ 8 ปีก่อน ในตอนนั้น โลกก็ลุ้นให้กำลังใจกันเต็มที่ ในช่วงที่เซปูลเบดา กับเพื่อน 32 ชีวิต รอความช่วยเหลืออยู่ใต้ดินเกือบ 10 สัปดาห์กว่าจะได้ขึ้นมาสูดอากาศข้างนอกทีละคนทีละคน

แต่เซปูลเบดา ผู้มีประสบการณ์ มั่นใจว่า หากรัฐบาลไทยทุ่มทุกอย่างที่มี และพยายามทุกทางเท่าที่มนุษย์จะทำได้ การกู้ภัยจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

เซปูลเบดา ปัจจุบัน อายุ 47 ปี เป็นพ่อของลูก 2 คน และผันตัวเองเป็นนักพูดปลุกแรงบันดาลใจ เรื่องราวของคนงานเหมืองชิลี 33 คน ถูกนำไปถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง “The 33.” โดยดาราที่รับบทเป็นเซปูลเบดา ก็คือ อันโตนีโอ แบนเดอราส

"สู้ๆ อย่าท้อ" หัวหน้าคนงานเหมืองชิลีมาเอง

 

"สู้ๆ อย่าท้อ" หัวหน้าคนงานเหมืองชิลีมาเอง

 

"สู้ๆ อย่าท้อ" หัวหน้าคนงานเหมืองชิลีมาเอง

 

"สู้ๆ อย่าท้อ" หัวหน้าคนงานเหมืองชิลีมาเอง

 

คุก 14 ปีพยาบาลใช้มนต์ดำขู่สาวไนจีเรียขายบริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333388

คุก 14 ปีพยาบาลใช้มนต์ดำขู่สาวไนจีเรียขายบริการ

มนต์ดำ,ขายบริการ,พยาบาล,สาวไนจีเรีย

ศาลอังกฤษตัดสินลงโทษจำคุกแม่เล้าบังคับหญิงสาวไนจีเรียขายบริการในซ่องเยอรมนี ใช้มนต์ดำปิดปากเหยื่อ

โจเซฟีน อิยามุ พยาบาลชาวอังกฤษที่เกิดในไลบีเรีย ถูกศาลอังกฤษที่เมืองเบอร์มิงแฮม ตัดสินลงโทษจำคุก 14 ปี จากความผิดตามกฎหมายปราบปรามการค้าทาสของอังกฤษ ในข้อหาเป็นธุระจัดหา อำนวยความสะดวกในการเดินทางเพื่อเอาเปรียบทางเพศ และประวิงกระบวนการยุติธรรม

นับเป็นครั้งแรกที่ศาลอังกฤษพิพากษาพลเมืองในคดีที่เหยื่ออยู่นอกสหราชอาณาจักร

อิยามุ วัย 51 ปี  หรือที่รู้จักในวงการ “มาดาม แซนดรา” หลอกเหยื่อส่วนใหญ่จากชนบทไนจีเรีย โดยที่เมืองเบนิน ประเทศไนจีเรีย เธอตั้งองค์กรรณรงค์ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของสตรีและครอบครัว ช่วยให้เธอรู้แหล่งและติดต่อหญิงสาวที่เปราะบางได้ หลังจากคัดเลือกเหยื่อได้แล้วก็สัญญาถึงชีวิตดีงามในยุโรป

AustynZOGS@Austynzogs

@Gidi_Traffic A London-based nurse,Josephine Iyamu, who used voodoo threats to traffick vulnerable women from Nigeria to Germany to work as prostitutes has been jailed for 14 years.Iyamu exposed her five victims to a “real and significant” risk of death

รายงานระบุว่า เธอบังคับสตรีไนจีเรียอย่างน้อย 5 คน สาบานว่าจะภักดีต่อเธอก่อนออกเดินทางไปสหภาพยุโรป ส่งเหยื่อเหล่านี้เข้าพิธีกรรม”จูจู” ที่นำโดยหมอผีวูดู รวมถึงการกินหัวใจไก่ ดื่มเลือดที่มีหนอน และใช้มีดโกนกรีดผิว ตลอดจนให้เหยื่อสาบานว่าจะจ่ายเงินให้แก๊งของมาดามแซนดรา เป็น 3.8 หมื่นยูโร สำหรับการส่งตัวไปเยอรมนี โดยไม่หนี หรือไปแจ้งความตำรวจ

แม่เล้ารายนี้เกิดในไลบีเรีย ได้สัญชาติอังกฤษในปี 2552 เธอได้รับอนุญาตให้พำนักในสหราชอาณาจักรเพราะอาชีพพยาบาล

อย่างเป็นทางการ เธอมีรายได้ปานกลางจากอาชีพพยาบาลราว 4,500 ปอนด์ ในปี 2559/2560 ล แต่พนักงานสอบสวนพบว่าเธอเป็นเจ้าของบ้านหลังโตในเมืองเบนิน ที่มีสัดส่วนของคนใช้ในบ้าน และใช้เงินหลายพันปอนด์ไปกับการเดินทางไปต่างประเทศ

จี้ตร.จับหนุ่มใหญ่มาเลเซียแต่งเจ้าสาวเด็กไทยวัย 11

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333351

จี้ตร.จับหนุ่มใหญ่มาเลเซียแต่งเจ้าสาวเด็กไทยวัย 11

หนุ่มใหญ่มาเลย์,ทารุณกรรมเด็ก,เด็กไทย,แต่งงาน

อดีตกรรมการสิทธิเด็กยูเอ็นชี้พ่อลูก 6 มาเลเซียผิดหนักหลายข้อ กรณีแต่งเด็กไทยวัย 11 ปี จี้ตร.ตามล่า ด้านทางการมาเลเซียประสานทางการไทยขอหลักฐานทำพิธีแต่งงาน

ความคืบหน้ากรณีพ่อค้ายางพาราชาวมาเลเซียวัย 41 ปี แต่งงานกับภรรยาคนที่สาม ซึ่งเป็นเด็กหญิงชาวไทยวัยเพียง 11 ปี โดยอ้างว่าผ่านขั้นตอนทางศาสนา ความยินยอมจากพ่อแม่ฝ่ายหญิง และจะเริ่มอยู่กินฉันท์สามีภรรยาจริง เมื่อฝ่ายหญิงอายุครบ 16 ปีที่กฎหมายมาเลเซียอนุญาต ซึ่งกลายเป็นข่าวพาดหัวทั่วโลก ท่ามกลางเสียงประณามอย่างหนัก

พ่อลูก 6 มาเลเซียแต่งเด็กไทยวัย 11 ปีเป็นภรรยาคนที่สาม
นิวสเตรทสไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 3 ก.ค. อ้างคำพูดเจ๊ะ อับดุล การิม ซึ่งเป็นพ่อลูก 6 ยังมั่นใจว่า การแต่งงานกับเจ้าสาวอ่อนวัยกว่า 30 ปี ไม่ได้ละเมิดกฎหมายครอบครัวอิสลาม เพราะได้ขอคำแนะนำจากทางการศาสนาทางใต้ของไทยแล้ว และพร้อมให้ความร่วมมือกับการสอบสวนกับทางการหรือลงโทษ แต่จะไม่ยอมแยกทางกับภรรยาคนที่สามอย่างเด็ดขาด

จี้ตร.จับหนุ่มใหญ่มาเลเซียแต่งเจ้าสาวเด็กไทยวัย 11

 

ชายมาเลย์ใช้ช่องโหว่กฎหมาย 4 จ.แดนใต้ แต่งเด็กไทย11ขวบ

ขณะที่ สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ อดีตคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ยืนยันว่า กรณีนี้ผิดกฎหมายไทยอย่างแน่นอนและผิดหลายข้อหาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นชายไทยหรือชายชาติใดในโลกหากมีเพศสัมพันธ์กับเด็กต่ำกว่า 13 -15  ปีถือว่าผิดกฎหมายอาญาที่ระบุว่าห้ามกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ไม่ว่าเด็กยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษหนักจำคุกหลายสิบปี

“หลายคนเข้าใจผิดว่า กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก อนุญาตให้ทำได้ แต่ข้อเท็จจริงแล้วกฎหมายนี้ ยกเว้นให้ 4 จังหวัดไม่ต้องทำตามกฎหมายแพ่ง แต่ไม่ได้ยกเว้นกฎหมายอาญา กรณีของนายการิมมาละเมิดทางเพศมาแต่งงานกับเด็ก 11ขวบ ตำรวจไทยต้องไปตามล่าจับกุมตัวเดี๋ยวนี้ เพราะทำผิดกฎหมายไทยหลายข้อหา และประเทศมาเลเซียก็มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยด้วย อยู่ที่ตำรวจไทยว่ากำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือเปล่า”

นายสรรพสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นายการิมนอกจากทำผิดกฎหมายอาญาที่มีโทษหนักแล้ว ยังถือเป็นคนทำทารุณกรรมเด็ก ส่วนพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่อนุญาตหรือไปเป็นพยานให้เด็กแต่งงานก็ทำผิดกฎหมายนี้ด้วย เพราะถือว่าไม่ได้เลี้ยงดูลูกอย่างเหมาะสม ทำให้เด็กขาดโอกาสและอาจต้องตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ยิ่งไปกว่านั้นถ้ามีการรับสินสอดจากฝ่ายชาย จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  เพราะส่งมอบเด็กให้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศเด็กโดยมิชอบ

ขณะเดียวกัน สื่อมาเลเซีย นิวสเตรทสไทมส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า หน่วยงานด้านศาสนาของไทยเริ่มสอบสวนการแต่งงานอื้อฉาวที่เป็นข่าวพาดหัวทั่วโลกแล้ว “ข่าวการแต่งงานเป็นกระแสไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์ คนไทยจำนวนมากรู้สึกช็อก เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในไทยมาก่อนเลยในรอบ 20 ปี และการแต่งงานกับผู้เยาว์ถือเป็นความผิด”

ด้าน กระทรวงสตรี ครอบครัวและพัฒนาชุมชนของมาเลเซีย แจ้งว่า กระทรวงต้องการให้ฝ่ายชายนำเอกสารการแต่งงานมายืนยัน และกำลังประสานกับทางการทางใต้ของไทย ขอเอกสารและข้อมูลพิธีแต่งงาน ซึ่งมีรายงานว่าจัดขึ้นในมัสยิดที่สุไหงโกลก หากไม่พบเอกสารยืนยัน ทางการจะให้เด็กหญิงมาอยู่ในความดูแล

เปิดข้อหาอดีตนายก”นาจิบ ราซัค” โทษสูงสุดคุก 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333336

เปิดข้อหาอดีตนายก”นาจิบ ราซัค” โทษสูงสุดคุก 20 ปี

นาจิบ ราซัค,แจ้งข้อหา,อดีตนายกรัฐมนตรี,มาเลเซีย

อดีตผู้นำมาเลเซียถูกแจ้ง 2 ข้อหาหนักทุจริตต่อหน้าที่ รับสินบนกว่า 300 ล้านบาท ศาลสั่งยึดหนังสือเดินทาง

อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคแห่งมาเลเซีย ถูกแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วยข้อหาการกระทำผิดหน้าที่ของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลผลประโยชน์  3 กระทง และใช้อำนาจมิชอบ 1 ข้อหา สืบเนื่องจากเงินจำนวน 42 ล้านริงกิต (ประมาณ 340 ล้านบาท ) จากบริษัท เอสอาร์ซี อินเตอร์เนชันแนล อดีตบริษัทในเครือของบริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐ วันเอ็มดีบี ที่ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว

ข้อหาความผิดเหล่านี้ มีโทษจำคุกตั้งแต่ไม่ถึง 2 ปี ถึงสูงสุด 20 ปี และอาจมีโทษปรับกับโบยด้วย แต่กฎหมายมาเลเซีย ละเว้นโทษโบยแก่บุคคลอายุเกิน 50 ปี ขณะที่นายจิบจะอายุครบ 65 ปีในเดือนหน้า

ทางการตั้งทนายโจทก์ 12 คนนำโดย ทอมมี โทมัส อัยการสูงสุดคนใหม่ของมาเลเซีย  ซึ่งเขากล่าวว่าจะไม่คัดค้านการยื่นขอประกันตัว แต่ขอตั้งวงเงินประกันไว้ 4 ล้านริงกิต และให้ส่งมอบหนังสือเดินทางการทูตกับหนังสือเดินทางปกติ แต่ทนายของนายนาจิบ ขอให้ลดวงเงินประกัน เหลือ 1 ล้านริงกิต ( 8.1 ล้านบาท ) โดยพิจารณาคุณงามความดีของจำเลย ซึ่งไม่มีความเสี่ยงหลบหนีและบัญชีของเขากับภรรยาก็ถูกอายัดไว้แล้ว  นอกจากนี้ ทนายของอดีตผู้นำมาเลเซียยังขอให้ศาลออกคำสั่งห้ามเปิดเผยเนื้อหาการพิจารณาคดีนอกศาลโดยเฉพาะกับสื่อ ไปจนถึง 8 สิงหาคม

สำหรับการพิจารณาคดี ศาลนัดวันที่ 18-28 กุมภาพันธ์  4-8 มีนาคม และ 11-15 มีนาคม รวมเวลา 19 วัน

 เปิดข้อหาอดีตนายก"นาจิบ ราซัค" โทษสูงสุดคุก 20 ปี

นายนาจิบถูกแจ้งข้อหากระทำผิดหน้าที่ 3 กระทง เกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน 27 ล้านริงกิต  5 ล้านริงกิตและ 10 ล้านริงกิต ของเอสอาร์ซี อินเตอร์เนชันแนล เข้าบัญชีของเขา ช่วงเดือนธันวาคม 2557 ถึง มีนาคม 2558 เมื่อครั้งที่นายจิบเป็นทั้งที่ปรึกษาบริษัท ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง

เอสอาร์ซี อินเตอร์เนชันแนล เดิมเป็นบริษัทพลังงานในเครือวันเอ็มดีบี ก่อนอยู่ใต้กำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ในปี 2555

ส่วนข้อหาใช้อำนาจในทางที่ผิด เกี่ยวเนื่องกับการรับเงิน 42 ล้านริงกิต ถือเป็นสินบน เพราะนายนาจิบมีส่วนร่วม หรือเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ 4,000 ล้านริงกิตจากกองทุนบำนาญ ให้กับเอสอาร์ซี ข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับเป็นเงินไม่น้อยกว่า 5 เท่าของสินบน

อดีตผู้นำมาเลเซีย วัย 54 ปี พยักหน้ารับรู้ขณะรับฟังการอ่านข้อกล่าวหา ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เขาถูกจับกุมเมื่อบ่ายวานนี้ และควบคุมตัวที่สำนักงานปราบปรามการทุจริต

ลูกชายผู้นำไอเอสเสียชีวิตในสนามรบซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333289

ลูกชายผู้นำไอเอสเสียชีวิตในสนามรบซีเรีย

ไอเอส,ลูกชายผู้นำไอเอส,สิ้นชีพ,ซีเรีย

สื่อกระบอกเสียงไอเอสประกาศข่าวลูกชายผู้นำสูงสุดเสียชีวิตจากการโจมตีในจ.ฮอมส์

สำนักข่าว อามัก กระบอกเสียงของกลุ่มสุดโต่งไอเอส รายงานเมื่อวานนี้ว่า ฮุดไฮฟาห์ อัล บาดรี บุตรชายนายอาบู บัคร์ อัล-บักห์ดาดี  ผู้นำสูงสุดของไอเอส เสียชีวิต ในระหว่างสู้รบกับกองกำลังนุสซาริเยาะห์ และรัสเซีย ที่โรงไฟฟ้าในจังหวัดฮอมส์ ทางภาคกลางของซีเรีย

ลูกชายผู้นำไอเอสเสียชีวิตในสนามรบซีเรีย

 

สื่อชวนเชื่อของไอเอส รายงานข่าวนี้ พร้อมกับรูปของหนุ่มน้อยคนหนึ่งถือปืนไรเฟิล ที่ได้รับการยกย่องเป็นวีรชน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นๆ

นุสซาริเยาะห์ เป็นคำที่ไอเอสเรียกเชิงเหยียดหยามแทนประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด และผู้สนับสนุนรัฐบาลที่ส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยอลาไวท์

รายงานไม่ได้ระบุว่า ฮุดเฮย์ฟาห์ อัล บาดรี เสียชีวิตเมื่อใด แต่เวบไซต์ ลอง วอร์เจอร์นัล ที่เกาะติดสงครามทั่วโลก ระบุว่า หากภาพที่อามักใช้ประกอบข่าว เป็นรูปปัจจุบัน ลูกชายของผู้นำไอเอสน่าจะยังเป็นวัยรุ่นเท่านั้น

ปัจจุบัน เชื่อว่าไอเอสควบคุมพื้นที่ในซีเรียไม่ถึง 3% ช่วงที่ผ่านมา ไอเอสปะทะกับกองกำลังรัสเซียและซีเรีย ในจังหวัดฮอมส์หลายครั้ง สองฝ่ายพยายามควบคุมเมืองโบราณพัลมีรา แห่งก๊าซธรรมชาติ และฐานทัพ

ลูกชายผู้นำไอเอสเสียชีวิตในสนามรบซีเรีย

ส่วนนายบักห์ดาดี ผู้นำสูงสุดไอเอส หลังกองกำลังไอเอสถูกกวาดล้างออกจากเมืองใหญ่อิรัก ไม่ทราบชะตากรรมแน่ชัด แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะยังมีชีวิตอยู่ และย้ายที่หลบซ่อนไปเรื่อยๆกับผู้สนับสนุนกลุ่มเล็กๆ บักห์ดาดีเคยปล่อยคลิปเสียงความยาว 46 นาทีเมื่อกันยายนปีที่แล้ว เรียกร้องให้สาวกทั่วโลกโจมตีตะวันตกและเดินหน้าสู้ต่อในอิรักและซีเรีย แต่ไม่ทราบว่าเป็นการบันทึกเสียงไว้เมื่อใด

สื่อนอกชี้การนำ 13 หมูป่าออกจากถ้ำงานสุดหิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333285

สื่อนอกชี้การนำ 13 หมูป่าออกจากถ้ำงานสุดหิน

ต่างประเทศ,สื่อนอก,ทีมหมูป่า,13 หมูป่า,ออกจากถ้ำ,งานสุดหิน

สื่อนอกห่วงขั้นตอนการนำทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง จนท.ต้องฝึกสอนดำน้ำและรอจนกว่าทั้ง 13 คน จะพร้อม

               เดลี เมล ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับทางเลือกว่า ทีมค้นหาและกู้ภัยจะเก็บเด็กๆ ที่ยังหวาดกลัวและสับสนไว้ในถ้ำไปจนกว่าระดับน้ำจะลด หรือควรจะพาพวกเขาออกไปตอนนี้เลย ซึ่งดูเหมือนฤดูมรสุมที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะทำให้ทางการหันไปใช้ทางเลือกหลัง โดยได้มีการนำปั๊มน้ำขนาดใหญ่หลายตัวไประดมดูดน้ำ ท่ามกลางความวิตกว่าถ้าเกิดฝนตก ระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นมาอีก

เจ้าหน้าที่บอกว่า เด็กๆ อาจจะเป็นต้องว่ายน้ำออกมา ซึ่งหมายความว่า พวกเขาจะต้องเรียนรู้การใช้อุปกรณ์ดำน้ำ เพื่อให้ดำน้ำออกมาโดยอาศัยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากเอามากๆ เพราะต้องเข้าใจว่า ไม่มีเด็กคนไหนที่ว่ายน้ำเป็น แต่พวกเขาจะต้องฝ่ากระแสน้ำท่วมในถ้ำเป็นระยะทางอย่างน้อย 2.4 กม. และแม้แต่นักดำน้ำที่มีประสบการณ์สูงสุด ก็ยังต้องใช้เวลาถึง 4 ชม. อีกทั้งตอนนี้ เส้นทางที่เกี่ยวข้องกับทางแคบๆ เกือบ 400 เมตร ถูกน้ำท่วมหมดแล้ว และขุ่นไปด้วยโคลน ซึ่งหนึ่งในทีมกู้ภัยได้เปรียบเทียบว่า เหมือนกับการว่ายน้ำผ่านกาแฟเย็น

นอกจากนี้ ยังมีบริเวณที่ไม่เอื้ออำนวยกับมนุษย์และถังอากาศ ที่หมายความว่า นักดำน้ำจะต้องเอาถังอากาศออกจากหลังและดันไปข้างหน้า แต่ความท้าทายที่ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือ การนำเด็กที่อ่อนล้าและหวาดกลัวออกมา

เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของไทย 2 นาย ได้เข้าไปพบกับเด็กๆ และอยู่กับพวกเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนหนึ่งเพื่อฟื้นฟูร่างกายด้วยน้ำและพาวเวอร์เจล ซึ่งมีข่าวดีว่า ได้มีการติดตั้งสายโทรศัพท์เพื่อให้เด็กๆ สามารถพูดคุยกับผู้ปกครองที่รอฟังข่าวพวกเขาที่ด้านนอกได้

เบน เรย์เมแนนท์ส นักดำน้ำชาวเบลเยียมที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมกู้ภัยในครั้งนี้ ได้เตือนว่า อาจต้องแข่งกับเวลาในการช่วยเด็กๆ โดยเขาให้สัมภาษณ์ Sky News ว่า พวกเขาว่ายน้ำไม่เป็น ดำน้ำไม่เป็น ทางเลือกที่ง่ายที่สุดก็คือ ปั๊มน้ำออกจากถ้ำต่อไป โดยระบายออกไปอีก 3 – 4 ฟุต เพื่อให้พวกเขาลอยตัวโดยอาศัยเสื้อชูชีพ แต่เวลาอาจไม่เอื้ออำนวย เพราะคาดว่าจะมีฝนตกหนักและอาจมีน้ำท่วมเข้าไปในถ้ำอีก

เขายังอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กๆ และโค้ชเข้าไปติดในถ้ำด้วยว่า เป็นส่วนหนึ่งของการรับสมาชิกใหม่ ด้วยการวิ่งเข้าไปจนสุดถ้ำแล้วเขียนชื่อไว้ที่ผนัง ก่อนจะวิ่งกลับออกมา แต่ปรากฏว่า เกิดน้ำท่วมปิดปากถ้ำ ก็เลยทำให้พวกเขาต้องเดินลึกเข้าไปจนถึงจุดที่พวกเขาถูกพบ

การที่นักดำน้ำชาวอังกฤษได้เข้าไปขึงเชือกไว้ ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ทีมกู้ภัยในการเข้าถึงเด็กๆ ในการนำอาหาร เสื้อผ้า ยาฆ่าเชื้อและพาราเซตามอลเข้าไปให้ ส่วนแผนการช่วยนำเด็กเดินผสมกับว่ายน้ำออกจากถ้ำ คาดว่าจะต้องใช้เวลาคนละ 6 ชั่วโมง และระดับของพละกำลังของเด็กถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่ยิ่งไปกว่าสภาพของร่างกายคือ จิตใจ ที่จะต้องคอยกระตุ้นเอาไว้

ไม่มีเงินจ่าย! ขาติดช่องรถไฟเจ็บหนักแต่ไม่ให้เรียกรถพยาบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333260

ไม่มีเงินจ่าย! ขาติดช่องรถไฟเจ็บหนักแต่ไม่ให้เรียกรถพยาบาล

อย่าเรียกรถพยาบาล,ขาติดช่องรถไฟ,ชานชาลา

ผู้โดยสารเคราะห์ร้ายขาติดรางรถไฟใต้ดินในบอสตัน แผลเปิดจนเห็นกระดูกแต่ขอร้องพลเมืองดีที่ช่วย อย่าเรียกรถพยาบาล

หนังสือพิมพ์ บอสตัน โกลบ ในสหรัฐ รายงานอุบัติเหตุสตรีคนหนึ่งก้าวพลาดขณะออกจากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีแมตซาชูเสตส์ ในนครบอสตัน เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขาตกลงไปติดช่องว่างระหว่างขบวนรถไฟกับชานชาลาซึ่งมีความกว้างราว 5 นิ้ว

กล้องวงจรปิดภายในสถานี แสดงภาพฝูงชนเข้าช่วยกันดันรถไฟขยับให้มีช่องพอดึงเธอขึ้นมาได้

ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ขาซ้ายของสตรีวัย 45 ปีคนนี้ บิดงอ มีเลือดออก และแผลเหวอะลึกจนมองเห็นกระดูก แต่ขณะที่เธอร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวด เธอขอร้องไม่ให้พลเมืองดีเรียกรถพยาบาล “คุณรู้มั้ยค่ารถพยาบาลเท่าไหร่” “พวกคุณไม่เข้าใจ ฉันมีประกันที่แย่มาก”

ต่อมา หน่วยแพทย์ฉุกเฉินซึ่งมาถึงที่เกิดเหตุในเวลา 5-10 นาที ช่วยทำแผลให้เธอในเบื้องต้นและนำตัวส่งโรงพยาบาล บอสตัน เมดิคัล เซ็นเตอร์  เพื่อเข้ารับการผ่าตัดต่อไป

อุบัติเหตุครั้งนี้จุดความสนใจระดับประเทศ เมื่อ มาเรีย เครมเมอร์ ผู้สื่อข่าวสายกฎหมายประจำในแมตซาชูเสตส์ นิวยอร์คไทมส์ นำข่าวนี้มาทวิตและเขียนว่าเรื่องนี้สะท้อนสถานะของระบบดูแลสุภาพของสหรัฐในปัจจุบัน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ยากประเมินค่าใช้จ่ายการในนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลและรักษาอาการบาดเจ็บ รายงานปี 2555 พบว่ารถพยาบาลต่อเที่ยว เฉลี่ยอยู่ที่ 224 ดอลลาร์-2,204 ดอลลาร์สหรัฐ

กองเชียร์ทรัมป์รุมถล่มวอลมาร์ทปมเสื้อ”IMPEACH 45″

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333251

กองเชียร์ทรัมป์รุมถล่มวอลมาร์ทปมเสื้อ”IMPEACH 45″

วอลมา์ท,เสื้อยืด,ต่อต้านทรัมป์,กองเชียร์ทรัมป์,Impeach 45

วอลมาร์ท เก็บเสื้อยืดผู้ใหญ่และชุดทารกที่พิมพข้อความ  “Impeach 45” หลังผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลุกกระแสบอยคอต

ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกา วอลมาร์ท ตัดสินใจเก็บเสื้อยืดและชุดเด็กทารกที่มีข้อความ “Impeach 45”  หรือถอดถอนประธานาธิบดีคนที่ 45 ออกจากตลาดออนไลน์ของบริษัท หลังจากที่ภาพเสื้อต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ถูกแชร์ว่อนเน็ต และในเวลาไม่นาน แฮชแทก #BoycottWalmart  หรือคว่ำบาตรวอลมาร์ท ก็เป็นกระแสบนทวิตเตอร์

 

กองเชียร์ทรัมป์รุมถล่มวอลมาร์ทปมเสื้อ"Impeach 45" 

โฆษกของห้างกล่าวว่า เสื้อที่เป็นประเด็น เป็นของผู้ขายภายนอกที่นำมาวางขายในตลาดเปิดออนไลน์ของวอลมาร์ท ไม่ได้มาจากการนำเสนอของห้างโดยตรง  จึงขอเก็บสินค้าเหล่านี้ออกมาก่อนระหว่างรอประเมินนโยบายของตลาดออนไลน์

Walmart

@Walmart

Order online, pick it up curbside and get to grillin’. Let us know what you’re most excited about cooking up this Fourth of July! http://bit.ly/2KuSpc5WBM 

Liz@lizlowery0723

Impeach 45? You have 13 products for see on your website that pertain to Impeach 45. Not good pic.twitter.com/lqXyJ44ja6

ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์

(แต่อเมซอน ยังขายสินค้าเดียวกันอยู่ ) 

กระแสต่อต้านสินค้าที่มีข้อความเชิงการเมือง เป็นความท้าทายของการทำธุรกิจในสหรัฐอเมริกาในยุคที่มีการแบ่งขั้วเลือกข้างการเมืองชัดเจน ผู้สนับสนุนและต่อต้านทรัมป์ แสดงออกด้วยการกดดันบริษัทต่างๆ ด้วยการขู่บอยคอตเวลาที่ดูเหมือนว่าบริษัทนั้นๆทำท่าจะเลือกข้าง ก่อนหน้านี้ Under Armour ผู้จำหน่ายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ก็เจอกระแสเดียวกันหลังจากผู้บริหารคนหนึ่งของบริษัทพูดชื่นชมทรัมป์ หรือเครือข่ายร้านสินค้ากีฬา Dick’s Sporting Goods ที่ประกาศจำกัดการขายปืน

Ed Krassenstein@EdKrassen

I find it hilarious that Trump Supporters are calling for a boycott of Walmart over the fact they sell “Impeach 45” t-shirts, yet they are perfectly fine with Walmart selling “Hillary for Prison” T-Shirts. It’s called Freedom of Speech! Don’t .!

( แต่วอลมาร์ท ยังให้ขายเสื้อยืดมีข้อความ จับฮิลลารี คลินตันเข้าคุก ) 

ฝ่ายหนึ่งวิจารณ์วอลมาร์ท ที่ยอมเก็บสินค้าต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ยังคงขายสินค้าหลากหลายที่มีสโลแกนหาเสียงของทรัมป์ “Make America Great Again”

แต่นีล ซอนเดอร์ส ผู้อำนวยการบริหารของบริษัทที่ปรึกษา โกลบอลเดตา รีเทล แสดงความเห็นว่า การตัดสินใจวอลมาร์ทที่เก็บสินค้าต่อต้านทรัมป์ เป็นเหตุเป็นผล เพราะผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่ได้แยกแยะว่าสินค้าไหนที่วอลมาร์ทขายโดยตรง หรือเป็นผู้ค้าฝ่ายที่สาม และสโลแกนส่งเสริมถอดถอนประธานาธิบดีคนที่ 45 แรงกว่าสินค้าที่มีคำขวัญ Make America Great Again ไปมาก บริษัทสามารถชดเชยได้ด้วยสินค้าที่มีสโลแกนสนับสนุนเดโมแครตในระดับเดียวกัน

ขณะที่ มอรีน ชไวต์เซอร์ นักวิชาการที่วอร์ตัน สกูล ออฟ บิสเนสส์ มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย กล่าวว่า บริษัทไม่ควรวิตกเรื่องถุกบอยคอตมากเกินไป เพราะวอลมาร์ทจะไม่มีทางเลือกที่ดีให้กับผู้บริโภคหมู่มาก ทุกวันนี้ มีกระแสเรียกร้องบอยคอตมากเกินไปแล้ว และน้อยครั้งที่กระแสบอยคอตจะมีผลยาวนาน

โหด!มือปืนกระหน่ำยิงนายกเล็กฟิลิปปินส์ดับอีกราย(มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333241

โหด!มือปืนกระหน่ำยิงนายกเล็กฟิลิปปินส์ดับอีกราย(มีคลิป)

ฟิลิปปินส์,นายกเล็กฟิลิปิปนส์,ซุ่มยิง,สังหาร

นายกเทศมนตรีฟิลิปปินส์ถูกมือปืนยิงเสียชีวิตเป็นคนที่สองในสองวัน

นายเฟอร์ดินานด์ โบเต นายกเทศมนตรีเมืองเจเนอรัล ตีนีโอ จ.นวยบา เอซีคา ทางเหนือของฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ในรถโตโยตา ฟอร์จูนเนอร์ ถูกคนร้ายที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ดักซุ่มยิงขณะกำลังจะออกจากสำนักงานชลประทานในเมืองกาบานาตวน ในจังหวัดเดียวกันเมื่อบ่ายวานนี้

โหด!มือปืนกระหน่ำยิงนายกเล็กฟิลิปปินส์ดับอีกราย(มีคลิป)

จากภาพวงจรปิด มือปืนใช้ปืนสั้นกระหน่ำยิงทะลุกระจกรถหลายนัด ก่อนหลบหนีไป

นายโบเตกลายเป็นนายกเทศมนตรีคนที่สองที่ถูกยิงเสียชีวิต หลังจากนายอันโตนีโอ ฮาลิลี นายกเทศมนตรีเมืองตานาวัน ทางใต้ของกรุงมะนิลา เพิ่งถูกสไนเปอร์ลอบสังหารขณะร้องเพลงชาติ หน้าศาลากลางเมืองในเช้าวันจันทร์

ตำรวจกล่าวว่า มือปืนใช้ปืนยาวยิงจากเนินเขาที่มีหญ้าปกคลุมห่างจากจุดที่เป้าหมายยืนอยู่ราว 160 เมตร ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวว่าการลอบสังหารนายฮาลิลีอาจเกี่ยวโยงกับยาเสพติด โดยไม่ได้ขยายความ แต่ที่ผ่านมา มีนายกเทศมนตรีฟิลิปปินส์ที่ถูกรัฐบาลดูเตร์เตกล่าวหาพัวพันค้ายาเสพติด เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนแล้ว จากเหตุยิงปะทะหรือถูกฆ่าตายขณะตำรวจบุกจับ

นายฮาลิลี ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักนโยบายปราบอาชญากรรมแบบเด็ดขาดและให้ผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด มาเดินแถวประจานตามถนนหนทาง เป็นหนึ่งในบัญชีเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดเช่นกัน แต่เขาปฏิเสธ อย่างไรก็ดี นายกเทศมนตรีที่ถูกยิงเสียชีวิตล่าสุด ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้ต้องสงสัยยาเสพติด

 

โหด!มือปืนกระหน่ำยิงนายกเล็กฟิลิปปินส์ดับอีกราย(มีคลิป)

( สภาพรถนายกเทศมนตรีโบเต ที่ถูกลอบสังหารคนล่าสุด /philippine daily inquirer) 

นายอันโตนีโอ ตรียาเนส สมาชิกวุฒิสภาที่เป็นนักวิจารณ์รัฐบาลคนสำคัญ โทษวัฒนธรรมความรุนแรง ในยุคดูเตร์เต นโยบายล้างบางยาเสพติดของเขาคร่าชีวิตเหยื่อหลายพันคน ดูเตร์เตเคยสัญญาว่าจะฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในประเทศ แต่กลับทำให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นเมืองหลวงฆาตกรรมแห่งเอเชีย

ขณะที่คริสตจักรโรมันคาทอลิกก็กำลังวิตกเช่นกัน หลังจากมีบาทหลวงถูกฆ่า 3 รูปในเวลาไม่กี่เดือน โดยรูปหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่แท่นพิธีขณะเตรียมประกอบพิธีมิสซาที่หมู่บ้านทางเหนือเมื่อเดือนที่แล้ว

บุกรวบตัวอดีตนายก”นาจิบ ราซัค”แจ้งข้อหาเช้าพรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/333186

บุกรวบตัวอดีตนายก”นาจิบ ราซัค”แจ้งข้อหาเช้าพรุ่งนี้

นาจิบ ราซัค,กองทุนฉาว,รวบตัว,แจ้งข้อหา,มาเลเซีย

ปปช.มาเลเซียสั่งจับกุมอดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมส่งศาลรับฟังข้อหาพรุ่งนี้

คณะทำงานเฉพาะกิจวันเอ็มดีบี ของมาเลเซีย แถลงว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปนำตัวอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค จากบ้านพักในย่าน จาลัน ลังกัก ดุตา ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเวลา 14.35 น. วันนี้ เพื่อสอบสวนความเกี่ยวข้องกับบริษัทเอสอาร์ซี อินเตอร์เนชันแนล

อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ถูกนำตัวไปที่สำนักงานใหญ่คณะกรรมการปราบปรามการทุจริต (เอ็มเอซีซี) ในปุตราจายา และจะถูกแจ้งข้อหาที่ศาลกัวลาลัมเปอร์ ในเวลา 8.30 น.วันพุธ

นายนาจิบถุูกกล่าวหาว่ารับเงิน 42 ล้านริงกิต จากเอสอาร์ซี อดีตบริษัทลูกของกองทุนวันเอ็มดีบี บริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐ แต่อดีตผู้นำมาเลเซียปฏิเสธมาโดยตลอด

มาเลเซียสรุปยึดสมบัติหรู-เงินสดนาจิบ 9,000 ล้านบาท

คณะทำงานเฉพาะกิจชุดนี้ ซึ่งได้รับการจัดตั้งโดยรัฐบาลใหม่นำโดยแนวร่วมแห่งความหวัง หรือ ปากาตัน ฮาราปัน เพื่อสอบสวนกรณีอื้อฉาวยักยอกและฟอกเงินที่วันเอ็มดีบี ประกอบด้วยบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เคยสอบเรื่องอื้อฉาววันเอ็มดีบีในปี 2558 ก่อนถูกแช่แข็งในรัฐบาลนาจิบ เพิ่งมารื้อฟื้นสอบใหม่ หลังจากแนวร่วมแห่งชาติ รัฐบาลผสมภายใต้การนำของนายนาจิบ พ่ายเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม

การจับกุมผู้นำมาเลเซีย มีขึ้นในวันครบ 3 ปีพอดี หลังจากที่สื่อตีข่าวครั้งแรกว่าพบเงิน 700 ล้านดอลลาร์ ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของเขา แต่เขาอ้างว่าเป็นเงินบริจาคทางการเมืองจากราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย และไม่เคยนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว  ต่อมา หน่วยงานที่สอบสวนประกาศให้นายกรัฐมนตรีนาจิบพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัยในปี 2559

ก่อนหน้านี้ ในวันเดียวกัน คณะกรรมการปราบปรามการทุจริต เพิ่งสอบปากคำ นายริซา อาซิส ลูกเลี้ยงของนายนาจิบ ที่มีข้อครหาว่าได้เงินสนับสนุนจากวันเอ็มดีบี ไปใช้เป็นทุนสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูด