อาชญากรชื่อกระฉ่อนฝรั่งเศสขึ้นฮ.แหกคุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332892

อาชญากรชื่อกระฉ่อนฝรั่งเศสขึ้นฮ.แหกคุก

ฝรั่งเศส,อาชญากร,แหกคุก,เฮลิคอปเตอร์

เย้ยกฎหมาย แก๊งสเตอร์ชื่อดังแดนน้ำหอมแหกคุกด้วยการขึ้นเฮลิอปเตอร์หลบหนี ก่อนเผาทิ้ง

เรโดอีน ฟาอิด โจรชื่อดัง ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ต้องหาที่ฝรั่งเศสต้องการตัวมากที่สุด หลบหนีออกจากเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ชานกรุงปารีสภายในเวลาไม่กี่นาทีในวันนี้ ด้วยความช่วยเหลือจากชายติดอาวุธสามคน นำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนสนามหญ้าภายในเรือนจำ

นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่ฟาอิด วัย 46 ปี หลบหนีออกจากเรือนอีกแห่งหนึ่งด้วยวิธีการคาดไม่ถึง เมื่อปี 2556 เขากลายเป็นอาชญากรที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด หลังจากใช้ระเบิดไดนาไมท์พังประตูเรือนจำ 5 บาน เบิกทางหนีมาแล้ว พร้อมกับจับผู้คุม 4 คนเป็นตัวประกัน แต่ลอยนวลได้เพียงเดือนครึ่งก็ถูกจับตัวได้ที่ห้องโรงแรมราคาถูกแห่งหนึ่ง

อาชญากรชื่อกระฉ่อนฝรั่งเศสขึ้นฮ.แหกคุก 

ตำรวจพบเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้หลบหนีจดทะเบียนในเบลเยี่ยม จอดอยู่ชานเมือง สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า คนร้ายจุดไฟเผาเฮลิคอปเตอร์ ก่อนขึ้นรถยนต์สีดำหลบหนีไปบนถนนเชื่อมกรุงปารีสกับเมืองลีล ทางเหนือ กระทรวงมหาดไทยสั่งปฏิบัติการไล่ล่าขนานใหญ่

ผู้คุมเรือนจำกล่าวว่า ไม่ได้ยิงเฮลิคอปเตอร์ขณะลงจอดและบินขึ้น เนื่องจากห่วงความปลอดภัย

อาชญากรชื่อกระฉ่อนฝรั่งเศสขึ้นฮ.แหกคุก 

 

ฟาอิดเคยต้องโทษจำคุก 10 ปีมาก่อน แต่ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด หลังทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป และจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ต่อมา ในเดือนเมษายน ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกเขา 25 ปี ข้อหาบงการปล้นรถขนเงินสดในเดือนพฤษภาคม 2553 ที่ต่อมา ตำรวจขับรถไล่ล่าบนมอเตอร์เวย์ที่เต็มไปด้วยยวดยาน กลายเป็นการยิงต่อสู้  คนร้ายใช้ปืนคาลาชนิคอฟยิงใส่รถตำรวจ เป็นเหตุให้ตำรวจหญิงเสียชีวิตหนึ่งคน

อาชญากรชื่อกระฉ่อนฝรั่งเศสขึ้นฮ.แหกคุก 

 

อาชญากรรายนี้ เติบโตในย่านผู้อพยพชานกรุงปารีส เคยออกโทรทัศน์หลายครั้ง และร่วมเขียนหนังสือสองเล่ม เกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่นอันธพาลและการเข้าสู่วงการอาชญากรรม เขาอ้างว่าได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์อเมริกันแนวอาชญากรรมเรื่อง  “Scarface” กับ  “Heat”.

เจ้าบ่าววัย 41เผยแต่ง 11ขวบเป็นเมียคนที่สามไม่ผิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332867

เจ้าบ่าววัย 41เผยแต่ง 11ขวบเป็นเมียคนที่สามไม่ผิด

มาเลเซีย,เจ้าบ่าวมาเลเซีย,11ขวบ,เด็กไทย 11 ปี,หนุ่มใหญ่มาเลเซีย

องค์กรเด็กและนักเคลื่อนไหวทั่วมาเลเซียประสานเสียงเรียกร้องรัฐบาลแบนวิวาห์ผู้เยาว์

 

ข่าวการแต่งงานระหว่างเด็กหญิงวัย 11 ปีซึ่งสื่อมาเลเซียระบุว่าเป็นคนไทย กับชายชาวมาเลเซียวัย 41 ปี ที่มีภรรยาแล้ว 2 คนและลูก 6 คน จากเมืองกัวมูซัง รัฐกลันตัน จุดกระแสไม่พอใจอย่างมากในสังคมมาเลเซีย  ( อ่านต่อ..พ่อลูก 6 มาเลเซียแต่งเด็กไทยวัย 11 ปีเป็นภรรยาคนที่สาม)  แม้ว่าพ่อแม่ยินยอมและมีเงื่อนไขว่าเด็กต้องอายุครบ 16 ปี จึงค่อยไปอยู่กินฉันท์สามีภรรยา

เจ้าบ่าววัย 41เผยแต่ง 11ขวบเป็นเมียคนที่สามไม่ผิด 

( อ่านต่อ..พ่อลูก 6 มาเลเซียแต่งเด็กไทยวัย 11 ปีเป็นภรรยาคนที่สาม)

ชาวสื่อสังคมออนไลน์พากันก่นประณามฝ่ายชาย ขณะที่องค์กรประชาสังคมสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นแนวร่วมเอ็นจีโอในมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า การแต่งงานเด็ก เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ไม่ว่าที่ไหนในโลก ขัดหลักฐานพื้นฐานของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ที่มาเลเซียเป็นภาคี

แถลงการณ์ระบุว่า สิทธิของเด็กในด้านสุขภาพ การศึกษาและการคุ้มครองจะถูกทำลาย หากจุดสนใจของเด็กหันเหไปจากการศึกษาหาความรู้ในโรงเรียนให้จบ มาเป็นการทำหน้าที่ในครอบครัว และเป็นพ่อแม่

องค์กรจึงขอเรียกร้องรัฐบาลดำเนินมาตรการเร่งด่วนอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ล้มเลิกประเพณีที่ไม่คำนึงถึงสุขภาพเด็ก กำหนดอายุขั้นต่ำอนุญาตให้แต่งงานได้ เป็น 18 ปี และรักษาสัญญาที่รัฐบาลแนวร่วมแห่งความหวัง หรือ ปากาตัน ฮาราปัน ได้ประกาศไว้ในประเด็นนี้

อีกด้านหนึ่ง เดอะสตาร์ สื่อมาเลเซีย รายงานอ้างคำพูดของเด็กหญิงว่า เธอรักเจ้าบ่าวตั้งแต่อายุ 9 ขวบ บ้านของเธออยู่ติดกับบ้านภรรยาคนแรกของเขาเขาดีกับครอบครัวของเธอมาก เมื่อขอแต่งงานจึงตอบตกลง

ด้าน เจ้าบ่าววัย 41 กล่าวว่า แต่งงานกับเด็กหญิงเพราะรักกันมา 3 ปีแล้ว เขาพบกับว่าที่ภรรยาคนที่สามครั้งแรกตอนที่เด็กหญิงติดตามมารดาไปทำงานที่ร้านอาหารของภรรยาคนแรก เราทำความตกลงกันว่า เธอจะอยู่กับพ่อแม่จนอายุ 16 เมื่ออายุถึง 16 ปี ค่อยมารับรองการแต่งงานกับสภาศาสนาในไทยและมาเลเซีย

หนุ่มใหญ่กล่าวด้วยว่า เขาไม่คิดว่ากำลังทำอะไรผิด เพราะเป็นการแต่งงานกับเด็กหญิงโดยพ่อแม่อนุญาต รวมถึงได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ของเขาเองกับภรรยาคนแรก แต่ภรรยาคนที่สองไม่ยินยอม เลยต้องแต่งงานแบบลับๆ ส่วนเรื่องที่ภรรยาคนที่สองขอหย่า เขายังไม่ตัดสินใจ แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมา รับผิดชอบหน้าที่ทั้งในฐานะพ่อและสามีเป็นอย่างดี

ด้าน หัวหน้าผู้พิพากษาศาลศาสนา รัฐกลันตัน ดาโต๊ะ ดาอุด มูฮัมหมัด กล่าวว่า แม้ทั้งสองแต่งงานในต่างประเทศ ( มีรายงานว่าทั้งสองมาแต่งงานที่นราธิวาส ) แต่การแต่งงานกับผู้เยาว์ ต้องได้รับความเห็นชอบจากศาลศาสนาก่อน ไม่เช่นนั้น จะถือเป็นความผิดมีโทษปรับ 1,000 ริงกิต ( 8,800 บาท) หรือจำคุก 6 เดือน หรือทั้งจำและปรับ ด้าน สำนักงานศาสนาอิสลามรัฐกลันตัน ระบุว่าได้เริ่มสอบสวนกรณีนี้แล้ว

นิวเดลีสุดช็อก พบ 11 ศพตายหมู่ในบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332844

นิวเดลีสุดช็อก พบ 11 ศพตายหมู่ในบ้าน

อินเดีย,ตายหมู่,11ศพ,แขวนคอ,ตายหมู่ 11 ศพ,นิวเดลีช็อก

ยังไม่ฟันธงฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรมก่อน แล้วนำไปแขวนคอห้อยตะแกรงเหล็ก

ตำรวจอินเดียในนิวเดลี เร่งสอบสวนคลี่คลายเหตุสะเทือนขวัญ ครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิก 11 คนถูกพบเป็นศพในบ้าน เขตบูรารี ทางเหนือของเดลี ในเช้าวันนี้ โดย 10 รายอยู่ในสภาพแขวนคอจากตะแกรงเหล็กบนเพดาน อีกศพเป็นสตรีสูงอายุอยู่บนพื้น

ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์

ANI

@ANI

Delhi: Police inspects the house in Burari where 11 bodies were found blindfolded and hanging from a railing, earlier today.

                       ศพ 11 ราย เป็นผู้หญิง 7 ราย ประกอบด้วยหญิงชราวัย 75 ปี ลูกชายของเธอ 2 คนกับภรรยา เด็ก 5 คน และลูกสาวของหญิงชรา ศพ 10 รายอยู่ในสภาพมัดผ้าปิดตา และบางคนมัดมือไพล่หลัง 

รายงานระบุว่า ครอบครัว พาเตีย เป็นเจ้าของร้านขายของชำ และธุรกิจไม้อัด ห่างจากบ้านพัก 2 ชั้น ในเขตบูราไรไม่กี่ก้าว
.
ชาวบ้านเล่าว่า ทุกเช้า พวกเขาจะเปิดร้านเวลา 6.00 น. แต่ในวันนี้ 7.30 น.ไม่มีความเคลื่อนไหว เพื่อนบ้านคนหนึ่งไปที่ร้านตั้งใจไปซื้อนมพบว่ายังปิดอยู่  แต่ประตูบ้านเปิด จึงเข้าไปดูข้างในและพบสมาชิกครอบครัวเสียชีวิตในสภาพแขวนคอลงมาจากตะแกรงเหล็กระบายอากาศ

ตำรวจรุดยังที่เกิดเหตุทันทีที่ได้รับแจ้ง และปิดล้อมพื้นที่ ขณะนี้กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแส โดยยังไม่ตัดทุกประเด็น ก่อนสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายหมู่ หรือพวกเขาถูกฆาตกรรมก่อนนำไปแขวนคอ

เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ครอบครัวนี้อัธยาศัยดี ไม่น่าจะฆ่าตัวตาย เขาเพิ่งได้พูดคุยกับลูกชายคนหนึ่งในบ้านเมื่อคืน เขาดูปกติมีความสุข ไม่พบสัญญาณผิดปกติใดๆ นอกจากนี้ ครอบครัวที่ตาย 11 ศพยังกำลังวุ่นเตรียมการแต่งงานของสมาชิกด้วย

ชาวบัลแกเรียติดหวยขูดหวังรวยระดับงอมแงม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332817

ชาวบัลแกเรียติดหวยขูดหวังรวยระดับงอมแงม

หวยขูด,บัลแกเรีย,เสี่ยงโชค,งอมแงม

นักการเมืองเสนอแก้กฎหมายคุมเข้มอุตสาหกรรมการพนัน หวั่นเสพติดหนักเสี่ยงโชคจากหวยขูด เยาวชนก็ร่วมด้วย

                            สำนักข่าวเอเอฟพี นำเสนอสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับนักเสี่ยงโชคในบัลแกเรีย ที่คลั่งไคล้สลากกินแบ่งแบบขูดลุ้นเลขรางวัล เป็นกระแสที่ดำเนินมานานสองสามปีแล้วในประเทศติดอันดับยากจนที่สุดของยุโรป จนถึงขั้นที่มีความวิตกว่าจะกลายเป็นเสพติด

ชาวบัลแกเรียติดหวยขูดหวังรวยระดับงอมแงม

ยกตัวอย่าง คุณตา สโตยัน สโตเมนอฟ วัย 96 ปี ที่หมู่บ้านเล็กๆเมืองซูควา ใกล้กรุงโซเฟีย เมืองหลวง กล่าวขณะใช้เหรียญขูดสลากว่า ผมบอกกับตัวเอง จะต้องถูกรางวัลอีก มันอาจเป็นไปไม่ได้ แต่ใครจะรู้ล่ะ

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ คอหวยวัยชรารายนี้ เคยถูกรางวัล 5,000 เลวา ( กว่า 9 แสนบาท ) หรือราว 25 เท่าของบำนาญรายเดือน และแจกจ่ายเงินรางวัลให้กับลูกหลานเหลน และลูกๆหลานๆเหล่านั้นก็ขอบคุณคุณทวดด้วยการซื้อหวยขูดจำนวนหนึ่งให้เป็นของขวัญวันเกิดมื่อ 6 พฤษภาคม

ส่วนที่ร้านกาแฟเล็กๆที่ชายชราถูกรางวัล พนักงานในร้านกล่าวว่า หวยขูดคือของขายดีที่สุดในร้าน

ชาวบัลแกเรียติดหวยขูดหวังรวยระดับงอมแงม

นักวิจารณ์กล่าวว่า กฎหมายบัลแกเรียไม่ทันกับปรากฎการณ์การเล่นพนันแบบใหม่ แม้แต่เยาวชนก็ซื้อได้แบบไม่มีจำกัดอายุ
เดนิสลาฟ เด็กชายวัย 10 ขวบ ซึ่งใช้เงินจากอาหารกลางวันซื้อสลาก 2 ใบ กล่าวว่า เขาเล่นหวยขูดเป็นครั้งคราว แต่เพื่อนในห้องคนหนึ่งซื้อประจำ
ผลศึกษาโดยคณะทำงานที่รัฐบางแต่งตั้งเมื่อกรกฎาคม 2559 พบว่านักเรียนมัธยมปลาย 10% ซื้อลอตเตอรีขูดลุ้นเลขทุกวัน ขณะ 11% ลุ้นโชคสัปดาห์ละครั้ง

ชาวบัลแกเรียติดหวยขูดหวังรวยระดับงอมแงม

นิตยสาร แคพปิตัล ในบัลแกเรีย ประเมินว่า ในปีที่ผ่านมา ยอดขายสลากประเภทนี้แตะ 100 ล้านใบ ในประเทศที่มีประชากรไม่ถึง 7 ล้าน ส่วนผลสำรวจของแกลลัป เมื่อเดือนเมษายน ประเมินว่า ชาวบัลแกเรีย 57% เล่นพนันรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

ไม่น่าแปลกใจที่อุตสาหกรรมพนันของประเทศเล็กๆ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรปแห่งนี้ จะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากมอลตา

ธุรกิจสลากกินแบ่ง มีกำไรมหาศาล เพราะเสียภาษีต่ำกว่าสินค้าอย่าง บุหรี่ และเป็นอียูประเทศเดียว ที่ไม่มีกฎหมายกำหนดให้บริษัทขายสลากต้องบริจาคกำไรเพื่อสังคม

นักการเมืองบางส่วนกำลังพยายามผลักดันให้ควบคุมกระแสคลั่งเสี่ยงโชค  รองหน้าหน้าพรรค GERB ซึ่งเป็นรัฐบาล เตือนว่าหวยเป็นโรคระบาดในหมู่เยาวชน และคนฐานะด้อยในสังคม

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนได้ดี ว่า กฎหมายยังไปไม่ถึงไหนก็คือเรื่องของการโฆษณา

ในทางเทคนิค  สื่อกระจายเสียงไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณาลอตเตอรีทุกแบบ แต่ไม่ได้ห้ามนำเสนอการสัมภาษณ์ผู้โชคดีถูกรางวัลก้อนโต และเล่าว่าเขาซื้อสลากทุกวันพร้อมกับกาแฟตอนเช้า

ความแพร่หลายของหวยขูดที่ซื้อหาได้ไม่ว่าจะในร้านกาแฟ ร้านขายของชำและแผงขาย                                   หนังสือพิมพ์ ทำให้นายกรัฐมนตรีวาเลรี ซีเมโอนอฟ ออกปากว่า โบสถ์น่าจะเป็นสถานเดียวที่ซื้อสลากไม่ได้
ในปีนี้ ซีเมโอนอฟ เสนอร่างแก้ไขกฎหมายการพนัน และกำลังรอความเห็นชอบจากรัฐสภา ร่างกฎหมายนี้จะห้ามการประกาศผลการออกรางวัล เงินรางวัลและผู้โชคดีถูกรางวัลทางโทรทัศน์ ตลอดจนห้ามขายหวยขูดแก่เยาวชน และจำกัดสถานที่ขายเฉพาะ

ชาวบัลแกเรียติดหวยขูดหวังรวยระดับงอมแงม

แต่ความพยายามเพิ่มความเข้มงวดกฎหมาย เจอกับการต่อต้านหลายฝ่าย อาทิ สหพันธ์พนักงานบัลแกเรีย ที่ขอให้ปรับปรุงเป็นอนุญาตให้ทีวีนำเสนอข่าวเหล่านี้ได้แต่ให้ขึ้นคำเตือนความเสี่ยงเสพติดไว้บนหน้าจอ เพราะเกรงว่าการแก้ไขแบบเข้มงวด จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจสื่อ และสโมสรกีฬา ตลอดจนคน 1.77 แสนชีวิตในอุตสาหกรรมการพนัน

นีลเซน แอดโมสเฟียร์ ระบุว่า บริษัทพนัน เป็นผู้ซื้อโฆษณารายใหญ่สุดของวงการโทรทัศน์ในปี 2560

สหภาพฟุตบอลบัลแกเรียก็ต่อต้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสโมสรต่างๆได้ทุนสนับสนุนจากบริษัทพนันออนไลน์มากแค่ไหน  อริสโต สตอยคอฟ นักฟุตบอลชื่อดังที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทพนันออนไลน์ ถึงกับพูดว่าแผนคุมการพนันเข้มงวด อาจจะหมายถึงการลอบสังหารกีฬา เลยทีเดียว

สุดทนทรัมป์ฉะยุโรป!ทูตสหรัฐประจำเอสโตเนียลาออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332806

สุดทนทรัมป์ฉะยุโรป!ทูตสหรัฐประจำเอสโตเนียลาออก

ทูตสหรัฐ,เอสโตเนีย,ทูตสหรัฐประจำเอสโตเนีย,ลาออก

ความเห็นเชิงลบและนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเหตุให้นักการทูตอาวุโสสหรัฐโบกมือลาอีกหนึ่งคน

                    นายเจมส์ ดี.เมวิลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำเอสโตเนีย กลายเป็นนักการทูตอาวุโสคนล่าสุดที่ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เมลวิลล์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่าหลังจากทำงานกระทรวงต่างประเทศมานาน 33 ปี เขาไม่สามารถยอมรับทัศนคติของประธานาธิบดีทรัมป์ ต่อสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัฐบาลวอชิงตันมายาวนานได้อีกต่อไป
“สำหรับประธานาธิบดี การพูดว่าอียูจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเอาเปรียบสหรัฐอเมริกา เพื่อโจมตีกระปุกออมสินของเรา  หรือพูดว่านาโตเลวพอๆกับนาฟตา(ข้อตกลงการเสรีอเมริกาเหนือ)นั้น ไม่เพียงผิดในแง่ของข้อเท็จจริง แต่ยังเป็นการยืนยันว่าถึงเวลาที่ผมควรจะไป” นิตยสาร Foreign Policy อ้างโพสต์ของอดีตทูตเมลวิลล์ ที่ระบุด้วยว่า “ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป”

“ผมลาออกด้วยความเต็มใจและด้วยความยินดีอย่างสุดซึ้งสำหรับการได้รับใช้ประเทศชาติอย่างมีเกียรติเป็นเวลาหลายปี และด้วยความมั่นใจว่าอเมริกาซึ่งยิ่งใหญ่เสมอมา จะกลับมาอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง”

เมลวิลล์ อยู่ในสายงานทูตสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดี 6 คน รัฐมนตรีต่างประเทศ 11 คน ก่อนมาดำรงตำแหนงเอกอัครราชทูตประจำเอสโตเนียตั้งแต่ปี 2558 เขาจะเกษียณก่อนกำหนดในวันที่ 29 กรกฎาคม

นิตยสาร Foreign Policy รายงานอ้างเพื่อนร่วมงานในกระทรวงต่างประเทศ ว่าการที่นักการทูตอาวุโสระดับเมลวิลล์ ที่ทุ่มเทกับการทำหน้าที่ ต้องลาออกเพราะการเมืองภายใน และพูดว่า “ผมทนไม่ได้อีกต่อไป” เป็นเรื่องร้ายแรงมาก

เมลวิลล์ เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงต่างประเทศคนล่าสุดที่ลาออก เพราะการปฏิบัติแบบไม่ปราณีปราศรัยต่อพันธมิตรยาวนานของสหรัฐ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม จอห์น ฟรีลีย์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำปานามา เขียนบทแสดงทัศนะลงใน วอชิงตัน โพสต์ แจ้งเหตุผลลาออกเรื่องที่ทรัมป์ไม่ประณามการชุมนุมของพวกนาซีใหม่ ในเมืองชาร์ลอตวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย และเพราะทรัมป์บิดเบือนและทรยศต่อค่านิยมอเมริกัน

พ่อลูก 6 มาเลเซียแต่งเด็กไทยวัย 11 ปีเป็นภรรยาคนที่สาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332787

พ่อลูก 6 มาเลเซียแต่งเด็กไทยวัย 11 ปีเป็นภรรยาคนที่สาม

มาเลเซีย,ดญวัย11,หนุ่มใหญ่มาเลเซีย,แต่งงานดญ

เรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสในมาเลเซีย พ่อลูก 6 วัย 41 ปี มาขอเด็กหญิงวัยแค่ 11 กับพ่อแม่ไปเป็นภรรยาคนที่สาม เมียคนที่สองโพสต์ภาพประจาน

                            สื่อหลายสำนักในมาเลเซีย รายงานว่า นักธุรกิจยางพาราวัย 41 ปี ซึ่งมีภรรยาแล้ว 2 คน ลูก 6 คน เดินทางมาที่สุไหงโกลก เมืองชายแดนในจังหวัดนราธิวาส ทางใต้ของไทย ในช่วงเทศกาฮารีรายอเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อแต่งงานกับเด็กหญิงชาวไทยวัย 11 ปี

เดอะ สตาร์ รายงานว่า ชายคนนี้ซึ่งยังอ้างว่าเป็นอิหม่าม ที่หมู่บ้านในเมืองกัวมูซัง รัฐกลันตัน มีลูกแล้ว 6 คน อายุ 5 – 18 ปี เจ้าสาวคนล่าสุดที่ไม่เคยเข้าโรงเรียน เป็นเพื่อนของลูกชายจากภรรยาคนที่สอง

มีรายงานว่า เด็กหญิงให้ความยินยอมแต่งงาน หลังจากที่ฝ่ายชายบอกความตั้งใจแก่พ่อแม่ของเด็กหญิง ซึ่งเป็นคนงานกรีดยางในเมืองกัวมูซัง ทั้งสองยินยอมแต่มีเงื่อนไขว่าจะอนุญาตให้ลูกสาวไปอยู่กินกับ “สามี”ได้เมื่อเธออายุ 16 ปี
กรณีนี้กลายเป็นประเด็นโจษจันในมาเลเซีย เมื่อภรรยาคนที่สองวัย 34 ปี โพสต์ภาพพิธีการของสามีกับเจ้าสาวคนที่สาม พร้อมเขียนว่า  “ยินดีกับการแต่งงาน สามีของฉัน 41 ปี กับภรรยาอีกคน วัย 11”
ภรรยาคนที่สองหันพึ่งสื่อสังคมออนไลน์ ป่าวประกาศเรื่องนี้ หลังจากสามีตัดการสื่อสารกับภรรยาทั้งสองคน แต่หลังจากโพสต์ของเธอกลายเป็นกระแส เธอก็ลบข้อความนี้ และโพสต์ใหม่ว่า การแต่งงานที่ว่า ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และเธอร้องเรียนประเด็นนี้ไปที่ศาล อุสตาซ และสำนักงานสวัสดิการสังคมแล้ว

หลังจากภรรยาปล่อยรูปของเขากับเด็กหญิง พ่อลูก 6 ปฏิเสธทุกเรื่อง อ้างว่าเป็นภาพตัดต่อ ก่อนมายอมรับว่าหลังจากที่ถูกรุกไล่กดดัน

( ข่าวเกี่ยวเนื่อง  เจ้าบ่าววัย 41เผยแต่ง 11ขวบเป็นเมียคนที่สามไม่ผิด )

ภรรยาคนที่สองกล่าวว่า เธอเคยได้ยินว่าสามีจะแต่งงานอีกครั้ง แต่เขาเคยรับประกันว่า จะไม่แต่งกับเด็ก “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ หากแต่งงานกับผู้หญิงสักคนไม่ใช่เด็ก  ฉันก็รับได้ ฉันทำขนาดชักนำให้สามีรู้จักกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่เขาปฏิเสธ ที่โกรธมากก็คือเขาแต่งงานกับเพื่อนของลูกของฉันเอง” ภรรยาคนที่สองกล่าวเปิดใจและกล่าวด้วยว่าเธอต้องการหย่า ทนสามีคนนี้ไม่ไหวอีกต่อไป

Faizal Hamssin@faizalhamssin

The little girl is 11. Her place is in the classroom. At the playground. At her friend’s house.

By allowing this man to marry her, we just robbed this girl of her childhood.

We must end child marriage. If true, this is grotesque.

ezannnnnn@EzanIdma

Weh baru darjah 5 😭😭 awalnya kahwinnn 😭

View image on Twitter
View image on Twitter
                            เธออ้างด้วยว่า สามีเคยบอกกับเธอและภรรยาคนแรกว่า หากทั้งสองรับภรรยาคนที่สามไม่ได้ ทางออกคือแยกทาง แต่เมื่อทั้งคู่พยายามโทรศัพท์และส่งข้อความไปเพื่อตกลงเรื่องความสัมพันธ์ เขาไม่ยอมตอบ พร้อมกันนี้ เธอบ่นเรื่องที่ฝ่ายชายไม่มีความรับผิดชอบในฐานะพ่อ ทำให้เธอต้องเหน็ดเหนื่อยกับการพยายามหารายได้และเลี้ยงลูก 4 คน แต่เธอไม่โทษเด็ก โทษสามีของเราเอง 

นอกจากนี้ ลูกชายของเธอวัย 10 ขวบก็ส่งข้อความไปหาพ่อ ถามว่าทำไมต้องแต่งงานกับเพื่อนวัย 11
ด้านภรรยาคนแรกวัย 41 ปี กล่าวว่า ได้รับภาพถ่ายพิธีแต่งงานเมื่อหลายวันก่อน และส่งต่อให้ภรรยาคนที่สอง นอกจากนี้ เธอยังโพสต์ภาพถ่ายจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเผยข้อความสนทนาบนแอปพลิเคชั่น WhatsApp ระหว่างลูกของภรรยาคนสองกับเด็กหญิง ที่ดูเหมือนไม่ได้ฝืนใจกับการแต่งงาน เด็กหญิงเขียนว่า “พ่อของคุณชอบฉันมาก  ฉันไม่ได้ทำอะไร”
ต่อมา เวบไซต์ นิว สเตรทส์ไทมส์ รายงานอ้างคำพูดของเด็กหญิงเพิ่มเติมว่า แม้ว่าคนมากมายโกรธกับเรื่องนี้ แต่เธอไม่หย่า ตราบใดที่อาเบ(คำเรียกสามี)ยังต้องการเธอ และเธอเองก็รักเขา
ทั้งสองแต่งงานเมื่อ 18 มิถุนายน โดยก่อนเทศกาลฮารีรายอ พ่อกับแม่ถามความสมัครใจเรื่องแต่งงาน และเธอตอบรับเพราะเธอรักเขาเพราะเป็นคนดี เธอรู้ว่ายังเด็ก และไม่ได้เข้าโรงเรียน แต่เธอรู้จักกับสามีมานาน ลูกคนหนึ่งของเขาก็เป็นเพื่อนกับเธอ

พ่อลูก 6 มาเลเซียแต่งเด็กไทยวัย 11 ปีเป็นภรรยาคนที่สาม

ด้านพ่อของเด็ก ซึ่งเป็นคนงานกรีดยางวัย 49 ปี กล่าวว่าครอบครัวอยู่ในกัวมูซังมานาน 20 ปีและรู้จักกับลูกเขยมานาน
ราว 1 สัปดาห์ก่อนฮารีรายอ ลูกเขยมาหาเขากับภรรยา เพื่อขอแต่งงานกับลูกสาวคนสุดท้อง ตอนแรกเขาช็อกเพราะลูกสาวยังเด็ก  แต่สัญญาว่าจะจดทะเบียนและอยู่กินเป็นผัวเมียในอีก 5 ปีข้างหน้า เขาจึงตอบตกลง ถึงสังคมจะโจษจันกันมากเรื่องนี้ แต่ลูกสาวของเขาไม่รู้สึกเศร้าหรือหดหู่ ส่วนที่เหลือหลังจากนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกเขยในการจัดการ  เพราะเราเป็นแค่คนจนๆ
“ลูกสาวของผมเป็นเพื่อนของลูกชายของลูกเขย เวลาที่ครอบครัวลูกเขยไปเที่ยว ก็มักจะพาลูกสาวของเขาไปด้วย”
นิวสเตรทส์ไทมส์ รายงานอ้างโฆษกสภาศาสนาอิสลามนราธิวาสว่า กฎหมายในไทยไม่ได้ห้ามการแต่งงานของผู้เยาว์อายุตามเกณฑ์หากพ่อแม่ยินยอม แต่หลายปีที่ผ่านมา สภาฯไม่เคยดำเนินงานใดๆให้กับการแต่งงานของผู้เยาว์ มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าหนุ่มวัย 41 แต่งงานกับเด็กวัย 11 ที่สำนักงานศาสนาในสุไหงโกลก ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนรัฐกลันตัน

อิรักแขวนคอ 12 รายรวดตอบโต้ไอเอสฆ่าตัวประกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332612

อิรักแขวนคอ 12 รายรวดตอบโต้ไอเอสฆ่าตัวประกัน

อิรัก,ประหาร,แขวนคอ,12รายรวด,ไอเอส,ตอบโต้ไอเอส

  ผู้นำอิรักสั่งประหารนักโทษรวดเดียว 12 คน หลังไอเอสฆ่าตัวประกัน 8 ศพ

                            การแขวนคอนักโทษสมาชิกไอเอส มีขึ้นเมื่อวานนี้ ไม่นานหลังจากนายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล อัลบาดีของอิรัก มีคำสั่งให้เดินหน้าประหารนักโทษที่ถูกตัดสินประหารชีวิตและคดีถึงที่สุดแล้วทันที

อิรักไม่ได้ระบุว่าประหารด้วยวิธีการใด แต่คดีเกี่ยวข้องกับก่อการร้าย มักกระทำโดยการแขวนคอ

นายกรัฐมนตรีอัลบาดีประกาศตอบโต้ หลังจากที่กองกำลังความมั่นคงอิรักพบศพชาย 8 คนในสภาพแหลกเหลวและตัวผูกติดระเบิด  สองวันหลังพ้นเส้นตายที่ไอเอสขู่ฆ่าตัวประกัน

ไอเอสลักพาตัวเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไปจำนวนหนึ่ง และปล่อยคลิปแสดงภาพชาย 6 คนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมขู่ว่าจะฆ่าพวกเขาทิ้งภายใน 3 วัน หากรัฐบาลไม่ปล่อยตัวนักโทษหญิงมุสลิมสุหนี่ ไอเอสอ้างว่าคนในคลิปเป็นตำรวจอิรัก หรือสมาชิกในกองกองกำลังกึ่งทหาร ฮาชด์ อัล ชาบี

โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ผลชันสูตรพบว่าตัวประกันถูกฆ่าก่อนพ้นเส้นตาย  และวิดีโอที่ไอเอสเผยแพร่เป็นเครื่องมือชวนเชื่อ

แหล่งข่าวในแวดวงยุติธรรมเปิดเผยเมื่อเดือนเมษายนว่า อิรักตัดสินลงโทษประหารกว่า 300 คน จำนวนนี้เป็นผู้หญิงต่างชาติราว 100 คน และอีกหลายร้อยถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ฐานเป็นสมาชิกไอเอส

นักโทษหญิงส่วนใหญ่มาจากอดีตสหภาพโซเวียต นอกจากนี้ มีชายชาวรัสเซีย 1 คน และเบลเยี่ยมอีก 1 คนที่อยู่ในแดนประหาร

ผู้นำอิรักประกาศชัยชนะเด็ดขาดเหนือไอเอสเมื่อเดือนธันวาคม หลังจากขับกองกำลังสุดโต่งออกจากเมืองใหญ่ๆได้ แต่ไอเอสแบบกลุ่มก้อนที่กระจัดกระจายแนวชายแดนซีเรีย ยังก่อเหตุซุ่มโจมตี ลอบสังหารและวางระเบิดทั่วอิรัก โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บนถนนหลักเชื่อมกรุงแบกแดดกับทางเหนือของประเทศ มีชายหลายคนถูกลักพาตัว

เผยมือปืนฆ่าหมู่ 5ศพนักข่าวมีปมแค้นนสพ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332588

เผยมือปืนฆ่าหมู่ 5ศพนักข่าวมีปมแค้นนสพ.

มือปืน,นสพ,กราดยิง,ปมแค้น

มือปืนแค้นหนังสือพิมพ์ ก่อนบุกกราดยิงนองเลือด 5ศพ เขย่าวงการสื่อสหรัฐอเมริกา

                           ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมมือปืนกราดยิงใส่ห้องข่าวหนังสือพิมพ์  “แคปพิทัล กาเซตต์” เมืองแอนนาโพลิส รัฐแมรีแลนด์ คร่าชีวิตเหยื่อ 5 ราย บาดเจ็บอีก 2 คนเมื่อบ่ายวานนี้ตามเวลาสหรัฐ

เผยมือปืนฆ่าหมู่ 5ศพนักข่าวมีปมแค้นนสพ.  

มะกันช็อก!!กราดยิงห้องข่าวนสพ.ตาย 5 

ล่าสุด ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งถูกจับตัวได้หลังรุดถึงที่เกิดเหตุในเวลาไม่นานชื่อ  นายจาร์รอด ดับเบิลยู รามอส วัย 38 ปี ก่อเหตุสะเทือนขวัญด้วยปืนสั้น และมีระเบิดควันอยู่ในกระเป๋า

มือปืน เป็นชาวเมืองลอเรล รัฐแมรีแลนด์ ตำรวจต้องใช้โปรแกรมจดจำใบหน้าในการระบุตัวตน เพราะผู้ต้องสงสัยไม่ยอมให้ลายพิมพ์นิ้วมือ นอกจากนี้ เขาไม่ยอมให้ความร่วมมือกับการสอบสวน และ ณ ขณะนี้ ตำรวจก็ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจ แต่เบื้องต้นมั่นใจว่า เป็นการโจมตีพุ่งเป้าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้

สำหรับผู้เสียชีวิต 5 คน อายุ 34 -65 ปี เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณา ผู้สื่อข่าว บรรณาธิการหน้าบทบรรณาธิการ ฝ่ายขายและผู้ช่วยยบรรณาธิการกับคอลัมนิสต์  ตำรวจกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุยิงนองเลือ แคปพิทัล กาเซ็ตต์ เคยถูกขู่คุกคามหลายครั้งบนสื่อสังคมออนไลน์ด  ขณะนี้กำลังพยายามรวบรวมข้อมูลเพื่อดูว่าคำขู่เหล่านั้นเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยหรือไม่

เผยมือปืนฆ่าหมู่ 5ศพนักข่าวมีปมแค้นนสพ.  

มีรายงานว่า รามอสมีความแค้นฝังใจกับ แคปพิทัล กาเซ็ตต์ มาตั้งแต่ปี 2554                            หนังสือพิมพ์ ลงรายงานชิ้นหนึ่งพาดหัวว่า “จาร์รอดอยากเป็นเพื่อนของคุณ” เนื้อหาระบุว่ารามอสคุกคามและรังควาญอดีตเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายบนเฟซบุุ๊ก ระดมส่งอีเมล์ไปหาฝ่ายหญิงตลอดหลายเดือน และใช้คำพูดหยาบคาย กับบอกให้เธอไปฆ่าตัวตาย

ต่อมาในปี 2556 รามอสยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์และอดีตนักข่าวที่เขียนเรื่องนี้ ข้อหาหมิ่นประมาท แต่ศาลไม่รับฟ้อง เพราะไม่มีหลักฐานว่าเรื่องราวที่สื่อตีพิมพ์ไม่เป็นความจริง

บัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อเดียวกับเขา ทวิตถึงหนังสือพิมพ์และผู้สื่อข่าวหลายครั้ง และบางครั้งเป็นข้อความเชิงข่มขู่ ส่อใช้ความรุนแรง

เผยมือปืนฆ่าหมู่ 5ศพนักข่าวมีปมแค้นนสพ.  
แม้เพิ่งเผชิญเหตุสะเทือนขวัญและสูญเสียเพื่อนร่วมงานหลายคนจากเหตุกราดยิง แต่นักข่าวและทีมงานที่เหลือไม่ยอมจำนน และตีพิมพ์ข่าวเศร้าสลดบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ตามปกติ

แมรีแลนด์จัดเป็นรัฐที่มีกฎหมายคุมปืนเข้มงวดที่สุด กฎหมายปี 2556 ห้ามขายอาวุธปืนจู่โจม เช่น เออาร์-15 ปืนยาวกึ่งอัตโนมัติที่ถูกใช้ในเหตุยิงกราดสังหารหมู่หลายครั้งในสหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีกฎเข้มงวดในการขายปืนยาว หรือปืนสั้นแก่ผู้ซื้อที่มีประวัติป่วยทางจิต พฤติกรรมรุนแรง เคยต้องคดีอาญา หรือติดยาเสพติด

View image on TwitterView image on TwitterView image on TwitterView image on Twitter

Joshua McKerrow@joshuamckerrow

Police response for shooting in my newsroom. @capgaznews.

(ชมคลิป)น้องเหมียวเห็นงูครั้งแรกเก็บอาการไม่อยู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332544

(ชมคลิป)น้องเหมียวเห็นงูครั้งแรกเก็บอาการไม่อยู่

แมว,งู,เห็นงูครั้งแรก,ตกใจ

คลิปวิดีโอจับภาพแมวท่าทางสุดตลกขณะเจองูเป็นๆครั้งแรก

                        เหตุการณ์ในคลิปนี้บันทึกเมื่อ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา และกลายเป็นคลิปที่เรียกเสียงหัวเราะได้ทุกครั้งที่ดู  เจ้าของพา ทีเจ แมวขนปุยไปที่คลินิกสัตว์ ในแคว้นโนวาสโกเทีย ทางตะวันออกของแคนาดา แล้วเห็นงูกำลังเลื้อยอยู่ มันจ้องอย่างตกตะลึงไปยังสัตว์ต่างเผ่าพันธุ์ ที่คาดว่าเจ้าของพาไปตรวจร่างกายเช่นกัน

                       ทีเจ ค่อยๆลุกขึ้นบนสองขาหลัง หน้าตาสับสนสุดขีดและยืนนิ่งชั่วขณะ สองตาจ้องไม่กระพริบไปที่งู ซึ่งกำลังเลื้อยขึ้นไปบนกล่องซึ่งอยู่บนม้านั่งยาว เสียงของผู้หญิงในคลิปพูดกับแมวว่า  ‘Don’t move!’ หรืออย่าขยับ 

ลินด์เซย์ แมคเคนซี เจ้าของทีเจ กล่าวว่า เธอขำมากกับท่าทางแมวของเธอ  พร้อมระบุว่า ทีเจ เป็นแมวที่เป็นมิตรและร่าเริงมาก มันทำหน้าแบบนี้คงเพราะไม่รู้ว่าจะคิดกับงูอย่างไรดี

(ชมคลิป)น้องเหมียวเห็นงูครั้งแรกเก็บอาการไม่อยู่

(ชมคลิป)น้องเหมียวเห็นงูครั้งแรกเก็บอาการไม่อยู่

 

(ชมคลิป)น้องเหมียวเห็นงูครั้งแรกเก็บอาการไม่อยู่

( https://www.youtube.com/watch?time_continue=7&v=91U69gsrig8

ปรับ 200 บาท สองสาวชาวจีนโชว์พลิ้วหน้ามัสยิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332500

ปรับ 200 บาท สองสาวชาวจีนโชว์พลิ้วหน้ามัสยิด

มัสยิดมาเลเซีย,สองสาวชาวจีน,เต้นหน้ามัสยิด

อัยการขอให้ศาลลงโทษเหมาะสมความผิด แต่สองสาวขอความปราณีทำไปเพราะไม่รู้

หนังสือพิมพ์ เดอะ สตาร์ ในมาเลเซียว่า หวัง ฮัน วัย 37 ปี กับ จาง นา วัย 25 ปี นักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ที่จุดกระแสไม่พอใจในมาเลเซีย หลังขึ้นไปยืนเต้นอยู่บนกำแพงหน้ามัสยิดในรัฐซาบาห์ เมื่อ 23 มิถุนายน ถูกลงโทษปรับเป็นเงินคนละ 25 ริงกิต (ประมาณ 200 บาท)

ทั้งสองให้การรับสารภาพที่ศาลเมื่อวันพุธ ในความผิดแสดงพฤติกรรมรบกวนความเป็นระเบียบเรียบร้อย อัยการขอให้ศาลลงโทษอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นบทเรียนแก่ผู้กระทำและผู้อื่นไม่ให้ทำตาม แต่ทั้งสองขอให้ศาลปราณีลดหย่อนโทษ อ้างว่าไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นเรื่องผิด

ศาลลงโทษปรับ 25 ริงกิต จากนั้นทั้งสองถูกนำตัวไปยังสนามบิน โคตา คิตาบาลู ส่งกลับจีน
คลิปการเต้นของสองสาวต่างชาติเป็นกระแสในมาเลเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาวเน็ตรุมประณามว่าไม่เคารพศาสนสถาน

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ดูแลมัสยิดออกคำสั่งห้ามชั่วคราว ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวและยวดยานเข้าไปในบริเวณมัสยิด ยกเว้นรถแท็กซี่ที่ขึ้นทะเบียนไว้

ปรับ 200 บาท สองสาวชาวจีนโชว์พลิ้วหน้ามัสยิด

 

ปรับ 200 บาท สองสาวชาวจีนโชว์พลิ้วหน้ามัสยิด