ฟาสต์ฟูดดังโดนปิดเซ่นคลิปหนูวิ่งเล่นบนขนมปัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329136

ฟาสต์ฟูดดังโดนปิดเซ่นคลิปหนูวิ่งเล่นบนขนมปัง

หนู,ฟาสต์ฟูด,เบอร์เกอร์คิง,คลิปไวรัล,หนูวิ่งเล่น,วิ่งพล่าน

ทางการรัฐเดลาแวร์ปิดร้านสาขาเบอร์เกอร์คิง หลังคลิปฟ้องหนูวิ่งพล่านบนขนมปัง ตรวจสอบเจอขี้หนูแทบทุกจุด

 

สำนักงานบริการสังคมและสาธารณสุขรัฐเดลาแวร์ สั่งปิดร้านฟาสต์ฟูด“เบอร์เกอร์ คิง” บนถนนคองคอร์ด ไพค์ เมืองวิลมิงตันชั่วคราว เนื่องจากกระทำการฝ่าฝืนระเบียบสุขภาพอนามัยอย่างร้ายแรงสุ่มเสี่ยงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

หลังผลตรวจสอบพบขี้หนูบนพาเลท หรือแท่นที่ใช้วางขนมปังสำหรับทำเบอร์เกอร์ ทั้งยังพบบนพื้นใกล้กับเครื่องทำน้ำแข็ง เครื่องต้มน้ำ ใต้ตู้เก็บของ ใกล้กล่องโซดา และหลังเครื่องทอดอาหาร

ด้าน เบอร์เกอร์คิง เปิดเผยกับ ซีบีเอส ฟิลลี ว่าร้านที่มีหนูชุกชุมในเดลาแวร์ เป็นเพียงกรณีเดียว ยืนยันว่าความปลอดภัยด้านอาหารและสุขอนามัย ยังมีความสำคัญเป็นอันดับแรก ร้านนี้จะปิดชั่วคราวและจะเปิดบริการอีกครั้งทันทีเมื่อแก้ปัญหาลุล่วง

การสอบสวนเป็นผลจากคลิปไวรัลบนเฟซบุุ๊ก ของ Shantel Johnson ซึ่งมียอดวิวเกือบ 8 แสน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยไม่ได้บอกว่าบันทึกคลิปนี้มาได้อย่างไร

กระนั้น ใช่ว่าทุกคนที่เห็นคลิปหนูเข้าไปอยู่ในถุงขนมปังเบอร์เกอร์แล้วจะหันหลังให้กับเบอร์เกอร์คิง

มีบางคนที่บอกว่าคงไม่คิดไปกินอีก หรือนี่เป็นเหตุผลที่ไม่ชอบซื้ออาหารกินนอกบ้าน ขณะบางคนมองว่าเป็นเรื่องขบขัน อย่างความเห็นที่บอกว่า  “ฮัลโหล ขอต้อนรับสู่ Rat King”

ฟาสต์ฟูดดังโดนปิดเซ่นคลิปหนูวิ่งเล่นบนขนมปัง  

ขณะอีกคนกล่าวว่า เหมือนหนังแอนนิเมชันดิสนีย์  Ratatouille พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก ว่าด้วยเรื่องราวของเรมี ที่ฝันอยากเป็นเชฟทั้งที่ตัวเองเป็นหนู แต่เวอร์ชันที่เห็นในคลิป เรมีกำลังทำขนมปัง

“เคท สเปด” ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329120

“เคท สเปด” ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

ข่าวต่างประเทศ,Kate Spade New York,Kate Spade,ดีไซน์เนอร์,ชื่อดัง,แบรนด์ดัง,ฆ่าตัวตาย,เสื้อผ้า,กระเป๋า

พบศพ “ดีไซน์เนอร์ชื่อดัง” ในบ้านพักหรูย่าน Manhattan’s Upper East Side มหานครนิวยอร์ก พร้อมจดหมายลาตาย “รักลูก ไม่ใช่ความผิดของลูก และให้ไปถามพ่อ”

เคท สเปด (Kate Spade) แฟชั่นดีไซน์เนอร์ วัย 55 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ภายใต้ชื่อของเธอ ผูกคอตายด้วยผ้าพันคอ ที่บ้านพักหรูในแถบปาร์ค อะเวนิว ย่าน Manhattan’s Upper East Side ของนครนิวยอร์ก เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น และทิ้งจดหมายลาตายสั้นๆ ไว้ให้ลูกสาว โดยบอกว่า “รักลูก ไม่ใช่ความผิดของลูก และให้ไปถามพ่อ”

ภาพ : เอเอฟพี

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

 

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

"เคท สเปด" ทิ้ง จ.ม.ลาตายให้ลูกไปถามพ่อ

ภาพ : เอเอฟพี

แม่บ้านเป็นผู้พบร่างที่หมดสติและไม่ตอบสนองของ เคท ซึ่งก่อตั้งแบรนด์ดังร่วมกับ แอนดรูว์ สเปด สามี เมื่อปี 2536 ที่เริ่มต้นจากกระเป๋าถือ และเปิดสาขาแรกที่นิวยอร์กในปี 2539 มีสาขาหลายร้อยแห่งทั่วโลก แต่ขายกิจการเมื่อปี 2550 ก่อนที่ “โค้ช” คู่แข่ง จะมาซื้อกิจการไปเมื่อปีที่แล้ว ในมูลค่า 2,400 ล้านดอลลาร์ แต่ยอดขายไม่น่าพอใจ

สุดปลื้ม !! นายกฯ ดัตช์ทำกาแฟหกเอง-เช็ดเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329091

สุดปลื้ม !! นายกฯ ดัตช์ทำกาแฟหกเอง-เช็ดเอง

ข่าวต่างประเทศ,คลิป,นายกฯ,เปรียบ,นายกรัฐมนตรี,ดัตช์,แก้วกาแฟ,หก,เช็ด,รัฐสภา,เนเธอร์แลนด์,ทวิตเตอร์

ผู้นำเนเธอร์แลนด์เรียกเสียงกรี๊ดชาวโซเชียล ทำกาแฟหกพื้นรัฐสภา ไม่ทิ้งเป็นภาระใคร จับไม้ถูพื้นจัดการเอง

คลิปวิดีโอที่นักการทูตเนเธอร์แลนด์คนหนึ่งนำไปเผยแพร่ทางทวิตเตอร์ แสดงให้เห็น นายกรัฐมนตรี มาร์ค รุตต์ ก้มเก็บแก้วกาแฟที่เขาทำร่วงจากมือหกเลอะพื้นรัฐสภา หลังเดินผ่านเครื่องตรวจรักษาความปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้เรียกใช้ใครมาจัดการต่อ ผู้นำในชุดสูทกลับเดินไปหยิบไม้ถูกพื้นจากพนักงานทำความสะอาด และลงมือเช็ดถูกาแฟเอง ท่ามกลางเสียงเชียร์ของพนักงานทำความสะอาด

ความอ่อนน้อมไม่ถือตัวของนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์เรียกเสียงชื่นชม บางคนแสดงความเห็นว่า หากนักการเมืองทุกคนมีอารมณ์ขัน และไม่ถือตัวแบบนายกฯ คนนี้บ้าง ก็คงจะดี บ้างก็นำไปเปรียบกับนายกรัฐมนตรีของตัวเองว่า หากทำกาแฟหก ก็คงเดินจากไปเท่านั้น หรือไม่ก็เหน็บว่า นักการเมืองหยิ่งยะโสเจ้ายศเจ้าอย่างทั้งหลายจะได้เรียนรู้อะไรจากนายกฯ เนเธอร์แลนด์บ้างหรือไม่

 

สุดปลื้ม !! นายกฯ ดัตช์ทำกาแฟหกเอง-เช็ดเอง

 

สุดปลื้ม !! นายกฯ ดัตช์ทำกาแฟหกเอง-เช็ดเอง

 

สุดปลื้ม !! นายกฯ ดัตช์ทำกาแฟหกเอง-เช็ดเอง

 

สุดปลื้ม !! นายกฯ ดัตช์ทำกาแฟหกเอง-เช็ดเอง

 

สุดปลื้ม !! นายกฯ ดัตช์ทำกาแฟหกเอง-เช็ดเอง

 

Alexander Verbeek 🌍

@Alex_Verbeek

🌍

Question: what would the president or prime minister of your country do if he/she would accidentally drop a cup of coffee? ☕️

I am proud of Dutch Prime Minister Mark Rutte @MinPres 🇳🇱

And this is not just because it is

 

 

เวที”มิส อเมริกา”โบกมือลาชุดว่ายน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329081

เวที”มิส อเมริกา”โบกมือลาชุดว่ายน้ำ

มิสอเมริกา,นางงามอเมริกา,บิกีนี,โบกมือลา,สมอง,ชุดราตรี

ปฏิวัติเวทีประกวดนางงาม เวทีมิสอเมริกา 2019 จะไม่ได้เห็นผู้เข้าประกวดอวดหุ่นในชุดว่ายน้ำอีกต่อไป

 

เกรตเชน คาร์ลสัน อดีตนางงามอเมริกา ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการ มิส อเมริกา ออร์กาไนเซชั่น ประกาศในรายการ กูด มอร์นิง อเมริกา สถานีเครือข่าย ABC ว่า มิสอเมริกาจะไม่ใช่เวทีประชันความงามอีกต่อไป แต่คือการแข่งขัน
การประกวดเรือนร่างในชุดว่ายน้ำจะถูกตัดออก เปลี่ยนเป็นการให้ตัวแทนจาก 50 รัฐกับดิส ทริค ออฟโคลัมเบีย ตอบคำถามของคณะกรรมการเกี่ยวกับความสนใจส่วนตัว แสดงปฏิภาณไหวพริบ และความเข้าใจภารกิจของนางงามอเมริกา

ส่วนชุดราตรีก็เป็นอีกส่วนที่จะถูกตัดออกไป เปลี่ยนเป็นให้สาวงามสวมชุดอะไรก็ได้ที่ทำให้พวกเธอรู้สึกมั่นใจและเผยสไตล์ของตัวเอง นอกจากนี้ กองประกวดยังมีความริเริ่มทางสังคม ที่ให้สาวงามเลือกตามความสนใจและอภิปรายว่าจะผลักดันสู่เป้าหมายนั้นได้อย่างไร

 

Cara Mund

@MissAmerica

We’re changing out of our swimsuits and into a whole new era

 

คาร์ลสันกล่าวว่า เราได้ยินสาวๆหลายคนพูดกันว่า พวกเธออยากร่วมประกวด แต่ไม่อยากออกไปยืนบนเวทีในชุดว่ายน้ำและสวมส้นสูง ซึ่งขณะนี้ ไม่ต้องทำแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว “ใครกันที่ไม่อยากเป็นตัวของตัวเอง ได้เรียนรู้ทักษะความเป็นผู้นำ และจ่ายค่าเล่าเรียนเองได้ อีกทั้งยังได้แสดงให้โลกเห็นว่าภายนอกกับภายในคือคนคนเดียวกัน และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราจะใช้ตัดสินพวกเธอ”

 

 เวที"มิส อเมริกา"โบกมือลาชุดว่ายน้ำ 

 

นอกจากเป็นอดีตมิสอเมริกาในปี 1989 คาร์ลสันยังเป็นแถวหน้าของขบวนการ #MeToo คนหนึ่ง เธอยื่นฟ้อง โรเจอร์ ไอเลส อดีตประธานและซีอีโอฟอกซนิวส์ ที่ต่อมาต้องลาออกหลังถูกกดดันจากพนักงานเพราะพฤติกรรมลวนลาม

คาร์ลสันกล่าวว่า เธอไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะขึ้นตามมาตอนตัดสินใจฟ้องอดีตเจ้านายฐานลวนลามเมื่อ 22 เดือนก่อนหน้านั้น แต่จำเป็นที่ผู้หญิงต้องลุกขึ้นยืนหยัดต่อสู้ หากเธอเป็นความหวังเล็กน้อยให้กับผู้หญิงคนใดได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า

 

 

การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉม ยังมุ่งยกระดับภาพลักษณ์กองประกวด ให้เปิดกว้าง เน้รการมีส่วนร่วมและโปร่งใส

มิสอเมริกาเผชิญเรื่องอื้อฉาวในปีนี้ เมื่ออีเมล์ภายในรั่วออกมาจาก แซม แฮสเคลล์ อดีตซีอีโอ ที่มีเนื้อหาดูถูกบรรดาอดีตนางงามอเมริกา รวมถึงคาร์ลสัน ทั้งเรื่องรูปลักษณ์ สติปัญญาและชีวิตส่วนตัว
ปัจจุบัน คาร์ลสัน เป็นส่วนหนึ่งในทีมผู้นำมิสอเมริกา ที่เป็นหญิงล้วน

สำหรับการแข่งขัน มิสอเมริกา 2019 จะออกอากาศทางช่องเอบีซี ในวันที่ 9 กันยายน

ฮือไล่ตะเพิดทูตสหรัฐคนใหม่ประจำเยอรมนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329046

ฮือไล่ตะเพิดทูตสหรัฐคนใหม่ประจำเยอรมนี

ทูตสหรัฐประจำเยอรมนี,ตะเพิด,ไล่ตะเพิด,จุ้นการเมืองภายใน

ริชาร์ด เกรเนลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเยอรมนี จุดชนวนไม่พอใจอย่างหนักในหมู่นักการเมืองหัวซ้าย แทรกแซงการเมืองภายใน

 

โดยในวันเดียวกับที่เกรเนลล์ รับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเยอรมนี เมื่อ 8 พฤษภาคม เขาทวิตว่าบริษัทเยอรมนีควรเลิกทำธุรกิจกับอิหร่าน เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับนี้แล้ว และเปิดประเด็นใหม่เมื่อสุดสัปดาห์ หลังให้สัมภาษณ์เวบไซต์สื่อขวาจัดว่า ภารกิจของเขาคือการปลุกพลังฝ่ายอนุรักษ์นิยมและผู้นำรัฐบาลอนุรักษ์นิยมทั่วยุโรป

 

เกรเนลล์ ยังสร้างความประหลาดใจเมื่อเปิดเผยว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน นายเซบาสเตียน ครูซ ผู้นำขวาจัดของออสเตรียที่เคยวิจารณ์นโยบายผู้อพยพของเยอรมนี แต่ทูตสหรัฐระบุว่าเป็นร็อคสตาร์ นอกจากนี้ เกรเนลล์ยังพูดวิจารณ์เยอรมนีว่ากำลังสูญความน่าเชื่อด้านการทหาร เพราะจัดสรรงบกลาโหมไม่เพียงพอ

เอกอัครราชทูตสหรัฐจึงถูกกล่าวหาว่าละเมิดอนุสัญญาเจนีวา 1961 ที่นักการทูตจะต้องไม่ก้าวล่วงกิจการภายในของประเทศอื่น

มาร์ติน ชูลซ์ อดีตหัวหน้าพรรคโซเชียลเดโมแครต กล่าวว่า สิ่งที่คนคนนี้กำลังทำอยู่ ไม่เคยพบเคยเห็นในวงการทูตระหว่างประเทศ “หากทูตเยอรมนีไปพูดในวอชิงตันว่าเขาไปที่นั่นเพื่อปลุกพลังเดโมแครต คงถูกไล่ตะเพิดออกมาทันที”  ชูลซ์ กล่าวด้วยว่า ทูตสหรัฐไม่ได้ประพฤติตัวสมกับทูตแต่เป็นเจ้าหน้าที่อาณานิคมขวาจัด

ท่ามกลางกระแสเดือดดาล ไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี กล่าวว่า จะขอให้ทูตเกรเนลล์ได้อธิบายการแสดงความเห็นที่เป็นประเด็น ระหว่างมาเยือนกระทรวงเป็นครั้งแรกในวันนี้ แต่ซาห์รา วาเกนเนท หัวหน้าพรรคลิงเคอ ซึ่งเป็นพรรคซ้ายจัด กล่าวว่า รัฐบาลเบอร์ลินควรขับทูตทันทีแทนเชิญมานั่งคุยและดื่มกาแฟ “คนอย่างริชาร์ด เกรเนลล์ ที่คิดว่าตนเองเป็นเจ้านายเหนือยุโรปและกำกับว่าใครควรปกครอง ก็ไม่ควรอยู่ในเยอรมนีในฐานะทูต”

กรณีขัดแย้งจากทูตใหม่ มีขึ้นขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีกับสหรัฐ ไม่ได้แนบแน่นเหมือนก่อน หลังจากที่ทรัมป์ฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และตั้งกำแพงภาษีเหล็กและอลูมิเนียมยุโรป ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล เคยออกปากว่ายุโรปไม่อาจพึ่งพาสหรัฐให้ปกป้องคุ้มครองอีกต่อไป และต้องกำหนดชะตาชีวิตของเรากันเอง

ด้าน ฟรานซิสกา บรานท์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญนโยบายต่างประเทศของพรรคกรีน กล่าวว่า ไม่อาจปล่อยผ่านความเห็นของเกรเนลล์ รัฐบาลทรัมป์กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายพันธมิตรข้ามแอตแลนติกและทำลายอียูจากข้างใน  การให้ท้ายขบวนการฝ่ายขวาและต่อต้านสถาบันหลักในยุโรป คือการหาพวกสนับสนุนนโยบายโดดเดี่ยวนิยมและอเมริกามาก่อนของทรัมป์

สั่งหนึ่งได้สอง ไก่ทอดกับคนไล่แมงมุม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329028

สั่งหนึ่งได้สอง ไก่ทอดกับคนไล่แมงมุม

แมงมุม,ไล่แมงมุม,สั้งไก่ทอด,คนไล่แมงมุม

บางครั้งสั่งอาหารไม่ใช่เพราะจะกินอาหารอย่างเดียว และพนักงานส่งของก็อาจต้องทำมากกว่าส่งสินค้าและเก็บเงิน

 

เดมี สวีนีย์ นักศึกษาชาวอังกฤษในเมืองบอร์นเมาท์ ผู้เป็นโรคเกลียดกลัวแมงมุม ชนิดแค่หลับตาแล้วเห็นภาพแมงแปดขาชนิดนี้ ก็อาจถึงขั้นนอนไม่หลับได้ เธอจึงตกอยู่ในอาการช็อกเมื่อเจอตัวเป็นๆภายในบ้าน

วันหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว เธอพบว่ามีแมงมุมยาวประมาณ 1 นิ้วเกาะอยู่ที่ระเบียง แต่เพื่อนร่วมบ้านของเธอไม่อยู่ เมื่อโทรศัพท์ถึงเพื่อน ไม่มีใครอยู่ใกล้พอจะช่วยเหลือเธอได้ เพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้เธอโทรสั่งอาหารไปส่งบ้าน เผื่อพนักงานขับรถจะช่วยได้

 

View image on TwitterView image on Twitter

Demi@demiswn

My fear of spiders was taken to a whole new level today in which I ordered food in a hope that the delivery driver would remove the spider..

Joe @Deliveroo @DeliverooHelp you are an actual LIFESAVER 🙌🏼

 

สวีนีย์ ซึ่งกำลังศึกษาอาชญาวิทยา สั่งอาหารผ่านกล่องข้อความบัญชีทวิตเตอร์ของ เดลิเวอร์รู ( Deliveroo )บริษัทบริการส่งอาหาร พร้อมระบุคำร้องขอพิเศษว่า อาจดูไร้สาระแต่เป็นปัญหาร้ายแรง เธอเป็นโรคแมงมุมโฟเบีย หากสั่งอาหารแล้วคนขับรถมาส่งของ จะช่วยกำจัดให้ได้ไหม

พนักงานตอบกลับว่า หากพนักงานส่งของคนนั้น ไม่กลัวแมงมุมหนักกว่าลูกค้า ก็ช่วยเหลือได้

 

BuzzFeed News

@BuzzFeedNews

This student ordered KFC just to ask her delivery driver for help removing a spider 🚗🕷️ https://www.buzzfeed.com/ikrd/this-student-ordered-kfc-just-to-ask-the-deliveroo-driver?utm_term=4ldqpgc&bftwnews#4ldqpgc 

This Student Has A Phobia Of Spiders And Ordered Food To Ask The Delivery Driver For Help

“My fear of spiders was taken to a whole new level today.”

buzzfeed.com

เธอตัดสินใจเดินหน้า โดยตั้งใจสั่ง 1 รายการแต่ด้วยความกลัวจนตัวสั่น ทำให้สั่งผิดเป็น 2 รายการ

เมื่อพนักงานส่งอาหารชื่อ โจ ปรากฎตัวพร้อมอาหารที่สั่งใน 20 นาทีต่อมา เธอจึงขอร้องให้เขาช่วย

 

สั่งหนึ่งได้สอง ไก่ทอดกับคนไล่แมงมุม 

โจหัวเราะแล้วตอบว่า เขาก็ไม่ชอบแมงมุมเหมือนกัน เธอพยายามอ้อนวอน ในที่สุด โจก็ตัดสินใจปีนบนเกาะอี้และไล่มัน แต่แมงมุมตกมาที่พื้นและวิ่งหนี ทำให้เธอยิ่งประสาทเสีย โจวิ่งตามไปจับและเก็บไปทิ้งชักโครก

สวีนีย์ วัย 20 ปี กล่าวว่า เธอขอบคุณโจ 50 ครั้งได้ และบอกว่าเขาเป็นฮีโร กระนั้น เธอก็ยังกลัวจนไม่กล้าใช้ห้องน้ำเกือบทั้งวัน หญิงสาวบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองบนทวิตเตอร์เพื่อขอบคุณโจ ว่าเป็นผู้ช่วยชีวิต

ด้าน Deliveroo ระบุในแถลงการณ์ว่า เราไม่อาจรับประกันได้ว่า จะมีบริการจับแมงมุมให้ได้ทุกครั้งที่คุณสั่งผัดไทย หรือพิซซามาการิตา แต่กรณีของหญิงสาวคนนี้ รู้สึกยินดีที่ช่วยปัดเป่าปัญหาแก่เธอได้

ชาวสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่เฮฮาไปกับไอเดียของสวีนีย์ ที่กล้าหาญขอความช่วยเหลือช่องทางนี้ แต่ปรบมือดังกว่าให้กับโจ ฮีโร่ไล่แมงมุมทิ้งชักโครก แต่มีหลายคนแนะนำว่าหญิงสาวควรไปรักษาโรคกลัวแมงมุมเป็นเรื่องเป็นราว

ปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ”นานและแพงมาก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/329004

ปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ”นานและแพงมาก”

อาวุธนิวเคลียร์,ปลดอาวุธนิวเคลียร์,เกาหลีเหนือ,สหรัฐ,ใครจ่าย

นัดหมายลงตัวแล้ว ประชุมสุดยอดสหรัฐ-เกาหลีเหนือ  8 โมงเช้าอังคารหน้าที่สิงคโปร์ ถกเรื่องหลักปลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยังไม่เคลียร์คือใครจะจ่าย

 

การยกเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง เป็นหัวข้อหลักที่ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ต้องบินไปพบกันที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันอังคารหน้า

 

ซึ่งนอกจากนิยาม “การปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี” ยังไม่ตรงกันแล้ว ยังมีอีกคำถามว่า ค่าใช้จ่ายในการกำจัดอาวุธปรมาณู จะตกประมาณเท่าไหร่ แล้วใครจะเป็นคนออก

มีการประเมินว่า ค่าใช้จ่ายส่วนนี้น่าจะสูงกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับตอนที่สหรัฐให้ความช่วยเหลือ 175 ล้านดอลลาร์ แก่ยูเครนเพื่อยกเลิกคลังแสงนิวเคลียร์ในคริสต์ทศวรรษที่ 1990 ขณะนั้นเชื่อว่ายูเครนมีหัวรบนิวเคลียร์ที่ผลิตขึ้นมาก่อนสหภาพโซเวียตล่มสลายกว่า 1,800 ลูก

ผลศึกษาของ ควอน ฮย็อก ชอล จากมหาวิทยาลัยคุกมิน ในเกาหลีใต้ ประเมินว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งทางตรงจากการทำลายอาวุธ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายทางอ้อม เช่น ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ  อาจอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์

 

ปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ"นานและแพงมาก"

 

เฉพาะค่าใช้จ่ายโดยตรงเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่มีอยู่ และปิดศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ จะใช้เงินประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาหลายปี

ทรัมป์ กล่าวหลังพบกับ คิม ยอง ชอล มือขวาของคิมจองอึน ที่เดินทางไปสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาเชื่อว่าเกาหลีเหนือต้องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ และพร้อมจะทำอย่างรวดเร็ว แต่ผลศึกษาของศูนย์ความร่วมมือและความมั่นคงระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ระบุว่าการปลดนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ จะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี และแนะนำว่า โร้ดแมปปลดอาวุธนิวเคลียร์ ควรครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ยุติการทดลอง ไปจนถึงโยกย้ายบุคลากรในสายงานนี้

 

สำนักข่าวกรองเกาหลีใต้ประเมินว่า เกาหลีเหนือมีบุคลากรด้านอาวุธนิวเคลียร์อยู่ที่ประมาณ 3,000 คน จำนวนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญภาคสนาม 200 คน

ค่าใช้จ่ายปลดอาวุธนิวเคลียร์ จะไม่ได้สิ้นสุดที่การยกเลิกโครงการอาวุธ

รัฐบาลประธานาธิบดีมูน แจ อิน ของเกาหลีใต้ มือประสานระหว่างเปียงยางกับวอชิงตัน หวังมากกว่าการปลดอาวุธร้ายแรง แต่เป็นการสร้างสันติภาพถาวรบนคาบสมุทรเกาหลี

แม้สหรัฐแย้มว่าจะให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ และเปิดทางให้ภาคเอกชนลงทุนในเกาหลีเหนือ แต่ทรัมป์ก็แถมด้วยว่า ภาระส่วนใหญ่ โซลจะต้องแบกรับเอง

 

ปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ"นานและแพงมาก"

 

“ผมไม่คิดว่าสหรัฐจะต้องจ่าย เกาหลีใต้จะจัดการ ขอพูดตรงๆ จีนก็น่าจะช่วยบ้าง” ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าที่สหรัฐจะยื่นความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ ตอนประชุมกับคิมจองอึนหรือไม่ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่าญี่ปุ่นจะรับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจไปบางส่วน และย้ำว่าสหรัฐจะไม่ทุ่มเงินมากมาย

รายงานของ ยูริซอล เอสแอลเจ แคปปิทอล บริษัทเพื่อการลงทุนในลอนดอน ระบุว่า การปลดอาวุธนิวเคลียร์และสันติภาพถาวรบนคาบสมุทรเกาหลี อาจต้องใช้งบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะ 10 ปี  แต่การประเมินนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานการรวมชาติสองเกาหลี โดยใช้โมเดลรวมชาติเยอรมนี

รีไซเคิลขยะพลาสติกสไตล์ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/328960

รีไซเคิลขยะพลาสติกสไตล์ญี่ปุ่น

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ขยะพลาสติก,สไตล์ญี่ปุ่น,รีไซเคิล

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้พลาสติกมาก โดยเฉพาะกับการหีบห่อสิ่งละอันพันละน้อย แต่ก็ขึ้นชื่อว่ามีระเบียบเคร่งครัดเพื่อทำให้ขยะพลาสติกทั้งหลายต้องรีไซเคิลหรือรียูส

แต่ละวันที่ศูนย์วิศวกรรมอิชิคาวะ คันเคียว ซึ่งเป็นโรงงานรีไซเคิลขยะชานกรุงโตเกียว จะมีพลาสติกที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ราว 10 ตันขนเข้าไปเติม เพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป

คนงานสวมหน้ากากและอุปกรณ์จำเป็น คุ้ยแยกสิ่งแปลกปลอมหรือปนเปื้อนออกจากพลาสติกกองมหึมา จากนั้น ขยะพลาสติกจะถูกนำไปบีบอัดเป็นมัดขนาดใหญ่ ใช้รถฟอร์กลิฟต์ขนย้ายไปไว้ในโรงเก็บ

 

รีไซเคิลขยะพลาสติกสไตล์ญี่ปุ่น

 

นักวิจารณ์มักกล่าวหาผู้บริโภคและผู้ค้าปลีกในแดนอาทิตย์อุทัยว่า ใช้พลาสติกกันมากเหลือเกินในการหีบห่อสินค้าเกือบทุกสิ่งอย่าง กระทั่งผลไม้ 1 ชิ้น

 

รีไซเคิลขยะพลาสติกสไตล์ญี่ปุ่น

 

ที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายระดับชาติห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ส่วนการลงโทษ หรือการลดแรงจูงใจใช้ถุงพลาสติกก็น้อยมาก 

แต่ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นมีกฎหมายซับซ้อนและเข้มงวดมากเช่นกันในการคัดแยกชนิดขยะ เพื่อช่วยให้อัตราการนำมาใช้ใหม่ หรือรียูส กับรีไซเคิล สูงที่สุด

 

รีไซเคิลขยะพลาสติกสไตล์ญี่ปุ่น

 

ทางการท้องถิ่นทั่วกรุงโตเกียว และเมืองต่างๆทั่้วประเทศ ต่างมีกฎระเบียบของตัวเองว่าประชาชนจะต้องแยกขยะอย่างไร โดยจัดทำเป็นผังงานอธิบายชนิดขยะว่าอยู่หมวดไหน และพลาสติก กระป๋อง กระดาษและขยะนำไปรีไซเคิลได้ จะจัดเก็บตามวันแต่ละสัปดาห์

ส่วนใหญ่ จะแยกเป็นหมวดขยะเผาได้ เผาไม่ได้ รีไซเคิล และพลาสติก หลายเมืองยังกำหนดให้ประชาชนต้องแยกกระดาษแข็ง และชนิดพลาสติกอีกต่างหาก

 

รีไซเคิลขยะพลาสติกสไตล์ญี่ปุ่น

 

ซึ่งสถาบันจัดการขยะพลาสติก ระบุว่า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรับประกันว่าขยะพลาสติกปริมาณ  1 ใน 5 จะต้องผ่านกระบวนการรีไซเคิล

ที่เหลือ ส่วนใหญ่จะนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิงหรือผลิตไฟฟ้า หรือทำความร้อน ราว10% นำไปเผาโดยไม่ได้ผลิตพลังงาน กับอีกไม่ถึง 10% เท่านั้นที่จะไปอยู่ในแหล่งทิ้งขยะ

สะพรึง!ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/328946

สะพรึง!ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิด

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภูเขาไฟกัวเตมาลา,ฟวยโก,กัวเตมาลา,นาทีหนีตาย

ยอดเหยื่อภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิดพุ่งพรวด ผู้เชี่ยวชาญชี้หินและก๊าซร้อนเคลื่อนที่เร็วร่วม 100 กม./ชม.ไม่มีทางวิ่งหนีทัน

ความคืบหน้าภูเขาไฟฟวยโก หรือ ภูเขาอัคคี สูง 3,763 เมตร ระเบิดเมื่อวันอาทิตย์ โดยพ่นทั้งลาวา ควัน เถ้าถ่าน และก้อนหินขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 10 กม. กระแสลมพัดฝุ่นเถ้าและก้อนหินปลิวไกลกว่า 40 กม.ทำให้เถ้าถ่านปกคลุมในหลายชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางใต้ของภูเขาไฟ

 

สะพรึง!ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิด  

 

เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหารและอาสาสมัคร เดินหน้าค้นหาเหยื่อ โดยล่าสุดพบเพิ่มเป็น 62 ราย เพิ่มจากที่แถลงก่อนหน้า 25 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 69 ราย ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนกว่า 3,200 คน กับมีผู้ได้รับผลกระทบ 1.7 ล้านคน ส่วนสนามบินต้องปิดรันเวย์เพราะฝุ่นเถ้าภูเขาไฟปกคลุมไปทั่ว

 

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความเสียหายหลักจากภูเขาไฟระเบิดครั้งนี้ไม่ใช่จากลาวา แต่เกิดจากความร้อนและเศษหินร้อนจากภูเขาไฟ คล้ายกับที่เคยทำลายเมืองปอมเปอิในสมัยโบราณ เพราะภูเขาไฟไม่ได้พ่นลาวาออกมามาก และลาวาก็ไม่ได้ไหลเร็วจนชาวบ้านหนีไม่ทัน แต่ก๊าซที่ร้อนมากเหมือนลาวา สามารถเดินทางได้เร็วถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนไม่มีทางที่จะวิ่งหนีได้ทัน

ประธานาธิบดีจิมมี โมราเลส ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน

 

สะพรึง!ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิด  

 

สะพรึง!ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิด  

( สภาพเหยื่อที่เสียชีวิตในโคลนเถ้าภูเขาไฟ ที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับภูเขาไฟทำลายปอมเปอิ)

 

ที่ศาลากลางชุมชนในเมืองเอสคูอินตลา ห่างจากกัวเตมาลาซิตี ไปทางใต้ ราว 40 ก.ม. เป็นที่พักพิงชั่วคราวของชาวบ้าน 272 คน โดยทุกคนมาจากหมู่บ้าน เอล โรดีโอ ซึ่งได้รับผลกระทบหนักสุดจากกรวดและเถ้าภูเขาไฟจากทางทิศใต้ของภูเขา
สะพรึง!ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิด  

 

หลายคนพากันวิ่งสุดชีวิตหนีก้อนหินและโคลนร้อนระอุ ที่ถาโถมเข้าหมู่บ้าน

มานูเอล โลเปซ พ่อวัย 22 ปี ซึ่งอยู่ในศูนย์พักพิง พร้อมกับภรรยาและลูกสาววัย 4 ขวบกับ 2 เดือน เล่าถึงความหวาดกลัวจับใจ ขณะโคลนและเถ้าร้อนจัดไหล่บ่าไปที่บ้านของเขาบนเนินเขาแบบไม่ทันตั้งตัว “มันเข้ามาทางประตู หน้าต่าง เราหายใจไม่ออก ร้อนมาก พวกเราหนีด้วยการทุบผนัง รั้ว ก่อนปีนกำแพงไปเรื่อย จนไปถึงจุดที่มีพนักงานดับเพลิงและทหาร

โลเปซกับลูกสาววัย 4 ขวบ ต้องรับการรักษาเท้าพอง

 

สะพรึง!ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิด  

 

ด้าน เคโอติลเด เรเยส สตรีวัย 60 ปีเศษที่เกิดที่นั่นและคุ้นเคยกับภูเขาไฟลูกนี้ กล่าวว่า มันน่ากลัวมาก ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เธอหนีได้ทันนาทีสุดท้ายพร้อมกับลูกสาวและหลานยาย โดยอาศัยไปกับรถแวนของเพื่อนบ้าน

 

สะพรึง!ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิด  

 

ขณะที่ เอริค ออร์ทิซ วัย 36 ปี กล่าวว่า  ขณะภูเขาไฟพ่นควันเป็นรูปหอคอยสูงลิบ และเถ้าตกปกคลุมจนมืดไปหมด เขารู้สึกได้ว่าอันตรายกำลังคืบคลาน จึงตัดสินใจพาภรรยาและลูกอีก 2 คนออกมาก่อนจะติดอยู่ในบ้านและหมดทางหนี

เอเฟรน กอนซาเลซ วัย 52 ปี กล่าวว่า เขาหลับไม่ลง หลังจากตัวเขากับภรรยาและลูกสาว 1 คน หลบหนีออกมาได้ทัน แต่ลูกชายวัย 10 ขวบ และลูกสาวอีก 1 คน อายุ 4 ขวบยังสูญหาย ครั้งนี้เราอาจรอด แต่หากระเบิดอีก เราคงไม่รอดแน่

 

สะพรึง!ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายภูเขาไฟกัวเตมาลาระเบิด  


(มีคลิป)พ่อจูบลูกวัยแบเบาะก่อนทิ้งหน้าโบสถ์ด้วยเหตุผลชวนอึ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/328891

(มีคลิป)พ่อจูบลูกวัยแบเบาะก่อนทิ้งหน้าโบสถ์ด้วยเหตุผลชวนอึ้ง

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พ่ออินเดีย,ทิ้งลูก,ลูกดก,ทิ้งลูกหน้าโบสถ์,วัยแบเบาะ

สะเทือนใจคลิปพ่อจุมพิตลูกวัยแบเบาะครั้งสุดท้าย ก่อนทิ้งไว้หน้าโบสถ์

คลิปจากกล้องวงจรปิดที่สถานีโทรทัศน์ในอินเดีย นำไปออกอากาศและแชร์กันว่อนในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  แสดงให้เห็นพ่อวัยหนุ่มคนหนึ่งอุ้มทารกไปทิ้งไว้ที่โบสถ์เซนต์ จอร์จ ฟอราเน เมืองโคชิ รัฐเกรละ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย

พ่อจุมพิตลูกน้อยเป็นครั้งสุดท้าย อดหันไปมองอีกครั้งไม่ได้ และเดินจากมา

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่โบสถ์ พบเด็กเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. จึงโทรแจ้งตำรวจ เมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบพ่อเด็กเดินไปใกล้โบสถ์เมื่อเวลา 20.15 น. ในคลิปที่เผยแพร่ พ่อจูบลูกบนหน้าผากก่อนวางลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง

 

(มีคลิป)พ่อจูบลูกวัยแบเบาะก่อนทิ้งหน้าโบสถ์ด้วยเหตุผลชวนอึ้ง

(มีคลิป)พ่อจูบลูกวัยแบเบาะก่อนทิ้งหน้าโบสถ์ด้วยเหตุผลชวนอึ้ง

ทารกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที และมีรายงานว่าเด็กแข็งแรงดี

ตำรวจติดตามจับกุมนายบิตโต วัย 32 ปี กับภรรยา ประพิตตา วัย 28 ปี ในเช้าวันต่อมา แจ้งข้อหาทิ้งลูกแรกเกิด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งคู่มีลูก 4 คน รวมถึงทารกอายุ 3 วัน เหตุที่ตัดสินใจกระทำผิดเพราะเกรงว่าจะถูกสังคมรอบข้างประณามเป็นพ่อลูกดก ขณะเพื่อนฝูง คนในครอบครัว และเพื่อนบ้านล้อเลียนที่ประพิตตาตั้งท้องเป็นว่าเล่น  อินเดีย ไทมส์ รายงานว่าภรรยาหารือสามีเรื่องทิ้งลูกคนที่ 4 ตั้งแต่ยังไม่ออกจากโรงพยาบาลหลังคลอดลูกคนนี้