นักข่าวหญิงโดนลวนลามขณะรายงานสดฟุตบอลโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331185

นักข่าวหญิงโดนลวนลามขณะรายงานสดฟุตบอลโลก

นักข่าวหญิง,ลวนลาม,ฟุตบอลโลก,รายงานสด

แฟนบอลฉวยโอกาสลวนลามนักข่าวสำนักข่าวเยอรมนีขณะออกอากาศรายงานสดบรรยากาศฟุตบอลโลก

จูเลียต กอนซาเลซ เทราน ผู้สื่อข่าวหญิงชาวโคลอมเบียสำนักข่าวของเยอรมนี “ดอยเชอ เวลเลอ” ภาคภาษาสเปน กำลังรายงานสดจากจตุรัส ในเมืองซารานสค์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา  จู่ๆชายคนหนึ่งมาจากไหนไม่รู้ โฉบเข้ามาหน้ากล้อง จูบที่แก้มและ

DW (Español)

@dw_espanol

Comienza el Mundial y nuestra reportera @JULIETHCGT se encuentra demasiado cerca de los hinchas en el corazón de Moscú. [ko]

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เธอช็อกได้ชั่วขณะเดียว ต้องพูดต่อหน้ากล้องต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนชายคนที่ก่อเรื่องหายกลับเข้าไปในฝูงชน

กอนซาเลซ เทราน กล่าวว่า เธออยู่ที่ตรงนั้นร่วม 2 ชั่วโมงเพื่อเตรียมตัวออกอากาศโดยไม่มีปัญหาอะไรเลย พอเริ่มรายงานสด แฟนบอลคนนี้ก็ฉวยโอกาส หลังจบรายงาน เธอพยายามมองหา แต่เขาไม่อยู่แล้ว

 

 

หลังเกิดเหตุ เธอแชร์เรื่องราวบนอินสตาแกรม และแสดงความไม่พอใจ “ฉันแชร์ความสนุกสนานจากกีฬาฟุตบอล แต่เราต้องมีเส้นแบ่งการแสดงความชื่นชอบกับการลวนลาม”

ปรากฎว่ามีหลายคนเข้าไปแสดงความเห็นในทำนองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย สิ่งที่ชายคนนั้นทำคือการหอมแก้มธรรมดา ไม่ใช่การลวนลาม นอกจากนี้ มีคนเข้าไปแสดงความเห็นบนเพจเฟซบุ๊กของดอยเชอเวลเลอภาษาสเปนว่า แค่หอมแก้มทำราวกับเรื่องข่มขืน ขณะอีกส่วนก็เห็นว่า สิ่งที่ชายคนนั้นกระทำต่อผู้สื่อข่าวหญิง คือการลวนลาม

สำนักข่าวดอยเชอเวลเลอ รายงานว่า ผู้สื่อข่าวหญิงตระหนักอยู่เสมอว่าการออกอากาศสดอาจจะถูกก่อกวน โดยเฉพาะจากแฟนกีฬาในการแข่งขันรายการใหญ่ อย่างฟุตบอลโลก สถานีโทรทัศน์ที่ออกอากาศในหลายประเทศอย่าง ดอยเชอ เวลเลอ อบรมทีมงานรับสถานการณ์ทำนองนี้มาก่อนแล้ว

นักข่าวหญิงโดนลวนลามขณะรายงานสดฟุตบอลโลก

 ถึงไลฟ์อยู่ก็ไม่ทน นักข่าวหันไมค์ฟาดหนุ่มลวนลาม 

กอนซาเลซ เทราน กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นพฤติกรรมของคนคนเดียว แฟนบอลส่วนใหญ่เคารพและเข้าใจการทำงานของนักข่าว ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน และรู้ว่าต่อไปจะต้องจัดการกับปัญหาลักษณะนี้

แคนาดาผ่านกฎหมายเสพกัญชาเพื่อสันทนาการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331168

แคนาดาผ่านกฎหมายเสพกัญชาเพื่อสันทนาการ

แคนาดา,กัญชา,ไฟเขียวกัญชา,เสพกัญชา,เพื่อสันทนาการ,กัญชาเพื่อสันทนาการ

คอกัญชาได้เฮ รัฐสภาแคนาดาผ่านกฎหมายให้ขาย-เสพเพื่อสันทนาการได้ทั่วประเทศ เริ่มบังคับใช้กันยายน

 

แคนาดากลายเป็นประเทศที่สองในโลกรองจากอุรุกวัย แต่เป็นประเทศร่ำรวย หรือสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรม 7 ประเทศ รายแรกที่ผ่านกฎหมายอนุญาตให้เสพกัญชาเพื่อสันทนาการได้

 

 แคนาดาผ่านกฎหมายเสพกัญชาเพื่อสันทนาการ 

หลังจากร่างพระราชญญัติกัญชาฉบับแก้ไข ที่จะใช้ควบคุม กำกับการปลูก แจกจ่ายและจำหน่าย ผ่านด่านสุดท้ายคือวุฒิสภาเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นด้วยคะแนน 59 ต่อ 29 เสียง

อุรุกวัยเป็นประเทศแรกในโลก ที่ออกกฎหมายอนุญาตขายกัญชาเพื่อการหย่อนใจได้เมื่อธันวาคม 2556 ส่วนสหรัฐอเมริกา มี 9 รัฐแล้วที่ผ่านกฎหมายในทำนองเดียวกัน รวมถึงรัฐที่มีประชากรมากที่สุดอย่างแคลิฟอร์เนีย แต่ยังไม่ใช่ระดับประเทศ

แคนาดาเริ่มอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ได้ตั้งแต่ปี 2544 แต่การครอบครองกัญชา ยังถือป็นความผิดอาญา แต่รัฐบาลนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ซึ่งมีแนวคิดเสรีนิยม ระบุว่ากฎหมายยาเสพติดเก่าแก่อายุ 95 ปี ไม่ได้ผล ชาวแคนาดายังติดอันดับเป็นผู้เสพยามากที่สุดในโลก และการปลดล็อกเสพกัญชาเพื่อสันทนาการได้ เป็นหนึ่งในคำสัญญาหาเสียงของทรูโด ในปี 2558

“เด็กหากัญชาและอาชญากรรมกอบโกยกำไรได้ง่ายเกินไป แต่วันนี้เราได้แก้ไขแล้ว กฎหมายรองรับและกำกับกัญชาเพิ่งผ่านวุฒิสภา” ทรูโดทวิต

รัฐบาลจะให้เวลาทางการท้องถิ่นระดับต่างๆ ตลอดจนอุตสาหกรรมและตำรวจ 8-12 สัปดาห์ หรือถึงราวเดือนกันยายน สำหรับเตรียมตัวรับกฎหมายใหม่

ตัวเลขในปี 2558 พบว่าชาวแคนาดาใช้จ่ายไปกับกัญชาราว 4,500 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบสองเท่าที่หมดไปกับไวน์

เมื่อกฎหมายมีผล ชาวแคนาดาจะสามารถซื้อกัญชาและน้ำมันกัญชาจากผู้ผลิตที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามร้านค้าปลีกได้ หรือสั่งจากร้านขายออนไลน์ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ตามใบอนุญาต

 

 แคนาดาผ่านกฎหมายเสพกัญชาเพื่อสันทนาการ 

 

ผู้ใหญ่สามารถครอบครองกัญชาแห้งเพื่อใช้ส่วนตัวได้ไม่เกิน 30 กรัม แต่อาหารมีส่วนผสมของกัญชาจะเริ่มให้จำหน่ายได้ภายใน 1 ปีหลังกฎหมายมีผล เหตุที่ชะลอออกไปเพื่อให้เวลารัฐบาลวางกรอบเฉพาะสำหรับกัญชาแบบกินได้

รัฐบาลกลางกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับซื้อและเสพกัญชาไว้ที่ 18 ปี แต่ในบางจังหวัดเลือกกำหนดที่ 19 ปี แต่ละจังหวัดในแคนาดา มีสิทธิในการตั้งกฎเกณฑ์ใช้บังคับในเขตอำนาจของตน เช่น ให้เสพที่ไหนได้บ้าง แต่รัฐบาลวางแนวทางไว้ว่าหีบห่อจะต้องเป็นแบบเรียบ ลงยี่ห้อไว้เล็กน้อยและคำเตือนสุขภาพ ห้ามโฆษณาพุ่งเป้าเยาวชน ห้ามส่งเสริมการขายผ่านการเป็นสปอนเซอร์หรือใช้คนดัง ตัวละคร หรือสัตว์ในการโฆษณา

อย่างไรก็ดี การครอบครองกัญชาเกิน 30 กรัม หรือปลูกมากกว่า 4 ต้นในครัวเรือน และซื้อจากผู้ขายไม่มีใบอนุญาต ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีบทลงโทษรุนแรง เช่น หากขายกัญชาแก่ผู้เยาว์อาจถูกจำคุก 14 ปี

สหรัฐถอนตัวคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331150

สหรัฐถอนตัวคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น

คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน,คณะมนตรีสิทธิยูเอ็น,สหรัฐถอนตัว,อคติการเมือง

สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประณามสมาชิกสองมาตรฐาน-อคติอิสราเอลไม่เลิกรา

 

นิคกี ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ แถลงร่วมกับนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ว่า สหรัฐฯ กำลังเตรียมถอนตัวออกจากการเป็น 1 ใน 47 ชาติสมาชิกของมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (  UNHRC)  โดยอ้างว่า องค์กรโลกแห่งนี้เป็น “แหล่งเสื่อมโทรมของอคติทางการเมือง”

 

นางเฮลีย์ กล่าวว่า “เราทำตามขั้นตอนนี้ เพราะความรับผิดชอบของเรา ไม่อาจทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ตีสองหน้า ทำเพื่อรับใช้ตัวเอง ซึ่งดูหมิ่นสิทธิมนุษยชนได้” อีกทั้ง UNHRC ก็ยังอคติเรื้อรังต่ออิสราเอลอีกด้วย แต่ถ้า UNHRC มีการปฏิรูป สหรัฐฯก็อาจจะกลับมาเข้าร่วมใหม่

เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า แม้สหรัฐฯจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก แต่อาจรักษาสถานะของสมาชิกสังเกตการณ์ ส่วนการถอนตัวเป็นผลมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ สรุปว่า ความพยายามส่งเสริมให้เกิดการปฏิรูปภายใน UNHRC ล้มเหลว และการถอนตัวเป็นเพียงขั้นตอนที่ทำเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า สหรัฐฯจริงจังกับเรื่องนี้

สหรัฐฯ เคยประท้วง UNHRC ด้วยการไม่รับรองมติที่ประชุมเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่สั่งให้สอบสวนข้อเท็จจริง กรณีกองทัพอิสราเอลใช้กำลังเกินกว่าเหตุปราบปรามผู้ชุมนุมชาวปาเลสไตน์ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม และ UNHRC ยังผลักดันให้รับรองปาเลสไตน์ในฐานะสมาชิกสังเกตการณ์ ที่สหรัฐฯ คัดค้าน

ไม่ใช่ครั้งแรกที่สหรัฐฯ ถอนตัวจาก UNHRC โดยเคยเกิดขึ้นในยุคของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เมื่อถูกวิจารณ์อย่างหนัก เรื่องการทำสงครามในอิรักและอัฟกานิสถานหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11  เมื่อปี 2544 ก่อนกลับสู่การเป็นสมาชิกอีกครั้ง เมื่อปี 2552 ในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

การประกาศถอนตัวมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ใน  UNHRC วิจารณ์รัฐบาลวอชิงตันกรณีแยกลูกผู้ลักลอบเข้าเมืองจากพ่อแม่หลังข้ามแดนจากเม็กซิโก แต่ฮาลีย์และปอมเปโอ ยืนยันว่าการตัดสินใจเรื่องนี้มีมานานแล้ว หลังจากความพยายามผลักดันให้องค์กรแห่งนี้ปฏิรูปเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง ไม่เป็นผล กลับเป็นผู้ปกป้องประเทศละเมิดสิทธิ และเป็นแหล่งเสื่อมโทรมของอคติทางการเมือง

( ที่มา Nation TV )

อาชีพชิมเครย์ฟิชรายได้ดีแต่ต้องกินวันละโล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331094

อาชีพชิมเครย์ฟิชรายได้ดีแต่ต้องกินวันละโล

เครย์ฟิช,ชิมเครย์ฟิช,อาชัพนักชิมเครย์ฟิช,รายได้ดี

นักชิมเครย์ฟิชในจีนเงินเดือนเรือนแสน แต่ต้องกินวันละ 1-5 ก.ก.

ชวี อวิ๋นเซีย เป็นพนักงานที่มีหน้าที่ชิมกุ้งเครย์ฟิชทุกชนิด ที่โรงงานแห่งหนึ่งในเมืองเชียนเจียง  มณฑลหูเป่ย ทางภาคกลางของจีน ที่สร้างรายได้แก่เธอไม่น้อย ตกปีละ 3 แสนหยวน (ราว 1.5 ล้านบาท )

อาชีพชิมเครย์ฟิชรายได้ดีแต่ต้องกินวันละโล 

แต่โดยเฉลี่ย ชวี ซึ่งได้รับการเสนอให้มาทำงานนี้หลังเรียนจบจากอังกฤษ ต้องกินเครย์ฟิชเฉลี่ยวันละ 1 กิโลกรัม และบางวันอาจจะมากถึง 5 กิโลกรัมด้วยซ้ำ เพื่อวัดคุณภาพของเนื้อ

และเพื่อความแม่นยำในการบอกรสชาติของเครย์ฟิชได้ เธอต้องลากปากด้วยนมและน้ำแร่ก่อนทดลองชิมเครย์ฟิชชุดใหม่

อาชีพชิมเครย์ฟิชรายได้ดีแต่ต้องกินวันละโล 

 

นอกจากนี้แล้ว เธอยังต้องตรวจสอบว่าเครย์ฟิชแต่ละตัว แช่แข็งภายใต้อุณหภูมิเหมาะสมแล้วหรือไม่ และต้องดมกลิ่นด้วย

อาชีพชิมเครย์ฟิชรายได้ดีแต่ต้องกินวันละโล 

บริษัที่พนักงานสาวคนนี้ทำงานอยู่ มีนักชิมอยู่ราว 50 คน เงินเดือนสูงสุดแตะ 6 แสนหยวนต่อปี ( 3 ล้านบาท ) แต่บริษัทยังต้องคงต้องดิ้นรนหาบุคลากรอยู่ สำหรับงานที่ต้องใช้ทั้งทักษะด้านการปรุงอาหาร ควบคุมคุณภาพและความรู้เรื่องห่วงโซ่การผลิต

อาชีพชิมเครย์ฟิชรายได้ดีแต่ต้องกินวันละโล 

สำหรับ ชวี อวิ๋นเซียว แล้ว การกินเครย์ฟิช เมนูสุดโปรดของชาวจีนในยุคนี้ เป็นร้อยตัวต่อวัน กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่หลังจากเลิกงาน เธอไม่นึกอยากอีกเลย

ที่มา China Daily 

อีคอมเมิร์ซจีนเริ่มใช้หุ่นยนต์ส่งของในปักกิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331030

อีคอมเมิร์ซจีนเริ่มใช้หุ่นยนต์ส่งของในปักกิ่ง

หุ่นยนต์ส่งของ,ปักกิ่ง,อีคอมเมิร์ซจีน,เจดีดอทคอม

ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์แดนมังกร JD.com ปล่อยหุ่นยนต์ส่งของในบางพื้นที่ของกรุงปักกิ่ง

 

ไชนา เดลีย์ รายงานว่า JD.com ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซองจีน เริ่มนำรถขับเคลื่อนอัติโนมัติ มาวิ่งให้บริการส่งพัสดุถึงมือลูกค้าอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ ( 18 มิ.ย.) ในเขตไห่เตี้ยน ของกรุงปักกิ่ง หลังจากนำมาทดลองใช้แล้วช่วงหนึ่ง

 อีคอมเมิร์ซจีนเริ่มใช้หุ่นยนต์ส่งของในปักกิ่ง 

 

( เมื่อครั้งเผยโฉมรถไร้คนขับส่งของครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ) 

 

JD.com ระบุว่า รถอัตโนมัติส่งของคันใหญ่สุด สามารถบรรทุกพัสดุได้ 30 ชิ้นในคราวเดียว ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 15 ก.ม.ต่อชั่วโมง สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางบนถนน และปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร

 อีคอมเมิร์ซจีนเริ่มใช้หุ่นยนต์ส่งของในปักกิ่ง 

สำหรับขั้นตอนการรับส่ง ลูกค้าจะได้รับข้อความให้มารับพัสดุ จากนั้น เลือกรับได้ผ่านระบบจดจำใบหน้า รหัสผ่าน หรือผ่านแอปพลิเคชั่นมือถือของเจดีดอทคอม

 

 อีคอมเมิร์ซจีนเริ่มใช้หุ่นยนต์ส่งของในปักกิ่ง 

 

ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซรายนี้ นำร่องส่งพัสดุด้วยรถไร้คนขับ ที่มหาวิทยาลัยเหรินหมิน ในกรุงปักกิ่งเมื่อ 1 ปีก่อน ก่อนนำมาใช้อย่างเป็นทางการ และในอนาคตอันใกล้  มีแผนจะเริ่มใช้ในเมืองต่างๆทั่วประเทศจีน

คลิปเสียงเด็กร้องหาแม่ผู้อพยพหลังถูกจับแยกตามนโยบายทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330997

คลิปเสียงเด็กร้องหาแม่ผู้อพยพหลังถูกจับแยกตามนโยบายทรัมป์

คลิปเสียง,ลูกผู้อพยพ,ร้องไห้,ร้องไห้หาแม่,พรากพ่อแม่

เผยคลิปเสียงร้องไห้ทุกข์ระทมของเด็ก ที่ถูกแยกจากพ่อแม่ขณะพยายามลอบเข้าสหรัฐผิดกฎหมาย ตามนโยบายอื้อฉาวของรัฐบาลทรัมป์

 

โปรพับบลิกา องค์กรสื่อไม่แสวงผลกำไรในสหรัฐ เผยคลิปเสียงที่กลายเป็นระเบิดลูกใหม่ ท่ามกลางกระแสต่อต้านนโยบายพรากลูกผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารเข้าเมือง ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

 

คลิปความยาว 8 นาที เป็นเสียงร้องไห้สะอื้นหาพ่อแม่ ของเด็ก 10 คน ส่วนใหญ่มาจากเอลซัลวาดอร์และกัวเตมาลา  ที่ถูกเจ้าหน้าที่ชายแดนและเข้าเมือง แยกจากพ่อแม่ที่ชายแดนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะมีตอนหนึ่งที่ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ชายแดน กลับพูดติดตลกว่า “เสียงร้องระงมของเด็กเหมือนวงออสเคสตรา ขาดแแต่คอนดักเตอร์” 

โปรพับลิกา ได้รับคลิปเสียงบันทึกจากภายในศูนย์คุ้มครองชายแดนและเข้าเมืองโดยไม่เผยแหล่งข่าวเนื่องจากเกรงจะถูกตอบโต้ ผู้บันทึกเสียงมอบคลิปให้กับ เจนนิเฟอร์ ฮาร์บิวรี ทนายความสิทธิมนุษยชนที่ทำงานเกี่ยวกับผู้อพยพชายแดนติดเม็กซิโก เธอเปิดเผยว่าคนที่บันทึกเสียงนี้เคยเป็นลูกความของเธอ ที่ได้ยินเสียงเด็กร้องและรู้สึกใจสลาย

ผู้บันทึกเสียง คาดว่าเด็กในคลิปอายุระหว่าง 4-10 ขวบ น่าจะเพิ่งถูกแยกจากพ่อแม่เข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิงไม่ถึง 24 ชั่วโมง จึงยังแปลกที่และตกใจ เจ้าหน้าที่พยายามปลอบโยนด้วยขนมและของเล่นแต่เด็กยังโยเย

“แม่!หนูอยากไปกับพ่อ” เสียงเด็กหญิงคนหนึ่งกรีดร้องเสียงดัง และสะอื้นจนหายใจไม่ทัน แต่ที่โดดเด่นสุดเป็นเสียงของเด็กหญิงชาวซัลวาดอร์วัย 6 ขวบ ที่อ้อนวอนเจ้าหน้าที่อย่างน่าเวทนา ขอให้ใครก็ได้ช่วยโทรศัพท์หาน้า/ป้า ที่เธอจดจำเบอร์ได้กรณีถูกแยกจากพ่อแม่ “แม่หนูบอกให้ไปกับป้า ป้าจะมารับเร็วที่สุด”

 

คลิปเสียงเด็กร้องหาแม่ผู้อพยพหลังถูกจับแยกตามนโยบายทรัมป์

รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้นโยบายแยกเด็กจากครอบครัวผู้พยายามลักลอบเข้าเมืองชายแดน เมื่อเดือนพฤษภาคม อันเป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างการเข้าเมืองผิดกฎหมายแบบไม่มีประนีประนอม  แต่การปฏิบัติใช้นโยบายนี้จุดกระแสแตกแยกอย่างหนักในประเทศ ทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันเอง ตลอดจนบุคคลในหลายแวดวง แต่รัฐบาลทรัมป์ โยนว่าเป็นความผิดของพรรคเดโมแครตที่ไม่ทำอะไรในรัฐสภาเพื่อปกป้องชายแดน แม้ว่าการแยกเด็กกับพ่อแม่เป็นผลจากนโยบายของทรัมป์ล้วนๆ

 

Aaron Rupar

@atrupar

Nielsen subtly passes buck, characterizes border crisis as the “exclusive product of loopholes in our federal immigration law” pic.twitter.com/eu2XkQHqmK

Aaron Rupar

@atrupar

NIELSEN: “Those who criticize the enforcement of our laws have offered only one countermeasure — Open borders. The quick release of all illegal alien families and the decision not to enforce our laws.” (Family separation isn’t a law!) pic.twitter.com/VFaSuq7m6c

คริสเตน นีลเซน รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ อ้างว่า การแยกเด็กจากครอบครัวที่ชายแดน เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สื่อสหรัฐระบุว่าไม่มีกฎหมายเข้าเมืองฉบับใดที่กำหนดให้ต้องทำเช่นนั้น รัฐบาลชุดก่อนอนุญาตให้ทั้งครอบครัวเข้าสู่กระบวนการเนรเทศพร้อมกัน

ในการแถลงข่าววานนี้ นีลเซน กล่าวว่าเธอยังไม่ได้ยินคลิปเสียงเด็กร้องที่กำลังเป็นประเด็น แต่โอลิเวีย นุสซี ผู้สื่อข่าวของนิวยอร์ก แมกกาซีน เปิดคลิปเสียงเด็กให้ฟังกลางห้องประชุมแถลงข่าว

ไม่แน่ชัดว่าเธอได้ยินเสียงเด็กร้องหาพ่อแม่หรือไม่ แต่ผู้สื่อข่าวระดมตั้งคำถามว่าแบบนี้ใช่การละเมิดเด็กหรือไม่ เธอไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ และเมื่อถูกถามว่า ทั้งคลิปเสียง ภาพถ่าย และเรื่องราวอีกมากมายที่ปรากฎออกมาช่วงไม่กี่วันมานี้ คือผลที่ตามมาแบบไม่เจตนาจากนโยบายรัฐบาลหรือไม่ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิกล่าวว่า เธอคิดว่าสะท้อนถึงจุดมุ่งหมายของผู้ที่เผยแพร่เรื่องและรูป

 

คลิปเสียงเด็กร้องหาแม่ผู้อพยพหลังถูกจับแยกตามนโยบายทรัมป์

 

( เต้นท์ที่ใช้เป็นที่พักพิงของลูกผู้ลักลอบเข้าเมือง ที่จุดผ่านแดนทอร์นิลโล -มาร์เซลีโน เซร์นา  เมืองทอร์นิลโล รัฐเท็กซัส / AFP ) 

 

ในอดีต ผู้อพยพบางส่วนเมื่อเข้าเมืองผิดกฎหมายหากถูกจับก็จะปล่อยไป แต่เวลานี้ รัฐบาลหันมาดำเนินคดีกับทุกคนที่พยายามผ่านแดนโดยไม่มีเอกสาร และกำหนดให้แยกเด็กจากครอบครัว ส่งผลให้มีเด็ก 1,995  คนถูกแยกจากผู้ปกครอง 1,940 คน ในช่วง 6 สัปดาห์ ช่วง 19 เม.ย. – 31 พ.ค. โดยเด็กจะถูกส่งไปอยู่ศูนย์กักกันหรือสถานเลี้ยงเด็กในความดูแลของกระทรวงสาธารณสุขและบริการสังคม

 

คลิปเสียงเด็กร้องหาแม่ผู้อพยพหลังถูกจับแยกตามนโยบายทรัมป์

 

เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ที่แทบไม่ออกปากวิจารณ์นโยบายรัฐบาล แต่ครั้งนี้ เธอแสดงจุดยืนโดยบอกผ่านโฆษก ว่า เธอเกลียดที่เห็นเด็กๆถูกแยกออกจากครอบครัว และหวังว่าจะมีการปฏิรูประบบตรวจคนเข้าเมืองที่ประสบความสำเร็จ  รวมทั้งเชื่อว่า เราต้องการประเทศที่ทั้งเคารพกฎหมาย และปกครองด้วยหัวใจ

ขณะที่ ลอรา บุช อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 เขียนลงหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ว่า การพรากเด็กๆจากผู้ปกครองเป็นเรื่องที่โหดร้าย ไร้ศีลธรรม และทำให้หัวใจสลาย รัฐบาลไม่ควรขังเด็กๆไว้ในโกดังสินค้า หรือ ย้ายพวกเขาไปอยู่ในเต้นท์กลางทะเลทราย สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังจะเป็นหนึ่งในเรื่องน่าอับอายที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

สหภาพเสรีภาพพลเรือนอเมริกันกำลังพยายามยื่นฟ้องขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการดำเนินนโยบายนี้ของทรัมป์ โดยอ้างว่าละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ

4 ขวบญี่ปุ่นดับ !! พ่อจับยัดล็อกตู้ใส่ของโต๊ะวางทีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330945

4 ขวบญี่ปุ่นดับ !! พ่อจับยัดล็อกตู้ใส่ของโต๊ะวางทีวี

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เด็กญี่ปุ่น,4ขวบญี่ปุ่น,ตู้ใต้ทีวี

ข่าวเศร้าทำร้ายลูกอีกในญี่ปุ่น พ่อล็อกลูกชายวัย 4 ขวบในช่องเก็บของโต๊ะวางทีวี จนสิ้นลม

ตำรวจญี่ปุ่นในเมืองคิตะคิวชู จับกุมชายวัย 27 ปี ต้องสงสัยเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตของลูกชายวัย 4 ขวบ หลังจากที่เขาให้ลูกชายเข้าไปอยู่ในตู้ใส่ของโต๊ะวางทีวีหลายชั่วโมง

สถานีโทรทัศน์ฟูจิ รายงานว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่บ้านในเขตโคคุระ นายชุนตะ โนโตมิ บังคับเด็กชายยูตะ ลูกชายวัย 4 ขวบ เข้าไปอยู่ในตู้เก็บของโต๊ะวางทีวีในห้องนอนชั้นสอง แต่เมื่อพ่อวัย 27 ปี กลับไปดูลูกชายอีกครั้งหลายชั่วโมงต่อมา ก็พบว่าลูกชายไม่หายใจแล้ว จึงโทรแจ้งตำรวจเวลา 06.20 น. ของวันถัดไป

เด็กชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตจากอาการสมองขาดออกซิเจนและเลือดไปเลี้ยง ทางโรงพยาบาลแจ้งตำรวจทันทีเพราะสงสัยว่าเป็นกรณีละเมิดเด็ก

ตำรวจกล่าวว่า ในบ้านหลังนี้ มีสมาชิกทั้งหมด 8 คน

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ นางไมโกะ ภรรยาวัย 24 ปี ของนายโนโตมิ ก็เคยทำร้ายลูกสาววัย 2 ขวบ เช่นกัน ด้วยการใช้น้ำร้อนลวก โดยเมื่อเธอพาลูกสาวไปโรงพยาบาลสองวันต่อมา เธออ้างว่า ลูกสาวของเธอเล่นไม่ระวังโดนน้ำเดือดลวก

ตำรวจจับกุมนางไมโกะ มารดาของเด็กด้วยในวันเดียวกัน ฐานต้องสงสัยทำร้ายลูกสาว และเชื่อว่าสามีภรรยาคู่นี้อาจทำร้ายลูกทั้งสองคนเป็นประจำ

 

ก่อนหน้านี้ ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมแม่กับพ่อเลี้ยง ต้องสงสัยปล่อยลูก 5 ขวบ อดตายคาบ้าน พบเด็กเขียนบันทึกวิงวอนจะเป็นเด็กดีขอให้เลิกทำร้าย  สลด ! 5 ขวบญี่ปุ่นทิ้งโน้ตวอนพ่อแม่เลิกทำร้ายก่อนอดตายคาบ้าน (อ่านต่อ…)

เซลฟี่เป็นเหตุเจ้าหน้าที่ป่าไม้เกือบเป็นเหยื่องูหลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330915

เซลฟี่เป็นเหตุเจ้าหน้าที่ป่าไม้เกือบเป็นเหยื่องูหลาม

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  17 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เซลฟี,งูหลาม,เจ้าหน้าที่ป่าไม้,เจ้าหน้าที่ป่าไม้อินเดีย

เจ้าหน้าที่ป่าไม้อินเดียอุตริเซลฟีกับงูยักษ์โชว์ชาวบ้าน งูตั้งหลักได้รัดคอเกือบตาย

นายสรชัย ดุตตา เจ้าหน้าที่อุทยานในรัฐเบงกอลตะวันตก พร้อมทีมงาน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในเมืองจัลไพกูรี ห่างจากเมืองโกลกาตา เมืองหลวงของรัฐราว 600 กิโลเมตร ว่าพบเห็นงูยักษ์ตัวหนึ่งกินแพะของชาวบ้าน จึงรุดยังที่เกิดเหตุพร้อมทีมงาน

เมื่อจับงูหลามความยาว 5.4 เมตร หนัก 40 ก.ก. ได้แล้ว แทนที่จะจับใส่กระสอบและนำไปปล่อยในป่าตามขั้นตอนปกติ แต่นายดุตตากลับนำมาพาดคอพาดบ่าถ่ายภาพเซลฟีให้ชาวบ้านได้ตื่นเต้น แต่กลายเป็นความตื่นตกใจเข้ามาแทน เมื่องูยักษ์หายจากอาการช็อกที่ถูกจับได้ในตอนแรก ก็เริ่มดิ้นม้วนตัวพันรอบคอของนายดุตตา

เขาเริ่มเดินหนีฝูงชนออกมาขณะพยายามดิ้นหลุดจากงู ซึ่งก็ไม่ใช่ง่าย ในคลิปได้ยินเสียงของเขาบอกให้คนอื่นๆช่วยจับหางไว้ ก่อนในที่สุด รอดมาได้โดยไม่บาดเจ็บแต่เสียหน้าเล็กน้อย

งูหลามอินเดียอาจมีความยาวได้ถึง 10 เมตร  เป็นงูไม่มีพิษ แต่ก็ปลิดชีวิตเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการรัดเหยื่อจนเลือดหยุดเดิน

 เซลฟี่เป็นเหตุเจ้าหน้าที่ป่าไม้เกือบเป็นเหยื่องูหลาม

ชาวบ้านหลายคนสารภาพว่าพวกเขาใจหายใจคว่ำ นึกว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนนี้อาจจะไม่รอด บางคนกล่าวว่าไม่น่าทำอะไรโง่เขล่าแบบนั้น ขณะอีกส่วนก็ทึ่งในความกล้า

สำนักงานป่าไม้รัฐเบงกอลตะวันตกเปิดสอบสวนอย่างเป็นทางการแล้วว่า เจ้าหน้าที่รายนี้ทำผิดระเบียบความปลอดภัยหรือไม่

 เซลฟี่เป็นเหตุเจ้าหน้าที่ป่าไม้เกือบเป็นเหยื่องูหลาม

ขณะนายดุตตากล่าวว่า เขาต้องการช่วยชีวิตงูตัวนี้ไม่ให้ถูกชาวบ้านรุมฟาดจนตาย จึงนำมาพาดบ่าและจับปากมันไว้อย่างแน่นหนา เขาอ้างว่า ไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่ตอนที่มันรัดแน่น เพราะหากตื่นตกใจ อาจถึงตายได้ นายดุตตาไม่ได้เตรียมกระสอบใส่งู แค่จับใส่รถแล้วนำไปปล่อยในป่า

คลิปนาทีระทึก!เล่นไม่เข้าเรื่องเกือบโดนสิงโตขย้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330831

คลิปนาทีระทึก!เล่นไม่เข้าเรื่องเกือบโดนสิงโตขย้ำ

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  23 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คลิปนาทีระทึก!เล่นไม่เข้าเรื่องเกือบโดนสิงโตขย้ำ

ไม่ควรทำ นักท่องเที่ยวซาฟารีในแทนซาเนียเปิดหน้าต่างรถ-ยื่นมือออกไปแตะสิงโต ก่อนโดนคำรามใส่ตกใจแทบสิ้นสติ

คลิปที่เผยแพร่บนเวบไซต์ยูทูบโดย Wildlife Sightings  เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน แสดงให้เห็นพฤติกรรมประมาทของนักท่องเที่ยวซาฟารี ในแทนซาเนีย ที่เปิดหน้าต่างรถ และยื่นมือออกไปทำท่าเหมือนจะลูบหลังสิงโต ทำให้มันหงุดหงิด หันมาแยกเขี้ยว คำรามใส่และโผเข้าหา

ผู้โดยสารคนหนึ่งในรถตกใจสุดขีด ตะโกนเสียงสั่นให้ปิดหน้าต่าง แต่หน้าต่างบานเลื่อนเกิดติดขัดเล็กน้อย ขณะสิงโตโผเข้าทางหน้าต่าง แต่สุดท้ายก็ปิดได้

คลิปของ Wildlife Sightings ใช้ชื่อว่า “นักท่องเที่ยวโง่ที่สุดที่เคยเจอมา” พร้อมระบุว่า สิงโตในอุทยานมาราและเซเรนเกติ มักใช้ร่มเงาของรถเป็นที่หลบแดดตรงจุดไม่มีต้นไม้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าพวกมันไว้ใจมนุษย์ เฉพาะรถเท่านั้นที่มันวางใจ ดังนั้น ความพยายามไปแตะต้องมันเป็นพฤติกรรมโง่เขลา

คลิปนาทีระทึก!เล่นไม่เข้าเรื่องเกือบโดนสิงโตขย้ำ

เจ้าหน้าที่อุทยานแอฟริกาใต้ นาส สมิท ตำหนิว่า นี่คือพฤติกรรมสิ้นคิดอย่างเหลือเชื่อ  มีแต่คนทำงานกับสิงโตเท่านั้นที่รู้ว่ามันเร็วขนาดไหน มันอาจฉีกแขนคนที่แตะมันจนหลุด สิงโตมีพลังมหาศาลที่จะกระชากนักท่องเที่ยวออกจากหน้าต่างและขย้ำตายคาที่ต่อหน้าเพื่อน หรืออาจจะพังหน้าต่างเข้าไปและกัดทึ้งคนในรถได้ พวกเขาโชคดีแค่ไหนแล้วที่รอดมาได้ พวกมันคือสัตว์ป่า

“ผมได้แต่ส่ายหัวเวลาคนทำพฤติกรรมแบบนี้ และสิ่งที่เผชิญก็สมควรแล้ว”

คลิปนาทีระทึก!เล่นไม่เข้าเรื่องเกือบโดนสิงโตขย้ำ

คลิปนาทีระทึก!เล่นไม่เข้าเรื่องเกือบโดนสิงโตขย้ำ

คลิปนาทีระทึก!เล่นไม่เข้าเรื่องเกือบโดนสิงโตขย้ำ

คลิปนาทีระทึก!เล่นไม่เข้าเรื่องเกือบโดนสิงโตขย้ำ

คลิปนาทีระทึก!เล่นไม่เข้าเรื่องเกือบโดนสิงโตขย้ำ

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ – ชายชรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330820

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ – ชายชรา

ข่าวต่างประเทศ,แผ่นดินไหว,โอซากา

“โอซากา” โกลาหล แผ่นดินไหว 6.1 แมกนิจูด เสียชีวิตอย่างน้อย 3 เจ็บ 200

สำนักงานอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลาราว 07.58 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 05.58 น. ตามเวลาไทย โดยจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดินเกือบ 10 กม. ทางตอนเหนือของจังหวัดโอซากา และไม่มีรายงานการเกิดสึนามิ

เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย เป็นชายสูงอายุ 2 ราย และเด็กหญิง วัย 9 ขวบ 1 ราย โดยเด็กหญิงในเมืองทากาสึกิ และชายวัย 80 ปี ในเมืองโอซากา ถูกกำแพงถล่มทับ และชายวัย 80 ปีเศษ ในเมืองอิบารากิ ถูกชั้นวางหนังสือล้มทับ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บรวมอีกกว่า 200 ราย

แรงสั่นสะเทือนยังทำให้ท่อประปาแตก ทำให้เกิดน้ำท่วมถนนบางสาย และมีกรณีคนติดค้างอยู่ในลิฟต์ 19 แห่ง นอกจากนี้รถไฟหัวกระสุนกว่า 60 ขบวน และรถไฟธรรมดาอีกหลายขบวน ต้องหยุดวิ่ง ทำให้มีผู้โดยสารติดค้างหลายพันคน และสนามบินสองแห่งต้องระงับเที่ยวบินชั่วคราว แต่ต่อมาก็เปิดให้บริการตามปกติ

นอกจากนี้ เกิดไฟฟ้าดับทำให้บ้านเรือนและอาคารเกือบ 170,800 หลัง ไม่มีไฟฟ้าใช้ หลายชั่วโมง และบริษัทโอซากา แก๊ส ต้องหยุดจ่ายแก๊สแก่ 108,000 ครัวเรือน

ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดฟูคูอิ ที่อยู่ใกล้เคียง ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ขณะที่โรงเรียนบางแห่งงดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้ปกครองรับเด็กกลับบ้าน โรงงานของบริษัทยักษ์ใหญ่บางแห่งในภูมิภาคต้องระงับการผลิตช่วงหนึ่ง เช่น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และไดฮัทสุ มอเตอร์

สำนักงานอุตุนิยมวิทยา เตือน อาจเกิดดินถล่ม และเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ตามมาในอีกไม่กี่วัน

ทั้งนี้ มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งและเหตุเพลิงไหม้หลายสิบจุด ทั้งในโอซากา เฮียวโงะ เกียวโต และ จ.มิเอะ

ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวของมหาวิทยาลัยโทโฮคุ คาดว่า รอยเลื่อนอุเอะมาจิ ในจังหวัดโอซากา อาจเป็นสาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งนี้ รอยเลื่อนแห่งนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวมานานกว่า 10,000 ปีแล้ว จึงถูกมองว่าเป็นรอยเลื่อนที่อันตราย ทำให้มีการสำรวจและการวิจัย และอาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่กว่านี้อีกเหมือนกรณีแผ่นดินไหวในจังหวัดคุมาโมโตะเมื่อปี 2559

แผ่นดินไหวเช้าวันนี้ เป็นแผ่นดินไหวรุนแรงสุดในจังหวัดทางตะวันตกของญี่ปุ่นแห่ง นับจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเริ่มเก็บสถิติเต็มรูปแบบในปี ค.ศ. 1923

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดินไหวเขย่าโอซากาแรงสุดใน 95 ปี คร่า 9 ขวบ - ชายชรา

ภาพ : เอเอฟพี

ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์

——————-

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : BROKEN NEWSEarthquake in Osaka Japan Today (JUNE 2018))