“บาจา”ขายดีหลังภาพไวรัลนายกฯมหาธีร์สวมแตะคู่ไม่ถึงร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326408

 “บาจา”ขายดีหลังภาพไวรัลนายกฯมหาธีร์สวมแตะคู่ไม่ถึงร้อย

รองเท้าแตะ,บาจา,มหาธีร์,120 บาท

รองเท้าแตะบาจา ขายดี หลังภาพนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัดสวมรองเท้าคู่ไม่ถึง 100 บาทว่อนเน็ต

 

หลังจากผู้ใช้อินสตาแกรมในมาเลเซีย @azranshah สังเกตเห็นคนแรกและโพสต์ภาพนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด  ซึ่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีศึกษาด้วย ถอดรองเท้าแตะสีน้ำตาลไว้บนพื้นใกล้ๆ ขณะนั่งเก้าอี้สบายๆใช้โทรศัพท์มือถือ ที่มูลนิธิผู้นำเปอร์ดานา ในปุตราจายา

 

 "บาจา"ขายดีหลังภาพไวรัลนายกฯมหาธีร์สวมแตะคู่ไม่ถึงร้อย

 

ไม่นานภาพนี้ก็กลายเป็นภาพไวรัล โดยนอกจากเรียกเสียงชื่นชมในความสมถะ ของผู้นำวัย 92 เพราะใส่รองเท้าแตะคลาสสิกยี่ห้อบาจา ราคา 11.99 ริงกิต ( 97 บาท ) แล้ว บริษัท บาจา มาเลเซีย ก็ไม่รอช้า นำรองเท้าแตะรุ่นนี้มาโฆษณาบนเฟซบุ๊กเมื่อวาน พร้อมระบุว่า นี่เป็นรองเท้ารุ่นฮิตสุดในเดือนรอมฎอน ขายดิบขายดี เพราะนายกรัฐมนตรีสวมใส่ สนใจไปที่ร้านบาจาใกล้บ้าน หรือร้านออนไลน์

โพสต์ขายรองเท้าของบาจา มีผู้เข้าไปกดแชร์และแสดงความเห็นกันล้นหลาม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งเขียนถามสนุกๆว่า ใช้นายกรัฐมนตรีมาโปรโมทสินค้า ได้แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ท่านบ้างหรือไม่ บาจา เข้ามาตอบว่า ขอบคุณที่ถาม แล้วจะติดต่อดร.มหาธีร์กลับไป  ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกคน เขียนเล่าว่า ปู่/ตาของเขาก็สวมรองเท้าแตะแบบนี้ตลอดเวลาทำงาน เป็นรุ่นทนทายาด และเขาจะหันซื้อมาใช้บ้างเช่นกัน

เผยค่าใช้จ่ายรปภ.งานเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326399

เผยค่าใช้จ่ายรปภ.งานเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี

แฮร์รี,ค่ารปภ,พิธีเสกสมรส

ค่าใช้จ่ายรปภ.พิธีเสกรสรสเจ้าชายแฮร์รีสูงกว่าพิธีมงคลครั้งก่อนอย่างมาก ส่วนหนึ่งเพราะภัยก่อการร้าย

พิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ กับเมแกน มาร์เคิล นักแสดงสาวชาวอเมริกัน ที่อยู่ในความสนใจของชาวโลก ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้

อาจใช้งบประมาณในการรักษาความปลอดภัยสูงกว่า 30 ล้านปอนด์ ( ราว 1,300 ล้านบาท)  ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภัยคุกคามจากการก่อการร้าย

 

 เผยค่าใช้จ่ายรปภ.งานเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี 

 

ข้อมูลที่ได้มาโดยอาศัยกฎหมายเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร ระบุว่า ตอนที่เจ้าชายวิลเลียมเข้าพิธีเสกสมรสกับเคท มิดเดิลตัน เมื่อเดือนเมษายน ปี 2557 มีค่าใช้จ่ายในการวางกำลังตำรวจอารักขาความปลอดภัย 7.2 ล้านปอนด์ ( ราว 300 ล้านบาท)  นอกเหนือจากการรักษาความปลอดภัยอื่นๆ และการเตรียมการที่ตกประมาณ 20 ล้านปอนด์ ( ราว 860 ล้านบาท) ขณะที่พิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี อาจอยู่ราวๆ 32ล้านปอนด์

ตัวเลขนี้ยังมากเกิน 2 เท่า ของมูลค่าการรักษาความปลอดภัยในสมัยพิธีอภิเษกสมรส ระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลสกับไดอานา สเปนเซอร์ เมื่อปี 2524 ที่มีมูลค่า 4 ล้านปอนด์ซึ่งถ้าเทียบกับในปัจจุบัน ก็น่าจะอยู่ที่ราว 12 ล้านปอนด์

 

 เผยค่าใช้จ่ายรปภ.งานเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี 

การเสริมกำลังตำรวจทั่วอังกฤษก็เพื่อความมั่นใจว่า พิธีจะผ่านพ้นไปโดยปราศจากอุปสรรค ในขณะที่ฝูงชนจำนวนมากไปรอเข้าเฝ้าพระราชวงศ์ โดยเฉพาะตำรวจเธมส์ แวลลีย์ กล่าวว่า เตรียมพร้อมอารักขาฝูงชนราว 1 แสนคน และเป็นหนึ่งในกองกำลังรักษาความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุด ที่ระดมมาจากหน่วยความมั่นคงทั้งหมด

 

 เผยค่าใช้จ่ายรปภ.งานเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี 

 

นับตั้งแต่พิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม อังกฤษก็เผชิญภัยคุกคามจากการก่อการร้ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในพิธีเสกสมรสสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะได้มีการเชิญประชาชนทั่วไปกว่า 2 พันคน ไปเข้าร่วมพิธีที่ด้านนอกปราสาทวินเซอร์ด้วย ส่วนความวิตกว่าอาจจะกระทบต่อเงินภาษีประชาชนนั้น อาจไม่ทั้งหมด นับตั้งแต่สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ตรัสว่า พระองค์และสมาชิกพระราชวงศ์จะทรงออกค่าใช้จ่ายในส่วนของการเฉลิมฉลอง เช่น ดอกไม้ ดนตรีและงานเลี้ยง แต่ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยก็ต้องพึ่งเงินภาษี

ตร.มาเลเซียบุกยึดกรุสมบัติหรูภรรยา”นาจิบ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326368

ตร.มาเลเซียบุกยึดกรุสมบัติหรูภรรยา”นาจิบ”

นาจิบ,มาเลเเซีย,บุกค้น,นาฬิกา,กระเป๋าหรู,เงินสด

ตำรวจมาเลเซียเข้าค้นห้องพัก 3 ห้องในคอนโดหรูของครอบครัวอดีตผู้นำ ยึดนาฬิกา กระเป๋าหรู เงินสด รอประเมินมูลค่า

อามาร์ ซิงห์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนคดีอาชญากรรมทางพาณิชย์มาเลเซีย แถลงว่า นับจากเมื่อวาน ตำรวจได้เข้าตรวจค้นรวมทั้งหมด 6 จุดที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก

 

รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรี บ้านพักของนายนาจิบในย่าน ทามัน ดุตา และที่พักอีก 4 แห่ง แต่ที่คอนโดหรู พาวิเลียน เรสซิเดนซ์ เป็นสถานที่ที่มีการขนของออกมามาที่สุด

หลังการเข้าค้นห้องพัก 3 ห้องที่พาวิเลียน เรสซิเดนซ์ เมื่อคืน ตำรวจลำเลียงกล่องสีส้ม 284 ใบภายในเป็นกระเป๋าหรูหลายยี่ห้อ อาทิ แอร์เมส เบอร์กิน และหลุยส์วิตตอง กระเป๋าใส่เครื่องเพชร 72 ใบ ของมีค่าอื่นๆอีกมากมายและเงินสดหลากหลายสกุล รวมถึงริงกิตและดอลลาร์สหรัฐ

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว แอสโตร อวานี รายงานว่าตำรวจนายหนึ่งออกมาจากคอนโดมิเนียมพร้อมกับเครื่องนับธนบัตร

 

ตร.มาเลเซียบุกยึดกรุสมบัติหรูภรรยา"นาจิบ"

( ภาพ Straits Times) 

นายซิงห์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนคดีอาชญากรรมทางพาณิชย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวหน้าคอนโดมิเนียมเมื่อเช้ามืดหลังจากการตรวจค้นว่า ของมีค่าต่างๆที่ยึดไป มีจำนวนมาก ยังไม่สามารถตีมูลค่าได้ “เรากำลังจะนับและคงจะรู้ได้ในวันพรุ่งนี้ อัญมณีค่อนข้างสูงเลยทีเดียว”

 

ตร.มาเลเซียบุกยึดกรุสมบัติหรูภรรยา"นาจิบ"

( ภาพ Straits Times) 

กล่องสีส้มที่ถูกลำเลียงออกมา ติดฉลากรูปกระเป๋าเบอร์กินแตกต่างกันไป เช่น บราวน์ ออสทริช

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนคดีอาชญากรรมทางพาณิชย์ กล่าวว่า ห้องพัก 3 ห้องที่เข้าค้นล่าสุด ไม่ใช่ของนาจิบแต่เป็นของบุคคลที่มีบรรดาศักดิ์ ตันศรีคนหนึ่ง แต่ไม่เปิดเผยชื่อ พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าการทำงานของตำรวจ เป็นการตรวจค้นแบบมืออาชีพเพื่อการสอบสวน ไม่มีเจตนาคุกคาม “หากการตรวจค้นต้องใช้เวลาพอสมควร ก็จะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะเรากำลังสอบสวนอย่างครบถ้วนที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ตร.มาเลเซียบุกยึดกรุสมบัติหรูภรรยา"นาจิบ"

(ภาพ AFP ) 

เป็นที่รู้กันว่านางรอสมาห์ มันซอร์ ภรรยาของนายนาจิบ ราซัก คลั่งไคล้กระเป๋าแอร์เมส เบอร์กิน ที่ราคาอยู่ระหว่าง 12,000 ดอลลาร์ – 3 แสนดอลลาร์ อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเคยเป็นข่าวใหญ่เมื่อ 3 ปีก่อน เมื่อมีรายงานว่าเธอซื้อกระเป๋าหนังจระเข้สุดหรูยี่ห้อนี้ ราคา 2 แสนดอลลาร์สหรัฐ แต่คนสนิทออกมาปฏิเสธ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ปีกยุวชนของพรรค พีพีบีเอ็ม ได้เข้าแจ้งความตำรวจอ้างว่าได้รับคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่ามีการใช้รถตู้ของสำนักนายกรัฐมนตรี ขนกระเป๋าแอร์เมสอย่างน้อย 50 ใบที่อาจเป็นของนางรอสมาห์ ไปยัง พาวิเลียน เรสซิเดนซ์

ส่วนการค้นแมนชันในย่าน ทามัน ดุตา เมื่อเช้ามืดวานนี้ ตำรวจก็ยึดข้าวของและเอกสารจำนวนหนึ่ง และกำลังพยายามเปิดตู้เซฟตู้หนึ่งในบ้านหลังนั้น ขณะทนายของนายนาจิบ กล่าวว่า ตู้เซฟนี้ไม่ได้เปิดมานาน 20 ปีแล้ว เพราะหากุญแจไม่เจอ

ล่าสุด มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าข้าวของที่ยึดจากบ้านในทามัน ดุตา ของนายกรัฐมนตรีนาจิบ แยกต่างหากจากที่ยึดจากคอนโด ประกอบด้วย กระเป๋าแบรนด์เนม 50 ใบ อาทิ แชลแนล กุชชีและปราดา นาฬิกาหรู 10 เรือน มีเรือนหนึ่งยี่อ ปาเต็ก ฟิลิป  เงินสด 5.37 แสนริงกิต และเงินศรีลังกา 2.87 แสนรูปี รวมเป็นเงินประมาณ 6.57 แสนบาท

 

ตร.มาเลเซียบุกยึดกรุสมบัติหรูภรรยา"นาจิบ"

( ภาพ Straits Times) 

การตรวจค้นทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีทุจริตยักยอกเงินมหาศาลจากวันเอ็มดีบี บริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐ นายนาจิบและภรรยาถูกโยงกับกรณีการเงินอื้อฉาวที่สุดของประเทศ ครั้งหนึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐพบว่า นางรอสมาห์ใช้เงินจากวันเอ็มดีบี ซื้อเพชรสีชมพูมูลค่า 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

วันเอ็มดีบีก่อตั้งขึ้นสมัยนายนาจิบเป็นรัฐมนตรีคลัง เป็นกองทุนรัฐที่มีวัตถุประสงค์กระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ แต่ไม่นาน ก็มีหนี้สินรุงรัง จนเกือบล้มละลายก่อนถูกยุบไป

เผยรัสเซียแปรพักตร์เคยมอบตัวอย่าง”โนวีช็อก”แก่เยอรมนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326345

เผยรัสเซียแปรพักตร์เคยมอบตัวอย่าง”โนวีช็อก”แก่เยอรมนี

โนวีช็อก,รัสเซีย,แปรพักตร์,เยอรมนี,ตัวอย่างโนวีช็อก

สื่อเยอรมนีขุดข้อมูลเก่า โยงมอสโก เป็นต้นทางสารทำลายประสาทโนวีช็อก แต่ก็เผยอีกด้านว่าหลายประเทศตะวันตกก็มีเหมือนกัน

อังกฤษกล่าวหารัสเซียว่าพยายามลอบสังหาร เซอร์เก สครีพัล อดีตสายลับสองหน้ารัสเซียที่อาศัยในอังกฤษ ด้วยสารทำลายประสาท”โนวีช็อก” แต่รัฐบาลมอสโกยืนกรานปฏิเสธ และอ้างว่าไม่เคยมีโครงการพัฒนาอาวุธเคมีร้ายแรงอย่างโนวีช็อกมาก่อน
แต่หนังสือพิมพ์ ซือดอยเชอร์ กับ ดี ไซต์ ตลอดจนสื่อกระจายเสียงอีกสองแห่ง ในเยอรมนี เผยรายงานข่าวเชิงสอบสวนว่า ย้อนกลับไปช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1990 นักวิทยาศาสตร์รัสเซียคนหนึ่งซึ่งเป็นสายข่าว เสนอให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธเคมีชนิดใหม่ที่รัสเซียกำลังพัฒนาอยู่ พร้อมมอบตัวอย่างอาวุธเคมีชนิดนี้ให้กับเยอรมนี แลกกับการขอลี้ภัยและความปลอดภัยของเขาเองกับครอบครัวในเยอรมนี

ข้อเสนอนี้ทำให้เยอรมนีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะมีพันธกรณีอยู่กับสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ห้ามผลิตอาวุธทำลายล้างสูง นักการเมืองกับเจ้าหน้าที่ก็ตกลงกันไม่ได้ว่าควรรับข้อเสนอนี้หรือไม่ บางคนเกรงว่าหากรับอาจบ่งว่าเยอรมนีเองก็สนใจพัฒนาอาวุธเคมีของตัวเองเช่นกัน

ในที่สุด  นายกรัฐมนตรีเฮลมุต โคห์ล ผู้นำเยอรมนีขณะนั้นกับกระทรวงกลาโหม ได้ส่งตัวอย่างไปให้กับห้องแลบในสวีเดนเพื่อทำการวิเคราะห์ ต่อมา นักวิทยาศาสตร์สวีเดนได้ส่งมอบสูตรสารเคมีตัวนี้ให้กับสำนักข่าวกรองเยอรมนี (บีเอ็นดี) และกระทรวงกลาโหม แต่ไม่ได้ส่งตัวอย่างดั้งเดิมกลับคืน

ต่อ เฮลมุต โคห์ล  มีคำสั่งให้บีเอ็นดี แบ่งปันข้อมูลกับพันธมิตรใกล้ชิด รวมถึงหน่วยสืบราชการลับสหรัฐและอังกฤษ จากนั้น ประเทศสมาชิกบางรายในองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต ) ได้ใช้ข้อมูลโนวีช็อกที่ได้ ไปทำการผลิตปริมาณเล็กน้อย เพื่อใช้ทดสอบว่าชุดหรืออุปกรณ์ป้องกันอาวุธเคมีที่มีอยู่ สามารถต้านทานได้หรือไม่ และเพื่อหายาแก้พิษของอาวุธตัวนี้ไว้

 

 เผยรัสเซียแปรพักตร์เคยมอบตัวอย่าง"โนวีช็อก"แก่เยอรมนี 

 

พันธมิตรตะวันตกเก็บงำเรื่องสารทำลายประสาทจากสาธารณชน เพื่อไม่ให้กระทบสัมพันธ์กับประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน ของรัสเซีย ในห้วงเวลาที่สองฝ่ายกำลังเลิกราจากสงครามเย็น

การโจมตีสครีพัลด้วยสารทำลายประสาท ที่เมืองซอลส์บิวรี ในอังกฤษเมื่อเดือนมีนาคม สร้างความร้าวฉานทางการทูตอย่างหนัก ประเทศตะวันตกที่เข้าข้างอังกฤษพากันกล่าวหามอสโกว่าอยู่เบื้องหลัง และขับนักการทูตรัสเซียหลายสิบคนตอบโต้  ขณะรัสเซียปฏิเสธอยู่เบื้องหลังและขับนักการทูตหลายประเทศออกเช่นกัน

เรียก 2.5 ล้าน!! พระญี่ปุ่นฟ้องวัดใช้ทำงานหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326294

เรียก 2.5 ล้าน!! พระญี่ปุ่นฟ้องวัดใช้ทำงานหนัก

พระญี่ปุ่น,ฟ้องวัด,ทำงานหนัก

ใช้งานแทบไม่ได้พัก พระญี่ปุ่นสุดทนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากวัด 2.5 ล้านบาท

 

พระญี่ปุ่นวัย 40 ปีเศษ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องวัดที่ประจำอยู่บนภูเขาโคยะ แหล่งมรดกโลกที่รู้จักในชื่อ โคยะซัง หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวพุทธในญี่ปุ่น อ้างว่าถูกใช้ทำงานแทบไม่ได้พัก

 

 

รวมถึงบริการนักท่องเที่ยว จนเป็นโรคซึมเศร้า โดยเรียกค่าชดเชย 8.6 ล้านเยน ( ประมาณ 2.5 ล้านบาท ) และค่าจ้างค้างจ่าย

โนริทาเกะ ชิระคุระ ทนายของพระ กล่าวว่า ลูกความเริ่มทำงานที่วัดแห่งนี้เมื่อปี 2551 และเป็นโรคซึมเศร้าในเดือนธันวาคม 2558 และไม่ได้ไปทำงานอีกตั้งแต่มีนาคม 2559  “การทำงานเป็นพระ บ่อยครั้งต้องทำงานแบบไม่มีการบริหารชั่วโมงทำงาน เมื่อใช้แรงงาน จะได้รับการบอกกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกทางศาสนา และเมื่อเป็นการฝึก ย่อมต้องอดทนต่อให้ลำบากแค่ไหนก็ตาม แต่คดีนี้จะแสดงให้เห็นว่าความคิดเช่นนั้นล้าสมัยแล้ว”

ชิระคุระ เป็นตัวแทนยื่นฟ้องต่อศาลวาคะยามะ เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดยปฏิเสธเปิดเผยชื่อพระ หรือวัดที่ถูกพระลูกวัดฟ้องร้อง เนื่องจากลูกความไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ เพื่อที่ว่าจะสามารถกลับไปทำงานได้อีก หรือหาวัดประจำใหม่ในชุมชน

ในปี 2558 โคยะซังฉลองครบรอบ 1,200 ปี พระรูปนี้ถูกบังคับทำงานนาน 64 วันรวด ทั้งงานในวัด และต้อนรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลไปเยือน แถมมีบางวันต้องทำงาน 17 ชั่วโมงติดต่อกัน

ก่อนยื่นฟ้อง สำนักงานแรงงานท้องถิ่น รับรองว่ากรณีที่พระต้องทำงานนานหนึ่งเดือนโดยไม่มีวันหยุด เข้าข่ายเป็นการใช้งานมากเกินไป อย่างไรก็ดี กรณีพิพาทในแวดวงสงฆ์หรือศาสนาในญี่ปุ่น จนกลายเป็นคดีความแบบเปิดเผยเช่นนี้แทบไม่เคยมีมาก่อน

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326279

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน

โรฮิงญา,เหยื่อข่มขืน,ทารก

อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ เร่งค้นหาทารกจากแม่โรฮิงญาผู้ตกเป็นเหยื่อข่มขืนของทหารเมียนมา หวั่นแอบคลอดหรือทิ้งเด็กหนีอาย

 

เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์และอาสาสมัครชาวโรฮิงญา ทำงานแข่งกับเวลาภายในค่าย”คูตูปาลอง” ค่ายผู้อพยพใหญ่สุดในโลกที่เมืองค็อกซ์ บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ เพื่อค้นหาเหยื่อข่มขืนที่ตั้งครรภ์แต่พยายามแอบซ่อนเพื่อหนีความอับอาย และเกรงว่าเมื่อคลอดแล้ว ทารกจะถูกทอดทิ้ง หรือแม่อาจจะตายเพราะไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

 

ทอสมินารา อาสาสมัครและตัวเธอเองก็เป็นผู้อพยพโรฮิงญา พยายามหว่านล้อมให้ผู้หญิงที่อับอายหรือกวาดกลัว กล้าออกมา โดยสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือ  “เราบอกรหัสผ่านให้พวกเธอใช้เวลาไปถึงโรงพยาบาล หรือสถานีอนามัย จากนั้นจะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับตัวโดยตรง”

กองทัพเมียนมาอ้างกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธที่โจมตีตำรวจเมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งมาต่อมาก่อคลื่นชาวโรฮิงญาทะลักเข้าบังกลาเทศราว 7 แสนคน จำนวนมากเป็นเหยื่อทหารเมียนมาหรือม็อบพุทธ ที่ใช้การข่มขืนเป็นอาวุธ เชื่อว่าจำนวนมากตั้งครรภ์ แต่ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด

 

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน

แอนดรูว์ กิลมอร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า อัตราการเกิดในค่ายผู้อพยพ จะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเร็วๆนี้ ผลจากการกระทำรุนแรงทางเพศช่วงสิงหาคม-กันยายนปีที่แล้ว ขณะเยือนค่ายเมื่อมีนาคม เขาพบเด็กหญิงอายุ 14 ปี พยายามทำแท้งเอง

ประเมินว่า สตรีราว 4.8 หมื่นคน จะให้กำเนิดบุตรภายในค่ายอพยพในปีนี้ โดยในส่วนสตรีที่ถูกข่มขืนจะให้กำเนิดในเร็ววัน แต่ส่วนใหญ่จะแอบคลอดบนแคร่ไม้ไผ่โดยไม่มีการดูแลจากแพทย์

 

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน

 

อับดูร์ ราฮีม ผู้นำชุมชนโรฮิงญา กล่าวว่า รู้จักสตรีอย่างน้อย 2 คนที่ถูกทหารข่มขืนและมีกำหนดคลอดในเดือนนี้ และได้ยินว่ามีอีกหลายคนเลยทีเดียวตกอยู่ในสถานะเดียวกัน “ทหารเมียนมาร์ข่มขืนพวกเธอ ทารกเป็นหลักฐานอาชญากรรมของคนพวกนั้น”

 

ทอสมินารา กล่าวว่า พวกเราพยายามเต็มที่ที่จะค้นหาเหยื่อข่มขืน แต่อาสาสมัครเจอกับขวากหนามทางสังคมฝังรากลึก ที่ทำให้พวกเธอไม่กล้าออกมาเผชิญ บางครั้งมีเพื่อนบ้านกรอกหูว่าไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะจะยิ่งอับอาย

เหยื่อหลายคนเข้ามาขอความช่วยเหลือทำแท้ง ซึ่งบังกลาเทศอนุญาตให้ทำได้หากไม่เกิน 12 สัปดาห์ แต่บางคนเลือกแอบทำแท้ง ก่อปัญหาตามมา

 

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน

 

โซเฟีย พยาบาลผดุงครรภ์ กล่าวว่าเธอช่วยสาววัย 16 ปีคนหนึ่งทำแท้ง เธอเป็นเหยื่อที่ถูกทหารเมียนมารุมข่มขืน แต่ไม่มีใครรู้รวมถึงครอบครัว พอตั้งท้องก็กลัวพ่อแม่จะรู้ จึงแอบไปที่คลินิกเพื่อทำแท้ง

ชาวโรฮิงญาที่หลบหนีไปบังกลาเทศ กว่าครึ่งเป็นสตรีและเด็กหญิง โดยเด็กพบเห็นทั่วค่าย แต่วัยรุ่นหญิง จะเห็นน้อย เพราะครอบครัวให้อยู่แต่ในที่พักเพราะเกรงไม่ปลอดภัย ทำให้ยากจะรู้ว่ามีผู้หญิงมากน้อยแค่ไหนที่กำลังเดือดร้อนอยู่เงียบๆภายในค่าย เป็นเหตุให้ผู้เชี่ยวชาญเกรงว่า ครอบครัวอาจบังคับให้ผู้หญิงวัยรุ่นแต่งงานเพื่อปกปิด ไม่ก็ทิ้งทารก

องค์กรแพทย์ไร้พรมแดนแห่งเดียว ช่วยดูแลเหยื่อข่มขืน 311 คน ช่วงสิงหาคมถึงมีนาคม  เป็นเด็กและผู้หญิงอายุตั้งแต่ 9 ขวบถึง 50 ปี แต่เชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงจะสูงกว่านี้มาก

 

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน

ผู้นำกองทัพเมียนมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าทหารของตนใช้การข่มขืน ข่มขวัญชนกลุ่มน้อยมุสลิม  แต่เมื่อเดือนที่แล้ว สหประชาชาติขึ้นบัญชีดำกองทัพและกบฎเมียนมา ใช้การข่มขืนในการทำสงคราม เช่นเดียวกับ โบโกฮาราม ในไนจีเรีย และไอเอส
ปลามิลา แพทเทน ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติด้านความรุนแรงทางเพศในสงคราม กล่าวว่าข้อมูลจากผู้อพยพพบว่า การข่มขืนถูกใช้เป็นเครื่องมือข่มขวัญที่วางแผนมาแล้วเพื่อบังคับให้ชาวโรฮิงญาออกจากเมียนมา

มื่อเวลาผ่านมาเกือบ 9 เดือน  เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ก็เตรียมพร้อมรับทารกถูกทิ้งไปให้สตรีที่สามารถให้นมได้ จนกว่าจะพบครอบครัวในชุมชน เบียทริซ โอเชา จากเซฟเดอะชิลเดรน กล่าวว่า เราต้องการให้เด็กทุกคนได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีความสุข ไม่ว่าจะเกิดมาในเงื่อนไขใดหรือสถานที่ใด

อายุยืนสุดในโลก 128 ปีแต่ไม่รู้จักความสุขเลย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326243

อายุยืนสุดในโลก 128 ปีแต่ไม่รู้จักความสุขเลย

128 ปี,อายุยืนสุดในโลก,ไม่มีความสุข,แม่เฒ่ารัสเซีย

รัสเซียอ้างพบสตรีอายุยืนที่สุดในโลก แต่แม่เฒ่าเผยอยู่มาจนย่างเข้าวัย 129 ยังไม่รู้จักความสุขเป็นอย่างไร

 

กองทุนบำนาญแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย อ้างว่า นางโคคู อิสตัมบูโลวา สตรีในเชชเนีย ภูมิภาคหนึ่งในรัสเซียที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม มีอายุ 128 ปีแล้ว ซึ่งหากเป็นจริง ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีอายุยืนที่สุดในโลก

 

 อายุยืนสุดในโลก 128 ปีแต่ไม่รู้จักความสุขเลย 

( east2west news / metro )

ตามหนังสือเดินทางภายในประเทศของนางอิสตัมบูโลวา เธอเกิดวันที่ 1 มิถุนายน 2432  ซึ่งหากวันเกิดไม่ได้คลาดเคลื่อน ก็หมายความว่านางอิสตัมบูโลวา อายุ 27 ปีแล้วตอนที่มีการปฏิวัติรัสเซียล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่สอง สละราชบัลลังก์ มีอายุได้ 55 ปีเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติ และ 102 ปี ตอนที่สหภาพโซเวียตล่มสลายเมื่อราว 25 ปีที่แล้ว

เมื่อถามว่าเพราะอะไรถึงอายุยืน แม่เฒ่าอิสตัมบูโลวา ซึ่งเลี่ยงเนื้อสัตว์และชอบนมเปรี้ยว กล่าวว่าเธอเห็นคนออกไปเล่นกีฬา กินอาหารดีๆ รักษาร่างกายให้แข็งแรงเสมอ แต่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย และไม่รู้ว่าอยู่มาถึงป่านนี้ได้อย่างไร คงเป็นเพราะพระประสงค์ของพระเจ้า แต่ตลอดชีวิต เธอไม่เคยมีวันไหนที่มีความสุข เธอขุดดินทำสวน ทำงานหนักเสมอ

“ฉันเหนื่อย อายุยืนไม่ใช่ของขวัญจากพระเจ้า แต่คือการลงโทษ”

รายงานระบุว่า แม่เฒ่าอิสตัมบูโลวายังสื่อสารได้ ทำอาหารกินเอง และเดินเหินปกติ แต่สายตาฟ้าฟาง

เธอสูญเสียลูกหลายคน รวมถึงลูกชายขณะอายุเพียง 6 ขวบ และเมื่อ 5 ปีก่อน ทามารา ลูกสาวเพียงคนเดียวก็เพิ่งจากไปในวัย 104 ปี
 อายุยืนสุดในโลก 128 ปีแต่ไม่รู้จักความสุขเลย 

( east2west news / metro )

 

นางอิสตัมบูโลวา กล่าวว่า เธอผ่านสงครามกลางเมืองรัสเซีย (หลังการปฏิบัติบอลเชวิก) สงครามโลกครั้งที่สอง การเนรเทศครั้งใหญ่ในปี 2487  และผ่านสงครามเชเชน 2 ครั้ง มาถึงขณะนี้ มั่นใจว่าชีวิตของเธอไม่ใช่ชีวิตที่มีความสุข

เธอจำได้ตอนทหารนาซีเคลื่อนรถถังผ่านบ้าน มันน่ากลัวมาก ได้แต่ซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้าน จากนั้น หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สตาลินกล่าวหาว่าชาวเชเชนคบคิดนาซี สั่งเนรเทศคนทั้งหมดรวมถึงเธอและครอบครัว ไปคาซัคสถาน และไซบีเรีย ชีวิตในคาซัคสถานลำบากอย่างที่สุด ในไซบีเรียก็ลำบากเช่นกัน ตอนนั้นฝันอยากกลับบ้านทุกวัน

แม่เฒ่าเล่าต่อว่า ถูกเลี้ยงอยู่ในกรอบเข้มงวดมาก รวมถึงการใส่เสื้อผ้า เธอจะถูกทวดตีและตำหนิหากเปิดคอให้เห็น พอเปลี่ยนจากยุคซาร์มาเป็นสหภาพโซเวียต ผู้หญิงค่อยสวมเสื้อผ้าแบบสบายๆได้บ้าง “มองย้อนกลับไปชีวิตที่มีแต่ทุกข์ ฉันก็อยากตายเสียนานแล้ว ตลอดชีวิตทำแต่งาน ไม่เคยมีเวลาได้พักหรือหาความสุข ไม่ขุดดิน ก็ปลูกแตงโม วันแล้ววันเล่า “

เจ้าหน้าที่รัสเซียกล่าวว่า เอกสารทั้งหมดของเธอสูญหายไปในช่วงสงครามเชเชนครั้งที่ 2 ช่วงปี 2532 – 2552

กองทุนบำนาญรัสเซีย อ้างว่ามีผู้รับบำนาญ 37 คนที่อายุมากกว่า 110 ปี รวมถึงนางอิสตัมบูโลวา แต่หาหลักฐานพิสูจน์ชัดได้ยาก เนื่องจากขาดบันทึกแจ้งเกิดเชื่อถือได้ แต่ผู้ที่อาศัยในแถบคอเคซัสจำนวนมาก มีประวัติอายุยืนยาว

ปัจจุบัน ชิโยะ มิยาโกะ ชาวญี่ปุ่นวัย 117 ปี ได้รับการรับรองว่าเป็นผู้มีอายุยืนที่สุดในโลก ส่วนผู้ที่เคยได้ชื่อว่าอายุยืนที่สุดในโลก เป็นสตรีชาวฝรั่งเศส อายุ 122 ปี 164 วัน ก่อนเสียชีวิตในปี 2540

ตร.มาเลเซียค้นกลางดึกบ้าน”นาจิบ ราซัก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326213

ตร.มาเลเซียค้นกลางดึกบ้าน”นาจิบ ราซัก”

นาจิบ ราซัก,บุกค้น,มาเลเซีย,หลักฐาน

ตำรวจมาเลเซียเข้าค้นบ้าน-สถานที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี 5 จุดพร้อมกันกลางดึก

สื่อมาเลเซียและทนายความของนายนาจิบราซัก อดีตนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า ตำรวจมาเลเซียเข้าตรวจค้นที่พักสองแห่งของอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ในกรุงกัวลาลัมเปอร์  และสถานที่เกี่ยวข้องอีก 3 แห่ง รวมถึงสำนักงานนายกรัฐมนตรี เมื่อคืนที่ผ่านมา

ตร.มาเลเซียค้นกลางดึกบ้าน"นาจิบ ราซัก"

ที่ พาวิลเลียน เรสซิเดนซ์ คอนโดมิเนียมของนายนาจิบ ตำรวจลำเลียงกล่องเอกสารหลายกล่องขึ้นรถ  ส่วนบ้านพักในย่านทามัน ดุตา ซึ่งอยู่ห่างจากพระราชวังเพียง 2 กิโลเมตร มีรถยนต์และรถบรรทุกของตำรวจที่ปกติใช้เคลื่อนย้ายผู้ต้องขัง จำนวนหลายคันจอดหน้าบ้าน เมื่อเวลาประมาณ 22.15 น. การเข้าค้นใช้เวลาหลายชั่วโมงจนล่วงเข้าสู่วันใหม่

ทนายกล่าวว่า ไม่มีการขนเอกสารออกมา แต่เป็นข้าวของส่วนตัวรวมถึงกระเป๋า ใส่กล่อง 2-3 กล่อง เหตุที่ใช้เวลานานเพราะบ้านหลังนี้ค่อนข้างใหญ่จึงใช้เวลานานในการค้นแต่ละห้อง และยังไม่มีการจับกุมใคร

 

ขณะที่ อามาร์ ซิงห์ ผู้บัญชาการสำนักงานสอบสวนคดีอาชญากรรมพาณิชย์ ยืนยันเรื่องการค้นสถานที่ 5 แหง แต่ไม่เปิดเผยวัตถุประสงค์ของการค้น และยืนยันว่าไม่ใช่การบุกแค่เข้าหาหลักฐานประกอบการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ แต่ก็ไม่เปิดเผยอีกเช่นกันว่ากำลังค้นหาอะไร

 

ตร.มาเลเซียค้นกลางดึกบ้าน"นาจิบ ราซัก"

อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ถูกโยงกับกรณีอื้อฉาวทุจริตขโมยเงินจาก วันเอ็มดีบี บริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐ และดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพิ่งพูดเมื่อวันอังคารว่า อัยการจะมีหลักฐานมากพอแจ้งข้อหาอดีตผู้นำในไม่ช้า

ตำรวจเดินทางถึงบ้านในย่านทามัน ดุตา หลังจากที่นายนาจิบกลับจากการละหมาดพิเศษที่มัสยิดกัมปุง เนื่องในเดือนรอมฎอน เริ่มวันแรกเมื่อวานนี้

 

ตร.มาเลเซียค้นกลางดึกบ้าน"นาจิบ ราซัก"

การบุกค้นเก็บหลักฐานจากบ้านนายนาจิบ มีขึ้นในวันเดียวกับที่นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคความยุติธรรมเพื่อประชาชน (พีเคอาร์) 1 ใน 4 พรรคร่วมรัฐบาลแนวร่วมแห่งความหวัง หรือ ปากาตัน ฮาราปัน  ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ในคดีประพฤติผิดทางเพศอย่างสมบูรณ์ พ้นโทษจำคุก  5 ปีที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งนายอันวาร์ยืนยันว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

ในปีเดียวกัน นายนาจิบเริ่มถูกขุดคุ้ยและโยงกับเงิน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่หายไปจากวันเอ็มดีบี และไปโผล่ในบัญชีส่วนตัวก่อนเลือกตั้งในปี 2556

หลังเลือกตั้ง 3 วัน นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ สั่งห้ามอดีตผู้นำเดินทางออกนอกประเทศ และประกาศรื้อสอบสวนคดีนี้ขึ้นใหม่ โดยสั่งเปลี่ยนตัวอัยการที่เคยช่วยนาจิบพ้นมลทิน และสั่งเปิดรายงานวันเอ็มดีบี ต่อสาธารณชน

ใครฆ่า! ออสเตรเลียสอบที่มาซากจระเข้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326139

ใครฆ่า! ออสเตรเลียสอบที่มาซากจระเข้

จระเข้ยักษ์,ซากจระเข้,โพสต์ออกสื่อ,ออสเตรเลียสอบ,ึควีนสแลนด์

ทางการรัฐควีนสแลนด์สอบหามือฆ่าสัตว์คุ้มครอง หลังมีคนโพสต์ภาพชายยืนข้างซากจระเข้ 4.3 เมตรก่อนลบ

สำนักงานสิ่งแวดล้อมออสเตรเลีย กำลังสอบสวนว่าใครคือคนที่ยิงจระเข้ความยาว 4.3 เมตรตาย หลังจากมีผู้โพสต์ภาพบนเฟซบุ๊ก เป็นรูปของชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างซากจระเข้ยักษ์ผูกเชือกไว้ ริมแม่น้ำเซาท์ จอนห์สโตน ที่ฟาร์มแห่งหนึ่ง  ทางใต้ของเมืองแคร์นส์ เมืองหลวงรัฐควีนสแลนด์
โฆษกสำนักงานสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ควีนสแลนด์ กล่าวว่า จระเข้ตัวนี้ถูกยิงตายเมื่อเดือนก่อน และเจ้าหน้าที่อุทยานได้รับแจ้งไปให้เก็บซากเมื่อวันที่ 29 เมษายน เบื้องต้น เชื่อว่าชายในรูปไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตายของมัน หลังจากมีรูปปรากฎ ทางการเริ่มสอบสวนหามือยิง

 

 ใครฆ่า! ออสเตรเลียสอบที่มาซากจระเข้ 

( Facebook via Cairns )

จระเข้เป็นสัตว์คุ้มครองในรัฐควีนสแลนด์ การจับอย่างผิดกฎหมายมีโทษปรับสูงสุด 28,383 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ( 6.8 แสนบาท )

เมื่อต้นปี เออร์โรล คอปลีย์ เกษตรกรวัย 69 ปี เพิ่งถูกศาลรัฐควีนสแลนด์ลงโทษปรับ 500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ( 1.2 หมื่่นบาท) หลังวางกับดักจับจระเข้ความยาว 3 เมตรในละแวกพื้นที่ของตนที่เมืองดีรัล ทางใต้ของเมืองแคร์นส์ ทำให้มันจมน้ำตาย

เคเอพี พรรคการเมืองท้องถิ่นในรัฐควีนสแลนด์ เสนอร่างกฎหมายตั้งหน่วยงานใหม่ที่มีอำนาจกำจัดจระเข้ได้ เพราะประชาชนบางส่วนทนไม่ไหวกับจำนวนจระเข้ที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว และเริ่มจัดการกันเอง ส.ส.ที่สนับสนุนกล่าวว่าร่างกฎหมายที่เสนอเพื่อป้องกันประชาชนที่ใช้ทางน้ำ ได้รับอันตรายจากจระเข้โดยเฉพาะทางเหนือไกลของควีนสแลนด์

แต่รัฐบาลควีนสแลนด์ระบุว่าการฆ่าไม่ใช่การแก้ปัญหา และอาจทำให้ประชาชนหลงเข้าใจผิดว่าปลอดภัย ทางการกำลังทำการสำรวจจำนวนจระเข้ในแม่น้ำสายต่างๆโดยใช้เวลา 3 ปี นับจากเริ่มในปีที่แล้วถึงปัจจุบัน สำรวจทางน้ำไปได้แล้วกว่า 1,200 กิโลเมตร ผลที่ได้จะนำมาวิเคราะห์อย่างเหมาะสม จัดทำโครงการเฝ้าระวัง และเผยแพร่ข้อมูลให้รับทราบต่อ

หนุ่มใจเด็ด!เจตนาทำรถชนเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326044

หนุ่มใจเด็ด!เจตนาทำรถชนเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พลเมืองดี,เจตนาทำรถชน,ช่วยชีวิตคน

แห่ชื่นชมพลเมืองดียอมให้รถตัวเองโดนชนเพื่อหยุดรถอีกคันหลังคนขับหมดสติ

ชายเกาหลีคนหนึ่งได้รับคำชื่นชมจากตำรวจและหลายฝ่าย เมื่อเขาตัดสินใจแซงรถจอดขวางคันหน้าเพื่อหยุดรถไว้อย่างไม่ลังเล เนื่องจากเห็นคนขับหมดสติ ช่วยป้องกันอุบัติเหตุใหญ่กว่านี้

 

ตำรวจเมืองอินชอนเปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา บนถนนหลักสายชายฝั่งตะวันตก ซึ่งไม่ใช่เหตุรถชนธรรมดา แต่เป็นการกระทำโดยเจตนาเพื่อหยุดรถคันหนึ่งที่กำลังแล่นไถไปกับราวกลางถนนเนื่องจากคนขับหมดสติอยู่หลังพวงมาลัย

แรงกระแทกไม่ได้รุนแรงนัก คนขับรถทั้งสองคนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ฮัน ยอง แทก วัย 46 ปี เจ้าของรถคันที่ยอมให้อีกคันชน เล่าว่า ห่วงรถตัวเองน้อยกว่าตอนที่เห็นรถอีกคันแล่นครูดราวกลางถนนไปข้างหน้าอย่างแปลกประหลาด

สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า คนขับรถซึ่งป่วยเป็นโรคเรื้อรัง และเกิดความเครียดในวันก่อนหน้า หมดสติกะทันหันขณะกำลังขับรถ ปล่อยรถแล่นไปเรื่อยๆด้วยสภาพเช่นนั้น ก่อนที่นายฮันตัดสินใจหยุดรถด้วยวิธีการของเขา

กล่องดำจากรถของคนป่วย แสดงให้เห็นว่า มีรถหลายคันเลือกขับแซงไปโดยไม่หยุดมอง กระทั่ง ฮันใช้รถฮุนไดทัสคานีจอดข้างหน้าให้รถคันมีปัญหาชนให้หยุด

ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ผู้ผลิตรถทัสคานี เสนอซ่อมรถให้เขาทันทีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย