“แก๊ป”ขอโทษพิมพ์แผนที่จีนพลาดมหันต์ขาดไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326014

“แก๊ป”ขอโทษพิมพ์แผนที่จีนพลาดมหันต์ขาดไต้หวัน

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แก๊ป,ขอโทษจีน,เสื้อยืด,แผนที่จีน,แผนที่จีนไร้ไต้หวัน

ไม่ได้เจตนา!!บริษัทเสื้อผ้ารายใหญ่สหรัฐ ขออภัยความผิดพลาดเสื้อยืดลายแผนที่จีนขาดเกาะไต้หวัน สั่งทำลายทิ้ง

 

จีนซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลกบฎที่รอเวลาการรวมชาติ ไม่ใช่ประเทศเอกราช เพิ่งย้ำเตือนสายการบิน โรงแรมและบริษัทต่างๆตระหนักในข้อนี้ และมีหนังสือแจ้งให้แก้ไขข้อมูลบนเวบไซต์ของธุรกิจเหล่านั้นให้ถูกต้อง เมื่อเดือนที่ผ่านมา

 

ล่าสุด แก๊ป เสื้อผ้าแฟชั่นยี่ห้อดัง เป็นบริษัทต่างชาติล่าสุดที่พลั้งเผลอละเมิดนโยบายจีนเดียว จนต้องรีบออกมาขอโทษ กรณีวางจำหน่ายเสื้อยืดพิมพ์ภาพแผนที่จีนแบบไม่มีไต้หวัน เกาะเล็กๆทางตะวันออกเฉียงใต้รวมอยู่ด้วย หลังจากภาพสินค้าตัวนี้จากร้านค้าออนไลน์ของบริษัท ถูกนำไปเผยแพร่บนทวิตเตอร์ของ พีเพิลเดลีย์ กระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์จีน ขณะโกลบอลไทมส์ รายงานว่าแผนที่บนเสื้อยืด ยังไม่มีทิเบต กับทะเลจีนใต้อีกต่างหาก

ต่อมา มีผู้โพสต์ภาพเสื้อยืดพิมพ์แผนที่จีนแบบไม่ครบ วางขายในร้านสาขาที่แคนาดา และที่สุดก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสื่อสังคมออนไลน์จีน ชาวสังคมออนไลน์แดนมังกรเข้าไปร้องเรียนผ่านบัญชีผู้ใช้เวบไซต์เว่ยป๋อของแก๊ป

บริษัทเสื้อผ้าอเมริกัน ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผ่านเว่ยป๋อเมื่อคืนวันจันทร์ ยืนยันว่าบริษัทเสียใจอย่างยิ่งต่อความผิดพลาดโดยไม่เจตนา ขอยืนยันว่าบริษัทเคารพอธิปไตยและบูรณการทางดินแดนของจีน และกำลังตรวจสอบภายในเพื่อแก้ไขความผิดพลาดครั้งนี้โดยเร็วที่สุด บริษัทได้ถอนสินค้าที่มีปัญหาจากตลาดและทำลายทิ้งทั้งหมด และจากนี้ไปจะทุ่มเทตรวจสอบให้มากขึ้นเพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำในอนาคต

มีรายงานว่าเสื้อยืดแผนที่จีนแบบขาดเกาะไต้หวัน ยังไม่เคยขายในจีน

ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวว่า รับทราบเรื่องแถลงการณ์ขอโทษจากแก๊ป แต่ไม่ได้ระบุว่าทางการจีนจะร้องเรียนไปยังแก๊ปหรือไม่

กรุงเทพติดอันดับ 10 สุดยอดเมืองอาหารอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325964

กรุงเทพติดอันดับ 10 สุดยอดเมืองอาหารอร่อย

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรุงเทพ,อาหารอร่อย,จัดอันดับ

เวบท่องเที่ยวดังจัดกรุงเทพมหานครติดอันดับ 10 เมืองมอบประสบการณ์ด้านอาหารดีที่สุดแก่นักท่องเที่ยว อิตาลีติด 3 เมือง

 

“ทริปแอดไวเซอร์” เวบไซต์ท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดในโลก จัดอันดับ 10 เมืองที่เป็นแหล่งอาหารอร่อย และดีที่สุดของโลก ปรากฎว่า กรุงเทพติดด้วยอยู่ในอันดับที่ 10

โดย 10 อันดับเมืองอาหารดีที่สุดในโลก

1. กรุงโรม ประเทศอิตาลี
2. เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

3. กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
4. บาร์เซโลนา ประเทศสเปน
5. นิว ออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา
6. นิวยอร์ก ซิตี้   สหรัฐอเมริ
7. เวนิซ ประเทศอิตาลี
8. มาดริด ประเทศสเปน
9. กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
10.กรุงเทพฯ ประเทศไทย

 

กรุงเทพติดอันดับ 10 สุดยอดเมืองอาหารอร่อย

( ร้านเจ๊ไฝ สตรีทฟู้ด มิเชลิน 1 ดาว ) 

 

เวบไซต์ ระบุว่า การท่องเที่ยวเพื่อสำรวจแหล่งอาหารอร่อยในท้องถิ่น หรือ ฟูด ทัวร์ ไม่ว่าจะเป็นการทำพิซซาในกรุงโรม หรือลิ้มลองทาปาสในกรุงมาดริด เป็นไฮไลท์ของการเดินทางเสมอ และยังเป็นหมวดท่องเที่ยวที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดในแง่การใช้จ่าย

ลอเรล เกรทริกซ์ โฆษกของทริปแอดไวเซอร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ บรรดานักเดินทางสนใจที่จะทำความรู้จักและเข้าใจความเป็นท้องถิ่นที่พวกเขาเดินทางเข้าไปหาประสบการณ์ท่องเที่ยวกันมากขึ่้น จึงเกิดการท่องเที่ยวเพื่อแสวงหาอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ หรือแม้กระทั่งการไปเข้าคอร์สเพื่อเรียนทำอาหาร ถือเป็นประสบการณ์ไม่รู้ลืมของบรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเรียนรู้ ส่งผลให้เมื่อจบทริปท่องเที่ยวหนึ่ง ก็จะมีสูตรอาหารของท้องถิ่นนั้นๆหรือร้านอาหารในดวงใจแห่งใหม่ติดมือกลับบ้านเป็นของฝาก

รู้จักกับ”เจเอดี”เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325936

รู้จักกับ”เจเอดี”เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  22 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจเอดี,ระเบิดฆ่าตัวตาย,เครือข่ายไอเอส,อินโดนีเซีย,สุราบายา

สัปดาห์นองเลือดอินโดนีเซีย ไล่มาตั้งแต่จลาจลเรือนจำถึงถล่มโบสถ์คริสต์ เบื้องหลังคือเครือข่ายสุดโต่งฝักใฝ่ไอเอสใหญ่ที่สุดแห่งแดนอิเหนา

 

เมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับสองของอินโดนีเซีย ในจังหวัดชวาตะวันออก กลายเป็นจุดร้อนในชั่วข้ามคืน จากเหตุโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเวลาไล่เลี่ยกันในเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บอีก 41 คน

 

และต้องอึ้งกันอีกคราเมื่อปรากฎว่ามือระเบิดก่อเหตุนองเลือดในครั้งนี้ เป็นพ่อแม่ลูก 6 คน โดยสองคนเป็นเด็กหญิงที่อายุเพียง 9 ขวบกับ 12 ขวบถูกพามาก่อนเหตุ อีกสองคนเป็นลูกชาย อายุ 16 กับ 19 ปี

ในวันเดียวกัน ยังมีความพยายามระเบิดโบสถ์อีก 2 จุดในสุราบายาแต่สกัดได้ทัน

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

 

ผ่านมาอีกวัน สุราบายาเจอระเบิดฆ่าตัวตายระลอกที่ 4 โดยผู้ก่อเหตุมากันเป็นครอบครัวอีกครั้ง พ่อแม่ลูก 5 คน ขี่และซ้อนรถจักรยานยนต์จุดระเบิดที่ทางเข้าสำนักงานตำรวจ มีเด็กหญิงวัย 8 ขวบในครอบครัวนี้รอดชีวิตคนเดียว

เหตุระเบิดหลายระลอกในสุราบายา ที่หากรวมมือระเบิด 13 คนก็คร่าแล้วถึง 25 ชีวิตในเวลาเพียงสองวัน นับเป็นการก่อการร้ายนองเลือดที่สุดของอินโดนีเซียในรอบ 9 ปี

แต่นี่ยังไม่รวมครอบครัวที่ 3 ที่มีแผนโจมตีเช่นกัน แต่เกิดเหตุระเบิดขึ้นก่อนเวลานำมาใช้ ที่อพาร์ทเมนต์ใกล้เมืองสุราบายา ทำให้คนในครอบครัวเสียชีวิต 3 คน

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

 

และก่อนมาเจอคลื่นระเบิดฆ่าตัวตาย ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นการโหมโรงนั่นคือ นักโทษคดีก่อการร้ายในเรือนจำ “มาโก บริม็อบ”ที่ได้ชื่อว่าเป็นเรือนจำมีรปภ.แน่นหนา ในเมืองดีป็อก จ.ชวาตะวันตก ก่อเหตุจลาจลจับผู้คุมเป็นตัวประกัน ก่อนจบด้วยการที่ตำรวจอินโดนีเซียถูกสังหารไปถึง 6 คน

มือระเบิดฆ่าตัวตายกันแบบยกครัวและโจมตีเรือนจำ ล้วนโยงกับเครือข่าย จามาห์ อันชารุต ดอเลาะห์ ( เจเอดี ) ที่สวามิภักดิ์กับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส 
แล้วเจเอดี เป็นใคร 

เจเอดี ไม่ใช่กลุ่มใหม่นัก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2558 สร้างชื่อครั้งแรกด้วยการส่งสมาชิก 4 คน กราดยิงและระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีชาวต่างชาติและตำรวจกลางกรุงจาการ์ตาเมื่อ 14 ม.ค. 2559 ผลทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 คน เป็นคนร้าย 4 คนและพลเรือน 4 คน นั่นเป็นครั้งแรกที่ถือเป็นผลงานเลือดหนแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของไอเอส ในช่วงที่กำลังผงาดอยู่ในซีเรียและอิรัก และทำท่าจะขยายสาขามาในย่านนี้

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ขึ้นบัญชีเจเอดี เป็นเครือข่ายก่อการร้ายเมื่อปีที่แล้ว

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

( อามัน อับดูร์เราะห์มาน  ) 

 

สถาบันวิเคราะห์นโยบายความขัดแย้ง ( IPAC ) ในกรุงจาการ์ตา นิยาม “เจเอดี”ว่าเป็นเครือข่ายสาวกไอเอสใหญ่สุดในอินโดนีเซีย ประกอบด้วยลูกศิษย์ของ อามัน อับดูร์เราะห์มาน นักเทศน์เจ้าอุดมการณ์ไอเอสที่ปัจจุบันถูกจำคุกอยู่ระหว่างดำเนินคดีข้อหาบงการโจมตีในจาการ์ตาและที่อื่นๆ กับสาวกของ อาบู บาคาร์ บาซีร์ อิหม่ามอาวุโสที่ก่อตั้งกลุ่ม จามาห์ อันโชรุล ตอฮิด ( เจเอที) โดยแยกออกมาจากกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ หรือ เจไอ ที่คุ้นชื่อกันดี

 

ผู้นำจิตวิญญาณ  อามัน อับดูร์เราะห์มาน

 

เริ่มแรก เจเอดี หรือ “จามาห์ อันชารุต ดอเลาะห์” ใช้เหมือนคำสามัญ หมายถึงพลพรรคทุกคนที่สนับสนุนไอเอส แต่ปัจจุบัน เป็นคำเฉพาะใช้กับกลุ่มที่ก่อตั้งในเมืองมาลัง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 โดยเลือก อามัน อับดูร์เราะห์มาน  เป็นผู้นำอุดมการณ์

อามัน ซึ่งจบการศึกษาด้านอิสลามและอาหรับศึกษา ถูกมองว่าเป็นผู้นำทางพฤตินัยของสาวกไอเอสทั้งหมดในอินโดนีเซีย เขาไม่เคยไปซีเรีย แต่เกณฑ์คนไปร่วมไอเอส สื่อสารกับบรรดาแกนนำ และเป็นคนแปลสารชวนเชื่อของไอเอสในอินโดนีเซีย

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

 

ในปี 2547อามัน  ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี จากแผนแผนก่อการร้ายในเมืองดีป็อก จ.ชวาตะวันตก  แต่ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดในปี 2551 เพราะเป็นนักโทษประพฤติดี

หลังได้รับอิสรภาพ 2 ปี  อามันประสานกับบาซีร์ ตั้งค่ายฝึกก่อการร้ายร่วมกัน ที่จ.อาเจะห์ รวบรวมกลุ่มสุุดโต่งหลากหลายมาอยู่ในร่มเงาเดียวกัน และนำไปสู่การถูกตัดสินจำคุกอีกครั้ง 9 ปี

แต่ถึงจะอยู่ในคุก อามัน ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมการโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายหลายครั้งโดยเจเอดีทั่วอินโดนีเซีย นอกจากบงการโจมตีกลางกรุงจาการ์ตาต้นปี 2559 แล้ว ยังมีระเบิดสังหารตำรวจ 3 นายในชวาตะวันออกเมื่อ 25 พฤษภาคมปีที่แล้ว และระเบิดสถานีขนส่งในจาการ์ตา บาดเจ็บ 12 คน ปาระเบิดเพลิงโจมตีโบสถ์แห่งหนึ่งคร่าชีวิตทารก และแผนโจมตีช่วงคริสต์มาสด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย แต่ถูกสกัดไว้ได้ก่อน

ไอเอสออกมาอ้างอยู่เบื้องหลังการโจมตีหลายครั้งในอินโดนีเซีย ส่วนใหญ่เป็นผลงานของเจเอดี

สำหรับอามันและสาวก ถือว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงทั้งหมด เป็นกาฟีย์ หรือผู้ปฏิเสธศรัทธาที่สามารถเข้ายึดทรัพย์หรือลงโทษได้

หลังจากนายอาบู บาการ์ อัล บักดาดี ผู้นำสูงสุดไอเอส ประกาศสถาปนาตั้งคอลิฟะ หรือรัฐอิสลาม ในเมืองโมซุล ประเทศอิรักเมื่อมิถุนายน 2557 อามันประกาศว่า การอพยพไปซีเรีย เป็นพันธกิจของเหล่าผู้สนับสนุนไอเอสทุกคน

ก่อนโจมตีจาการ์ตาเมื่อ 2 ปีก่อน อามันออกคำสั่งที่แพร่ในหมู่สุดโต่งว่า “จงไปรัฐอิสลาม และหากไปไม่ได้ ก็ให้ก่อญีฮาดด้วยจิตวิญญาณไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม หากไม่มีความกล้าที่จะทำ ก็ให้สมทบทุนแก่ผู้ที่พร้อมจะทำ หากไร้ทุนทรัพย์ ก็ขอให้เร่งเร้าผู้อื่นกระทำแทน”

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

(อาวุธที่นักโทษใช้ก่อเหตุจลาจล ) 

 

มีรายงานว่า นักโทษที่ก่อจลาจลในเรือนจำ มาโก บรีม็อบ เมื่ออังคารที่แล้ว ต้องการขอพบกับอามันที่ถูกคุมขังอยู่ที่นั่น ตอนเจรจาในขั้นต้น ตำรวจก็ยอมทำตามข้อเรียกร้อง ก่อนจะเกิดเหตุยิงต่อสู้กัน

ผู้บัญชาการตำรวจอินโดนีเซียกล่าวว่า หลังเหตุจลาจลในเรือนจำ ตำรวจอินโดนีเซียปฏิบัติการบุกจับแกนนำเจเอดีหลายคน และเหตุระเบิดที่สุราบายาที่มาเป็นระลอก ก็คือการตอบโต้ล้างแค้นส่วนหนึ่ง นอกจากนี้  ยังเกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีนายเซนัล อันชารี แกนนำเจเอดีในชวาตะวันออก ที่ถือเป็น ผู้นำหมายเลขสองของเจเอดีรองจากอามัน มีความผิดฐานลอบขนอาวุธไปให้กับกลุ่มติดอาวุธอินโดนีเซียที่อยู่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์

นับจากการโจมตีจาการ์ตาครั้งแรก 2 ปีก่อน  หน่วยต่อต้านก่อการร้ายอินโดยีเซียสกัดความพยายามโจมตีอีกนับครั้งไม่ถ้วนโดยกลุ่มในเครือเจเอดีทั่วอินโดนีเซีย

แต่เหตุจลาจลเลือดในเรือนจำมาโก บริม็อบ ที่นำไปสู่การคุมเชิงประจันหน้าระหว่างนักโทษคดีก่อการร้ายกับหน่วยต้านก่อการร้ายถึง 36 ชั่วโมง และการระเบิดหลายระลอกในสุราบายา ทำคนตายเป็นเบือ บ่งชี้พัฒนาการของเจเอดีในการก่อเหตุโจมตีอย่างก้าวกระโดด

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325883

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

อิสราเอล,กาซา,สถานทูตสหรัฐ,เยรูซาเลม

อิสราเอลปกป้องยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพชายแดนกาซา เพื่อป้องกันตนเอง ขณะปาเลสไตน์ประณามสังหารหมู่

กองกำลังอิสราเอลยิงชาววปาเสไตน์เสียชีวิต 55 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 2,400 คน ที่ชายแดนกาซา เมื่อวานนี้ กลายเป็นวันนองเลือดที่สุดนับจากสงครามกาซาเมื่อ 4 ปีก่อน
ในจำนวนผู้เสียชีวิต เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีจำนวน 8 คน

การประท้วงดุเดือดยืดเยื้อตลอดวัน ขณะคณะผู้แทนสหรัฐ นำโดยอิวานกา ทรัมป์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรสาวและบุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะที่ปรึกษาอาวุโสทำเนียบขาว เดินทางถึงเยรูซาเลมเพื่อเปิดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ที่ย้ายมาจากกรุงเทลอาวีฟ

 

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

แม้เกิดเหตุนองเลือด พิธีเปิดสถานทูตดำเนินต่อไปตามแผน โดยอิวานกา ทรัมป์ เป็นประธานเปิดป้ายสถานทูตท่ามกลางแขกเหรื่อ 800 คน ส่วนทรัมป์ มีสุนทรพจน์ผ่านวิดีโอว่า ความหวังยิ่งใหญ่ที่สุดของเราคือสันติภาพ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวชื่นชมว่า ทรัมป์ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการยอมรับประวัติศาสตร์

การย้ายสถานทูตสหรัฐจากกรุงเทลอาวีฟ  ได้สร้างความเคียดแค้นแก่ชาวปาเลสไตน์ ที่หวังให้พื้นที่ทางตะวันออกของเยรูซาเลม เป็นเมืองหลวงในอนาคต และมองว่าสิ่งที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทำ คือการสนับสนุนให้อิสราเอลยึดเยรูซาเลม ที่อิสราเอลยืนยันว่าเป็นเมืองหลวงแบ่งแยกมิได้

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

 

ห่างออกไปจากเยรูซาเลมไม่ถึง 100 กิโลเมตร ที่ชายแดนกาซา ดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลปิดล้อม มีชาวปาเลสไตน์ทยอยชุมนุมตลอดวัน
กองทัพอิสราเอลระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ราว 4 หมื่นคน เข้าร่วม“การจลาจลรุนแรง” รวม 13 จุดตลอดรั้วความมั่นคงกั้นฉนวนกาซา

ปาเลสไตน์ระดมปาก้อนหินและระเบิดเพลิง ขณะทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนจริง

 

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

แต่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูปกป้องว่า ทุกประเทศมีหน้าที่ปกป้องชายแดนของตนเอง เพราะกลุ่มฮามาสประกาศเจตนารมณ์ทำลายอิสราเอลและส่งฝูงชนหลายพันพยายามรุกล้ำชายแดน ขณะที่กองทัพอิสราเอล ระบุว่าทหารยิงใส่เฉพาะกิจกรรมก่อการร้าย ไม่ได้ยิงผู้ประท้วงที่เมื่อใช้วิธีการปกติอย่างแก๊สน้ำตา พวกเขาก็สลายไป

 

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

การชุมนุมที่ชายแดนกาซายืดเยื้อมาร่วม 6 สัปดาห์แล้ว แต่ในวันจันทร์ เป็นวันที่ฮามาสประกาศว่า เป็นวันแห่งการกลับมาของการเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ ขณะในวันนี้ จะเป็นอีกวันสุ่มเสี่ยง 15 พฤษภาคม เป็นวันครบรอบ 70 ปีก่อตั้งอิสราเอลในปี 2491 แต่สำหรับปาเลสไตน์ คือวันนักบา หรือวันหายนะ อันหมายถึงการที่ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนต้องออกจากบ้านเรือน หรือไร้ที่อยู่หลังจากวันนั้น
ทางการปาเลสไตน์ประกาศไว้อาลัย 3 วัน ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส กล่าวว่า เป็นอีกวันที่ประชาชนของเราถูกสังหารหมู่

“เมลาเนีย”ติด1ใน1,000 ชื่อพ่อแม่นิยมตั้งชื่อลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325880

“เมลาเนีย”ติด1ใน1,000 ชื่อพ่อแม่นิยมตั้งชื่อลูก

เมลาเนีย ทรัมป์,โดนัลด์ ท่รัมป์,ติด1ใน1000 ชื่อแรก,พ่อแม่,นิยมตั้งชื่อลูก

“เมลาเนีย ทรัมป์”สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เข้ารับการผ่าตัดไตผิดปกติ คาดพักรักษาตัวอยู่ที่รพ.ตลอดสัปดาห์ ระบุ”เมลาเนีย”ติด1ใน1,000 ชื่อที่พ่อแม่นิยมตั้งชื่อลูก

        สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ เข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลวอลเตอร์ รีด ชานกรุงวอชิงตัน เพื่อรักษาอาการผิดปกติที่ไตชนิดไม่ร้ายแรง

 

ทั้งนี้สำนักงานสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐ เปิดเผยว่า หลังผ่าตัดแล้ว นางเมลาเนีย ทรัมป์ จะยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดสัปดาห์นี้ โดยเมลาเนีย ทรัมป์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 48 ปี เข้ารับการบำบัดด้วยวิธีเอมโบไลเซชัน เพิื่อรักษาอาการผิดปกติที่ไต และการผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดี

 

คาดว่า เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐจะหายดีเร็วๆ นี้ และกลับมาปฏิบัติภารกิจของเธอเพื่อเด็กๆ ทั่วโลกได้ต่อไป

 

ขณะที่หน่วยงานความปลอดภัยทางสังคมของสหรัฐ เผยผลสำรวจรายชื่อเด็กเกิดใหม่ประจำปี 2560 พบว่าชื่อ เมลาเนีย ได้รับความนิยมอย่างมากติดโผเป็น 1 ใน 1,000 ชื่อแรกที่ผู้ปกครองนิยมนำไปตั้งชื่อลูกมากที่สุด

 

รายงานระบุว่าปี 2560 เด็กผู้หญิงแรกเกิดได้รับการตั้งชื่อว่าเมลาเนีย ทั้งหมด 283 คน ทำให้กระโดดจากอันดับที่ 1,650 ในปี 2559 เป็นอันดับที่ 720 ในชื่อที่ได้รับความนิยมของสหรัฐในปี2560

 

"เมลาเนีย"ติด1ใน1,000 ชื่อพ่อแม่นิยมตั้งชื่อลูก

โดนัลด์  ทรัมป์

ส่วนชื่อโดนัลด์ ได้รับความนิยมในอันดับที่ 594 จาก 1,000 รายชื่อยอดนิยมทั่วทั้งสหรัฐ และในปี 2560 มีเด็กแรกเกิดได้รับการตั้งชื่อนี้จำนวน 488 คน เท่ากับปี 2559

ครอบครัวที่สองบึ้มฆ่าตัวตายถล่มตร.สุราบายา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325798

ครอบครัวที่สองบึ้มฆ่าตัวตายถล่มตร.สุราบายา

สุราบายา,มือระเบิดฆ่าตัวตาย,ครอบครัว

ระเบิดฆ่าตัวตายอีกระลอกในสุราบายา ตาย 4 เป็นมือระเบิดจากครอบครัวเดียวกัน รอดคนเดียวเป็นเด็กหญิง 8 ขวบ

 

เกิดเหตุระเบิดล่าสุดที่ประตูกองบัญชาการตำรวจในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับสองของอินโดนีเซีย ในจ.ชวาตะวันออก เมื่อเวลา 8.50 น.ตามเวลาท้องถิ่น ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นคนร้าย 5 คนนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์สองคัน หยุดรถที่ด่านตรวจ ก่อนจุดระเบิดฆ่าตัวตาย

 

พล.ต.อ.ติโต คาร์นาเวียน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวว่า แรงระเบิดคร่าชีวิตมือระเบิด 4 คน ซึ่งเป็นพ่อ แม่กับลูกชาย ส่วนเด็กหญิงวัย 8 ขวบรอด ทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่และพลเรือนบาดเจ็บอีก 10 คน

 

 ครอบครัวที่สองบึ้มฆ่าตัวตายถล่มตร.สุราบายา

 

นับเป็นระเบิดระลอกที่ 4 แล้วที่เกิดขึ้นในเมืองสุราบายาในรอบ 24 ชั่วโมง หลังจากมีผู้เสียชีวิต 13 รายและผู้บาดเจ็บ 41 รายจากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบถส์ 3 แห่งในเมืองเมื่อวันอาทิตย์ โดยเหตุระเบิดโบสถ์เป็นฝีมือของสมาชิก 6 คนของครอบครัวหนึ่ง

 

 ครอบครัวที่สองบึ้มฆ่าตัวตายถล่มตร.สุราบายา

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย 

 

ตำรวจเชื่อว่า เหตุระเบิดโบสถ์และกองบัญชาการตำรวจมีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจาก
ระเบิดที่ใช้เป็นแบบเดียวกัน และต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่ม เจมาห์ อันชารุต ดอเลาะห์ (เจเอดี ) กลุ่มฝักใฝ่ไอเอสเช่นเดียวกัน

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325762

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย

สุราบายา,โบสถ์,ครอบครัวมือระเบิด,มือระเบิดหญิงฆ่าตัวตาย,อินโดนีเซีย

ตำรวจอินโดนีเซียเผยแพร่ภาพครอบครัวก่อการร้าย ที่ก่อเหตุโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง ในเมืองสุราบายา มารดากลายเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายหญิงคนแรกของประเทศ

 

ตำรวจอินโดนีเซีย เผยภาพแรกของสมาชิก 6 คนของครอบครัวผู้ก่อการร้าย ที่ก่อเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง ในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่ที่สุดและคับคั่งที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศในจังหวัดชวาตะวันออก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน บาดเจ็บ 41 คน ในจำนวนนี้ มีตำรวจรักษาความปลอดภัยที่โบสถ์รวมอยู่ด้วย 2 นาย

 

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย  

 

ซึ่งหนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ “นางปูจิ คุสวาตี” ที่กลายเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายหญิงคนแรกของประเทศ ซึ่งจากข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์พบว่า เธอมีผู้ติดตามในเฟซบุ๊ค 268 คน ชอบโพสต์ภาพลำธาร ชายหาด ล่องแก่ง ป่าโกงกาง นาข้าวที่บ้านเกิด และสัตว์เลี้ยงที่มีทั้งสุนัขและแมว

การโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นโดยฝีมือของลูกชายวัย 17 ปี กับ 15 ปี ที่ขี่รถจักรยานยนต์พุ่งเขาไปในโบสถ์ซานตามาเรีย ก่อนจุดระเบิดที่วางอยู่บนตัก

ตามด้วยนางคุสวาตีวัย 46 ปี กับลูกสาว 2 คน วัย 9 ปี และ 12 ปี สวมนิกอบ ปิดบังใบหน้าและผม คาดเข็มขัดระเบิดไว้ที่เอว เดินเข้าไปในโบสถ์คริสเทน อินโดนีเซีย ดิโปเนโกโร ก่อนจุดชนวนระเบิด

จากนั้น นายดิตา ปริยันโต ผู้เป็นพ่อ ที่ถูกระบุว่า เป็นหัวหน้าหน่วยของกลุ่มหัวรุนแรง “จามาอะห์ อันซารุด เดาเลาะห์” หรือ เจเอดี ขับรถยนต์ติดระเบิดพุ่งชนประตูโบสถ์สุราบายา เซนเตอร์ เพนเทคอสต์ สะเทือนขวัญปิดท้าย

ที่จริงยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดวางแผนโจมตีโบสถ์ที่ 4 คือ โบสถ์คาธีดรัล แต่ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้เสียก่อน ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังตามล่าหาตัวผู้เกี่ยวข้องที่เหลือ รวมทั้งผู้จัดหาระเบิดให้ครอบครัวนี้ด้วย

 

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย  

 

จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กของนางปูจิ พบว่า มีภาพเธอกับลูกๆ เพียงภาพเดียว ที่ถ่ายหลังเสร็จจากการล่องแพ ไม่มีภาพสามี ซึ่งจบมัธยมปลายและยึดอาชีพขายของ แต่เธอหยุดเล่นเฟซบุ๊กไปราว 3 ปีครึ่ง

ภาพสุดท้ายเป็นรูปแมวที่เลี้ยงไว้ โพสต์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปี 2557 และลงข้อมูลส่วนตัวไว้ว่าเคยทำงานที่ “อัซซัม คอร์ป”  เมื่อตรวจสอบพบว่า นายจ้างของเธอคือนายโรฮิม บินไช ผู้มีมีแนวคิดสุดโต่ง และโพสต์เฟซบุ๊คครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 16 เมษายน ปี 2554

หลังการตรวจค้นบ้านของครอบครัวนี้ ตำรวจยังพบว่า พวกเขาเคยไปฝึกยิงธนู แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด แต่เชื่อว่า พวกเขาเป็นเซลหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆของกลุ่มเจเอดี ที่รอเวลาลงมือ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ครอบครัวนี้เคยไปซีเรีย เช่นเดียวกับชาวอินโดนีเซียอีกหลายร้อยคนหลั่งไหลเข้าไปร่วมสู้รบกับพวกไอเอส

ข่าวโดย NationTV 

ฟ้อง”ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์”ไล่ผู้โดยสารอ้างกลิ่นตัวแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325722

ฟ้อง”ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์”ไล่ผู้โดยสารอ้างกลิ่นตัวแรง

ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์,ไล่ผู้โดยสาร,กลิ่นตัว,คุณแม่ไนจีเรีย

กลายเป็นคดีฟ้องร้องเมื่อสายการบินดังไม่ยอมให้คุณแม่ชาวไนจีเรียกับลูกไปต่อ ตามคำขอผู้โดยสารอีกคนที่ร้องเรียนเรื่องกลิ่นตัว

เหตุการณ์ที่นำมาสู่การฟ้องร้องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559 ควีน โอไบโอมา คุณแม่ชาวไนจีเรีย ซึ่งบินกับสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลนส์เป็นประจำ กำลังเดินทางจากนครลากอส ประเทศไนจีเรีย ไปยังเมืองออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ซึ่งลูกของเธอเรียนอยู่ที่นั่น โดยต้องเดินทางเป็น 3 ช่วง

โอไบโอมา  อ้างว่า เธอกับลูกขึ้นไปบนเครื่องบินที่สนามบิน บุช อินเตอร์คอนติเนนทัล  มุ่งหน้าไปต่อเครื่องที่ซานฟรานซิสโก ปรากฎว่ามีผู้โดยสารชายผิวขาวคนหนึ่ง มาจับจองที่นั่งของเธออยู่ก่อนแล้วบนชั้นบิสเนส

เมื่อขอให้ย้าย อีกฝ่ายปฏิเสธ ลูกเรือพยายามเข้ามาช่วยเจรจา แต่ผู้โดยสารชายรายนั้นก็ยังไม่ยอม คุณแม่ไนจีเรียจึงยอมสลับที่นั่งที่อยู่ใกล้กัน

ก่อนเครื่องบินทะยานขึ้น เธอไปเข้าห้องน้ำแต่พอจะกลับไปประจำที่นั่งของตัวเอง ผู้โดยสารชายคนเดียวกันพยายามขัดขวางไม่ยอมให้เธอกลับไปนั่งอยู่หลายนาที ทั้งสองมีปากเสียงกันจนลุกลามไปถึงขั้นที่ลูกเรือที่ระบุชื่อในคำฟ้องว่า รัสเซล เอช. สั่งให้เธอลงจากเครื่องบิน เธอไม่ยอมในตอนแรก กระทั่งมีพนักงานอีกคนมาแจ้งกับเธอว่า นักบินขอให้เธอลงจากเที่ยวบินนี้ เนื่องจากผู้โดยสารชายที่นั่งใกล้กับเธอร้องเรียนว่ากลิ่นตัวเธอแรง

นางโอไบโอมา ตกใจมากและให้เหตุผลว่า ลูกๆของเธอขึ้นเครื่องบินมาแล้ว พนักงานก็เลยจัดการให้เด็กๆลงจากเครื่องด้วย

เธอกับลูกนั่งเที่ยวบินเดินทางต่อ โดยต้องเสียเวลาไปถึง 5 ชั่วโมง

คุณแม่ชาวไนจีเรียอ้างว่า เธอถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลเชื้อชาติ และเรียกร้องค่าเสียหายพร้อมกับค่าดำเนินการทางกฎหมายทั้งหมด

โฆษกสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ บอกฮูสตัน โครนิเคิล ว่ายังไม่ได้รับคำฟ้อง และเนื่องจากเป็นประเด็นทางกฎหมาย ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จึงไม่สามารถแสดงความเห็นเพิ่มเติมได้

ช็อกอีกระดับ! มือบึ้มโบสถ์ในอินโดนีเซียเป็นพ่อแม่ลูก 6 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325704

ช็อกอีกระดับ! มือบึ้มโบสถ์ในอินโดนีเซียเป็นพ่อแม่ลูก 6 คน

สุราบายา,บึ้มฆ่าตัวตาย,ครอบครัว,เด็ก,โบสถ์

ไอเอสอ้างผลงานนองเลือดบึ้มฆ่าตัวตายถล่มโบสถ์ในสุราบายาคร่า 13 ชีวิต ผบ.ตร.อินโดฯเผยมือระเบิดมีเด็กรวมอยู่ด้วย

 

ความคืบหน้าเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์ 3 แห่งในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับสองของอินโดนีเซีย ที่จังหวัดชวาตะวันออก ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 13 คน บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 41 คน นับเป็นเหตุนองเลือดครั้งใหญ่สุดในรอบ 9 ปี ตั้งแต่กลุ่มเจมาห์อิสลามิยะห์ โจมตีโรงแรมหรูสองแห่งในกรุงจาการ์ตาเมื่อปี 2552 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย

 

เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ โบสถ์ซานตา มาเรีย เป็นจุดแรกเมื่อเวลา 07.30 น ตามด้วย โบสถ์เพนเทคอสทัล เวลา 7.35 และโบสถ์คริสเตน อินโดนีเซีย ดีโปเนโกโร ในเวลา 08.00 น. เป็นการโจมตีแบบประสานกัน

ผู้เชี่ยวชาญตำรวจยังได้ปลดชนวนระเบิด 2 ลูกที่ยังไม่ทำงานที่โบสถ์เพนเทคอสทัล และยิงวิสามัญคนร้ายรายหนึ่งเสียชีวิตขณะเกิดเหตุระเบิดที่โบสถ์ซานตามาเรีย

เหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่วัน หลังจากเกิดเหตุจลาจลที่เรือนจำชานกรุงจาการ์ตาทั้งที่เป็นเรือนจำที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา นักโทษที่เป็นสมาชิกกลุ่มสุดโต่งจับผู้คุมเป็นตัวประกัน และยิงต่อสู้กับหน่วยต่อต้านก่อการร้าย ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 คน และนักโทษ 1 คน

ในวันอาทิตย์เช่นกัน ตำรวจยิงวิสามัญผู้ต้องสงสัย เป็นสมาชิกกลุ่มสุดโต่ง “จามาห์ อันชารุต ดอเลาะห์” (เจเอดี)” 4 ราย ระหว่างบุกตรวจค้นและจับกุมเกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลเรือนจำ

 

ช็อกอีกระดับ! มือบึ้มโบสถ์ในอินโดนีเซียเป็นพ่อแม่ลูก 6 คน

( ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด พร้อมผบ.ตร.และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ลงพื้นที่เกิดเหตุ  / AFP) 

ล่าสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย ตีโต คาร์นาเวียน แถลงเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาว่า มือระเบิดที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญในสุราบายา ที่กลายเป็นการโจมตีชนกลุ่มน้อยทางศาสนานองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในอินโดนีเซีย มาจากครอบครัวเดียวกันที่มีด้วยกัน 6 คน ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูกสาว 2 คน อายุ 9-12 ปี กับลูกชาย 2 คน อายุ 16 กับ 18 ปี การโจมตีทุกจุดเป็นการโจมตีแบบฆ่าตัวตาย แต่เป็นระเบิดคนละแบบ และเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเจเอดี ที่สนับสนุนไอเอส

ครอบครัวนี้เคยไปซีเรีย ที่ไอเอสเคยยึดดินแดนกว้างใหญ่ไว้ได้ช่วงหนึ่งก่อนถูกกวาดล้างเมื่อไม่นานมานี้

 

ช็อกอีกระดับ! มือบึ้มโบสถ์ในอินโดนีเซียเป็นพ่อแม่ลูก 6 คน

 

โบสถ์ซานตามาเรีย โดนโจมตีเป็นที่แรก มีผู้เสียชีวิต 4 คน โดยลูกชาย 2 คนที่ขี่จักรยานยนต์เข้าไปภายในบริเวณโบสถ์ ก่อนจุดชนวนระเบิดที่ทั้งสองนำเข้าไปด้วย  คนพ่อ เชื่อว่าลงมือโจมตีแบบฆ่าตัวตายด้วยการกดระเบิดในรถยนต์

ส่วนมารดาที่ระบุชื่อว่า ปูจิ คุสวาตี กับลูกสาว 2 คนสวมนิกอบ ซึ่งเป็นผ้าคลุมหน้าของสตรีมุสลิม คาดสายระเบิดที่เอว เดินเข้าไปในโบสถ์ดีโปเนโกโร ก่อนจุดระเบิดตัวเอง  สอดคล้องกับคำบอกเล่าผู้เห็นเหตุการณ์ เห็นผู้หญิงกับเด็กหญิง 2 คนเร่งรีบหิ้วกระเป๋า 2 ใบเข้าไปในโบสถ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปสกัด แต่สตรีผู้นั้นไม่สนใจและดึงดันเข้าไป ทันใดนั้น เสียงระเบิดก็ดังสนั่น

 

ช็อกอีกระดับ! มือบึ้มโบสถ์ในอินโดนีเซียเป็นพ่อแม่ลูก 6 คน

ล่าสุด กลุ่มไอเอส ออกมาอ้างผ่านแอพพลิเคชันเทเลแกรมว่า อยู่เบื้องหลังการโจมตีฆ่าตัวตายในเมืองสุราบายา
ไอเอสออกมาอ้างผลงานนองเลือดหลายครั้งที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย โดยส่วนใหญ่เป็นการโจมตีโดยฝีมือของกลุ่มเจเอดี

สลดสุดบรรยาย!!พ่อแม่ง่วนเซลฟีลูกหลุดมือตกบันไดเลื่อนดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325657

สลดสุดบรรยาย!!พ่อแม่ง่วนเซลฟีลูกหลุดมือตกบันไดเลื่อนดับ

เซลฟีมรณะ,อินเดีย,ลูกหลุดมือตาย,บันไดเลื่อน

การถ่ายภาพเซลฟีไม่เลือกที่ นำไปสู่โศกนาฏกรรมอีกครั้งที่อินเดีย พ่อแม่สูญเสียลูกสาวไปตลอดกาลเพราะถ่ายเซลฟี่บนบันไดเลื่อน

เหตุเศร้าสลดครั้งนี้เกิดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 10 พฤษภาคม ขณะที่พ่อและแม่ของทารกเพศหญิงวัย 10 เดือนง่วนกับการถ่ายภาพเซลฟี่
ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นทั้งสองถ่ายเซลฟีกันครั้งหนึ่ง บนทางเดินใกล้กับบันไดเลื่อน หลังจากพาลูกสาววัยทารกไปตรวจสุขภาพที่คลินิกใกล้ห้าง

มารดาในชุดสีส้มอุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขน ส่วนพ่อเป็นคนถ่ายรูป  ทั้งสองหลุดไปจากหน้าจอชั่วครู่ ก่อนปรากฏตัวอีกครั้งขณะขึ้นบันไดเลื่อน

ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า สามีชวนภรรยาถ่ายเซลฟีขณะอยู่บนบันไดเลื่อน และจุดนั้นเองเป็นเหตุให้แม่เสียหลัก ทำลูกหลุดจากอ้อมแขน กระแทกกับราวจับขอบทางเดิน ก่อนร่วงลงทางช่องว่างตกลงไป 3 ชั้น

พ่อและแม่เด็กตกอยู่ในอาการช็อกสุดขีดและเสียขวัญ ได้แต่เกาะราวบันไดเลื่อน โน้มตัวลงไปมองลูกสาวเบื้องล่างอย่างช่วยอะไรไม่ได้ มีรายงานว่าเด็กหญิงเสียชีวิตทันทีหลังร่วงกระแทกพื้น

สองสามีภรรยาจะไม่แจ้งความดำเนินคดีใดๆ และตำรวจก็กล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุอย่างชัดเจน

 

สลดสุดบรรยาย!!พ่อแม่ง่วนเซลฟีลูกหลุดมือตกบันไดเลื่อนดับ

เซลฟีมรณะเพิ่มทุกปี เซลฟีตรงไหนท้ามฤตยูมากที่สุด

เคยมีผลการศึกษาในปี 2559 พบว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการถ่ายเซลฟีมากที่สุดในโลก  รัฐบาลอินเดียต้องขอให้รัฐต่างๆติดป้ายเตือนตามจุดท่องเที่ยวย้ำเตือนอันตรายสำหรับนักคลั่งเซลฟีทั้งหลาย

เมื่อเดือนมกราคม ชายอินเดียคนหนึ่ง พยายามถ่ายคลิปเซลฟีแนวหวาดเสียวใกล้รางรถไฟขณะรถไฟกำลังแล่นมา จนโดนรถไฟชน เขารอดตายแต่โดนปรับ 320 บาท