สหรัฐพักไม่มีกำหนด ซ้อมรบเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330391

สหรัฐพักไม่มีกำหนด ซ้อมรบเกาหลีใต้

ซ้อมรบ,ซ้อมรบสหรัฐ-เกาหลีใต้,ระงับไม่มีกำหนด

การซ้อมรบระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ที่ดำเนินมานานส่อถูกระงับไม่มีกำหนด

สำนักข่าวเอเอฟพี อ้างการเปิดเผยเจ้าหน้าที่ระดับสูงรัฐบาลสหรัฐ ว่ากองทัพสหรัฐระงับการซ้อมรบหลักบนคาบสมุทรเกาหลีอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งเป็นไปตามที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ให้คำมั่นหลังการประชุมสุดยอดกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่สิงคโปร์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่าจะยุติการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะเริ่มเมื่อใด

กองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้ซ้อมรบเป็นประจำสม่ำเสมอมานานหลายปี และเปียงยางก็จะแสดงความเดือดดาลทุกครั้งเพราะมองว่าเป็นการซ้อมบุกเกาหลีเหนือ

การระงับซ้อบรบถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้านความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้  และมีขึ้นทั้งที่นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ลงความเห็นว่า ความพยายามสร้างสันติภาพยังมีความเสี่ยง และมาตรการคว่ำบาตรยังต้องมีต่อ จนกว่ารัฐบาลเปียงยางจะกำจัดคลังแสงนิวเคลียร์

หลังประชุมสุดยอด ทรัมป์ สร้างความประหลาดใจเมื่อใช้วลีเดียวกับเกาหลีเหนือว่าการซ้อมรบบนคาบสมุทร “เป็นการยั่วยุ” ขณะที่สื่อทางการเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อวันพุธว่า ทรัมป์ไม่เพียงเสนอยุติการซ้อมรบ แต่ยังพูดถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

จอห์น แมคเคน ส.ว.อาวุโสพรรครีพับลิกันออกแถลงการณ์ว่าการระงับซ้อมรบเป็นความผิดพลาด การอ่อนข้อโดยไม่ได้อะไรจากอีกฝ่ายและไม่จำเป็น ไม่ใช่ผลประโยชน์ของชาติและเป็นกลยุทธ์การเจรจาแย่ๆ

 ( การซ้อมรบ UFG เมื่อปีที่แล้ว ) 

 

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสองฝ่ายกำลังเจรจากัน และคาดว่า การซ้อมรบใต้ชื่อเรียกขาน ผู้พิทักษ์เสรีภาพอูลชี ( ยูเอฟจี) ที่เดิมมีกำหนดจัดในเดือนสิงหาคม อาจเป็นการซ้อมรบแรกที่ถูกระงับ คาดว่ารัฐบาลทรัมป์จะประกาศอย่างเป็นทางการในไม่ช้า

คุก 6 เดือนพระศรีลังกาสุดโต่งคุกคามภรรยานักข่าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330357

คุก 6 เดือนพระศรีลังกาสุดโต่งคุกคามภรรยานักข่าว

พระศรีลังกา,ติดคุก,ข่มขู่,พระสุดโต่ง,ศรีลังกา

พระสงฆ์ผู้นำขบวนการพุทธหัวรุนแรงศรีลังกาติดคุก 6 เดือน ฐานคุกคามภรรยานักข่าวในศาล

 

ศาลศรีลังกาในเมืองโฮมากามา ใกล้กรุงโคลอมโบ มีคำพิพากษาให้พระกัลโกทาส คณานาสาระ(  Galagodaatte Gnanasara ) มีความผิดสองกระทงฐานข่มขู่และก่อกวนรังควาญ นางซานเดีย เอกนาลิโกทะ ภรรยาของนายประกิต ผู้สื่อข่าวและนักวาดการ์ตูนที่ถูกลักพาตัวไป

 

พร้อมกันนี้ ศาลสั่งลงโทษจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ปรับเงิน 1,500 รูปี ( ราว 320 บาท ) และสั่งจ่ายค่าชดเชย 5 หมื่นรูปี (ราว 9,900 บาท ) แก่โจทก์

หลังทราบคำตัดสิน พระกัลโกทาส ร้องขอแถลงเพราะไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน แต่ศาลไม่อนุญาต และก่อนขึ้นรถเรือนจำออกไป ได้พูดกับนักข่าวว่า ทำหน้าที่ต่อประเทศ ทำไมต้องเสียใจ

ความผิดฐานข่มขู่ของพระรูปนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2559 ขณะที่ศาลแห่งเดียวกันนี้ กำลังไต่สวนคดีลักพาตัวผู้สื่อข่าวที่สูญหายไปเมื่อเดือนมกราคม 2553 พระกัลโกทาสเดินทางไปที่ศาลในวันนั้น เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กองทัพที่ตกเป็นจำเลย

เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้รับอนุญาตประกันตัว จึงตะโกนใส่ผู้พิพากษาและทนายด้วยความไม่พอใจ ทั้งยังพูดข่มขู่ภรรยาของนายประกิต และกล่าวหาสองสามีภรรยาว่าสนับสนุนกลุ่มสุดโต่งชนกลุ่มน้อยชาวทมิฬและทำลายชื่อเสียงกองทัพ  จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้พระดังถูกแจ้งอีกหมิ่นศาลอีกหนึ่งข้อหา

นางซานเดีย พยายามต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อ เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามี รวมถึงผู้สื่อข่าวอีกจำนวนหนึ่งที่สูญหายไปในช่วงสงครามกวาดล้างกลุ่มกบฎพยัคฆ์ทมิฬ  และทำให้เธอได้รับรางวัลสตรีกล้าหาญของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ โดยรับจากเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว

พระกัลโกทาส คณานาสาระ เป็นผู้นำกลุ่ม บีบีเอส หรือพลังพุทธ กลุ่มพุทธที่ถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังการปลุกปลั่นสร้างความเกลียดชังชนกลุ่มน้อยมุสลิมและคริสเตียน รวมถึงโจมตีมุสลิมหลายครั้ง แต่กลุ่มบีบีเอสปฏิเสธ

พระชื่อดังรูปนี้หลบหนีการจับกุมของตำรวจเป็นเวลานับเดือนเมื่อปีที่แล้ว หลังถูกกล่าวหาพัวพันการทำร้ายมุสลิม ก่อนยอมตัวและได้รับอนุญาตประกันตัว แต่เป็นครั้งแรกที่ต้องคดีถึงขั้นติดคุก

เตือนช่วงบอลโลก!สาวรัสเซียเลี่ยงมีเซ็กส์ชายต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330283

เตือนช่วงบอลโลก!สาวรัสเซียเลี่ยงมีเซ็กส์ชายต่างชาติ

สาวรัสเซีย,เซ็กส์ชายต่างชาติ,สสรัสเซียเตือน,บอลโลก

คำแนะนำสาวรัสเซียช่วงเป็นเจ้าภาพบอลโลก อย่าริมีเซ็กส์หนุ่มต่างชาติ อาจลงเอยเป็นแม่เลี้ยงเลี้ยงเดี่ยวลูกครึ่ง

 

ทามารา เพลตโยวา ประธานคณะกรรมาธิการเด็ก สตรีและครอบครัว สภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย กล่าวเตือนสตรีรัสเซีย ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับชายต่างชาติ ในขณะที่รัสเซียกำลังเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เนื่องจากพวกเธออาจจะกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกครึ่ง

 

ส.ส.อาวุโส แสดงความเห็นเรื่องนี้ขณะตอบคำถามจากสถานีวิทยุเกี่ยวกับ “เด็กจากโอลิมปิก” หลังจากมอสโกเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในปี 2523  ซึ่งขณะนั้น ยาคุมกำเนิดยังไม่แพร่หลายในรัสเซียเท่าใดนัก

เด็กจากโอลิมปิก”เป็นวลีที่ใช้สมัยสหภาพโซเวียต ในการกล่าวถึงเด็กที่ไม่ใช่เด็กผิวขาว ถือกำเนิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสตรีรัสเซียกับชายจากแอฟริกา ละตินอเมริกา หรือเอเชีย เด็กเหล่านี้จำนวนมากถูกแบ่งแยกปฏิบัติ

 

เตือนช่วงบอลโลก!สาวรัสเซียเลี่ยงมีเซ็กส์ชายต่างชาติ

 

ส.ส.หญิงอาวุโส กล่าวว่า หากสตรีรัสเซียตั้งครรภ์ จะดีกว่าหากพ่อของเด็กเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน หากคนละเชื้อชาติ จะยิ่งแย่ “เราควรให้กำเนิดเด็กของเราเอง ดิฉันไม่ใช่พวกชาตินิยม กระนั้น ดิฉันรู้ว่าเด็กเหล่านั้นจะไม่มีความสุข พวกแกจะถูกทิ้งให้อยู่กับแม่ ต่อให้ผู้หญิงรัสเซียแต่งงานกับคู่รักต่างชาติ อาจต้องไปใช้ชีวิตในต่างแดนกับคู่สมรส และไม่รู้จะกลับบ้านอย่างไร”

“พวกเธอมาหาดิฉันที่คณะกรรมาธิการและร้องห่มร้องไห้ว่าลูกถูกพรากจากอก ดิฉันอยากให้คนแต่งงานโดยมีพื้นฐานความรักในประเทศของเรา กับพลเมืองรัสเซียไม่ว่าเชื้อชาติใด สร้างครอบครัวที่ดี มีลูกและเลี้ยงในประเทศ”

เพลตโยวา เป็น ส.ส.พรรคคอมมิวนิสต์  KPRF ซึ่งอย่างเป็นทางการคือฝ่ายค้าน แต่ทางปฏิบัติ สนับสนุนแทบทุกนโยบายของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอแสดงความเห็นแล้วจุดประเด็นถกเถียง  เมื่อเดือนมีนาคม เธอออกมาสนับสนุนประธานสภา ที่บอกให้นักข่าวหญิงประจำรัฐสภา เปลี่ยนงาน หากถูกส.ส.ลวนลาม โดยเพลตโยวา กล่าวเสริมว่า นักข่าวสาวเหล่านั้นควรสวมเสื้อผ้ามิดชิดเวลาเข้าไปในอาคารทางการ หากหวาดกลัวและรู้สึกถูกละเมิดก็ไม่ควรมาที่นี่

ผ่านมติประณามอิสราเอลใช้กำลังเกินเหตุในกาซา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330250

ผ่านมติประณามอิสราเอลใช้กำลังเกินเหตุในกาซา

กาซา,ประณามอิสราเอล,สมัชชาใหญ่ยูเอ็น,ใช้กำลังเกินเหตุ

มติตำหนิอิสราเอลต่อเหตุนองเลือดในกาซา ได้เสียงสนับสนุนจาก 120 ประเทศ ขณะมติสหรัฐประณามฮามาสไม่ผ่าน

 

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ผ่านมติประณามอิสราเอลใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ไม่แยกแยะและไม่เหมาะสม ต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์ และเรียกร้องให้มีมาตรการคุ้มครองชาวปาเลสไตน์ในกาซาและดินแดนยึดครองเวสต์แบงค์

มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 129 คน บาดเจ็บอีกเกือบ 4,000 คน ระหว่างการประท้วงยืดเยื้อใกล้ชายแดนในกาซานับจากสิ้นเดือนมีนาคม ส่วนอิสราเอลไม่มีผู้เสียชีวิต

ร่างมตินี้เสนอโดยแอลจีเรียและตุรกี ในนามของประเทศอาหรับและมุสลิม และผ่านความเห็นชอบเสียงส่วนใหญ่ 120 เสียง คัดค้าน 8 และงดออกเสียง 45 จากจากสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ

 

 ผ่านมติประณามอิสราเอลใช้กำลังเกินเหตุในกาซา 

 

นิคกี ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ปฏิเสธมตินี้ โดยอ้างว่าลำเอียง และกล่าวหาประเทศอาหรับพยายามหาเสียงในบ้าน ด้วยการประณามอิสราเอลในสหประชาชาติ “สำหรับบางประเทศ การโจมตีอิสราเอลคือกีฬาการเมืองที่โปรดปราน เราจึงต้องมาอยู่กันที่นี่ในวันนี้” ฮาลีย์กล่าวต่อที่ประชุม

สหรัฐอเมริกาเสนออีกร่างที่เพิ่มถ้อยคำประณามฮามาส ว่ายั่วยุให้เกิดความรุนแรงที่ชายแดนกาซา แต่ได้เสียงสนับสนุนไม่ถึง 1 ใน 3

ประเทศอาหรับ หันมาใช้เวทีสมัชชาใหญ่สหประชาชาติผ่านมติที่ต้องการแทน หลังจากที่สหรัฐใช้สิทธิยับยั้ง หรือ วีโต้ ร่างมติเรียกร้องคุ้มครองปาเลสไตน์ ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติเมื่อ 1 มิถุนายน

มติที่สมัชชาใหญ่รับรองต่างจากคณะมนตรีความมั่นคง ตรงที่ไม่มีผลผูกมัดและไม่มีการวีโต้ กระนั้นก็มีน้ำหนักทางการเมือง ทูตตุรกีประจำยูเอ็นกล่าวว่ามติฉบับนี้คือการเลือกข้างกฎหมายระหว่างประเทศ และแสดงให้ชาวปาเลสไตน์เห็นว่าโลกใส่ใจความเดือดร้อนของพวกเขา

สาระสำคัญในมติฉบับนี้คือการขอให้เลขาธิการสหประชาชาติ ร่างข้อเสนอจัดตั้งกลไลระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองชาวปาเลสไตน์ในกาซาและเวสต์แบงค์ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่ามาตรการบางอย่างสุดท้ายอาจต้องไปขอความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคงที่สหรัฐมีสิทธิยับยั้งอยู่ดี

ในกลุ่มสหภาพยุโรป ฝรั่งเศสกับอีก 12 ประเทศสมาชิกลงคะแนนสนับสนุน ขณะอังกฤษ อิตาลี โปแลนด์กับอีก 13 ประเทศ งดออกเสียง ส่วนรัสเซียกับจีนสนับสนุน
ประเทศที่คัดค้านนอกจากอิสราเอลกับสหรัฐ ยังได้แก่ ออสเตรเลีย หมู่เกาะมาร์แชล ไมโครนีเซีย นาอูรู หมู่เกาะโซโลมอน และโตโก

ส่วนร่างมติที่เพิ่มถ้อยคำประณามฮามาสของสหรัฐ ได้เสียงสนับสนุน 62 เสียง คัดค้าน 58 และงดออกเสียง 42 เสียง

มีประวัติโกงภาษี!รมว.วัฒนธรรมสเปนลาออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330221

มีประวัติโกงภาษี!รมว.วัฒนธรรมสเปนลาออก

สเปน,รมววัฒนธรรมสเปน,เลี่ยงค่าปรับภาษี,ลาออก

รัฐมนตรีวัฒนธรรมและกีฬาสเปนรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์ต้องลาออกหลังสื่อแฉเลี่ยงค่าปรับภาษี

มาซิม อัวร์ตา รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและกีฬา ที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน  แถลงลาออกจากตำแหน่ง หลังสื่อออนไลน์ เอล คอนฟีเดนเซียล รายงานว่า อัวร์ตา นักเขียนมือรางวัลและอดีตนักจัดรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ใช้บริษัทบังหน้าหลบเลี่ยงภาษี 218,322 ยูโร ช่วงเป็นนักจัดรายการโทรทัศน์ช่วงปี 2549-2551
ศาลมีคำสั่งเมื่อปีที่แล้ว ให้เขาชำระภาษีกว่า 3.6 แสนยูโร แต่เขาพยายามหลบเลี่ยงค่าปรับและดอกเบี้ย

แต่อดีตรัฐมนตรีหมาดๆยืนยันว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาจ่ายภาษีเต็มจำนวนและเคยจ่ายค่าปรับมาแล้ว 2 ครั้ง ค่าปรับที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ภาษีของสำนักงานสรรพากร

เหตุที่ลาออก เพื่อป้องกันรัฐบาลนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่เขาไม่ได้เปิดเผยว่า ได้แจ้งเรื่องโดนค่าปรับภาษีแก่นายกรัฐมนตรีซานเชซก่อนได้รับแต่งตั้งหรือไม่

ซานเชซ นายกรัฐมนตรีคนใหม่จากพรรคสังคมนิยม สัญญาจะถอนรากถอนโคนการทุจริต หลังจากเข้าบริหารประเทศต่อจาก นายมาเรียโน ราฆอย นายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้า ที่ถูกลงมติไม่ไว้วางใจจากเรื่องอื้อฉาวทุจริตในพรรคของเขา

 

มีประวัติโกงภาษี!รมว.วัฒนธรรมสเปนลาออก

 

สื่อสเปนรายงานว่า อัวร์ตากลายเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์
อัวร์ตา อดีตเป็นนักจัดรายการเช้าทางโทรทัศน์ยอดนิยม เอล โปรกรามา เด อานา โรซา ที่พูดคุยเรื่องการเมืองสังคมผสมข่าวซุบซิบคนดัง เขาเป็น 1 ในรัฐมนตรีชาย 6 คนเท่านั้นในคณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วยรัฐมนตรีหญิง 11 คน มากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

หัวใจจะวาย !! ชาวโซเชียลลุ้นแร็กคูนตะกายตึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330198

หัวใจจะวาย !! ชาวโซเชียลลุ้นแร็กคูนตะกายตึก

ข่าวต่างประเทศ,หัวใจจะวาย,โซเชียล,ลุ้น,ตะกาย,ไต่,ระห่ำ,ตึก,MPRraccoon

แร็กคูนตัวหนึ่งกลายเป็นจุดศูนย์รวมใจ ขณะมันพยายามไต่ความสูงตึกระฟ้าในมินเนโซตา ชาวโซเชียลเกาะติดเอาใจช่วยแบบไม่ยอมคลาดสายตา


ชาวทวิตเตอร์พากันส่งใจไปช่วยแร็กคูนตัวหนึ่ง ที่ค่อยๆ ไต่ความสูงตึก ยูเอสบี ทาวเวอร์ เมืองเซนต์พอล ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในอาคารสูงที่สุดในรัฐมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา อย่างน่าหวาดเสียว

ไม่แน่ชัดว่า เหตุใดแร็คคูนจึงไปปีนตึกสูง 25 ชั้น บางรายงานระบุว่ามีผู้พบเห็นมันครั้งแรกอยู่ที่อาคารสองชั้นใกล้เคียง และพนักงานจับมันออกมาโดยปลอดภัย ก่อนพบอีกที ติดอยู่ใต้แนวคอนกรีตที่ยื่นจากผนังด้านนอกของอาคาร ยูบีเอส ทาวเวอร์ บนชั้นสองหรือสามสูงจากพื้นราว 200 ฟุต ซึ่งผู้สื่อข่าวท้องถิ่นคาดว่าคงพยายามไปบุกรังนกพิราบแล้วเกิดติดค้างอยู่บนนั้นสองวัน จากนั้น คงตัดสินใจปีนขึ้นไปเพราะคิดว่าเป็นทางออกทางเดียว

ช่วงเที่ยงของวันอังคาร เมื่อ ทิม เนลสัน ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุสาธารณะมินเนโซตา ( MPR ) ทวิตว่า
แร็คคูนตัวนั้นปีน ยูบีเอส ทาวเวอร์ขึ้นไป 12 ชั้นแล้ว สถานการณ์ในโลกโซเชียลก็เริ่มตึงเครียด

จากนั้น ชาวสื่อสังคมออนไลน์ทั่วโลก ก็เริ่มติดตามการผจญภัยสายวิบากของมันที่ถูกตั้งเป็นแฮชแท็ก #MPRraccoon ที่กลายเป็นแฮชแท็กยอดนิยมแซงแฮชแท็กติดตามการประชุมสุดยอดของผู้นำสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ กระทั่งสถานีซีบีเอสท้องถิ่นยังถ่ายทอดสดการปีนตึกของแร็กคูนตัวนี้
ช่วงบ่าย แร็กคูน ไต่ขึ้นไปได้อีก 10 ชั้น และพักที่ขอบหน้าต่างชั้น 22
หน้าต่างอาคารเปิดไม่ได้ ดังนั้น การช่วยเหลือจึงไม่ง่าย และระหว่างนั้นไม่สามารถทำอะไรได้มาก นอกจากรอและลุ้น เจ้าหน้าที่ดับเพลิง กล่าวว่า หากส่งคนไปช่วยจะเสี่ยงเกินไป แต่เตรียมทีมไว้บนดาดฟ้า และผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมสัตว์ วางอาหารล่อไว้บนนั้น หวังว่าแร็กคูนจะตามกลิ่นติดกับดักที่วางไว้โดยปลอดภัย
ชาวทวิตเตอร์เอาใจช่วยจนบางคนไม่เป็นอันทำอะไร ภาวนาขอให้มันปลอดภัย จนที่สุด มันปีนถึงดาดฟ้าชั้น 25 เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางความโล่งใจของกองเชียร์

ภาพ : mprnews

หัวใจจะวาย !! ชาวโซเชียลลุ้นแร็กคูนตะกายตึก

 

ภาพ : mprnews

หัวใจจะวาย !! ชาวโซเชียลลุ้นแร็กคูนตะกายตึก

 

ภาพ : mprnews

หัวใจจะวาย !! ชาวโซเชียลลุ้นแร็กคูนตะกายตึก

 

ภาพ : mprnews

Tim Nelson

@timnelson_mpr

This poor raccoon apparently got itself stranded on a ledge of the Town Square office building in downtown St. Paul, likely on an errant mission to raid pigeon nests on the skyway over 7th Street. It’s been there for two days now, without food or water. @mprnews pic.twitter.com/fVI5pmdCWq

Evan Frost@efrostee

The concrete jungle is a frightening place for a raccoon. pic.twitter.com/Up84scKsp4

ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์
ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์

Paige Donnelly law@donnelly_law

He is on the ledge on our floor. He seems to be doing well. We’ve been told that the building has live traps on the roof and are trying to get him to go up there. We all just have to keep our fingers crossed..

ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์

Tim Nelson

@timnelson_mpr

@StPaulFireDept District Chief Alan Gabrielle is taking a look, but says it’s likely too risky to put anyone over the side of the building for the

 

“คิมจองอึน”หว่านเสน่ห์กลบเกาหลีเหนือภาคโหด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330135

“คิมจองอึน”หว่านเสน่ห์กลบเกาหลีเหนือภาคโหด

คิมจองอึน,เสน่ห์,ด้านมืด,สิทธิมนุษยชน

กลุ่มสิทธิมนุษยชนและชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์เตือนอย่าหลงเสน่ห์คิมจองอึน จนลืมว่าเกาหลีเหนือคือคุกเปิดใหญ่ที่สุดในโลก

                                        ภาพของคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่เคยรู้จักในความเอาแน่เอานอนไม่ได้ ขู่ทำสงครามนิวเคลียร์ สั่งยิงปืนใหญ่ประหารอาเขยฐานคิดกระด้างกระเดื่อง และตกเป็นจำเลยในเหตุลอบสังหารพี่ชายต่างมารดา แทบจะเลือนหายในชั่วข้ามคืน เมื่อเขาปรากฎตัวเป็นเป้าสายตาคนทั้งโลกอีกครั้งในที่ประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวานนี้

 

 "คิมจองอึน"หว่านเสน่ห์กลบเกาหลีเหนือภาคโหด

3 วันที่เยือนสิงคโปร์ ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางไกลบ้านมากที่สุด ได้เห็นภาพคิมจองอึน ยิ้มแย้มจับมือกับประธานาธิบดีสหรัฐ ถ่ายรูปเซลฟี่กับรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ระหว่างตระเวณชมแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนในประเทศเจ้าภาพ ท่ามกลางความสนใจของผู้คน

 

 "คิมจองอึน"หว่านเสน่ห์กลบเกาหลีเหนือภาคโหด

(ออตโต วอร์มเบียร์ )

 

ทรัมป์ ออกปากชื่นชมผู้นำวัยคราวลูกว่า คิมฉลาดมาก รักประเทศ เป็นนักเจรจาที่เก่งมาก  การประชุมเมื่อวาน ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล แต่เลี่ยงคำถามผู้สื่อข่าวว่าตอนพบกับคิม ได้หยิบยกชะตากรรมของอ็อตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาสหรัฐที่ถูกคุมขังในเกาหลีเหนือ 17 เดือน ฐานพยายามขโมยโปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อในเปียงยาง และเสียชีวิตไม่นานหลังส่งตัวกลับบ้านหรือไม่

 

 "คิมจองอึน"หว่านเสน่ห์กลบเกาหลีเหนือภาคโหด

 

 “บางคนบอกว่า คิมน่ารักดี หรือ ดูเป็นมิตรมากกว่าที่คิด แต่พวกเขาไม่ควรถูกใบหน้ายิ้มแย้มของคิมในโชว์การเมืองล่อลวง” ชอย จอง ฮุน ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ในกรุงโซลกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี
ชอย เรียกร้องประชาคมโลก มองด้านมืดหลังเรียลริตีโชว์การทูต เพื่อให้การเจรจาใดๆส่งผลถึงชาวเกาหลีเหนือยากไร้ที่กำลังลำบากอยู่ในคุกแรงงาน

 

 "คิมจองอึน"หว่านเสน่ห์กลบเกาหลีเหนือภาคโหด

ครอบครัวของคิมจองอึน ผู้นำรุ่นที่สาม ปกครองประเทศยากจนแต่ติดอาวุธนิวเคลียร์ ด้วยลัทธิบูชาตัวบุคคล ระบอบเปียงยางถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ทั้งซ้อมทรมาน ข่มขืน ประหารชีวิต และกวาดล้างฝ่ายเห็นต่างอย่างโหดเหี้ยม ประเมินว่าเกาหลีเหนือยังจองจำนักโทษอยู่ราว 1.2 แสนคน ภายในระบบค่ายแรงงาน

เปียงยางยุคคิมจองอึน สั่งประหารชีวิต จาง ช็อง แท็ก อาเขยที่เคยเป็นมือขวา เมื่อปี 2555 ข้อหาทรยศ และเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังลอบสังหาร คิมจองนัม พี่ชายต่างแม่ด้วยสารพิษทำลายประสาท ที่สนามบินมาเลเซียเมื่อปีที่แล้ว

ก่อนประชุมสุดยอด กลุ่มสิทธิมนุษยชนกว่า 300 องค์กร รวมถึงฮิวแมนไรทส์วอทช์ เรียกร้องให้รัฐบาลเปียงยางปรับปรุงสถานการณ์สิทธิฯ แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรทส์วอทช์ กล่าวว่า คิมจองอึนพยายามที่จะเป็นรัฐบุรุษบนเวทีโลก แต่ความพยายามของเขาไม่สำเร็จแน่ หากเกาหลีเหนือยังคงถูกเอ่ยถึงว่าเป็นคุกเปิดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกต่อไป

 

 "คิมจองอึน"หว่านเสน่ห์กลบเกาหลีเหนือภาคโหด

 

ในการแถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นประชุมสุดยอดเมื่อวานนี้  ผู้สื่อข่าวหลายคนซักประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องสิทธิมนุษยชนว่าได้หยิบยกมาพูดคุยบ้างหรือไม่ ซึ่งทรัมป์ยอมรับว่า  เป็นส่วนน้อยมากในการสนทนา ก่อนไปต่อว่า เหตุผลที่คิมเป็นแบบนี้เพราะนั่นเป็นวิธีการเดียวที่ครอบครัวของเขารู้จักในการปกครองประเทศ คิมทำในสิ่งที่เคยเห็นมา แต่คิมสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ “เขาฉลาด รักประชาชน รักประเทศ อยากทำสิ่งดีๆ และนั่นก็เป็นเหตุผลของการมาประชุม”

 

 "คิมจองอึน"หว่านเสน่ห์กลบเกาหลีเหนือภาคโหด

 

ถึงครั้งนี้จะยังไม่มีการพูดถึงมากนัก แต่จอห์น ซิฟตัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชีย ฮิวแมนไรทส์วอทช์ กล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ บางส่วนเป็นมาตรการลงโทษฐานทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ บางอย่างลงโทษฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้น สิทธิมนุษยชนจะยังเป็นวาระหนึ่งในการเจรจาที่จะตามมา ไม่ว่าคิมหรือทรัมป์อยากจะแตะหรือไม่

เช่นเดียวกับ เจมส์ คาราฟาโน นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศ มูลนิธิเฮอร์ริเทจ กล่าวว่า ในระยะยาว สหรัฐต้องคุยเรื่องนี้กับเกาหลีเหนือแน่ แต่การทูตในขั้นนี้จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญ

 

 "คิมจองอึน"หว่านเสน่ห์กลบเกาหลีเหนือภาคโหด

 

ทั้งนี้ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่พบตัวต่อตัวกับผู้นำเกาหลีเหนือขณะยังอยู่ในตำแหน่ง แต่ไม่ใช่คนแรกที่นั่งคุยกับผู้นำเผด็จการของประเทศมิตรและศัตรู อดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน สร้างประวัติศาสตร์ เมื่อไปพบกับประธานเหมา เจ๋อจุงของจีน ในปี 255 บารัก โอบามาก็คุยกับ ราอูล คาสโตร ผู้นำคิวบา ผู้นำสหรัฐหลายต่อหลายคนล้วนเคยพบหรือจับมือกับผู้นำราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย

เร่งหานกกระสาโดนพลาสติกมัดจะงอยปากก่อนอดตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330095

เร่งหานกกระสาโดนพลาสติกมัดจะงอยปากก่อนอดตาย

นกกระสาคอดำ,เร่งค้นหา,แหวนพลาสติก,ฝาขวดพลาสติก,จะงอยปาก

คนรักนก-เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ เร่งค้นหา-จับนกกระสาคอดำแหวนพลาสติกรัดจะงอยปาก หวั่นอดตายเพราะกินไม่ได้

นกกระสาคอดำตัวหนึ่ง ทำให้คนรักนกในเดลี ( เขตปกครองที่รวมพื้นที่เดลีเก่าและใหม่เมืองหลวงในปัจจุบันของอินเดีย) นอนไม่หลับ หลังจากผ่านมา 5 วันแล้วนับจากมีคนดูนก พบและแชร์ภาพที่จะงอยปากของมันถูกฝาขวดพลาสติกรัดไว้ บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำนอกเมืองหลวง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 

เชื่อว่ามันจะพอดื่มน้ำได้บ้าง แต่อ้าปากไม่ได้กว้างพอกินอาหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้และคนรักสัตว์จึงต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยชีวิตนกหายากเคราะห์ร้าย ก่อนที่มันจะตายเพราะอดอาหาร อีกทั้งต้องการเจอขณะสภาพไม่อ่อนแอจนเกินไป เพื่อจะได้ถอดพลาสติกออกจากจะงอยปากของมันได้

มาโนช แนร์  คนดูนกพบเห็นนกกระสามีแหวนพลาสติกรัดปากอยู่เป็นคนแรก และส่งรูปให้กับ ปันกาช กุปตา สมาชิกมูลนิธินกเดลี เมื่อมีการส่งภาพต่อๆกันไป ที่สุดก็กลายเป็นภารกิจช่วยชีวิตนก
กุปตา ให้สัมภาษณ์บีบีซี ว่า แหวนพลาสติกน่าจะเป็นฝาขวด และน่าจะติดรัดจะงอยตอนที่มันหาน้ำกิน มันไปไหนไม่ได้ไกลเพราะอ่อนแอมาก

 

เร่งหานกกระสาโดนพลาสติกมัดจะงอยปากก่อนอดตาย

ความพยายามช่วยชีวิตนกกระสา นำโดยสมาชิกสมาคมประวัติศาสตร์ธรรมชาติบอมเบย์ ที่เชี่ยวด้านการอนุรักษ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ท้องถิ่น กุปตาที่ร่วมไปกับทีมกู้ชีพนก  กล่าวว่าพวกเขาเคยพยายามวางตาข่ายดัก แต่มันก็หลุดออกไปได้ ขณะนี้ตัดสินใจใช้ตาข่ายสานจากไม้ไผ่ และกาวจับ

นกกระสาคอดำ จัดอยู่ในหมวดสัตว์ใกล้ถูกคุกคาม เป็นสัตว์พื้นถิ่นในอินเดีย อินโดนีเซียและศรีลังกา ปัจจุบัน พบเพียง 50-60 ตัวในพื้นที่ชุ่มน้ำนอกเดลี ตัวที่กำลังตามหากันอยู่นี้ นับว่าเป็นนกกระสาขนาดใหญ่ทีเดียว น่าจะเพ่นพ่านได้ทั่วพื้นที่ชุ่มน้ำ 15-20 ตารางกิโลเมตร  พบครั้งแรกที่พื้นที่ชุ่มน้ำบาไซ ห่างจากเดลีไปประมาณ 34 กิโลเมตร

เขขบาไซเพิ่งเป็นข่าวใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากคนรักนกและนักอนุรักษ์ ยื่นคัดค้านรัฐบาลที่มีแผนสร้างโรงงานรีไซเคิลขยะ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเตรียมตัดสินว่า ควรรับรองบาไซเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำคุ้มครองหรือไม่

กุปตาและเพื่อนหวังว่าชะตากรรมของนกกระสาหายากตัวนี้ จะช่วยรักษาพื้นที่นี้เอาไว้

นักการเมืองดัตช์ขวาสุดขั้วจัดประกวดการ์ตูนศาสดาอิสลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330067

นักการเมืองดัตช์ขวาสุดขั้วจัดประกวดการ์ตูนศาสดาอิสลาม

นักการเมืองขวาจัดเนเธอร์แลนด์,วิลเดอร์ส,การ์ตูน,การ์ตูนศาสดามูฮัมหมัด,ศาสดาอิสลาม

ผู้นำฝ่ายค้านต้านอิสลามในเนเธอร์แลนด์ ประกาศข่าวเดินหน้าจัดประกวดการ์ตูนศาสดามูฮัมหมัด

เกียร์ท วิลเดอร์ส ผู้นำพรรค “เสรีภาพ” ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านใหญ่สุดในเนเธอร์แลนด์  ประกาศว่า สำนักงานต่อต้านก่อการร้ายอนุญาตให้เขาจัดประกวดวาดภาพการ์ตูนศาสดามูฮัมหมัด ของศาสนาอิสลาม ที่สำนักงานของพรรคในรัฐสภาได้แล้ว ดังนั้น ทางพรรคจะเดินหน้าจัดงานร่วมกับ บอช ฟอว์สติน นักวาดการ์ตูนอดีตมุสลิม

เขาแจ้งข่าวนี้ทางทวิตเตอร์พร้อมรูปการ์ตูนล้อศาสดาศาสนาอิสลาม และระบุด้วยว่าเสรีภาพแสดงความเห็น สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

ชาวทวิตเตอร์บางส่วนสนับสนุน อีกส่วนก็ตั้งคำถามถึงความเหมาะสม เช่น ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งระบุว่า หากรู้ว่าชาวมุสลิมไม่พอใจกับการ์ตูนศาสดา เหตุใดยังเลือกจะปั่นกระแสด้วยวิธีการนี้เพื่อเรียกความสนใจสู่เป้าหมายของตัวเอง ทั้งที่ยังมีอีกหลายหนทาง

วิลเดอร์ส เป็นนักการเมืองขวาจัดสุดขั้ว เรียกร้องให้ปิดมัสยิด และสั่งแบนพระคัมภีร์อัลกุรอาน อ้างเหตุผลว่าอิสลามเป็นความเชื่ออำนาจนิยม  เขาเคยไปร่วมชมนิทรรศการ และกิจกรรมต่างๆมุ่งล้อเลียนศาสดาอิสลาม ที่อ้างเสรีภาพในการแสดงความเห็นหลายครั้ง  ตัวเขาเองมีแผนจัดประกวดการ์ตูนมานาน แต่ทางการไม่อนุญาต

ในปี 2558  นักการเมืองรายนี้เคยไปพูดในงานประกวดการ์ตูนศาสดามูฮัมหมัด ที่เมืองการ์แลนด์ รัฐเท็กซัส ที่เกิดเหตุมือปืน 2 คนพยายามบุกเข้าไปแต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาปลอดภัยยิงตายทั้งคู่  ต่อมา เขาทำสไลด์โชว์ภาพการ์ตูนอื้อฉาวมาออกอากาศทางโทรทัศน์เนเธอร์แลนด์ หลังจากไม่ได้รับอนุญาตให้จัดนิทรรศการในรัฐสภา

 

นักการเมืองดัตช์ขวาสุดขั้วจัดประกวดการ์ตูนศาสดาอิสลาม 

( ภาพ เฟซบุ๊ก )

สำหรับ บอช ฟอวสติน นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกัน เป็นผู้ชนะจากงานประกวดในเท็กซัส ได้รับการชักชวนมาเป็นกรรมการตัดสิน ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งแสดงความเห็นใต้ทวิตของวิลเดอร์สว่า ขอให้โชคดี หวังว่างานจะไม่เละแบบที่การ์แลนด์ รัฐเท็กซัส

‘ดอน’ รอผลหารือทางการของ ‘ทรัมป์-คิม’ ก่อนไทยแสดงท่าที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/330059

‘ดอน’ รอผลหารือทางการของ ‘ทรัมป์-คิม’ ก่อนไทยแสดงท่าที

นายดอน ปรมัตถ์วินัย,ทรัมฟ์,คิม,ประวัติศาสตร์,สิงคโปร์

“ดอน” รอผลหารือทางการของ “ทรัมป์-คิม” ก่อนไทยแสดงท่าที ชี้เป็นเรื่องดี ลดความตึงเครียดเวทีโลกได้

         เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์(มรภ.นครสวรรค์) นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) กล่าวถึงกรณีการหารือครั้ง

         ประวัติศาสตร์ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับนายคิม จอง อึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ ว่า เชื่อว่าเป็นการหารือที่ทั้งสองฝ่ายมีความพอใจ โดยในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกันนี้ (12 มิ.ย.) จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งทุกคนรอฟังกันอยู่

       “ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยเองได้เตรียมท่าทีต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เท่าที่จะทำได้ไว้แล้ว เพียงแต่เราไม่สามารถแสดงอย่างเป็นทางการตอนนี้ไม่ได้ ต้องรอข่าวที่เป็นทางการออกมาก่อน”รมว.ต่างประเทศ ระบุ

'ดอน' รอผลหารือทางการของ 'ทรัมป์-คิม' ก่อนไทยแสดงท่าที

                             ภาพ AFP  

       รมว.ต่างประเทศ  กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เชื่อว่าท่าทีที่จะออกมานั้นจะส่งผลดีต่อภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก สิ่งต่างๆ ที่ออกมาเป็นประเด็นที่สร้างสรรค์ แต่ยังไม่มีข่าวออกมาอย่างเป็นทางการ จึงไม่ทราบว่าสิ่งที่เป็นเรื่องสร้างสรรค์มีประเด็นเรื่องใดบ้าง

       เมื่อถามว่า การที่ผู้นำทั้งสองประเทศจับมือกันถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ตนเชื่อว่าดี เพราะหลังจากต่อว่ากันไปกันมาแล้ว และมาได้สัมผัสมือกันถือเป็นเรื่องที่ดี

'ดอน' รอผลหารือทางการของ 'ทรัมป์-คิม' ก่อนไทยแสดงท่าที

       เมื่อถามย้ำว่า จะส่งผลอะไรต่อการเมืองโลกหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า “ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างสร้างสรรค์เราจะสามารถลดความตรึงเครียดในเวทีหนึ่ง แต่เวทีในประเทศอื่นๆ ยังจะต้องหาทาง”