ตัดสินแล้วคดีลูกเศรษฐีใช้ขวานจามพ่อแม่-พี่ชาย 3 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329492

ตัดสินแล้วคดีลูกเศรษฐีใช้ขวานจามพ่อแม่-พี่ชาย 3 ศพ

ลูกเศรษฐี,ขวานจาม,แอฟริกาใต้,3 ศพ,ตัดสินคดี,จำคุกตลอดชีวิต 3 รอบ

ศาลในเมืองเคปทาวน์ ของแอฟริกาใต้ ตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต 3 รอบชายหนุ่มที่ก่อเหตุใช้ขวานไล่ฟันพ่อแม่ และสมาชิกในครอบครัวตัวเองเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมถึง 3 รายเ

 

ผู้พิพากษาสิราช เดไซ ระบุว่าการกระทำของเฮนรี แวน เบรด้า หนุ่มวัย 23 ปีจากครอบครัวที่มีอันจะกิน ที่มีสินทรัพย์ 16 ล้านดอลลาร์ ที่ก่อเหตุสังหารพ่อแม่ของตัวเอง รวมถึงพี่ชาย

 

ขณะที่น้องสาวอีกคน ก็ถูกไล่ฟันจนบาดเจ็บสาหัส เป็นการกระทำที่โหดร้ายและชั่วร้ายในระดับที่แทบไม่มีอะไรเทียบเคียงได้สำหรับสิ่งที่เกิดกับครอบครัวหนึ่ง

 

ตัดสินแล้วคดีลูกเศรษฐีใช้ขวานจามพ่อแม่-พี่ชาย 3 ศพ

 

การสังหารสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง และเขาสมควรได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง

นอกจากนั้น แวน เบรดา ยังเจอโทษจำคุกอีก 15 ปี สำหรับความพยายามฆ่าน้องสาว และอีก 12 เดือนสำหรับการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

 

ตัดสินแล้วคดีลูกเศรษฐีใช้ขวานจามพ่อแม่-พี่ชาย 3 ศพ

 

ตลอดการพิจารณาคดี ไม่สามารถให้ความกระจ่างสำหรับสาเหตุที่ทำให้ลูกชายของครอบครัวลุกขึ้นมาก่อเหตุสังหารโหดได้ เนื่องจากจำเลยไม่ยอมพูดอะไรสำหรับเรื่องนี้และหลังจากที่รับฟังคำตัดสิน เขาก็อยู่ในอาการนึ่งเฉยเหมือนเช่นที่เคยเป็นมา

 

ตัดสินแล้วคดีลูกเศรษฐีใช้ขวานจามพ่อแม่-พี่ชาย 3 ศพ

แวน เบรดา ปฏิเสธเรื่องการสังหารรูดี พี่ชายวัย 22 ปี รวมถึง มาร์ติน วัย 54 ปี และเทเรซา วัย 55 ปี พ่อกับแม่ของตัวเอง รวมถึงมาร์ลี น้องสาวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกขวานฟันเข้าที่ศีรษะ คอ และคอหอย เขาให้การว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้าน โดยขณะเกิดเหตุ เขาอายุแค่ 20 ปี

ผู้พิพากษา บอกว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นแทบไม่มีการควบคุมอะไรเลย เหยื่อไม่มีอาวุธ และก็ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ ขณะที่จำเลยก็ไม่ได้อธิบายของเหตุผลที่ทำลงไป และไม่มีความสำนึกผิด

มาเลเซียยุคใหม่ห้ามรมต.-เลขารับของขวัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329489

มาเลเซียยุคใหม่ห้ามรมต.-เลขารับของขวัญ

มาเลเซีย,มหาธีร์,ของขวัญ,ห้ามรับของขวัญ,รัฐมนตรีมาเลเซีย

ใครเป็นรัฐมนตรีและเลขารัฐมนตรีในรัฐบาลมาเลเซียยุคมหาธีร์ โมฮัมหมัด คัมแบ็ค จะรับของขวัญจากผู้ปรารถนาดีได้ไม่กี่อย่าง

 

นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัดแห่งมาเลเซีย แถลงวันนี้ว่า รัฐมนตรีและเลขานุการของรัฐมนตรีในรัฐบาลผสมภายใต้พันธมิตรแห่งความหวัง หรือ ปากาตัน ฮาราปัน จะไม่สามารถรับของขวัญได้ จากที่ปัจจุบัน กฎระเบียบเรื่องการรับของขวัญ บังคับใช้เฉพาะข้าราชการพลเรือนเท่านั้น

 

หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตของคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกในวันนี้ นายกรัฐมนตรีมหาธีร์แถลงมาตรการต่างๆเพื่อขจัดการทุจิตในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐบาล รวมถึงนโยบายห้ามรับของขวัญซึ่งมีผลทันที  โดยผู้นำมาเลเซียกล่าวว่า  หากเป็นของขวัญ ของเหล่านั้นควรเป็นดอกไม้ อาหารและผลไม้ หากเป็นอย่างอื่น จะถือเป็นการทำผิดทั้งคนให้และคนรับ และตนเองก็จะไม่รับของขวัญอื่นใดนอกจาก 3 อย่างที่กล่าวมา

“เราปฏิเสธของขวัญอย่างอื่น เช่น รถยนต์ หรืออะไรทำนองนั้น เราไม่รับเลย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทั้งหมดต้องอยู่ใต้กฎนี้”

 

มาเลเซียยุคใหม่ห้ามรมต.-เลขารับของขวัญ  

นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ ซึ่งหาเสียงด้วยการกล่าวหาอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ทุจริต ให้คำมั่นจะออกกฎหมายกวาดล้างการเมืองแบบใช้เงิน และควบคุมการรับบริจาคทางการเมืองให้รัดกุม

นอกจากห้ามรับของขวัญ รัฐมนตรีทุกคนในคณะรัฐมนตรี และเลขานุการ จะต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อนายกรัฐมนตรี และแชร์ข้อมูลกับหน่วยงานด้านปราบปรามทุจริต

ญี่ปุ่นถอดบทเรียนโศกนาฏกรรม 5 ขวบถูกพ่อแม่ทรมานอดตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329451

ญี่ปุ่นถอดบทเรียนโศกนาฏกรรม 5 ขวบถูกพ่อแม่ทรมานอดตาย

5 ขวบ,โศกนาฏกรรม,ทรมาน,อดตาย,เด็กญี่ปุ่น

ผิดพลาดตรงไหนในเมื่อศูนย์คุ้มครองเด็กท้องถิ่นรับรู้อยู่ก่อนแล้วว่า พ่อเลี้ยงเคยทำร้ายเด็กรวมถึงชกหน้า ก่อนต้องมาถูกทรมานแสนสาหัสและตายเพราะขาดอาหาร

เรื่องราวของเด็กหญิง ยูอะ  ที่ถูกพ่อเลี้ยง นายยูดาอิ ฟุนาโตะ วัย 33 ปี กับนางยูริ แม่แท้ๆวัย 25 ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ จนป่วยเป็นปอดบวมและติดเชื้อ สืบเนื่องจากขาดสารอาหารและเสียชีวิตอย่างน่าเวทนาเมื่อวันที่ 2 มีนาคมในวัยเพียง 5 ขวบ

เป็นโศกนาฏกรรมที่ช็อกชาวญี่ปุ่น และยิ่งสลดหดหู่เมื่อตำรวจเผยบันทึกของเด็กน้อย เขียนระบายความรู้สึกที่เต็มไปด้วยข้อความพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อแม่รักและขอโทษ สะท้อนว่าเด็กถูกล่วงละเมิดอย่างร้ายแรง

 

 ญี่ปุ่นถอดบทเรียนโศกนาฏกรรม 5 ขวบถูกพ่อแม่ทรมานอดตาย 

 

สลด!5ขวบญี่ปุ่นทิ้งโน้ตวอนพ่อแม่เลิกทำร้ายก่อนอดตายคาบ้าน

 

ขณะเดียวกันก็เกิดคำถามว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อก่อนย้ายจากจังหวัดคากาวะไปโตเกียวปลายเดือนมกราคม ศูนย์คุ้มครองเด็กในคากาวะเคยต้องรับเด็กหญิงยูอะไปดูแลชั่วคราว 2 ครั้ง  ในธันวาคม 2559 และอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2560 เพราะต้องสงสัยเด็กถูกทำร้าย

นอกจากนี่้ ตำรวจจังหวัดคากาวะยังเคยส่งสำนวนคดี นายยูดาอิ ฟุนาโตะข้อหาทำร้ายเด็กถึง 2 ครั้งไปที่อัยการ แต่ก็ไม่มีการดำเนินคดีในขั้นต่อไป

เมื่อย้ายมาโตเกียว นายยูดาอิยังเคยถูกจับกุมและส่งฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายลุกเลี้ยง โดยชกที่หน้า ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์

เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเขตชินางาวะ ในโตเกียว ได้รับเรื่องจากศูนย์ในคากาวะ แต่เจ้าหน้าที่ของศูนยฺ์ในกรุงโตเกียวไม่เคยมีโอกาสได้พบเด็กหญิง  มีครั้งหนึ่งส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมครอบครัวนี้ เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ แต่แม่ของเธออ้างว่าเด็กไม่อยู่และอย่ามายุ่ง ขณะตำรวจโตเกียวกล่าวว่าทราบดีว่าจำเป็นต้องจับตาดูครอบครัวนี้ แต่ไม่เคยคิดว่าเด็กหญิงจะเจอกับอันตรายเฉพาะหน้า

 

 ญี่ปุ่นถอดบทเรียนโศกนาฏกรรม 5 ขวบถูกพ่อแม่ทรมานอดตาย 

 

เทตสึโระ สึซาคิ ประธานสมาคมป้องกันการล่วงละเมิดและทอดทิ้งเยาวชน กล่าวว่า การเสียชีวิตของยูอะ เป็นผลจากความผิดพลาดในการสื่อสารระหว่างหน่วยงานสวัสดิภาพเด็ก  ศูนย์ที่คากาวะไม่ได้ย้ำเรื่องความเร่งด่วนกับศูนย์ชินางาวะ ทั้งที่ในครอบครัวที่มีแม่/พ่อเลี้ยง การล่วงละเมิดเด็กมักจะรุนแรง เพราะมารดามักเข้าข้างพ่อเลี้ยงเพื่อเอาใจ

เจ้าหน้าที่กระทรวงสวัสดิภาพ แรงงานและสาธารณสุขญี่ปุ่น ยอมรับว่า มีความเสี่ยงกรณีเด็กถูกล่วงละเมิดจะหลงหูหลงตา เวลาที่ครอบครัวย้ายบ้าน ในแง่การรับรู้ระดับความเสี่ยงในพื้นที่ใหม่ ซึ่งกระทรวงจะพิจารณาดำเนินมาตรการจำเป็น เช่น การปรับปรุงแก้ไขแนวทางปฏิบัติของศูนย์คุ้มครองเยาวชน หลังจากที่ทางการกรุงโตเกียว ตรวจสอบเรื่องการสื่อสารระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นแล้ว

(ชมคลิป)แหวกแนวจนขำ!แฟชันโชว์ในซาอุฯใช้โดรนแทนนางแบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329422

(ชมคลิป)แหวกแนวจนขำ!แฟชันโชว์ในซาอุฯใช้โดรนแทนนางแบบ

โดรน,แฟชัน,ซาอุดีอาระเบีย,พิสดาร,แหวกแนว

งานแฟชั่นโชว์พิสดารที่โรงแรมหรูซาอุดีอาระเบีย ใช้โดรนแทนนางแบบ ชาวเน็ตขำเสื้อผ้าบินได้ เหมือนหนังผี

 

คลิปวิดีโอจากงานแฟชั่นโชว์ในโรงแรมหรู ฮิลตัน ในนครเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่ตัดสินใจใช้โดรน หรือ อากาศยานบังคับระยะไกล หิ้วชุดสุภาพสตรีลอยไปตามแคทวอล์ค แทนที่จะใช้นางแบบนำเสนอ กลายเป็นเรื่องขำขันในทวิตเตอร์

 

โฆษกโรงแรมฮิลตัน กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า จะจัดงานแฟชั่นทุกปีในเดือนรอมฎอน แต่บริษัทผู้จัดหันมาใช้โดรนแทนนางแบบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ขณะที่ผู้จัดคนหนึ่งกล่าวกับสำนักข่าว นิว อาหรับว่า ปกติแล้ว งานแฟชันโชว์ในซาอุฯสงวนไว้สำหรับผู้ชมสตรีเท่านั้น จึงเกิดแนวคิดที่จัดโชว์ให้ผู้ชายเข้าชมได้ด้วย และทำให้เหมาะสมสำหรับเดือนรอมฎอน

واحد oNe@wa7d_riyadh

عرض أزياء في السعودية.. كانه فيلم اشباح

โมฮัมหมัด อัลเจฟรี หัวหน้าทีมจัดงาน Red Sea RC team จากบริษัทผู้ให้บริการโดรน โพสต์คลิปจากภายในงานหลายคลิปทางทวิตเตอร์

عُمر@OmarImranTweets

Fashion shows in Ramadan be like..

ปรากฎว่าชาวทวิตเตอร์หลายคน พากันเปรียบเทียบชุดเสื้อผ้าไร้นางแบบว่าเหมือนผี เหมือนหนังผี หรือเหมือนฉากหลุดมาจากหนังสยองขวัญ

มีทวิตหนึ่ง ที่มียอดชมกว่า 3.7  ล้าน และยอดกดถูกใจกว่า 1 แสนครั้ง

جالينـــــــوس@ilxooli

عرض أشباح في السعودية .. قصدي أزياء 😂

อาลีอา ข่าย ประธานสภาการออกแบบและแฟชันอิสลาม ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่า  เป็นเรื่องดีที่คิดนอกกรอบ พยายามทำอะไรที่แตกต่างออกไป และแฟชันก็ถือเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ กระนั้นนี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอสนับสนุน หรืออยากจะเห็นซ้ำอีก “เวลาที่คุณเห็นเสื้อผ้าบินได้ มันไม่ได้มีเสน่ห์ สวยงามหรือน่าหลงไหล ไม่ได้ทำให้ดิฉันเกิดความรู้สึกอยากลองสวมใส่เลย”

ซาอุดีอาระเบียจัดงานแฟชันวีคครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยนางแบบเดินบนแคทวอล์คในกรุงริยาดห์ ให้กับผู้ชมที่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้น

(ชมคลิป) ปาฏิหาริย์รอดจากหลุม!ทารกบราซิลถูกฝังทั้งเป็น 8 ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329393

(ชมคลิป) ปาฏิหาริย์รอดจากหลุม!ทารกบราซิลถูกฝังทั้งเป็น 8 ชม.

ทารก,ฝังทั้งเป็น,8 ชม,ปาฏิหาริย์,รอดจากหลุม

ทารกหัวแข็ง แม่และญาตินำไปฝังเพราะคิดว่าตายแล้ว ตำรวจรุดขุดหลุมตรวจสอบ ตะลึงยังมีลมหายใจหลังอยู่ใต้ผืนดิน 8 ชม.

คลิปวิดีโอที่ตำรวจบราซิลนำออกเผยแพร่ แสดงให้เห็นช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจ ตำรวจคุกเข่าค่อยๆขุดดินจากหลุมศพตื้นอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อดึงศีรษะทารกแรกเกิดเพศหญิงรายหนึ่งขึ้นมา หลังจากญาติอ้างว่านำไปฝังเพราะคิดว่าเธอตายตั้งแต่คลอด

ก่อนหน้านั้น พยาบาลคนหนึ่งโทรแจ้งตำรวจหลังได้รับเบาะแสว่า มีทารกแรกเกิดรายหนึ่งเสียชีวิตแต่ไม่มีการแจ้งตาย และฝังทันที เวลาประมาณ 14.00 น. ของวันอังคาร แต่ได้รับแจ้งเมื่อผ่านไปแล้วหลายชั่วโมง เมื่อรุดไปยังบ้านของทารกในเมืองกานารานา ทางตะวันตกของบราซิลเพื่อสอบสวนและตรวจค้น เข้าใจว่าหากพบทารกก็คงเป็นเป็นศพแล้ว

(ชมคลิป) ปาฏิหาริย์รอดจากหลุม!ทารกบราซิลถูกฝังทั้งเป็น 8 ชม.

 

แต่แล้วก็ต้องช็อกเมื่อได้ยินเสียงครางเบาๆจากทารก มีเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า เด็กยังไม่ตาย เรียกรถพยาบาลด่วน จากนั้น พวกเขาก็ชะลอความเร็วลงเพื่อไม่ให้ทารกได้รับอันตราย ค่อยๆปัดเศษฝุ่นและดินแห้งๆ ปลดปล่อยทารกจากหลุมลึกประมาณ 50 ซ.ม.ขึ้นมาสำเร็จ เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.  ตำรวจที่ช่วยเด็กกล่าวว่า มันคือปาฏิหาริย์ที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม

ทารกหญิงยังมีสายสะดือติดอยู่ และพยายามหายใจ หลังจากถูกฝังใต้ดิน 8 ชม. ตำรวจนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลทันที หน่วยแพทย์ให้ออกซิเจนเด็กบนรถพยาบาล

 

(ชมคลิป) ปาฏิหาริย์รอดจากหลุม!ทารกบราซิลถูกฝังทั้งเป็น 8 ชม.

 

แพทย์ส่งทารกเข้าห้องผู้ป่วยดูแลพิเศษ หลังตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบกระโหลกศีรษะร้าว 2 จุด แต่อาการโดยรวมดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ผ่านเรื่องราวเลวร้ายสุดขีดตั้งแต่ลืมตาดูโลก

 

(ชมคลิป) ปาฏิหาริย์รอดจากหลุม!ทารกบราซิลถูกฝังทั้งเป็น 8 ชม.

 

ทารกอยู่ในชนเผ่า นุกนิคุส (Nuknikus)   คาดว่าคลอดเมื่อราวเที่ยงวัน แม่เด็กอายุเพียง 15 ปี เธออ้างว่าอยู่คนเดียวตอนเจ็บท้องในห้องน้ำและคลอดลูกกะทันหัน ทารกตกศีรษะกระแทกพื้น และไม่หายใจ เธอจึงนำไปฝังในอุทยานแห่งขาติซินกู รัฐกรอสโซ ซึ่งเป็นถิ่นของชนเผ่าพื้นเมือง เวลา 14.00 ของวันเดียวกัน

อัยการสั่งจับกุมทวดของเด็ก  เพื่อสอบสวนว่าเป็นความพยายามฆ่าทารกหรือไม่ หรือคิดว่าทารกตายแล้วจริงๆ

ทวดวัย 57 ปีอ้างว่าทารกไม่ร้องเลยหลังคลอด จึงเชื่อว่าเหลนของเธอตายและทำตามประเพณีชนเผ่า ใช้ผ้าห่อร่างทารกและฝังดิน ครอบครัวยอมรับว่าไม่ได้แจ้งตาย แต่ยึดมั่นประเพณีชนเผ่า จึงไม่ยอมบอกแต่แรกว่าหลุมศพอยู่ไหน

ทีมสอบสวนสัมภาษณ์ครอบครัว ร่วมกับนักมานุษยวิทยา นักจิตวิทยาและตัวแทนจากฟูไน หน่วยงานรัฐบาลที่รับผิดชอบกิจการชนเผ่าพื้นเมือง การสอบสอบมุ่งให้เกิดความแน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้น มีประเด็นเชิงมานุษยวิทยาที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมชนเผ่าหรือไม่ ขณะตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของแม่ที่ว่าทารกตกพื้น เนื่องจากตัวเธอเองอายุเพียง 15 ปี และพ่อเด็กไม่ยอมรับเด็กในท้อง จึงสงสัยว่าอาจเป็นความพยายามกำจัดเด็ก

ช็อก!พระขนิษฐาควีนเนเธอร์แลนด์เสียชีวิตคาดฆ่าตัวตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329379

ช็อก!พระขนิษฐาควีนเนเธอร์แลนด์เสียชีวิตคาดฆ่าตัวตาย

ควีนเนเธอร์แลนด์,พระขนิษฐา,พระขนิษฐาควีนเนเธอร์แลนด์,อีเนส,ฆ่าตัวตาย

สมเด็จพระราชินีเนเธอร์แลนด์ทรงโทมนัส สูญเสียพระขนิษฐา ในวัยเพียง 33 ปี

 

อีเนส ซอร์เรกัวตา พระขนิษฐาในสมเด็จพระราชนีแม็กซิมา แห่งเนเธอร์แลนด์ ถูกพบเสียชีวิตภายในบ้านพัก ในกรุงบูเอโนสไอเรส เมืองหลวงอาร์เจนตินา เมื่อคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น

ช็อก!พระขนิษฐาควีนเนเธอร์แลนด์เสียชีวิตคาดฆ่าตัวตาย 

 

โฆษกรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ยืนยันกับสื่อท้องถิ่น La Nacion ถึงการเสียชีวิตของอีเนส ซึ่งทำงานในกระทรวงพัฒนาสังคมของอาร์เจนตินา และสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต

เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายศพจากบ้านของเธอในเช้าตรู่วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อทำการชันสูตร
นิตยสาร Hello! รายงานว่าสมเด็จพระราชินีแม็กซิมา ทรงปรับและยกเลิกหมายกำหนดการต่างๆในช่วงนี้ เพื่อเสด็จไปยังประเทศบ้านเกิดอาร์เจนตินาโดยเร็ว

 

ช็อก!พระขนิษฐาควีนเนเธอร์แลนด์เสียชีวิตคาดฆ่าตัวตาย 

(สมเด็จพระราชินีแม็กซิมา ) 

 

เดิมพระองค์มีหมายกำหนดการเสด็จร่วมเทศกาลฮอลแลนด์ ในสัปดาห์นี้ แต่ได้ยกเลิกแล้ว นอกจากนี้ ยังเตรียมติดตามพระสวามี สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ แห่งเนเธอร์แลนด์ เยือนเอสโทเนีย ลิทัวเนีย และลัตเวียในสัปดาห์หน้า

 

 

นับเป็นการสูญเสียอีกครั้งในเวลาห่างกันไม่นาน เมื่อปีที่แล้ว สมเด็จพระราชินีแม็กซิมา พร้อมด้วยพระสวามี และพระราชธิดา 3 พระองค์ เพิ่งเสด็จอาร์เจนตินา เพื่อร่วมงานศพของบิดา ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในวัย 89 ปี

 

ช็อก!พระขนิษฐาควีนเนเธอร์แลนด์เสียชีวิตคาดฆ่าตัวตาย 

 

อีเนสเป็นธิดาคนสุดท้องของ จอร์จ ซอร์เรกัวตา กับ มาเรีย เดล คาร์เมน เคอร์รูติ คาร์ริคาร์ต ในบรรดาบุตรและธิดา 7 คน นอกจากนี้ เธอยังเป็นแม่ทูนหัวของเจ้าหญิงอาเรียน พระราชธิดาองค์สุดท้อง ของพระราชินีแม็กซิมา

หัวงูฉกพ่นพิษใส่ชายมะกันเกือบตายหลังฟันคอขาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329308

หัวงูฉกพ่นพิษใส่ชายมะกันเกือบตายหลังฟันคอขาด

หัวงูฉก,ฟันขาดสองท่อน,พิษงู,หนุ่มมะกัน,เกือบตาย

พ่อบ้านเจอพิษงูเกือบตาย หลังฟันงูขาดสองท่อนแล้วแต่ไม่สิ้นฤทธิ์

ชายชาวอเมริกันในรัฐเท็กซัส เจองูหางกระดิ่งยาว 120 ซ.ม. ขณะกำลังทำสวนที่บ้าน  จึงคว้าเสียมฟันหัวขาด คิดว่ามันคงตายแล้ว แต่ขณะพยายามเก็บหัวของมัน งูกลับฉกกัดปล่อยพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

เจนนิเฟอร์ ซัตคลิฟ ภรรยาของเขา เปิดเผยสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า เหตุเกิดเมื่อ 27 พฤษภาคม และหมอกล่าวในตอนแรกว่า สามีของเธออาจไม่รอด แต่ขณะนี้ กำลังฟื้นตัว หลังได้เซรุ่มพิษงู 26 หลอด แพทย์กล่าวว่า การทำงานของไตคนไข้ยังไม่ดีนัก แต่อาการโดยรวมทรงตัว

 

หัวงูฉกพ่นพิษใส่ชายมะกันเกือบตายหลังฟันคอขาด

 

หลังจากโดนงูกัด ภรรยาของเขาพยายามพาสามีส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ขณะนั้นเขามีอาการชักเกร็ง มองไม่เห็น และเลือดออกภายใน ภาพถายแสดงให้เห็นว่ามือของเขาบวมพองสีม่วงคล้ำ

เลสลีย์ โบเยอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเซรุ่มพิษงู และผู้อำนวยการสถาบันงูพิษ รัฐแอริโซนา กล่าวว่า นี่เป็นความผิดพลาดคลาสสิก คนไม่ค่อยตระหนักคุณสมบัติข้อนี้ของสัตว์เลื้อยคลาน หัวงูที่ถูกตัดจากตัว ยังทำงานได้ รวมถึงต่อมพิษเป็นเวลาอีกนานหลังจากนั้น และจริงๆ ร่างกายอีกส่วนก็ยังทำงาน

 

หัวงูฉกพ่นพิษใส่ชายมะกันเกือบตายหลังฟันคอขาด

 

เธอไม่แน่ใจว่า งูที่ถูกฟันขาดจะยังมีชีวิตอีกนานแค่ไหน แต่เคยได้ยินว่า มันยังขยับได้หลังถูกฟันขาดสองท่อนไปแล้วถึง 12 ชม. นักวิชาการท่านนี้เตือนว่า การฟันงูขาดเป็นหนึ่งในวิธีผิดพลาดที่สุดในการจัดการสถานการณ์เช่นนี้ นอกจากทารุณสัตว์แล้วยังเป็นอันตรายกับตัวเอง ทางที่ดีกว่าคือถอยห่างสัก 2 ก้าว และเรียกผู้เชี่ยวชาญมาจับ หรือจับออกไปเองหากรู้วิธี การฆ่างูที่พอแนะนำได้คือ เวลาที่เจอมันอยู่ในพื้นที่จำกัด และเป็นอันตรายเฉพาะหน้า

สลด!5ขวบญี่ปุ่นทิ้งโน้ตวอนพ่อแม่เลิกทำร้ายก่อนอดตายคาบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329237

สลด!5ขวบญี่ปุ่นทิ้งโน้ตวอนพ่อแม่เลิกทำร้ายก่อนอดตายคาบ้าน

5 ขวบญี่ปุ่น,อดตาย,พ่อแม่,วิงวอน,ทิ้งโน้ต,ทรมาน

ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมแม่กับพ่อเลี้ยง ต้องสงสัยปล่อยลูก 5 ขวบอดตายคาบ้าน พบเด็กเขียนบันทึกวิงวอนจะเป็นเด็กดีขอให้เลิกทำร้าย

 

กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญและเศร้าสลดในญี่ปุ่น กรณีการเสียชีวิตของเด็กหญิง ยูอะ ฟุนะโตะ วัย 5 ขวบเมื่อเดือนมีนาคม หลังถูกพ่อเลี้ยงและแม่แท้ๆทำร้าย และตายอย่างทรมาน ล่าสุด ตำรวจยังพบว่าเด็กหญิงได้เขียนบันทึก วิงวอนให้พ่อและแม่เลิกทำร้าย และจะพยายามปรับปรุงตัว

ตำรวจจับกุมนายยูดาอิ ฟุนาโตะ พ่อเลี้ยงวัย 33 ปี และนาง ยูริ  มารดาวัย 25 ปีของเด็กหญิง  ฐานต้องสงสัยว่าไม่ให้ลูกสาวกินอาหารหรือให้การรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม เป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิตที่บ้านในเขตเมกุโระ เมื่อเดือนมีนาคม

สามีภรรยาคู่นี้เริ่มทุบตีและไม่ให้เด็กรับประทานอย่างเพียงพอมาตั้งแต่เดือนมกราคม แม่เด็กสารภาพว่า ฟุนะโตะซึ่งไม่ใช่พ่อแท้ๆจะคอยบอกเด็กหญิงว่าเธออ้วน และบังคับให้ตื่นแต่ตี 4 ทุกเช้า มาชั่งและจดน้ำหนัก และต้องฝึกคัดตัวอักษรฮิระงะนะ

แต่ละมื้อ เด็กหญิงยูอะจะได้กินแค่ซุปถ้วยเดียว กับข้าวครึ่งถ้วย จนน้ำหนักลด 4 ก.ก.ในเวลา 2 เดือน นับจากเริ่มอาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงเมื่อปลายมกราคม

 

  ( นางยูริ ฟุนาโตะ มารดาเด็กหญิง ที่ถูกจับกุมตัวเมื่อวานนี้ ) 

การทอดทิ้งของพ่อแม่ทำให้ยูอะ เสียชีวิตจากอาการปอดบวมและติดเชื้อ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม โดยขณะพบศพ เด็กหญิงมีน้ำหนักตัวแค่ 12 กิโลกรัม ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของน้ำหนักเด็กวัยเดียวกัน 7 ก.ก. นอกจากนี้ เด็กหญิงยังมีแผลจากน้ำแข็งกัดเท้า เพราะพ่อเลี้ยงบังคับให้เด็กนอนที่ระเบียงทั้งที่อากาศหนาว

ตำรวจพบบันทึกที่เด็กหญิงเขียนไว้ว่า “หนูจะทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ โดยไม่ต้องรอให้พ่อกับแม่บอก ได้โปรดอภัยให้หนู” มีข้อความสัญญาว่าจะพยายามทำในสิ่งที่เคยทำไม่ได้ และจะปรับปรุงให้ดีขึ้น  เธอยังเขียนโทษตัวเองว่าการเล่นเป็นเรื่องไร้สาระ และสัญญาจะไม่ทำอีก

เด็กหญิงเป็นลูกติดจากภรรยาของนายยูดาอิ ทั้งคู่มีลูกชายวัย 1 ขวบที่เลี้ยงดูอย่างดี

ยูดาอิ เป็นคนว่างงาน เขาถูกส่งฟ้องแล้วครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม ฐานทำร้ายร่างกายเด็กหญิง พนักงานสอบสวนพบว่า เด็กหญิงมีเลือดออกในสมองและรอยช้ำที่ตาและศีรษะ ซึ่งพ่อเลี้ยงยอมรับว่าชกหน้าลูกเลี้ยงวัย 5 ขวบหลายครั้ง ขณะภรรยาทำเป็นไม่รับรับรู้

ยูอะถูกบังคับให้นอนคนเดียวในอีกห้อง ส่วนพ่อแม่กับน้องชาย นอนด้วยกัน นอกจากนี้ เธอยังถูกทิ้งไว้ในห้องที่ไม่เครื่องทำความร้อนขณะอากาศหนาว ขณะพ่อแม่ออกไปชอปปิ้งกับน้องชาย

ทั้งคู่บอกตำรวจด้วยว่าเหตุที่ไม่ได้พาลูกส่งโรงพยาบาลเร็วกว่านั้นเพราะกลัวความผิด แต่สุดท้าย พ่อเลี้ยงโทรแจ้งเบอร์ฉุกเฉินในวันที่ 2 มีนาคมว่า ลูกสาวกินอะไรไม่ได้สองสามวันและอาเจียน หัวใจเด็กเหมือนจะหยุดเต้น

ครอบครัวนี้เคยอาศัยอยู่ในจังหวัดคากาวะ  และเคยถูกเจ้าหน้าที่นำตัวเด็กไปอยู่ในความดูแลของศูนย์สวัสดิภาพเยาวชน 2 ครั้ง ก่อนย้ายไปโตเกียว นอกจากนี้ ตำรวจคากาวะ เคยส่งเรื่องฟุนาโตะให้สำนักอัยการดำเนินคดี ฐานต้องสงสัยทำให้ลูกเลี้ยงบาดเจ็บ

เมื่อครอบครัวย้ายไปโตเกียว ทางการคากาวะ  แจ้งสำนักงานสวัสดิภาพเด็กเขตชินางาวะรับเรื่องไว้ แตเมื่อตัวแทนสำนักงานไปเยี่ยมที่อพาร์ทเมนท์ของฟุนะโตะเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ แม่เด็กไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไป

ตำรวจจับกุมพ่อเลี้ยงของเด็กก่อนเมื่อมีนาคม ฐานต้องสงสัยทำร้ายลูกเลี้ยงด้วยการตบหน้าในเดือนก่อนหน้าที่เด็กเสียชีวิต ขณะนางยูริ มารดาอ้างขณะนั้นว่า เธอกลัวสามีจนไม่กล้ายื่นมือยุ่ง แต่ตำรวจกล่าวว่า เวลานี้ มีหลักฐานมากพอเอาผิดทั้งคู่ ว่าร่วมกันทำร้ายลูกสาวจนถึงแก่ความตาย

ญี่ปุ่นถอดบทเรียนโศกนาฏกรรม 5 ขวบถูกพ่อแม่ทรมานอดตาย 

อึ้ง!ทหารมะกันขโมยรถหุ้มเกราะขับตะลุยทางหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329200

อึ้ง!ทหารมะกันขโมยรถหุ้มเกราะขับตะลุยทางหลวง

รถหุ้มเกราะ,ทหารขโมยรถหุ้มเกราะ,ถนนใหญ่,ขับบนถนนใหญ่,ทหารสหรัฐ

ตำรวจรัฐเวอร์จิเนียได้แต่ขับตามอยู่ 2 ชั่วโมง ทหารที่ขโมยรถหุ้มเกราะมาขับ จึงยอมหยุดและมอบตัว

 

ทหารสหรัฐคนหนึ่งก่อเหตุประหลาด ขโมยรถลำเลียงพลหุ้มเกราะจากฐาน “ฟอร์ท พิคเค็ต” ของกองกำลังพิทักษ์ชาติ หรือ เนชันแนล การ์ด ในเมืองแบล็คสโตน ในรัฐเวอร์จิเนีย ออกมาขับบนถนน เมื่อค่ำวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น .

 

ตำรวจไม่สามารถใช้แผงโลหะแหลมที่ปกติจะใช้วางขวางถนนเพื่อสกัดและระเบิดยางรถยนต์ที่ขโมยมา ได้แต่ขับไล่ตามรถตีนตะขาบที่วิ่งด้วยความเร็ว 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนสายหลักของเมืองริชมอนด์

ระหว่างนั้น ตำรวจต้องวุ่นวายกับการเคลียร์เส้นทาง  และปิดทางออกไฮย์เวย์ 6 จุด ขณะที่ด้านบน มีเฮลิคอปเตอร์ตำรวจส่องไฟติดตามความเคลื่อนไหว สุดท้าย ทหารยอมหยุดรถที่ถนนอีสต์บรอด ห่างจากศาลาว่าการเมืองแค่หนึ่งช่วงตึก และมอบตัว ปิดฉากการขับไล่ตามเป็นระยะทาง 95 กิโลเมตร

 

 อึ้ง!ทหารมะกันขโมยรถหุ้มเกราะขับตะลุยทางหลวง

( ภาพ Richmond Times Dispatch ) 

 

ผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนหนึ่งเล่าว่าตำรวจส่งสุนัขตำรวจกระโจนเข้าใส่ทหาร และใช้ปืนไฟฟ้าช็อต ก่อนนำตัวไปสอบปากคำ แต่ตำรวจไม่ยืนยันเรื่องนี้

ตำรวจเวอร์จิเนียกล่าวว่า รถหุ้มเกราะที่ขโมยมาไม่ได้ติดอาวุธใดๆ แต่ไม่เปิดเผยชื่อคนขับ และไม่บอกว่าทหารนำทรัพย์สินชิ้นใหญ่ขนาดนี้ออกจากหน่วยแนชันแนลการ์ดได้อย่างไร

 

Parker Slaybaugh@ParkerSlay89

This is INSANE! Someone has hijacked a “Tank-like” vehicle from Fort Pickett and just drove it by our apartment! This is on Broad Street in the Fan.

 

“นี่มันบ้าบอมา ใครบางคนขโมยรถหน้าตาเหมือนรถถังจากฟอร์ต พิคเค็ต เพิ่งขับผ่านหน้าอพาร์ทเมนท์ของผมไป” ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @ParkerSlay89 ทวิตข้อความพร้อมคลิป

เหตุการณ์ที่รถหุ้มเกราะแล่นตะลุยไปเรื่อยๆในเมือง ไม่สนสัญญาณไฟจราจร เสียงไซเรนกระหึ่มทั่วถนน ถูกนำไปเปรียบเทียบกับเกมวิดีโอ  Grand Theft Auto หรือ จีทีเอ ที่ให้ผู้เล่นทำกิจกรรมอิสระในเขตเมือง ขโมยรถ หรือก่ออาชญากรรม

เม็กซิโกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐจ้องทุบฐานเสียงทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329175

เม็กซิโกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐจ้องทุบฐานเสียงทรัมป์

เม็กซิโก,เก็บภาษีสินค้าสหรัฐ,ฐานเสียงทรัมป์,ฐานเสียงรีพับลิกัน,ตอบโต้

เม็กซิโกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการที่ส่อกระทบคะแนนเสียงรีพับลิกัน ก่อนเลือกตั้งกลางสมัยปลายปี

 

กระทรวงเศรษฐกิจเม็กซิโก เผยรายการสินค้าสหรัฐที่จะถูกเก็บภาษีระหว่าง 15-25 % เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมจากเม็กซิโก

 

 เม็กซิโกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐจ้องทุบฐานเสียงทรัมป์

 

สินค้าส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์เกษตร อาทิ เนื้อสุกร ชีส องุุ่น แอปเปิล มันฝรั่ง จนถึงวิสกี แต่ก็มีสินค้าอย่างเหล็กแผ่น และท่อ รวมอยู่ด้วย โดยมูลค่าส่งออกรวมอยู่ที่ราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 เม็กซิโกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐจ้องทุบฐานเสียงทรัมป์

 

เม็กซิโกและพันธมิตรสหรัฐ รวมถึงสหภาพยุโรปและแคนาดาต่างก็มีหรือกำลังจะมีมาตรการตอบโต้กลับ รวมถึงการยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก หลังจากรัฐบาลทรัมป์ เริ่มเก็บภาษีเหล็ก 25 % และอลูมิเนียม10% เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว

แถลงการณ์กระทรวงเศรษฐกิจระบุว่า เม็กซิโกมีสิทธิดำเนินมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อการค้าเท่าเทียมกัน และอาจปรับปรุงรายการสินค้าที่มีต้นทางจากสหรัฐอเมริกาได้อีก

 

 เม็กซิโกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐจ้องทุบฐานเสียงทรัมป์

 

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเรียกเก็บภาษีสินค้าส่งออกจากสหรัฐ มุ่งกระทบพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน ที่จะต้องทำศึกเลือกตั้งกลางสมัยในเดือนพฤศจิกายนนี้ เช่น  รัฐไอโอวา รัฐผลิตเนื้อสกุรรายใหญ่สุดในสหรัฐ ต่อไปต้องเจอภาษีศุลกากร 20% สำหรับการส่งออกขาและไหล่สุกรไปยังเม็กซิโก ซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหญ่สุด และผู้ผลิตเหล้าเบอร์เบินในรัฐเคนตักกี้ ของ มิตช์ แมคคอนเนลล์ ประธานวุฒิสภาจากรีพับลิกัน จะถูกเก็บภาษี 25%

การค้าสองฝ่ายระหว่างสหรัฐ-เม็กซิโก มีมูลค่าราว 6 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี

เม็กซิโกส่งออกสินค้าราว 80% ไปยังสหรัฐ กลับกัน สหรัฐส่งออกสินค้า 16% ไปยังเม็กซิโก